จังหวะของความมืด Blind Rituals

จังหวะของความมืด Blind Rituals การเต้นรำของร่างกายคนมองไม่เห็น คือวิถีในการบำบัดตัวเอง และตั้งคำถามเรื่องการเข้าถึงในสังคม

09/05/2026
Great memories from our residency in Koh Phangan, supported by Motion Space studio. Thank you for joining the research o...
03/05/2026

Great memories from our residency in Koh Phangan, supported by Motion Space studio.


Thank you for joining the research on Quantum Embodiment!

Also the first time we made an explicit intersection with indigenous element of "Khwan" , an animistic cosmology around 'vital force,' a different, more primitive kind of 'consciousness' native to SEA. With contribution from artist technologist and interdisciplinary artist

Could there be a civilization on a moat of dust?A microscopic epic, where the narrator waits,Already in the space, a boi...
26/04/2026

Could there be a civilization on a moat of dust?
A microscopic epic, where the narrator waits,
Already in the space, a boiling heat,
Thinking, writing, sensing the weight of the gaze.

For the observer is never a ghost—
Attention is a tangible force, an arm of light
Stretching out to grab the dance,
Collapsing the "maybe" into the "now."
​You think you are just measuring,
But it is super obvious: you are affecting the situation.

That is the entanglement—the silver thread
Between the heart and the subatomic world.
And the truth? It is a multifaceted crystal,
A black and white blob that is both face and vase,

A letter that is neither acceptance nor rejection
Until the fingers touch the seal.
​Lower your awareness. Let your trousers taste the floor.
Oh, it is dry.
The magnet is already broken, and the reality is fractured,
But we do not hide the break—we reveal it.

We stay, we stay, we stay, we expand,
Spending ourselves into the architecture of the room,
Refusing to collapse back into the closed duo,
Refusing to be just one thing at a time.

​For life is plural.
Today, I am a plankton, bioluminescent and shaking,
Tomorrow, a boy, or a wave passing through two slits.
We are already quantum, you and I—
Through our animisms, our intuition, our spiral tattoos,
Through the soft spot on a baby’s head where the Khwan resides.

The media technology is but a shamanic circuit,
A ritual system built to touch the invisible elephant.
​How do we take this knowledge home into our bodies?

We move toward the uncertainty.
It is not a place to get lost; it is a partner to dance with.
We jump into the bungee jump of the unknown,
Finding the "excited joy" in the falling.

And when the dance finishes, and the interference fades,
We find that the ordinary mind was the way all along—
A living resonance, a breath in the void,

Still sifting for civilizations on a moat of dust.
A small island called Koh Phangan,
a microcosm that is part of global tourism and digital economy
where multicultures collide in the fluffy soft water and warm Thai smiles.

For bodies are what all of us have,
that which hold quantum possibilities
For us to become whole, again.

26/04/2026

Khwantum vital energy continues!!!

Thank you for keeping the collective wavefunction alive and entangled.



KhwanTum project in Koh Phangan. I enjoyed so much the engagement of everyone who participates in this project. After ye...
26/04/2026

KhwanTum project in Koh Phangan.

I enjoyed so much the engagement of everyone who participates in this project.

After years of translating quantum principles into movement and perceptual practices (quantum practices), I wonder how people and community will discover "the way of Quantum" through their body wisdom. How they translate again their learning into a shared experience with an audience is also an act of collective sense-making, a form of social action.

It was such a blessing that we got these amazing humans coming together for this KhwanTum journey in Koh Phangan. Relishing this beautiful friendship which formed through this production. Like a luckiest person on earth!!!

Thank you thank you thank you 😀

Stay tuned. There are more more stories to share from this awesome cohorts.

.dodgson

20/04/2026

บทบาท

ชีวิตของคนเรา
คงไม่ได้มีเพียงบทบาทเดียว

เมื่อเวลาค่อย ๆ เคลื่อนไป
หลายสิ่งก็เปลี่ยนแปลงตาม
ทั้งสถานะ ความรู้สึก
รวมถึงตัวตนของฉัน

บางช่วงของชีวิตเต็มไปด้วยความสับสน

บางช่วงเหมือนกำลังออกเดินทาง
เพื่อตามหาบางสิ่งที่ยังไม่รู้ชื่อ

และบางครั้ง
ฉันก็เหมือนยืนอยู่กึ่งกลาง
ระหว่างสิ่งที่เคยเป็น
กับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง

ระหว่างทางนั้น
มีทั้งสิ่งที่ฉันเลือก
และสิ่งที่เข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว

ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน
ทุกอย่างค่อย ๆ หล่อหลอม
ให้ฉันกลายเป็นฉันในวันนี้

แม้จะไม่แน่ใจว่า
วันข้างหน้าต้องเป็นอะไรอีก
หรือจะรู้สึกอย่างไรกับมัน

แต่สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไป
คือฉันเริ่มอยู่กับสิ่งเหล่านั้นได้ดีขึ้น

ฉันไม่รีบผลักไส
และไม่รีบตัดสิน

เพียงแค่มองมันอย่างใจเย็น
และปล่อยให้เวลา
พาแต่ละอย่างเคลื่อนไปตามจังหวะของมัน

รวมถึงตัวฉันเอง

ถ้ามีใครถามว่า
ฉันชอบบทบาทไหนในชีวิตมากที่สุด

คำตอบคงเป็น
เกือบทั้งหมด

เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้น
ล้วนสอนให้ฉันเรียนรู้

ฉันได้รู้จักทั้งความถูกและความพลาด
รู้จักการพยายาม
และการปล่อยวางในเวลาที่ควร

จากคนที่เคยต้องการความสมบูรณ์แบบ
วันนี้ฉันเข้าใจแล้วว่า
ความไม่สมบูรณ์ก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

ฉันไม่จำเป็นต้องวิ่งตามหาอะไร
เพื่อเติมเต็มตัวเอง

เพราะการเป็นฉันในแบบนี้
ก็ดีพอแล้ว

แม้บทบาทจะเปลี่ยนไปทุกวัน
แต่บางสิ่งยังคงอยู่

ความเชื่อ
ตัวตน
และความไม่สมบูรณ์แบบที่ฉันยอมรับได้

สิ่งเหล่านี้
ทำให้ฉันยังคงยืนอยู่ได้
ไม่ว่าชีวิตจะพาไปอยู่ในจุดไหน

ฉันยังมีความกลัวอยู่บ้าง
แต่ไม่คิดจะหนีเหมือนที่ผ่านมา

ฉันเลือกจะอยู่กับมัน
และค่อย ๆ ก้าวผ่าน

ในจังหวะของตัวเอง

บันทึกจากฉันเอง น้องลูกอม

คำบรรยายภาพ

เนินหญ้าสีเขียวทอดยาว
ใต้ท้องฟ้ากว้างที่นิ่งสงบ

ฉันยืนยิ้มเบา ๆ
ขยับมือเลียนแบบผีเสื้อที่บินอยู่ตรงหน้า

การเคลื่อนไหวดูนุ่มนวล
เหมือนมีชีวิตจริง

และในช่วงเวลานั้น
ทุกอย่างดูเรียบง่าย
และเป็นอิสระ

13/04/2026

“ผมเริ่มมองไม่เห็นตอนอายุ 8 ขวบ ตอนนั้นตาของผมอักเสบ ไปรักษาอยู่หลายคลินิก จนกระทั่งไปเจอคลินิกที่สุดท้าย เขาใช้ยาหยอดตาที่ค่อนข้างแรงสำหรับเด็ก มันทำลายเส้นประสาทตาจนผมมองเห็นไม่ชัด แล้วค่อยๆ แย่ลง หลังจากนั้นไม่กี่ปีก็มองไม่เห็นเลย เรื่องฟ้องร้องเป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่จัดการไป ด้วยความเป็นเด็กที่ยังไม่รู้จักว่าความสำเร็จคืออะไร ความเหงาคืออะไร ผมเลยไม่รู้สึกว่าชีวิตแย่ขนาดนั้น มีเบื่อบ้างที่ไม่ได้ไปโรงเรียนและไม่ได้ออกไปเล่นข้างนอกแบบเดิม แต่แม่ก็หาของเล่นมาหลอกล่อ (ยิ้ม) ทำให้ผมผ่านช่วงเวลานั้นไปได้

“ผมเริ่มติดตามฟุตบอลตั้งแต่อายุสิบกว่าขวบ ตอนนั้นเพิ่งตาบอดได้ไม่นาน วันหนึ่งผมบังเอิญเปิดวิทยุแล้วได้ยินเสียงคนพากย์บอล จำได้ว่าเป็นการแข่งขันของทีมชาติอังกฤษกับทีมอะไรสักทีม นัดนั้น โอเว่น ยิงได้ การพากย์แบบละเอียดทำให้ผมฟังแล้วประทับใจนักเตะคนนี้ หลังจากนั้นเลยมาติดตามลิเวอร์พูล สมัยนั้นมีโอเว่น เฮสกีย์ และเจอร์ราร์ดเพิ่งขึ้นมาได้ไม่นาน ผมฟังจากทีวีบ้าง แต่หลักๆ คือติดตามผ่านการฟังวิทยุ นอกจากการพากย์ในวิทยุละเอียดกว่าทีวีแล้ว ผมชอบที่มีนักข่าวโทรมาอัพเดทสกอร์จากสนามต่างๆ ด้วย

“คนพากย์ในวิทยุบรรยายทุกอย่างเลย นักเตะคนนั้นส่งให้ใคร กระชากบอล เลี้ยงหลบ ชิ่งหนึ่งสอง เปิดบอล เข้าชาร์จ ไปจนถึงตุงตาข่าย บางคนพากย์แล้วมีมุขตลกด้วย ทำให้การฟังทั้งตื่นเต้นและสนุก เคยมีเพื่อนตาดีบอกว่า คนพากย์ในวิทยุพูดโอเวอร์ เวลาพูดว่า ‘โอ้ว... ยิงออกไปไกลเลย’ บางครั้งนักเตะไม่ได้ยิงไปไกลขนาดนั้นหรอก (หัวเราะ) แต่การพากย์แบบนั้นช่วยให้คนตาบอดเห็นภาพว่าเกิดอะไรขึ้น ทุกวันนี้ผมติดตามลิเวอร์พูลทุกนัดเลย ถ้าชอบนักเตะคนไหน ผมไปตามอ่านประวัติของเขาด้วย อยากรู้ว่าชีวิตนักฟุตบอลที่มีชื่อเสียงต้องผ่านอะไรมาบ้าง

“ผมอยากไปดูบอลในสนามมาตลอด แต่ยังไม่เคยได้ไปสักครั้ง ไม่รู้ว่าจะเข้าไปยังไง อีกอย่างคือ การดูบอลในสนามไม่มีคนพากย์ให้ฟัง ถ้าคนตาบอดไปจะได้ยินแต่เสียงคนดูด้วยกัน จนเมื่อไม่นานมานี้ ผมเห็นคนแชร์โพสต์ของ B-Quik เขาเปิดรับคนตาบอดไปดูบอลในสนาม (รอบคัดเลือกเอเชียนคัพ 2027 ไทย พบ เติร์กเมนิสถาน เมื่อ 31 มีนาคม 2569) ในโพสต์นั้นบอกว่า มีคนพาเข้าสนามและคอยช่วยเหลือ และมีคนพากย์ให้ฟังด้วย ผมตัดสินใจสมัครไปแล้วผ่านการคัดเลือก ตอนรู้ว่าจะได้ไปดูบอลในสนาม ผมดีใจมากเลย (เสียงมีความสุข)

“เรานัดเจอกันที่ MRT สถานีพระราม 9 แล้วมีรถตู้มารับ ตอนนั้นถึงได้รู้ว่าใครมาบ้าง ปรากฏว่ารู้จักกันเกือบหมดเลย (หัวเราะ) พอไปถึงสนามราชมังคลากีฬาสถาน มีคนมาพากลุ่มคนพิการที่ใช้วีลแชร์และคนตาบอดไปตามจุดต่างๆ วันนั้นพวกเราได้ลงไปในสนามไปพร้อมนักฟุตบอลด้วย มีคนพาผมไปจับข้อศอกนักฟุตบอลโดยไม่ได้บอกว่าเป็นใคร ผมเป็นคนถามว่า ‘อันนี้ใครครับ’ (หัวเราะ) เขาตอบว่า ‘โจนาธานครับ’ ถึงได้รู้ว่าเขาคือ โจนาธาน เข็มดี ผมรู้จักเขาบ้าง รู้ว่าอยู่ทีมราชบุรี เอฟซี ผมถามอะไรก็ตอบตลอด จากน้ำเสียงที่ได้ยิน เขาดูเป็นคนเฟรนด์ลี่นะ

“หลังจากนั้นจะมีคนพามานั่งบนอัฒจันทร์ ตอนนั้นผมตื่นเต้นมาก แค่ได้เข้ามาในสนามก็ตื่นเต้นแล้ว แต่นี่ได้เดินลงไปในสนามกับนักฟุตบอลทีมชาติไทย ร้องเพลงชาติไทยด้วยกัน และในสนามมีคนมาดูสามหมื่นกว่าคน โอ้โห.. ขนลุกเลย มันอาจเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิตก็ได้ (ยิ้ม) พอการแข่งขันเริ่มต้น ผมใส่หูฟังเพื่อฟังเสียงพากย์ จุดที่นั่งก็ใกล้สนามมาก เข้าใจว่ามีคนตาบอดเป็นหลัก เพราะถ้าเสียงดังเกินไปอาจไม่ได้ยินเสียงพากย์จากพี่ฟลุ๊ค Fluke Family และพี่ปาล์ม ปาล์ม3บาท5บาท DJ Palm

“เป็นครั้งแรกที่ได้ดูบอลในสนาม ผมได้รู้ว่าในสนามเกิดอะไรขึ้น พี่ฟลุ๊คพากย์ได้ละเอียด ส่วนพี่ปาล์มยิงมุขแหลกเลย (หัวเราะ) วันนั้นมีการถ่ายทอดสดไปที่เพจ B-Quik เพื่อให้คนตาบอดได้เข้ามาฟังทางออนไลน์ด้วย ผมได้สัมผัสโมเมนต์ต่างๆ พร้อมกับคนที่มองเห็น ได้ตะโกนเชียร์ ‘ไทยแลนด์..’ ‘ไทยแลนด์..’ คนดูเฮ เราก็เฮด้วย คนดูโห่ เราก็โห่ตาม (หัวเราะ) ตอนทีมชาติไทยยิงลูก 2-1 เสียงเชียร์ดังสนั่นเหมือนหูดับ ตอนนั้นผมรู้สึกว่าสนามสั่นเลย สำหรับผม เป็นความทรงจำที่ดีครั้งหนึ่งในชีวิตเลย ถ้าในอนาคตมีใครจัดกิจกรรมแบบนี้อีก ผมก็อยากไปอีกนะ

“ปัจจุบันผมมีอาชีพเป็นศิลปิน เป็นนักเต้นและนักแสดงละครเวที เป็นครูสอนเต้นและครูสอนการแสดงด้วย เคยทำละครเวที 6 มิติ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส และจินตนาการ เพื่อให้คนทั่วไปได้เข้าใจคนตาบอดมากขึ้น ถ้าผมมองเห็นปกติ ชีวิตทุกวันนี้อาจเหลวเป๋วแล้วไม่ได้ทำอาชีพนี้ก็ได้นะ เช่นเดียวกับประสบการณ์ครั้งล่าสุด ถ้าผมไม่ได้ตาบอด ก็อาจไม่ได้รับโอกาสนี้ ผมมองว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีจากการเป็นคนตาบอด มันไม่ใช่การโลกสวยหรอก ชีวิตผมก็มีเรื่องลำบาก แต่ผมเป็นคนที่มองชีวิตตัวเองว่า ความตาบอดพาไปเจอโอกาสอะไร แล้วเราสามารถฉกฉวยเอาไว้ได้ไหม”


ท็อฟฟี่-โสภณ ทับกลอง

-

#มนุษย์กรุงเทพฯxBQuik
#ก้าวข้ามทุกเงื่อนไขใช้หัวใจเชียร์
#บีควิกพร้อมให้คุณไปต่อ

ที่อยู่

Bangkok

เบอร์โทรศัพท์

+66830345950

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ จังหวะของความมืด Blind Ritualsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง จังหวะของความมืด Blind Rituals:

แชร์