D-POT ดีพอตรักปอด ดูแลปอด

D-POT ดีพอตรักปอด ดูแลปอด ดีพอต มีส่วนช่วยดูแลปอด ทางเดฺินหา?

D-POT ดีพอต
1.มีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกับ ป้องกันมะเร็งปอด
2.มีส่วนช่วยกำจัดสารพิษที่จะทำลายปอด ด้านอนุมูลอิสระ
3.มีส่วนช่วยด้านอนุมูลอิสระ เชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา เบาหวาน
4.มีส่วนช่วย แก้การไอ หอม ขับเสมหะ ขยายหลอดลม
5.มีส่วนช่วยป้องกันทำลายปอดจากสารพิษ และการทำลายเซลล์ปอด
6.มีส่วนช่วย ด้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดี ป้องกันมะเร็งปอด
7.มีส่วนช่วย ช่วยปอดมีประสิทธิภาพการทำงาน

ได้ดีขึ้น
8.ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหอบหืด การอับเสบของทางเดินหายใจ

ดีพอต D-POT ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับปอด
ส่วนประกอบสำคัญใน 1เม็ด (1,000 มิลลิกรัม)

1.สารสกัดจากกระเทียม (Garlic extract) 300 มก.
2.สารสกัดจากแอปเปิ้ล (Apple extract) 180 มก.
3.สารสกัดจากโสม (Ginseng extract) 100 มก.
4.สารสกัดขิง (Ginger extract) 80 มก.
5.สารสกัดบร็อคโคลี่ (Broccoli extract) 55 มก.
6.สารสกัดจากเมล็ดแฟลกซ์ (Flaxseed extract) 50 มก.
7.สารสกัดแครอท (Carrot extract) 45 มก.
8.กรดแอสคอร์บิค (Ascorbic acid) 40 มก.
9.ชิงค์อะมิโนแอซิดดีเลต 20% (Zinc amino acid chelate 20%) 30.5 มก.
10.วิตามิน (D3 Vitamin D3) 0.5 มก.

วิธีรับประทาน: รับประทานวันละ 1 เม็ต
ขนาดบรรจุ : 1 กล่อง 3 แผง แผงละ 10 เม็ด รวม 30 เม็ด
เลขสารบบ อย. : 10-1-15456-5-0026
วิธีรับประทาน : วันละ 1-2 เม็ด
ราคา 1765 บาท

28/08/2021

D-POT ดีพอต #รักปอด #ดูแลปอด #ดีพอต
ช่วยระบบหายใจ ดูแลปอด ให้สะอาด

ไอบ่อย ๆ ไม่หายสักที ไอจนลูกกระเดือกเจ็บไปหมดแล้ววว คือ หนึ่งในอาการที่มักมาคู่กันเมื่อเรามีอาการ เป็นหวัด เป็นไข้ น้ำมู...
28/08/2021

ไอบ่อย ๆ ไม่หายสักที ไอจนลูกกระเดือกเจ็บไปหมดแล้ววว คือ หนึ่งในอาการที่มักมาคู่กันเมื่อเรามีอาการ เป็นหวัด เป็นไข้ น้ำมูกไหล ซึ่งอาการ น้ำมูกไหลลงคอ นี่เอง ที่ทำให้เราไอ เนื่องจาก ร่างกายจะพยายามทำให้ปอด และทางเดินหายใจโล่งขึ้น เพื่อกำจัดสิ่งแปลกปลอม ที่เข้าไปในทางเดินหายใจ ทั้งนี้ อาหารบางอย่าง ก็มีส่วนช่วยทำให้เราไอหนักกว่าเดิมได้ แล้วมีอะไรบ้างนะ ที่เป็น อาหารแสลงสำหรับคนไอ ? มาดูกันเลย
1 อาหารที่มีรสหวานจัด
เช่น ของหวาน ขนมหวาน น้ำอัดลม น้ำผลไม้สำเร็จรูป และน้ำหวานทุกชนิด เนื่องจากน้ำตาลในอาหาร ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการอักเสบ และการติดเชื้อในร่างกาย ทำให้ผู้ที่ป่วยเป็นหวัด อาการไม่ดีขึ้น หรืออาจมีอาการหนักกว่าเดิมก็ได้ ช่วงที่ไอมาก จึงควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสหวาน ๆ เป็นการชั่วคราว
2 อาหารหรือเครื่องดื่มเย็น ๆ
ความเย็น เป็นอีกหนึ่งตัวการที่กระตุ้นให้เกิดอาหารไอ ช่วงที่เราเป็นหวัด และมีอาการไอ จึงควรหลีกเลี่ยงอาการ และเครื่องดื่มต่าง ๆ
ที่มีความเย็น เช่น น้ำเย็น น้ำแข็ง ไอศกรีม เป็นต้น
3 อาหารรสจัด หรืออาหารมัน ๆ
อาหารรสจัด และอาหารที่มีไขมันสูง เป็นอาหารที่ก่อให้การระคายเคืองภายในลำคอ และกระตุ้นให้เกิดอาการไอมากขึ้น
4 ผลไม้ฤทธิ์เย็น
แม้ว่าผลไม้จะอุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุที่ดีต่อร่างกาย แต่ก็ใช่ว่า เราจะกินผลไม้ทุกอย่างได้ตลอดเวลา เช่น ผลไม้ฤทธิ์เย็นอย่าง แตงโม แคนตาลูป หรือแตงไทย เพราะผลไม้ประเภทนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นผลไม้ที่มีน้ำมาก ทำให้เกิดการระคายเคืองภายในลำคอ แถมความเย็นในผลไม้ ยังไปกระตุ้นให้เกิดอาการไอมากขึ้น และทำให้หายใจไม่สะดวกด้วย
5 ผลไม้ที่แข็ง ย่อยยาก และมีแป้งมาก
นอกจากผลไม้ฤทธิ์เย็นแล้ว ผลไม้ที่อุดมไปด้วยแป้ง มีลักษณะแข็ง เช่น มะม่วงดิบ มะละกอ หรือกล้วย ก็สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการไอได้เช่นกัน เพราะเมื่อเป็น ไข้หวัด ร่างกายจะมีอุณหภูมิที่สูงมากอยู่แล้ว การกินผลไม้ดังกล่าว จะทำให้ร่างกายต้องเผาผลาญพลังงานมาก ทำให้เกิดความร้อนในร่างกาย และร่างกายก็จะมีอุณหภูมิสูงขึ้น จนอาจทำให้ชักได้
6 นม และผลิตภัณฑ์จากนม
แม้ว่านมจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่สำหรับผู้ที่แพ้โปรตีนจากนมแล้ว การหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์จากนมทุกชนิด เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะผลิตภัณฑ์จากนม มีส่วนทำให้น้ำมูกข้น และเหนียวขึ้น จนอาจขัดขวางทางเดินหายใจ จนทำให้หายใจลำบากขึ้นกว่าเดิมได้
แต่ถ้าว่าหากคุณเป็นคนที่ไม่มีปัญหาอะไรกับดื่มนม หรือกินอาการที่ผลิตจากนม เช่น ดื่มนมอุ่น ๆ หรือโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ก็จะเป็นการช่วยเพิ่มวิตามินดี และจำนวนโพรไบโอติกส์ในร่างกาย ซึ่งสามารถช่วยป้องกันเชื้อแบคทีเรีย และไวรัสที่เป็นสาเหตุของไข้หวัดได้
7 สุรา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อื่น ๆ
เนื่องจากแอลกอฮอล์มีฤทธิ์กดภูมิต้านทานในร่างกาย แถมยังละลายตัวยา ที่เรากินเข้าไปเพื่อแก้หวัด แก้คัดจมูก หรือ ลดน้ำมูก และอาการไอ มีส่วนทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลง ดังนั้น ในช่วงที่ป่วยและยัง รักษาไข้หวัด อยู่ จึงควรลด ละ เลิก การดื่มสุรา รวมถึงเครื่องดื่มแอลกฮอล์ทุกชนิดไปก่อน
8 ขนมปัง และแครกเกอร์
โดยเฉพาะขนมปังที่ทำมาจากแป้งขัดขาว เพราะแม้ว่าขนมปัง และแครกเกอร์ จะเป็นของที่กินได้ง่ายช่วงป่วย และทำให้ไม่อยากกินอะไร แต่แป้งขัดขาว สามารถจะย่อย และเปลี่ยนเป็นน้ำตาลได้เร็วมาก ทำให้ร่างกายที่กำลังอ่อนแอ เสี่ยงต่อการเกิดอักเสบ และอาจติดเชื้อโรคมากขึ้น ทำให้อาการป่วยที่เป็นอยู่แล้ว อาการหนักกว่าเดิมได้ ถ้าอยากกินขนมปังเป็นหวัด ควร
เลือกกินขนมปังหรือโฮลวีท หรือโฮลเกรน จะดีกว่า
เมื่อรู้แล้วว่า อาหารชนิดไหนบ้างที่เป็น อาหารแสลงสำหรับคนไอ ในช่วงที่ยังป่วยอยู่ หรือยังมีอาการ คัดจมูกหายใจไม่ออก หรือ น้ำมูกไหลลงคอ ก็ควรงดการกินอาหารเหล่านี้เอาไว้ก่อนดีกว่า และอดใจรอไว้กินในช่วงที่หายไอ หายเป็นหวัดแล้วดีกว่า เพื่อป้องกันไม่ให้มีอาการหนักขึ้น และจะได้หายป่วยเร็ว นะค่ะ

" สิ่งเหล่านี้ ....กำลังจะทำลายปอด ของคุณ"  สารพิษ  ควันพิษ มลพิษ สะสมนาน  ไม่ดีต่อ (PM2.5) สุขภาพแน่    ดีพอต วิตามิน ล...
28/08/2021

" สิ่งเหล่านี้ ....กำลังจะทำลายปอด ของคุณ"
สารพิษ ควันพิษ มลพิษ สะสมนาน ไม่ดีต่อ (PM2.5) สุขภาพแน่
ดีพอต วิตามิน ล้างสารพิษในปอด วันละ เม็ด ช่วยให้หายใจได้คล่องขึ้น
#หายใจโล่งปลอดโปร่ง ไร้กังวลเรื่องควันพิษ (PM2.5)
#ภูมิแพ้ #หอบหืด #หายใจมีเสียงวี้ดๆ #เหนื่อยหอบ #เหนื่อยง่าย
#ไอจามเรื้อรัง จนเสียบุคลิก #หายใจไม่สะดวก #หายใจมีเสมหะ
แนะนำ D-POT ดีพอต สำหรับระบบการหายใจและปอด ต้านอนุมูลอิสระ
ลดภูมิแพ้ มีส่วน ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้ ปอดแข็งแรง
🍀 D-POTดีพอต สารสกัดจากสารธรรมชาติ 100% 🍀
♻️ เลขทบ. อย. 10-1-15456-5-0026
ตรวจสอบ♻️
🎯 D-POTดีพอต 1กล่อง บรรจุ 30 เม็ด ราคากล่องละ 1,765 บาท
ติดต่อสั่งซื้อโทร 096-642-9462 คุณสุนี คะ

ไอเรื้อรัง ปล่อยไว้นานอาจอันตรายกว่าที่คิดไอเรื้อรัง คือ การไอที่มีระยะเวลาติดต่อกันเป็นเวลาอย่างน้อย 8 สัปดาห์ ภาวะไอเร...
28/08/2021

ไอเรื้อรัง ปล่อยไว้นานอาจอันตรายกว่าที่คิด
ไอเรื้อรัง คือ การไอที่มีระยะเวลาติดต่อกันเป็นเวลาอย่างน้อย 8 สัปดาห์ ภาวะไอเรื้อรัง มีสาเหตุหลากหลาย อาจเกิดจากภาวะติดเชื้อ หรือภาวะที่ไม่เกี่ยวกับการติดเชื้อ เช่น ภูมิแพ้ หลอดลมอักเสบ หอบหืด บางกรณี ภาวะไอเรื้อรัง อาจเกิดจากโรคอื่นๆที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางเดินหายใจ เช่น กรดไหลย้อน ภาวะหัวใจวาย
ไอแบบไหน ที่ไม่ควรปล่อยไว้ ควรได้รับการฟื้นฟู
- ไอติดต่อกันมากกว่า 8 สัปดาห์
- อาการไอรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
- อาการไอที่มีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น มีเลือดปน น้ำหนักลด เบื่ออาหาร หอบเหนื่อย อ่อนเพลีย เจ็บหน้าอก
- ไอจากการสัมผัสกับผู้ป่วยวัณโรคหรืออยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยวัณโรค
- มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ไต หัวใจ เมื่อมีอาการไอ ควรปรึกษาแพทย์
ไอเรื้อรัง อาจเพราะเป็นหนึ่งในอาการของโรคเหล่านี้
- วัณโรคปอด แม้ในระยะแรกไม่มีอาการ แต่เมื่อโรคลุกลามมากขึ้นจะมีอาการเรื้อรัง มีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด บางรายอาจไอเป็นเลือด เจ็บหน้าอก หอบเหนื่อย
- มะเร็งปอด เมื่อโรคเป็นมากขึ้น มีอาการไอเรื้อรัง บางรายอาจมีอาการเจ็บหน้าอ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด หรือมีไข้ร่วมด้วย
- ถุงลมโป่งพอง มักพบในคนที่มีประวัติสูบบุหรี่จัดมานาน ผู้ป่วยมักมีอาการไอแบบมีเสมหะเรื้อรัง และหอบเหนื่อยง่าย มีหายใจเสียงดัง
- โรคหืด มักมีอาการไอ โดยเฉพาะเวลากลางคืน อากาศเย็น ความรุนแรงของโรคขึ้นอยู่กับขนาดหลอดเลือดฝอยว่าตีบมากหรือน้อย อาการมีได้ตั้งแต่หายใจดัง หอบเหนื่อย อาการมักกำเริบเมื่อติดเชื้อทางเดินหายใจร่วมด้วย
- โรคภูมิแพ้อากาศ มักมีอาการคันจมูก คันคอ ไอ จาม บางรายน้ำมูกใสๆร่วมด้วย
- กรดไหลย้อน มีอาการไอแห้งๆ โดยเฉพาะหลังอาหาร หรือล้มตัวลงนอน อาจจะมีอาการแสบร้อนในอกหรือเรอเปรี้ยวร่วมด้วย
- ไซนัสอักเสบ มักจะมีอาการเป็นหวัดหรือโรคภูมิแพ้อากาศนำมาก่อน บางรายอาการหวัดอาจดีขึ้นในช่วงแรกแล้วแย่ลงภายหลัง มักไอเวลากลางคืนเพราะน้ำมูกไหลลงคอ
- ภาวะทางเดินหายใจไวต่อสิ่งกระตุ้น พบตามหลังโรคติดเชื้อทางเดินทางหายใจ คือ เมื่ออาการหวัดหายแล้ว แต่ยังมีอาการไออยู่ โดยไอมากกลางคืนหรือเวลาอากาศเย็นๆ ถูกลม
สนใจปรึกษาแนวทางการฟื้นฟูแบบธรรมชาติ
ดีพอตบำรุงปอดแข็งแรง โทร 096-642-9462 คุณสุนีค่ะ

 #ภูมิแพ้  #หอบหืด  #เหนื่อยง่าย  #หายใจไม่เต็มปอด  #หายใจติดขัด #ถุงลมโป่งพอง  #ปอดอักเสบ  #ปอดอุดกั้น  #มะเร็งปอด เจอส...
28/08/2021

#ภูมิแพ้ #หอบหืด #เหนื่อยง่าย #หายใจไม่เต็มปอด #หายใจติดขัด
#ถุงลมโป่งพอง #ปอดอักเสบ #ปอดอุดกั้น #มะเร็งปอด เจอสารพิษบ่อยๆ
ฝุ่นละออง มลภาวะเป็นพิษ ต้องรีบป้องกันและฟื้นฟู
🙏 เพราะปอดเรา...นั้นสำคัญ มาช่วยกันดูแลปอด ให้ปลอดจากฝุ่นพิษ
ไวรัส และมลภาวะรอบตัว
ช่วยควบคุมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย มีส่วนช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายต่อสู้กับโรคต่างๆได้ดีขึ้น
ช่วยทำให้หลอดเลือดแข็งแรงยิ่งขึ้น
ช่วยป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคหอบหืด
ช่วยยับยั้งการเจริญของเนื้อที่ผิดปกติ มีฤทธิ์ด้านการเจริญของแบคที่เรียและเชื้อรา
ช่วยกระตุ้นการบีบตัวของกระเพาะอาหารและลำใส้ ขับลม แก้ท้องอืด
จุกเสียด แน่นเฟ้อ คลื่นไส้อาเจียน แก่หอบไอ ขับเสมหะ แก้บิด
D-POT (ดี-พอต)ผลิตภัณฑ์บำรุงปอด
ช่วยในการรักษาและป้องกันโรคหวัดต่างๆ
ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด
ช่วยลดอาการที่เป็นผลมาจากสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้
ช่วยควบคุมการทำงานของอินซูลินในร่างกายได้ดีขึ้น
ช่วยควบคุมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย มีส่วนช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของไวรัส และ มลภาวะรอบตัว
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม โทร 096-642-9462
ยินดีดูแล ให้คำปรึกษา #ดีพอต ดีต่อปอด #รักปอด #ดูแลปอด #ภูมิแพ้ #ไอ #จาม จึงอยากแนะนำ ช่วยแชร์ข้อมูลดีๆของเพจนี้
เพื่อเป็นวิทยาทานได็นะคะ

รักปอด ดูแลปอด D-POT ดีพอต
28/08/2021

รักปอด ดูแลปอด D-POT ดีพอต

ที่อยู่

86/272ซอย ท่าข้าม 28/1 แสมดำ บางขุนเทียน กรุงเทพ
Bangkok
10150

เบอร์โทรศัพท์

+66966429462

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ D-POT ดีพอตรักปอด ดูแลปอดผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง D-POT ดีพอตรักปอด ดูแลปอด:

แชร์