JBC - Japanese Beauty and Cosmetics

JBC - Japanese Beauty and Cosmetics JBC - Premium Quality Japanese Beauty Products

11/03/2017

5 สิ่งที่เลดี้ กาก้าทำเพื่อหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์มในงาน Super Bowl ครั้งล่าสุด

​การแข่งขันชิงแชมป์อเมริกันฟุตบอล Super Bowl นอกจากผู้ชมจะลุ้นว่าใครจะเป็นฝ่ายที่คว้าแชมป์ไปแล้ว ไฮไลท์อีกอย่างของงานที่ผู้ชมตั้งตารอไม่แพ้กันก็คือโชว์ปังๆจากเลดี้ กาก้า แล้วก็คงไม่ผิดหวังเพราะเธอวาดลวดลาย ทั้งเต้นทั้งร้อง เรียกได้ว่าจัดเต็มจริงๆ แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ได้รับความสนใจนอกจากโชว์ก็คือ หุ่นและความฟิตแอนด์เฟิร์มของเธอ ที่เธอต้องพยายามอย่างหนักเพื่อให้ได้มา เราจึงอยากแชร์ความพยายามของเธอเพื่อให้คุณได้รับรู้ และเพื่อเป็นแรงบันดาลใจ

1. หลังจากที่เธอเป็นลมล้มพับไปในช่วงการทัวร์คอนเสิร์ตเมื่อปี 2013 กาก้าก็ตัดสินใจดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง โดย Laurieann Gibson นักออกแบบท่าเต้นเล่าว่ากาก้ากินแต่ซัลซ่า ขนมกรุบกรอบธัญพืช เต้าหู้ ไก่งวงสไลด์ ฮัมมัสและน้ำมะพร้าว

2. เธอออกกำลังแบบคาร์ดิโออย่างหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงใกล้ๆวันโชว์ เพราะโชว์ของเธออาศัยความแข็งแรงของร่างกายอย่างมาก อย่างที่เราเห็นๆกันว่าเธอต้องโหนสลิงไปด้วยร้องเพลงไปด้วย ไหนจะตีลังกา ไหนจะเต้นอีก เธอจึงต้องออกกำลังกายให้ฟิตเพื่อให้วาดลวดลายได้อย่างต่อเนื่องจนจบโชว์

3. นอกจากคาร์ดิโอ สิ่งที่กาก้าทำประจำคือการออกกำลังด้วยเครื่อง TRX เพื่อกระชับสัดส่วนและให้กล้ามเนื้อแข็งแรง และบางครั้งหลังทำงานเธอก็ใส่ชุดที่โชว์นั่นแหละมาเล่นซะเลยอีกด้วย

4. เธอเลือกที่จะเดินทางสายกลาง กาก้าไม่ได้ตัดขาดกับทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่นอกเหนือจากอาหารไดเอทขนาดนั้น เดือนก่อน Super Bowl เธอยังโพสต์รูปซื้อกาแฟที่สตาร์บัคอยู่เลย และ Gibson ยังบอกอีกว่าพวกเธอยังดื่มไวน์ขาวกันก่อนจะขึ้นโชว์ในช่วง World Tour อีกด้วย

5. กาก้าไม่ได้ออกกำลังแค่ตอนอยู่ที่ยิมเท่านั้น แต่เธอผสมผสานมันเข้ากับไลฟ์สไตล์ประจำวันของเธอซะเลย เธอจะทำมันเมื่อไรก็ได้ อย่างที่เราเห็นๆกันในอินสตาแกรมว่าเธอไปขี่ม้า กระโดดแตะเท้าระหว่างรอโชว์ ออกกำลังกายในสวนหลังบ้านหรือกระทั่งตีลังกาเล่นกับคุณแม่

ความอดทนและความสม่ำเสมอคือกุญแจสำคัญที่จะนำคุณไปสู่การมีสุขภาพดี ร่างกายแข็งแรง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดเลยคือควรมีแรงบันดาลใจและสนุกกับมัน และเลดี้ กาก้า นักร้องนักแสดงตัวแม่คนนี้ก็เป็นแบบอย่างที่ดีที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จเช่นเธอ

ถึงเวลาแล้วที่ต้องดีท็อกซ์เฟสบุ๊คบ้างไหม? 7-Days Facebook Detox?เคยไหม...เวลาอ่านเฟสบุ๊คแล้วรู้สึกเหงาจัง อิจฉาอย่างแรง ...
26/02/2017

ถึงเวลาแล้วที่ต้องดีท็อกซ์เฟสบุ๊คบ้างไหม? 7-Days Facebook Detox?

เคยไหม...เวลาอ่านเฟสบุ๊คแล้วรู้สึกเหงาจัง อิจฉาอย่างแรง ซึมเศร้าจนอยากหนีไปให้พ้นจากโลกอันโหดร้ายใบนี้เสียเดี๋ยวนี้เลย

งานวิจัยหลายชิ้นบอกว่าการใช้โซเชียลมีเดียมากเกินไปทำให้เกิดความเหงาและซึมเศร้า ทางแก้คือถอยห่างจากเฟสบุ๊คสักพัก แล้วคุณจะมองโลกเชิงบวกและมีความสุขมากขึ้น

เมื่อปลายปี 2015 มอร์เทน ทรอมโฮลท์ นักวิจัยด้านสังคมวิทยา จากมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน รวบรวมชาวเดนมาร์ก 1,000 คน เข้าร่วมโครงการวิจัยโดยดูว่าแต่ละคนใช้โซเชียลมีเดียมากน้อยขนาดไหน และมีความพอใจกับชีวิตดีหรือไม่ จากนั้นให้คนครึ่งหนึ่งใช้เฟสบุ๊คในระดับเดิม อีกครั้งหนึ่งหยุดใช้เฟสบุ๊ค

ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ นำคนเหล่านั้นมาทำแบบทดสอบทางด้านสุขภาพจิต พบว่าคนที่หยุดใช้เฟสบุ๊คมีสุขภาวะขึ้น คนที่ใช้เฟสบุคอย่างหนัก คนที่รู้สึกอิจฉาเมื่ออ่านเรื่องราวของคนอื่น และพวกทีเอาแต่อ่านๆๆ ไม่เคยโพสต์หรือกดไลค์กดแชร์เลย จะได้รับประโยชน์อย่างมากจากการหยุดเล่นหรือลดการเล่นลง ความพึงพอใจในชีวิตมากขึ้นและอารมณ์เชิงบวกมากขึ้น

แต่ไม่ถึงกับต้องตัดญาติขาดมิตรกับเฟสบุ๊คไปเลยนะคะ งานวิจัยบางชิ้นบอกว่าการติดต่อสื่อสารกับเพื่อนสนิท ทั้งแบบเจอหน้าตาหรือผ่านทางเฟสบุคก็ทำให้เรามีความสุขได้เหมือนกัน

คุณทรอมโฮลท์บอกว่าเพียงแค่ให้รู้ตัวว่าเมื่อรู้สึกอิจฉาก็เลิกติดตามเรื่องราวของคนๆ นั้นเสีย เมื่อใช้เฟสบุ๊คมากเกินไปก็ลดชั่วโมงการใช้ลง หรือเดิมเป็นแค่เพียง “คนแอบส่อง” ก็สื่อสารกับผู้อื่นมากขึ้น โพสต์บ้างแชร์บ้างไม่ใช่เก็บงำความรู้สึกไว้ภายในอย่างเดียว

“ถ้าคุณเป็นพวกควบคุมตัวเองไม่ได้ ก็คงต้องลบแอพทิ้งไปเสียเลย” คุณทรอมโฮลท์สรุป

เรียบเรียงจาก http://motto.time.com

คุณอาจจะไม่เชื่อว่า....นี่คือผลที่เกิดขึ้นจากการงดแอลกอฮอล์ 1 เดือน! หากคุณเป็นนักดื่มตัวยงและเริ่มคิดจะเปลี่ยนแปลงตัวเอ...
26/02/2017

คุณอาจจะไม่เชื่อว่า....นี่คือผลที่เกิดขึ้นจากการงดแอลกอฮอล์ 1 เดือน!

หากคุณเป็นนักดื่มตัวยงและเริ่มคิดจะเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วยการงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แม้มันจะเป็นช่วงเวลาที่แย่ที่สุดแต่ในขณะเดียวกันก็เป็นช่วงที่ดีที่สุดที่ได้เปิดโลกกว้าง ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆหลังจากเลิกดื่ม แต่ขอบอกไว้เลยว่า สัปดาห์แรกจะเป็นช่วงเวลาที่ทรมานที่สุด!

เนื่องจากสัปดาห์แรกคุณจะต้องปรับตัวเข้ากับกิจวัตรประจำวันใหม่ และอาการช็อคของระบบในร่างกายช่วงแรกเป็นเรื่องยากเหนือสิ่งอื่นใด ช่วงแรกนี้คุณอาจจะคิดว่าต้องตายแน่ถ้าไม่ได้ดื่ม เริ่มหนาวสั่น เหงื่อไหลท่วม แต่คุณต้องพยายามเบี่ยงเบนความสนใจด้วยการทำกิจกรรมอื่นเช่น ดูซี่รี่ย์ นอนหลับ แล้วความทรมานจากการอยากเหล้าก็ค่อยบรรเทาลง นอกจากนี้คุณอาจเปลี่ยนมาดื่มชา โซดา หรือน้ำมะพร้าวที่ดีต่อสุขภาพแทน การงดแอลกอฮล์ทำให้ร่างกายต้องการน้ำตาลอย่างมาก อาการคล้ายคนประจำเดือนใกล้จะมานั่นแหละ การกินอาหารหรือขนมที่มีน้ำตาลเป็นส่วนผสมของน้ำตาลจะช่วยลดความรู้สึกที่เกิดจากการเลิกเหล้าได้ แต่ก็ต้องระวังไม่ให้รับประทานน้ำตาลมากเกินไป

สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับคุณทันทีหลังการหยุดดื่มหนึ่งเดือนแรกคือ ......

1. คุณจะพบว่าการดื่มเป็นเพียงงานอดิเรกคุณ

ในสุดสัปดาห์แรกคุณอาจจะสงสัยว่าถ้าตอนออกไปเที่ยวกับเพื่อนแล้วไม่ดื่ม มันจะยังสนุกและผ่อนคลายได้เหรอ แต่ในที่สุดคุณก็จะพบว่าสิ่งที่คุณคิดถึงมากที่สุดคือการได้ออกไปสังสรรค์ นั่งคุยกับเพื่อนๆโดยที่ไม่เมาต่างหาก โดยอาจจะดื่มเพียงเบียร์หรือ wine pairing ที่มาพร้อมมื้อค่ำก็พอ การหยุดดื่มเหล้าซักระยะจะทำให้คุณได้รู้ว่ามีคนจำนวนมากที่ไม่ได้ต้องการแอลกอฮล์มาช่วยผ่อนคลายเวลาทุกข์ใจ แต่จริงๆ แล้วพวกเขาเหล่านั้นจะรู้สึกดีกว่าที่ไม่ได้ดื่ม

2. คุณจะมีเวลามากขึ้น

เมื่อไม่ดื่มแอลกอฮอล์ทำให้มีเวลาที่จะสามารถทำอะไรต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะมีสติสัมปชัญญะอยู่ครบถ้วน อีกทั้งยังมีเวลามากขึ้นในหากิจกรรมอย่างอื่นทำ เช่น อ่านหนังสือ เดินเล่น หรือนั่งสมาธิ คุณอาจจะพบว่าก่อนหน้านี้แม้จะดื่มแค่แก้วเดียวเพราะคิดว่าทำให้ผ่อนคลายแต่ความจริงแล้วมันทำให้คุณมึนและเพลียมากกว่า

3. คุณจะนอนหลับสนิทขึ้น รู้สึกดีขึ้น

คุณจะนอนหลับได้ลึกขึ้น เต็มอิ่มมากขึ้นและตื่นมาพร้อมความรู้สึกว่าได้พักผ่อนจริงๆ ไม่มีอาการเมาค้างที่จะทำให้ทำอะไรไม่ไหวอีกแล้ว

4. ผิวดีขึ้น
การงดแอลกอฮอล์ทำให้ผิวพรรณดูเปลั่งปลั่งมากขึ้น เพราะแอลกอฮล์นั้นมีส่วนทำลายผิว โดยทำให้ผิวเสียน้ำมากขึ้น ส่งผลให้ผิวแห้ง เกิดริ้วรอย และทำให้ขาดวิตามินไปบำรุงผิวอีกด้วย

5. รูปร่างดีขึ้น
พุงของคุณจะแบนลง และหน้าก็บวมน้อยลง ที่เป็นเช่นนี้เพราะแอลกอฮอล์นั้นให้พลังงานสูงทำให้อ้วนขึ้นได้ ดังนั้นมื่องดแล้วก็ทำให้รูปร่างของคุณดูดีขึ้นเองโดยอัตโนมัติ

6. คุณจะวิตกกังวลน้อยลง
เนื่องจากแอลกอฮอล์ออกฤทธิ์กดประสาท มันสามารถทำให้รู้สึกดีและแย่ไปพร้อมๆกันได้ ถึงแม้แก้วแรกๆของการดื่มอาจช่วยให้รู้สึกดี แต่แก้วต่อๆมาก็สามารถทำให้เศร้าได้ รวมไปถึงอาการหลังจากตื่นนอนด้วย หรือที่เรียกว่า อาการเหงาเศร้าหลังปาร์ตี้ หลังจากเลิกดื่มจึงรู้สึกว่าชีวิตแฮปปี้และสดใสขึ้น

​การดื่มแอลกอฮอล์จริงๆแล้วไม่ได้ช่วยให้ก้าวข้ามปัญหาได้เร็วขึ้นเลย เพียงแค่หยุดพักเวลาเจ็บปวดเพียงชั่วขณะเท่านั้น สุดท้ายก็ต้องเผชิญหน้ากับมันอยู่ดี ความจริงแล้วความสบายใจนั้นไม่ได้อยู่ในขวด หากแต่อยู่ในใจนั่นเองที่จะทำให้ก้าวผ่านสิ่งต่างๆไปได้อย่างดีที่สุดและรวดเร็วที่สุด เราขอเป็นกำลังใจช่วยให้คุณก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปได้อย่างสวยงามโดยไม่ต้องเพิ่งแอลกอฮอล์นะคะ

26/02/2017

15 เคล็ดลับแต่งสวยของเหล่าเซเลบและกูรูความงามคนดัง (ตอนที่ 3/3)

ใช่ว่าลุคปังๆของสาวๆจะต้องใช้เวลานานและต้องประโคมด้วยหลากหลายผลิตภัณฑ์เสมอไป จริงๆแล้วบางครั้งเราก็ต้องการแค่เพียงเคล็ดลับดีๆและอุปกรณ์ที่มีอยู่แล้วไม่กี่อย่างเท่านั้นเอง เราจึงมีทริคแต่งสวยที่คุณจำเป็นต้องรู้ของเหล่าเซเลบและบุคคลที่อยู่เบื้องหลังความงามของพวกเธอมาฝากกัน

11. เคล็ดลับหนึ่งที่คนคงรู้จักกันดีอยู่แล้วคือน้ำมันมะพร้าว ที่มีสรรพคุณสารพัด เหล่าดาราเซเลบอย่าง Shay Mitchell, Eva Mendes, Khloe Kardashain และสองแฝด Olsen เป็นต้น ต่างก็ชื่นชมน้ำมันมะพร้าวที่ให้ผมพวกเธอเป็นลอนสวย

12. Susi Waterhouse สระผมด้วยโค้กเพื่อให้ได้ผมลอนลุคเซอร์ๆดูเป็นธรรมชาติ

13. makeup artist ของ Beyoncé อย่างสาว Ashley Weatherford จะใช้ eye cream ทาหน้าให้ Beyoncé แทน face cream เพราะมีเนื้อเบาและซึมเข้าสู่ผิวได้ดีกว่า

14. Scarlett Johansson เลือกใช้น้ำส้มสายชูที่หมักจากแอปเปิ้ล (apple cider vinegar) แทนโทนเนอร์ เพื่อผิวสะอาดเปล่งปลั่ง เพราะมันช่วยสครับผิวและลดการอักเสบของสิวได้อย่างรวดเร็ว

15. เคล็ดลับปกป้องผิวให้ห่างไกลเซลลูไลท์ของ Halle Berry คือเธอจะผสมกากกาแฟลงในโลชั่นทาตัวและนวดให้ซึมสู่ผิว นอกจากนี้การนำกากกาแฟมาผสมกับสครับขัดผิว ก็สามารถช่วยกระชับผิวได้ โดยที่สารคาเฟอีนในกาแฟจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ลดรอยบุ๋มของลักยิ้ม

26/02/2017

15 เคล็ดลับแต่งสวยของเหล่าเซเลบและกูรูความงามคนดัง (ตอนที่ 2/3)

ใช่ว่าลุคปังๆของสาวๆจะต้องใช้เวลานานและต้องประโคมด้วยหลากหลายผลิตภัณฑ์เสมอไป จริงๆแล้วบางครั้งเราก็ต้องการแค่เพียงเคล็ดลับดีๆและอุปกรณ์ที่มีอยู่แล้วไม่กี่อย่างเท่านั้นเอง เราจึงมีทริคแต่งสวยที่คุณจำเป็นต้องรู้ของเหล่าเซเลบและบุคคลที่อยู่เบื้องหลังความงามของพวกเธอมาฝากกัน

6. Sandra Bullock เผยว่าการทาใต้ตาด้วย Preparation H ($8) เป็นเคล็ดลับความงามที่ดีที่สุดของเธอ โดยมันสามารถทำให้เธอห่างไกลจากรอยตีนกาได้ รู้อย่างนี้แล้วก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมสาวสองพันปีคนนี้ยังดูอ่อนกว่าวัยอยู่เสมอ

7. นางแบบสาว Crissy Teigen เก็บ eye cream ไว้ในช่องฟรีซ เพราะความเย็นจะทำให้หลอดเลือดหดตัวช่วยให้ห่างไกลจากอาการตาบวมและตาดำคล้ำ

8. เคล็ดลับปากนุ่มน่าจุ๊บของ Gigi Hadid คือการสครับปากด้วยน้ำตาลและแปรงมาสคาร่า หรือคุณอาจลองใช้ Lip Scrubtious ($6) ดูก็ได้

9. เซเลบ Kim Kardashain ก็ใช้น้ำตาลสครับผิวเป็นประจำเช่นกัน เพราะในน้ำตาลมี glycolic acid ซึ่งมีประสิทธิภาพในการชะลอวัย

10. Priyanka Chopra นักแสดงบอลลีวู้ดหน้าคม ยกความดีความชอบให้มาส์กหน้าโยเกิร์ตผสมขมิ้น ที่ทำให้เธอมีผิวเนียนนุ่ม กระจ่างใส

26/02/2017

15 เคล็ดลับแต่งสวยของเหล่าเซเลบและกูรูความงามคนดัง (ตอนที่ 1/3)

ใช่ว่าลุคปังๆของสาวๆจะต้องใช้เวลานานและต้องประโคมด้วยหลากหลายผลิตภัณฑ์เสมอไป จริงๆแล้วบางครั้งเราก็ต้องการแค่เพียงเคล็ดลับดีๆและอุปกรณ์ที่มีอยู่แล้วไม่กี่อย่างเท่านั้นเอง เราจึงมีทริคแต่งสวยที่คุณจำเป็นต้องรู้ของเหล่าเซเลบและบุคคลที่อยู่เบื้องหลังความงามของพวกเธอมาฝากกัน

1. เคล็ดลับการลบและกลบรอยเปื้อนมาสคาร่าของสาว Emma Watson คือการนำสำลีไปจุ่มรองพื้นเสีย ซึ่งเธอได้วิธีนี้มาจาก Linda Cantello makeup artist ที่เคยสร้างผลงานการแต่งหน้าสุดประทับใจให้กับ Vogue มาแล้ว

2. หากบลัชออนหมด Joan Smalls จะใช้ลิปสติกแทนครีมบลัชไปเลย

3. หากไม่มีที่ดัดขนตา ลองใช้ช้อนเหมือน Miranda Kerr สิ และคุณสามารถนำไดร์เป่าผมมาเป่าให้ช้อนอุ่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของมันได้อีกด้วย

4. เพื่อขนตาที่งอนเด้งของนักร้องตัวแม่อย่าง Beyoncé เธอใช้ Rosebud Salve ($6) เป็นไพรเมอร์ปัดขนตาก่อนดัด ส่วนเซเลบ Kim Kardashian นั้นหลังจากปัดมาสคาร่าแล้ว เธอจะใช้แป้งเด็กปัดอีกทีเพื่อให้ขนตาหนาสวยคูณสอง

5. นางแบบสาว Candice Swanepoel ใช้อายไลน์เนอร์เขียนขอบตาด้านในและลงชิมเมอร์เพื่อให้ดวงตาโตสวยวิ้ง

“ILLUMASK” มาส์ก LED ช่วยหน้าใสที่กำลังมาแรงในสหรัฐอมเริกา หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ประสบปัญหาสิวบุก และต้องไปสถานเสริมความงา...
26/02/2017

“ILLUMASK” มาส์ก LED ช่วยหน้าใสที่กำลังมาแรงในสหรัฐอมเริกา

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ประสบปัญหาสิวบุก และต้องไปสถานเสริมความงามเพื่อดูแลรักษามันอยู่เนืองๆหรือคุณอาจเป็นคนที่ติดใจผลลัพธ์ของเทคโนโลยีรักษาสิว LED light therapy แต่เริ่มจะสู้กับราคาการทำแต่ละครั้งไม่ไหว หรือขี้เกียจเดินทางไปสถานเสริมความงามก็ตาม วันนี้เรามีเทรนใหม่ที่ช่วยฟื้นฟูผิวพรรณอีกรูปแบบหนึ่งมาอัพเดทให้ฟัง เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้คุณได้เลือกใช้ นั่นคือมาส์กหน้ารูปแบบใหม่ “ILLUMASK” ที่กำลังมาแรงในสหรัฐอมเริกา มาพร้อมกับเทคโนโลยีการฉายแสงเพื่อดูแลผิว LED light therapy เหมือนกับที่ใช้ในสถานเสริมความงาม

ILLUMASK เป็นเทคโนโลยีการฉายแสงโดยผสมผสานระหว่างแสงสีฟ้าและแดง เพื่อช่วยป้องกันและรักษาสิวอักเสบอีกทั้งกำจัดแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของสิว อีกทั้งคุณสามารถเลือกได้ว่าอยากให้มันช่วยเรื่องสิวหรือเรื่องชะลอวัย

คุณสามารถใช้ ILLUMASK ที่ไหนก็ได้ตามสะดวก จะนั่งๆนอนๆ อ่านหนังสือ ดูทีวีไประหว่างทำอยู่ด้วยก็ได้ เพราะคุณแค่สวมมันไว้เหมือนสวมแว่นตาไว้สัก 15 นาที โดยระหว่างนั้นมันจะยิงแสงออกมาพิชิตสิวไปทั่วหน้าเรา มาส์กตัวนี้มีอายุการใช้งาน 30 ครั้ง ซึ่งก็นับว่าคุ้มค่าทีเดียวสำหรับผลลัพธ์และความสะดวกสบายที่ได้รับ

แต่สิ่งหนึ่งที่ควรระลึกไว้เสมอเมื่อใช้ ILLUMASK หรือแม้จะใช้ผลิตภัณฑ์ใดๆก็ตามคือการที่จะให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เราควรสนับสนุนให้ผลิตภัณฑ์ของเราสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากที่สุด โดยการใช้ตามคำแนะนำที่ถูกต้องและใช้ต่อเนื่องกันอย่างน้อย 2-3 เดือน นอกจากนี้ควรระลึกไว้เสมออีกว่าไม่มีผลิตภัณฑ์ใดที่จะสามารถรักษาสิวให้หายขาดได้ อาจเป็นเพียงแค่ปัจจัยหนึ่งที่ช่วยบรรเทาอาการเท่านั้น

สั่งซื้อได้ที่:
1.http://www.lazada.co.th/led-photon-therapy-red-blue-green-light-treatment-skin-rejuvenationfacial-beauty-skin-care-mask-intl-8475274.html?rb=project-e-beauty

2.http://www.promedth.com/shop/deesse-professional-led-mask-red-light-therapy-facial-skin-care-home-aesthetic/

3.http://www.nooknand.com/japanitem-item-LED-FACE-MASK--%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%87-LED-%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7-pid2094630.html

ขายLED FACE MASK หน้ากากแสง LED สำหรับกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวเพื่อการบำบัดผิวหน้าด้วยแสง

งามแบบเจแปน (Japanese beauty secrets) ตอนที่ 2/23. ดูแลผม   3.1 ใช้ไดร์เป่าผมให้แห้ง แม้ผมสั้นก็ต้องทำให้ผมแห้งอยู่เสมอ ...
10/02/2017

งามแบบเจแปน (Japanese beauty secrets) ตอนที่ 2/2

3. ดูแลผม

3.1 ใช้ไดร์เป่าผมให้แห้ง แม้ผมสั้นก็ต้องทำให้ผมแห้งอยู่เสมอ ผมเปียกทำให้รูขุมขนที่หนังศีรษะเปิด ผมจะแห้งและแตกปลาย และผมเปียกยังเป็นแหล่งเพราะเชื้อโรคชั้นดี ทำให้หัวเหม็นและเป็นรังแค

3.2 สระผมทุกวัน สาวญี่ปุ่นจะร้องยี้หากไม่ได้สระผมมาหลายวันและนอนไปทั้งอย่างนั้น สำหรับสาวญี่ปุ่น ผมต้องสะอาด!

3.3 ผลิตภัณฑ์สำหรับผสมผสมซิลิโคนไม่ได้แย่หรอกนะ สองสามปีก่อนคนญี่ปุ่นพากันแอนตี้ผลิตภัณฑ์ผผมซิโลโคน บริษัทส่วนใหญ่เลยพากันออกผลิตภัณฑ์ปลอดซิลิโคน ขอบอกว่าผลิตภัณฑ์ที่มีซิลิโคนไม่ได้ปิดรูขุมขนไปเสียทุกยี่ห้อนะ ผลิตภัณฑ์ปลอดซิลิโคนมักมีส่วนผสมของน้ำมัน เมื่อทำปฏิกิริยากับหนังศีรษะทำให้หัวเหม็น

3.4 ห้ามออกนอกบ้านถ้าผมไม่แห้ง ช่วงเช้าๆ สาวๆ มีเวลาน้อย เลยเป่าผมไม่ค่อยแห้งแล้วออกไปทำงาน อย่าลืมทำให้ผมแห้งสนิททั้งก่อนออกจากบ้านและก่อนเข้านอน ไม่งั้นผมมีปัญหาแน่

4. การแต่งหน้า

4.1 ปล่อยให้คิ้วช่วงบนเป็นธรรมชาติให้มากที่สุด หากขนอ่อนที่คิ้วช่วงบนของคุณหายไป มันจะดูปลอมและเชยมาก

4.2 สีคิ้วต้องอ่อนกว่าสีผมเสมอ นี่เป็นเรื่องธรรมดามากในญี่ปุ่น แต่คนประเทศอื่นเขาไม่เป็นกัน แต่ก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลนะ สาวญี่ปุ่นบางคนย้อมคิ้วทุกอาทิตย์และใช้มาสคาร่าปัดซ้ำทุกวัน

4.3 ซับน้ำมันก่อนลงรองพื้น ลงมอสเจอไรเซอร์แล้วซับมันด้วยทิชชู จากนั้นลงไพรเมอร์แล้วซับมันอีกที เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีน้ำมันเยิ้มบนใบหน้า การทำอย่างนี้จะทำให้เครื่องสำอางติดทนทั้งวัน

งามแบบเจแปน (Japanese beauty secrets) ตอนที่ 1/2        สาวญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องความสวยความงามติดอันดับโลกอยู่แล้ว และนี...
05/02/2017

งามแบบเจแปน (Japanese beauty secrets) ตอนที่ 1/2


สาวญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องความสวยความงามติดอันดับโลกอยู่แล้ว และนี่คือกฎพื้นฐานด้านความงามของพวกเธอ. อ่านแล้วคุณอาจจะบอกว่า “ไม่จริงมั้ง” “เยอะไปรึเปล่า” แต่นี่เป็นกฏความงามขั้นพื้นฐานของสาวญี่ปุ่น

อย่าลืมนะว่าสาวญี่ปุ่นมักจะล้ำหน้าเรื่องความงามไปก้าวหนึ่งเสมอ

1. ดูแลผิวหน้า
1.1 ห้ามใช้ผ้าหรือแผ่นสำลีถูหน้าหน้าเด็ดขาด!!! “โอโน้ววว...ไม่นะ” สาวญี่ปุ่นจะร้องกรี้ดเมื่อเห็นสาวต่างชาติใช้สำลีชุบคลีนซิ่งถูๆๆ แล้วตามด้วยผ้าฝ้ายหรือผ้าเช็ดตัว ห้ามถูหน้าเด็ดขาด แค่ใช้ผ้าซับเบาๆ ให้แห้งก็พอ

1.2 ลงโลชั่นก่อนมอยสเจอไรเซอร์ มอยสเจอไซเซอร์มีส่วนผสมของน้ำมันและอื่นๆ ที่ช่วยฟื้นฟูความชุ่มชื้นผิว ส่วนโลชั่นจะทำให้ชุ่มชื้นถึงผิวด้านใน จะใช้นิ้วมือหรือแผ่นสำลีก็ได้ ขึ้นอยู่กับลักษณะเนื้อครีม ถ้าใช้แผ่นสำลีห้ามถูเด็ดขาด ทาเสร็จแล้วใช้มือกดผิวหน้าเบาๆ เพื่อให้เนื้อครีมซึมเข้าผิวหน้าอย่างเต็มที่

1.3 ลงครีมกันแดดแม้ในวันที่เมฆหนาหรืออยู่ในร่ม แสงยูวีมักจู่โจมผิวของคุณ เลือกครีมกันแดดที่มีมอสเจอไรเซอร์ด้วยจะดีมาก

2. ดูแลผิวกาย
สาวญี่ปุ่นนิยมทามอยสเจอรไรเซอร์ที่ก้น เพราะอะไรรึ? เราใช้ก้นนั่งวันละสิบชั่วโมงหรือมากกว่า ก้นที่เสียดสีกับเก้าอี้นานๆ จะแห้งและหยาบกร้าน การขัดก้นและทามอยสเจอไรเซอร์ที่ก้นทุกวันจะทำให้ผิวก้นนุ่มเหมือนก้นเด็กเชียวละ

บอกลาใต้ตาคล้ำ ตาแพนด้า ปัญหากวนใจของสาวๆ  (ตอนที่ 2/2)ใต้ตาคล้ำเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ดังต่อไปนี้4. ได้รับสารอาหารไม่...
24/11/2016

บอกลาใต้ตาคล้ำ ตาแพนด้า ปัญหากวนใจของสาวๆ (ตอนที่ 2/2)

ใต้ตาคล้ำเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ดังต่อไปนี้

4. ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอส่งผลให้เกิดความหมองคล้ำและอาการบวมปัญหาส่วนใหญ่มักเกิดจากการขาดวิตามิน K หรือได้รับสารต้านอนุมูลอิสระไม่เพียงพอ การขาดวิตามินบี 12 (โดยปกติมักมีภาวะโรคโลหิตจางเข้ามาเกี่ยวข้อง)

ซึ่งสามารถแก้ไขโดยการกินอาหารที่ดีเพื่อสุขภาพ อาหารที่มีสมดุลในวิตามินและดื่มน้ำมาก ๆ ดังนี้

•รับประทานผักและผลไม้โดยเฉพาะกะหล่ำปลี ผักขมและผักสีเขียวใบอื่น ๆ ใช้วิตามินอาหารเสริมประจำวันในกรณีที่จำเป็น ได้รับของเหลวเพียงพอที่จะเพิ่มการไหลเวียนของเลือด

•ลดการบริโภคเกลือ เกลือส่วนเกินเป็นสาเหตุทำให้ร่างกายเก็บน้ำในสถานที่ที่ผิดปกติและอาจส่งผลให้เกิดอาการบวมใต้ตา เกลือมากเกินไปนอกจากจะทำให้ระบบการไหลเวียนของเลือดลดลงยังทำให้หลอดเลือดใต้ผิวหนังเป็นสีฟ้า

5. พฤติกรรมการสูบบุหรี่ของคุณและควรตัดสินใจที่จะเลิกสูบบุหรี่

การสูบบุหรี่ทำให้หลอดเลือดมีปัญหาและเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตของคุณ นอกจากนี้ยังทำให้หลอดเลือดของคุณปรากฏเป็นสีฟ้าเด่นชัดมากขึ้น

6. ความเครียด

คุณควรได้รับการผ่อนคลายเพื่อช่วยขจัดแหล่งที่มาของความเครียดและความวิตกกังวล ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อการนอนหลับของคุณ ในทางกลับกันการผ่อนคลายที่เพียงพออย่างถูกวิธีจะช่วยให้ผิวใต้ตาของคุณสดใสมากขึ้นและสะท้อนให้เห็นถึงสภาพจิตใจ อารมณ์และร่างกายของคุ

7. สาเหตุอื่นๆ ตัวอย่างเช่น

•ความผิดปกติผิวคล้ำ อาจทำให้เข้มใต้ตา
•แสงแดด เนื่องจากการได้รับแสงแดดในปริมาณมากเกินจะก่อให้เกิดการผลิตเมลานินเพิ่มขึ้น
•ผิวบางเนื่องจากอายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้ริ้วรอย เส้นเลือด เห็นได้ชัดเจนมากขึ้น หรือเนื่องจากไขมันและคอลลาเจนของคุณลดน้อยลงเมื่อเวลาผ่านไป
•การถ่ายทอดทางใต้ตาคล้ำเชื่อว่าเป็นกรถ่ายทอดทางพันธุกรรมที่พบได้บ่อยเช่นกัน

#ใต้ตาคล้ำ #ตาแพนด้า #สาเหตุของใต้ตาคล้ำ #บำรุงผิวญี่ปุ่น

บอกลาใต้ตาคล้ำ ตาแพนด้า ปัญหากวนใจของสาวๆ (ตอนที่ 1/2)ใต้ตาคล้ำเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ดังต่อไปนี้1. การพักผ่อนไม่เพียง...
22/11/2016

บอกลาใต้ตาคล้ำ ตาแพนด้า ปัญหากวนใจของสาวๆ (ตอนที่ 1/2)

ใต้ตาคล้ำเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ดังต่อไปนี้

1. การพักผ่อนไม่เพียงพอ

การพักผ่อนไม่เพียงพอมีแนวโน้มที่จะทำให้ผิวซีดเซียวและก่อให้เกิดการเพิ่มของความเข้มของใต้ตา และการไหลเวียนของเส้นเลือดลดลง นอกจากนี้ก่อนนอนในเวลากลางคืนควรจะล้างเครื่องสำอางค์ทั้งหมดออก ไม่อย่างนั้นเครื่องสำอางค์เหล่านี้สามารถทำให้ดวงตาของคุณดูเหนื่อยมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
• การนอนหลับที่คุณต้องการมักจะอยู่ระหว่าง 7-9 ชั่วโมงต่อคืน ซึ่งแตกต่างกันตามแต่ละช่วงอายุ
•เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาเสพติดอาจมีผลต่อคุณภาพของการนอนหลับของคุณ ดังนั้นจึงควรละเว้นจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้หรือใช้ในปริมาณที่พอเหมาะเท่านั้น
•การขาดการนอนหลับจะทำให้ประสิทธิภาพการดูดซึมวิตามินลดลง รวมถึงประสทธิภาพการทำงานของต่อมหมวกไต เนื่องจากต่อมหมวกไตจะดูดซับ B6 ได้ในปริมาณที่น้อยลง การนอนหลับ ได้รับวิตามินที่จำเป็นในปริมาณที่เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีแคลเซียม / แมกนีเซียม หรือผักใบเขียวซึ่งมีปริมาณแคลเซียมและแมกนีเซียมที่สูง นับเป็นปัจจัยที่สำคัญที่ช่วยป้องกันปัญหาใต้ตาคล้ำได้

2. รักษาโรคภูมิแพ้ของคุณ

โรคภูมิแพ้เป็นสาเหตุหนึ่งของการเปลี่ยนสีผิวใต้ตาได้เช่นกัน ถ้าโรคภูมิแพ้เป็นต้นเหตุปัญหาของคุณ การรักษาโรคภูมิแพ้หรือหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ เช่นละอองฝุ่น ความชื้น การพักผ่อนที่เพียงพอ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เป็นการแก้ปัญหาโรคภูมิแพ้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการรับประทานยาตามใบสั่งแพทย์
•หากการดำเนินการหลีกเลี่ยงปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดภูมิแพ้แล้ว ความหมองคล้ำหรืออาการบวมยังมีค่าคงที่ คุณอาจมีอาการแพ้อาหารหรือตรวจไม่พบอาการแพ้สารเคมีในบ้านหรือที่ทำงานของคุณ คุณควรพูดคุยกับแพทย์ผิวหนังเพื่อขอความช่วยเหลือในการค้นหาสิ่งที่คุณอาจจะแพ้ คนที่มีอาการภูมิแพ้มีแนวโน้มที่จะขาดวิตามินบี 6 กรดโฟลิกและวิตามินบี 12

3. การแก้ไขปัญหาความแออัดของจมูก

จมูกที่ถูกบล็อกสามารถทำให้เกิดรอยคล้ำใต้ดวงตาของคุณได้เช่นกันเพราะเส้นเลือดรอบรูจมูกของคุณจะอุดตันและพองทำให้การไหลเวียนของเส้นเลือดรอบดวงตาไม่มีประสิทธิภาพ

#ใต้ตาคล้ำ #ตาแพนด้า #สาเหตุของใต้ตาคล้ำ #บำรุงผิวญี่ปุ่น

ที่อยู่

Bangkok
10500

เบอร์โทรศัพท์

+66995029542

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ JBC - Japanese Beauty and Cosmeticsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์