Nono YoYo.. Bro and Sis! This page ain't bout music.. It's about a No Smoking Rabbit... NoNo! Yoyo... NoNo... Yoyo... NoNo... Warning: Add us at your own risk...

ทันตแพทยสภา ในฐานะองค์กรวิชาชีพทันตแพทย์ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของบุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุข ที่จะมีบทบาทสำคัญต่อการควบคุมการบริโภคยาสูบ จึงได้ร่วมมือกับองค์วิชาชีพด้านสุขภาพอื่น เพื่อควบคุมการบริโภคยาสูบ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อทำงานด้านส่งเสริมสุขภาพ ป้องกัน และรักษา โดยในด้านส่งเสริมสุขภาพ มีการศึกษา วิจัย รวบรวมองค์ความรู้ วิทยาการทันต

สุขภาพที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ ศึกษารูปแบบการดำเนินงานเพื่อ ลด ละ เลิกบุหรี่ ทั้งในและต่างประเทศ และนำมาจัดทำเป็นเอกสาร เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ให้แก่บุคลากรในวิชาชีพทันตแพทย์ ทุกคลินิกทั่วประเทศ ให้สามารถมีบทบาทในการให้คำแนะนำพิษภัย และชักชวนให้เลิกบุหรี่

อย่างไรก็ตาม คณะทำงานก็เห็นความสำคัญของการป้องกันการเป็นนักสูบบุหรี่หน้าใหม่ ในหมู่วัยรุ่น จึงจัดทำ "โครงการกระต่ายขาเดียว" ขึ้น ซึ่งหมายถึง การยืนกรานไม่ยอมรับบุหรี่ โดยเสริมสร้างทักษะการปฏิเสธบุหรี่จากคนรอบข้างให้แก่วัยรุ่น และใช้รูปกระต่ายโนโน่ เป็นสัญลักษณ์ของโครงการ

24/07/2026
22/07/2026

นักวิชาการเผยยาสูบ-บุหรี่ไฟฟ้า คร่าชีวิตคนไทยกว่า 7 หมื่นราย/ปี ชี้อัตราภาษียิ่งสูงยิ่งลดการสูบ
------------------------------

นักวิชาการเผย “บุหรี่/ยาสูบ และบุหรี่ไฟฟ้า” คร่าชีวิตคนไทยกว่า 70,000 รายต่อปี สูญเสียเศรษฐกิจกว่า 3.5 แสนล้านบาท ร้อยละ 80 เป็นความสูญเสียจากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ชี้อัตราภาษียิ่งสูงยิ่งลดการสูบบุหรี่ แนะควรปรับอัตราภาษีตามปริมาณให้สะท้อนต้นทุนทางเศรษฐกิจของบุหรี่แต่ละซอง จะช่วยควบคุมการสูบบุหรี่ ลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2569 ที่ โรงแรม Vic 3 กรุงเทพฯ ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ มูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP) และเครือข่ายวิชาการ จัดการแถลงข่าว “ภาระโรค vs ภาษี : ทางเลือกและทางรอดของการควบคุมยาสูบ”

อ่านต่อในคอมเมนต์

#ภาษีบุหรี่ #บุหรี่ไฟฟ้า #ยาสูบ #ข่าวสาธารณสุข #ข่าวสุขภาพ

22/07/2026

เพื่อนบ้านสูบบุหรี่ ควันลอยเข้าบ้าน... "สิทธิส่วนบุคคล" หรือ "เหตุรำคาญ" จัดการอย่างไรตามกฎหมาย

จากเหตุการณ์ที่มีผู้ใช้สื่อโซเชียลโพสต์คลิปวิดีโอกรณีข้อพิพาทระหว่างเพื่อนบ้าน ที่มีการสูบบุหรี่ภายในรั้วบ้านของตนเอง แต่ควันและกลิ่นได้ลอยเข้าไปรบกวนเพื่อนบ้านข้างเคียงจนเกิดอาการแพ้ ซึ่งฝ่ายผู้สูบได้อ้างสิทธิว่า "นี่คือบ้านของตนเอง จะสูบตรงไหนก็ได้" พร้อมทั้งบอกให้เพื่อนบ้านไปซื้อเครื่องฟอกอากาศหรือย้ายบ้านหนีไปแทน

ประเด็นนี้ถือเป็นปัญหาคลาสสิกที่เกิดขึ้นในหลายหมู่บ้าน คำถามที่ตามมาคือ การสูบบุหรี่ในบ้านตัวเอง ถือเป็นสิทธิที่ทำได้โดยสมบูรณ์ หรือกฎหมายสามารถเข้ามาจัดการได้

วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 เพื่อเป็นความรู้ในการรับมือกับปัญหานี้

กฎหมายว่าอย่างไร? เมื่อ "ควันบุหรี่" ข้ามรั้วบ้าน
หลายคนมักเข้าใจผิดว่า การกระทำใดๆ ภายในพื้นที่กรรมสิทธิ์ของตนเอง ถือเป็นสิทธิเด็ดขาดที่ใครจะมาก้าวก่ายไม่ได้ แต่ในความเป็นจริง กฎหมายได้กำหนดขอบเขตของสิทธิไว้ว่า "การใช้สิทธิของคุณ ต้องไม่ไปละเมิดหรือสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น"
ตาม พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 "เหตุรำคาญ" ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนใน มาตรา 25 (4) ว่า "การกระทำใดๆ อันเป็นเหตุให้เกิดกลิ่น แสง รังสี เสียง ความร้อน สิ่งมีพิษ ความสั่นสะเทือน ฝุ่น ละออง เขม่า เถ้า หรือกรณีอื่นใด จนเป็นเหตุให้เสื่อมหรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ" ให้ถือว่าเป็น "เหตุรำคาญ"

ดังนั้น ควันบุหรี่ที่ลอยจากบ้านหลังหนึ่งไปสู่อีกหลังหนึ่ง หากมีปริมาณมากหรือมีความถี่จนทำให้ผู้อยู่อาศัยข้างเคียงได้รับความเดือดร้อนรำคาญ สร้างผลกระทบต่อสุขภาพ หรือผู้ที่สูดดมมีอาการแพ้ เข้าข่ายเป็น "เหตุรำคาญ" ตามกฎหมายฉบับนี้ ผู้สูบจะอ้างเพียงสิทธิความเป็นเจ้าของบ้านเพื่อสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่นไม่ได้

วิธีการจัดการตามขั้นตอนกฎหมาย หากการเจรจาไม่เป็นผล ซึ่งคุณตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ สามารถดำเนินการตามขั้นตอนได้ดังนี้

1. รวบรวมหลักฐาน
บันทึกภาพถ่าย หรือคลิปวิดีโอ เพื่อแสดงให้เห็นจุดที่สูบและทิศทางของควัน จดบันทึก วัน เวลา และความถี่ของการสูบที่ส่งผลกระทบ หากมีใบรับรองแพทย์ที่ระบุว่ามีอาการแพ้หรือผลกระทบทางสุขภาพจากควันบุหรี่ จะเป็นหลักฐานที่มีน้ำหนักมาก
2. ร้องเรียนต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น
หากอาศัยอยู่ในหมู่บ้านจัดสรร อาจเริ่มจากการแจ้งนิติบุคคลให้ช่วยไกล่เกลี่ย หากไม่เป็นผล หรือเป็นบ้านทั่วไป ให้ไปร้องเรียนที่หน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ของคุณ เช่น สำนักงานเขต เทศบาล หรือ องค์การบริหารส่วนตำบล
3. กระบวนการของเจ้าหน้าที่
เมื่อได้รับเรื่องร้องเรียน เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจเข้ามาตรวจสอบ หากพบว่าควันบุหรี่นั้นก่อให้เกิดความเดือดร้อนจริง เจ้าหน้าที่จะอาศัยอำนาจตาม มาตรา 28 ในการ "ออกคำสั่งเป็นหนังสือ" ให้ผู้ก่อเหตุระงับ ป้องกัน หรือแก้ไขเหตุรำคาญนั้นภายในเวลาที่กำหนด (เช่น ห้ามสูบในบริเวณที่ควันจะลอยไปรบกวนเพื่อนบ้าน)
4. บทลงโทษหากฝ่าฝืน
หากผู้สูบบุหรี่ยังคงเพิกเฉยและฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น จะมีความผิดตาม มาตรา 74 ซึ่งมีโทษ จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

แม้เราจะมีกฎหมายเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการปกป้องสิทธิและสุขภาพ แต่การใช้กฎหมายควรเป็นทางออกสุดท้าย การอยู่ร่วมกันในสังคมหรือหมู่บ้านเดียวกัน "ความเห็นอกเห็นใจและการถ้อยทีถ้อยอาศัย" เป็นสิ่งสำคัญที่สุด หากทราบว่าพฤติกรรมของเราสร้างความเดือดร้อนให้เพื่อนบ้าน การปรับเปลี่ยนมุมสูบบุหรี่ไปในจุดที่มิดชิดหรือไม่รบกวนผู้อื่น ย่อมเป็นทางออกที่สร้างสรรค์และรักษาน้ำใจกันได้ดีกว่าการต้องมาเผชิญหน้ากันทางกฎหมาย

แต่วิธีที่ดีที่สุดคือการเลิกสูบบุหรี่ซึ่งดีทั้งต่อตัวเราเอง และคนรอบข้าง

#นิโคตินเสพติดจนตาย #บ้านปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า #ควันบุหรี่ #ควันบุหรี่ลอยได้ไกลกว่าที่คุณคิด #ควันบุหรี่🚬 #กองงานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ

09/07/2026

ฮาวาย – เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ผู้ว่าการรัฐฮาวาย Josh Green ได้ลงนามในกฎหมาย 2 ฉบับ เพื่อยกระดับมาตรการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าให้เข้มงวดยิ่งขึ้น
House Bill 1573 กำหนดให้ผู้ผลิตบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าต้องยื่นหนังสือรับรองต่อสำนักงานอัยการสูงสุดของรัฐฮาวายเป็นประจำทุกปี เพื่อยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ได้รับคำสั่งอนุญาตให้ทำการตลาดจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ (U.S. Food and Drug Administration: FDA)
ปัจจุบัน FDA อนุญาตให้จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าเพียง 45 ผลิตภัณฑ์ จาก 5 บริษัทเท่านั้น โดยส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์รสยาสูบและรสเมนทอล และไม่มีการอนุญาตให้จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้ารสลูกอมหรือรสผลไม้
แม้ว่ากฎหมายฉบับนี้จะไม่ได้ทำให้บุหรี่ไฟฟ้าหายไปจากท้องตลาดทั้งหมด แต่จะจำกัดการวางจำหน่ายให้เหลือเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการอนุมัติจาก FDA พร้อมให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการยึดและทำลายบุหรี่ไฟฟ้าที่ผิดกฎหมายหรือไม่ได้รับการอนุมัติ
ขณะเดียวกัน Senate Bill 2175 กำหนดห้ามจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้งในรัฐฮาวาย โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2027 เป็นต้นไป
ฝ่ายนิติบัญญัติระบุว่า กฎหมายทั้งสองฉบับมีเป้าหมายเพื่อลดการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชน ป้องกันไม่ให้คนรุ่นใหม่ตกเป็นเหยื่อของการเสพติดนิโคติน และลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดจากบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้ง
นอกจากนี้ กฎหมายดังกล่าวยังคาดว่าจะส่งผลดีในระยะยาว ทั้งในด้านการคุ้มครองสุขภาพของประชาชน และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อคนรุ่นต่อไป
สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้งที่กฎหมายห้าม จะมีโทษปรับสูงสุด 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน ต่อการกระทำผิดหนึ่งครั้ง
ที่มา : https://www.hawaiinewsnow.com/2026/07/08/new-hawaii-laws-tighten-rules-vapes-ban-disposable-e-cigarettes/

07/07/2026

บุหรี่ไฟฟ้า = ตัวร้ายขโมยวิตามินซี!
การวิจัยเรื่องระดับวิตามินซีในผู้ใช้บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์และบุหรี่ซิกาแรต ระบุว่า
• ระดับวิตามินซีลดลงอย่างน่าตกใจ: ผู้ที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้ามีระดับวิตามินซีในเลือดเฉลี่ยเพียง 37.01 μmol/L ซึ่งต่ำกว่าคนสูบบุหรี่มวน (39.02 μmol/L) และต่ำกว่าคนไม่สูบอย่างมาก (55.03 μmol/L),
• ภาวะขาดวิตามินซี: ผลวิจัยพบว่าผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าถึง 66% และคนสูบบุหรี่มวน 65% มีระดับวิตามินซี "ไม่เพียงพอ" ต่อร่างกาย (ต่ำกว่า 50 μmol/L),
• สาเหตุจากอนุมูลอิสระ: ไอระเหยจากบุหรี่ไฟฟ้ายังมี อนุมูลอิสระ (Free Radicals) และโลหะหนักที่ทำให้เกิดภาวะเครียดออกซิเดชัน ซึ่งเข้าไปทำลายวิตามินซีที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระหลักในร่างกาย
• บุหรี่ไฟฟ้าไม่ใช่ทางเลือกที่ปลอดภัย: งานวิจัยชี้ว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าส่งผลเสียต่อระดับวิตามินซีและก่อให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์ปอดได้ไม่ต่างจากการสูบบุหรี่มวน
• คำแนะนำ: ควรเพิ่มการกินอาหารที่มีวิตามินซีสูงในระดับที่ร่างกายต้องการ เพื่อช่วยต้านอนุมูลอิสระ และการเลิกสูบบุหรี่ทุกชนิดจะช่วยให้ระดับวิตามินซีกลับมาเป็นปกติได้ภายใน 4 สัปดาห์

อ้างอิง DOI: https://doi.org/10.18332/tid/175623

#สายด่วนเลิกบุหรี่1600 #เลิกบุหรี่ #อยากเลิกบุหรี่ #สสส #สปสช #บุหรี่ไฟฟ้า #บุหรี่

29/06/2026

ตกใจ : นักเรียนม.1 ไม่รู้จักนิโคตินและไม่รู้ว่า นิโคตินเสพติด
อาทิตย์ก่อน รศ.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช จากรามาธิบดีไปบรรยาย เรื่องบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้า ที่จังหวัดหนึ่งในภาคกลาง ให้ตัวแทนนักเรียน ม.1 จาก 6-7 โรงเรียน ตกใจมากที่พบว่า นักเรียนเกือบทุกคนไม่รู้จัก นิโคติน และไม่รู้ว่า นิโคตินเป็นสารเสพติดในบุหรี่
เมื่อคืนมีหมอโรคหัวใจส่งเคส ผู้ป่วยชายอายุ 65 ปี เป็น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมัน เพิ่งหายจากโรคเส้นเลือดสมองตีบ สูบบุหรี่ ไม่เลิก กลับไปสูบต่อ มาด้วยแน่นหน้าอกเฉียบพลัน มีหัวใจล้มเหลว น้ำท่วมปอด การสูบฉีดของหัวใจเหลือ 36% และกล้ามเนื้อหัวใจส่วนล่างไม่บีบตัว (กล้ามเนื้อตาย)
นี่จึงเป็นโจทย์ใหญ่ของสังคม โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ ที่ต้องไปทบทวนการเรียนการสอนเรื่องสุขศึกษา กระทรวงสาธารณสุข และเครือข่ายรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ ที่ต้องไปเพิ่มพื้นที่การให้ความรู้เรื่อง “การเสพติดนิโคติน” ทั้งในโรงเรียน ชุมชนและประชาชนทั่วไป
เพราะบริษัทบุหรี่กำลังทุ่มโปรโมทผลิตภัณฑ์นิโคตินรูปแบบใหม่ เช่น บุหรี่ไฟฟ้า นิโคตินถุง มาทอดแทนบุหรี่มวน
ผมนำเคสที่ป่วยเส้นเลือดสมองตีบแล้ว ก็ยังเลิกสูบไม่ได้ กลับไปสูบจนหัวใจวายจากเส้นเลือดหัวใจตีบ กล้ามเนื้อหัวใจตาย เพื่อแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของการเสพติดนิโคติน สมกับที่ว่า “นิโคตินเสพติดจนตาย”
สังคมไทยจึงต้อง รู้เท่าทันที่เครือข่ายลิ่วล้อบริษัทบุหรี่ ที่พยายามโฆษณาชวนเชื่อว่า “บุหรี่ไฟฟ้าเป็นผลิตภัณฑ์ลดอันตราย” พร้อมเสนอให้รัฐบาลหันมาใช้นโยบาย “Harm reduction”
ซีอีโอของบริษัทบุหรี่ไฟฟ้าใหญ่ 2 บริษัท ออกประกาศว่า เขาห้ามเด็ดขาด ไม่ให้ลูกวัยรุ่นของเขาสูบบุหรี่ไฟฟ้า/ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีนิโคติน
นักข่าวถามว่า “แล้วคุณจะบอกอะไรกับ พ่อแม่ที่ลูกเขาติดบุหรี่ไฟฟ้า” ซีอีโอคนหนึ่งตอบว่า I am sorry ผมเสียใจครับ
ผมจึงขอฝากเรื่องนี้ ให้โรงเรียน ครู ผู้ปกครอง สื่อ ที่จะช่วยกันทำให้นักเรียนทั่วประเทศรู้ว่า นิโคตินเป็นยาพิษ ที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกชนิด รวมถึงนิโคตินถุง ที่มีฤทธิ์เสพติดรุนแรง และ 7 ใน 10 ของเด็กไทยที่สูบบุหรี่ เสพติดนิโคติน เลิกไม่ได้จนถึงตาย

ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ
27 มิถุนายน 2569

อ้างอิง:
https://www.elft.nhs.uk/sites/default/files/2023-08/da4840_appendix_8_-_tobacco_dependency_in_mental_health_training.pdf

26/06/2026

คณะรัฐมนตรีไต้หวันได้อนุมัติร่างแก้ไขพระราชบัญญัติป้องกันอันตรายจากยาสูบ โดยมีสาระสำคัญคือ กำหนดให้การผลิตและการนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นความผิดทางอาญา และกำหนดโทษปรับในอัตราสูงสำหรับผู้ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า
โดยผู้ที่ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าจะมีโทษปรับตั้งแต่ 30,000–100,000 ดอลลาร์ไต้หวัน (ประมาณ 31,000–104,000 บาท) และบุหรี่ไฟฟ้าจะถูกยึด ซึ่งการแก้ไขกฎหมายครั้งนี้มีเป้าหมายพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของ “บุหรี่ซอมบี้” ซึ่งเป็นบุหรี่ไฟฟ้าที่ผสมสารเอโทมีเดทที่กำลังกลายเป็นปัญหาด้านความปลอดภัยของสังคม
ร่างกฎหมายยังขยายมาตรการควบคุมแบบเดียวกับผลิตภัณฑ์ยาสูบ ไปยังชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์บางประเภทของบุหรี่ไฟฟ้า โดยกำหนดให้ต้องติดคำเตือนด้านสุขภาพ จำกัดสถานที่จำหน่ายและการจัดแสดงสินค้าเฉพาะร้านค้ายาสูบที่ได้รับใบอนุญาตเท่านั้น
สำหรับนักท่องเที่ยวที่นำบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาในไต้หวันอาจถูกปรับ 200,000–1,000,000 ดอลลาร์ไต้หวัน (ประมาณ 208,000–1,040,000 บาท) และหากกระทำผิดซ้ำภายใน 1 ปี จะถูกดำเนินคดีอาญา โดยมีโทษจำคุกสูงสุด 1 ปี หรือปรับสูงสุด 1 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน
https://www.taiwannews.com.tw/news/6389416?fbclid=IwY2xjawSqyHdleHRuA2FlbQIxMQBicmlkETFXbUV0NkpDSnNZc0NhZWJGc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHjEB9Rusbqf4O8eCtYWdonQcdyggtIuqGZBWlMN92qyF09taKHQzKWU2zJil_aem_ExgGXpe6AwtZSqt7zW3GUQ

25/06/2026

บริษัทบุหรี่นอก “ติดตาม ตอบโต้ และท้าทาย” องค์กรที่ทำงานรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ในประเทศไทย
เป็นที่รู้กันทั่วโลกว่า บริษัทบุหรี่เป็นอุปสรรคที่สำคัญที่สุด ที่ประเทศต่าง ๆ พยายามจะลดคนสูบบุหรี่
สำนักข่าวรอยเตอร์ ได้เผยแพร่เอกสารภายในของบริษัทบุหรี่ข้ามชาติที่ใหญ่ที่สุดของโลก ฟิลลิป มอร์ริสอินเตอร์เนชั่นเนล ถึงกลยุทธ์ในการขัดขวาง บ่อนทำลายมาตรการควบคุมยาสูบของประเทศต่าง ๆ
กลยุทธ์หนึ่งคือ “การตรวจสอบจับตาตรวจสอบองค์กรต่อต้านยาสูบ” Anti-Tobacco Organizations: ATOs โดยระบุรายละเอียดว่า เราจำเป็นต้องทำงานให้ดีขึ้น ในการ “ติดตาม ตอบโต้ และท้าทาย” (Tracking , responding and challenging) กลุ่ม องค์กรต่อต้านยาสูบต่าง ๆ ในเวลาที่เหมาะสม
ปฏิบัติการสำคัญได้แก่ ตั้งทีมงานระดับโลก จัดจ้างผู้จัดการที่เชี่ยวชาญเพื่อทำงานในระดับปฏิบัติการ โดยนำร่องในตลาดเอเชีย ตลาดแต่ละแห่งต้องสามารถ ระบุกลุ่มต่อต้านบุหรี่ในท้องถิ่น เริ่มการติดตาม รายงานถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสส เป้าหมายของเราคือ
1. จะต้องไม่มีอะไรอยู่เหนือความคาดหมาย
2. หาแนวร่วมทางการเมือง
3. ชักจูงสังคมผ่านสื่อ
4. ใช้คนของ “เรา” ให้เป็นประโยช์
5. สร้างพันธมิตรกับ “ผู้ส่งสารมืออาชีพ” เพื่อขยายแนวร่วม
6. ชักจูงกลุ่มที่มีสมาชิกจำนวนมากเพื่อหาแนวร่วมที่กว้างขึ้น
7. พึ่งพาที่ปรึกษามืออาชีพ
8. สร้างประเด็นที่จะนำไปสู่ข้อถกเถียง
โดยกลยุทธ์แต่ละข้อกำหนดวิธีการดำเนินการที่ชัดเจนอีก 2-4 ข้อย่อย (เอกสารที่เปิดเผยโดยรอยเตอร์ 13 กรกฎาคม 2560)

บริษัทบุหรี่ฟิลิป มอร์ริส ประเทศไทย เป็นบริษัทลูกของฟิลิป มอร์ริสอินเตอร์เนชั่นเนล และตลาดบุหรี่ไทยเป็นหนึ่งในตลาดหลักของบริษัทนี้ในอาเซียน
ปัจจุบันบุหรี่ของบริษัทนี้ มีส่วนแบ่งในตลาดบุหรี่ไทย มากกว่าบุหรี่ของการยาสูบไทย จึงไม่ต้องสงสัยว่า บริษัทนี้จะมีผู้รับผิดชอบทำหน้าที่ “เฝ้าระวัง ตอบโต้ และท้าทาย” องค์กรที่ “ต่อต้านยาสูบ” ในประเทศไทย
ตั้งแต่กองงานควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ กรมควบคุมโรค มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ สมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ ศจย. และ องค์อื่น ๆ รวมทั้ง สสส. แหล่งทุนที่สนับสนุน “องค์กรต่อต้านยาสูบ” ในประเทศไทย
จึงไม่ต้องแปลกใจ ที่มีโพสต์ออกมากล่าวหา โจมตี องค์กรที่ทำงานรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ สสส. เป็นระยะ ๆ แม้กระทั่งรัฐบาล หากจะกำหนดนโยบายที่ไม่เป็นคุณกับบริษัทเขา
องค์กรที่ทำงานรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ในประเทศไทย จึงมีฝ่ายตรงข้าม ที่มีทุนสนับสนุนมหาศาล คอยขัดขวางความพยายามที่พวกเราจะทำให้คนไทยสูบบุหรี่น้อยลง
เราจึงต้องรู้ และเปิดโปงความจริงให้สังคมไทยรู้เท่าทันเล่เหลี่ยมของบริษัทบุหรี่ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่หากำไรจากการทำลายสุขภาพของคนไทย

ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ
24 มิถุนายน 2569

อ้างอิง:
https://www.reuters.com/investigates/special-report/pmi-who-fctc/

22/06/2026

ที่อยู่

939 Rama 1 Road, Wangmai, Pathumwan
Bangkok
10330

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Nonoผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์