Healthy Space Forum

Healthy Space Forum นักออกแบบ นักวิจัย และที่ปรึกษาด้านการออกแบบเมือง ที่ตั้งใจสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับเมืองไปพร้อมกับออกแบบร่วมกับชุมชน

ค้นคว้าและวิจัย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และขับเคลื่อนเรื่องสุขภาวะเมือง

Speed Down, Safety Up4 วิธีลดความเร็วรอบโรงเรียน ด้วยการออกแบบถนนปลอดภัย –เราเคยสงสัยไหมว่า ทำไมถนนหน้าโรงเรียนหลายแห่งใ...
07/08/2026

Speed Down, Safety Up
4 วิธีลดความเร็วรอบโรงเรียน ด้วยการออกแบบถนนปลอดภัย

เราเคยสงสัยไหมว่า ทำไมถนนหน้าโรงเรียนหลายแห่งในบ้านเรา ถึงยังทำให้เด็กนักเรียนและผู้ปกคอรงต้องคอยข้ามถนนและหลบรถกันด้วยความหวาดเสียว ทั้งที่ควรจะเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุดแห่งหนึ่งสำหรับคนเดินเท้า
แม้ว่าเราพยายามแก้ไขเรื่องนี้ด้วยการติดป้ายเตือนใหญ่ขึ้น ทาสีทางม้าลายให้สดใส เพื่อเตือนให้คนขับมีสติขณะขับขี่อยู่ตลอดเวลาแต่ในความเป็นจริง ถนนหน้าโรงเรียนหลายสายอาจถูกออกแบบมาเอื้อให้ใช้ความเร็วโดยไม่ทันระวัง ทำให้การกำหนดเขตจำกัดความเร็ว Zone 30 ตามมาตรฐานสากล ในบางสถานการณ์อาจยังไม่เพียงพอ การออกแบบถนนจึงต้องเข้ามามีส่วนช่วยส่งเสริมความปลอดภัยถนนรอบโรงเรียนให้รัดกุมยิ่งขึ้น
Healthy Space Forum ชวนทุกคนมารู้จักการออกแบบถนนเพื่อชะลอความเร็วในวิธีการต่างๆ ที่จะช่วยเปลี่ยนให้พื้นที่รอบโรงเรียน กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยต่อผู้ใช้ถนนทุกคนได้
1.ทาสีพื้นเขตโรงเรียน (School Zone Road Painting)
การออกแบบพื้นผิวถนนเมื่อเข้าสู่พื้นที่โรงเรียน ด้วยการใช้วัสดุเคลือบผิวถนนกันลื่น (Anti-Skid) ร่วมกับการทาสี พิมพ์ลาย หรือเขียนข้อความเตือนเตือนภัย เช่น ‘เขตโรงเรียน’ หรือ ‘ลดความเร็ว’ ยาวต่อเนื่องเป็นระยะร่วมกับการติดป้ายจำกัดความเร็วตามไหล่ทาง ประโยชน์ของวิธีนี้คือช่วยส่งสัญญาณเตือนคนขับให้รู้ตัวโดยอัตโนมัติ ทำให้เกิดความตื่นตัวและลดความเร็วลงก่อนเข้าสู่เขตโรงเรียน
2.เนินชะลอความเร็ว (Speed Humps)
เป็นการออกแบบผิวถนนที่บังคับให้รถต้องลดความเร็วลง ด้วยการทำ ‘สันชะลอความเร็ว’ ที่มีความสูงพอประมาณและความกว้างที่เหมาะสม เมื่อผู้ขับขี่เห็นเนินบนผิวถนน ก็จะชะลอความเร็วลงโดยอัตโนมัติ โดยวิ่งผ่านได้แบบไม่กระแทกแรงจนเกินไป ประโยชน์คือช่วยบังคับให้รถทุกคันต้องวิ่งผ่านด้วยความเร็วต่ำลง ซึ่งจะช่วยคุมความเร็วและเพิ่มมุมมองให้คนขับเห็นเด็กๆ กำลังจะข้ามถนนได้ชัดเจนขึ้นด้วย
3.ลดขนาดถนนเฉพาะจุด (Narrow Lanes)
เป็นการออกแบบถนนที่ว่ามีหัวใจสำคัญคือการบีบช่องจราจรให้แคบลง เพื่อให้คนขับเพิ่มความระมัดระวังขณะขับขี่ ซึ่งมีหลายวิธีที่น่าสนใจ เช่น
Curb Extension — การออกแบบทางเท้าโดยขยายพื้นที่ขอบทางหรือทางเท้ารุกล้ำเข้าไปในเขตถนน โดยเฉพาะบริเวณแยกจราจร เพื่อบีบให้ทางแคบและช่วยลดระยะทางที่ต้องเดินข้ามถนนให้สั้นลง
Zigzag — การตีเส้นจราจรบนผิวถนนเป็นเครื่องหมายเตือนภัยบนพื้นทางที่มีลักษณะเป็นเส้นหยักไปมา ช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกตัวและเริ่มผ่อนคันเร่งก่อนถึงจุดอันตราย
Chicanes — การออกแบบถนนให้มีแนวโค้งสลับฟันปลาหรือรูปตัวเอส (S-shape) เพื่อบังคับให้รถต้องหักเลี้ยวซ้ายและขวาต่อเนื่องกัน ช่วยลดความเร็วรถ เพิ่มพื้นที่ใช้งาน และสร้างความปลอดภัยให้คนเดินถนนในย่านชุมชน
Pinchpoint — การทำขอบทางหรือทางเท้าให้ยื่นล้ำเข้าไปในผิวจราจรช่วงกลางบล็อกถนน เพื่อทำให้หน้ากว้างของถนนแคบลงชั่วคราว ชะลอความเร็วรถที่สัญจรในพื้นที่
4.ทางข้ามยกระดับ (Raised Crosswalk)
เป็นการผสมระหว่างทางม้าลายและเนินชะลอความเร็วเข้าไว้ด้วยกัน วิธีการออกแบบคือการเทพื้นคอนกรีตทางข้ามให้สูงขึ้นเล็กน้อย หรือราบเรียบไปกับระดับทางเท้า เคลือบด้วยวัสดุกันลื่นและสีสะท้อนแสงที่มองเห็นเด่นชัด โดยทางข้ามยกระดับลักษณะนี้ จะมีประโยชน์อย่างมากในการข้ามถนนพื้นที่ระหว่างทางแยก (Mid Block) ซึ่งจะไม่ค่อยจะติดตั้งสัญญาณไฟจราจรไว้ ทำให้คนเดินเท้าข้ามถนนได้อย่างปลอดภัยขึ้น ด้วยเพราะรถยนต์จำเป็นต้องชะลอความเร็วเพื่อผ่านเนินชะลอความเร็ว ซึ่งจะช่วยลดอุบัติเหตุจากการไม่ยอมหยุดให้คนข้ามได้

ขอบคุณ urban creature ค่าา 💗✨
07/08/2026

ขอบคุณ urban creature ค่าา 💗✨

“จากที่ปกติคนต้องมีจุดประสงค์ในการออกจากบ้าน เช่น ไปออกกำลังกาย ไปซื้อของ ตอนนี้ POPS ช่วยรวมตลาดเข้ากับพื้นที่ออกกำลังกาย เราไปเดินตลาดแล้วก็ทำกิจกรรมอื่นๆ ได้ด้วย ถือเป็นการเติมเต็มระบบนิเวศการใช้ชีวิตนอกบ้านให้ครบมากขึ้น”
คอนเซปต์ไปหนึ่งได้ถึงสองของ POPS (Privately Owned Public Space) หรือพื้นที่สาธารณะที่เอกชนเป็นเจ้าของ ช่วยเติมระบบนิเวศการใช้ชีวิตนอกบ้านให้ครบถ้วน และยังส่งผลดีต่อคนในชุมชนทั้งในด้านการค้า เศรษฐกิจ ไปจนถึงคุณภาพชีวิต
วันนี้จังหวัดฉะเชิงเทรามีพื้นที่ POPS ตัวอย่างที่ดีสำหรับการพัฒนาพื้นที่สาธารณะแล้ว นั่นคือ ‘CJ Park คลองเขื่อน’ โครงการที่ควบรวมสวนและตลาดในพื้นที่ว่างหลังร้านสะดวกซื้อ CJ MORE ให้เด็กและคนในชุมชนได้ออกมาใช้ชีวิต ออกกำลังกาย และเป็นแรงบันดาลใจในด้านศิลปะ
ชวนอ่านเรื่องราวกว่าจะมาเป็น CJ Park และกระบวนการสำคัญที่คนในชุมชนร่วมออกแบบพื้นที่สาธารณะที่ : urbancreature.co/cj-park

เด็กแต่ละคนสนุกกับการเล่นไม่เหมือนกัน บางคนชอบวิ่ง บางคนชอบกระโดด บางคนชอบเล่นกีฬา การออกแบบพื้นที่เล่นให้รองรับกิจกรรมไ...
06/08/2026

เด็กแต่ละคนสนุกกับการเล่นไม่เหมือนกัน บางคนชอบวิ่ง บางคนชอบกระโดด บางคนชอบเล่นกีฬา การออกแบบพื้นที่เล่นให้รองรับกิจกรรมได้หลากหลายจะเปิดโอกาสให้เด็กได้เป็นตัวเองมากขึ้น
โรงเรียนวัดดวงแข เป็นโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร มีผังอาคารเรียนล้อมสนามกลางในลักษณะตัว U ซึ่งเป็นรูปแบบผังที่พบได้บ่อยในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครทำให้สนามเป็นพื้นที่ส่วนรวมที่เด็ก ๆ ใช้ช่วงเรียน พักกลางวัน และหลังเลิกเรียน การออกแบบพวกเราจึงพยายามใช้พื้นที่ของสนามและอาคารให้คุ้มค่าที่สุด
จากการลงพื้นที่สำรวจ เด็กโรงเรียนวัดดวงแขพลังเยอะ สนุกกับการเล่นทุกอย่าง พวกเราจึงออกแบบในคอนเซปต์ ‘PLAY YOUR OWN WAY : เล่นได้ทุกจุด สนุกได้ทุกแบบ’ เพราะพื้นที่เล่นไม่ควรกำหนดวิธีการเล่นเพียงรูปแบบเดียว แต่ควรมีกิจกรรมหลายแบบ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กๆ เลือกเล่นได้ตามใจชอบ
การออกแบบกระจายกิจกรรมไปยัง 2 พื้นที่คือสนามและหน้าห้องเรียน เชื่อมโยงการเล่นตั้งแต่ภายในอาคารออกสู่พื้นที่กลางแจ้ง ทำให้การเคลื่อนไหวเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เด็กเห็นแล้วอยากวิ่งเล่นกว่าเดิมและเพิ่มระยะเวลาการเล่นให้นานขึ้น
หัวใจของ PLAY YOUR OWN WAY คือการสร้างพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ เลือกวิธีเล่นได้ด้วยตัวเอง สร้างประสบการณ์การเล่นได้หลากหลายรูปแบบ สามารถเล่นได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ หรือจะหยิบลูกบอล เชือก กรวยจราจร หรืออุปกรณ์ง่ายๆ ที่มีอยู่มาประยุกต์ใช้ร่วมกับพื้นที่ก็ได้ ทำให้เกิดการเล่นที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เหมาะกับเด็กแต่ละคนที่มีวิธีการเล่นแตกต่างกัน
โรงเรียนนี้เราออกแบบยังไง มีอะไรบ้างสนุกๆ ตามมาเล่นไปด้วยกันเลย!

#พื้นที่เล่น #โรงเรียนวัดดวงแข #กิจกรรมทางกาย #กรุงเทพมหานคร

โรงเรียนเล็กๆ ก็เอามาออกแบบเป็นพื้นที่เล่นสนุกได้นะ!โรงเรียนวัดม่วงแค เป็นโรงเรียนขนาดเล็กในสังกัดกรุงเทพมหานคร มีผังอาค...
05/08/2026

โรงเรียนเล็กๆ ก็เอามาออกแบบเป็นพื้นที่เล่นสนุกได้นะ!
โรงเรียนวัดม่วงแค เป็นโรงเรียนขนาดเล็กในสังกัดกรุงเทพมหานคร มีผังอาคารเรียนลักษณะตัว I หรืออาคารแนวยาว ทำให้พื้นที่ว่างของโรงเรียนมีลักษณะแคบและทอดยาวขนานไปกับอาคารเรียน จึงนับว่าเป็นหนึ่งในโรงเรียนที่มีข้อจำกัดด้านการออกแบบมากที่สุดของโปรเจกต์นี้ ด้วยพื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัด เด็กๆ จึงมักใช้ระเบียงหน้าห้องเรียน ห้องประชุม และลานหน้าอาคารเป็นพื้นที่เล่น
แทนที่จะมองข้อจำกัดเป็นอุปสรรค พวกเรามองว่าทุกมุมของโรงเรียนสามารถกลายเป็นพื้นที่เล่นได้ จึงเกิดคอนเซปต์ ‘Tiny Corner, Big Imagination : มุมเล็ก ๆ แต่จินตนาการไม่รู้จบ’ ขึ้นมา ที่เชื่อว่าแม้พื้นที่จะเล็กแค่ไหน ก็สามารถสร้างประสบการณ์การเล่นที่หลากหลายได้ หากออกแบบอย่างสร้างสรรค์และบริหารพื้นที่อย่างเหมาะสม โดยการออกแบบนี้เราได้รับความร่วมมือกับโรงเรียนวัดม่วงแค และสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร
การออกแบบกระจายพื้นที่เล่นไปยัง 2 จุดหลัก ได้แก่ ลานหน้าอาคาร และมุมว่างภายในอาคารเรียน เพื่อให้เด็ก ๆ สามารถพบเจอกิจกรรมการเล่นได้ตลอดเส้นทางการใช้ชีวิตในโรงเรียน
ในการออกแบบพวกเราใช้วิธีการติดสติ๊กเกอร์ทั้งหมด เพราะรวดเร็ว ไม่ต้องรื้อถอนหรือก่อสร้างใหม่ สามารถเปลี่ยนลวดลายหรือเพิ่มเกมใหม่ได้เมื่อรูปแบบการเรียนรู้เปลี่ยนไป หากสติกเกอร์ชำรุดก็เปลี่ยนเฉพาะจุดได้ง่าย ลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา อีกทั้งยังช่วยให้โรงเรียนสามารถปรับพื้นที่ให้สอดคล้องกับกิจกรรมพิเศษหรือช่วงวัยของนักเรียนได้
การสร้างพื้นที่เล่นไม่จำเป็นต้องอาศัยพื้นที่ขนาดใหญ่หรือการลงทุนที่สูงเสมอไป
แต่เริ่มจากการมองเห็นศักยภาพของพื้นที่เล็กๆ ที่มีอยู่ ก็สามารถเปลี่ยนมุมของโรงเรียนให้เป็นพื้นที่ที่เด็กๆ ได้เล่นสนุกด้วยกัน แถมยังได้จินตนาการกว้างไกลด้วย : )
โรงเรียนที่มีพื้นที่จำกัดออกแบบยังไง มีอะไรบ้าง ตามมาเล่นไปด้วยกันเลย!

#พื้นที่เล่น #โรงเรียนวัดม่วงแค #กิจกรรมทางกาย #กรุงเทพมหานคร

เปลี่ยนทุกมุมของโรงเรียนวัดสุวรรณาราม ให้เป็นพื้นที่ของการเคลื่อนไหวและการเรียนรู้! โรงเรียนวัดสุวรรณาราม เป็นโรงเรียนที...
04/08/2026

เปลี่ยนทุกมุมของโรงเรียนวัดสุวรรณาราม ให้เป็นพื้นที่ของการเคลื่อนไหวและการเรียนรู้!
โรงเรียนวัดสุวรรณาราม เป็นโรงเรียนที่มีผังอาคารเรียนล้อมสนามในลักษณะตัว U ซึ่งเป็นรูปแบบผังที่พบได้บ่อยในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ทำให้สนามเป็นเหมือนหัวใจของโรงเรียน
สนามตรงกลางเป็นพื้นที่ที่เด็กๆ มารวมตัวกันตอนพักกลางวันหรือหลังเลิกเรียน นอกจากนั้นโรงเรียนวัดสุวรรณารามยังมีเด็กพิเศษเรียนร่วม ทำให้การออกแบบต้องคำนึงถึงความหลากหลาย เพื่อให้ทุกส่วนที่ออกแบบเป็นพื้นที่ที่เด็กทุกคนเล่นด้วยกันได้ โดยการออกแบบนี้เราได้รับความร่วมมือกับโรงเรียนวัดสุวรรณาราม และสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร
จากบริบทของโรงเรียน พวกเราจึงออกแบบด้วยคอนเซปต์ ‘PLAY FOR US : พื้นที่เล่นของทุกคน’ โดยมองว่าการเล่นไม่ควรถูกจำกัดอยู่เพียงสนามเด็กเล่น แต่สามารถเกิดขึ้นได้ทั่วทั้งโรงเรียน เปิดโอกาสให้เด็กทุกคนไม่ว่าจะเป็นเด็กทั่วไปหรือเด็กพิเศษได้เลือกเล่นในแบบที่เหมาะกับตัวเอง เมื่อเด็กได้เล่นอย่างอิสระ การเล่นก็จะกลายเป็นสิ่งที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพ การเรียนรู้ และความสัมพันธ์
ด้วยข้อจำกัดของพื้นที่และลักษณะการใช้งาน การออกแบบจึงโดยใช้ทุกมุมให้คุ้มค่าที่สุด โดยกระจายพื้นที่เล่นไปยัง 3 จุดของโรงเรียน ได้แก่ สนาม พื้นที่ข้างอาคารเรียน และระเบียงทางเดิน เพื่อสอดแทรกการเล่นให้อยู่ในทุกที่ที่เด็กๆ ใช้เวลาในโรงเรียน
หัวใจของ PLAY FOR US คือการสร้างพื้นที่เล่นที่เรียบง่าย แต่ใช้งานได้จริง ทุกกิจกรรมสามารถเล่นได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เพิ่มเติม ใช้งบประมาณไม่สูง และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับโรงเรียนอื่นที่มีพื้นที่จำกัดได้ และการกระจายพื้นที่เล่นไปยังมุมต่าง ๆ ของโรงเรียน ยังช่วยสร้างโอกาสให้เด็ก ๆ ได้เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ส่งเสริมการเล่นอย่างสร้างสรรค์ การเรียนรู้นอกห้องเรียน และการใช้เวลาร่วมกันของเด็กทุกคน
พวกเราออกแบบยังไง ในพื้นที่เล่นมีกิจกรรมอะไรบ้าง ตามมาเล่นไปด้วยกันเลย!

#พื้นที่เล่น #โรงเรียนวัดสุวรรณาราม #กิจกรรมทางกาย #กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณ Urban Creature มากๆ ค่ะ 🫶✨
01/08/2026

ขอบคุณ Urban Creature มากๆ ค่ะ 🫶✨

“สวนน้อย อยู่ไกล ไปยาก”
ทุกครั้งที่ชาวฉะเชิงเทราและจังหวัดใกล้เคียงกางแผนที่หรือเปิด Google Maps นับพื้นที่สาธารณะก็คงได้แต่ละเหี่ยใจ และฝันว่าสักวันแถวบ้านของเราจะมีสวนสาธารณะดีๆ ให้ใช้งานหลากหลายรูปแบบเหมือนที่อื่นเขาบ้าง
เพราะเวลาพูดถึงพื้นที่สาธารณะหรือสวนในย่านชุมชน เรามักนึกถึงโครงการของรัฐหรือเทศบาลในการพัฒนาพื้นที่สีเขียวต่างๆ ของเมือง ซึ่งยังมีจำนวนไม่เพียงพอต่อการใช้งานของชาวเมือง
เราจึงเห็นการใช้พื้นที่ว่างๆ หน้าบ้าน หรือพื้นที่รกร้างเป็นพื้นที่เล่นกีฬาของเด็กๆ ซึ่งต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงจากอันตรายของพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับการพัฒนา รวมถึงอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากรถยนต์ที่ขับผ่านไปมา
คอลัมน์ Re-desire วันนี้อยากชวนไปชมโครงการ CJ Park ที่ฉะเชิงเทรา โมเดลดีๆ ที่ภาคเอกชนช่วยเปลี่ยนที่ดินว่างธรรมดาๆ ให้กลายเป็นพื้นที่ของคนในชุมชน และส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้ชาวอำเภอคลองเขื่อนได้กลับมาใช้ชีวิตนอกบ้านอย่างที่ควรจะเป็น

#คลองเขื่อน #ฉะเชิงเทรา

ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งที่ 2 (Workshop 2) ภายใต้หัวข้อ ‘Global Frame...
30/07/2026

ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งที่ 2 (Workshop 2) ภายใต้หัวข้อ ‘Global Frameworks, Local Frontiers: Designing Thailand's Innovation Districts’ ไปเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ณ True Digital Park เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้าน Innovation District ระดับนานาชาติ และร่วมหาแนวทางพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย
โดยเวิร์กชอปครั้งที่ 2 นี้ จะเป็นการหาแนวทางพัฒนา 3 อุตสาหกรรมศักยภาพ ได้แก่ FoodTech, HealthTech และ GreenTech ที่ยังเผชิญข้อจำกัดด้านกฎระเบียบ เงินทุน โครงสร้างพื้นฐาน และการเชื่อมโยงตลาด
ภายในงานแบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่ Global Innovation District Exchange ถ่ายทอดบทเรียนจากผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ ได้แก่ Alisdair Gunn (สหราชอาณาจักร), Ngu Wang Chung (สิงคโปร์) และ Peter Portheine (เนเธอร์แลนด์) และ Ecosystem Gap Solutions Co-Creation ซึ่งเปิดเวทีให้ภาครัฐ ภาคเอกชน มหาวิทยาลัย นักลงทุน และ Startup ร่วมออกแบบแนวทางแก้ไขปัญหา พัฒนากลไกสนับสนุน และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อยกระดับระบบนิเวศนวัตกรรมของไทย
ผลจากการประชุมจะนำไปสู่การจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวทางพัฒนา Innovation District ของประเทศไทย เพื่อเชื่อมโยงงานวิจัย นวัตกรรม ภาคธุรกิจ และการพัฒนาเมืองให้เกิดระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของผู้ประกอบการเทคโนโลยี
ก้าวต่อไปของโครงการ คือการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับพันธมิตรจาก สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ และสิงคโปร์ ภายในงาน Techsauce Global Summit 2026 วันที่ 27 สิงหาคม 2569 เพื่อขยายความร่วมมือด้านการพัฒนาย่านนวัตกรรมและสร้างเครือข่ายระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดันย่านนวัตกรรมต้นแบบและยกระดับระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศไทยสู่ระดับสากล





ได้รับทุนวิจัยสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผ่าน สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (รวพ.) โดยหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ภายใต้สัญญาเลขที่ C23F680165 โดย ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นผู้ดำเนินงานโครงการ

ในการออกแบบเมกะโปรเจกต์ด้านกีฬา สิ่งที่ท้าทายไม่แพ้การสร้างอาคาร คือการจัดการกับ "พื้นที่ว่างรอบสนามกีฬา" (Sport Buffer ...
27/07/2026

ในการออกแบบเมกะโปรเจกต์ด้านกีฬา สิ่งที่ท้าทายไม่แพ้การสร้างอาคาร คือการจัดการกับ "พื้นที่ว่างรอบสนามกีฬา" (Sport Buffer Zone) ซึ่งในช่วงมหกรรมกีฬา พื้นที่ตรงนี้คือพื้นที่โล่งกว้างรองรับการไหลของฝูงชน และคัดกรองความปลอดภัย ทว่าความท้าทายที่แท้จริงมักเกิดขึ้นหลังสิ้นสุดการแข่งขัน เมื่อสปอตไลต์ดับลง ลานกว้างเหล่านั้นกลับกลายพื้นคอนกรีตว่างเปล่า ไร้ชีวิตชีวา กลายเป็นภาระในการดูแลรักษาระยะยาว
แต่ที่อุทยานโอลิมปิกพระราชินีเอลิซาเบธ (Queen Elizabeth Olympic Park) ณ ย่านสแตรตฟอร์ด (Stratford) ทางตะวันออกของกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ได้สร้างต้นแบบในการเปลี่ยนผ่านพื้นที่รอบสนาม ผ่านแนวคิด Legacy Mode จากพื้นที่ด้านความปลอดภัย ให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียวที่เชื่อมต่อผู้คนและเมืองเข้าด้วยกัน ลบภาพจำของลานคอนกรีตที่แห้งแล้ง ให้กลายเป็นพื้นที่สาธารณะที่มีชีวิตชีวา เป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญที่ขับเคลื่อนย่านที่พักอาศัยและย่านเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน
Healthy Space Forum ชวนทุกคนมาร่วมถอดรหัสและศึกษาความสำเร็จแนวคิด Legacy Mode แห่ง Queen Elizabeth Olympic Park ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าการออกแบบพื้นที่รอบสนามกีฬาที่ดี สามารถสร้างมูลค่าและยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเมืองได้ในเวลาเดียวกัน
🏟️ พลิกย่านเสื่อมโทรม ด้วยศูนย์กีฬาแบบ Multi-function
Queen Elizabeth Olympic Park มีขนาดพื้นที่รวมราว 1,416 ไร่ เป็นศูนย์รวมการกีฬาและสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ทางตะวันออกของกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ถูกสร้างขึ้นบนพื้นที่ย่านอุตสาหกรรมเก่าทางตะวันออกของเมือง เพื่อเป็นหัวใจหลักในการจัดงานแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนและพาราลิมปิกเกมส์ ปี 2012 (London 2012) ปัจจุบันอยู่ภายใต้การบริหารจัดการโดยหน่วยงานเฉพาะกิจ LLDC (London Legacy Development Corporation) โดยแบ่งสัดส่วนพื้นที่โดยประมาณออกเป็น 5 ส่วนสำคัญ ได้แก่
1. Open Space, Sport, and Leisure: ถือเป็นแกนหลักของพื้นที่โครงการ ประกอบด้วยสนามกีฬาหลักอย่าง London Stadium และศูนย์กีฬาอื่นๆ โดยรอบ
2.New Neighbourhoods: พื้นที่พักอาศัยแห่งใหม่ที่พัฒนาต่อเนื่องมาจากอดีตหมู่บ้านนักกีฬา (East Village) รวมถึงชุมชนโดยรอบอย่าง Chobham Manor, East Wick & Sweetwater
3.Mixed-use Growth Area: ย่านการศึกษาและวัฒนธรรมสมัยใหม่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถาบันการศึกษาระดับโลก เช่น UAL’s London College of Fashion, พิพิธภัณฑ์ V&A East Museum และโรงละคร Sadler's Wells
4.Areas of Employment: แหล่งจ้างงานและนวัตกรรมขนาดใหญ่ เช่น Here East (Innovation Hub) ย่านออฟฟิศระดับสากล (International Quarter London - IQL)
5.Town Centre Stratford City: ศูนย์กลางการเชื่อมต่อการเดินทาง สถานีรถไฟ และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ
🏟️ จัดการ Sport Buffer Zone ด้วยแนวคิด Legacy Mode
แนวคิด Legacy Mode คือการวางแผนออกแบบสนามให้สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าและสร้างประโยชน์ต่อชุมชนในระยะยาว หลังจากมหกรรมกีฬาระดับโลกจบลง
โดยหลัง Olympic London 2012 ที่ผ่านมา Queen Elizabeth Olympic Park มีแนวทางการปรับเปลี่ยนพื้นที่สนามกีฬาและพื้นที่ว่างโดยรอบหลังการจัดการแข่งขัน โดยเปลี่ยนพื้นที่ลานหน้าอาคาร (Concourse) ที่เดิมทำหน้าที่เป็นพื้นที่ด้านความปลอดภัย คัดกรองผู้คน และรองรับโครงสร้างชั่วคราว ได้พลิกโฉมให้กลายเป็นพื้นที่สำหรับกิจกรรมสาธารณะของเมือง โดยแบ่งสัดส่วนและโปรแกรมการใช้งานออกเป็น 2 โซนหลัก ได้แก่
Zone A: ลานว่าง (70-80% ของพื้นที่) ถูกปรับเปลี่ยนบางส่วนให้เป็นสวนสาธารณะระดับเมืองและพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ โดยเปิดพื้นที่ให้รองรับกิจกรรมนันทนาการสำหรับครอบครัว เป็นพื้นที่ออกกำลังกายของคนเมือง และสามารถยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่รองรับเทศกาลหรือกิจกรรมชั่วคราวอื่นๆ ได้ ขณะเดียวกันก็ยังคงสัดส่วนสำหรับหน้าที่เดิมคือเป็นพื้นที่พักคอย บริการ และกรณีฉุกเฉินเอาไว้ด้วย
Zone B: ทางสัญจร (20-30% ของพื้นที่) จากเดิมที่เป็นเพียงทางเดินเข้า-ออกสนามเพื่อกระจายฝูงชน ได้ถูกยกระดับให้กลายเป็นพื้นที่สาธารณะแนวยาว (Linear Public Park) และโครงข่ายพื้นที่สีเขียวเชื่อมโยงเมือง โดยมีการออกแบบเส้นทางเฉพาะสำหรับกิจกรรม เดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน รวมถึงพาหนะระดับเบา (Light Vehicles) ทำให้พื้นที่โดยรอบสนามกีฬามีกิจกรรมสาธารณะอยู่ตลอด ไม่ใช่เฉพาะแค่วันที่มีแมตช์การแข่งขันเพียงอย่างเดียว
🏟️ มื่อสนามกีฬาปรับตัวไปพร้อมกับเมือง
อีกหนึ่งตัวอย่างที่ชัดเจนของการออกแบบเพื่อการใช้ประโยชน์พื้นที่อย่างยั่งยืน คือ London Stadium สนามกีฬาหลักประจำ Queen Elizabeth Olympic Park ซึ่งถูกออกแบบโครงสร้างมาในลักษณะ Semi-temporary หรือกึ่งชั่วคราวตั้งแต่ต้น เพื่อให้สามารถลดขนาดความจุ เพื่อปรับเปลี่ยนพื้นที่รอบข้าง และพัฒนาต่อยอดในระยะยาวได้ จนในปัจจุบันสนามแห่งนี้ได้กลายเป็นบ้านหลังใหม่ของสโมสรฟุตบอล West Ham United ควบคู่พื้นที่โดยรอบที่กลายเป็นศูนย์กลางของสวนสาธารณะที่โอบล้อมด้วยทางน้ำ (Watercourses) และพื้นที่อุทยานพรรณไม้ (Parkland)
เรื่องราวของ Queen Elizabeth Olympic Park ชี้ให้เห็นว่า Sport Buffer Zone ไม่จำเป็นต้องเป็นพื้นที่มีประโยชน์เฉพาะทางในช่วงการแข่งขันเท่านั้น หากแต่การวางผังเมืองที่ดี มีแนวคิด Legacy mode อยู่ในการออกแบบ จะสามารถเปลี่ยนพื้นที่ทางกีฬาชั่วคราวที่ว่างเปล่า ให้กลายเป็นพื้นที่ชีวิต ส่งเสริมสังคมคุณภาพชีวิตของคนเมืองได้อย่างยั่งยืน

ในช่วงเวลาที่วรรณกรรมมหากาพย์ระดับตำนานอย่าง The Odyssey กลับมาเป็นกระแสพูดถึงอีกครั้งบนจอภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ด้วยวิสัยทัศ...
25/07/2026

ในช่วงเวลาที่วรรณกรรมมหากาพย์ระดับตำนานอย่าง The Odyssey กลับมาเป็นกระแสพูดถึงอีกครั้งบนจอภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ด้วยวิสัยทัศน์ของ Christopher Nolan ในปี 2026 นี้ ที่หลายคนมักจดจำเรื่องราวของเขาได้ จากการผจญภัยในท้องทะเลหรือการต่อสู้กับอสูรกายต่างๆ ตลอดการเดินทางกลับบ้านของเขา
สำหรับนักออกแบบเมืองเช่นเรา วรรณกรรมอายุเกือบ 3000 ปี นี้ จะมีฉากเล็กๆ ฉากหนึ่ง ในบทที่ 2 (Book 2) ที่เล่าถึงเทเลมาคัส (Telemachus) บุตรชายของโอดิซิอุส เรียกประชุมชาวเมืองอิธาคา (Ithaca) ณ ลานหน้าพระราชวัง เพื่อร้องเรียนเรื่องเหล่าชายที่มาติดพันแม่ของเขา (Suitors) และหวังจะเข้ามายึดครองเมืองนี้ เป็นสิ่งที่สะดุดตาเรามากเป็นพิเศษ
แม้จะไม่ได้ปรากฏในฉบับภาพยนตร์ แต่เหตุการณ์เล็กๆ นี้ชวนให้เรานึกถึง "Agora" ลานกว้างกลางเมืองของอารยธรรมกรีก ที่เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของพื้นที่สาธารณะที่เรารู้จักในปัจจุบัน
แม้ว่าใน The Odyssey ที่มีฉากหลังเป็นวัฒนธรรมกรีกยุคไมซีเนียน (Mycenaean) จะยังไม่มีรูปแบบของ Agora ที่แน่ชัด แต่ลานกว้างกลางเมืองที่ถูกกล่าวถึงในวรรณกรรมเรื่องนี้ สะท้อนให้เห็นว่ามนุษย์นั้นเห็นความสำคัญของพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อใช้ประโยชน์ทางสังคมมาแต่โบราณ
Agora มีรากศัพท์มาจากคำว่า ageirein ซึ่งหมายถึง การรวบรวม (to gather) ในช่วงแรก Agora ไม่ได้มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ตายตัว โดยเริ่มต้นจากการเป็นพื้นที่ว่าง (Empty Space) ตามธรรมชาติบริเวณหน้าประตูเมืองหรือจุดเชื่อมต่อระหว่างที่พักอาศัยกับแหล่งน้ำมาก่อน
ต่อมา Agora ได้พัฒนาเป็นที่สำหรับการรวมกลุ่มเพื่อฟังประกาศหรือประชุมทหารในยามศึกสงคราม โดยมักตั้งที่อยู่ที่ว่างในเมืองระหว่างบ้านและวัง และกลายเป็นพื้นที่แรกๆ ที่ปล่อยให้พลเมืองได้เข้ามาใช้พื้นที่ร่วมกันได้ แต่ก็ยังไม่ได้มีขนาดที่กว้างขวางมาก
กระทั่งวัฒนธรรมกรีกเข้าสู่ยุคคลาสิค เป็นครั้งแรกที่ Agora ถูกออกแบบอย่างเป็นระบบ เป็นพื้นที่สาธารณะที่มีขอบเขตชัดเจน และกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเมืองกรีกยุคโบราณ โดยทำหน้าที่เป็นที่รวมตัวของชาวเมืองสำหรับกิจกรรมต่างๆ เช่น ตลาดหรือเทศกาลประจำเมือง นอกจากนี้ ใน Agora บางแห่ง ยังมีการสร้าง Stoa (ระเบียงทางเดินยาวที่มีเสาเรียงราย) ขึ้นมาล้อมรอบพื้นที่ พร้อมหลังคาคลุม เพื่อให้ผู้คนสามารถใช้หลบแดดหลบฝนได้อีกด้วย
การที่ Agora ทำหน้าที่เป็นจุดนัดพบสำคัญของเมือง นำพาผู้คนหลากหลายสถานะและชาติพันธ์ุ มาอยู่รวมกันในพื้นที่โล่งกว้าง ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ การค้า ข่าวสาร ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อความก้าวหน้าทางวิทยาการของอารยธรรมกรีกโบราณ ยิ่งไปกว่านั้น แนวคิดด้านการปกครองที่สำคัญในปัจจุบันอย่างระบอบประชาธิปไตย (Democracy) ก็เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกบนพื้นที่แห่งนี้ด้วย
ทุกวันนี้ เมื่อเราหันกลับมามองงานออกแบบพื้นที่สาธารณะในเมืองปัจจุบัน คำถามสำคัญที่เรามักตั้งขึ้นก็คือ พื้นที่สาธารณะยุคใหม่ควรหน้าตาเป็นแบบไหน เพราะในวันที่วิถีชีวิตส่วนใหญ่ถูกขับเคลื่อนผ่านหน้าจอดิจิทัล ความท้าทายของการออกแบบสวนสาธารณะ จึงไม่ใช่แค่การสร้างความสวยงามหรือตอบโจทย์การพักผ่อนทั่วไปอีกต่อไป หากแต่ต้องเป็นพื้นที่ที่ดึงดูดให้ผู้คนอยากละสายตาจากโลกออนไลน์ ออกมาเจอหน้า และสร้างปฏิสัมพันธ์กันได้จริงในพื้นที่กายภาพ
แม้เวลาจะผ่านไปหลายพันปี แต่ความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ในการรวมกลุ่มและสื่อสารกันแบบเผชิญหน้าก็ยังคงอยู่ การหวนกลับไปมอง Agora ผ่านเรื่องราวใน The Odyssey จึงไม่ใช่การดึงอดีตมาเทียบเคียงแบบตรงไปตรงมา แต่เป็นการชวนให้เราตระหนักว่า หัวใจของการสร้างเมืองที่ดี อาจไม่ใช่เพียงการออกแบบสถาปัตยกรรมที่สวยงาม หากคือการออกแบบพื้นที่สาธารณะ ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้ใช้ชีวิตร่วมกัน และช่วยกันถักทอคุณค่าให้แก่เมืองที่เราอาศัยอยู่

การออกแบบถนนให้ปลอดภัยอาจเผชิญหน้ากับความท้าทายรอบด้าน แต่การร่วมมือกันของทุกฝ่าย จะช่วยพาเราขยับเข้าใกล้เป้าหมายไปอีกขั...
25/07/2026

การออกแบบถนนให้ปลอดภัยอาจเผชิญหน้ากับความท้าทายรอบด้าน แต่การร่วมมือกันของทุกฝ่าย จะช่วยพาเราขยับเข้าใกล้เป้าหมายไปอีกขั้น
หลังจากที่เราได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2569 ที่ผ่านมา เพื่อระดมความเห็นและวิเคราะห์ปัญหาการเดินทางรอบโรงเรียนวัดดอกไม้และชุมชนใกล้เคียง ทีมสถาปนิกผังเมืองได้นำข้อมูลทั้งหมดมาพัฒนาต่อยอดเป็นงานออกแบบความปลอดภัยถนนรอบเขตโรงเรียนได้สำเร็จ เพื่อหาแนวทางลดความเสี่ยงและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเดินเท้าของเด็กๆ
ทว่าในกระบวนการออกแบบจริง เราต้องพบกับข้อจำกัดหลายด้าน ทำให้ไม่สามารถผลักดันแบบให้ออกมาได้เต็ม 100% ตามที่ตั้งใจไว้แต่แรก
ซึ่งเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ.2569 พวกเราได้จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นการออกแบบถนนปลอดภัยในเขตโรงเรียน ครั้งที่ 3 ขึ้น (Community Engagement) เพื่ออัปเดตความคืบหน้าของโครงการ รวมถึงพูดคุยแลกเปลี่ยนถึงข้อจำกัดในการออกแบบ เพื่อร่วมกันหาทางออกและขับเคลื่อนความปลอดภัยให้เกิดขึ้นได้จริงในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้องค์ความรู้และแนวทางที่เราได้ศึกษามาไม่สูญเปล่า และสามารถส่งต่อคุณค่าในระยะยาว ทางโครงการจึงได้จัดทำ 'คู่มือการออกแบบถนนปลอดภัยในเขตโรงเรียน (Design Guide for Safe School Zone)' ขึ้น เพื่อรวบรวมหลักการและแนวทางปฏิบัติที่ใช้งานได้จริง ไว้ใช้เป็นองค์ความรู้เผยแพร่แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจ และเตรียมมอบคู่มือดังกล่าวให้กับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการนำไปประยุกต์ใช้เป็นแนวทางออกแบบถนนปลอดภัยในพื้นที่โรงเรียนแห่งอื่นๆ ต่อไป
การเดินทางสร้างถนนปลอดภัยให้เด็กๆ รอบโรงเรียน ไม่ใช่เรื่องง่ายและต้องอาศัยเวลา แต่ทุกๆ เสียงสะท้อน ข้อจำกัดที่เราเจอ และความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในกระบวนการนี้ คือหมุดหมายสำคัญที่จะช่วยปูทางไปสู่การพัฒนาถนนที่ปลอดภัยต่อโรงเรียนและเป็นมิตรกับทุกคนอย่างยั่งยืน
#ถนนเขตโรงเรียน #โรงเรียนปลอดภัย #โรงเรียนวัดดอกไม้ #เขตยานนาวา #กรุงเทพมหานคร

ที่อยู่

GP House 71 ถนนทรัพย์
Bangkok
10500

เบอร์โทรศัพท์

66022382099

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Healthy Space Forumผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Healthy Space Forum:

ทางลัด

แชร์