สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย-สภท.

สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย-สภท. กิจกรรม ข่าว ความเคลื่อนไหว ของสมาค? กิจกรรม ข่าว ความเคลื่อนไหว ของสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

7Delivery เสริม “น้องง่วง” ร่วมทัพขนส่งรักษ์โลก ตอบโจทย์การช้อปสินค้า “คู่บ้าน คู่ครัว” ส่งตรงถึงหน้าบ้าน​เซเว่น อีเลฟเว...
17/09/2026

7Delivery เสริม “น้องง่วง” ร่วมทัพขนส่งรักษ์โลก ตอบโจทย์การช้อปสินค้า “คู่บ้าน คู่ครัว” ส่งตรงถึงหน้าบ้าน

​เซเว่น อีเลฟเว่น ในฐานะร้านสะดวกซื้อที่เป็น “เพื่อนที่รู้ใจ…ใกล้ๆ คุณ” เข้าใจไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของลูกค้าแต่ละคน จึงได้ยกระดับสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ทุกๆ กลุ่ม โดยยังคงให้ความสำคัญกับความสะดวกสบาย อีกทั้งยังไม่ทิ้งคุณค่าที่ร้านและลูกค้าจะร่วมกันส่งมอบให้สังคมและโลกของเรา

​ล่าสุด 7Delivery เพิ่งต้อนรับ “น้องง่วง” CHANGAN LUMIN พาหนะขับเคลื่อน 4 ล้อพลังงานไฟฟ้า เข้าเป็นสมาชิกใหม่เสริมทัพขนส่งรักษ์โลก ทำให้ตอนนี้สามารถกระจายการให้บริการได้ถึง 700 สาขา และเมื่อรวมกับที่มีอยู่เดิมเป็น 84 คัน จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 470.12 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี หรือเท่ากับการปลูกต้นไม้ใหญ่เพิ่มขึ้นถึง 47,012 ต้น ยังไม่รวมรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ปัจจุบันมีใช้งานอยู่อีก 2,100 คัน
​สำหรับน้องง่วง หรือ CHANGAN LUMIN จะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ 7Delivery โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าคู่บ้าน คู่ครัว ไม่ว่าจะเป็นอาหารเครื่องดื่ม ของใช้ส่วนตัว ของใช้ภายในบ้าน ซึ่งปัจจุบันเซเว่น อีเลฟเว่น ได้เปิดโซนใหม่ ALL Grocer’s คู่บ้าน คู่ครัว เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคุณพ่อบ้านแม่บ้าน และผู้ประกอบการด้วยสินค้าที่หลากหลายครบของใช้ในบ้าน และในครัว สินค้ายกแพ็ค ในราคาสุดคุ้ม เรียกว่า คุ้ม ครบ ใกล้บ้าน 24 ชม. พร้อมส่งตรงให้ลูกค้าถึงหน้าบ้าน โดยสามารถติดตามโปรโมชั่น และเลือกซื้อสินค้าคู่บ้าน คู่ครัว ผ่านบริการ 7Delivery กดไอคอน ALL Grocer’s คู่บ้านคู่ครัว ได้ที่ 7APP

ทรูต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนช่วง Golden Week มอบ 10,000 Tourist SIM เชื่อมต่อทันทีตั้งแต่ก้าวแรกสู่ไทย ณ 4 สนามบินหลัก จับ...
17/09/2026

ทรูต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนช่วง Golden Week มอบ 10,000 Tourist SIM เชื่อมต่อทันทีตั้งแต่ก้าวแรกสู่ไทย ณ 4 สนามบินหลัก จับมือ “ตะขาบ 5 ตัว” ส่งต่อเสน่ห์ไทยด้วยของขวัญจากแบรนด์ไทยขวัญใจนักท่องเที่ยวจีน เติมเต็มประสบการณ์เที่ยวไทยตลอด NiHao Month 2026

กรุงเทพฯ, 17 กันยายน 2569 – ต้อนรับช่วง Golden Week หนึ่งในช่วงเวลาเดินทางสำคัญของนักท่องเที่ยวจีน ทรู คอร์ปอเรชั่น จับมือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมเติมเต็มประสบการณ์การเดินทางในประเทศไทยตั้งแต่ก้าวแรก ด้วยการมอบ True dtac Tourist SIM จำนวน 10,000 ซิม ให้แก่นักท่องเที่ยวสัญชาติจีนที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทย พร้อมจับมือ TAKABB (ตะขาบ 5 ตัว) ส่งต่อเสน่ห์ไทยด้วยของขวัญจากแบรนด์ไทยที่เป็นที่รู้จักในกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน ณ 4 สนามบินหลัก ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต และเชียงใหม่ ตลอดช่วง NiHao Month 2026

คุณรษิกา สถีระนาวิน หัวหน้าสายงานกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวและคนเข้าเมือง บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “Golden Week เป็นหนึ่งในช่วงเวลาสำคัญที่นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมายังประเทศไทย ทรูจึงอยากเป็นส่วนหนึ่งในการต้อนรับและสร้างประสบการณ์ที่ดีตั้งแต่ก้าวแรก ด้วยการเชื่อมต่อที่ช่วยให้ทุกการเดินทางสะดวกขึ้น ทั้งการติดต่อสื่อสาร ค้นหาข้อมูล และแบ่งปันช่วงเวลาประทับใจ พร้อมร่วมกับตะขาบ 5 ตัว ส่งต่อเสน่ห์ของแบรนด์ไทยที่นักท่องเที่ยวจีนคุ้นเคย ให้การเดินทางในประเทศไทยครั้งนี้มีความพิเศษยิ่งขึ้น“

คุณอรมณส์ แก่นศักดิ์ศิริ ผู้อำนวยการสายงานขายและการตลาด บริษัท ห้าตะขาบ (ซิมเทียนฮ้อ) จำกัด กล่าวว่า “ผลิตภัณฑ์ตราตะขาบ 5 ตัว เป็นหนึ่งในของฝากยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวจีนคุ้นเคยและให้ความไว้วางใจมาอย่างยาวนาน ความร่วมมือกับทรูในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้ร่วมส่งมอบการต้อนรับอันอบอุ่น พร้อมส่งต่อเสน่ห์และเอกลักษณ์ของ TAKABB ในฐานะแบรนด์ไทยระดับสากล ผ่านผลิตภัณฑ์ยาดมหรือสเปรย์แก้ไอตราตะขาบ 5 ตัว ซึ่งพกพาสะดวกและเหมาะสำหรับการเดินทาง เพื่อร่วมเติมเต็มประสบการณ์การท่องเที่ยวในประเทศไทยให้น่าประทับใจยิ่งขึ้นตลอดช่วง Golden Week นี้”

ความร่วมมือระหว่างทรูและ TAKABB (ตะขาบ 5 ตัว) ในครั้งนี้ นำจุดแข็งของทั้งสองแบรนด์มาร่วมสร้างประสบการณ์ต้อนรับนักท่องเที่ยวจีน โดยทรูเชื่อมต่อทุกการเดินทางด้วยบริการสื่อสาร ขณะที่ตะขาบ 5 ตัวร่วมส่งต่อเสน่ห์ของแบรนด์ไทยที่เป็นที่รู้จักในระดับสากล ให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสอีกหนึ่งความเป็นไทยตั้งแต่เริ่มต้นการเดินทาง

: วิธีรับสิทธิ์
นักท่องเที่ยวผู้ถือหนังสือเดินทางสัญชาติจีน สมัครโปรเสริม Tourist INFINITE เพิ่มมูลค่า 450 บาทขึ้นไป รับฟรี! ผลิตภัณฑ์จาก ตะขาบ 5 ตัว ได้แก่ ยาดม ตราตะขาบ 5 ตัว มูลค่า 25 บาท หรือ สเปรย์แก้ไอ ตราตะขาบ 5 ตัว มูลค่า 90 บาท ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ตุลาคม 2569 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด ร้านทรู ดีแทค ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานเชียงใหม่ เท่านั้น

ทิพยประกันชีวิต เปิดตัวนวัตกรรมประกันยุคใหม่เพื่อรองรับสังคมสูงวัย “ออมสิน บำนาญ เดอะซีรีส์” ครั้งแรกในไทยปรับเปลี่ยนช่ว...
17/09/2026

ทิพยประกันชีวิต เปิดตัวนวัตกรรมประกันยุคใหม่เพื่อรองรับสังคมสูงวัย “ออมสิน บำนาญ เดอะซีรีส์” ครั้งแรกในไทยปรับเปลี่ยนช่วงอายุรับบำนาญได้ เบี้ยไม่เพิ่ม เสริมทัพด้วย“ออมสิน บำเหน็จ เดอะซีรีส์”ล็อคผลตอบแทนคุ้มครองยาว

บริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ตอบรับเทรนด์สังคมผู้สูงวัย (Aging Society) มอบอิสรภาพทางการเงิน และสิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีปลายปีเต็มรูปแบบด้วย 2 ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตเพื่อการวางแผนเกษียณยุคใหม่ กับ “ออมสิน บำนาญ เดอะซีรีส์” ที่มาสร้างปรากฏการณ์เจ้าแรกในประเทศไทย ที่เปิดโอกาสให้ผู้เอาประกันภัยสามารถปรับเปลี่ยนแผน และช่วงอายุการรับเงินบำนาญได้โดยไม่เพิ่มเบี้ยประกันภัย และ“ออมสิน บำเหน็จ เดอะซีรีส์” ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ที่มุ่งเน้นการสร้างเงินออม เพื่อรับเงินก้อนตอนเกษียณ

นายนพพร บุญลาโภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เผยว่า “เราตระหนักถึงการที่ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ "สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์" (Aged Society) และในอนาคตอันใกล้นี้ ก็กำลังขยับเข้าสู่ "สังคมสูงวัยระดับสุดยอด" (Super-Aged Society) เราจึงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากร และพฤติกรรมทางการเงินของคนไทย โดยให้ความสำคัญกับการสร้างทางเลือกที่ช่วยให้ผู้บริโภควางแผนอนาคตได้อย่างเป็นระบบ

ในอดีตประกันบำนาญมักจะล็อกอายุการรับเงินไว้อย่างตายตัว หากต้องการเปลี่ยนแผนภายหลังจะเป็นเรื่องยาก หรือมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม แต่‘ออมสิน บำนาญ เดอะซีรีส์’ทลายข้อจำกัดนี้ ด้วยแนวคิดที่ว่า “เรารู้อนาคตไม่ได้ แต่เราเลือกประกันบำนาญที่สามารถปรับเปลี่ยนแผนเพื่ออนาคตที่เราไม่รู้ได้” เราจึงเป็นเจ้าแรกในตลาด ที่เปิดโอกาสให้ผู้เอาประกันภัยปรับเปลี่ยนช่วงอายุเริ่มรับบำนาญ และอายุจบการรับบำนาญได้สูงสุดถึง 2 ครั้ง ก่อนอายุ 59 ปี โดยเบี้ยประกันคงเดิม ถือเป็นอิสรภาพทางการเงินที่แท้จริง ซึ่งจุดเด่นสำคัญคือ

“ออมสิน บำนาญ เดอะซีรีส์” - ประกันบำนาญยุคใหม่ ปรับแผนได้ เบี้ยไม่เพิ่ม

• ทางเลือกการรับเงินหลากหลาย: เลือกรับเงินบำนาญได้ทั้งแบบรายเดือนหรือรายปี และมีระยะเวลา รับเงินบำนาญให้เลือก 4 รูปแบบ (รับเมื่ออายุครบ 60 หรือ 65 ปี ถึงอายุครบ 85 หรือ 90 ปี)
• ยืดหยุ่นสูงสุด: สามารถปรับเปลี่ยนอายุเริ่มรับเงินบำนาญ และอายุสุดท้ายที่รับเงินบำนาญได้สูงสุดถึง 2 ครั้ง (ก่อนอายุ 59 ปี) โดยเบี้ยประกันภัยไม่เพิ่มขึ้น
• ผลประโยชน์คุ้มค่า: รับเงินบำนาญต่อปีสูงสุด 33.5% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย (กรณีเลือกรับบำนาญแผน 85/65) หรือ รวมรับบำนาญสูงสุดถึง 780% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย (กรณีเลือกรับบำนาญแผน 65/90)
• ซื้อง่าย ไม่ยุ่งยาก: ไม่ต้องตรวจสุขภาพ และไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพ (ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด)
• สิทธิประโยชน์ทางภาษี: นำเบี้ยประกันภัยไปหักลดหย่อนภาษีประกันบำนาญได้สูงสุด 300,000 บาท และผลตอบแทนที่ได้รับไม่เสียภาษี ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด

ในขณะที่ 'ออมสิน บำเหน็จ เดอะซีรีส์' ซึ่งเป็นประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ 60/10 ชำระเบี้ยเพียง 10 ปี รับเงินคืน 10% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยทุกปี ตั้งแต่ครบรอบปีกรมธรรม์ที่ 11 เป็นต้นไป และอยู่จนครบสัญญา รับเงินก้อน 1,000% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย เมื่ออายุ 60 ปี โดยแบบประกันนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์คนวัยทำงาน ที่มองหาเครื่องมือเพื่อสร้างวินัย และเป้าหมายทางการเงินในวัยเกษียณที่ชัดเจน ชอบความแน่นอน ปิดความเสี่ยง ได้ออมเงินอย่างสบายใจและยั่งยืน มีจุดเด่นสำคัญคือ

“ออมสิน บำเหน็จ เดอะซีรีส์” – ออมสั้น มั่นใจ ผลตอบแทนแน่นอน รับเงินก้อน 1,000%
• จ่ายเบี้ยสั้น คุ้มครองยาว: ชำระเบี้ยประกันภัยเพียง 10 ปี ให้ความคุ้มครองยาวนานจนถึงอายุ 60 ปี
• รับเงินคืนต่อเนื่อง: รับเงินคืนปีละ 10% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ตั้งแต่ครบรอบปีกรมธรรม์ที่ 11 ถึงปีที่ 59 ยิ่งเริ่มทำเร็วยิ่งรับเงินคืนระหว่างปีนานกว่า
• เงินก้อนโตครบสัญญา: เมื่อครบปีกรมธรรม์ที่อายุครบ 60 ปี รับเงินครบสัญญาสูงถึง 1,000% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย
• สิทธิประโยชน์ทางภาษี: ลดหย่อนภาษีประกันชีวิตทั่วไปได้สูงสุด 100,000 บาท และเงินคืนตามกรมธรรม์ได้รับการยกเว้นภาษี

“ซึ่งจะเห็นได้ถึงการสอดประสานกันของ 2 ผลิตภัณฑ์ โดย‘ออมสิน บำเหน็จ เดอะซีรีส์’ จะมาช่วยให้คุณมีเงินใช้ระหว่างทางตลอดกระทั่งอายุ 60 ปี ได้รับเงินก้อน ในขณะที่ ‘ออมสิน บำนาญ เดอะซีรีส์’ จะมาเติมเต็มในวันที่คุณเกษียณอายุแล้ว ดังนั้นคำว่าเกษียณสุขจึงไม่ใช่แค่คำพูดอีกต่อไป แต่คือการวางแผนทางการเงินอย่างเป็นระบบที่เราคิดค้นมาอย่างดีสำหรับทุกคน ไม่เพียงเท่านี้ทิพยประกันชีวิตยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เตรียมไว้เพื่อรองรับสังคมสูงวัยตามมาอีกหลายซีรีย์ รอให้ติดตามในอนาคตอันใกล้นี้” นายนพพรกล่าวทิ้งท้าย

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดผลิตภัณฑ์ ‘ออมสิน บำนาญ เดอะซีรีย์’ และ ‘ออมสิน บำเหน็จ เดอะซีรีย์’ ได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือ GSB Contact Center 1115

*หมายเหตุ
- ผู้ขอเอาประกันภัยควรศึกษาทำความเข้าใจรายละเอียด ข้อกำหนด เงื่อนไข ผลประโยชน์และข้อยกเว้น ของผลิตภัณฑ์ประกันภัยก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง
- การแถลงสุขภาพเป็นปัจจัยหนึ่งในการพิจารณารับประกันภัย หรือพิจารณาการจ่ายเงินตามสัญญาประกันภัย

นายอำเภอนครชัยศรี กำนันขุนแก้ว สาธุหลวงพี่น้ำฝน วัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง นำเตียงผู้ป่วย เครื่องยังชีพ ช่วยสาว47 ปี สโตรก แ...
17/09/2026

นายอำเภอนครชัยศรี กำนันขุนแก้ว สาธุหลวงพี่น้ำฝน วัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง นำเตียงผู้ป่วย เครื่องยังชีพ ช่วยสาว47 ปี สโตรก แม่วัย 70 ปี ต้องออกทำงานหาเลี้ยงชีพ

โครงการธนาคารแห่งกำลังใจ วัดไผ่ล้อม พระอารามหลวง จังหวัดนครปฐม โดยพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หลวงพี่น้ำฝน ผู้รักษาการเจ้าอาวาสฯ ยังคงทำหน้าที่ในการสงเคราะห์ญาติโยมที่ประสบปัญหาในการดำเนินชีวิต และเป็นอีกครั้งที่ทุกการเดินทางออกไปสำรวจความเดือดร้อนจะต้องพบเรื่องราวที่ทำให้ต้องมีการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน และได้รับการร่วมมือร่วมใจจากหลายภาคส่วนและผู้มีจิตศรัทธาเพื่อประคับประคองให้ผู้ประสบปัญหาฝ่าวิกฤตชีวิตไปได้ในช่วงที่ยากลำบาก

หลวงพี่น้ำฝน ผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อมฯ ได้รับการประสานงานจาก ดร.ชนาภัทท์ ชมภูนิชชภัทต์ กำนันตำบลขุนแก้ว อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ว่า น.ส.สุรีย์ ทิตย์ไสยาสน์ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47/1 หมู่ที่ 2 ตำบลขุนแก้ว อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม พนักงานลูกจ้างปั๊มน้ำมัน มีอาการป่วยด้วยอาการเส้นเลือดในสมองแตก ซึ่งได้รับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลนครชัยศรีซึ่งแพทย์ได้ให้กลับบ้านมาพักรักษาตัวแต่มีอาการป่วยติดเตียง ซึ่งจำเป็นต้องใช้เตียงสำหรับผู้ป่วย เพื่อให้มารดาวัย 70 ปี คอยดูแลสลับกับออกไปรับจ้างเพื่อหาเงินมาจุนเจือ 2 ชีวิตในบ้านเพียงลำพัง

จากนั้นเมื่อได้ลงพื้นที่สำรวจพบปัญหาดังกล่าว พบว่าเดิม น.ส.สุรีย์ จะทำหน้าที่เป็นพนักงานปั๊มน้ำมัน ซึ่งมีรายได้ไม่มากนักในการดูแลมมารดาวัย 70 ปี แต่หลังประสบปัญหาด้วยอาการป่วยทำให้ขาดรายได้ และมารดาต้องมาคอยดูแลตลอดทั้งวันซึ่งไม่มีรายได้ที่จะมาเลี้ยงชีพทั้ง 2 คนจึงต้องออกไปรับจ้างเป็นแม่บ้านทำความสะอาดภายในปั๊มน้ำมันเพื่อหารายได้เข้าบ้าน ซึ่งยิ่งวัยแก่ชราก็ไม่สามรถไปทำงานได้ทุกวัน ทำให้เพื่อนบ้านต้องร้องขอความช่วยเหลือผ่านกำนันตำบลขุนแก้ว เพื่อให้หน่วยงานได้รับทราบในการดำเนินการ

ในการลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี
นางนฤมล โพธิ์ทองนาค ปลัดอำเภอนครชัยศรี ดร.ชนาภัทท์ ชมภูนิชชภัทต์ กำนันตำบลขุนแก้ว อำเภอนครชัยศรี
นางสาวอรอุมา อึ้งประเสริฐภรณ์ พัฒนาการอำเภอนครชัยศรี นายปราโมทย์ มลคล้ำ สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี
นายชวลิต นิลพันธุ์ ผู้ใหญ่บ้าน ม.3 ตำบลขุนแก้ว พร้อมผู้ช่วยแพทย์ สารวัตรกำนัน ทีมงานฝ่ายปกครองตำบลขุนแก้ว ที่ได้ร่วมมือร่วมใจกัน นำเตียงสำหรับผู้ป่วย ข้าวสาร อาหารแห้งและเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับผู้ป่วยตามที่ร้องขอมา เข้ามอบให้กับครอบครัวของ น.ส.สุรีย์ ซึ่งทุกคนที่ร่วมในภารกิจได้แสดงความมุ่งมั่นตั้งใจในการหารือและสอบถามถึงปัญหาต่างๆ เพื่อให้หน่วยงานแต่ละหน่วยที่รับผิดชอบได้นำข้อมูลกลับไปประเมินในการช่วยเหลือในครั้งนี้ เนื่องจากผู้ป่วยมีมารดาที่ชราภาพและไม่มีรายได้เป็นประจำ เป็นปัญหาหลักที่ต้องได้รับการช่วยเหลือในระยะยาว

หลวงพี่น้ำฝน กล่าวว่าในการช่วยเหลือครอบครัวของ น.ส.สุรีย์ ในครั้งนี้ เป็นอีกกรณีที่เป็นปัญหาของสังคม จะเห็นได้ว่าตอนนี้มีผู้ป่วยสโตรกเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีอายุที่ไม่มาก แต่ปัญหาที่ชัดเจนคืออาการป่วยติดเตียง ซึ่งตอนนี้ที่วัดไผ่ล้อมฯ ก็ได้รับการประสานขอความช่วยเหลือมาหลายแห่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายหน่วยงานและผู้ใจบุญได้ให้ความห่วงใย สำหรับการลงพื้นที่ช่วยเหลือในครั้งนี้ ก็ไม่แตกต่างกันเคสหนักๆ คือการที่มีผู้สูงอายุ อยู่แบบลำพัง ทำให้ต้องประสบปัญหาเรื่องการดูแลซึ่งยังพอมีสิ่งที่ดีเมื่อมีเพื่อนบ้านแจ้งว่าจะคอยช่วยดูแลผู้ป่วยให้ ในช่วงที่มารดาของผู้ป่วยออกไปทำงานหารายได้และปัญหาเหล่านี้กำลังลุกลามไปเป็นวงกว้าง ซึ่งต้องมีการหารือกันอย่างจริงจังต่อไป

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี ได้ประสานกับโครงการธนาคารแห่งกำลังใจมอบหมายให้ นางนฤมล โพธิ์ทองนาค ปลัดอำเภอนครชัยศรี คอยติดตามปัญหาร่วมกับโครงการต่อไปเพื่อประสานการทำงานระหว่างกันให้เกิดความรวดเร็วและเกิดประสิทธิภาพมากขึ้น โดยให้ความสำคัญในปัญหาเป็นอันดับต้นๆ ที่ต้องให้หน่วยงานรัฐสอดส่องดูแลทุกข์ของพี่น้องประชาชนควบคู่กันไปด้วย

💥ครอบครัว “ภูธิติวิวัฒน์ ภูธากร” พร้อม ผบ.ยุพา บุญเกิด–ผบ.เทวพงษ์พันธ์ เมืองยม และคณะฯ ร่วมมอบทุนการศึกษา–ข้าวสาร ช่วยเห...
17/09/2026

💥ครอบครัว “ภูธิติวิวัฒน์ ภูธากร” พร้อม ผบ.ยุพา บุญเกิด–ผบ.เทวพงษ์พันธ์ เมืองยม และคณะฯ ร่วมมอบทุนการศึกษา–ข้าวสาร ช่วยเหลือนักเรียนและผู้ปกครอง รร.วัดนนทรี อยุธยา

วันพุธที่ 16 กันยายน 2569 ณ โรงเรียนวัดนนทรี อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ครอบครัว “ภูธิติวิวัฒน์ ภูธากร” พร้อมด้วย ผบ.ยุพา บุญเกิด และ ผบ.เทวพงษ์พันธ์ เมืองยม พร้อมคณะเรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และคณะผู้ใหญ่ใจบุญ ร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อสังคม มอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนโรงเรียนวัดนนทรี พร้อมมอบข้าวสารให้แก่ผู้ปกครองที่เข้าร่วมกิจกรรม

สำหรับกิจกรรมมอบทุนการศึกษาและข้าวสารดังกล่าว ครอบครัว “ภูธิติวิวัฒน์ ภูธากร” และ ผบ.ยุพา บุญเกิด ได้ร่วมกันดำเนินกิจกรรมช่วยเหลือสังคมมาอย่างต่อเนื่อง โดยเล็งเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชน ตลอดจนการแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของครอบครัวนักเรียน

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้จึงนับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสร้างสรรค์ที่สะท้อนถึงน้ำใจและการแบ่งปัน เพื่อช่วยเหลือเยาวชนและประชาชนในพื้นที่ให้ได้รับโอกาสและกำลังใจในการดำเนินชีวิต

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่น โดยมีคณะผู้ใหญ่ใจดีและผู้มีจิตศรัทธาเข้าร่วมกิจกรรมและร่วมแบ่งปันน้ำใจแก่เด็กนักเรียนและผู้ปกครองเป็นจำนวนมาก สร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างยิ่ง
“แบ่งปันน้ำใจ เติมโอกาสทางการศึกษา สร้างอนาคตที่ดีให้เยาวชน”

#มอบทุนการศึกษา #โรงเรียนวัดนนทรี #บางปะหัน #พระนครศรีอยุธยา #แบ่งปันน้ำใจ #กิจกรรมเพื่อสังคม #ช่วยเหลือเยาวชน

สถาบันอนุญาโตตุลาการ ร่วมหารือ “วีเซิร์ฟ เอ็นเตอร์ไพรส์” เดินหน้าความร่วมมือด้านสัญญาและพัฒนาธุรกิจสถาบันอนุญาโตตุลาการ ...
16/09/2026

สถาบันอนุญาโตตุลาการ ร่วมหารือ “วีเซิร์ฟ เอ็นเตอร์ไพรส์” เดินหน้าความร่วมมือด้านสัญญาและพัฒนาธุรกิจ

สถาบันอนุญาโตตุลาการ นำโดย คุณราชศรุต จันทร์โชติ รองผู้อำนวยการสถาบันอนุญาโตตุลาการ สายงานกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ พร้อมคณะ เข้าเยี่ยมชม บริษัท วีเซิร์ฟ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) เพื่อพบปะหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการสร้างความร่วมมือระหว่างสององค์กร

โอกาสนี้ได้รับเกียรติจาก คุณศิริโรจน์ โรจน์วราพร ประธานกรรมการตรวจสอบ พร้อมด้วย คุณชญานี สังข์ทองวิเศษ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ และ คุณอุบลวรรณ หัตถกิจโกศล รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ให้การต้อนรับคณะจากสถาบันอนุญาโตตุลาการอย่างอบอุ่น

การหารือครอบคลุมแนวทางความร่วมมือด้าน การจัดทำสัญญา รวมถึงการดำเนินงานในด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมุ่งแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ เพื่อนำไปสู่แนวทางการสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการสร้างความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมระหว่างสององค์กรในอนาคต

การพบปะครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจและสถาบันอนุญาโตตุลาการ พร้อมต่อยอดความสัมพันธ์อันดี และสนับสนุนการพัฒนากระบวนการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจต่อไป

ทรู คอร์ปอเรชั่น ผนึก มศว ชู EdTech ปั้นแพลตฟอร์มออนไลน์ติวเข้มหลักสูตร รร.สาธิต สเกลศาสตร์การเรียนระดับท็อปสู่เยาวชนทั่...
16/09/2026

ทรู คอร์ปอเรชั่น ผนึก มศว ชู EdTech ปั้นแพลตฟอร์มออนไลน์ติวเข้มหลักสูตร รร.สาธิต สเกลศาสตร์การเรียนระดับท็อปสู่เยาวชนทั่วไทย พร้อมเสริมแกร่งครูและบุคลากรการศึกษาด้วยทักษะ AI และ True AI Hub

กรุงเทพฯ 16 กันยายน 2569 – ทรู คอร์ปอเรชั่น โดย ทรูบิสิเนส ร่วมกับ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) พลิกโฉมระบบนิเวศการเรียนรู้ไทยด้วย EdTech เทคโนโลยีการศึกษาที่สร้างความแตกต่างในรูปแบบใหม่ ผ่านการนำองค์ความรู้และหลักสูตรคุณภาพจากโรงเรียนสาธิต มศว ออกสู่แพลตฟอร์มออนไลน์เป็นครั้งแรก ทลายข้อจำกัดด้านพื้นที่และเวลาปลดล็อกให้นักเรียนทั่วประเทศ โดยเฉพาะผู้เรียนในพื้นที่ห่างไกล สามารถเข้าถึงบทเรียนที่มีมาตรฐานและความเข้มข้นแบบโรงเรียนสาธิตได้ทุกที่ทุกเวลา เรียนฟรี ไม่มีค่าหลักสูตร ผ่านเว็บเบราว์เซอร์ที่ใช้งานได้บนหลากหลายอุปกรณ์ ทั้งคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน ผสานระบบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะ คลาวด์ และ AI ของทรูบิสิเนส ที่จะมอบประสบการณ์การเรียนรู้รูปแบบใหม่อย่างราบรื่นไร้รอยต่อ พร้อมเดินหน้าเสริมศักยภาพบุคลากรทางการศึกษา ด้วยการยกระดับทักษะ AI และติดอาวุธชุดเครื่องมือ AI จาก True AI Hub แพลตฟอร์มที่รวม AI ระดับโลกไว้ในที่เดียว ครบ จบ ด้วยโมเดล AI กว่า 100 โมเดล จากผู้ให้บริการชั้นนำกว่า 10 ราย ตอกย้ำพันธกิจร่วมกันของผู้นำโทรคมนาคม-เทคโนโลยี และ สถาบันการศึกษาระดับแนวหน้าของไทย ที่พร้อมร่วมมือกันลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ตลอดจนวางรากฐานการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาไทย และปูทางเยาวชนไทยให้เป็น Future Workforce ที่พร้อมเติบโตไปกับอนาคตยุค AI

ดร.ธีรเดช ดำรงค์พลาสิทธิ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจองค์กร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “วันนี้ โอกาสในการเรียนรู้ ไม่ควรถูกจำกัดด้วยความห่างไกลของพื้นที่หรือข้อจำกัดในการเข้าถึงอุปกรณ์ เพราะทุกคนควรมีโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม ทรู คอร์ปอเรชั่น จึงตั้งใจนำศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เทคโนโลยี Cloud Data Cybersecurity และ AI มาช่วยลดข้อจำกัดเหล่านี้ และเชื่อมโอกาสทางการศึกษาให้ไปถึงคนได้กว้างขึ้น ความร่วมมือระหว่าง ทรูบิสิเนส และ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จึงเป็นการนำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีคลาวด์ และ AI ของทรู ผสานกับองค์ความรู้วิชาการและศาสตร์การเรียนรู้ระดับแถวหน้าของ มศว ร่วมวางรากฐานใหม่ของระบบนิเวศการเรียนรู้ยุุค AI ใช้ EdTech พัฒนารูปแบบการเรียนรู้ ต่อยอดความเป็นเลิศด้านการศึกษา ขยายการเข้าถึงแหล่งความรู้และก้าวผ่านอุปสรรคด้านความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา พร้อมทั้งยกระดับขีดความสามารถด้าน AI และ AI Transformation ของบุคลากรทางการศึกษาให้พร้อมรับมือกับโลกยุค AI อย่างเท่าทัน ตอกย้ำเจตนารมณ์ของทรูบิสิเนสในการขับเคลื่อนภาคธุรกิจและสังคมไทยอย่างสร้างสรรค์ด้วยเทคโนโลยีและการเชื่อมโยงโอกาสแบบไร้รอยต่ออย่างยั่งยืน”

ศ.ดร.ชลวิทย์ เจียรจิตต์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวว่า “ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลดิสรัปต์ทุกมิติ ความท้าทายของสถาบันการศึกษาจึงไม่ใช่เพียงการรักษามาตรฐานความเป็นเลิศให้อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนเท่านั้น มศว มุ่งมั่นที่จะก้าวข้ามขอบเขตห้องเรียนแบบเดิมสู่การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการเรียนรู้แห่งอนาคต เพื่อขยายองค์ความรู้สู่เยาวชนไทยทุกคนอย่างเท่าเทียมและไร้พรมแดน ภายใต้ปณิธานในการเป็นมหาวิทยาลัยแห่งการเรียนรู้เพื่อสังคม

ความร่วมมือกับทรูบิสิเนสในครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านการศึกษาไทยยุค AI โดยนำศาสตร์การสอนหลักสูตรโรงเรียนสาธิต มศว ผสานกับโครงสร้างพื้นฐานและแพลตฟอร์มดิจิทัลและขุมพลัง AI อย่างสมบูรณ์แบบ มอบโอกาสและประสบการณ์ทบทวนบทเรียนมาตรฐานโรงเรียนสาธิตที่ตรงจุดและมีคุณภาพให้แก่นักเรียนระดับประถมและมัธยมศึกษาทั่วประเทศ พร้อมติดอาวุธทางความคิดและเครื่องมือ AI อัจฉริยะให้แก่คณาจารย์ นับเป็นโมเดลต้นแบบของการยกระดับคุณภาพการศึกษาตั้งแต่ครูผู้สอนไปจนถึงเยาวชนและบุคคลทั่วไป เพื่อร่วมกันสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ และส่งเสริมทุนมนุษย์ที่จะเป็นกำลังขับเคลื่อนการเติบโตและยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในอนาคต”

แพลตฟอร์มออนไลน์หลักสูตร ‘สาธิต มศว’ ติวแม่น ทบทวนไว เด็กยุคใหม่ต้องลอง

ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ ทรูบิสิเนส และ มศว จะร่วมกันพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้รูปแบบ Web-based Platform โดย ทรูบิสิเนส จะนำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญในการพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI พร้อมโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์สำหรับจัดเก็บข้อมูลและรองรับการให้บริการของแพลตฟอร์ม อำนวยความสะดวกให้นักเรียนทั่วประเทศเข้าถึงบทเรียนและใช้งานได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านการเชื่อมต่อเว็บเบราว์เซอร์ รองรับหลากหลายอุปกรณ์ ทั้งสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ โดยไม่ต้องดาวน์โหลดหรือติดตั้งแอปพลิเคชันให้ยุ่งยาก พร้อมใช้ AI ช่วยสนับสนุนการเรียนรู้แบบ Interactive เช่น ระบบแชตส่งคำถามหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับบทเรียน โดยระบบ AI จะส่งคำตอบที่เกี่ยวข้องได้ทันที หรือหากยังไม่มีคำตอบ ระบบจะส่งคำถามไปให้อาจารย์ช่วยเพิ่มเติมข้อมูลคำตอบให้แก่นักเรียนต่อไป

สำหรับบทเรียนที่นำมาพัฒนาเป็นหลักสูตรออนไลน์นี้ เป็นหลักสูตรเฉพาะของโรงเรียนสาธิต มศว ที่มีการเรียนการสอนจริงในโรงเรียน ซึ่งมีจุดเด่นด้านการจัดการเรียนรู้ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่แบ่งสายการเรียนเฉพาะทาง เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้เรียนก้าวสู่คณะหรือสาขาที่สนใจ ครอบคลุมกว่า 70 หลักสูตร อาทิ วิทยาศาสตร์เพื่อการแพทย์ วิทยาศาสตร์สำหรับวิศวกรรมศาสตร์ ศิลป์ภาษา และศิลปะการแสดง เป็นต้น โดยจะเปิดให้นักเรียนและบุคคลทั่วไปเข้าถึงและเรียนรู้ได้ฟรี โดยไม่คิดค่าหลักสูตร เพื่อขยายโอกาสให้ผู้เรียนทั่วประเทศเข้าถึงองค์ความรู้มาตรฐานของโรงเรียนสาธิต มศว อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลหรือไม่มีช่องทางเข้าถึงหลักสูตรคุณภาพ ขณะเดียวกัน นักเรียนสาธิต มศว ยังสามารถใช้แพลตฟอร์มดังกล่าวเป็นช่องทางในการทบทวนบทเรียน ต่อยอดการเรียนรู้ และเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบได้จากทุกที่อีกด้วย ทั้งนี้ คาดว่าจะเริ่มเปิดให้ใช้ แพลตฟอร์มดังกล่าวได้ในปีการศึกษา 2570 และจะขยายหลักสูตรสู่ระดับมหาวิทยาลัยและรายวิชาเฉพาะทางเพื่อรองรับผู้เรียนและผู้สนใจในวงกว้างยิ่งขึ้น

เสริมทักษะ AI บุคลากรการศึกษา พร้อมต่อยอดประยุกต์ใช้ในการสอนและการทำงาน

อีกหนึ่งความร่วมมือ คือ การพัฒนาศักยภาพด้าน AI และ AI Transformation สำหรับบุคลากรของ มศว ครอบคลุมอาจารย์ เจ้าหน้าที่ และบุคลากรในทุกระดับ รวมถึงบุคลากรในเครือข่ายทั้ง 8 เขตของ มศว โดย ทรูบิสิเนส จะนำองค์ความรู้และประสบการณ์ความเชี่ยวชาญด้าน AI มาถ่ายทอด เพื่อช่วยยกระดับทักษะการใช้ AI ในการเรียน การสอน และการปฏิบัติงานได้อย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับบริบทของแต่ละหน่วยงานภายใต้ มศว อีกทั้งยังมีชุดเครื่องมือ AI พร้อมใช้อย่าง “True AI Hub” แพลตฟอร์มที่รวม AI ระดับโลกไว้ในที่เดียว ครบ จบ ด้วยโมเดล AI กว่า 100 โมเดล จากผู้ให้บริการชั้นนำกว่า 10 ราย มั่นใจได้กับการจัดเก็บข้อมูลด้วยระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูง มีการเข้ารหัสข้อมูล และไม่มีการนำข้อมูลไปพัฒนาหรือปรับปรุงโมเดล AI ความร่วมมือนี้จึงนับเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้บุคลากรทางการศึกษาสามารถใช้เทคโนโลยี AI ได้อย่างรู้เท่าทันและสร้างสรรค์ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษา เทคโนโลยี และนวัตกรรมของไทยอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

อวานี รัชดา กรุงเทพฯ ฉลองครบรอบ 2 ปี ร่วมกับ Caliiico Thailand ปล่อยแก้วมัคมือพิเศษ สมทบทุนโครงการ ‘จ้างวานข้า’ มูลนิธิก...
16/09/2026

อวานี รัชดา กรุงเทพฯ ฉลองครบรอบ 2 ปี ร่วมกับ Caliiico Thailand ปล่อยแก้วมัคมือพิเศษ สมทบทุนโครงการ ‘จ้างวานข้า’ มูลนิธิกระจกเงา

16 กันยายน 2569, กรุงเทพฯ – โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ (Avani Ratchada Bangkok) บริหารโดย AVANI ในเครือไมเนอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจของ บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPLAND ร่วมเฉลิมฉลองอีกหนึ่งก้าวสำคัญเนื่องในโอกาสครบรอบ 2 ปี ในเดือนกันยายนนี้ ด้วยการเปิดตัว “แก้วมัคคอลเลกชันครบรอบ 2 ปี” ผลงานการออกแบบสุดเอกซ์คลูซีฟโดย Caliiico Thailand พร้อมเชิญชวนทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อโอกาสและความปรารถนาดีสู่สังคม

ลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์บนแก้วมัคแต่ละใบ ได้รับแรงบันดาลใจจากเสน่ห์อันมีชีวิตชีวาของโรงแรมอวานี รัชดาฯ และย่านรัชดาภิเษก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่โรงแรมฯ ได้เติบโต ผูกพัน และร่วมสร้างความทรงจำร่วมกับผู้เข้าพักตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา แก้วมัคคอลเลกชันนี้จึงเป็นมากกว่าของที่ระลึก เพราะคือตัวแทนความทรงจำสุดอบอุ่นใจกลางกรุงเทพฯ ที่สามารถนำมาใช้งานและเติมเต็มความสุขได้ในทุกๆ วัน

นอกเหนือจากความงดงามทางศิลปะ คอลเลกชันนี้ยังสะท้อนความมุ่งมั่นของโรงแรมฯ ในการสร้างคุณค่าคืนสู่สังคม โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โรงแรมอวานี รัชดาฯ ได้ร่วมสนับสนุน โครงการ "จ้างวานข้า" ของมูลนิธิกระจกเงา ซึ่งสร้างโอกาสในการจ้างงานให้แก่ผู้ขาดโอกาสและคนไร้บ้านในกรุงเทพมหานคร เพื่อช่วยให้พวกเขามีรายได้ที่มั่นคง มีสุขอนามัยที่ดี สามารถพึ่งพาตนเอง และกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี

เพื่อเป็นการหมุดหมายแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 2 ปี โรงแรมฯ จะนำรายได้ 100 บาท จากการจำหน่ายแก้วมัคทุกๆ 1 ใบ บริจาคสมทบทุนให้แก่โครงการ "จ้างวานข้า" เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่อง
แก้วมัคคอลเลกชันครบรอบ 2 ปี มีจำนวนจำกัดเพียง 300 ใบ เท่านั้น ราคา 250 บาทต่อใบ (ทุกการสั่งซื้อบริจาค 100 บาท เข้าโครงการจ้างวานข้า) ตั้งแต่เดือนกันยายน – ตุลาคม 2569 (หรือจนกว่าสินค้าจะหมด)

ร่วมเก็บภาพความทรงจำอันน่าประทับใจ พร้อมส่งต่อโอกาสเพื่อสร้างวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่าให้กับผู้ขาดโอกาสในสังคมไปด้วยกัน ณ โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
LINE Official Account �หรือโทร +66 2 641 1500 �หรืออีเมล [email protected] หรือ https://mhg.to/1ornz

SCGD เร่งสร้างการเติบโต ชูแผน 5 ปี ดัน EBITDA แตะ 4.5 พันล้าน ตั้งเป้า EPS โต 2 เท่า ภายในปี 2574 เสริมศักยภาพไทย-เวียดน...
16/09/2026

SCGD เร่งสร้างการเติบโต ชูแผน 5 ปี ดัน EBITDA แตะ 4.5 พันล้าน ตั้งเป้า EPS โต 2 เท่า ภายในปี 2574 เสริมศักยภาพไทย-เวียดนาม ต่อยอดความเข้าใจลูกค้าสู่การเติบโตในอาเซียน

กรุงเทพฯ: บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGD ผู้นำในวัสดุตกแต่งพื้นผิวและสุขภัณฑ์ในอาเซียน เดินหน้าสู่ระยะต่อไปของการเติบโตสู่การเป็นผู้นำสินค้า Interior ในอาเซียนอย่างครบวงจร หลังช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ได้วางรากฐานความแข็งแกร่งทางธุรกิจ ทั้งด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การปรับโครงสร้างและรวมศูนย์การผลิต ให้กับธุรกิจหลักในกระเบื้องและสุขภัณฑ์ ตั้งเป้าปี 2574 ดัน EBITDA แตะ 4,500 ล้านบาท และกำไรต่อหุ้น (EPS) เติบโต 2 เท่า โดยมี 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การขยายสู่ธุรกิจสินค้าใหม่ การยกระดับกำไรจากการรวมศูนย์การผลิตในอาเซียน และการคว้าโอกาสการเติบโตที่เวียดนาม พร้อมกับให้เวียดนามเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกของภูมิภาค

นายนำพล มลิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGD กล่าวว่า “บริษัทมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง โดยสามารถยกระดับความสามารถในการทำกำไรดีขึ้นต่อเนื่องตลอด 3 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แม้ต้องเผชิญความท้าทายจากภาวะตลาดในประเทศที่ชะลอตัว รวมถึงผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าซึ่งส่งผลต่อรายได้จากต่างประเทศเมื่อแปลงค่าเป็นเงินบาท ปัจจุบันบริษัทมีความพร้อมเข้าสู่ช่วงการเติบโตระยะใหม่ โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการขยายสู่ธุรกิจสินค้าใหม่ การรวมศูนย์การผลิตในอาเซียน และโอกาสการเติบโตในตลาดเวียดนาม ซึ่งจะช่วยเสริมความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตที่มีคุณภาพในระยะยาว”

• ต่อยอดกลุ่มสินค้าใหม่ (New Product Lines) และช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ มุ่งสู่การเป็นผู้นำสินค้า Interior ในอาเซียนอย่างครบวงจร

SCGD เดินหน้าต่อยอดกลุ่มผลิตภัณฑ์จากกระเบื้องและสุขภัณฑ์ให้ครอบคลุมสินค้า Interior ที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยและความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลายมากขึ้น อาทิ SPC หรือวัสดุปูพื้นที่กันน้ำ ติดตั้งง่าย สวยงามเหมือนไม้ธรรมชาติ, Smart Toilet หรือ สุขภัณฑ์อัจฉริยะ ดีไซน์และฟังก์ชันที่รองรับการใช้งานด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรมทันสมัย, กลุ่มประตูและหน้าต่าง และเฟอร์นิเจอร์ห้องครัวและห้องน้ำโดยยอดขายกลุ่มสินค้าใหม่เติบโตมากกว่า 90% ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา

พร้อมเดินหน้าตั้งฐานการผลิตในประเทศไทยเป็นหลักเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ให้แข่งขันกับสินค้านำเข้า โดยจะเสริมสร้างความเป็นเลิศทางการผลิตผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อให้ได้มาซึ่งเทคโนโลยี นวัตกรรม เช่น การร่วมทุนด้าน Smart Toilet กับ AXENT ผู้ผลิตสุขภัณฑ์อัจฉริยะระดับโลกจากประเทศจีน ทั้งนี้ บริษัทยังได้ขยายช่องทางจัดจำหน่ายและโอกาสทางธุรกิจในตลาดอาเซียน โดยเฉพาะมาเลเซีย ซึ่งมีขนาดตลาดเซรามิกเป็นอันดับ 5 ในอาเซียน เพื่อเป็นช่องทางการจัดจำหน่ายเสริมพอร์ตโฟลิโอเพิ่มเติม

• เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน เสริมประสิทธิภาพระยะยาว

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ SCGD ให้ความสำคัญคือการยกระดับความสามารถในการทำกำไร (Profitability) ผ่านการใช้ประโยชน์จากขนาดธุรกิจในระดับอาเซียน และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง แนวคิดดังกล่าวถูกต่อยอดผ่านกลยุทธ์ ASEAN Consolidation และ Regional Optimization ซึ่งมุ่งจัดวางบทบาทของแต่ละฐานการผลิตให้สอดคล้องกับจุดแข็งของแต่ละประเทศ
สำหรับประเทศไทย SCGD อยู่ระหว่างการดำเนินโครงการรวมศูนย์การผลิตกระเบื้องเซรามิกและ Glazed Porcelain ผ่านโครงการ Plant Consolidation เพื่อเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิต ลดต้นทุนต่อหน่วย ยกระดับการผลิตสินค้ามูลค่าเพิ่ม (High Value Added Products: HVA) และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับสินค้านำเข้า โดยโครงการดังกล่าวคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 3 ปี 2570 และสร้าง EBITDA เพิ่มประมาณ 380 ล้านบาทต่อปีหลังดำเนินการเต็มรูปแบบ

• คว้าโอกาสการเติบโตในเวียดนาม และการให้เวียดนามเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกของภูมิภาค ขับเคลื่อนการเติบโตในอาเซียน

SCGD มองเวียดนามเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของการเติบโตในระยะยาว จากปัจจัยสนับสนุนทั้งการขยายตัวของเศรษฐกิจ การลงทุนภาครัฐ การเพิ่มขึ้นของประชากรกลุ่มรายได้ปานกลางถึงสูง และการฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนความต้องการวัสดุตกแต่งและสินค้ามูลค่าเพิ่ม (HVA) ในอนาคต โดย PRIME ประเทศเวียดนาม เป็นผู้นำในธุรกิจกระเบื้อง ที่เข้าใจผู้บริโภคเวียดนามมากว่า 25 ปี โดยนำความเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้ามาพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ตลาดอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน PRIME มีผลิตภัณฑ์มากกว่า 5,000 SKUs ครอบคลุมทั้งดีไซน์และฟังก์ชัน อาทิ Glazed Porcelain ขนาดใหญ่ กระเบื้องสำหรับพื้นที่ภายนอก ลายไม้ธรรมชาติ กระเบื้องกันลื่นสำหรับพื้นที่เปียก และกระเบื้องเรืองแสง เพื่อรองรับความต้องการตั้งแต่ที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์ โรงแรม ไปจนถึงโครงการอสังหาริมทรัพย์

ความแข็งแกร่งของ PRIME ยังสะท้อนผ่านการได้รับรางวัล Top Influential Brand 2568 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเครื่องยืนยันถึงการเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคในตลาดเวียดนาม

“การเติบโตในตลาดอาเซียนไม่ได้ขึ้นอยู่กับการขยายธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากการเข้าใจลูกค้า และนำความเข้าใจนั้นมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาด ซึ่งเป็นสิ่งที่ PRIME สั่งสมมาอย่างต่อเนื่องตลอดกว่า 25 ปี ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์และเครือข่ายจัดจำหน่ายทั่วประเทศ สิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญในการต่อยอดธุรกิจในเวียดนามและตลาดอาเซียน”

สำหรับเวียดนาม SCGD วางบทบาทให้เป็นทั้ง ฐานการผลิตและส่งออก และตลาดสำคัญที่มีศักยภาพการเติบโตในระยะยาว โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ Glazed Porcelain ซึ่งมีความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน และสามารถใช้เป็นฐานรองรับการส่งออกไปยังตลาดอื่นในอาเซียน เช่น ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย

ขณะเดียวกัน SCGD จะใช้แนวคิด Regional Optimization ในการเชื่อมจุดแข็งของแต่ละประเทศเข้าด้วยกัน โดยให้ประเทศไทยมีบทบาทด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และประสิทธิภาพการผลิต ขณะที่เวียดนามเป็นฐานการผลิตและส่งออก เพื่อรองรับการขยายโอกาสไปยังตลาดอาเซียน
“จากรากฐานที่วางไว้ SCGD จะเดินหน้าต่อยอดการเติบโตในช่วง 5 ปีข้างหน้า ผ่านการขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์ เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และเชื่อมโยงจุดแข็งของแต่ละตลาดในอาเซียน เพื่อยกระดับความสามารถในการทำกำไรและสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้า EBITDA ที่ระดับ 4,500 ล้านบาท และกำไรต่อหุ้น (EPS) เติบโต 2 เท่า ภายในปี 2574 พร้อมตั้งเป้า EBITDA ระยะใกล้ที่ 3,500 ล้านบาทในปี 2571” นายนำพล กล่าวทิ้งท้าย

ที่อยู่

299 Nakhon Ratchasima, Road Dusit
Bangkok
10300

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6626687172

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย-สภท.ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย-สภท.:

ทางลัด

แชร์