สุขภาพตับและไต ล้างพิษ ฟื้นฟู บำรุง ไตวาย ตับอักเสบ ท้องมาน

สุขภาพตับและไต ล้างพิษ ฟื้นฟู บำรุง ไตวาย ตับอักเสบ ท้องมาน ดีไทด์ เหมาะสำหรับ ไตวาย ไตเสื่อม ฟอกไต
กรีนแอล เหมาะสำหรับ โรคตับ ไขมันพอกตับ ตับอักเสบ Inactive Ingredient
Microcrystalline Cellulose (USP/FCCV) 159.987 มก.

กรีนแอล Green-L อาหารเสริมบำรุงตับ

เหมาะสำหรับ
-ผู้ที่ทานยาบ่อย
-ผู้ที่ดื่มเหล้าเป็นประจำ
-ผู้ที่มีอาการตาเหลือง
-ผู้ที่เป็นโรคไวรัสตับ
-ผู้ที่ผิวหมองคล้ำ
-ผู้ที่เคยทานกลูต้าไธโอน

ส่วนประกอบที่สำคัญใน 1 แคปซูล

สารสกัดจากโรสฮิป (Rosehip Extract) 240 มก.
อาร์ติโชค (Artichoke Powder) 200 มก.
สารสกัดจากชาเขียว (Green Tea Extract) 180 มก.
สารสกัดจากอัลฟาฟ่า (Alfalfa Extract) 125 มก.
แอล-ซีสเตอีน (L-

Cysteine HCL anhydrois) 95 มก. Titanium Dioxide (USP/FCC) 0.004 มก. Magnesium Stearate (USP/EU/FCC) 0.004 มก. Silicon Dioxide (USP/EU/FCC) 0.005 มก.
ขนาดบรรจุ : 1 กล่อง 3 แผง แผงละ 10 แคปซูล รวม 30 แคปซูล ราคา 1,765 บาท
เลขสารบบ อย. : 10-1-15456-1-0018
วิธีรับประทาน : วันละ 1 เม็ด ก่อนนอน
คำเตือน : อ่านคำเตือนในฉลากก่อนบริโภค ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ดี-ไทด์ (D-Tide) อาหารเสริมสำหรับไต

เหมาะสำหรับ
-ผู้ที่ชอบทานของเค็มจัด ของหมักดอง ชอบทานอาหารรสจัด
-ผู้ที่ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะมีกลิ่น หรือปัสสาวะมีฟอง
-ผู้ที่ปวดเอว ปวดหลังบริเวณไต
-ผู้ที่มีอาการบวมน้ำ ตัวบวม
-ผู้ที่ป่วยเป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง

ส่วนประกอบที่สำคัญใน 1 แคปซูล

Schisandra Extract (สารสกัดจากโหงวบี่จี) 145 มก. Dandelion Extract (สารสกัดจากแดนดิไลออน) 140 มก. Garlic Extract (สารสกัดจากกระเทียม) 125 มก. Goji Berry Extract (สารสกัดจากโกจิเบอร์รี่) 100 มก. Cranberry Juice Powder (ผงน้ำแครนเบอร์รี่) 100 มก. Fish Oil Powder (ผงน้ำมันปลา) 100 มก. Brown Algae Extract (สารสกัดจากสาหร่ายสีน้ำตาล) 80 มก. Reishi Extract (สารสกัดจากเห็ดหลินจือ) 60 มก. Black Sesami Extract (สารสกัดจากงาดำ) 40 มก. Horsetail Extract (สารสกัดจากหญ้าหางม้า) 20 มก.
สารป้องกันการจับตัวเป็นก้อน (INS 460i, INS 470iii, INS 551), สีธรรมชาติ (INS 171)
ขนาดบรรจุ : 1 กล่อง 30 เม็ด
ราคา 1,765 บาท
เลขสารบบ อย. : 10-1-15456-5-0023
วิธีรับประทาน : วันละ 1-2 เม็ด ก่อนนอน
คำเตือน : อ่านคำเตือนในฉลากก่อนบริโภค ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

ภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยที่เป็นโรคไตวายเฉียบพลัน หรือ โรคไตวายเรื้อรัง ซึ่งถือได้ว่าเป็นกลุ่มผู้ป่วยโรคไตขั้นรุนแรง ย่อมได้...
13/11/2021

ภาวะแทรกซ้อน
ในผู้ป่วยที่เป็นโรคไตวายเฉียบพลัน หรือ โรคไตวายเรื้อรัง ซึ่งถือได้ว่าเป็นกลุ่มผู้ป่วยโรคไตขั้นรุนแรง ย่อมได้รับผลกระทบต่อร่างกายในทุก ๆ ส่วน โดยเฉพาะการเกิด ภาวะแทรกซ้อน ตามมา ดังนี้

อาการภาวะแทรกซ้อน อันเนื่องมาจากผู้ป่วยเป็นโรคไตวายเฉียบพลัน และ โรคไตวายเรื้อรัง ถือได้ว่าสามารถเกิดขึ้นได้กับผู้ป่วยทุกคนที่เป็นโรคชนิดนี้ การระมัดระวังรวมไปถึงการสังเกตอาการของผู้ป่วยอยู่ตลอดเวลาที่ มีอาการผิดปกติ มีโอกาสช่วยทำให้ผู้ป่วยมีความปลอดภัยได้มากยิ่งขึ้น เพราะญาติและผู้ป่วยเอง จะสามารถบอกถึงอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับแพทย์ได้ ซึ่งแพทย์จะทำการตรวจและวินิจฉัยตามอาการ และถ้าค้นพบภาวะแทรกซ้อนและรักษาได้ทันท่วงที ย่อมสามารถยื้อชีวิตผู้ป่วยได้อย่างแน่นอน

1. อาการผู้ป่วยมีภาวะน้ำท่วมปอด

ผู้ป่วยมักจะมีอาการน้ำท่วมปอดเนื่องจากไตไม่สามารถขับน้ำได้เป็นปกติ หรือ ขับน้ำไม่ได้ทำให้ผู้ป่วยมีอาการ ปวดหน้าอก หายใจหอบเหนื่อย หายใจลำบาก ซึ่งผู้ป่วยอาจจะมีน้ำภายในร่างกายมากขึ้น บางครั้งก็อาจจะมีผลมาจาก สาเหตุอื่นๆ ร่วมด้วย อย่างเช่น ผู้ป่วยอาจจะได้รับน้ำเข้าทางหลอดเลือดเพิ่มเติมหรือมากจนเกินไป โดยเฉพาะในช่วงที่ผู้ป่วยปัสสาวะออกมาได้น้อยรวมไปถึงผู้ป่วยไม่ได้รักษาความสมดุลของเกลือและน้ำ

#ไต #ดีไทด์ #ไตวาย #ไตเรื้อรัง #เบาหวาน #ความดัน

🍀โรคแอดดิสัน (Addison’s Disease) หรือภาวะต่อมหมวกไตทำงานบกพร่อง (Primary Adrenal Insufficiency หรือ Hypoadrenalism) คือภ...
02/11/2021

🍀โรคแอดดิสัน (Addison’s Disease) หรือภาวะต่อมหมวกไตทำงานบกพร่อง (Primary Adrenal Insufficiency หรือ Hypoadrenalism) คือภาวะผิดปกติชนิดหายากที่ทำให้ต่อมหมวกไตได้รับความเสียหายจนทำให้ไม่สามารถผลิตฮอร์โมน Cortisol และ Aldosterone เพียงพอต่อการใช้งานของร่างกายได้
โรคนี้สามารถเกิดได้กับผู้คนทุกเพศทุกวัย แต่มักพบในผู้ที่มีอายุระหว่าง 30-50 ปี และพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
อาการของโรคแอดดิสัน
โรคแอดดิสัน เป็นโรคที่ตรวจพบได้ยากในระยะต้น เพราะอาการส่วนมากมักใกล้เคียงกับภาวะสุขภาพอื่นๆ เช่น เหนื่อยล้า หมดแรง กล้ามเนื้ออ่อนแรง น้ำหนักลด มีภาวะขาดน้ำ อยากรับประทานอาหารเค็ม หงุดหงิดง่าย เป็นต้น
หากเกิดความเครียด และมีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ก็จะทำให้อาการของโรคนี้รุนแรงมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้มีอาการ เช่น
ความดันโลหิตต่ำขณะลุกขึ้นยืน จนทำให้วิงเวียนหรือหมดสติ
คลื่นไส้ อาเจียน
ท้องร่วง
ปวดท้อง ปวดหลัง หรือปวดข้อต่อ
เหนื่อยล้าเรื้อรัง จนอาจทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าขึ้น
ความต้องการทางเพศลดลงโดยเฉพาะในผู้หญิง
ภาวะประจำเดือนมาไม่ปกติในบางครั้ง หรืออาจทำให้ประจำเดือนขาดหาย
การเจริญพันธุ์ช้ากว่าปกติในเด็ก
ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycaemia)
มีภาวะตกสีน้ำตาล (Hyperpigmentation) บนผิวหนังตามรอยพับส่วนต่างๆ ของร่างกาย รวมถึงบนริมฝีปากและเหงือก
ภาวะรุนแรงของโรคแอดดิสัน
หากเพิกเฉยไม่ทำการรักษาโรคแอดดิสัน จะทำให้ระดับของฮอร์โมนที่ผลิตจากต่อมหมวกไตในร่างกายจะค่อยๆ ลดลง จนเกิดอาการต่างๆ ที่เป็นสัญญาณของภาวะวิกฤติต่อมหมวกไตที่เป็นอันตรายถึงชีวิต ได้แก่
ภาวะขาดน้ำรุนแรง
ผิวหนังเย็นและซีด
เหงื่อออก หายใจสั้น และถี่
วิงเวียน อาเจียน และท้องร่วงรุนแรง
กล้ามเนื้ออ่อนแรงรุนแรง
ปวดศีรษะ ง่วงนอนมากและหมดสติ
สาเหตุของโรคแอดดิสัน
โรคแอดดิสันมักเกิดจากปัญหาด้านระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายโจมตีเนื้อเยื่อชั้นนอกของต่อมหมวกไต (Adrenal Cortex) จนไปยับยั้งการผลิตฮอร์โมนสเตียรอยด์ Aldosterone กับ Cortisol แต่ก็มีสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้เกิดโรคนี้ได้เช่นกัน ได้แก่
วัณโรค (Tuberculosis (TB)) : ภาวะติดเชื้อแบคทีเรียที่ส่งผลกับปอดเป็นหลัก แต่สามารถลุกลามไปยังส่วนอื่นของร่างกายได้ด้วย โรคนี้สามารถทำให้เกิดโรคแอดดิสันขึ้นได้หากการติดเชื้อลามไปสร้างความเสียหายที่ต่อมหมวกไต
การติดเชื้อ : เช่น เชื้อที่เชื่อมโยงกับ AIDS หรือการติดเชื้อราอื่นๆ
การตกเลือด (Haemorrhage) : ภาวะเลือดออกรุนแรงเข้าสู่ต่อมหมวกไต บางครั้งก็มีความเกี่ยวข้องกับโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis) หรือภาวะพิษเหตุติดเชื้อ (Sepsis) ร้ายแรงประเภทอื่น
มะเร็ง (Cancer) : ส่วนมากมักจะเกิดจากมะเร็งบริเวณตำแหน่งอื่นของร่างกาย แต่ลุกลามไปที่ต่อมหมวกไต
แอมีลอยโดซิส (Amyloidosis) : โรคที่สารอะมีลอยด์ (Amyloid) ซึ่งเป็นโปรตีนที่ผลิตจากเซลล์ไขกระดูก เข้าไปสะสมและสร้างความเสียหายในต่อมหมวกไต
การผ่าตัดต่อมหมวกไต (Adrenalectomy) : เช่น การผ่าตัดกำจัดเนื้องอก (Tumour) บนต่อมหมวกไต
โรคประสาทถดถอย (Adrenoleukodystrophy (ALD)) : ภาวะทางพันธุกรรมหายากและร้ายแรงที่เกิดกับต่อมหมวกไตและเซลล์ประสาทในสมอง มักพบในเด็กผู้ชายอายุน้อย
การรักษาโรคคุชชิ่ง (Cushing's Syndrome) บางประเภท : กลุ่มอาการที่เกิดจากการที่มีระดับ Cortisol ในร่างกายสูง
#ดีไทด์ #ไต #ไตวาย #ไตเรื้อรัง #การรักษาไต #อาหารรักษาไต #อาหารบำรุงไต

ทางเดินปัสสาวะอักเสบ เป็นภาวะที่เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ หากเกิดบริเวณกระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะ อาจทำให้รู้...
30/10/2021

ทางเดินปัสสาวะอักเสบ
เป็นภาวะที่เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ หากเกิดบริเวณกระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะ อาจทำให้รู้สึกแสบขณะปัสสาวะ ปัสสาวะไม่สุด ปัสสาวะมีสีขุ่นหรือมีเลือดปน ปวดท้องน้อยหรือบริเวณหัวหน่าว และปัสสาวะอาจมีกลิ่นเหม็นกว่าปกติ แต่หากเกิดการอักเสบบริเวณไตและท่อไต นอกจากจะมีอาการเหมือนกับที่พบในทางเดินปัสสาวะส่วนล่างแล้ว ผู้ป่วยอาจมีไข้สูง หนาวสั่น และมีอาการปวดเอวร่วมด้วย

ระบบทางเดินปัสสาวะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ
1. ทางเดินปัสสาวะตอนบน ซึ่งเป็นส่วนของไตและท่อไต
2. ทางเดินปัสสาวะตอนล่าง ซึ่งเป็นส่วนของกระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะ โดยอวัยวะในระบบทางเดินปัสสาวะที่มักเกิดการอักเสบ คือ กระเพาะปัสสาวะ และในทางการแพทย์มักเรียกภาวะนี้ว่า โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะเป็นปัญหาที่พบบ่อยทั้งในผู้ใหญ่และเด็ก ซึ่งมักเกิดในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะในช่วงวัยเจริญพันธุ์ เพราะด้วยลักษณะทางกายภาพของเพศหญิงที่มีท่อปัสสาวะสั้นกว่าเพศชาย ทำให้มีโอกาสสัมผัสกับเชื้อโรคและติดเชื้อได้ง่ายกว่า ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะติดเชื้อโรคได้ง่ายจากช่องคลอด อุจจาระ และจากการมีเพศสัมพันธ์

อาการของโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ

การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะเป็นปัญหาที่พบบ่อยทั้งในผู้ใหญ่และเด็ก ซึ่งมักเกิดในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะในช่วงวัยเจริญพันธุ์ เพราะด้วยลักษณะทางกายภาพของเพศหญิงที่มีท่อปัสสาวะสั้นกว่าเพศชาย อีกทั้งอยู่ใกล้กับทวารหนัก เชื้อแบคทีเรียบริเวณทวารหนักที่ปกติมีจำนวนมากอยู่แล้วจึงมีโอกาสสูงที่จะเคลื่อนเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะจนเกิดการอักเสบขึ้น

ทั้งนี้ ทางเดินปัสสาวะอักเสบทั้งส่วนบนและส่วนล่างอาจทำให้เกิดอาการแตกต่างกันเล็กน้อย โดยผู้ป่วยทางเดินปัสสาวะส่วนบนอักเสบอาจมีไข้ คลื่นไส้ มีอาการปวดเอว หรือปวดหลังส่วนบนร่วมด้วย ส่วนอาการป่วยอื่น ๆ อาจมีลักษณะแยกตามประเภทได้ ดังนี้

อาการของการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะส่วนบน

รู้สึกเจ็บปวดหรือแสบร้อนขณะปัสสาวะ
ถ่ายปัสสาวะกะปริดกะปรอย ปัสสาวะบ่อยครั้ง หรืออั้นปัสสาวะไม่ได้
รู้สึกปัสสาวะไม่สุด
ปัสสาวะมีกลิ่นเหม็นกว่าปกติ อาจมีสีขุ่น หรือมีเลือดปน
ปวดบริเวณท้องน้อย ซึ่งเป็นส่วนของกระเพาะปัสสาวะ หรือปวดบริเวณหัวหน่าว
รู้สึกเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
ผู้สูงอายุอาจมีอาการสับสนหรือทำกิจกรรมลดลง
มีไข้ หนาวสั่น
อ่อนเพลีย
คลื่นไส้ หรืออาเจียน
ปวดหลังส่วนบน และปวดเอว
อาการของการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง

รู้สึกเจ็บปวดหรือแสบร้อนขณะปัสสาวะ
ถ่ายปัสสาวะกะปริดกะปรอย ปัสสาวะบ่อยครั้ง หรืออั้นปัสสาวะไม่ได้
รู้สึกปัสสาวะไม่สุด
ปัสสาวะมีกลิ่นเหม็นกว่าปกติ อาจมีสีขุ่น หรือมีเลือดปน
ปวดบริเวณท้องน้อย ซึ่งเป็นส่วนของกระเพาะปัสสาวะ หรือบริเวณหัวหน่าว
รู้สึกเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
อ่อนเพลีย
ผู้สูงอายุอาจมีอาการสับสนหรือทำกิจกรรมลดลง

ส่วนผู้ที่เป็นโรคกรวยไตอักเสบนั้น นอกจากจะมีอาการเหมือนกับที่พบในทางเดินปัสสาวะส่วนบนอักเสบแล้ว ผู้ป่วยจะมีไข้สูง หนาวสั่น และมีอาการปวดเอวร่วมด้วย

สาเหตุของโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบในผู้หญิง ได้แก่

การติดเชื้อแบคทีเรีย
แม้เชื้อแบคทีเรียที่เป็นตัวการก่อให้เกิดทางเดินปัสสาวะอักเสบจะมีอยู่หลายชนิด แต่ผู้ป่วยโรคนี้ส่วนใหญ่มักติดเชื้ออีโคไล (E.Coli) เคล็บซิลลา (Klebsiella) ซูโดโมแนส (Pseudomonas) และเอนเทอโรแบกเตอร์ (Enterobacter) ซึ่งแบคทีเรียเหล่านี้มักแพร่มาจากทางเดินอาหารและช่องคลอด โดยปนเปื้อนมากับอุจจาระหรือในขณะมีเพศสัมพันธ์

การขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน
การขาดฮอร์โมนชนิดนี้ทำให้แบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของทางเดินปัสสาวะอักเสบเติบโตได้ง่ายในช่องคลอดหรือท่อปัสสาวะ โดยเฉพาะผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือน

การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STI) อย่างโรคหนองในหรือเริม มีโอกาสทำให้เชื้อแบคทีเรียหลุดเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะได้ง่าย ทำให้เกิดอาการอักเสบที่เรียกว่า กระเพาะปัสสาวะอักเสบจากฮันนีมูน (Honeymoon Cystitis)

การตั้งครรภ์
ขณะตั้งครรภ์ ทางเดินปัสสาวะจะขยายออก ทำให้เชื้อโรคมีโอกาสเข้าสู่ทางเดินปัสสาวะเพิ่มขึ้น และอาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้

แม้ผู้หญิงจะเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ แต่โรคนี้ก็มีโอกาสเกิดกับผู้ชายได้เช่นกัน โดยปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบในผู้ชาย ได้แก่

มีอายุมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับต่อมลูกหมาก เช่น ต่อมลูกหมากโต หรือต่อมลูกหมากอักเสบ เป็นต้น
ผู้ที่ไม่ได้ขลิบอวัยวะเพศ ซึ่งก่อให้เกิดการหมักหมมของเชื้อโรคได้
ผู้ที่ไม่ได้ป้องกันขณะมีเพศสัมพันธ์
ผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสี่ยงบางอย่างที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบทั้งในผู้หญิงและผู้ชายได้ เช่น

เป็นนิ่วในไต และมีการกีดขวางต่าง ๆ ในทางเดินปัสสาวะ ซึ่งทำให้ปัสสาวะขัดและเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อแบคทีเรีย
เป็นโรคเบาหวาน ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงมากในการเป็นโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ เพราะระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ และภาวะที่มีน้ำตาลในเลือดสูงก็เป็นอันตรายต่อระบบการทำงานของไต
มีความผิดปกติทางกายภาพในระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งผู้ป่วยอาจมีความผิดปกติแต่กำเนิด หรือเกิดความผิดปกติในภายหลัง เช่น เกิดแผลเป็นหลังจากรับการผ่าตัดบริเวณไต จนส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอวัยวะที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นต้น
ใช้หลอดสวนในผู้ป่วยที่ต้องสวนปัสสาวะ โดยการสอดสายสวนผ่านทางท่อปัสสาวะเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะเพื่อระบายปัสสาวะออกมาจากร่างกายนั้น มีโอกาสนำเชื้อโรคเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะได้โดยตรง แพทย์จึงพิจารณาทำการรักษาลักษณะนี้เฉพาะในผู้ป่วยบางรายที่จำเป็นเท่านั้น

อาการเหน็บชาเหน็บชาในกรณีนี้จะมีความแตกต่างจากอาการเหน็บชาที่พบได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน ซึ่งอาการชาแบบนี้จะไม่มีอันตรายม...
28/10/2021

อาการเหน็บชา
เหน็บชาในกรณีนี้จะมีความแตกต่างจากอาการเหน็บชาที่พบได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน ซึ่งอาการชาแบบนี้จะไม่มีอันตรายมากและสามารถแก้ไขได้ด้วยการเลี่ยงหรือเปลี่ยนอิริยาบถที่ทำให้เกิดอาการชา แต่โรคเหน็บชาที่กล่าวถึงนี้เกิดจากการขาดวิตามินบี 1 โดยอาการสามารถเกิดขึ้นได้หลายแบบขึ้นอยู่กับอายุและอวัยวะที่ได้รับผลกระทบ โดยแบ่งได้เป็น เหน็บชาในเด็ก (Infantile Beriberi) และเหน็บชาในผู้ใหญ่ (Adult Beriberi)
🔥เหน็บชาในเด็ก
พบบ่อยในทารกอายุ 2-3 เดือน ที่รับประทานนมแม่และแม่มีภาวะขาดวิตามิน บี 1 หรือรับประทานอาหารที่ขาดวิตามิน บี 1 โดยมักพบว่ามีอาการหน้าเขียว หอบเหนื่อย ตัวบวม ขาบวม หัวใจโต หัวใจเต้นเร็ว ร้องไห้เสียงแหบหรือไม่มีเสียง บางรายอาจมีอาการตากระตุก หนังตาบนตก
และหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงที อาจทำให้เสียชีวิตได้ภายใน 2-3 ชั่วโมง
🔥เหน็บชาในผู้ใหญ่
อาการที่เกิดขึ้นกับเด็กโตหรือผู้ใหญ่แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังต่อไปนี้
เหน็บชาชนิดผอมแห็ง (Dry Beriberi) ผู้ป่วยจะมีอาการชาแบบไม่บวมดังต่อไปนี้
ชาปลายมือและปลายเท้า
กล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรงไม่มีกำลัง โดยเฉพาะที่ขาส่วนล่าง อาจทดสอบได้โดยให้ผู้ป่วยนั่งยอง ๆ แล้วลุกขึ้นเอง ซึ่งผู้ป่วยจะทำไม่ได้
เจ็บปวด
พูดไม่ชัด พูดติดขัด
อาเจียน
มีความผิดปกติทางจิตใจ สับสน
ตาขยับเองโดยที่ไม่รู้ตัว
อัมพาต
🔥เหน็บชาชนิดเปียก (Wet Beriberi) ผู้ป่วยจะมีอาการบวมร่วมกับอาการชาปลายมือปลายเท้า โดยมีอาการดังนี้
ชาที่ปลายมือและปลายเท้า
มีอาการบวม น้ำคั่งในช่องท้องและช่องปอด
ขาส่วนล่างบวม
หอบเหนื่อย
หายใจตื้นขณะทำกิจกรรมต่าง ๆ
ตื่นนอนขึ้นมามีอาการหายใจตื้น
หัวใจโตและเต้นเร็ว
อาจทำให้หัวใจวายในกรณีไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงที
🔥เหน็บชา Wernicke-Korsakoff Syndrome มีอาการดังต่อไปนี้
พบบ่อยในผู้ที่ติดสุราเรื้อรัง
เคลื่อนไหวลูกตาได้น้อยหรือทำไม่ได้เลย
เดินเซ
มีความผิดปกติทางจิตใจ
ผู้ที่เป็นมากอาจทำให้เกิดอาการทางจิตที่เรียกว่า Korsakoff's Psychosis
🔥ผู้ป่วยเหน็บชา Wernicke-Korsakoff Syndrome ในกรณีที่เป็นมาก อาจทำให้เกิดภาวะสมองขาดวิตามิน บี 1 Wernicke Encephalopathy หรือ Korsakoff Syndrome ซึ่งเป็นภาวะที่สมองได้รับความเสียหายจากการขาดวิตามิน บี 1
ภาวะสมองขาดวิตามิน บี 1 Wernicke Encephalopathy ทำให้เกิดอาการ เช่น
สับสัน
สูญเสียความทรงจำ
เดินเซ หรือการประสานของกล้ามเนื้อบกพร่อง
มีปัญหาในการมองเห็น เช่น ตาขยับเร็วกว่าปกติและเห็นภาพซ้อน
ภาวะสมองขาดวิตามิน บี 1 Korsakoff Syndrome ทำให้เกิดอาการ เช่น
สูญเสียความทรงจำ
สูญเสียความสามารถในการจดจำสิ่งใหม่
ประสาทหลอน และเป็นโรคจิต (Psychosis)
สาเหตุของเหน็บชา
สาเหตุที่สำคัญของเหน็บชา คือการรับประทานอาหารที่ขาดวิตามินบี 1 หรือภาวะที่ร่างกายขาดวิตามิน บี 1 โดยโรคนี้จะพบได้น้อยมากในพื้นที่ที่มีอาหารซึ่งอุมดมด้วยวิตามินอยู่มาก โดยเฉพาะอาหารจำพวกธัญพืชและขนมปัง และจะพบมากในพื้นที่ที่คนนิยมบริโภคข้าวที่ขัดสีแล้วมากกว่าบริโภคข้าวซ้อมมือ ซึ่งข้าวที่ได้รับการขัดสีจะมีวิตามีน บี 1 อยู่น้อยกว่าข้าวซ้อมมือ เป็นต้น
#ดีไทด์ #ไตวาย #ไตเรื้อรัง #เบาหวาน #ความดัน

ท้องมาน เป็นภาวะที่มีของเหลวสะสมอยู่ในช่องว่างระหว่างเยื่อหุ้มช่องท้องและอวัยวะภายในช่องท้อง ส่งผลให้ท้องมีขนาดใหญ่ขึ้น ...
23/10/2021

ท้องมาน
เป็นภาวะที่มีของเหลวสะสมอยู่ในช่องว่างระหว่างเยื่อหุ้มช่องท้อง
และอวัยวะภายในช่องท้อง ส่งผลให้ท้องมีขนาดใหญ่ขึ้น มีสาเหตุ
มาจากตับทำงานผิดปกติเนื่องจากเกิดโรคเกี่ยวกับตับหรือโรคตับแข็ง
หรืออาจเกิดจากปัญหาสุขภาพอื่น ๆ เช่น ไตวาย ภาวะหัวใจล้มเหลว
มะเร็ง ตับอ่อนอักเสบ เป็นต้น การรักษาภาวะท้องมานจึงขึ้นอยู่กับ
โรคที่เป็นต้นเหตุ

อาการของท้องมาน

ผู้ป่วยที่มีภาวะท้องมานอาจมีอาการอย่างค่อยเป็นค่อยไป
หรือเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันก็ได้ ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ก่อให้เกิดภาวะนี้
บางรายอาจไม่มีอาการใด ๆ แสดงให้เห็นหากมีของเหลวสะสม
ในปริมาณเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อของเหลวในช่องท้องมีปริมาณมากขึ้น
อาจส่งผลให้รู้สึกปวดท้อง ไม่สบายท้อง หรือท้องอืด และหากมี
ปริมาณมากอาจทำให้มีอาการหายใจไม่อิ่มได้ เนื่องจากของเหลว
ในท้องไปเพิ่มแรงดันต่อกระบังลมหรือมีการเคลื่อนตัวจนเกิด
ภาวะน้ำในโพรงเยื่อหุ้มปอดตามมา รวมทั้งทำให้มีขนาดท้อง
ที่ใหญ่ขึ้นผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด

แม้อาการของภาวะท้องมานมักไม่รุนแรง แต่ภาวะนี้อาจ
เป็นสัญญาณของภาวะร้ายแรงอย่างการทำงานของตับล้มเหลวได้
ผู้ป่วยควรไปพบแพทย์ทันทีหากมีอาการดังต่อไปนี้

น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วผิดปกติ
ไม่อยากอาหาร
ปวดท้อง
ท้องอืด อาหารไม่ย่อย แสบร้อนกลางอก
คลื่นไส้ อาเจียน
ท้องบวมขึ้น
หายใจลำบากเมื่อนอนลง
มีสัญญาณของการติดเชื้อ เช่น มีไข้สูง หรือมีอาการคล้ายหวัด

สาเหตุของท้องมาน

ท้องมานเกิดจากความดันในหลอดเลือดภายในตับเพิ่มขึ้นสูง
และการทำงานที่ผิดปกติของตับจนขัดขวางการไหลเวียนเลือด
ภายในตับ ส่งผลให้ไตทำงานผิดปกติในการกำจัดเกลือและ
น้ำส่วนเกินออกจากร่างกาย หรืออาจเกิดสาเหตุอื่น ๆ ได้เช่นกัน
โรคหรือภาวะที่ทำให้เกิดท้องมานได้ มีดังนี้

โรคที่สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อตับ เช่น โรคตับแข็ง โรคติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี การมีลิ่มเลือดในหลอดเลือดของตับ เป็นต้น
การเสพติดการดื่มแอลกอฮอล์ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคตับแข็งหรือตับอ่อนอักเสบ
ภาวะหัวใจล้มเหลว ภาวะไตวาย
ตับอ่อนอักเสบ
มะเร็งบางชนิดที่เกิดขึ้นบริเวณท้อง เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งตับ มะเร็งตับอ่อน มะเร็งรังไข่ มะเร็งมดลูก เป็นต้น
วัณโรค
ภาวะไฮโปไทรอยด์

โรคฉี่หนู เกี่ยวอะไรกับไต
21/10/2021

โรคฉี่หนู เกี่ยวอะไรกับไต

ถุงน้ำในไต (Kidney cyst)ถุงน้ำในไต หรือ ซีสต์ที่ไต เป็นก้อนในไตที่พบบ่อยที่สุด หรือมีรูปร่างวงรีหรือวงกลม สามารถพบได้แบบ...
28/09/2021

ถุงน้ำในไต (Kidney cyst)
ถุงน้ำในไต หรือ ซีสต์ที่ไต เป็นก้อนในไตที่พบบ่อยที่สุด หรือมีรูปร่างวงรีหรือวงกลม สามารถพบได้แบบเป็นถุงน้ำเดี่ยว หรือถุงน้ำหลายใบมีขนาดน้อยกว่า 1 เซนติเมตรไปจนถึงมากกว่า 10 เซนติเมตร

ถุงน้ำในไตพบได้บ่อยเพียงใด

ถุงน้ำในไตแบบธรรมดาเป็นก้อนในไตที่พบได้มากที่สุด โดยพบได้ประมาณร้อยละ 65 ถึง 70 ของผู้ป่วยอย่างไรก็ดีถุงน้ำในไตทั้ง 2 ด้าน (Bilateral cysts) พบได้น้อยกว่ามาก โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่อายุต่ำกว่า 50 ปีแต่พบได้มากกว่าในผู้ป่วยที่อายุมากกว่านี้
โรคนี้สามารถส่งผลต่อผู้ป่วยได้ในช่วงอายุสามารถป้องกันได้โดยลดปัจจัยความเสี่ยงต่างๆ

อาการของถุงน้ำในไต
ถุงน้ำในไตมักไม่มีอาการหรือสิ่งบ่งชี้ อาการถุงน้ำในไตอาจไม่สามารถเห็นได้ชัดเจน หากถุงน้ำในไตไม่อุดกั้น และไม่ส่งผลต่อการทำงานของไต อย่างไรก็ดี ในผู้ป่วยอายุน้อย ถุงน้ำในไตสามารถลดการทำงานของไตให้ต่ำกว่าปกติได้

อาการที่พบได้ทั่วไปในผู้ป่วยถุงน้ำในไตคืออาการที่สัมพันธ์กับอาการถุงน้ำแตก(ภาวะเลือดออก) ปัสสาวะเป็นเลือด (hematuria) อาการปวด มีก้อนในท้องหรือติดเชื้อ และความดันโลหิตสูง

• ถุงน้ำถุงเดียวแตกทำให้ปัสสาวะเป็นเลือดและหรือมีอาการปวดเรื้อรัง
• น้ำในไตติดเชื้อทำให้เกิดอาการติดเชื้อ
• การประคบโดยรอบถุงน้ำในไตอาจทำให้เกิดความดันโลหิตสูง

26/09/2021

ฉี่เป็นฟอง ปวดบั้นเอว เหนื่ยง่าย อ่อนเพลีย สัญญาณโรคไตใช่หรือไม่ ไตวายใช้ชีวิตลำบาก เดินทางเข้า-ออกเพื่อฟอก อย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ จะ ทน ได้ ไหม ... ให้ ดี-ไทด์ เป็นทางเลือกในการดูแล
ดี-ไทด์ ผลิตภัณฑ์บริษัทเดียวกับ ดีคอนแทค เอ็กซ์ และดีบูเน่ จำหน่ายมา 12 ปี มีประสบการณ์ด้านสินค้าสุขภาพมายาวนาน
ดี-ไทด์ ผลิตภัณฑ์สารสกัดจากธรรมชาติ ได้มาตรฐาน GMP มี อย. และฮาลาล #ไม่มีสารตกค้าง #ไม่มีผลข้างเคียง
#จัดส่งทั่วไทยเก็บเงินปลายทางหน้าบ้าน
ความ สุข จะกลับมาอีกครั้ง เพียงคลิ๊กที่รูปหรือโทร.หาเราที่เบอร์ 098-895-6463 ร้านแขกเฮลท์แคร์ #ตัวแทนจำหน่ายถูกต้องตามลิขสิทธิ์ บริษัทดีเน็ทเวิร์คเวิลด์ไวด์
อย่าปล่อยให้เรื่องเล็กๆ ให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ๆ จนยากที่จะแก้ไข ปรึกษาได้ ปรึกษาก่อนซื้อ โทร. 098-895-6463 คุณแขก

15/08/2021

15/08/2021

💢ไตเป็นอวัยวะสำคัญทำหน้าที่กำจัดของเสีย ควบคุมสมดุลเกลือแร่ในร่างกาย และสร้างฮอร์โมนที่สำคัญ ได้แก่💢อีริโทรโพอิติน (eryt...
15/08/2021

💢ไตเป็นอวัยวะสำคัญทำหน้าที่กำจัดของเสีย ควบคุมสมดุลเกลือแร่ในร่างกาย และสร้างฮอร์โมนที่สำคัญ ได้แก่

💢อีริโทรโพอิติน (erythropoietin) ช่วยกระตุ้นไขกระดูกให้สร้างเม็ดเลือดแดง ทำให้ร่างกายมีปริมาณเลือดเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายอย่างเพียงพอ ป้องกันการเกิดภาวะโลหิตจาง
💢เรนิน (renin) ช่วยควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ระดับคงที่ ทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายอย่างเพียงพอ
💢วิตามินดี ช่วยควบคุมระดับเกลือแร่แคลเซียม และฟอสฟอรัสในร่างกาย ช่วยทำให้กระดูกแข็งแรง

โรคไตเรื้อรังเกิดขึ้นเมื่อมีการทำงานของไตค่อย ๆ ลดลงอย่างช้าๆ โดยทั่วไปใช้เวลาหลายเดือนหรือเป็นปี และเป็นการสูญเสียหน้าที่แบบถาวร ปัจจุบันถือว่าเป็นโรคไตเรื้อรัง เมื่อมีพยาธิสภาพที่ไตเป็นระยะเวลามากกว่า หรือเท่ากับ 3 เดือน เช่น ตรวจพบโปรตีนหรือไข่ขาวในปัสสาวะ พบเม็ดเลือดแดงในปัสสาวะ เป็นต้น หรือการมีค่าการทำงานของไตน้อยกว่า 60 มล./ นาทีต่อ 1.73 ตรม. เป็นระยะเวลามากกว่าหรือเท่ากับ 3 เดือน

💢การตรวจคัดกรองว่ารายใดอาจมีโรคไตเรื้อรัง นิยมใช้การตรวจปัสสาวะเพื่อตรวจดูว่ามีโปรตีนรั่วออกมาในปัสสาวะหรือไม่ หรืออาจตรวจปัสสาวะโดยใช้แผ่นตรวจพิเศษเพื่อตรวจหาอัลบูมินในปัสสาวะ ตรวจวัดค่าครีอะตินินในเลือด และนำค่าครีอะตินินในเลือดมาคำนวณหาค่าการทำงานของไตจากสมการต่างๆ เช่น สมการของ CKD-EPI creatinine equation
#ดีไทด์ #ไต #ไตวาย #ไตเสื่อม #ระยะไต #อาหารบำรุงไต #โรคไต #ปัสสาวะเป็นฟอง #ปวดบั้นเอว

25/07/2021

ดีไทด์เพื่อสุขภาพไต

ที่อยู่

Bangkok
10520

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สุขภาพตับและไต ล้างพิษ ฟื้นฟู บำรุง ไตวาย ตับอักเสบ ท้องมานผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์