23/06/2026
ถ้าคุณกำลังมี #ปัญหาการนอนหลับ อย่าเพิ่งเลื่อนผ่านบทความนี้นะครับ
สวัสดีครับ #หมอปัณณ์ เช่นเคยนะครับ หลายคนคิดว่าการนอนดึกทำให้แค่ง่วงในวันรุ่งขึ้น แต่จริง ๆ แล้วการนอนไม่หลับเรื้อรังอาจเป็นจุดเริ่มต้นของโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูงได้เช่นกัน
ช่วงเวลาการนอนหลับที่ดีในผู้ใหญ่ คือ 7 ถึง 9 ชั่วโมงต่อวัน แต่เชื่อมั้ยครับว่าคนวัยทำงานจำนวนมากนอนเฉลี่ยเพียง 5 ถึง 6 ชั่วโมง เนื่องจากความเครียด การทำงาน และการใช้สมาร์ตโฟนก่อนนอน
“นอนให้ครบชั่วโมง” นั่นคือสิ่งที่ใครๆ ก็บอกคุณครับ แต่ถ้าผมบอกว่า การนับแค่ชั่วโมงการนอนอย่างเดียวอาจยังไม่ใช่คำตอบ เพราะหลายคนมักบอกว่าตัวเองก็นอนครบ 8 ชั่วโมงแล้วหนิ แต่ทำไมยังรู้สึกเพลีย นั่นก็เพราะ “การนอนหลับที่ดีไม่ใช่แค่นอนให้ครบชั่วโมง แต่คือการนอนอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ” ต่างหาก
หลับไม่ลึก/ ตื่นกลางดึกบ่อย / หลับๆ ตื่นๆ / มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อาการเหล่านี้คือปัญหาที่คุณกำลังเผชิญอยู่หรือเปล่าครับ ซึ่งนั่นคือปัจจัยที่ทำให้การนอนหลับของคุณไม่มีประสิทธิภาพ หากปล่อยไว้นาน ๆ ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูงได้
เมื่อนอนไม่หลับเรื้อรัง ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียด (คอร์ติซอล) มากขึ้น ทำให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ขณะเดียวกันหัวใจก็ต้องทำงานหนักขึ้น ส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงในระยะยาว
แล้วในมุมมองของ #แพทย์แผนไทย อาการนอนไม่หลับเกิดขึ้นได้อย่างไร?
ในมุมมองของแพทย์แผนไทย "การนอนหลับ" ไม่ใช่เพียงการพักผ่อน แต่เป็นช่วงเวลาที่ร่างกายและจิตใจกลับคืนสู่สมดุล หากเกิดอาการนอนไม่หลับ แสดงว่าร่างกายอาจมีความไม่สมดุลของธาตุ โดยเฉพาะ ธาตุไฟและธาตุลม
เมื่อเกิดความเครียดและความวิตกกังวล ร่างกายจะเกิดภาวะไฟกำเริบ ส่งผลให้การไหลเวียนของลมในร่างกายแปรปรวน จึงเกิดอาการใจไม่สงบ หลับยาก หรือหลับไม่สนิท
การดูแลด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยจะเน้นการกดจุดเพื่อคลายความตึงตัวของกล้ามเนื้อบริเวณบ่า คอ และหลัง เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดลม และช่วยให้ระบบประสาทผ่อนคลาย หรือในบางรายหมออาจพิจารณาใช้ยาหอมของทางสัปปายะคลินิกตามข้อบ่งใช้และความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อช่วยให้ใจสงบและส่งเสริมคุณภาพการนอนหลับ
หากใครอยากเริ่มดูแลตัวเองตั้งแต่คืนนี้เลย สิ่งสำคัญคือความสม่ำเสมอครับ ผมขอแนะนำดังนี้นะครับ
1.นอนหลับให้เป็นเวลา ควรเข้านอนก่อน 22.00 ถึง 23.00 น. หากเป็นไปได้ เข้านอนและตื่นให้ตรงเวลาเดิมทุกวัน รวมถึงวันหยุดด้วย
2.งดโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ หรือทีวีอย่างน้อย 30 ถึง 60 นาที ก่อนนอน
3.ลดชา กาแฟ และเครื่องดื่มชูกำลังในช่วงเย็น
4.ผ่อนคลายจิตใจก่อนนอน ฝึกหายใจช้า ๆ สวดมนต์ นั่งสมาธิ หรือฟังเพลงเบา ๆ ก่อนเข้านอน
สุดท้ายนี้ผมอยากบอกว่า "ก่อนรักษาโรคในวันพรุ่งนี้ อย่าลืมรักษาการนอนของคืนนี้ เพราะคืนที่หลับสนิท คือจุดเริ่มต้นของสุขภาพที่ยั่งยืน" หากลองปรับพฤติกรรมแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือมีปัญหานอนไม่หลับเรื้อรัง สามารถเข้ามาปรึกษาเพื่อรับการประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้ที่ #สัปปายะคลินิกการแพทย์แผนไทย พระราม 3 นะครับ
#พื้นที่สัปปายะฟื้นกายใจ