23/06/2021
CANNHEALTH REPOST : เมื่อ ‘สายเขียว’ ไม่เขียวอย่างที่คิด
เพราะกัญชาผิดกฎหมายกำลังทำให้โลกร้อนมากขึ้น
การปลูกต้นไม้สามารถเป็นตัวช่วยเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้ดีขึ้นได้ แต่ก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป เพราะการปลูกกัญชาอย่างผิดกฎหมาย ดันทำให้ภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศย่ำแย่ลงไปอีก
เรื่องเกิดขึ้นเมื่อชาวเมือง Doncaster ในตอนใต้ของเขต Yorkshire สหราชอาณาจักร เกิดความสงสัยว่าทำไมในเมืองถึงประสบปัญหาไฟฟ้าดับอย่างไม่มีเหตุผลอยู่บ่อยๆ เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบดูถึงสาเหตุที่ไฟดับ กลับพบว่าในเมืองมีฟาร์มกัญชาผิดกฎหมายขนาดยักษ์ซ่อนอยู่ในอาคารที่ถูกทิ้งร้าง
การปลูกกัญชาอย่างหลบๆ ซ่อนๆ ใช้พลังงานสูงจนน่าตกใจ โดยเฉพาะฟาร์มขนาดใหญ่อย่างที่นี่ซึ่งใช้อุปกรณ์ไฮเทค โคมไฟกว่า 1,000 ดวง เพื่อเลี้ยงดูต้นกัญชากว่า 2,000 ต้นให้เติบโตงอกงาม โดยอุปกรณ์เหล่านี้มีมูลค่ากว่า 2 ล้านปอนด์ (ราว 88 ล้านบาท) และมีค่าติดตั้งราว 5 หมื่นปอนด์ (ราว 2.1 ล้านบาท)
ไร่กัญชานี้เป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมกัญชาผิดกฎหมายที่เบ่งบานในสหราชอาณาจักรซึ่งถูกประเมินว่ามีมูลค่ากว่า 2.5 พันล้านปอนด์ (ราว 109 ล้านบาท) และส่วนมากจะปลูกในอาคารภายใต้หลอดไฟกำลังสูง ตั้งอยู่ในโกดังหรือบ้านร้างที่ดัดแปลงมาเพื่อเป็นฟาร์มกัญชาโดยเฉพาะเพื่อไม่ให้ตำรวจหาเจอ
แต่การปลูกอย่างหลบๆ ซ่อนๆ นี้เองที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมหาศาลและไม่มีใครคาดคิด เพราะมันต้องใช้พลังงานสูงมาก ต้นกัญชาที่ปลูกในอาคารต้องการเงื่อนไขต่างๆ เพื่อให้เติบโตจนเก็บเกี่ยวไปใช้ได้ สิ่งที่สำคัญมากๆ คือไฟที่ให้ความสว่างและพลังงานที่เปิด 12-24 ชั่วโมงต่อวันในการทดแทนแสงอาทิตย์ แต่นอกจากนี้ยังต้องมีเทคโนโลยีที่คอยควบคุมอุณหภูมิและความชื้นเพื่อให้มันเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงพัดลมระบายอากาศขนาดใหญ่ทำให้อากาศหมุนเวียนและตัวดูดคาร์บอนไดออกไซด์ที่ช่วยในการเจริญเติบโต
ดังนั้นธุรกิจกัญชาผิดกฎหมายห่างไกลกับการปลูกต้นไม้เพื่อช่วยโลกโดยสิ้นเชิง มันใช้พลังงานอย่างหนักถึง 50 เท่าต่อตารางเมตร เมื่อเทียบกับพลังงานที่ใช้ในบ้านทั่วๆ ไป ในปี 2012 มีรายงานว่าผู้ปลูกกัญชาทำการ ‘ขโมย’ ไฟฟ้าใช้ในมูลค่ากว่า 200 ล้านปอนด์ (8.8 พันล้านบาท)
เมื่อเปรียบเทียบเป็นราคาอาจจะยังไม่เห็นภาพมากนักว่ามันใช้พลังงานเยอะขนาดไหน เอาเป็นว่าจากการศึกษาในปี 2011 ที่สหรัฐอเมริกา พบว่ากัญชาที่ปลูกในร่ม 1 กิโลกรัม ใช้ไฟไปทั้งสิ้น 6,074 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง และในแง่การปล่อยคาร์บอนออกสู่ชั้นบรรยากาศพบว่ากัญชาทุกๆ 1 กิโลกรัมที่ปลูกในร่ม ปล่อยคาร์บอนมากกว่า 1 ตัน ซึ่งเทียบเท่ากับเที่ยวบินไฟลต์ลอนดอน-นิวยอร์กที่ห่างไปเกือบครึ่งโลกเลยทีเดียว
ถ้าหากเทียบขนาดจากฟาร์มกัญชาใน Doncaster ที่กล่าวถึงในตอนแรก ฟาร์มนี้จะปล่อยคาร์บอนถึง 5,000 ตันต่อปี
อุตสาหกรรมกัญชาผิดกฎหมายแหล่งใหญ่ในทวีปยุโรปไม่ได้อยู่ที่อังกฤษ ในพื้นที่อื่นๆ อย่าง สเปน เนเธอแลนด์ อัลเบเนีย และอิตาลีมีธุรกิจกัญชาใต้ดินขนาดใหญ่กว่าที่อังกฤษมาก ซึ่งธุรกิจกัญชาเถื่อนที่กระจายทั่วยุโรปมีผลผลิตมากกว่า 2,500 ตันต่อปี และใช้พลังงานในการปลูกมากเทียบเท่ากับพลังงานที่เมืองขนาดกลางในอังกฤษทั้งเมือง
การเติบโตของธุรกิจกัญชาผิดกฎหมายส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะพวกมันใช้พลังงานสูงมากในการเติบโตในอาคารเพื่อเลี่ยงสายตาของเจ้าหน้าที่ ในขณะที่การปลูกอย่างถูกกฎหมายแม้ว่าบางที่จะมีการปลูกในอาคารเช่นเดียวกัน แต่การใช้ไฟฟ้าสามารถถูกข้อกำหนดควบคุมได้ว่าสามารถปลูกในอาคารได้ปริมาณเท่าไร และต้องปลูกภายนอกอาคารเท่าไร
ดังนั้นกัญชาที่เราชอบเรียกกันว่า ‘เขียว’ อาจไม่ได้ช่วยสร้างสีเขียวให้กับโลกมากเท่าไร เพราะพลังงานที่มันใช้ในการเติบโตอาจส่งผลกระทบต่อโลกในทางลบมากยิ่งกว่าที่เราคิด
#สายพันธุ์กัญชา #กัญชาชน *****na *****na #กัญชา #กัญชาทางการแพทย์ #แคนน์เฮลท์ #สกัดน้ำมันกัญชา
ENVIRONMENT: เมื่อ ‘สายเขียว’ ไม่เขียวอย่างที่คิด
เพราะกัญชาผิดกฎหมายกำลังทำให้โลกร้อนมากขึ้น
การปลูกต้นไม้สามารถเป็นตัวช่วยเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้ดีขึ้นได้ แต่ก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป เพราะการปลูกกัญชาอย่างผิดกฎหมาย ดันทำให้ภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศย่ำแย่ลงไปอีก
เรื่องเกิดขึ้นเมื่อชาวเมือง Doncaster ในตอนใต้ของเขต Yorkshire สหราชอาณาจักร เกิดความสงสัยว่าทำไมในเมืองถึงประสบปัญหาไฟฟ้าดับอย่างไม่มีเหตุผลอยู่บ่อยๆ เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบดูถึงสาเหตุที่ไฟดับ กลับพบว่าในเมืองมีฟาร์มกัญชาผิดกฎหมายขนาดยักษ์ซ่อนอยู่ในอาคารที่ถูกทิ้งร้าง
การปลูกกัญชาอย่างหลบๆ ซ่อนๆ ใช้พลังงานสูงจนน่าตกใจ โดยเฉพาะฟาร์มขนาดใหญ่อย่างที่นี่ซึ่งใช้อุปกรณ์ไฮเทค โคมไฟกว่า 1,000 ดวง เพื่อเลี้ยงดูต้นกัญชากว่า 2,000 ต้นให้เติบโตงอกงาม โดยอุปกรณ์เหล่านี้มีมูลค่ากว่า 2 ล้านปอนด์ (ราว 88 ล้านบาท) และมีค่าติดตั้งราว 5 หมื่นปอนด์ (ราว 2.1 ล้านบาท)
ไร่กัญชานี้เป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมกัญชาผิดกฎหมายที่เบ่งบานในสหราชอาณาจักรซึ่งถูกประเมินว่ามีมูลค่ากว่า 2.5 พันล้านปอนด์ (ราว 109 ล้านบาท) และส่วนมากจะปลูกในอาคารภายใต้หลอดไฟกำลังสูง ตั้งอยู่ในโกดังหรือบ้านร้างที่ดัดแปลงมาเพื่อเป็นฟาร์มกัญชาโดยเฉพาะเพื่อไม่ให้ตำรวจหาเจอ
แต่การปลูกอย่างหลบๆ ซ่อนๆ นี้เองที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมหาศาลและไม่มีใครคาดคิด เพราะมันต้องใช้พลังงานสูงมาก ต้นกัญชาที่ปลูกในอาคารต้องการเงื่อนไขต่างๆ เพื่อให้เติบโตจนเก็บเกี่ยวไปใช้ได้ สิ่งที่สำคัญมากๆ คือไฟที่ให้ความสว่างและพลังงานที่เปิด 12-24 ชั่วโมงต่อวันในการทดแทนแสงอาทิตย์ แต่นอกจากนี้ยังต้องมีเทคโนโลยีที่คอยควบคุมอุณหภูมิและความชื้นเพื่อให้มันเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงพัดลมระบายอากาศขนาดใหญ่ทำให้อากาศหมุนเวียนและตัวดูดคาร์บอนไดออกไซด์ที่ช่วยในการเจริญเติบโต
ดังนั้นธุรกิจกัญชาผิดกฎหมายห่างไกลกับการปลูกต้นไม้เพื่อช่วยโลกโดยสิ้นเชิง มันใช้พลังงานอย่างหนักถึง 50 เท่าต่อตารางเมตร เมื่อเทียบกับพลังงานที่ใช้ในบ้านทั่วๆ ไป ในปี 2012 มีรายงานว่าผู้ปลูกกัญชาทำการ ‘ขโมย’ ไฟฟ้าใช้ในมูลค่ากว่า 200 ล้านปอนด์ (8.8 พันล้านบาท)
เมื่อเปรียบเทียบเป็นราคาอาจจะยังไม่เห็นภาพมากนักว่ามันใช้พลังงานเยอะขนาดไหน เอาเป็นว่าจากการศึกษาในปี 2011 ที่สหรัฐอเมริกา พบว่ากัญชาที่ปลูกในร่ม 1 กิโลกรัม ใช้ไฟไปทั้งสิ้น 6,074 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง และในแง่การปล่อยคาร์บอนออกสู่ชั้นบรรยากาศพบว่ากัญชาทุกๆ 1 กิโลกรัมที่ปลูกในร่ม ปล่อยคาร์บอนมากกว่า 1 ตัน ซึ่งเทียบเท่ากับเที่ยวบินไฟลต์ลอนดอน-นิวยอร์กที่ห่างไปเกือบครึ่งโลกเลยทีเดียว
ถ้าหากเทียบขนาดจากฟาร์มกัญชาใน Doncaster ที่กล่าวถึงในตอนแรก ฟาร์มนี้จะปล่อยคาร์บอนถึง 5,000 ตันต่อปี
อุตสาหกรรมกัญชาผิดกฎหมายแหล่งใหญ่ในทวีปยุโรปไม่ได้อยู่ที่อังกฤษ ในพื้นที่อื่นๆ อย่าง สเปน เนเธอแลนด์ อัลเบเนีย และอิตาลีมีธุรกิจกัญชาใต้ดินขนาดใหญ่กว่าที่อังกฤษมาก ซึ่งธุรกิจกัญชาเถื่อนที่กระจายทั่วยุโรปมีผลผลิตมากกว่า 2,500 ตันต่อปี และใช้พลังงานในการปลูกมากเทียบเท่ากับพลังงานที่เมืองขนาดกลางในอังกฤษทั้งเมือง
การเติบโตของธุรกิจกัญชาผิดกฎหมายส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะพวกมันใช้พลังงานสูงมากในการเติบโตในอาคารเพื่อเลี่ยงสายตาของเจ้าหน้าที่ ในขณะที่การปลูกอย่างถูกกฎหมายแม้ว่าบางที่จะมีการปลูกในอาคารเช่นเดียวกัน แต่การใช้ไฟฟ้าสามารถถูกข้อกำหนดควบคุมได้ว่าสามารถปลูกในอาคารได้ปริมาณเท่าไร และต้องปลูกภายนอกอาคารเท่าไร
ดังนั้นกัญชาที่เราชอบเรียกกันว่า ‘เขียว’ อาจไม่ได้ช่วยสร้างสีเขียวให้กับโลกมากเท่าไร เพราะพลังงานที่มันใช้ในการเติบโตอาจส่งผลกระทบต่อโลกในทางลบมากยิ่งกว่าที่เราคิด
อ้างอิง: VICE. Illegal Cannabis Farms Are Making the Climate Crisis Worse. https://bit.ly/3zxaCwo
#พื้นที่สร้างสรรค์เพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า