03/03/2018
15 บทเรียนชีวิตแจ็ค หม่า จากถูกปฏิเสธจ้างงานในวันนั้น สู่ซื้อกิจการ KFC ในประเทศจีน”
1.ทำความเคยชินกับการถูก”ปฏิเสธ”
แจ๊ค หม่า โดนปฏิเสธมาหลายต่อหลายครั้ง แม้จะรู้สึกแย่แค่ไหนเขามักจะบอกกับตัวเองเสมอว่า “มันเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต ต้องอยู่กับมันให้ได้ ผิดพลาดให้เต็มที่ล้มก็แค่ลุกขึ้นมาใหม่ ทุกครั้งที่ลุกขึ้นมามันจะต้องเก่งขึ้นกว่าเดิมแน่นอนเพราะถือเป็นบทเรียนที่มีค่ามาก
มันจะทำให้เกิดการเรียนรู้และมีประสบการณ์เพิ่มขึ้น มันจะเป็นแรงผลักดันพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น ซึ่งเขาเองก็หวังว่าสักวันหนึ่งต้องเป็นวันของเขา
2.การเดินทางคือโอกาสชั้นยอด
เขาต้องการให้คนบ้านเกิดของตัวเองได้รู้ว่า ว่า “อินเทอร์เน็ต” มันสุดยอดแค่ไหน” ซึ่งความคิดนี้เกิดมาจากตอนที่เขาค้นหาคำว่า “เบียร์” ในอินเทอร์เน็ต ทำให้พบแต่เบียร์ ที่มาจากญี่ปุ่น หรือเยอรมัน ฯลฯ แต่กลับไม่พบการค้นหาใดๆ ที่มาจากจีน
จากจุดนี้เองที่เป็นก้าวแรกของเว็บไซต์ China Pages ก่อนที่จะพัฒนามาเป็น Alibaba ซึ่งการออกเดินทางทำให้ “แจ็ค หม่า” ค้นพบว่า โลกนี้มีคนรอให้รู้จักและยังมีโอกาสอีกมากมายรอให้เขาเอื้อมไปคว้ามันมา
3.คนเราเกิดมาเพื่อใช้ชีวิตและหาประสบการณ์ชีวิต
แจ๊ค หม่ามักจะบอกกับตัวเองเสมอว่าคนเราไม่ได้เกิดมาเพื่อทำงาน แต่เกิดมาเพื่อสนุกกับชีวิต และทำสิ่งที่ดีกว่า หากคุณใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อทำงาน คุณจะต้องเสียใจอย่างแน่นอน เพราะไม่ว่าคุณจะประสบความสำเร็จในอาชีพการงานมากเพียงใดก็ตาม คุณจะต้องจำไว้ว่า เราเกิดมาเพื่อใช้ชีวิตให้สนุกอย่างมีความสุข
4.มี passion และพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส
เขามีเป้าหมายที่ชัดเจนคือทำให้ Alibaba ออกสู่ตลาดโลกให้ได้ และเมื่อใดก็ตามที่มีผู้คนไม่พอใจ จงมองหาโอกาสที่จะแก้ไขมัน หากที่ไหนที่มีปัญหาจะทำให้คุณสามารถจะฉวยโอกาสนี้เพื่อทำให้มันดีขึ้น ที่ใดมีปัญหาที่นั้นแหละมีโอกาส
เขาต้อง ทำงานกันอย่างมีระบบเพื่อที่จะต่อสู้กับพวกอเมริกาให้ได้ และทางเดียวที่จะสู้กับพวกนั้นได้ก็คือ จะต้องเสียสละเวลาที่มี จะต้องทำงานกันอย่างหนักกว่าเดิมไม่ใช่แค่ว่าทำงาน 8 โมงเช้าเลิก 5 โมงเย็น
5.หาแรงบันดาลใจอย่าละทิ้งความฝัน
“แจ๊ค หม่า” ได้รับแรงบันดาลใจจากหนัง ซึ่งเขาได้เรียนรู้ถึงเทคนิคการพูดจากหนังเรื่อง Bodyguard ,และ The Godfather แต่หนังที่เขาชอบที่สุดคือ Forrest Gump ที่เขาได้ยึดถือเป็นต้นแบบในการใช้ชีวิต
6.ใส่ใจในวัฒนธรรมอย่าใส่ใจคำครหาของคนอื่น
ตัวประกอบหลักของบริษัทของ “แจ๊ค หม่า” ก็คือวัฒนธรรม และเทคโนโลยีที่เปรียบเสมือนเครื่องมือ แต่หลักการจริงๆ เขาเริ่มจากการมีพนักงานจาก 18 คน เพิ่มมาเป็น 2 หมื่นกว่าคน และพยายามที่จะใส่คุณค่าลงไปในตัวบุคคลและบริษัท ทำให้เขามั่นใจได้ว่าทุกคนจะทำงานและช่วยเหลือคนอื่นนอกเหนือจากการหารายได้ สมัยก่อนเวลาที่เขาไปคุยเกี่ยวกับธุรกิจ Alibaba หลายคนบอกว่าเป็นไอเดียที่โง่และไม่ได้เรื่อง แต่วันนี้กลับมีผู้ใช้งานในระบบ Alibaba ถึง 800 ล้านคน
7.ความเชื่อมั่นและความรับผิดชอบ คือหัวใจของธุรกิจ
การทำธุรกิจ E-Commerce ไม่ควรดึงรัฐบาลเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งมันควรจะเติบโตและยืนได้ด้วยตัวของมันเอง จะต้องสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้เนื้อเชื่อใจจากลูกค้าซึ่งมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะเรื่องระบบการจ่ายเงิน เพราะจะทำให้บริษัทเดินต่อไปได้ เขาอยากให้ Alibaba เป็นช้อปปิ้ง ออนไลน์ มากกว่าแค่การคุยกันนานๆ แล้วก็จบแต่ไม่ได้เกิดการซื้อขายแลกเปลี่ยนใด ๆ
8.มีความแน่วแน่และความเชื่อ
ในแต่ละวันจะมีคนมาเสนองานและไอเดียเป็นจำนวนมากให้กับเขา ทำให้เขาต้องปฏิเสธมันบ้าง แม้จะทำให้คนอื่นๆผิดหวัง แต่สิ่งที่สำคัญคือรูปแบบของธุรกิจจะต้องมีความชัดเจนและสามารถช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น มันไม่ใช่แค่รูปแบบธุรกิจหาเงินอย่างเดียว แต่ทัศนคติสำคัญกว่าความสามารถ ซึ่งการตัดสินใจของคุณก็สำคัญกว่าความสามารถ เขาบอกว่าไม่สามารถจะทำให้คนทุกคนนั้นคิดเหมือนกันได้ แต่สามารถที่จะทำให้ทุกคนก้าวไปทางเดียวกันด้วยเป้าหมายเดียวกันได้
9.ช่วยเหลือผู้อื่นก่อน แล้วเงินจะตามมาเอง
แจ็ค หม่า เป็นคนที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน เขามักจะทำเพื่อคนนับล้าน และมักพูดกับทุกคนอยู่เสมอว่า หลังจากวันที่ Alibaba แจ้งเกิดในตลาดหุ้นนิวยอร์กด้วยสถิติ IPO ที่ถือได้ว่าสูงที่สุดซึ่งอยู่ที่ประมาณ 8 แสนล้านบาท เขาบอกกับทุกคนว่า มันเป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่มากและเขาจะทำให้ดีที่สุดเพื่อตอบแทนถึงความเชื่อมั่นของคนทั้งโลกที่มีต่อเขา
10.ผู้นำต้องมีอะไรที่พนักงานทั่วไปไม่มี
คนที่เป็นผู้นำไม่ควรนำทักษะเชิงเทคนิคของตัวเองไปเปรียบเทียบกับพนักงาน แต่จะต้องเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลกว่าพนักงานธรรมดามีความกล้าหาญ ยืนหยัด ความอดทนในสิ่งที่พนักงานธรรมดาไม่สามารถทำได้ ยอมรับสิ่งที่ล้มเหลวได้ คุณภาพของผู้นำที่ดีขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์ แรงใจและความสามารถ
11.พวกที่บ้าแข่งขันกันอย่างระห่ำคือพวกโง่
แจ็ค หม่า กล่าวว่า “หากคุณมองทุกคนรอบตัวเป็นศัตรู ทุกคนรอบตัวคุณก็จะเป็นศัตรูของคุณเช่นกัน อย่าพยายามใช้ความเกลียดชังเพราะความเกลียดจะทำให้คุณพ่ายแพ้ การแข่งขันคล้ายกับการเล่นหมากกระดาน ซึ่งหากคุณแพ้กระดานนี้ คุณก็มีโอกาสเล่นต่อในกระดานต่อไปได้ นักธุรกิจที่แท้จริงไม่ควรมีศัตรู หากใครเข้าใจจุดนี้ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ในโลกของธุรกิจอย่างแน่นอน
12. ยอมทิ้งโอกาสดีๆ หากมีคนคิดเหมือนกัน
ถ้าหากมีข้อเสนอมาให้คุณแล้วคนส่วนใหญ่ตอบว่าข้อเสนอนี้ว่า “ใช่” เขาบอกว่า “จะทิ้งข้อเสนอนั้นลงถังขยะในทันทีเพราะหากมีคนที่คิดว่าข้อเสนอนี้ดีมากมายขนาดนั้น แสดงว่าต้องมีคนอื่นๆ อีกมากเช่นกันที่กำลังทำงานนี้อยู่ และโอกาสนั้นมันก็อาจจะไม่ได้เป็นของเราแล้ว”
13. ความสำเร็จอยู่ที่ตัวเราเอง
แจ๊ค หม่า ถือว่าการถ่อมตนคือนิสัยอย่างหนึ่งของคนที่ประสบความสำเร็จ แม้ว่า Alibaba Group จะประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก แต่แจ็ค หม่า กลับมองว่า พนักงานของเขายังไม่ดีพอ วิธีดูว่าคนไหนจะประสบความสำเร็จหรือไม่ให้เลือกดูที่เวลาทำอะไรผิดพลาด เพราะคนล้มเหลวมักจะเริ่มบ่น และมักกล่าวโทษคนรอบข้าง ในขณะที่คนสำเร็จจะไม่โทษคนอื่น แต่จะหันกลับมามองตัวเอง“ หากคุณอยากเปลี่ยนโลกคุณต้องเปลี่ยนตัวเองให้ได้ก่อน
14.ใช้ชีวิตอย่างสมดุล
ตามหลักการของกังฟูนั้นเรียบง่าย แต่ต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอก็สามารถเป็นเจ้าแห่งยุทธภพได้ เขาดำเนินชีวิตตามปรัชญาไท้เก๊กและใช้หลักหยิน-หยางในการสร้างความสมดุลให้กับชีวิตและธุรกิจมาโดยตลอด
แม้อีเบย์ จะมีขนาดใหญ่กว่าหรือคนเยอะกว่า แต่เขาไม่เคยกลัว ทุกคนล้วนมีจุดอ่อนจุดแข็งแตกต่างกันไป เพียงแต่จะต้องรู้จักยืดหยุ่นให้เป็นไปตามสถานการณ์ ซึ่งปัญหาทุกเรื่องมีทางออกเสมอ
15.จัดลำดับความสำคัญเพื่อความสำเร็จ
โอกาสที่ทุกคนมองไม่เห็นนั่นคือโอกาสที่แท้จริง แจ๊ค หม่า บอกว่า ลูกค้าต้องมาเป็นอันดับแรก และพนักงานมาเป็นอันดับ 2 ส่วนผู้ถือหุ้นมาเป็นอันดับ 3 ควรมุ่งเน้นไปที่การครองใจและดูแลลูกค้าเก่าแทนที่จะไปเสียเวลากับการหาเทคนิคเล็กน้อยเรียกลูกค้าใหม่ ซึ่งทัศนคติของคุณจะเป็นตัวกำหนดว่าคุณจะไปได้ไกลแค่ไหน
✔️ปิดท้ายกับคำคมๆ ของ “แจ๊ค หม่า” ที่เขาบอกว่า เชื่อว่าหลายคนได้อ่านแนวคิดของแจ็ค หม่า แล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นภายในอันนำไปสู่การแตกยอดความคิดและลงมือทำ ปรับปรุงวิธีการของตน จนกระทั่งมองเห็นแนวทางอันเป็นหนทางไปสู่ความเป็นผู้ประสบความสำเร็จได้ในที่สุดครับ
เครดิต เถ้าแก่ใหม่