ดีท็อกลําไส้ เคล็ดลับหุ่นสวย ด้วยดีโอโร่ D-oro

ดีท็อกลําไส้ เคล็ดลับหุ่นสวย ด้วยดีโอโร่ D-oro ดีท็อกซ์ ล้างสารพิษ ล้างลำไส้

15/09/2019
11/10/2018

น้ำสมุนไพร เป็นน้ำดื่มที่ได้จากการใช้ส่ว…

04/10/2018

ทานข้าวแบบไหนกัน...

ภาวะไขมันในเลือดสูง ปัจจัยเสี่ยง โรคหัวใจแพทย์แนะภาวะไขมันในเลือดสูง ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ก่อโรคหัวใจและหลอดเลือดนายแพทย์สม...
17/09/2018

ภาวะไขมันในเลือดสูง ปัจจัยเสี่ยง โรคหัวใจ
แพทย์แนะภาวะไขมันในเลือดสูง ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ก่อโรคหัวใจและหลอดเลือด

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ภาวะไขมันในเลือดสูง เป็นภาวะที่ร่างกายมีระดับไขมันในเลือดสูงกว่าปกติ อาจเป็นระดับคอเลสเตอรอลหรือระดับไตรกลีเซอร์ไรด์สูงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือสูงทั้ง 2 ชนิด เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต หากมีคอเลสเตอรอลในเลือดสูงเกาะที่ผนังหลอดเลือด จะทำให้เกิดการอักเสบและภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง เมื่อการสะสมเพิ่มมากขึ้นหลอดเลือดแดงในร่างกายส่วนต่างๆจะมีการตีบหรืออุดตัน เช่น หลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอง ทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด กล้ามเนื้อหัวใจตายทำให้เสียชีวิต รวมทั้งอัมพฤกษ์อัมพาต โดยค่าปกติของคอเลสเตอรอลในเลือดไม่ควรเกิน 200 มก./ดล. และระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือดที่เหมาะสมไม่ควรเกิน 150 มก./ดล. ทั้งนี้ภาวะไขมันในเลือดสูงมีสาเหตุมาจากการบริโภคอาหารและพฤติกรรมการดำเนินชีวิตแบบผิดๆ ทำให้เกิดการสะสมไขมันในเส้นเลือดและนำไปสู่โรคหัวใจและหลอดเลือด

แพทย์หญิงวิพรรณ สังคหะพงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ที่ควรตรวจวัดระดับไขมันในเลือด ได้แก่ ชายอายุ 45 ปี หญิงอายุ 55 ปีขึ้นไป ผู้ที่มีประวัติครอบครัว คือ พี่ น้อง พ่อ แม่ เป็นโรคหัวใจขาดเลือด ความดันโลหิตเท่ากับหรือมากกว่า 140/90 มม.ปรอท ป่วยเป็นโรคเบาหวาน สูบบุหรี่ มีภาวะอ้วนลงพุง ผู้ที่เป็นโรคหัวใจ และหลอดเลือด สำหรับการตรวจวัดระดับไขมันในเลือดสามารถทำได้โดยการเจาะเลือดเพื่อตรวจระดับไขมันในเลือด และจะต้องงดอาหารทุกชนิด ยกเว้นน้ำเปล่า ก่อนการเจาะเลือด 12 ชั่วโมง หากพบว่ามีภาวะไขมันในเลือดสูงจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค โดยรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่เหมาะสม และรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ซึ่งอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมระดับไตรกลีเซอร์ไรด์และคอเลสเตอรอลในเลือด คือ งดอาหารประเภทน้ำตาล ขนมหวานทุกชนิด ผลไม้รสหวานจัดและผลไม้แปรรูป รวมถึงน้ำหวาน น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ อาหารไขมันสูง คอเลสเตอรอลสูง เช่น ของทอดต่างๆ แกงกะทิ อาหารที่มีส่วนผสมของเนย มาการีน เป็นต้น นอกจากนี้ควรรับประทานผักให้มากในแต่ละมื้อ โดยเน้นผักใบเขียว ที่สำคัญควรควบคุมน้ำหนักตัว และออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30-45 นาที สัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง โดยไม่หักโหมจนเกินไป
ที่มา:สสส.
ข้อมูลเพิ่มเติม แอดไลน์>>>>https://goo.gl/FsFpsb

ทำไมถึงเป็นตะคริวขณะออกกำลังกายเคยสงสัยไหมว่า บ่อยครั้งในการออกกำลังกายของเรา มักเกิดตะคริว หลายคนพยายามหาคำตอบว่าเกิดจา...
06/09/2018

ทำไมถึงเป็นตะคริวขณะออกกำลังกาย
เคยสงสัยไหมว่า บ่อยครั้งในการออกกำลังกายของเรา มักเกิดตะคริว หลายคนพยายามหาคำตอบว่าเกิดจากอะไร และทำอย่างไรถึงจะไม่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว วันนี้ เราจะไปหาคำตอบด้วยกัน

1.การขาดน้ำ จากการศึกษาพบว่า การขาดน้ำจะทำให้เกิดตะคริวและเป็นรุนแรง

2.พบในคนที่มีอาการท้องร่วง อาเจียน หรือเสียเหงื่อมาก ซึ่งทำให้เกิดภาวะเหลือแร่ไม่สมดุลโดยเฉพาะ potassium และ sodium

3.กล้ามเนื้ออ่อนล้าหรือได้รับบาดเจ็บ เพื่อป้องกันการได้รับบาดเจ็บ

4.กล้ามเนื้อขาดการยืดหยุ่น กล้ามเนื้อที่ตึงจะเกิดตะคริวได้บ่อย

5.กล้ามเนื้อที่อ่อนแรงหากต้องทำงานหนักจะเกิดตะคริวได้บ่อย

6.กล้ามเนื้อขาดเลือดไปเลี้ยง หากท่านออกกำลังกายอย่างหนักโดยที่ไม่ได้ warm up จะทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อไม่พอ จะเกิดตะคริว

7.กรณีที่แร่ธาตุเสียสมดุลโดยเฉพาะเกลือแคลเซียม แมกนีเซียม อาหารที่แร่ธาตุสองตัวไม่สมดุลจะทำให้เกิดตะคริว
ที่มา สสส.

กระทรวงสาธารณสุข  โดยกองโภชนาการ กรมอนามัย  ได้มี "ข้อแนะนำการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพของคนไทย"  (Food Based Dietary Guild...
18/08/2018

กระทรวงสาธารณสุข โดยกองโภชนาการ กรมอนามัย ได้มี "ข้อแนะนำการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพของคนไทย" (Food Based Dietary Guildlines) 9 ข้อ ดังนี้
1. กินอาหารครบ 5 หมู่ แต่ละหมู่ให้หลากหลาย และหมั่นดูแลน้ำหนักตัว
ข้อแนะนำนี้เป็นข้อแนะนำหลัก ยึดอาหารหลัก 5 หมู่ และเพิ่มความสำคัญของการกินอาหารแต่ละหมู่ให้มีความหลากหลาย ไม่จำเจอยู่เพียงอาหารไม่กี่ชนิด น้ำหนักตัวเป็นเครื่องบ่งชี้อย่างง่ายถึงภาวะสุขภาพ ในผู้ใหญ่ที่กินอาหารได้เหมาะสม จะมีน้ำหนักตัวที่เหมาะสม มีรูปร่างที่ไม่อ้วนหรือผอมเกินไปและมีน้ำหนักตัวค่อนข้างคงที่ หากสังเกตเห็นว่าน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากน้ำหนักปกติ แสดงให้เห็นว่าเริ่มกินอาหารมากเกินไปแล้ว ควรจะต้องหันมาควบคุมลดปริมาณให้น้อยลง โดยไม่จำเป็นต้องรอให้เสื้อผ้าคับก่อนที่เริ่มรู้สึกตัวเพราะเสื้อผ้าสมัยใหม่มักนิยมใช้สายยืดเพื่อให้สวมใส่สบาย
หรือหากพบว่าน้ำหนักตัวลดลงเรื่อยๆ ก็ควรต้องให้ความสนใจพร้อมทั้งสังเกตว่ามีการอ่อนเพลีย ง่วง ซึม หรืออาการที่แตกต่างไปจากปกติเกิดขึ้นด้วยหรือไม่ ถ้ามีอาการมากควรพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพ สำหรับเด็ก ร่างกายมีการเจริญเติบโต น้ำหนักตัวควรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในอัตราที่เหมาะสม ดังนั้น ควรหมั่นชั่งน้ำหนักตัวอย่างน้อยเดือนละครั้ง
2. กินข้าวเป็นอาหารหลัก สลับกับอาหารประเภทแป้งเป็นบางมื้อ
เพื่อเป็นการรักษาเอกลักษณ์ของคนไทย จึงให้ความสำคัญกับการกินข้าวเป็นอาหารหลัก ถ้าเป็นไปได้ ควรกินข้าวซ้อมมือ เพราะมีวิตามิน แร่ธาตุ โปรตีนและใยอาหารมากกว่าข้าวที่ขัดสีจนขาว ส่วนอาหารแป้ง เช่น ขนมปัง ก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน ให้กินเป็นบางมื้อ อาหารแป้งเป็นอาหารที่ผ่าน-การแปรรูป ใยอาหารจะมีน้อยกว่าในข้าว
/data/content/2014/03/23627/cms/abdlpqtvxy38.jpg
3. กินพืชผักให้มาก และกินผลไม้เป็นประจำ
อาหารหลัก 5 หมู่ ของไทยมีเอกลักษณ์ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ การจัดแยกพืชผัก และผลไม้เป็นอาหารหลักคนละหมู่ เนื่องจากประเทศไทยมีพืชผักและผลไม้อุดมสมบูรณ์ที่ผู้บริโภคสามารถเลือกบริโภคได้ตลอดปี พืชผักและผลไม้ให้สารอาหารที่สำคัญหลายชนิด คือ วิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหาร และให้สารอื่นที่มิใช่สารอาหาร เช่น สารแอนติออกซิแดนท์ที่ช่วยไม่ให้อนุมูลอิสระทำลายเนื้อเยื่อและผนังเซลล์ ช่วยชะลอการเสื่อมสลายของเซลล์ ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ดูสดใส ไม่แก่เกินวัย นอกจากนี้ยังให้ประโยชน์ทางด้านสมุนไพรที่ช่วยรักษาสุขภาพ
4. กินปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ และถั่วเมล็ดแห้งเป็นประจำ
เป็นการกินอาหารที่ให้โปรตีน โดยเน้นปลาและอาหารประเภทถั่วเมล็ดแห้ง เช่น เต้าหู้ชนิดต่างๆ สำหรับเนื้อสัตว์ให้เลือกที่ไม่ติดมัน หรือที่มีมันน้อย ไข่เป็นอาหารที่มีประโยชน์ ควรกินเป็นประจำ เด็กควรกินวันละฟอง ผู้ใหญ่ภาวะปกติควรกินวันเว้นวัน หรือสัปดาห์ละ 2-3 ฟอง ส่วนคนที่มีปัญหาภาวะโคเลสเตอรอลสูงในเลือดควรลดปริมาณลง
5. ดื่มนมให้เหมาะสมตามวัย
บางคนอาจมองเห็นว่าน้ำนมเป็นอาหารของต่างชาติ ไม่ควรส่งเสริมการบริโภค น่าจะให้คนไทยไปบริโภคอาหารอย่างอื่นจะดีกว่า อย่างไรก็ดีเมื่อพิจารณาโดยรวม จะเห็นได้ว่าน้ำนมเป็นอาหารที่มีประโยชน์สมบูรณ์ เป็นแหล่งอาหารของโปรตีน แคลเซียม วิตามินบี 2 และแร่ธาตุต่างๆ นอกจากนี้น้ำนมเป็นอาหารที่กินง่าย ราคาไม่แพงเกินไป มีหลายชนิดหาได้ทั่วไป จีงเป็นการสะดวกที่จะใช้เป็นอาหารสำหรับคนทุกวัย
ในกรณีที่ห่วงว่าคื่มนมมากๆ อาจทำให้อ้วน ผู้บริโภคสามารถเลือกดื่มนมพร่องไขมันได้ และในเวลาเดียวกันควรควบคุมปริมาณไขมันในอาหารชนิดอื่นด้วย เพราะเพียงไขมันจากน้ำนมอย่างเดียวไม่น่าที่จะทำให้เกิดโรคอ้วน
ปริมาณที่แนะนำคือ เด็กควรดื่มวันละ 1-2 แก้ว ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุควรดื่มวันละ 1 แก้ว
6. กินอาหารที่มีไขมันแต่พอควร
ถึงแม้ไขมันจะเกี่ยวข้องกับปัญหาโภชนาการ เช่น โรคอ้วน ภาวะไขมันในเลือดสูงที่นำไปสู่โรคหัวใจขาดเลือดได้ แต่ร่างกายต้องการไขมันเพื่อสุขภาพด้วยเช่นกัน เพียงแต่จะต้องควบคุมปริมาณและชนิดของไขมันที่จะบริโภคให้เหมาะสม ลดอาหารที่มีไขมันมาก เช่น หมูสามชั้น ขาหมูพะโล้ และอาหารที่ใช้น้ำมันหรือกะทิจำนวนมากในการประกอบอาหาร
/data/content/2014/03/23627/cms/degkmnovyz34.png
7. หลีกเลี่ยงการกินอาหารรสหวานจัดและเค็มจัด
ส่วนประกอบสำคัญของอาหารรสหวานจัดและเค็มจัด ได้แก่ น้ำตาล และเกลือแกง ซึ่งส่วนประกอบทั้ง 2 ชนิดเมื่อบริโภคมากเกินไป พบว่าเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคอ้วน และโรคความดันโลหิตสูง
วิธีปฏิบัตินอกจากการหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสหวานจัดและเค็มจัดแล้ว ผู้บริโภคควรพยายามรับประทานอาหารที่มีรสธรรมดา ไม่ควรที่จะต้องเติมน้ำตาลหรือเกลือเพิ่มเติมในอาหารที่ปรุงแล้ว หรือหันมากินอาหารแบบไทยเดิม ที่มีกับข้าวหลายชนิดเพื่อให้เกิดรสชาติที่หลากหลาย
8. กินอาหารที่สะอาดปราศจากการปนเปื้อน
การกินอาหารที่สะอาดนับเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะช่วยลดอันตรายจากสิ่งปนเปื้อนต่างๆ ซึ่งอาจเป็นเชื้อโรค พยาธิ สารพิษ สิ่งแปลกปลอมต่างๆ ผู้บริโภคควรเลือกซื้ออาหารจากแหล่งผลิตที่เชื่อถือได้ มีการผลิตที่ถูกต้อง มีการเก็บรักษาที่เหมาะสม อาหารสำเร็จรูปควรบรรจุในภาชนะที่เหมาะสม สะอาด มีฉลากที่ถูกต้อง บอกวันหมดอายุ ส่วนประกอบ ชื่ออาหาร สถานที่ผลิต
นอกจากนี้ผู้บริโภคควรมีสุขนิสัยที่ดีในการรับประทานอาหาร เช่น การล้างมือก่อนรับประทานอาหาร การใช้ช้อนกลาง หรือใช้อุปกรณ์หยิบจับอาหารมากกว่าการใช้มือ
/data/content/2014/03/23627/cms/bdhmnswx2479.jpg
9. งดหรือลดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
เมื่อดื่มมาก จะมีผลทำให้การทำงานของระบบสมองและประสาทช้าลง ทำให้เกิดการขาดสติได้ง่าย ที่จะนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุ เสียทรัพย์ เสียสุขภาพ ก่อให้เกิดโรคตับแข็งและการขาดสารอาหารที่สำคัญหลายชนิด ดังนั้นควรลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือควรหลีกเลี่ยงให้มากที่สุด
ข้อแนะนำการบริโภคอาหารสำหรับคนไทยทั้ง 9 ข้อดังกล่าวข้างต้น เป็นประโยชน์สำหรับผู้บริโภคชาวไทยทุกคน เป็นการให้คำแนะนำในทางปฏิบัติได้ชัดเจนขึ้น และมีความยืดหยุ่นในตัว ที่แต่ละคนสามารถปรับให้เหมาะสมกับตนเองได้ เพื่อสุขภาพที่ดี


ที่มา : คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

12 แนวทางลดไขมันในอาหาร12 แนวทางลดไขมันในอาหาร    ควรเลือกใช้น้ำมันพืชในการปรุงอาหาร ไม่ใช่น้ำมันหมู น้ำมันมะพร้าว และน้...
15/08/2018

12 แนวทางลดไขมันในอาหาร
12 แนวทางลดไขมันในอาหาร

ควรเลือกใช้น้ำมันพืชในการปรุงอาหาร ไม่ใช่น้ำมันหมู น้ำมันมะพร้าว และน้ำมันปาล์ม
ลดการกินอาหารทอดและแกงกะทิต่างๆ เช่น หมูทอด ไก่ทอด
ลดการกินขนมหวานที่ใส่กะทิหรือมะพร้าว แม้จะมีรสหวานน้อยก็ตาม ได้แก่ กล้วยบวชชี ขนมหม้อแกง
ลดการกินเป็ด ไส้กรอก หมูสับ หมูแฮม หมูยอ กุนเชียง (อาหารสำเร็จรูป อาหารแปรรูป เพราะมีไขมันแฝงมาก)
ลดการกินขนมอบ ขนมกรอบๆ ที่มีไขมันแฝงอยู่ เช่น มันฝรั่งทอด ถั่วชุปแป้งทอด โดนัต เค้ก คุกกี้ ขนมปังทาเนยอบกรอบ
เลือกกินเนื้อสัตว์ที่เป็นเนื้อล้วนๆ แยกเอาไขมัน และหนังออกให้หมด หรือเลือกกินเนื้อปลาที่มีไขมันปลาแทน สัปดาห์ละ 2-3 ตัว
กินอาหารประเภท ต้ม ต้มยำ แกงส้ม ยำ นึ่ง ย่าง อบ
กินผัก กินอาหารที่มาจากผักสด ไม่น้อยกว่าวันละ 2 มื้อ มื้อละ 2 ทัพพี
กินผลไม้สด ไม่น้อยกว่าวันละ 2 มื้อ มื้อละ 1 จานเล็ก
พยายามทำอาหารกินเอง ให้กินอาหารนอกบ้าน หรืออาหารสำเร็จรูปให้น้อยที่สุด
ดื่มนม ให้ดื่มนมพร่องมันเนย หรือนมขาดมันเนย แทนนมสดธรรมดา หรือดื่มนมถั่วเหลืองไม่หวานจัด สำหรับผู้ที่แพ้นมวัว
ลดการใช้น้ำตาลทราย วันละไม่เกิน 6 ช้อนชา (ประมาณ 24 กรัม)
ที่มา:สสส

ข้อมูลส่วนตัว https://goo.gl/rRto7P

ลูกไม่มีสมาธิ จะเรียนดีได้ยังไง.!! หากเด็กไม่มีสมาธิ จะทำให้จดจ่อกับการเรียนได้ไม่นาน เด็กเรียนไม่เข้าใจ เรียนไม่รู้เรื่...
06/08/2018

ลูกไม่มีสมาธิ จะเรียนดีได้ยังไง.!! หากเด็กไม่มีสมาธิ จะทำให้จดจ่อกับการเรียนได้ไม่นาน เด็กเรียนไม่เข้าใจ เรียนไม่รู้เรื่อง แล้วผลการเรียนจะดีได้ยังไงกัน.

เพิ่มสมาธิให้เด็ก หากเด็กมีสมาธิ จะสามารถจดจ่อกับการเรียนได้มากขึ้น สนใจเรียนมากขึ้น เรียนเข้าใจมากขึ้น การเรียนก็ดีขึ้น

ข้อมูลเพิ่มเติม อ่านต่อ...>>>https://line.me/R/ti/p/%40mgw4397s

สำหรับใครที่จะวิ่งตอนนะครับ
26/07/2018

สำหรับใครที่จะวิ่งตอนนะครับ

10/07/2018

เลิกบ่นว่าร้อนได้แล้วค่ะมา "คลายร้อน" ง่ายๆกับการใช้อาหารเข้าช่วยด้วย "10 เมนูคลายร้อน ทานหมดแล้วสดชื่น" จะม...

ใครถูกบ้าง รายงานตัวหน่อยครับ
01/07/2018

ใครถูกบ้าง รายงานตัวหน่อยครับ

10 ของกิน - ดื่ม สำหรับคนนอนดึกรับศึกฟุตบอลโลก 2018ไม่อยากเสียศูนย์ก่อนบอลโลกจบ ต้องบำรุงสักหน่อย แน่นอนว่าบอลโลกนี้หลาย...
30/06/2018

10 ของกิน - ดื่ม สำหรับคนนอนดึกรับศึกฟุตบอลโลก 2018

ไม่อยากเสียศูนย์ก่อนบอลโลกจบ ต้องบำรุงสักหน่อย แน่นอนว่าบอลโลกนี้หลายคนต่างนอนดึก อดหลับอดนอนรอดูคู่โปรด และด้วยภาระหน้าที่ด้วยแล้ว ยิ่งต้องตื่นไปทำงานอีก ช่วงนี้ถือเป็นช่วงที่ร่างกายให้งานหนักพอสมควร ถ้าขืนปล่อยปละละเลยไม่ดูแล เผลอๆ ดูบอลไม่จบ ร่างกายพังอีกก็เป็นได้
ฟุตบอลโลก 2018 ตอนนี้ก็เปิดสนามเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ลองสำรวจตัวเองกันยัง แม้ตอนนี้ร่างกายอาจจะยังไม่ได้รับศึกและผลข้างเคียงจากการนอนดึกมากนัก แต่หลายคนก็มีอาการเพลีย ไม่อยากตื่นนอน หงุดหงิดง่าย ไม่มีสมาธิในการทำงาน เพราะฉะนั้นเรื่องอาหารการกินต้องดูแลเป็นพิเศษหน่อย ลองไปดูว่า 10 ของกินสำหรับคนนอนดึก รับศึกฟุตบอลโลก 2018 มีอะไรบ้าง?

เครื่องดื่ม

1. นมสด
อาหารสมองชั้นยอดเลยก็ว่าได้ เพราะในนมสดมี “กรดอะมิโน” และ “เปปไทด์” ซึ่งเป้นส่วนประกอบของดปรตีนน้ำนมอยู่ หรือถ้าใครไม่ชอบดื่มนมสดก็สามารถทานเป็นโยเกิร์ตหรือชีสแทนก็ได้ ถ้ากลัวอ้วนก็เลือกปริมาณที่แคลอรีต่ำหน่อย

2. นมถั่วเหลือง หรือ น้ำเต้าหู้
นี่ก็เป็นอาหารสมองชั้นยอดไม่แพ้นมสด ประกอบไปด้วย น้ำ น้ำตาลธรรมชาติ กรดอะมิโน สารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีผลต่อการเรียนรู้และมีผลกับสมอง ยิ่งทานอุ่นๆ โล่งคอเชียวล่ะ อิ่มง่าย นอนหลับสบาย

3. ชอคโกแลต โกโก้
เปลี่ยนจากเป็นแท่งๆ มาเป็นในรูปแบบของเครื่องดื่มแทน ว่ากันว่าคาเฟอีนในชอคโกแลต โกโก้ เป็นคาเฟอีนจากธรรมชาติ ช่วยกระตุ้นสมอง บำรุงสมอง ป้องกันหลอดเลือดได้ดี ถ้าเป็นดาร์กชอคโกแลตก็ยิ่วดี มีส่วนช่วยเรื่องการลดน้ำหนักอีกด้วย กระปรี้กระเปร่า สดชื่นเตรียมพร้อมไปทำงานในวันถัดไป

4. น้ำกระเจี๊ยบ
เครื่องดื่มจากธรรมชาติ สีแดงเลือดหมูรสชาติหอมหวาน ที่นอกจากจะช่วยบำรุงสมองแล้ว ยังช่วยลดอนุมูลอิสระ และลดไขมันในเลือดได้อีกด้วย ดื่มเย็นๆ สักแก้วก่อนนอน รับรองตื่นมาประปรี้กระเปร่า แต่ระวังเรื่องความหวานนิดนึง ระวังชงก็เบรคๆ น้ำตาลเอาหน่อย

5. น้ำผึ้งมะนาว
ถ้าพูดถึงความสดชื่น ก็ต้องนี่เลยน้ำผึ้งมะนาว จะชงแบบอุ่นๆ หรือเย็น หรือแบบปั่นก็เข้าท่า เพราะน้ำมะนาวมีวิตามินซีและไบโอฟลาโวนอยด์ที่ช่วยป้องกันหลอดเลือดต่างๆ ในสมองได้ แถมความหวานจากน้ำผึ้ง ยังเป็นความหวานจากธรรมชาติ ที่มีทั้งน้ำตาลฟรุกโตสและกลูโคส ช่วยเป็นอาหารสมองและช่วยการทำงานของระบบสมองทำงานตอนที่เราดูบอลดึกๆ ดื่นๆ อีกด้วย

อาหาร ขนมขบเคี้ยว

6. กล้วย
กล้วยผลไม้ที่ทานง่าย นอกจากจะให้พลังงานแก่สมองแล้ว ยังช่วยให้อิ่มง่าย นอนหลับสบายแล้ว ยังอุดมไปวิตามินบี 6 ที่มีส่วนช่วยให้การประสานกันกับสารต่างๆ ในสมองให้ทำงานได้ดีขึ้น อิ่มง่ายนอนหลับสบาย แต่อย่ากินเพลินจนหมดหวีล่ะ มันหวาน และจะจุกเอาอีกด้วย

7. ข้าวกล้องงอก
ข้าวกล้องงอกมีสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพของเรามากมาย แต่ที่เป็นหัวใจสำคัญของข้าวกล้องงอกคือ GABA (กาบา) ซึ่งจะทำหน้าที่รักษาสมดุลในสมอง ช่วยให้สมองผ่อนคลาย นอนหลับสบาย แถมยังไปกระตุ้นต่อมไร้ท่อทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนที่ช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย ทำให้เกิดการสร้างเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อต่างๆ ของเรา ถือว่าข้าวกล้องงอกเป็นอาหารบำรุงสมองชั้นเยี่ยมเลย จะทานคู่กับอะไรตอนดึกก็เห็นจะเป็นไข่ไก่ต้ม ที่เราจะพูดถึงนี่แหละ

8. ไข่ไก่
ยามดึก ยามดื่นแบบนี้ ถึงไม่ดึก หลังจากตื่นดูบอลก็ทานได้ อย่างไข่ไก่นี่แหละ ใครที่ไดเอตอยู่แล้วด้วย แนะนำให้กินแบบต้ม กินคู่กับข้าวกล้องงอกนี่แหละ เพราะไข่ไก่อุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย ทั้งโปรตีน ที่ช่วยสร้างกล้ามเนื้อ และยังมีโคลีน, วิตามินบี และไบโอติน ที่มีส่วนช่วยเรื่องความจำอีกด้วย นอนดึกนอนดื่นแค่ไหน สมองก็ต้องทำงาน ยังไงซะวันละฟองก็ถือว่าโอเค

9. งาดำ
เอามากินใส่กับโยเกิร์ต จะคั่วทานเล่น หรือโรยใส่อาหารก็เข้าท่า เพราะภายในงาดำเต็มไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ มากมาย อาทิ วิตามินบีรวมแคลเซียม แมกนีเซียม เป็นต้น งาดำยังช่วยบำรุงสุขภาพร่างกายในทุกส่วน และยังช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนในผู้หญิงวัยทอง นอกจากนี้แล้วยังช่วยให้ระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น ช่วยลดความเครียด บำรุงระบบประสาทและสมอง นอกดึกนอนดื่นแค่ไหน อย่าลืมพกงาดำเป็นของกินเล่นล่ะ

10. ถั่วลิสง ถั่วต่างๆ
เครียดมากหนึ่งเม็ด เครียดน้อยสองเม็ด หลายคนคงเคยได้ยินกันมากบ้าง ว่ากันว่าถั่วลิสง ถั่วต่างๆ เป็นอาหารสมองชั้นเยี่ยมเลย เพราะอุดมไปด้วย วิตามินอี โปรตีน และสังกะสี ที่ร่างกายต้องการ ช่วยให้พลังงาน และยังช่วยเสริมภูมิคุ้มกันในร่างกายได้อย่างดี นอกจากนี้แล้วยังมีส่วนช่วยบำรุงสมองและประสาทตา ช่วยเสริมสร้างความจำ และยังมีโคลีนที่ช่วยควบคุมความจำอีกด้วย หรือถ้าใครอยากลดน้ำหนักด้วยแล้ว ถั่วก็เป็นตัวช่วยที่ดีเหมือนกัน เพราะมีไขมันไม่อิ่มตัวซึ่งทำให้อิ่มท้องนาน ทำให้รับประทานอาหารได้น้อยลง และยังช่วยยับยั้งไขมันเลวที่เป็นผลเสียต่อร่างกายได้อีกด้วย

ที่อยู่

Bangkok
10510

เบอร์โทรศัพท์

0981524807

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ดีท็อกลําไส้ เคล็ดลับหุ่นสวย ด้วยดีโอโร่ D-oroผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์