ดีโอโร่ D-ORO

ดีโอโร่ D-ORO ดีท็อกซ์ลำใส้ ระเบิดพุง ทลายไขมัน ให้ D-ORO จัดการสิครับ มีปํญหาท้องผูก ถ่ายยาก ริดสีดวง ลำไส้ตัน นำ้หนักเยอะ ดีโอโร่ช่วยได้

ส่งแล้วนะครับ ดีโอโร่
09/07/2018

ส่งแล้วนะครับ ดีโอโร่

06/11/2017
30/10/2017

สวัสดีวันจันทร์

ระบบขับถ่ายต้องคู่นี้ครับ หายห่วงครับ
12/10/2017

ระบบขับถ่ายต้องคู่นี้ครับ หายห่วงครับ

ดีอย่างนี้ไม่ลองไม่ได้แล้วครับสนใจสั่งซื้อสอบถามได้ เบอร์ 098 185 8827 คุณกอล์ฟ
21/09/2017

ดีอย่างนี้ไม่ลองไม่ได้แล้วครับสนใจสั่งซื้อสอบถามได้ เบอร์ 098 185 8827 คุณกอล์ฟ

ท้องอืดแน่นถ่ายไม่ออก อ้วนลงพุง
16/09/2017

ท้องอืดแน่นถ่ายไม่ออก อ้วนลงพุง

มีสุขภาพดีด้วยอาหารเสริมย่อมดีกว่ามีสุขภาพดีด้วยยา #คนรักสุขภาพ ใครต้องการสินค้าเหล่านี้ทักหาเราด่วน-ดีคอนแทค-อเลอไทด์-ว...
14/09/2017

มีสุขภาพดีด้วยอาหารเสริมย่อมดีกว่ามีสุขภาพดีด้วยยา
#คนรักสุขภาพ ใครต้องการสินค้าเหล่านี้ทักหาเราด่วน
-ดีคอนแทค
-อเลอไทด์
-วีโว่
-ดีมุนด์
-ดีบูน
-โกเรจินส์-ดี
สินค้าดูแลสายตาและสุขภาพ
ส่งด่วน รวดเร็ว ทันใจ

 #ดิโอโร่ไม่ใช่แค่การดีท็อกลำไส้ แต่ เป็นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม  ช่วยให้เรามีสุขภาพที่ดีด้วยสารสกัดที่มีคุณภาพ ทำให้ผลิ...
07/09/2017

#ดิโอโร่ไม่ใช่แค่การดีท็อกลำไส้ แต่ เป็นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ช่วยให้เรามีสุขภาพที่ดีด้วยสารสกัดที่มีคุณภาพ ทำให้ผลิตภัณฑ์ดิโอโร่ขายดีอันดับ 1 ในท้องตลาด ด้วยสารสกัดมากถึง14ชนิดที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี สนใจสอบถามข้อมูลที่ 098 185 8827 คุณกอล์ฟยินดีให้บริการ

สุดยอดเทคนิคดีๆแค่ 6 ข้อ! อึ ให้ดีไม่มีตกค้าง!!สุขภาพใกล้ตัวที่เราอาจจมองข้ามไปว่าไม่สำคัญ 'อุจจาระตกค้าง' รู้หรือไม่ว่า...
06/09/2017

สุดยอดเทคนิคดีๆแค่ 6 ข้อ! อึ ให้ดีไม่มีตกค้าง!!
สุขภาพใกล้ตัวที่เราอาจจมองข้ามไปว่าไม่สำคัญ 'อุจจาระตกค้าง' รู้หรือไม่ว่า จริงๆแล้วมีอันตรายมากน้อยแค่ไหน และเพื่อสุขภาพของพวกเรา วันนี้เรามี 6 เทคนิคดีๆ อึให้ดีไม่มีตกค้าง มาฝากทุกคนด้วย
สำหรับเทคนิค ทั้ง 6 ข้อในการ อึให้ดีไม่มีตกค้างมีดังนี้
1.อย่าอั้นอึตอนเช้า ปกติร่างกายควรขับถ่ายในช่วง ตี5 -7โมงเช้า ถ้าเลยเวลานี้แล้วร่างกายอาจส่งสัญญาณมาอีกแต่ก็ผิดเวลาสะแล้ว
2.อึให้ตรงกับเวลาเดิม เหมือนเป็นการกำหนดเวลาให้กับลำไส้เล็กให้บีบไล่อึออกมาอย่างสม่ำเสมอเท่านี้ก็จะไม่เกิดการอึตกค้างอีกต่อไป
3.รอจังหวะขณะอึ ถ้าขณะเข้าห้องน้ำและมีการถ่ายหนักอยู่ ห้ามเบ่งเด็ดขาด ลองสังเกตนะครับจะมีอาการปวดเป็นรอบๆ นั้นเป็นเพราะลำไส้เราบีบตัวเป็นคลื่นๆคล้ายกับงู ถ้าบีบมาตรงบริเวณอึก็จะปวด แต่ถ้าเราเบ่งตอนที่เราไม่ปวดจะเหมือนเป็นการ "แกล้งลำไส้" ซึ่งอาจทำให้เกิดแรงดันขึ้นมาโดยใช่เหตุและมีของแถมมาด้วยก็คือ "ริดสีดวง" นั่นเอง
4.นวดลำไส้ ถ้าเป็นเด็กให้นวดรอบสะดือ และผู้ใหญ่ให้นวดตรงท้องด้านล่างซ้ายเลยสะดือไป โดยการนวดต้องนวดเบาๆ ไปมาแล้วทิ้งไว้สักพักก็จะรู้สึกปวดท้องอึขึ้นมา
5.เอามืดกดท้องด้านซ้ายล่างขณะถ่าย หรือจะลุกขึ้นนั่งยองๆเอาหน้าขาเป็นตัวกดไล่อึออกมา อันที่จริงแล้วการอึที่ดีตามธรรมของคนนั้น คือ "การนั่งยองๆ" เพราะจะได้มีแรงกดจากหน้าขา การที่เรารับส้วมแบบนั่งจากฝรั่งมาใช้เป็นการผิดธรรมชาติของมนุษย์เพราะไม่มีแรงเบ่งอึ เนื่องจากเรานั่งในท่าห้อยขา ทำให้คนเอเชียกลายเป็นริดสีดวงและท้องผูกเหมือนฝรั่งอีกด้วย
6.ลุกขึ้นเดินไปมา การทำเช่นนี้จะทำให้ลำไส้บีบตัวได้ดี สักพักลำไส้จะบีบเอาอึส่วนท้ายๆที่เหลืออกมา จะทำให้เรารู้สึกปวดเบ่งอีกที
"ถ้าคุณอึน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์แสดงว่า คุณ ท้อง ผูก! "
นอกจากการออกกำลังกายที่ช่วยในการขับถ่ายแล้วยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยในการล้างลำไส้ ก็คือ อาหาร มีดังนี้
1.มะขามเปียก
2.ลูกพรุนแห้ง
ให้รับประทานทั้งผล เพราะจะได้กากใยด้วย ไม่ต้องแยกกินแต่น้ำ ยกเว้นถ้าเป็นเด็กรับประทาน
3.แอบเปิ้ลเขียว
กินทั้งผลหรือปั่นทั้งกากก็ได้
4.ถั่วดำ
จัดเป็นอาหารล้างพิษ
5.สับปะรดและมะละกอ
ซึ่งทั้ง2ชนิดนี้ต่างมีน้ำย่อยช่วยกัดกากคราบโปรตีนเก่าๆ ที่ถูกย่อยไม่หมดและจะมีสภาพติดเป็นอุจจาระยางเหนียวที่คล้ายกับ "จาระบี"
6.ให้เลี่ยงการดื่มน้ำเย็นในตอนเช้า
โดยตอนเช้าจะให้ดื่มน้ำที่อุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่น ซึ่งขณะที่เราตื่นมาท้องของเราจะว่าง และจะช่วยให้ลำไส้บีบตัว แล้วเราก็จะปวดอึขึ้นมานั่นเอง
ขอบคุณที่มา > > khaodung

ดีท๊อกลำไส้ง่ายก่อนนอนด้วย ดีโอโร่ ก่อนนอน

8 พฤติกรรมเสี่ยง “มะเร็งลำไส้ใหญ่” ที่คุณอาจไม่รู้ตัวมะเร็งลำไส้ใหญ่ อาจไม่ใช่โรคมะเร็งชนิดแรกๆ ที่หลายคนนึกถึง เพราะส่ว...
03/09/2017

8 พฤติกรรมเสี่ยง “มะเร็งลำไส้ใหญ่” ที่คุณอาจไม่รู้ตัว

มะเร็งลำไส้ใหญ่ อาจไม่ใช่โรคมะเร็งชนิดแรกๆ ที่หลายคนนึกถึง เพราะส่วนใหญ่อาจจะเคยได้ยินแต่มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งตับ หรือมะเร็งปอดกันเสียมากกว่า แต่อันที่จริงแล้ว มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นมะเร็งที่พบผู้ป่วยในไทยเป็นจำนวนมาก ในปี 2553 พบผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่เป็นเพศชายมากเป็นอันดับ 2 จากโรคมะเร็งทั้งหมด และเป็นอันดับ 3 ในเพศหญิงอีกด้วย

นอกจากสาเหตุจะไม่เป็นที่แน่ชัดเหมือนกับโรคมะเร็งอื่นๆ แล้ว ผู้ป่วยหลายคนกว่าจะรู้ตัวว่าเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ก็อาจจะสายเกินแก้ ดังนั้นหากทราบพฤติกรรมที่อาจเสี่ยงต่อโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ตั้งแต่เนิ่นๆ ก็จะช่วยลดโอกาสในการเป็นโรคนี้ได้มากเลยล่ะ

มะเร็งลำไส้ใหญ่ คืออะไร?

มะเร็งลำไส้ใหญ่ คืออาการที่พบก้อนเนื้อ หรือติ่งเนื้อที่เป็นเซลล์มะเร็งบริเวณผนังลำไส้ใหญ่ ที่ปกติทำหน้าที่แปรของเสียเหลว ที่ถูกดูดซึมเอาสารอาหารที่มีประโยชน์ออกไปเรียบร้อยแล้ว ให้เป็นอุจจาระแข็งเพื่อรอการขับถ่ายออกจากร่างกาย

มะเร็งลำไส้ใหญ่ มีสาเหตุจากอะไร?

มะเร็งลำไส้ใหญ่ ก็เหมือนกับโรคมะเร็งชนิดอื่นๆ ที่ไม่อาจทราบถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคได้อย่างแน่ชัด ทราบเพียงแต่ความเสี่ยงที่อาจทำให้มีโอกาสเป็นโรคนี้สูงกว่าปกติเท่านั้น

ใครมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่บ้าง?

- ผู้ที่มีสมาชิกครอบครัว หรือญาติ ที่เคยเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือโรคลำไส้ใหญ่อักเสบมาก่อน

- มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป

พฤติกรรมเสี่ยง “มะเร็งลำไส้ใหญ่”

1.รับประทานอาหารที่มีไขมันสูงมากเกินไป

2.รับประทานอาหารประเภทเนื้อแดง ปิ้งย่าง ที่มีลักษณะไหม้เกรียมบ่อยๆ

3.รับประทานอาหารที่มีกากใยน้อยเกินไป

4.สูบบุหรี่

5.ดื่มแอลกอฮอล์

6.ขาดการออกกำลังกาย

7.มีพฤติกรรมเนือยนิ่ง เช่น นักดูทีวีทั้งวัน นั่งติดเก้าอี้ นอนติดเตียง

8.น้ำหนักเกินมาตรฐาน (อ้วน)

มะเร็งลำไส้ใหญ่ มีอาการอย่างไร?

ในระยะแรกผู้ป่วยจะไม่รู้ตัวว่ากำลังเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่อยู่ แต่จะแสดงสัญญาณเตือนที่เกี่ยวข้องกับการขับถ่าย เช่น ท้องผูกสลับท้องเสีย อุจจาระก้อนเล็กลง อุจจาระมีเลือดปน (ซึ่งหลายคนอาจคิดว่าเป็นโรคริดสีดวงทวาร) และอาจมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ซีด หรือน้ำหนักตัวลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุอีกด้วย

มะเร็งลำไส้ใหญ่ ป้องกันอย่างไร?

แม้ว่าดูเหมือนจะเป็นโรคร้ายแรงที่อันตราย เพราะไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่เราสามารถลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ง่ายๆ เพียงลดการบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง ลดจำนวนครั้งในการทานอาหารประเภทเนื้อแดง และปิ้งย่าง ทานอาหารที่มีกากใยอาหาร เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชต่างๆ ให้มากขึ้น ลดการสูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอล์ และที่สำคัญคือ ออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ รับรองว่าเคล็ดลับง่ายๆ เพียงเท่านี้ ก็ช่วยลดความเสี่ยในการเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้มากเลยทีเดียวครับ

แต่หากใครที่ประวัติครอบครัวเคยมีคนเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และมีอาการผิดปกติในเรื่องของการขับถ่าย ควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการตรวจร่างกายโดยละเอียดจะดีกว่านะครับ

Cr. sanook.com

ดีโอโร่ ดีท๊อกลำไส้ก่อนจะสายครับ

ปรึกษาปัญหาสุขภาพได้ที่
098-185-8827

ที่อยู่

Bangkok
10240

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ดีโอโร่ D-OROผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์