31/05/2026
เล่าเรื่องของระบบประสาทสัมผัสที่ทำงานผิดปกติ (SPD) ที่คนไม่ค่อยรู้จักในเด็กพิเศษคนหนึ่ง เกี่ยวกับด้านระบบการทรงตัวและการเคลื่อนไหว (Vestibular System) ระบบการรับรู้ตำแหน่งของร่างกาย (Proprioceptive System)
ช่วงนี้ผมมาเรียนวิชาการส่งเสริมพัฒนาการเด็กพิเศษอย่างเป็นองค์รวม ของหลักสูตรพัฒนาการมนุษย์ ในรูปแบบ MAP-C และหนึ่งในเรื่องที่เรียนนั้นก็คือเรื่อง การบูรณาการประสาทสัมผัส (Sensory Integration : SI) จึงทำให้ได้รับความรู้ใหม่ๆ และที่สำคัญที่สุดสามารถตอบคำถามที่ตัวเองคาใจมานานจนถึงอายุ 30 ปี เพราะตลอดเวลาผมเข้าใจว่าผมไม่มีปัญหาเรื่อง Sensory ขนาดนั้น อาจมีเรื่องของประสาทสัมผัสที่ไวไป (Hypersensitivity) เรื่องเสียงแค่เพียงเล็กน้อย แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย เมื่อได้มารู้จักเรื่อง SI ที่อาจารย์นักกิจกรรมบำบัดมาสอน ทำให้เราสามารถคลายข้อสงสัยได้ครับ
👉 ใครจะไปรู้ว่า ที่ผมไม่สามารถเล่นเครื่องเล่นพวกรถไฟเหาะได้ หรือว่านั่งชิงช้าตั้งแต่เด็กได้ เอาแต่พูดว่ากลัวๆๆๆ ที่จริงแล้วมันเกิดมาจาก “ภาวะไม่มั่นคงทางแรงโน้มถ่วง” (Gravitational Insecurity)
👉 ใครจะไปรู้ว่า ที่ผมต้องเดินไปเดินมา เคลื่อนไหวอยู่นิ่งไม่ได้ เวลาเพื่อให้หัวแล่น เวลาที่ต้องใช้ความคิด มันเกิดมากจาก “ประสาทสัมผัสหลาดด้านที่ช้าไป” (Multi -Hyposensitivity) จึงจำเป็นต้องเคลื่อนไหวเพื่อให้การจดจ่อ (Attention) ทำงาน
ทั้งหมดนี้ผมจะไม่รู้ได้เลยว่าผมมีปัญหาในเรื่อง “ระบบประสาทสัมผัสที่ทำงานผิดปกติ” (Sensory Processing Disorder : SPD) หากไม่ได้เรียนเรื่อง SI แบบเจาะลึก เพราะเรื่องนี้อยู่นอกขอบเขตความรู้ผม ซึ่งตลอดเวลาที่ผมมาผมโดนด่าตลอดว่าเป็นคนที่ “ปอดแหก” “ขี้ขลาด” เอาแต่พูดว่ากลัวๆๆๆ ทั้งที่จริงๆ เป็นปัญหามาจากระบบประสาทสัมผัส ผมเลยมาเล่าเรื่องในวันนี้ครับ............................
❤ ปัญหาเรื่องประสาทสัมผัสกับกลุ่มออทิสติก (ASD)
สำหรับเรื่องเล่าในวันนี้ประเด็นมันคือแบบนี้ครับ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมเข้าใจแต่ว่าปัญหาเรื่องประสาทสัมผัส จะเป็นในลักษณะที่เกิดจากสิ่งเร้ากระตุ้นทั้ง 5 ด้าน เช่น ทนได้ยินเสียงดังไม่ได้ จึงทำให้ผมพูดตลอดว่าผมไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องประสาทสัมผัสนะ ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็น Asperger's Syndrome แต่ทั้งนักกิจกรรมบำบัดและงานวิจัยก็ได้พูดตรงกันว่า เด็กกลุ่มอาการออทิสติก (ASD) จะมีปัญหาเรื่องประสาทสัมผัสร่วมด้วยเยอะมาก รวมไปถึงข้อมูลจากงานวิจัยก็ยังบอกว่า เด็กกลุ่มออทิสติก (ASD) จำนวน 42-88% และเด็กกลุ่มสมาธิสั้น (ADHD) จำนวน 50% จะมีปัญหาเรื่องประสาทสัมผัสร่วมด้วย (Salah, A., Amr, M., El-Sayed, M. et al., 2024) แต่ผมก็ยังยืนยันว่าผมมีปัญหาเรื่องนี้น้อย แต่จะว่าไป จริงๆ เด็กทั่วไปก็มีปัญหาเรื่องประสาทสัมผัสได้นะ แต่แค่พอเป็นเด็กพิเศษปัญหาเรื่องนี้จะยิ่งมีได้สูงมาก
แล้วมันมีอยู่เรื่องหนึ่งที่คาใจ ด้วยความที่ผมเป็นทั้ง Asperger's Syndrome และโรคสมาธิสั้น (ADHD) อยู่แล้ว แต่ผมไม่เข้าใจพฤติกรรมหนึ่งนั้นก็คือ ผมเป็นคนที่เวลาจะคิดอะไร จินตนาการอะไร เวลาจะต้องใช้สมาธิ จดจ่อ โฟกัส ในการทำงาน ผมจะต้องเดินไปเดินมาตลอดเวลา แม้แต่เวลาคุยเรื่องงานผมจะต้องเดินเป็นวงกลม ห้ามยืน นั่งอยู่นิ่งๆ ไม่อย่างนั้นเจอเอ๋อไปเลย คิดอะไรไม่ออก หัวไม่แล่น นึกไม่ออกแม้จะใช้คำพูดอะไร ในตอนแรกผมเข้าใจว่าเป็นเพราะอาการ อยู่ไม่นิ่ง หุนหันพลันแล่น ของโรคสมาธิสั้น แต่ลึกๆ แล้วผมรู้ว่ามันไม่ใช่ เพราะมันไม่ใช่ลักษณะของแรงขับอารมณ์แบบกลุ่ม ใจร้อน (Impulsively) ของสมาธิสั้น แต่มันคืออะไรที่ทำให้เราต้องเดินก็ไม่รู้ ?
ผมอธิบายความรู้สึกได้ แต่อธิบายด้วยหลักการไม่ได้ว่ามันคืออะไร ? ทำให้โดนแต่คนด่าว่า “เพลอเจ้อ คิดไปเอง” "อ้างนู่นอ้างนี้ มีที่ไหนที่ต้องเดินถึงจะจ่ดจอ มีสมาธิได้ เขามีแต่ต้องอยู่นิ่งๆ สมาธิถึงจะเกิด" แต่เมื่อได้มีโอกาสคุยกับ Asperger คนอื่น ผมก็พบว่า มีบางคนที่เป็นแบบผม นั้นก็คือเขาอยู่นิ่งๆ แล้วจะจดจ่อโฟกัสกับความคิดไม่ได้เลย ต้องเคลื่อนไหวร่างกายถึงจะคิดอะไรออก ผมจึงคิดว่าแบบนี้ไม่ใช่เราคิดไปเองแล้ว น่าจะเป็นอาการอะไรบางอย่างแน่ แต่ว่ามันคืออะไรกันละ ?............................
❤ ระบบประสาทสัมผัส
ผมอาจเคยพูดกับทุกคนว่า ระบบประสาทสัมผัสของมนุษย์มี 5 ด้าน ได้แก่ การได้ยิน การมองเห็น การได้กลิ่น การรับรส และการสัมผัส แต่ความจริงแล้วมันพื้นฐานมาก เพราะสำหรับเรื่องของประสาทสัมผัสจริงๆ เวลาเรามอง เราจะมองตามทฤษฎีการบูรณาการประสาทสัมผัส (Sensory Integration Theory) ของ Anna Jean Ayres (1972) ครับ โดยจะแบ่งออกเป็น 7 ด้าน ได้แก่
👉 ระบบการมองเห็น (Visual System)
👉 ระบบการได้ยิน (Auditory System)
👉 ระบบการรับสัมผัส (Tactile System)
👉 ระบบการรับรส (Gustatory System)
👉 ระบบการรับกลิ่น (Olfactory System)
👉 ระบบการทรงตัวและการเคลื่อนไหว (Vestibular System)
👉 ระบบการรับรู้ตำแหน่งของร่างกาย (Proprioceptive System)
ที่นี้ประเด็นก็คือ Anna ได้บอกว่า จะมี 3 ระบบพื้นฐานที่สำคัญ และเป็นเหมือนกับรากแม่สีไปถึงระบบประสาทสำผัสของประเภทอื่นอีกด้วย นั้นก็คือ ระบบการรับสัมผัส ระบบการทรงตัวและการเคลื่อนไหว และระบบการรับรู้ตำแหน่งของร่างกาย ซึ่งเมื่อเรามองด้วยพื้นฐานของประสาทสัมผัสเพียงแค่ 5 ด้าน ก็จะเห็นได้ว่าเราจะตกประสาทสัมผัส 2 ประเภทนี้ไป นี้คือเหตุผลที่ผมไม่สามารถอธิบายปัญหาของผมได้ว่ามันมาจากอะไร ? จึงทำให้รู้ด้วยความรู้สึกแค่นั้น แต่อธิบายถึงรากของปัญหาไม่ได้ นั้นก็เพราะว่า ผมไม่มีข้อมูลของประสาทสัมผัส 2 ประเภทนี้............................
❤ เมื่อใช้อธิบายพฤติกรรมของออทิสติก
ผมจึงขออธิบายเจาะจง เรื่องของระบบประสาทสัมผัสที่สำคัญเพียงแค่ 2 ประเภทก่อนนะครับ ว่าเกี่ยวข้องกับออทิสติกอย่างไร ? นั้นก็คือ ด้านการทรงตัวและการเคลื่อนไหว (Vestibular System) และด้านระบบการรับรู้ตำแหน่งของร่างกาย (Proprioceptive System)
👉 ระบบการทรงตัวและการเคลื่อนไหว (Vestibular System)
เด็กบางคนเป็นกลุ่มตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวรุนแรงกว่าปกติในเรื่องนี้ได้ เช่น กลัวการแกว่งชิงช้า กลัวบันไดเลื่อน กลัวลิฟต์ กลัวการกระโดด ไม่ชอบเล่นเครื่องเล่นสวนสนุก ส่วนเด็กบางคนเป็นกลุ่มตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวน้อยเกินไปในเรื่องนี้ได้ เช่น หมุนตัวซ้ำๆ วิ่งวนโยกตัว กระโดดตลอดเวลา ชอบเครื่องเล่นที่หมุนแรง และเด็กบางคนเป็นกลุ่มมีปัญหาเรื่องการทรงตัวได้ เช่น ยืนขาเดียวลำบาก เดินบนคานลำบาก ล้มบ่อย วิ่งไม่มั่นคง ขี่จักรยานยาก เป็นต้น
👉 ระบบการรับรู้ตำแหน่งของร่างกาย (Proprioceptive System)
สำหรับประสาทสัมผัสด้านนี้คือ เป็นความสามารถในการรับรู้ว่า แขน ขา ลำตัว อยู่ตำแหน่งใด กล้ามเนื้อกำลังออกแรงมากหรือน้อยแค่ไหน ร่างกายกำลังเคลื่อนไหวอย่างไร ส่วนปัญหาที่พบในออทิสติกได้ เช่น กอดแรงเกินไป จับดินสอแน่นมาก ทำของตกแตกบ่อย เขียนหนังสือกดแรงจนกระดาษขาด เดินชนโต๊ะ ชนประตู กะระยะห่างของร่างกายลำบาก เล่นกีฬาได้ยาก ซึ่งบางปัญหาเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้เกิดปัญหา ระบบกับกล้ามเนื้อมัดใหญ่ (Gross Motor Skills) ได้เช่นกัน
และที่สำคัญก็คือ ปัญหาในเรื่องนี้อาจเชื่อมโยงกับปัญหาด้านพฤติกรรมไม่ยืดหยุ่น (Repetitive Behavior) ของออทิสติกได้ด้วย เช่น การกระโดดซ้ำๆ การกระแทกตัวกับเบาะ การปีนป่ายตลอดเวลา การกำมือแน่น การบีบวัตถุซ้ำ ๆ ซึ่งในเด็กบางคนที่มีปัญญาในด้าน “ประสาทสัมผัสด้านการรับรู้ตำแหน่งที่ช้า” (Proprioceptive hyposensitivity) นั้น เด็กกลุ่มนี้อาจกระโดดซ้ำๆ เพื่อทำให้การรับรู้ของเอ็น ข้อต่อ ชัดเจนขึ้น แล้วเด็กจะรู้สึกสบายใจ จนกลายเป็นพฤติกรรมที่มองจากภายนอกที่เราจะเรียกว่า “การกระตุ้นตัวเอง”............................
❤ ประสบการณ์ตรงของผม
สำหรับประเด็นใหญ่เลยก็คือ ผมก็พึ่งมารู้ว่าผมมีปัญหาเรื่องระบบการทรงตัว และการเคลื่อนไหวและระบบการรับรู้ตำแหน่งของร่างกายครับ
👉 ระบบการทรงตัวและการเคลื่อนไหว (Vestibular System)
ตั้งแต่ผมจำความได้อายุประมาณ 3 ขวบ ผมไม่สามารถเล่นเครื่องเล่นพาดโพนได้ เช่น เล่นของเล่นในสวนสนุกไม่ได้ ล่องแก่ง รถไฟเหาะ รวมไปถึงของเล่นพื้นฐานเช่น โหนบาร์ นั่งชิงช้าก็ไม่ได้ เวลาที่นั่งชิงช้าผมจะเอาแต่ร้องว่า “กลัวๆๆๆๆๆๆๆ” เพราะมันจะมีความรู้สึกว่าแหว่งๆ ลอยๆ ไม่มั่งคงปลอดภัย ปั่นป่วนท้อง ปวดหัว เหมือนตกนรกทั้งเป็น ซึ่งปัญหานี้เราเรียกว่า “ภาวะไม่มั่นคงทางแรงโน้มถ่วง” (Gravitational Insecurity)
และผมยังมีปัญหาเรื่องการเล่นอะไรที่ต้องทรงตัว เช่น เดินทรงตัวได้ยาก ล้มบ่อย เดินบนท่อนไม้ไม่ได้ กระโดนเชือกไม่ได้ และปั่นจักรยานได้ยาก ผมจำได้แม่นว่าตอนอายุ 6 ขวบ ผมโดนผู้ใหญ่เอาผมไปเทียบกันรุ่นน้องอายุ 3 ขวบแถวบ้านว่า “ดูซิ น้องเป็นผู้หญิงยังสามารถถอดล้องจักรยานเล็กช่วยทรงตัวได้เลย ตัวเองเป็นพี่ภาษาอะไรยังต้องใส่ล้อช่วยทรงตัว ไอ้ใจเสาะ พอจะถอดล้อเล็กออกก็เอาแต่ร้องว่ากลัวๆๆๆ” ซึ่งกรณีนี้ เราเรียกว่าเป็นปัญหาเรื่อง Balance Control ซึ่งทั้ง 2 ปัญหานี้ มันคือปัญหาเรื่องภาวะผิดปกติในด้านการประมวลผลระบบประสาทการทรงตัว (Vestibular Sensory Disorder)
👉 ประสาทสัมผัสหลาดด้านที่ช้าไป” (Multi -Hyposensitivity)
ส่วนในกรณีของผมที่ต้องเดินไปเดินมาถึงจะคิดอะไรออก จินตนาการได้ มีการจดจ่อ โฟกัส หัวแล่นในเรื่องที่สนใจได้มากขึ้น ก็สามารถอธิบายได้ด้วย SI ในบางคนเช่นกัน แต่ไม่ใช่เด็กทุนคนที่มีพฤติกรรมนี้จะมีปัญหามาจากเรื่องระบบประสาทสัมผัสทั้งหมดนะครับ ซึ่งเรื่องนี้สำหรับเด็กที่มีปัญหาประสาทสัมผัส สามารถอธิบายในเชิง “ประสาทสัมผัสหลาดด้านที่ช้าไป” (Multi -Hyposensitivity) ได้ประมาณนี้ครับ
สำหรับเด็กบางคนอาจมีอาการเดินไปเดินมา โยกเก้าอี้ แกว่งขา หมุนตัว ลุกขึ้นยืนบ่อย เพราะว่าเขาต้องการให้ระบบประสาทได้รับข้อมูลเพียงพอมากขึ้น เพื่อเร่งทำให้ระดับความตื่นตัวของสมอง (Arousal) ความสนใจ (Attention) เพิ่มขึ้น ในขณะที่คนทั่วๆ ไปไม่ต้องมีพฤติกรรมนี้ เด็กที่มีพฤติกรรมแบบกลุ่มนี้ เราจะเรียกว่า “เด็กกลุ่มตอบสนองต่อข้อมูลการเคลื่อนไหวต่ำกว่าที่ควร” (Vestibular Under-Responsivity) ซึ่งอาการนี้สำหรับเด็กบางคน อาจเดินไปเดินมาเพื่อให้กล้ามเนื้อขาออกแรง ข้อต่อรับแรงกด ลำตัวเคลื่อนไหว แล้วจะทำให้เด็กรู้สึก มั่นคง สงบ รับรู้ร่างกายชัดเจนขึ้น ซึ่งเราจะเรียกอาการของเด็กที่เป็นกลุ่มนี้ว่า “เด็กที่ต้องใช้การเคลื่อนไหวเพื่อจัดระเบียบสมอง” (Proprioceptive Seeking)
จึงไม่น่าแปลกใจที่เด็กพิเศษบางคนรวมทั้งผม เวลาที่ต้องใช้ความคิด จินตนาการ การจดจ่อ โฟกัส กับเรื่องใด จะต้องเดินไปเดินมา อยู่นิ่งไม่ได้ไม่อย่างนั้นจะคิดอะไรไม่ออก สมองตัน หัวไม่แล่น เพราะเราอาจมีปัญหาด้านระบบประสาทสัมผัสด้านนี้ได้จริงๆ ที่ต้องใช้การเครื่องไหวเพื่อไปกระตุ้นการจดจ่อ การสนใจ (Attention) ในขณะที่คนทั่วไปไม่จำเป็นต้องทำ............................
❤ บทสรุป
มาถึงบทสรุปกันแล้ว ผมเองก็เพึ่งจะรู้จักเรื่องของ SI จริงๆ เพราะก่อนหน้านี้ผมอยู่แต่สายจิตวิทยา จึงไม่ได้มีการรู้จักเรื่องของ SI แบบลึกๆ สุดท้ายปัญหาเหล่านี้หากรู้ตั้งแต่แรกจะช่วยเหลือกันได้ครับ จึงมาเขียนให้พวกเราได้รู้จัก SI กัน เพราะเรื่องนี้สำคัญมากและไม่ค่อยมีใครรู้จัก ตอนนี้รู้สึกดีใจมากที่สามารถเข้าใจปัญหาที่ตัวเองเป็นตั้งแต่เด็กและอธิบายได้ อย่างไรก็ตามเรื่องที่ผมเขียนมานี้เป็น SI ที่เบี้องต้นมาก ไว้ถ้าผมศึกษาเพิ่มเติมแล้วจะมาเขียนบทความกันอีกครับ
และที่สำคัญที่สุด เราอย่างไปตัดสินสิ่งที่เด็กเป็น เพราะเราไม่ใช้ตัวเด็ก เราไม่รู้ว่าสิ่งที่เด็กเป็นนั้น อาจไม่ใช่แบบที่เราคิดตามความรู้ที่เรามีก็ได้ ส่วนถ้าจะถามว่าความรู้เฉพาะทางลึกแบบนี้ เราจะไปรู้ได้อย่างไรว่าลูกเราเป็นไหม ? คำตอบง่ายๆ เลยก็คือ “ไม่ต้องรู้ลึกๆ ก็ได้ เพราะเราไม่ได้เรียนมาแบบนักวิชาชีพ” แต่เมื่อใดก็ตามที่เราพบปัญหาว่า เด็กมีพฤติกรรมบางอย่างไม่เหมือนเพื่อน เราควรจะรีบส่งไปตรวจ คัดกรอง กับนักกิจกรรมบำบัด แพทย์พัฒนาการครับ
ส่วนคนที่เคยต่อว่าผมก็พูดยากเนอะเพราะก็เขาไม่รู้นิ เอาเป็นว่าถ้าเรายังรู้สึกคาใจ ก็ขอให้ตอบในใจไปเลยละกันครับว่า “ที่ผมทำอะไรได้ไม่เหมือนชาวบ้าน นั้นก็เพราะว่า สมองของผมไม่เหมือนกับสมองของพวกคุณไงละ” โอเคเนอะ... 🤣............................
❤ อ้างอิง
Ayres, A. J. (1972). Sensory integration and learning disorders. Western Psychological Services: Los Angeles
Salah, A., Amr, M., El-Sayed, M. et al. (2024). Sensory processing patterns among children with autism spectrum disorder (ASD) and attention deficit hyperactivity disorder (ADHD) using short sensory profile and evoked potentials: a case–control study. Middle East Curr Psychiatry, 31(52), 1-14.
#ออทิสติก #เรื่องออทิสติกโดยPสุรเชษฐ์ #แอสเพอร์เกอร์ #จิตวิทยา #พัฒนาการเด็ก #เด็กปฐมวัย #เด็กพิเศษ #ทักษะสังคม #สมาธิสั้น #เด็กพิเศษ #เล่นของเล่นทรงตัวไม่ได้ #เด็กปฐมวัย #จิตวิทยาเด็กและวัยรุ่น #หัวไม่แล่น #การศึกษา #การศึกษาพิเศษ #ครอบครัว #แม่และเด็ก #ผู้พิการ #เด็กและวัยรุ่น #ความรู้สังคมไทย