16/03/2026
🎗️🧠 Considering Psychotropics in the Context of Specific Disease : Cancer 💊 ประเด็นการใช้ยาจิตเวชในผู้ป่วยมะเร็ง
📌 ความผิดปกติทางจิตเวชในผู้ป่วยมะเร็งเกิดได้ทั้งจากตัวโรคมะเร็งเองหรือผลข้างเคียงของยาเคมีบำบัดหรือยาที่ใช้รักษาโรคมะเร็ง ดังนั้นการประเมินจึงต้องทำอย่างเป็นระบบและคลอบคลุม
📌 ความผิดปกติทางจิตเวชที่พบบ่อย ได้แก่ anxiety, depression และ fatigue ซึ่งภาวะเหล่านี้สามารถรักษาได้ด้วยยาทางจิตเวช นอกจากนี้ความผิดปกติทางจิตเวชที่เกิดจากยาก็มีได้
ตัวอย่างที่เจอได้บ่อย การใช้ interferon อาจทำให้เกิด depression ได้ ซึ่งอาจจะรุนแรงจนต้องหยุดใช้ยา
👉 นอกจากนี้ยาเคมีบำบัดยังทำให้เกิด cognitive impairment และ fatique อาจเรียกว่า Chemotherapy-related cognitive impairment (CRCI) การจัดการ CRCI ประกอบด้วย pharmacological และ non-pharmacological approache ซึ่งยาที่อาจนำมาใช้รักษา CRCI ได้แก่ neurostimulants (e.g., methylphenidate และ modafinil), anti-dementia drugs (e.g., donepezil และ memantine) และยาอื่นๆ เช่น Ginkgo biloba, erythropoietin และ antioxidants
👉 การให้ adjunctive antidepressant และจัดการการจัดการอาการร่วม เช่น ความจำลดลง อ่อนเพลีย ความปวด → ช่วยเพิ่ม adherence ต่อการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด นอกจากนี้ยังส่งผลอื่นด้วย มีการศึกษาของ Ma Y และคณะใน J Affect Disord 2025 พบว่า การใช้ selective serotonin reuptake inhibitors (SSRIs) มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงการเกิด morbidity จากมะเร็งโดยรวมที่ลดลง โดยเฉพาะ fluoxetine, citalopram และ sertraline นอกจากนี้ SSRIs ยังสัมพันธ์กับการลดความเสี่ยงการเสียชีวิตจากมะเร็ง โดยเฉพาะ fluoxetine และ citalopram อย่างไรก็ตาม tricyclic antidepressants (TCAs) มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงการเสียชีวิตจากมะเร็งที่เพิ่มขึ้น (HR 1.19, 95% CI 1.07–1.32) โดยเฉพาะ amitriptyline
⚠️ ในผู้ป่วยโรคมะเร็ง ไม่มีหลักฐานว่าควรงดหรือเลี่ยงการใช้ยาจิตเวช มีเพียงประเด็นของยา antipsychotics ที่ทำให้ hyperprolactinemia สูง ในผู้ป่วยที่มีประวัติ pituitary tumors ควรหลีกเลี่ยง (อ่านเพิ่มเรื่อง antipsychotics and breast cancer ได้ที่ Compr Psychoneuroendocrinol. 2025 24;24:100313.)
⚠️ ส่วนของ drug interaction ด้าน pharmacodynamics ประเด็นสำคัญที่พบบ่อย คือ การเกิด QTc prolongation เนื่องจากยาเคมีบำบัดหลายชนิดทำให้เกิด QTc ยาวขึ้น ควรหลีกเลี่ยง การใช้ร่วมกับ psychotropics ที่ยืด QTc เช่น TCAs, ziprasidone, haloperidol
ยาต้านมะเร็งหลายชนิด เช่น alemtuzumab, arsenic trioxide, ceritinib, crizotinib, lenvatinib, nilotinib, osimertinib, ribociclib, tamoxifen และ vemurafenib อาจทำให้ QT interval prolongation ส่งผลให้ความเสี่ยง QT prolongation เพิ่มขึ้นเมื่อใช้ร่วมกับยาจิตเวชที่มีผลต่อ QT เช่น TCAs, citalopram, typical antipsychotics, pimozide, risperidone, paliperidone, iloperidone, quetiapine, ziprasidone และ lithium
⚠️procarbazine มีฤทธิ์ยับยั้ง MAO จึงเพิ่มความเสี่ยง serotonin syndrome เมื่อใช้ร่วมกับ SSRIs, SNRIs, TCAs, MAO inhibitors, lithium และ opioids และอาจเกิด hypertensive reaction เมื่อใช้ร่วมกับ TCAs, sympathomimetics และ psychostimulants
⚠️ Drug interaction ด้าน pharmacokinetics ที่ common คือ CYP3A4 เนื่องจากยาเคมีบำบัดมี metabolism ผ่าน CYP3A4 ดังนั้นควรหลีกเลี่ยง psychotropics ที่เป็น CYP3A4 inhibitors (เช่น fluoxetine, fluvoxamine) เพราะอาจเพิ่ม chemotherapy toxicity ดังนั้นอาจจะเลือกยาจิตเวชที่ผ่านคนละ CYP กับยาเคมีบำบัด เช่น tamoxifen เป็น prodrugs ต้องผ่าน CYP2D6 อาจเลือกยา antidepressants ที่ไม่ผ่านหรือไม่ยับยั้ง CYP2D6 ได้
ขณะที่ interferon-α ยับยั้งเอนไซม์ CYP450 โดยเฉพาะ CYP1A2, CYP2C19 และ CYP2D6 ทำให้ระดับยาและความเสี่ยงอาการไม่พึงประสงค์ของยาจิตเวชที่ถูก metabolized ผ่าน oxidative pathways เพิ่มขึ้น
ภาวะทางจิตเวชในผู้ป่วยมะเร็งเป็นภาวะที่พบได้บ่อย นอกจากนี้ยาจิตเวชบางชนิดยังมีบทบาทในการ supportive care เช่น olanzapine ใน CINV ดังนั้นความเข้าใจการจัดการภาวะจิตเวชในผู้ป่วยมะเร็งจะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตและ adherence ต่อการรักษา รวมทั้งส่งผลต่อ morbidity และ mortality อีกด้วย
อ้างอิง
Levenson J, Ferrando S. Special Report: Prescribing Psychotropic Medicines for the Medically Ill. Psychiatric News. 2025;60(2):19-25.