04/06/2026
📍 EASO 2026 อัพเดท Frameworks เรื่องการใช้ “ยารักษาโรคอ้วน” เปลี่ยนจาก “ยาตัวไหนลดน้ำหนักได้มากที่สุด?” ไปสู่คำถามที่ละเอียดขึ้นว่า
➡️ ผู้ป่วยรายนี้มีปัญหาหลักจาก obesity ที่ระบบใด
เป้าหมายการรักษาคืออะไร
endpoint ไหนที่ต้องการให้ดีขึ้น
และยาตัวไหนมีหลักฐานตรงกับปัญหานั้นมากที่สุด 🎯
—————————————————————-
▪️อ่านต้นฉบับ ➡️ https://doi.org/10.1038/s41591-026-04397-4
—————————————————————-
ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
การรักษาโรคอ้วนด้วยยาเปลี่ยนเร็วมากครับ 💊
จากยุคที่เรามียาลดน้ำหนักให้เลือกไม่มาก
มาถึงยุคของ incretin-based therapies
ที่ทำให้ผลการลดน้ำหนักและผลต่อโรคร่วมหลายระบบชัดเจนขึ้นมาก 📉
พอยามีหลายตัวขึ้น
คำถามในเวชปฏิบัติก็ซับซ้อนขึ้นตามไปด้วย 🩺
เพราะผู้ป่วย obesity แต่ละรายไม่ได้เหมือนกัน
บางคนมาด้วยน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นเป็นปัญหาหลัก
บางคนมี prediabetes หรือ type 2 diabetes ร่วมด้วย
บางคนมี cardiovascular disease
บางคนมี heart failure
บางคนมี MASLD/MASH
บางคนมี obstructive sleep apnea
บางคนมี knee osteoarthritis จากน้ำหนักที่กดลงข้อ 🫀 🩸 🧫 😴 🦵
ดังนั้นคำถามสำคัญจึงเปลี่ยนจาก
“ยาตัวไหนลดน้ำหนักได้มากที่สุด?”
ไปสู่คำถามที่ละเอียดขึ้นว่า
ผู้ป่วยรายนี้มีปัญหาหลักจาก obesity ที่ระบบใด
เป้าหมายการรักษาคืออะไร
endpoint ไหนที่ต้องการให้ดีขึ้น
และยาตัวไหนมีหลักฐานตรงกับปัญหานั้นมากที่สุด 🎯
นี่คือแกนคิดของ EASO 2026 update
เรื่องการใช้ยา obesity-management medications หรือ OMMs
ซึ่งอัปเดตจาก RCT ล่าสุดถึงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2025 📚
บทความนี้ไม่ได้พยายามทำให้การรักษา obesity เป็นสูตรตายตัว
แต่จัดหลักฐานให้เห็นเป็นแผนที่ว่า
ในแต่ละ clinical domain ยาตัวไหนเด่นต่อ outcome ใดบ้าง 🧭
———————————————————————
1️⃣ แกนคิดของ EASO 2026: เริ่มจากปัญหาของผู้ป่วยก่อน แล้วค่อยเลือกยา 🧭
———————————————————————
Framework นี้แบ่งการตัดสินใจเป็น 2 ทางใหญ่
กลุ่มแรกคือ
ผู้ป่วย obesity ที่ยังไม่มี complication เด่นชัด
เป้าหมายหลักอยู่ที่การลด total body weight loss หรือ TBWL ⚖️
กลุ่มที่สองคือ
ผู้ป่วย obesity ที่มี obesity-related complications แล้ว
เช่น prediabetes, type 2 diabetes, cardiovascular disease, heart failure, MASLD/MASH, OSAS หรือ knee osteoarthritis 🫀 🩸 🧫 😴 🦵
ในกลุ่มหลัง
น้ำหนักยังเป็นเรื่องสำคัญ
แต่การตัดสินใจต้องมองเพิ่มไปถึง complication หลักของผู้ป่วย
และ endpoint ที่มีความหมายทางคลินิกของโรคนั้น 📊
ตัวอย่างเช่น
——————
ถ้าผู้ป่วยมี cardiovascular disease
เราควรสนใจ cardiovascular outcome
ถ้ามี heart failure
ควรสนใจ hospitalization for heart failure
ถ้ามี MASH
ควรสนใจ MASH remission และ liver fibrosis improvement
ถ้ามี OSAS
ควรสนใจ OSAS remission
แนวคิดนี้ทำให้การเลือกยา OMM มีความเป็น person-centred care มากขึ้น
เพราะเริ่มจากผู้ป่วยจริง ไม่ได้เริ่มจากชื่อยา 💊
———————————————————————
2️⃣ ถ้าเป้าหมายหลักคือ “ลดน้ำหนัก” ⚖️
———————————————————————
ในผู้ป่วย obesity ที่ยังไม่มี complication เด่นชัด
endpoint หลักของ framework นี้คือ TBWL
ข้อมูลที่อัปเดตพบว่า
ยาทั้งหมดที่ถูกรวมในการวิเคราะห์ให้ผลลดน้ำหนักดีกว่า placebo อย่างมีนัยสำคัญ
ขนาดการลดน้ำหนักโดยรวมอยู่ประมาณ
2.9% ถึง 15.4% ที่ study endpoint 📉
ถ้าเรียงตามประสิทธิภาพด้าน TBWL โดยภาพรวม จะได้ประมาณนี้
1. Tirzepatide
2. Semaglutide
3. Phentermine-topiramate
4. Liraglutide
5. Naltrexone-bupropion
6. Orlistat
tirzepatide ลดน้ำหนักได้ประมาณ 15.4%
ส่วน semaglutide ลดได้ประมาณ 10.5%
ตรงนี้ช่วยให้เห็นว่า
ในเป้าหมายเรื่องน้ำหนักล้วน ๆ
tirzepatide และ semaglutide เป็นยาที่โดดเด่นที่สุดใน framework นี้ 📌
อย่างไรก็ตาม การเรียงลำดับนี้เป็นการเรียงตาม efficacy ต่อ endpoint เฉพาะเรื่อง TBWL
ไม่ได้บอกว่าเป็นลำดับการเริ่มยาในผู้ป่วยทุกคน
———————————————————————
3️⃣ เมื่อมี complication ต้องมองเป็น domain 🧩
———————————————————————
EASO 2026 แบ่ง obesity-related complications ออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่
A) Mechanical adiposity 🦴
——————————————
หมายถึงภาวะแทรกซ้อนจากแรงกดหรือผลเชิงกลของ adiposity
เช่น ไขมันและน้ำหนักตัวที่ส่งผลต่อทางเดินหายใจหรือข้อ
ตัวอย่างใน framework นี้คือ
obstructive sleep apnea syndrome หรือ OSAS 😴
และ knee osteoarthritis หรือ KOA 🦵
B ) Metabolic adiposity 🔥
—————————————-
หมายถึงภาวะแทรกซ้อนจาก adiposity ที่รบกวนระบบ metabolic, endocrine, inflammatory และ immune response
ตัวอย่างเช่น
prediabetes
type 2 diabetes
cardiovascular disease
heart failure
MASLD/MASH 🫀 🩸 🧫
การแบ่งแบบนี้ช่วยให้เห็นว่า obesity ไม่ได้ส่งผลต่อร่างกายทางเดียว
บางรายเด่นด้าน mechanical load
บางรายเด่นด้าน metabolic dysfunction
และยาที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันตาม clinical domain
———————————————————————
4️⃣ Mechanical adiposity: เมื่อไขมันและน้ำหนักส่งผลต่อการหายใจหรือข้อ 🦴
———————————————————————
OSAS คือ obstructive sleep apnea syndrome
———————————————————————
▪️endpoint ใน framework คือ OSAS remission
💊 ยาที่เด่นใน domain นี้คือ “tirzepatide”
ในผู้ป่วย obesity ที่มี sleep apnea เป็นปัญหาสำคัญ
tirzepatide มีหลักฐานน่าสนใจต่อ endpoint นี้
Knee osteoarthritis 🦵
———————————
▪️endpoint คือ KOA pain remission
💊 ยาที่เด่นคือ “semaglutide”
และมี liraglutide อยู่ในระดับรองลงมา
ในผู้ป่วยที่มี knee osteoarthritis
การลดน้ำหนักช่วยลด mechanical load ต่อข้อ
แต่ framework นี้พยายามมองลึกกว่านั้น
คือดูว่าใน trial endpoint เรื่อง pain remission ดีขึ้นกับยาตัวใด 📊
———————————————————————
5️⃣ Metabolic adiposity: เมื่อ obesity กระทบระบบน้ำตาล หัวใจ และตับ 🔥
———————————————————————
กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่พบบ่อยมากในเวชปฏิบัติ
และเป็นส่วนที่ framework นี้ช่วยจัดระบบการคิดได้ดี
Prediabetes 🩸
————————
▪️endpoint คือ normoglycemia restoration
หรือการกลับสู่ระดับน้ำตาลปกติ
💊 ยาที่มีหลักฐานใน framework ได้แก่
“semaglutide, tirzepatide และ liraglutide”
semaglutide มีค่า OR เด่นมากสำหรับการทำให้ prediabetes กลับเป็น normoglycemia 📊
ตรงนี้สะท้อนว่า
ในผู้ป่วย obesity ที่ยังอยู่ในระยะ prediabetes
การเลือกยาอาจมีเป้าหมายมากกว่าการลดน้ำหนัก
เพราะการกลับสู่ normoglycemia เป็น endpoint ที่มีความหมายมากในระยะยาว
Type 2 diabetes 🩸
—————————
▪️endpoint คือ diabetes remission
💊 ยาที่เด่นคือ “tirzepatide และ semaglutide”
tirzepatide มี OR ประมาณ 15.6
semaglutide มี OR ประมาณ 12.3
➡️ ข้อมูลนี้ทำให้เห็นว่า
ในผู้ป่วย obesity ที่มี type 2 diabetes
tirzepatide และ semaglutide เป็นยาที่มีหลักฐานเด่นมากต่อ diabetes remission
Cardiovascular disease 🫀
—————————————-
▪️endpoint คือ “MACE หรือ major adverse cardiovascular event”
💊 ยาที่เด่นใน framework นี้คือ “semaglutide”
ในผู้ป่วย obesity ที่มี cardiovascular disease หรือ cardiovascular risk สูง
น้ำหนักที่ลดลงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพรวม
สิ่งที่มีความหมายมากคือ
ยานั้นมีหลักฐานต่อ cardiovascular outcome หรือไม่
สำหรับ domain นี้
semaglutide เป็นตัวที่โดดเด่นใน framework ของ EASO 2026 📌
Heart failure 🫀
————————
▪️endpoint คือ hospitalization for heart failure
💊 ยาที่เด่นคือ “tirzepatide และ semaglutide”
semaglutide มี OR ประมาณ 0.2
tirzepatide มี OR ประมาณ 0.4
ข้อมูลนี้สะท้อนสัญญาณว่า
ทั้งสองตัวสัมพันธ์กับการลด hospitalization for heart failure เมื่อเทียบกับ control 📉
———————————————————————
6️⃣ MASLD / MASH: liver domain ที่สำคัญขึ้นใน update 2026 🧫
———————————————————————
หนึ่งในจุดสำคัญของ EASO 2026 คือการอัปเดต liver outcomes
ใน framework เดิม liver domain เน้นที่
🔹 MASH remission without worsening of fibrosis
ใน update นี้
มีข้อมูล RCT ใหม่ โดยเฉพาะข้อมูลของ semaglutide และ tirzepatide ในผู้ป่วย MASH
▪️endpoint ด้านตับที่สำคัญมี 2 เรื่อง
1. MASH remission
2. Liver fibrosis improvement
สำหรับ MASH remission
💊 ยาที่เด่นคือ “semaglutide และ tirzepatide”
semaglutide มี OR ประมาณ 3.2
tirzepatide มี OR ประมาณ 11.8
▪️ส่วน endpoint เรื่อง liver fibrosis improvement
หลักฐานยังจำกัดกว่า ⚠️
💊 semaglutide เป็นยาที่มีหลักฐานเด่นกว่าสำหรับ fibrosis improvement
ขณะที่ tirzepatide ยังต้องรอข้อมูลที่ mature มากขึ้น ⏳
———————————————————————
7️⃣ ภาพรวมของยาแต่ละตัวใน framework นี้ 💊
———————————————————————
Tirzepatide
——————
เด่นมากด้าน total body weight loss 📉
เด่นใน diabetes remission 🩸
เด่นใน OSAS remission 😴
มีข้อมูลน่าสนใจใน MASH remission 🧫
และมีสัญญาณใน heart failure hospitalization
Semaglutide
———————-
เด่นหลาย domain
ทั้ง weight loss
prediabetes
diabetes remission
cardiovascular outcome
heart failure
MASH remission
และ liver fibrosis improvement 🫀 🩸 🧫
Liraglutide
——————
ยังมีบทบาทในบาง metabolic endpoints
เช่น prediabetes และ type 2 diabetes
ประสิทธิภาพด้าน weight loss โดยรวมต่ำกว่า semaglutide และ tirzepatide
แต่ยังอยู่ใน framework เพราะมีข้อมูลในบาง clinical outcomes
Phentermine-topiramate
————————————-
เด่นด้าน weight loss 📉
ข้อมูลด้าน complication domains หลายส่วนยังจำกัดกว่า incretin-based therapies
Naltrexone-bupropion และ Orlistat
——————————————————
มีข้อมูลในบาง endpoint
โดยรวมอยู่ลำดับรองลงมาใน framework นี้
———————————————————————
8️⃣ Algorithm นี้ควรใช้เป็น evidence map 🗺️
———————————————————————
EASO 2026 algorithm มีประโยชน์ในฐานะ “แผนที่หลักฐาน”
ช่วยให้เห็นว่า ในแต่ละ complication domain
ยาตัวไหนมีหลักฐานเด่นต่อ endpoint ใด 📚
การใช้ในชีวิตจริงต้องนำไปประกอบกับหลายปัจจัย ได้แก่
- ความปลอดภัยของยา 🛡️
- ข้อห้ามใช้
- โรคร่วมของผู้ป่วย
- ค่าใช้จ่าย 💰
- การเข้าถึงยา
- เป้าหมายของผู้ป่วย 🎯
- ความชอบของผู้ป่วย
- clinical judgment ของแพทย์ 🩺
ยาที่ดีที่สุดใน trial
อาจยังไม่ใช่ยาที่เหมาะที่สุดสำหรับผู้ป่วยทุกราย
ผู้ป่วยจริงมีบริบทมากกว่าตัวเลขในตาราง
และการรักษา obesity ต้องอาศัยการตัดสินใจร่วมกันระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย
———————————————————————
9️⃣ Dose และ licensing เป็นประเด็นที่ต้องดูเสมอ 💊
———————————————————————
Framework นี้อ้างอิงยาที่ได้รับอนุมัติสำหรับ
chronic weight management in adults
ในบริบทของ European Union เป็นหลัก
📙 ขนาดยาที่กล่าวถึง ได้แก่
Liraglutide 3.0 mg
Naltrexone-bupropion 32/360 mg
Orlistat 360 mg
Phentermine-topiramate 15/92 mg
Semaglutide 2.4 mg
Tirzepatide 10–15 mg
ขนาดยาที่สูงกว่า
formulation ใหม่
หรือยาที่ได้รับอนุมัติเฉพาะบางประเทศ
อาจถูกกล่าวถึงในบทความ
แต่ไม่ได้ถูกรวมเป็น node แยกใน algorithm นี้
เวลาเอา framework ไปใช้จริง
จึงต้องดูบริบทประเทศ
ข้อบ่งใช้ที่ได้รับอนุมัติ
การเข้าถึงยา
ราคา
และระบบสุขภาพร่วมด้วย 🌍
———————————————————————
🔟 ข้อจำกัดของหลักฐาน ⚠️
———————————————————————
แม้บทความนี้อัปเดตจาก RCT จำนวนมาก
แต่การตีความยังต้องระวัง
หลาย comparison เป็น indirect comparison
ไม่ใช่ head-to-head trial โดยตรง
ประชากรในแต่ละ trial ต่างกัน
endpoint ที่ใช้วัดผลไม่เหมือนกัน
ระยะเวลาติดตามต่างกัน ⏳
clinical trial program ของยาแต่ละตัวไม่เหมือนกัน
และความสุกงอมของ evidence ยังไม่เท่ากัน
บาง domain มีข้อมูลมาก
บาง domain มีข้อมูลจำกัด
โดยเฉพาะ liver fibrosis improvement
หลักฐานยังน้อยกว่า MASH remission
จึงต้องตีความอย่างระมัดระวัง 🧫
การอ่าน algorithm จึงควรอ่านร่วมกับบริบทของหลักฐาน
ไม่ควรดูแค่ลำดับชื่อยาในภาพ
———————————————————————