สมาคมกีฬาเวชศาสตร์แห่งประเทศไทย

สมาคมกีฬาเวชศาสตร์แห่งประเทศไทย THE SPORTS MEDICINE ASSOCIATION OF THAILAND.

สำหรับสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ (27-28 มิ.ย.) ใครมีแพลนไปงาน Olympic Run ที่สุพรรณบุรี อย่าลืมแวะบูท Safeguarding Thailand ด...
24/06/2026

สำหรับสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ (27-28 มิ.ย.) ใครมีแพลนไปงาน Olympic Run ที่สุพรรณบุรี อย่าลืมแวะบูท Safeguarding Thailand ด้วยน้าาาา

เค้ามีเกมส์และของรางวัลแจกเพียบๆๆเล้ยย 😊

ของดีย์…การันตีได้เลย!

See you soon มาพบกับน้องแคร์และร่วมกิจกรรมกันที่บู้ท Safeguarding Thailand นะคะ 😊💪🏻🏃‍♀️🏃💨

“เพราะความปลอดภัยและความเท่าเทียมไม่ใช่ทางเลือก แต่คือมาตรฐานใหม่ของกีฬาไทย“✌🏻😊💕

เหลืออีกแค่ 7 วัน เท่านั้นนน!!ใครยังไม่ได้ลงทะเบียน รีบหน่อยนะ!  https://tossmcongress.com/register
22/06/2026

เหลืออีกแค่ 7 วัน เท่านั้นนน!!

ใครยังไม่ได้ลงทะเบียน

รีบหน่อยนะ!

https://tossmcongress.com/register

กลับมาแว้วว..ช่วงที่หายไปตัวเป็นเกลียวเลย นึกว่างูรัด...ไปแต่งงาน แต่จริงๆไม่ใช่...โดนงานรัดต่างหาก งานเยอะแต่ไม่เพิ่ม c...
21/06/2026

กลับมาแว้วว..ช่วงที่หายไปตัวเป็นเกลียวเลย นึกว่างูรัด...ไปแต่งงาน แต่จริงๆไม่ใช่...โดนงานรัดต่างหาก งานเยอะแต่ไม่เพิ่ม chance ในการหาเนื้อคู่เอาซะเลย จนเพิ่งค้นพบปัญหาเชิงโครงสร้างของชีวิตตัวเองว่า ครึ่งหนึ่งของงาน คือ เราอาจจะทำงานกับคนที่เรามองเห็นเค้า แต่เค้ามองไม่เห็นเรา อีกครึ่งหนึ่งก็เป็นงานความเสี่ยงสูงเพราะเป็นเยาวชน (ต่ำ 18 ปี) ส่วนงานที่สูงกว่า 18 ก็เกิดขึ้นในสถานศึกษาน่าจะสุ่มเสี่ยงจรรยาบรรณ ส่วนอีกเสี้ยวนึงก็เป็นเรื่องความปลอดภัย จะทำตัวไม่ปลอดภัยก็ไม่น่าจะได้ เรียกว่าทำงานมีประสิทธิภาพ แต่ไม่ได้ประสิทธิผลเอาซะเลย

เข้าเรื่องดีกว่า ช่วงนี้เรามี “วิกฤตโปรตีน” มาเป็นระลอกๆ คิดว่ารอบแรกที่เกิดตอนต้นเดือนจบแล้ว ก็จะหายไปซะอีก ปรากฎว่านี่จะสิ้นเดือนแล้ว คนไทยยังใส่ใจโปรตีนกันอยู่เลย เริ่มจากตลาดเวย์ ไปสู่นมโปรตีนสูง แล้วก็ลามต่อไปถึงตลาดอกไก่ปั่น โดนกันไปทั่วหน้า

แอดฯก็ไปส่องตลาด content มา ทุกคนก็ดูใส่ใจเรื่องโปรตีนกันมากเหมือนกัน ไอ้เราก็มาช้าซะด้วย อีกนิดเดียวตลาดจะวายแล้ว หาเรื่องเขียนไม่ได้เลย...แต่ก็นะ...ต้องเขียนซะหน่อย (บอสน่าจะคิดถึงแหละ แต่แค่ยังมาไม่ถึงเฉยๆ เราก็อย่าให้บอสต้องลำบากเอ่ยปากเลย..รีบส่งงานไปก่อนดีฟ่า..)

📌วันนี้จะมาชวนคุยเรื่อง “Dose หรือ ปริมาณการกินโปรตีนต่อครั้ง”

เวลาพูดเรื่องโภชนาการ แอดฯ มักบอกเสมอว่าถ้าอยากใช้อาหารให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดเราควรคิดกับอาหารคล้ายการใช้ยา กล่าวคือเราควรรู้ว่า กินอะไร – กินเท่าไหร่ – กินตอนไหน - กินยังไง – กินร่วมกับอะไร แต่ถ้าคุยทั้งหมดน่าจะยาวเกินไป วันนี้เอาเฉพาะคำถามยอดฮิตก่อน

🙋กินโปรตีนครัังละเท่าไหร่จึงจะถือว่า “พอดี” สำหรับการสร้างกล้ามเนื้อ?
💁‍♀️20-40 กรัมโปรตีนต่อมื้อ หรือ 0.3-0.4 กรัม/นน.ตัว 1 กก./มื้อ

🙋ตัวเลขนี้ท่านได้แต่ใดมา?
💁‍♀️เรื่องมันมีอยู่ว่ากาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว…

นักวิจัย Witardและคณะก็บังเกิดความสงสัยแบบนี้แหละว่ากินโปรตีนเดี่ยวๆครั้งหนึ่งเท่าไหร่ดีจึงจะสามารถกระตุ้นให้เกิดการสังเคราะห์โปรตีนได้ เค้าก็เลยทำการทดลองแบ่งอาสาสมัครป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มที่ 1: กินโปรตีนอย่างเดียว
กลุ่มที่ 2 กินโปรตีน + ออกกำลังกาย (Single leg ข้างซ้าย)
ทั้ง 2 กลุ่มให้กินเวย์โปรตีนปริมาณที่แตกต่างกันหลังออกกำลังกาย คือ 0 10 20 40 กรัม แล้ววัด Myofibrillar-MPS (เป็นตัวชี้วัดว่าร่างกายกำลังสร้างเนื้อกล้ามใหม่มากแค่ไหน)
ผลปรากฏว่า กลุ่มที่ 2 ที่กินโปรตีน 40 กรัม + ออกกำลังกาย สามารถสร้างกล้ามเนื้อได้มากที่สุด แต่ๆๆเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่กินโปรตีน 20 กรัม + ออกกำลังกาย ก็พบว่าไม่ต่างกัน
✅นักวิจัยจึงสรุปว่า ถ้าจะกินแบบคุ้มๆก็มีจุดคุ้มทุนอยู่ที่ 20 กรัม/ครั้ง แต่ถ้าอยากกิน 40 กรัมก็ย่อมได้แต่ผลที่ได้เกินมาอาจจะไม่คุ้มกับเงินที่จ่ายไป
**คนกินโปรตีนแล้วไปนอนกล้ามเนื้อไม่ขึ้นเน้อ แต่ก็อาจจะดีกว่าคนไม่กินนิดหน่อย

ในส่วนของ Moore และคณะ ก็อยากรู้ว่าถ้าเปลี่ยนจากเวย์เป็นไข่ขาว โดยให้กินที่ปริมาณเท่ากัน ออกกำลังกายเหมือนกัน ผลที่ได้จะเหมือนกันไหม
✅ผลปรากฎว่าเหมือนกัน คือ จุดคุ้มทุนอยู่ที่ 20 กรัม ดังนั้น สรุปว่ากินเวย์ หรือ ไข่ขาว ก็ได้ (อาหารเสริมหรือจากธรรมชาติ ขอให้โปรตีนถึงก็สร้างกล้ามเนื้อได้เหมือนกัล)

ต่อมานักวิจัยเจ้ากรรมยังมีคำถามต่อว่า แล้วถ้าคนที่มีน้ำหนักไม่เท่ากัน มวลกล้ามเนื้อไม่เท่ากัน จะมาออกกำลังกาย แล้วกินโปรตีน 20 กรัม/ครั้ง เท่ากัน แล้วจะมีจุดคุ้มทุนที่จุดนี้เหมือนกันเลยหรอออ (คนเราต้นทุนชีวิตไม่เท่ากันนะ)

เพื่อตอบคำถามที่ตั้งเองนี้ Moore คนดีคนเดิม เลยเอาข้อมูลที่ตัวเองเก็บไว้ก่อนหน้านั้นนั่นแหละและก็ไปขอข้อมูลจากเพื่อนๆร่วมวงการที่ทำคล้ายๆกัน เอามาหารน้ำหนักตัวแล้วคำนวณมาใหม่
✅แล้วก็ได้ข้อสรุปว่าสำหรับช่วงวัยหนุ่มสาวจุดคุ้มทุนของการสร้างกล้ามเนื้อจะอยู่ที่การกินโปรตีน 0.3 กรัม/กก./ครั้ง

กระนั้น ก็ยังไม่สาแก่ใจนักวิจัย เพราะว่าอันนั้นใช้ secondary data มาทำข้อมูล เราอยากทำเองขึ้นมาใหม่เพื่อยืนยันผล Macnaughtonและคณะกล่าว และทำงานวิจัยขึ้นมาใหม่ โดยมีสมมติฐานงานวิจัยว่า “คนตัวใหญ่น่าจะต้องการโปรตีนต่อมื้อมากกว่าคนตัวเล็กในการสร้างกล้ามเนื้อ นั่นหมายความว่าในกลุ่มคนตัวเล็ก กินโปรตีน 20 กรัม หรือ 40 กรัมอาจจะไม่ต่าง แต่ถ้าเป็นคนตัวใหญ่ กลุ่มที่กินโปรตีน 40 กรัมน่าจะสร้างกล้ามเนื้อได้ดีกว่า 20 กรัม”
ในการทดลอง ผู้วิจัยแบ่งอาสาสมัครเป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มที่ 1 กล้ามเนื้อน้อย (มวลกล้ามเนื้อน้อยกว่า 65 kg): กินโปรตีน 20 กรัม หรือ 40 กรัม + ออกกำลังกาย
กลุ่มที่ 2: กล้ามเนื้อมาก (มวลกล้ามเนื้อมากกว่า 70 kg): กินโปรตีน 20 กรัม หรือ 40 กรัม + ออกกำลังกาย
แล้ววัดว่ากลุ่มไหนจะสร้างกล้ามเนื้อได้มากกว่ากัน ผลปรากฏว่า “ไม่มีอะไรแตกต่างกันเลย ทั้งภายในกลุ่มและระหว่างกลุ่ม” ผู้วิจัยช็อกไปแป๊บนึง

หลังจากตั้งสติได้ เค้าก็คิดว่า เอาแบบนี้ดีกว่า เราเอาทั้งสองกลุ่มนี้เทรวมกัน แล้วแบ่งกลุ่มใหม่ เป็นกลุ่มที่กินโปรตีน 20 กรัม กับ 40 กรัม โดยไม่ต้องสนใจแล้วว่าใครตัวใหญ่ใครตัวบาง แล้วเอามา test สถิติใหม่ ครั้งนี้เหมือนพระเจ้าจะเข้าข้าง ผลที่ได้ sig แล้ววว (แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ) ผู้วิจัยจึงสรุปว่า กลุ่มที่ได้รับโปรตีน 40 กรัม สามารถกระตุ้นให้เกิดการสร้างกล้ามเนื้อได้มากกว่ากลุ่มที่ได้รับโปรตีน 20 กรัม ถึง 20%

เดี๋ยวๆๆ...นี่มันขัดกับงานวิจัยก่อนหน้าหรือเปล่า (ใครสักคนทักขึ้น) ผู้วิจัยก็เลยตอบไปว่า ไม่ๆๆๆ ก็งานวิจัยของเราใช้การออกกำลังกายแบบทั้งตัว (whole-body) ไง งานก่อนหน้านี้เค้าใช้ Single leg ข้างซ้ายไง (จำได้ไหม)

✅ดังนั้นถ้าให้สรุปเลยก็คือ คนจะมีกล้ามเนื้อมากหรือน้อยไม่สำคัญ แต่สำคัญที่กล้ามเนื้อที่ถูกใช้ในการออกกำลังกายนั้นมากหรือน้อยต่างหาก ถ้าออกกำลังกายเฉพาะส่วน เช่น weight ส่วนบน หรือ ส่วนล่างอย่างเดียว จะกิน 20-25 กรัม (0.3 กรัม/กก./ครั้ง) ก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าวันไหนจัดหนักจัดเต็มไป เล่นทั้งตัวเททั้งใจ ก็ต้องซ่อมเยอะหน่อย กินโปรตีนไป 40 กรัมโล้ด ก็จะช่วยกระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อได้ดีกว่า

สรุปในสรุป
☑️เล่น weight เฉพาะส่วน กินโปรตีนหลังออกกำลังกายครั้งละ 20-25 กรัม (0.3 กรัม/กก./ครั้ง) ก็เพียงพอที่จะกระตุ้นให้เกิดการสร้างกล้ามเนื้อแล้ว (และในทุกๆมื้ออาหารก็เช่นกัน) และการกินโปรตีนจากธรรมชาติให้ผลไม่ต่างจากอาหารเสริม
☑️เล่น weight whole body กินไปเลยครับพี่ 40 กรัม คุ้มทุกกรัมแน่นวล
☑️จริงๆปริมาณของผลิตภัณฑ์โปรตีนส่วนใหญ่ที่ทำขายในท้องตลาดก็น่าจะเป็นปริมาณที่ “พอดี” ที่เค้าคิดมาแล้วว่าช่วยให้เราสะดวกสบาย แบบกินครั้งเดียวหมด ได้ครบจบพร้อมสร้างกล้ามเนื้อเลย
⚡️แอดฯก็ยังเชียร์ให้ทุกคนประหยัดเงินในกระเป๋ากันนะ ก็ถ้ากินเท่านี้แล้วคุ้มสุด (เกิดประสิทธิภาพ ได้ประสิทธิผล) ก็ไม่มีเหตุผลจะจ่ายแพงหรอกเนอะ

ก่อนจบขอแวะโฆษณาหน่อย…
~สัปดาห์หน้าใครว่างจะชวนไปฟังบรรยายเรื่องนี้ต่อให้ครบจบทุกกระบวนความ ในหัวข้อเรื่อง อาหารการกินเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน (Know Your Nutrition for Health & Longevity) ในงาน Sportec Thailand 2026 วันที่ 25 มิ.ย. นี้ เวลา 11.00-13.30 น. ห้อง MR 214, BITEC, Hall 102
~เนื้อหาที่บรรยายก็จะเป็นส่วนที่ Sports Nutrition X Longevity เหมาะสำหรับคนยุคใหม่ที่ไม่ได้สนใจแค่อยากจะมีชีวิตยืนยาวอย่างเดียว แต่อยากสุขภาพดีและแข็งแรงด้วย ชวนทุกคนมาเข้าใจศาสตร์แห่งการ “แก่ช้า เจ็บสั้น ตายดี และมีเวลา Enjoy Life กัน”

ลงทะเบียนและจองที่: https://registration.eventpassinsight.co/registration/profile/twst26/visitor?ref=twst2689

20/06/2026

ศ.นพ.บวรฤทธิ์ จักรไพวงศ์ เลขาธิการสมาคมกีฬาเวชศาสตร์แห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์กับช่อง T Sports เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงานประชุมวิชาการนานาชาติ The Combined Meeting AFSM–SMAT–TOSSM 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4–6 กรกฎาคม 2569 ณ โรงแรมเชอราตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา จังหวัดเพชรบุรี

“…เวชศาสตร์การกีฬาในประเทศไทยมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 45–50 ปี โดยเริ่มต้นจากการสนับสนุนนักกีฬาระดับชาติและนานาชาติภายใต้การกีฬาแห่งประเทศไทย แพทย์เวชศาสตร์การกีฬาได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการดูแล ป้องกัน และฟื้นฟูอาการบาดเจ็บของนักกีฬา เพื่อให้นักกีฬาสามารถกลับไปฝึกซ้อมและแข่งขันได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

ต่อมาได้มีการก่อตั้งสมาคมเวชศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาองค์ความรู้ บุคลากร และการดูแลนักกีฬาทีมชาติ ส่งผลให้ประเทศไทยมีความเข้มแข็งด้านเวชศาสตร์การกีฬา และได้รับการยอมรับในระดับเอเชียและระดับนานาชาติ โดยเป็นสมาชิกขององค์กรวิชาชีพด้านเวชศาสตร์การกีฬาทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก

ด้วยศักยภาพด้านการแพทย์ การวิจัย และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ประเทศไทยจึงได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ The Combined Meeting AFSM–SMAT–TOSSM 2026 ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของ 3 องค์กรหลัก ได้แก่ Asian Federation of Sports Medicine (AFSM), สมาคมกีฬาเวชศาสตร์แห่งประเทศไทย (SMAT) และอนุสาขาเวชศาสตร์การกีฬา ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย (TOSSM)

การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการป้องกันและรักษาการบาดเจ็บจากการกีฬา ตลอดจนการดูแลสุขภาพและการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาแบบองค์รวม โดยมีผู้เชี่ยวชาญและวิทยากรจากกว่า 40 ประเทศเข้าร่วมบรรยายและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ครอบคลุมสาขาเวชศาสตร์การกีฬา วิทยาศาสตร์การกีฬา โภชนาการการกีฬา ชีวกลศาสตร์การกีฬา สรีรวิทยาการออกกำลังกาย และจิตวิทยาการกีฬา

การประชุมดังกล่าวนับเป็นเวทีสำคัญในการยกระดับองค์ความรู้ มาตรฐานวิชาชีพ และเครือข่ายความร่วมมือด้านเวชศาสตร์การกีฬาและวิทยาศาสตร์การกีฬา ทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพการดูแลนักกีฬาและประชาชนอย่างยั่งยืนต่อไป..”

ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมได้ที่ https://tossmcongress.com/afsm2026

Thank you TCEB Thailand for your generous support of AFSM•SMAT•TOSSM 2026 🙏
18/06/2026

Thank you TCEB Thailand for your generous support of AFSM•SMAT•TOSSM 2026 🙏

🇹🇭 Hua Hin, Thailand is selected by the Asian Federation of Sports Medicine to host the Combined Congress of Asian Federation of Sports Medicine (AFSM), the Sports Medicine Association of Thailand (SMAT), and the Thai Orthopaedic Society for Sports Medicine (TOSSM) 2026, taking place from 2-4 July 2026, at the Sheraton Hua Hin Resort & Spa.

❓ Did you know? Athletic performance isn't built only during training but also during recovery. Recovery Nutrition has become a key Sports Nutrition trend in 2026, with athletes focusing on foods that reduce inflammation and support tissue repair. Quality sleep is also recognized as one of the most powerful tools for restoring the body and enhancing performance. 🥗💪

📍Contact [email protected] and plan your next convention in Thailand with TCEB.

--------------------

🇹🇭 หัวหิน ประเทศไทยได้รับเลือกโดยสมาพันธ์เวชศาตร์การกีฬาแห่งภูมิภาคเอเชีย ให้เป็นเมืองเจ้าภาพจัดงานประชุม Asian Federation of Sports Medicine (AFSM), the Sports Medicine Association of Thailand (SMAT), and the Thai Orthopaedic Society for Sports Medicine (TOSSM) 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-4 กรกฎาคม 2569 ณ โรงแรมเชอราตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา

❓รู้หรือไม่? การพัฒนาสมรรถนะทางกีฬาไม่ได้เกิดขึ้นแค่ตอนฝึกซ้อม แต่เกิดขึ้นในช่วงฟื้นตัวด้วย Recovery Nutrition จึงกลายเป็นหนึ่งในเทรนด์สำคัญของ Sports Nutrition ในปี 2026 โดยนักกีฬาให้ความสำคัญกับอาหารที่ช่วยลดการอักเสบและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ทั้งยังให้ความสำคัญกับคุณภาพการนอนหลับ ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือฟื้นตัวที่สำคัญที่สุดของร่างกาย 🥗💪

📍ติดต่อฝ่ายส่งเสริมการจัดประชุมนานาชาติ ทีเส็บ ได้ที่ [email protected]

Asian Federation of Sports Medicine - AFSM สมาคมกีฬาเวชศาสตร์แห่งประเทศไทย

-SMAT-TOSSM2026

นักกีฬาตรวจเลือด...ไปทำไม?หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมนักกีฬาต้องเจาะเลือดตรวจอยู่เป็นประจำ ทั้งที่ไม่ได้ป่วยหรือมีอาการผิดปกต...
13/06/2026

นักกีฬาตรวจเลือด...ไปทำไม?

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมนักกีฬาต้องเจาะเลือดตรวจอยู่เป็นประจำ ทั้งที่ไม่ได้ป่วยหรือมีอาการผิดปกติ ความจริงแล้วการตรวจเลือดเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ทีมแพทย์ นักวิทยาศาสตร์การกีฬา และนักโภชนาการ เข้าใจสภาพร่างกายของนักกีฬาได้ลึกกว่าการสังเกตจากภายนอก เพราะบางครั้งร่างกายอาจเริ่มมีสัญญาณเตือนบางอย่างก่อนที่นักกีฬาจะรู้สึกผิดปกติ

แม้ว่าเครื่องมืออย่างแบบสอบถามหรือการประเมินความรู้สึกเหนื่อยล้าจะช่วยติดตามสภาพนักกีฬาได้ง่ายและประหยัด แต่ข้อมูลเหล่านี้ยังขึ้นอยู่กับความรู้สึกและการรายงานของนักกีฬาเอง

✅การตรวจเลือดจึงเข้ามาช่วยเติมเต็มข้อมูลในส่วนนี้ ทำให้ทีมงานสามารถประเมินสุขภาพ ภาวะโภชนาการ การฟื้นตัว และความพร้อมในการฝึกซ้อมได้แม่นยำมากขึ้น

การตรวจเลือดในนักกีฬาไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อค้นหาโรคเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยตอบคำถามสำคัญหลายเรื่อง เช่น
⚠️นักกีฬาได้รับธาตุเหล็กเพียงพอหรือไม่
⚠️ระดับวิตามินดีอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมหรือเปล่า
⚠️ร่างกายได้รับพลังงานเพียงพอกับปริมาณการฝึกซ้อมหรือไม่
⚠️กล้ามเนื้อฟื้นตัวจากการฝึกหนักแล้วหรือยัง
⚠️มีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บหรือการเจ็บป่วยเพิ่มขึ้นหรือไม่

✅ข้อมูลเหล่านี้เรียกว่า "ตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ" หรือ Biomarkers ซึ่งเป็นสารต่าง ๆ ที่ตรวจพบในเลือดและสามารถบอกได้ว่าร่างกายกำลังอยู่ในภาวะใด เหมือนกับการดูไฟเตือนบนหน้าปัดรถยนต์ที่ช่วยให้เรารู้ปัญหาก่อนที่เครื่องยนต์จะเสียหาย

ในวงการกีฬาระดับสูง มีการใช้การตรวจ Biomarkers มานานกว่า 30 ปี และปัจจุบันถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผนฝึกซ้อม ฟื้นฟูร่างกาย และลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ

วันนี้เรามาดูกันว่านักกีฬาควรตรวจเลือดเรื่องอะไรบ้าง ผลตรวจแต่ละตัวบอกอะไรเราได้ และข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปใช้พัฒนาสุขภาพและสมรรถภาพของนักกีฬาได้อย่างไร

🙋ตรวจเลือดแล้วรู้ได้อย่างไรว่า "กินพอ" หรือ "ขาดสารอาหาร"?
สำหรับนักกีฬา โภชนาการเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อสมรรถภาพ การฟื้นตัว และความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ แต่การประเมินว่าได้รับสารอาหารเพียงพอหรือไม่นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะการจดบันทึกอาหารหรือการสัมภาษณ์เรื่องการกินอาจมีความคลาดเคลื่อนได้
การตรวจเลือดจึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยให้ทีมแพทย์ นักโภชนาการ และนักวิทยาศาสตร์การกีฬา มองเห็นภาพสุขภาพของนักกีฬาได้ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะการตรวจสารอาหารที่มีผลต่อการฝึกซ้อมและการแข่งขัน

✅ธาตุเหล็ก: สารอาหารสำคัญที่นักกีฬาห้ามมองข้าม
ธาตุเหล็กมีหน้าที่สำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดงและฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นส่วนที่ทำหน้าที่ขนส่งออกซิเจนไปยังกล้ามเนื้อ หากร่างกายมีธาตุเหล็กไม่เพียงพอ ความสามารถในการนำออกซิเจนไปใช้จะลดลง ส่งผลให้เหนื่อยง่าย ฟื้นตัวช้า และสมรรถภาพในการออกกำลังกายลดลง
⚠️ปัญหาการขาดธาตุเหล็กพบได้ค่อนข้างบ่อยในนักกีฬาประเภทความอดทน เช่น นักวิ่งระยะไกล นักปั่นจักรยาน และนักว่ายน้ำ โดยเฉพาะนักกีฬาหญิงที่มีการสูญเสียเลือดจากประจำเดือนเป็นประจำ
⚠️นอกจากนี้ นักกีฬาที่เข้ารับการฝึกบนที่สูง (Altitude Training) ยิ่งต้องให้ความสำคัญกับธาตุเหล็กมากเป็นพิเศษ เพราะร่างกายจะพยายามสร้างเม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้นเพื่อนำออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อให้เพียงพอ หากมีธาตุเหล็กสำรองไม่เพียงพอ การปรับตัวดังกล่าวก็อาจเกิดขึ้นได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

🙋แพทย์ดูค่าอะไรบ้างนะ?
การประเมินภาวะขาดธาตุเหล็กไม่ได้ดูเพียงค่าเดียว แต่ต้องพิจารณาร่วมกันหลายตัว ได้แก่
1️⃣Ferritin (เฟอร์ริติน)
เป็นตัวบ่งชี้ปริมาณธาตุเหล็กสะสมในร่างกาย เปรียบเสมือน "คลังสำรองธาตุเหล็ก" หากค่าเฟอร์ริตินต่ำ แสดงว่าธาตุเหล็กสำรองเริ่มลดลง แม้ว่านักกีฬาบางคนอาจยังไม่แสดงอาการผิดปกติก็ตาม
2️⃣Hemoglobin (ฮีโมโกลบิน)
เป็นโปรตีนในเม็ดเลือดแดงที่ทำหน้าที่ขนส่งออกซิเจน หากค่าต่ำอาจบ่งชี้ถึงภาวะโลหิตจาง อย่างไรก็ตาม นักกีฬาที่ฝึกหนักอาจมีปริมาณน้ำในเลือดเพิ่มขึ้น ทำให้ค่าฮีโมโกลบินดูต่ำกว่าความเป็นจริงได้
3️⃣ลักษณะเม็ดเลือดแดง
แพทย์อาจพิจารณาขนาดและลักษณะของเม็ดเลือดแดงร่วมด้วย หากเม็ดเลือดแดงมีขนาดเล็กหรือมีฮีโมโกลบินต่ำ อาจเป็นสัญญาณของการขาดธาตุเหล็ก
4️⃣Hepcidin (เฮปซิดิน)
เป็นฮอร์โมนที่ควบคุมการดูดซึมธาตุเหล็ก หากมีระดับสูง ร่างกายจะดูดซึมธาตุเหล็กได้น้อยลง โดยระดับเฮปซิดินสามารถเพิ่มขึ้นชั่วคราวหลังการออกกำลังกายหนักหรือเมื่อมีการอักเสบในร่างกาย แม้ว่าปัจจุบันการตรวจเฮปซิดินจะยังไม่แพร่หลาย แต่ถือเป็นตัวชี้วัดที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในวงการวิทยาศาสตร์การกีฬา

📌สิ่งที่นักกีฬาควรรู้
⚠️การขาดธาตุเหล็กไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีภาวะโลหิตจางเสมอไป นักกีฬาหลายคนอาจมีธาตุเหล็กสะสมลดลงเป็นเวลานานก่อนที่จะเริ่มมีอาการ เช่น เหนื่อยง่าย ซ้อมไม่ขึ้น ฟื้นตัวช้า หรือสมรรถภาพลดลง
☑️ดังนั้น การตรวจเลือดเป็นระยะจึงช่วยให้พบปัญหาได้ตั้งแต่ระยะแรก และสามารถวางแผนเรื่องโภชนาการหรือการเสริมธาตุเหล็กได้อย่างเหมาะสมก่อนที่จะส่งผลกระทบต่อการฝึกซ้อมและการแข่งขัน

✅วิตามินดี: ไม่ได้สำคัญแค่กับกระดูก
เมื่อพูดถึงวิตามินดี หลายคนมักนึกถึงเรื่องกระดูกเพียงอย่างเดียว แต่สำหรับนักกีฬา วิตามินดีมีบทบาทมากกว่านั้น ทั้งในด้านภูมิคุ้มกัน การฟื้นตัวของกล้ามเนื้อ และการลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ
⚠️แม้ว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศที่มีแสงแดดตลอดทั้งปี แต่ก็ยังพบว่านักกีฬาจำนวนไม่น้อยมีระดับวิตามินดีต่ำ โดยเฉพาะผู้ที่ฝึกซ้อมในร่ม ใช้ชีวิตอยู่ในอาคารเป็นส่วนใหญ่ หรือหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดด เช่น นักกีฬาพอกครีมกันแดด กางร่ม ใส่เสื้อกันแดด

🙋วิตามินดีต่ำ ส่งผลอย่างไรกันนะ?
งานวิจัยพบว่า การขาดวิตามินดีอาจเกี่ยวข้องกับปัญหาหลายด้าน เช่น
⚠️ภูมิคุ้มกันทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
⚠️เจ็บป่วยหรือเป็นหวัดได้บ่อยขึ้น
⚠️สุขภาพกระดูกลดลง
⚠️การฟื้นตัวของกล้ามเนื้อช้าลง
⚠️เพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บจากการใช้งานหนัก

📌สำหรับนักกีฬา ผลกระทบเหล่านี้อาจหมายถึงการซ้อมได้ไม่เต็มที่ สูญเสียวันฝึกซ้อม หรือมีสมรรถภาพลดลงในช่วงแข่งขัน

🙋ตรวจวิตามินดีแล้ว ดูได้จากค่าอะไรกันน้อออ?
โดยทั่วไปแพทย์มักตรวจระดับวิตามินดีในรูปที่เรียกว่า 25-hydroxyvitamin D หรือ 25(OH)D ซึ่งเป็นตัวชี้วัดมาตรฐานที่ใช้กันทั่วโลก

⚡️อย่างไรก็ตาม งานวิจัยในช่วงหลังพบว่า การดูค่าเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่สะท้อนปริมาณวิตามินดีที่ร่างกายนำไปใช้งานได้จริงทั้งหมด เนื่องจากแต่ละคนมีความแตกต่างในการจับและขนส่งวิตามินดีในกระแสเลือด ด้วยเหตุนี้ นักวิจัยจึงเริ่มให้ความสนใจกับการวัดวิตามินดีในรูปที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้จริง (Bioavailable Vitamin D) หรือการตรวจโปรตีนที่ทำหน้าที่จับวิตามินดีร่วมด้วย

📌สิ่งที่นักกีฬาควรรู้
หากมีอาการป่วยบ่อย ฟื้นตัวช้า หรือมีประวัติบาดเจ็บจากกระดูกซ้ำ ๆ การตรวจระดับวิตามินดีอาจเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้ทีมแพทย์และนักโภชนาการวางแผนดูแลได้ตรงจุดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ไม่ควรรับประทานวิตามินดีเสริมในปริมาณสูงโดยไม่ได้ตรวจเลือดหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากการได้รับมากเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้เช่นกัน
*รู้ยัง..วิตามินดีละลายในไขมัน กินมากสะสมได้ในเนื้อเยื่อไขมันงับ (ไขมันยิ่งเยอะๆอยู่)

🙋ตรวจได้ไหม…ร่างกายได้รับพลังงานเพียงพอกับการฝึกหรือไม่?
นักกีฬาหลายคนเชื่อว่าการควบคุมน้ำหนักหรือการลดไขมันจะช่วยเพิ่มสมรรถภาพ แต่ในความเป็นจริง หากรับประทานอาหารน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับปริมาณการฝึกซ้อม อาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี ภาวะนี้เรียกว่า "ภาวะพลังงานไม่เพียงพอในนักกีฬา" หรือ Relative Energy Deficiency in Sport (REDs) พูดง่าย ๆ คือ ร่างกายได้รับพลังงานไม่พอสำหรับทั้งการฝึกซ้อมและการทำงานพื้นฐานของร่างกาย

🙋เมื่อพลังงานไม่พอ จะเกิดอะไรขึ้น?
ร่างกายจะเริ่มสู่ระบบประหยัดพลังงานจ้าา…เหมือนใน smart phone อ่ะ แบบทุกอย่างช้าลง เพื่อกันตาย (แบตหมด) โดยลดการทำงานของระบบต่าง ๆ ส่งผลให้เกิดปัญหา เช่น
⚠️ฟื้นตัวช้าลง
⚠️สมรรถภาพลดลง
⚠️ เจ็บป่วยง่ายขึ้น
⚠️ฮอร์โมนผิดปกติ
⚠️ความหนาแน่นของกระดูกลดลง
⚠️เสี่ยงต่อการบาดเจ็บมากขึ้น

บางครั้งนักกีฬาอาจยังคงซ้อมได้ตามปกติ แต่ผลการฝึกไม่พัฒนา หรือรู้สึกเหนื่อยสะสมตลอดเวลา

🙋แล้ว…ตรวจเลือดช่วยบอกได้ไงอ่ะ?
ไม่มีค่าตรวจตัวเดียวที่สามารถบอกได้ชัดเจนว่าพลังงานเพียงพอหรือไม่ แต่แพทย์มักใช้ข้อมูลจากหลายตัวร่วมกัน ตัวอย่างเช่น

✅T3 (Triiodothyronine) : เป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการเผาผลาญพลังงาน หากระดับลดลง อาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังประหยัดพลังงาน
✅Testosterone: ในภาวะพลังงานไม่เพียงพอ ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนอาจลดลง ส่งผลต่อการฟื้นตัว การสร้างกล้ามเนื้อ และสมรรถภาพในการฝึก
✅Leptin และ Ghrelin: เป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความหิว ความอิ่ม และสถานะพลังงานของร่างกาย แม้ยังไม่ถูกนำมาใช้ในทางปฏิบัติอย่างแพร่หลาย แต่กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นในงานวิจัยด้านกีฬา

📌สิ่งที่นักกีฬาควรรู้
การซ้อมหนักไม่ได้หมายความว่าจะต้องกินน้อยเพื่อให้ร่างกาย "ฟิต" มากขึ้นเสมอไป
ในหลายกรณี การเพิ่มพลังงานและคาร์โบไฮเดรตให้เพียงพอกับภาระการฝึก กลับช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวดีขึ้น ฮอร์โมนกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และทำให้สมรรถภาพพัฒนาได้ดีกว่าเดิม
✅ดังนั้น หากมีอาการเหนื่อยเรื้อรัง น้ำหนักลดผิดปกติ ซ้อมไม่ขึ้น หรือผลการฝึกไม่พัฒนา การตรวจเลือดร่วมกับการประเมินโภชนาการอาจช่วยค้นหาสาเหตุที่แท้จริงได้

🙋แล้วตรวจเลือดช่วยบอกได้หรือไม่ว่าเราฟื้นตัวจากการฝึกแล้ว?
หนึ่งในคำถามที่โค้ชและนักกีฬาต้องเผชิญอยู่เสมอคือ "วันนี้ควรไป(ซ้อมหนัก)ต่อ หรือพอแค่นี้?"
⚡️หากฝึกน้อยเกินไป ร่างกายอาจได้รับการกระตุ้นไม่เพียงพอจนสมรรถภาพไม่พัฒนา แต่หากฝึกหนักเกินไปโดยไม่มีเวลาฟื้นตัวที่เหมาะสม ร่างกายอาจสะสมความล้า เพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ และทำให้ผลการฝึกแย่ลงได้
✅การตรวจเลือดจึงถูกนำมาใช้เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือเพื่อช่วยประเมินว่า ร่างกายกำลังตอบสนองต่อการฝึกซ้อมอย่างไร และฟื้นตัวได้ดีเพียงใด เพราะร่างกายต้องการ "ความเครียดที่พอดี"

📌หลักการสำคัญทางวิทยาศาสตร์การกีฬาเรียกว่า Hormesis ซึ่งอธิบายว่า ร่างกายจะพัฒนาได้ดีเมื่อได้รับความเครียดจากการฝึกในระดับที่เหมาะสม
👉ลองนึกถึงการสร้างกล้ามเนื้อ หากยกน้ำหนักเบาเกินไป ร่างกายจะไม่จำเป็นต้องปรับตัว แต่หากยกหนักเกินไปทุกวันโดยไม่พัก ก็อาจเกิดการบาดเจ็บหรือฟื้นตัวไม่ทัน
✅เป้าหมายของการฝึกจึงไม่ใช่การหลีกเลี่ยงความเครียด แต่เป็นการสร้าง "ความเครียดในปริมาณที่เหมาะสม" และมีเวลาฟื้นตัวเพียงพอ

🙋ค่าตรวจเลือดอะไรที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นตัว?
นักวิทยาศาสตร์การกีฬาให้ความสนใจกับตัวชี้วัดหลายกลุ่ม ได้แก่
1️⃣ตัวชี้วัดการอักเสบ: หลังการฝึกหนัก ร่างกายจะเกิดการอักเสบในระดับหนึ่ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการฟื้นตัว
⚠️หากการอักเสบสูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
ตัวอย่างค่าที่นิยมศึกษา ได้แก่
✅C-reactive protein (CRP)
✅Interleukin-6 (IL-6)

2️⃣ตัวชี้วัดความเสียหายของกล้ามเนื้อ: เมื่อกล้ามเนื้อถูกใช้งานหนัก จะมีการปล่อยสารบางชนิดเข้าสู่กระแสเลือด
✅ค่าที่ใช้กันบ่อยคือ Creatine Kinase (CK): หากค่า CK สูงกว่าปกติมาก อาจสะท้อนว่ากล้ามเนื้อยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวจากการฝึกหรือการแข่งขัน
⚠️อย่างไรก็ตาม ค่า CK มีความแตกต่างระหว่างบุคคลค่อนข้างมาก นักกีฬาบางคนอาจมีค่าสูงเป็นปกติโดยไม่มีอาการผิดปกติ จึงไม่ควรแปลผลจากการตรวจเพียงครั้งเดียว

3️⃣ฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความเครียดและการฟื้นตัว
ฮอร์โมนหลายชนิดเปลี่ยนแปลงตามภาระการฝึก เช่น
✅Testosterone
✅Cortisol
โดยทั่วไป หากร่างกายได้รับความเครียดสะสมมากเกินไป อาจพบแนวโน้มของฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างและซ่อมแซมร่างกายลดลง ขณะที่ฮอร์โมนความเครียดเพิ่มสูงขึ้น

🙋ตรวจครั้งเดียวบอกได้ไหมว่าพร้อมซ้อมหรือยัง?
⚠️คำตอบคือ "ยังบอกไม่ได้" ค่าตรวจเลือดเป็นเพียงภาพสะท้อนของร่างกายในช่วงเวลาที่เจาะเลือดเท่านั้น การแปลผลที่มีประโยชน์ที่สุด คือการติดตามแนวโน้มของข้อมูลในคนเดิมอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับข้อมูลอื่น ๆ เช่น
☑️คุณภาพการนอน
☑️ ความรู้สึกเหนื่อยล้า
☑️ อัตราการเต้นหัวใจ
☑️ ผลการทดสอบสมรรถภาพ
☑️ ปริมาณและความหนักของการฝึก

ดังนั้น การตรวจเลือดจึงถือว่าได้ว่าเป็น “อาวุธลับของโค้ช” ตัวหนึ่งเลย ที่จะช่วยให้ข้อมูลเพิ่มเติมทำให้โค้ชตัดสินใจปรับโปรแกรมการฝึกได้แม่นยำมากขึ้น

เอกสารอ้างอิง: Charles, P., John, N., Nathan, L. (2020). Blood Biomarker Analysis for the High-Performance Athlete. Sports Science Exchange, 33 (204), 1-5.

ช่วงนี้พักผ่อนน้อย ไม่อยากตรวจฮีโมโกลบิน
แค่อยากได้ยิน..ว่าเธอยังเป็นวิตามินของใจอยู่
ขาดธาตุเหล็กยังพอเสริมได้
แต่ถ้าขาดเธอเมื่อไร…ไม่รู้ต้องกินอะไร…ถึงจะหายคิดถึง 😘

เสด็จสู่แดนสรวง ไทยทั้งปวงน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณตราบนิรันดร์ ข้าพระพุทธเจ้าคณะกรรมการบริหาร สมาชิก และเจ้าหน้าที่สมาคม...
12/06/2026

เสด็จสู่แดนสรวง ไทยทั้งปวงน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณตราบนิรันดร์

ข้าพระพุทธเจ้าคณะกรรมการบริหาร สมาชิก และเจ้าหน้าที่สมาคมกีฬาเวชศาสตร์แห่งประเทศไทย

สำหรับแฟนๆวอลเล่ย์บอลในประเทศไทยที่ยกป้ายไฟเชียร์นักกีฬามาแรมปี งานนี้จะชวนเปลี่ยนมายกป้ายไฟเชียร์ “ทีมหลังบ้าน“ กันบ้าง...
11/06/2026

สำหรับแฟนๆวอลเล่ย์บอลในประเทศไทยที่ยกป้ายไฟเชียร์นักกีฬามาแรมปี งานนี้จะชวนเปลี่ยนมายกป้ายไฟเชียร์ “ทีมหลังบ้าน“ กันบ้าง

ชมรมเวชศาสตร์ฟื้นฟูทางการกีฬาชวนมาร่วมเรียนรู้ศาสตร์และศิลป์เบื้องหลังความสำเร็จของนักกีฬาวอลเลย์บอล ผ่านองค์ความรู้ด้านเวชศาสตร์การกีฬา การฟื้นฟูสมรรถภาพ และการดูแลนักกีฬาแบบสหสาขาวิชาชีพ

ในงานประชุมวิชาการ “Sports Specific Rehabilitation: The World of Volleyball Medicine”🏐

เนื้อหาครอบคลุมหัวข้อที่น่าสนใจ เช่น

✅ บทบาทแพทย์ประจำทีมวอลเล่ย์บอล
✅ ชีวกลศาสตร์เพื่อเพิ่มสมรรถภาพในการเล่นวอลเล่ย์บอล
✅ โภชนาการเพื่อสมรรถนะสูงสุดของนักกีฬาวอลเล่ย์บอล
✅ การทำงานของหัวใจกับสมรรถภาพและการฟื้นตัวของนักกีฬา
✅ การฟื้นฟูการบาดเจ็บข้อเท้า จากสนามสู่การกลับมาแข่งขัน
✅ การดูแลภาวะฉุกเฉินและการบาดเจ็บในสนามแข่งขัน
✅ การฟื้นฟูการบาดเจ็บหัวไหล่ในนักกีฬาวอลเล่ย์บอล
✅ การฟื้นฟูการบาดเจ็บหัวเข่าในนักกีฬาวอลเล่ย์บอล
✅ เสวนาพิเศษ: ประสบการณ์และความท้าทายของแพทย์ประจำทีมกีฬา

👨‍⚕️ เหมาะสำหรับแพทย์ นักกายภาพบำบัด นักวิทยาศาสตร์การกีฬา ผู้ฝึกสอน และผู้สนใจ
💰 ค่าลงทะเบียน 1,000 บาท
⚠️ รับเพียง 100 ท่านเท่านั้น

เค้าว่ากันว่า..ทุกๆความสำเร็จของคนๆนึง มักมีคนจำนวนมากอยู่เบื้องหลังเสมอ ในโลกของกีฬาก็เช่นกัน ไม่มีใครไปถึงเส้นชัยเพียงลำพัง เพราะยิ่งเป้าหมายไกลเท่าไร คนที่เดินไปด้วยกันก็ยิ่งสำคัญ ❤️

📢 แนะนำหลักสูตรออนไลน์ฟรีสำหรับแพทย์เวชศาสตร์การกีฬาและบุคลากรทางการแพทย์ในยุคที่การดูแลนักกีฬาไม่ได้จำกัดเพียงการรักษาอ...
10/06/2026

📢 แนะนำหลักสูตรออนไลน์ฟรีสำหรับแพทย์เวชศาสตร์การกีฬาและบุคลากรทางการแพทย์

ในยุคที่การดูแลนักกีฬาไม่ได้จำกัดเพียงการรักษาอาการบาดเจ็บ แต่ครอบคลุมถึงการป้องกัน การดูแลภาวะฉุกเฉิน และการส่งเสริมความปลอดภัยของนักกีฬาในทุกระดับการแข่งขัน

🌍 World Rugby Passport เปิดให้เข้าศึกษาหลักสูตรออนไลน์ฟรีกว่า 32 Modules ครอบคลุมองค์ความรู้ด้าน Sports Medicine, Player Welfare และ Athlete Safety ตามมาตรฐานสากลของ World Rugby

📚 หัวข้อที่น่าสนใจ อาทิ

✔️ Player Welfare & Medical Care
✔️ Injury Prevention & Risk Management
✔️ Concussion Recognition & Management
✔️ Immediate Care in Sport
✔️ Pitch-side Assessment & Emergency Management
✔️ Strength & Conditioning for Rugby
✔️ Safeguarding in Sport
✔️ Match Day Medical Support

หลักสูตรได้รับการพัฒนาโดยผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ และเหมาะสำหรับ

👨🏻‍⚕️ แพทย์เวชศาสตร์การกีฬา
👨🏻‍⚕️ แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน
👨🏻‍⚕️ แพทย์ทั่วไปที่ดูแลนักกีฬา
🧑🏻‍⚕️ นักกายภาพบำบัด
🏋🏻‍♂️ นักวิทยาศาสตร์การกีฬา โค้ช และบุคลากรทีมสหสาขาวิชาชีพ

✅ เรียนออนไลน์ได้ทุกที่
✅ ไม่มีค่าใช้จ่าย
✅ มากกว่า 32 หลักสูตร
✅ สามารถเลือกเรียนตามความสนใจและบทบาทหน้าที่

อ่าน review course ได้ที่นี่: https://www.facebook.com/share/p/1EWqcaURmB/

🔗 ลงทะเบียนได้ตาม link ข้างล่างเล้ยย

⚽️ ในส่วนของฟุตบอลนั้นก็ขอฝาก FIFA Football Medicine Diploma 42 modules ไว้ในอ้อมใจด้วยงับ

https://www.fifamedicalnetwork.com/dashboard

ของฟรี & ดีย์ ก็ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงค่าา

Registering for World Rugby Passport gets you access to our full suite of online learning modules across a wide range of topics.

Enhanced Games กับบทเรียนที่สำคัญกว่าเรื่องสเตียรอยด์ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา วงการกีฬาพยายามค้นหาวิธีเพิ่มสมรรถนะ...
01/06/2026

Enhanced Games กับบทเรียนที่สำคัญกว่าเรื่องสเตียรอยด์

ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา วงการกีฬาพยายามค้นหาวิธีเพิ่มสมรรถนะของมนุษย์อยู่เสมอ ตั้งแต่การพัฒนาเทคนิคการฝึกซ้อม เทคโนโลยีอุปกรณ์กีฬา อาหารเสริม ไปจนถึงสารกระตุ้นและฮอร์โมนต่าง ๆ

แนวคิดนี้ถูกผลักดันไปถึงขีดสุดใน Enhanced Games การแข่งขันที่ได้รับฉายาว่า "Olympics on Steroids" หรือ "โอลิมปิกสเตียรอยด์" เพราะอนุญาตให้นักกีฬาใช้สารเพิ่มสมรรถนะที่ปกติถูกห้ามในกีฬาอาชีพ หลายคนคาดหวังว่าจะได้เห็นนักกีฬาทำลายสถิติโลกเป็นจำนวนมาก เมื่อข้อจำกัดเรื่องสารกระตุ้นถูกยกออกไป แต่ผลลัพธ์กลับน่าสนใจกว่าที่คิด

เพราะมีนักกีฬาว่ายน้ำเพียงคนเดียวที่สามารถทำลายสถิติโลกได้ ขณะที่ผลงานของนักกีฬาส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกับการแข่งขันระดับสูงทั่วไป

✅สิ่งนี้ไม่ได้หมายความว่าสารเพิ่มสมรรถนะไม่มีผล แต่สะท้อนความจริงสำคัญว่า “แม้แต่ยา ฮอร์โมน หรือสเตียรอยด์ที่มีฤทธิ์รุนแรง ก็ไม่สามารถทดแทนพื้นฐานของสมรรถภาพมนุษย์ได้”

📌ร่างกายมนุษย์ไม่มีปุ่มเร่งความเร็ว

ในโลกปัจจุบัน เราคุ้นเคยกับการทำทุกอย่างให้เร็วขึ้น มีประสิทธิภาพขึ้น และประหยัดเวลามากขึ้น เราสามารถกดดูวิดีโอที่ความเร็ว 1.5 หรือ 2 เท่าได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส

แต่ร่างกายมนุษย์ไม่ได้ทำงานแบบนั้น…
ไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริม สเตียรอยด์ ฮอร์โมน หรือสารกระตุ้นใด ๆ ล้วนทำงานผ่านกลไกทางชีววิทยาที่ร่างกายมีอยู่เดิม สารเหล่านี้อาจช่วยสนับสนุนบางกระบวนการได้ แต่ไม่สามารถสร้างความสามารถใหม่ขึ้นมาจากความว่างเปล่า

หากร่างกายได้รับพลังงานไม่เพียงพอ ขาดโปรตีน พักผ่อนไม่พอ หรือฝึกซ้อมไม่มีคุณภาพ การเติมสารกระตุ้นเข้าไปก็ไม่สามารถเปลี่ยนผลลัพธ์ให้กลายเป็นความสำเร็จระดับมหัศจรรย์ได้

✅บทเรียนสำคัญจาก Enhanced Games คือ สิ่งที่กำหนดศักยภาพของมนุษย์มากที่สุดยังคงเป็นปัจจัยพื้นฐาน ได้แก่ การฝึกซ้อมที่มีคุณภาพ โภชนาการที่เหมาะสม และการฟื้นตัวที่เพียงพอ มากกว่าสารกระตุ้นหรือทางลัดใด ๆ

📌Food First Approach: ทำไมอาหารจริงยังสำคัญกว่าอาหารเสริมเสมอ?

หลักการ Food First มีแนวคิดเรียบง่ายคือ "ให้อาหารจริงเป็นแหล่งสารอาหารหลักก่อน แล้วค่อยพิจารณาอาหารเสริมเมื่อมีความจำเป็น"

องค์กรกีฬาระดับนานาชาติหลายแห่งสนับสนุนแนวคิดนี้ เพราะอาหารธรรมชาติสามารถมอบสิ่งที่อาหารเสริมไม่สามารถเลียนแบบได้อย่างสมบูรณ์

✅อาหารหนึ่งมื้อไม่ได้ประกอบด้วยโปรตีนหรือวิตามินเพียงชนิดเดียว แต่เป็นระบบที่ซับซ้อนของวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร สารต้านอนุมูลอิสระ และสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจำนวนมากที่ทำงานร่วมกัน กล่าวได้ว่า "อาหารเป็นระบบที่ซับซ้อนกว่าสารออกฤทธิ์เพียงตัวเดียวในกระปุกมาก"

📌กับดักของอุตสาหกรรมอาหารเสริม
ปัจจุบันผลิตภัณฑ์เสริมอาหารถูกทำการตลาดอย่างเข้มข้น ด้วยคำโฆษณาอย่าง
• เพิ่มกล้ามเนื้อเร็ว
• ลดไขมันไว
• ฟื้นตัวทันที
• เพิ่มพลังงานแบบก้าวกระโดด
แต่ในทางวิทยาศาสตร์ ผลลัพธ์เช่นนั้นแทบไม่เคยเกิดขึ้นจริง

หากผลิตภัณฑ์ใดอ้างว่าสามารถเปลี่ยนคุณให้มีกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว หรือช่วยลดน้ำหนักได้ภายในเวลาอันสั้น ก็ควรตั้งคำถามอย่างจริงจัง เพราะการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพของมนุษย์มีข้อจำกัดตามธรรมชาติ ร่างกายต้องใช้เวลาในการสร้างกล้ามเนื้อ ปรับตัวต่อการฝึกซ้อม และเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบร่างกาย

แม้แต่ยาลดน้ำหนักสมัยใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น ยากลุ่ม GLP-1 ก็ยังมีข้อจำกัด การลดน้ำหนักที่รวดเร็วอาจมาพร้อมกับการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ หากไม่ได้รับโปรตีนเพียงพอหรือออกกำลังกายแบบแรงต้านควบคู่กันไป

✅สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพทุกชนิดล้วนมีต้นทุนและข้อแลกเปลี่ยน ไม่มีทางลัดที่ให้ผลลัพธ์มหาศาลโดยปราศจากความเสี่ยง

📌แล้วอาหารเสริมไม่มีประโยชน์เลยหรือ?
คำตอบคือ “ไม่ใช่”

Food First ไม่ได้หมายถึง Food Only อาหารเสริมยังมีบทบาทในบางสถานการณ์ เช่น การขาดธาตุเหล็ก การขาดวิตามิน D การเดินทางแข่งขันบ่อย การรับประทานอาหารไม่เพียงพอ หรือความต้องการสารอาหารบางชนิดที่ยากจะได้รับจากอาหารเพียงอย่างเดียว

✅อย่างไรก็ตาม อาหารเสริมควรถูกใช้เพื่อ "เติมเต็ม" ไม่ใช่ "ทดแทน" อาหารจริง และควรใช้บนพื้นฐานของหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ความปลอดภัย และความจำเป็นเฉพาะบุคคล

สรุปในสรุป
✅Enhanced Games ถูกสร้างขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นว่ามนุษย์จะไปได้ไกลแค่ไหนเมื่อใช้สารเพิ่มสมรรถนะอย่างเต็มที่ แต่สิ่งที่การแข่งขันนี้สะท้อนกลับไม่ใช่พลังของยา หากเป็นความสำคัญของพื้นฐาน เพราะต่อให้มีสเตียรอยด์ ฮอร์โมน หรืออาหารเสริมที่ดีที่สุดในโลก ร่างกายก็ยังต้องอาศัยสิ่งเดิมในการพัฒนา นั่นคือ “การฝึกซ้อมที่ดี การพักผ่อนที่เพียงพอ และอาหารที่มีคุณภาพ”

✅ดังนั้นก่อนถามว่า "ควรกินอาหารเสริมอะไรดี?" คำถามที่สำคัญกว่าคือ "วันนี้ฉันกินอาหารจริงได้ดีพอแล้วหรือยัง?"

✅เพราะในท้ายที่สุด สุขภาพ สมรรถนะ และความยั่งยืนในระยะยาว ยังคงเริ่มต้นจาก “จานอาหาร”มากกว่า “กระปุกอาหารเสริม” เสมอ และมีนักกีฬาโอลิมปิคหลายคนให้สัมภาษณ์ว่าไม่ได้ใช้อาหารเสริมเลย และยืนยันว่าการกินอาหารให้ถูกต้องตามหลักโภชนาการให้ผลดีมากกว่าการใช้อาหารเสริมชนิดใดๆบนโลก

ใส่ใจอาหารเสริมเกินเหตุ โดยไม่สนใจอาหารหลัก ก็เหมือนวิ่งไล่ตามคนไม่มีใจ ต่อให้วิ่งแค่ไหนก็ไม่ถึงเส้นชัยสักที…

แอดฯเป็นกำลังใจให้ทุกคนเจอคนที่ใช่ในวันที่ยังไม่บ่ายเกินไป 😇

แต่ใดๆอยู่เป็นโสดโดยไม่มีสาเหตุดีกว่าอยู่เป็นเศษโดยไม่มีเหตุผลน้าา

Ref:
Yasuda, J., Myoenzono, K., Takai, E., Toguchi, M., Tsunezumi, S., Kondo, C., Kaizaki, A., Ode, S., Ohno, H., Namma-Motonaga, K., & Kamei, A. (2023). Importance of "meal first" strategy and effective situations of supplement use in elite athletes: Japan high performance sport center position stand. Frontiers in sports and active living, 5, 1188224.

ที่อยู่

อาคารศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา
Bangkok
10240

เบอร์โทรศัพท์

+6621867111

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สมาคมกีฬาเวชศาสตร์แห่งประเทศไทยผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์