05/06/2026
พวกเรา Healthy Space Forum ได้มีโอกาสลงไปร่วมเดินสำรวจย่านพร้อมพงษ์-อโศก-นานา ในกิจกรรมของเครือข่ายอาสา ‘Walk Work Work’ ในชื่อ Ladies Night Walk: Urban Safety Insights' เวิร์กช็อปชวนเดินสำรวจบนทางเดินเท้าย่านสุขุมวิทผ่านมุมมองผู้หญิงในยามค่ำคืน เพื่อชวนกันสังเกต สำรวจ พูดคุย และแชร์ไอเดีย ร่วมกับคนรักเมืองอีกหลายชีวิต ถึงการใช้ชีวิตยามค่ำคืนในละแวกนี้ว่ามีความปลอดภัยมากแค่ไหน
กิจกรรมเริ่มต้นด้วยการนัดหมายกันที่อุทยานเบญจสิริ ย่านพร้อมพงษ์ เวลา 18.00 น.
ก่อนออกเดินได้มีการชวนคิดถึงเมือง ผ่านแนวคิดของเจน เจคอบส์ (Jane Jacobs) นักคิดและนักเขียนด้านผังเมืองคนสำคัญ หลายเรื่องไม่ว่าจะเป็น Eyes on the Street ที่มองว่าถนนที่มีคนใช้งานต่อเนื่อง มีหน้าร้าน และมีกิจกรรมริมทาง จะช่วยสร้างการมองเห็นตามธรรมชาติและทำให้พื้นที่น่าอยู่และปลอดภัยขึ้น การมี Block ขนาดเล็ก ที่เราสามารถเดินทะลุเชื่อมกันไปยังที่ต่างๆ ไปจนถึงเรื่ืองความหลากหลายของอายุอาคาร ประเภทอาคาร และผู้คน ซึ่งเจนให้ข้อสังเกตว่าความหลากหลายเหล่านี้คือองค์ประกอบที่ทำให้เมืองมีชีวิต
สำหรับเราในฐานะนักออกแบบเมือง การร่วมกิจกรรมครั้งนี้ไม่ใช่แค่การลงไปสำรวจทางเท้าและพูดคุยเรื่องความปลอดภัยในชีวิตยามค่ำคืนเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสให้เราได้นำมุมมองจากหนังสือ Feminist City: Claiming Space in a Man-Made World ของเลสลีย์ เคิร์น (Leslie Kern) และนำแนวคิดการสังเกตพฤติกรรมของผู้คนในพื้นที่สาธารณะของ Jan Ghel มาช่วยสังเกตและอ่านเมืองไปพร้อมกันด้วย เพราะมุมมองเหล่านี้ทำให้เราเห็นรายละเอียดของการใช้ชีวิตในเมืองได้ชัดขึ้นในอีกระดับหนึ่ง
.
ในระหว่างที่ขบวนเดินเคลื่อนผ่านซอยต่างๆ สิ่งที่เรามองหาจึงไม่ใช่แค่ความกว้างของฟุตบาทหรือความเรียบร้อยของผิวทาง แต่คือคุณสมบัติของเมืองที่รองรับงานดูแล (Care-full City) ซึ่งเป็นแนวคิดที่เคิร์นอธิบายว่า หลาย ๆ คนทั้ง ผู้ดูแลเด็ก ผู้ดูแลผู้สูงอายุ หรือคนที่ต้องทำธุระหลายจุดในวันเดียว มักเคลื่อนที่แบบเป็นเครือข่าย (Trip Chaining) เช่น แวะส่งลูก ซื้อของ รับของ พาผู้สูงอายุออกมาเดิน โดยประเด็นที่ต้องคำนึงถึงคือคนเหล่านี้มักมีสัมภาระหรือข้อจำกัดในการเดิน
ในถนนสุขุมวิทช่วงที่เราลงเดิน เราผ่านบริเวณถนนใหญ่ที่มีกิจกรรมริมทาง ร้านค้า และความเคลื่อนไหวของคนในพื้นที่ แต่ขณะเดียวกันตามซอยต่าง ๆ กลับมีอุปสรรคพอสมควร เช่น เส้นทางที่ไม่มีทางเท้า พื้นที่มืดมีเพียงแสงจากอาคารข้าง ๆ และสภาพแวดล้อมที่ยังไม่เอื้อต่อการใช้งานของทุกคนอย่างเท่าเทียม
นอกจากนั้นยังเจอสิ่งที่กึ่งจะขัดแย้งกับแนวคิดสำคัญของเจนอย่าง Eyes on the Street ในมุมมองผู้หญิงอย่างเราคือ ย่านการค้าสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีความเป็นชุมชนน้อยมากอย่างสุขุมวิท หากเดินผ่านกลุ่มคนในช่วงที่มีร้านค้า ตลาด หรือโรงเรียน มีกลุ่มคนที่เราดูออกว่าเป็นผู้ค้า พี่วินประจำซอย ผู้ปกครอง หรือพนักงานออฟฟิศระหว่างทางเราจะรู้สึกอุ่นใจ ขณะที่การเดินเจอกลุ่มคนในซอยมืด (และเห็นไม่ชัดว่าเป็นใคร) ระหว่างทางกลับทำให้เรารู้สึกระแวง มากกว่าตอนเดินผ่านซอยเงียบ ๆ ที่ไม่มีคนเลยเสียอีก เมืองที่ดูมีชีวิตจึงยังไม่เท่ากับเมืองที่ดูแลคนได้ดีเสมอไป
ในฐานะนักออกแบบเมือง โจทย์สำคัญนอกจากเพิ่มไฟถนนหรือทำให้เมืองดูสว่างขึ้น เมืองจะต้องออกแบบโครงสร้างกายภาพให้สนับสนุนการใช้ชีวิตที่หลากหลายจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นทางเท้าที่เดินได้ต่อเนื่อง พื้นผิวที่เป็นมิตรกับรถเข็น จุดข้ามถนนที่ปลอดภัย จุดพักที่อาจเป็น informal seats เช่น ขั้นบันได หรือ facade อาคารที่นั่งได้ และอาคารชั้นล่างที่โปร่งตาและมีปฏิสัมพันธ์กับถนน และที่สำคัญเมืองต้องสร้างความมั่นใจและความสบายใจให้ผู้คนรู้สึกปลอดภัยในทุกพื้นที่ของเมือง สิ่งเหล่านี้ต่างช่วยให้ความปลอดภัยไม่ใช่เพียงภาพลักษณ์ของเมือง แต่เป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน
การร่วมเดินสำรวจในกิจกรรมนี้จึงทำให้เห็นชัดขึ้นว่า เมืองที่ดีไม่ใช่แค่เมืองที่สวยหรือมีเศรษฐกิจคึกคัก แต่คือเมืองที่เข้าใจว่าชีวิตของผู้คนไม่ได้ดำเนินไปตามเส้นตรง เมืองที่เห็นค่าของงานดูแล และเมืองที่ออกแบบให้คนหลากหลายกลุ่มใช้ร่วมกันได้อย่างมีศักดิ์ศรีและไม่ต้องแบกรับความไม่สะดวกเกินจำเป็น นั่นคือบทเรียนสำคัญที่ Feminist City ช่วยเปิดให้เราเห็นชัดขึ้นอีกครั้งในค่ำคืนบนถนนสุขุมวิท
#สุขุมวิท