Sal Forest - ป่าสาละ

Sal Forest - ป่าสาละ บริษัท "ปลูกธุรกิจที่ยั่งยืน" แห่งแรกในประเทศไทย

🌐 ชวนอัปเดตข้อมูลการลงทุนเพื่อปรับตัวต่อภาวะโลกรวนของไทยในงาน 'Climate Finance Tracker: Time to Talk the Walk' โดย เครือ...
20/08/2026

🌐 ชวนอัปเดตข้อมูลการลงทุนเพื่อปรับตัวต่อภาวะโลกรวนของไทยในงาน 'Climate Finance Tracker: Time to Talk the Walk' โดย เครือข่ายการเงินเพื่อรับมือภาวะโลกรวน (Climate Finance Network Thailand: CFNT)
ทั้งในรูปแบบเทปย้อนหลังทาง YouTube: https://www.youtube.com/playlist?list=PLdE-bwXHYjDI
และบทความสรุปเวทีเสวนา Effective Climate Mitigation Finance: From “Why” to “How”: https://climatefinancethai.com/th/effective-climate-mitigation-finance-from-why-to-how-th/?fbclid=IwcGRvZgVleHRuA2FlbQIxMABicmlkETF5MldwQjlKWVBnTUxLRWJVc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHplGAm_iMLTEKKmQD6OpiG_ps72TzVzZID25wUv2U1sm9gkjxOIU1ngsgc8r_aem_hEJQYYISYSS7tSfEk-OwCQ

ข้อมูลจาก Thailand Climate Finance Tracker ชี้ว่า ประเทศไทยมีการลงทุนเพื่อการลดก๊าซเรือนกระจกระหว่าง พ.ศ. 2561-พฤษภาคม พ.ศ. 2569 รวมประมาณ 2 ล้านล้านบาท โดยเพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับฐานข้อมูลปี 2025
อย่างไรก็ดี มูลค่าการลงทุนมหาศาลไม่ได้แปลว่าการลงทุนนั้น มีประสิทธิผลและถูกต้องตรงจุดเสมอไป
ภายในงาน 2026 Climate Finance Tracker: Time to Walk the Talk ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา เครือข่ายการเงินเพื่อรับมือภาวะโลกรวนได้จัดเวทีเสวนา Effective Climate Mitigation Finance: From “Why” to “How” โดยได้รับเกียรติจาก
🌟 ดร.อรศรัณย์ มนุอมร ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสภาคสถาบันการเงิน ธนาคารโลก
🌟 ชนานันท์ สุภาดุลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
🌟 กมลพันธ์ ลักษณา เจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าการพัฒนายั่งยืน ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)
🌟 สมิทธิ หาเรือนพืชน์ ประธานสายงานการแก้ไขปัญหาโดยใช้ธรรมชาติเป็นฐานและโครงการพิเศษ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์
มาร่วมแลกเปลี่ยนตั้งแต่โอกาสของไทยในการดึงดูดเงินทุนระหว่างประเทศ ข้อจำกัดและแผนการใช้ Thailand Taxonomy และข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมเป็นรากฐานของการเปลี่ยนผ่าน มุมมองของธนาคารพาณิชย์ต่อการออกผลิตภัณฑ์การเงินเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวน ตลอดจนทำไมชุมชนถึงสำคัญต่อการลดก๊าซเรือนกระจก
🚩 อ่านบทความฉบับเต็ม ได้ที่: https://climatefinancethai.com/th/effective-climate-mitigation-finance-from-why-to-how-th/
📹 ย้อนชมวีดีโอทั้งหมดจากงาน ได้ที่: https://www.youtube.com/playlist?list=PLdE-bwXHYjDI
📊 สำหรับข้อมูล Thailand Climate Mitigation Finance 2026 และเอกสารวิจัย โปรดดู: https://climatefinancethai.com/tracker/mitigation/
📊 สำหรับข้อมูล Thailand Climate AdaptationFinance 2026 และเอกสารวิจัย โปรดดู: https://climatefinancethai.com/tracker/adaptation/
#เครือข่ายการเงินเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวน

หากอ้างอิงจากคำกล่าวของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประเทศไทยกำลังเป็นที่สนใจของนักลงทุนในการเป็นแหล่งที่ตั้งโครงสร้างพ...
14/08/2026

หากอ้างอิงจากคำกล่าวของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประเทศไทยกำลังเป็นที่สนใจของนักลงทุนในการเป็นแหล่งที่ตั้งโครงสร้างพื้นฐาน data center โดยในช่วงปี 2567–2569 มีโครงการที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนแล้วถึง 42 โครงการ รวมมูลค่าประมาณ 750,000 ล้านบาท
แน่นอนว่า ทุกวันนี้เทคโนโลยี AI ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของใครหลายคน ผู้คนคุ้นชินกับการเก็บข้อมูลในระบบคลาวด์และหันมาใช้เครื่องมือ AI โดยเฉพาะในด้านการทำงานมากขึ้น การลงทุนใน data center นับว่าเป็นฐานสำคัญเพื่อรองรับการใช้งานและเปิดโอกาสใหม่ๆ ด้านเศรษฐกิจดิจิทัลในไทย
สำหรับการคัดกรองโครงการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กำลังยกระดับการคัดกรองโครงการผ่านกรอบพิจารณา ได้แก่ ประโยชน์ต่อประเทศ ความพร้อมด้านพลังงานและน้ำ และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
จะเห็นว่า หนึ่งในมิติที่ภาครัฐให้ความสำคัญคือความพร้อมด้านพลังงานและน้ำ ซึ่งภาครัฐให้คำมั่นว่าจะไม่ผลักภาระต้นทุนจากการลงทุนขนาดใหญ่ไปยังประชาชน โดยใช้วิธีแยกประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าสำหรับ data center เพื่อให้อัตราค่าไฟฟ้าสะท้อนต้นทุนการให้บริการ และกำหนดหลักประกันการขอใช้ไฟฟ้าเพื่อคัดกรองโครงการที่มีความพร้อม
อย่างไรก็ตาม หนังสือ ‘มายาคติพลังงาน 2’ ชี้ว่า การตั้งโครงสร้างพื้นฐาน data center ในไทยจำเป็นต้องพึ่งการเตรียมความพร้อมด้านพลังงานในอีกหลายแง่มุมจากภาครัฐ ทั้งการปรับสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระหว่างรัฐบาลและเอกชน การเปิดตลาดไฟฟ้าเสรี และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
⚡️ ลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล
การเพิ่มขึ้นของ data center มีผลอย่างมากต่อความต้องการใช้ไฟฟ้า จากบทความของสำนักข่าว ฐานเศรษฐกิจ ระบุว่า ในเดือนมิถุนายน 2569 มี data center จำนวน 95 โครงการ ยื่นขอใช้ไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ในปริมาณสูงสุดถึง 26,045 เมกะวัตต์ แต่ กฟภ. สามารถจ่ายไฟฟ้าให้ได้เพียง 4,882 เมกะวัตต์ หรือ 18.7% ของความต้องการทั้งหมด
ทว่าความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้แปลว่าเราจำเป็นจะต้องสร้างโรงไฟฟ้าฐาน (โรงไฟฟ้าถ่านหินและโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม) มากขึ้น หรือรัฐบาลจำเป็นจะต้องทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับโรงไฟฟ้าฟอสซิลมากขึ้น เพราะไทยมีสัดส่วนโรงไฟฟ้าฐานสูงมากอยู่แล้วกว่า 70% ของทั้งระบบ การเพิ่มโรงไฟฟ้าฐานจะยิ่งไปลด ‘ความยืดหยุ่น’ ของโครงข่ายไฟฟ้า และทำให้การผนวกรวมพลังงานหมุนเวียนยากขึ้น
⚡️ เปิดตลาดไฟฟ้าเสรี สนับสนุนพลังงานสะอาด
ทั่วโลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการเองก็เช่นเดียวกัน หนึ่งในตัวอย่างคือ บริษัท Google ที่ลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับการตั้งศูนย์คลาวด์และ data center ในไทย และวางแผนจะตั้งศูนย์เหล่านี้ควบคู่กับแหล่งพลังงานหมุนเวียนโดยใช้ข้อตกลงซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง
ในเมื่อไทยมีพลังงานไฟฟ้าไม่พอต่อความต้องการของ data center การเปิดตลาดไฟฟ้าเสรีเพื่อเร่งผลิตพลังงานสะอาดให้กับผู้ประกอบการ จึงเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยรักษาความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย และดึงดูดเม็ดเงินการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ รวมถึงบรรลุเป้าหมายด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม
⚡️ สัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่เป็นธรรม
โครงสร้างค่าไฟไทยที่มีราคาสูงเป็นผลมาจากต้นทุนค่าไฟฟ้าเดิม ซึ่งการไฟฟ้าและผู้ผลิตไฟฟ้าภาคเอกชนมีภาระผูกพันตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (Power Purchase Agreements—PPAs) นั่นคือ ‘ซื้อหรือไม่ซื้อไฟฟ้าก็ต้องจ่าย’ (take-or-pay) ทำให้ไม่ว่าจะต้องการหรือไม่ก็ต้องจ่ายค่าไฟให้กับเอกชน แต่คนที่ต้องรับผิดชอบกลับเป็นประชาชนเสียเอง
ในกรณีของการสร้าง data center แม้ภาครัฐจะยืนยันว่าประชาชนจะไม่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนของการให้ผู้ใช้ไฟฟ้าซื้อไฟฟ้าสีเขียวจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนโดยตรงผ่านระบบโครงข่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้า (Direct PPA) แต่ก็ยังไม่มีสัญญาณว่าภาครัฐจะหยุดลงนามในสัญญา PPA รูปแบบ take-or-pay หรือไม่
การปรับสัญญาซื้อขายไฟฟ้าให้มีความยืดหยุ่นนับเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเช่นแสงแดดและลมให้แข็งแกร่ง เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันทางการค้า

Fair Finance Thailand x บริษัท ป่าสาละ จำกัด ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงาน Sustrends 2027🌿งาน Sustrends 2027 จบลงไปแล้วเมื่อวาน...
05/08/2026

Fair Finance Thailand x บริษัท ป่าสาละ จำกัด ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงาน Sustrends 2027🌿
งาน Sustrends 2027 จบลงไปแล้วเมื่อวานนี้ (4 สิงหาคม 2569) สำหรับใครที่พลาด เราเก็บภาพบรรยากาศและกิจกรรมภายในบูธมาฝากกัน 👀
บูธของเราได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานที่เดินเข้ามาพูดคุยกับนักวิจัยตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะในประเด็นด้านพลังงานและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ
หลายคนยังเข้ามาร่วมทำกิจกรรมกับเรา ทั้งการเล่นควิซว่าด้วยความเชื่อด้านพลังงานจากโปรเจกต์ Energy Myth V2 และเกมทายลำดับการดำเนินงานตามเป้าหมาย Net Zero ของบริษัทพลังงานไทยจากโปรเจกต์ Net Zero Tracker ซึ่งเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกคนจะได้รับทั้งความสนุกและข้อมูลที่เป็นประโยชน์ติดไม้ติดมือกลับไป
ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจและแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมชมบูธของเรา แล้วเจอกันใหม่ในครั้งถัดไป✨
⚡️ เยี่ยมชมเว็บไซต์ Energy Myth V2: https://energymyths.co/
🔋 เยี่ยมชมเว็บไซต์ Net Zero Tracker: https://netzerotracker.co/

WE’RE HERE! 🎯แวะมาเจอกับพวกเรา Fair Finance Thailand x บริษัท ป่าสาละ จำกัด ได้ที่งาน Sustrends 2027 บูธ H07 โซน Sustren...
04/08/2026

WE’RE HERE! 🎯
แวะมาเจอกับพวกเรา Fair Finance Thailand x บริษัท ป่าสาละ จำกัด ได้ที่งาน Sustrends 2027 บูธ H07 โซน Sustrends Home วันนี้ เวลา 10.00–18.00 น. ณ พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน
ชวนทุกคนมาเปรียบเทียบนโยบายความยั่งยืนของธนาคารไทยกับ Fair Finance Thailand สำรวจ Net Zero ของบริษัทพลังงานไทยและทดสอบมายาคติเรื่องพลังงานผ่านควิซสนุกๆ กับ บริษัท ป่าสาละ จำกัด
✨ มาเล่นเกมพร้อมรับของรางวัลกลับบ้าน และพูดคุยกับนักวิจัยของทั้งสององค์กรแบบใกล้ชิดได้เลย!

LET’S MEET AT Sustrends 2027 🌱งาน Sustrends 2027 ที่จะถึงนี้ เตรียมพบกับบูธ Fair Finance Thailand x บริษัท ป่าสาละเปิดพื...
28/07/2026

LET’S MEET AT Sustrends 2027 🌱
งาน Sustrends 2027 ที่จะถึงนี้ เตรียมพบกับบูธ Fair Finance Thailand x บริษัท ป่าสาละ
เปิดพื้นที่ให้ทุกคนมาทดสอบมายาคติด้านพลังงานกับควิซสั้นๆ สำรวจการลดก๊าซเรือนกระจกของบริษัทพลังงานไทยผ่าน Net Zero Tracker และเปรียบเทียบนโยบายด้านความยั่งยืนของธนาคารไทย ชวนมาเล่นเกมพร้อมรับรางวัลกลับบ้าน หรือจะพูดคุยสอบถามข้อมูลแบบเน้นๆ จากนักวิจัยตัวจริง
ความเชื่อเกี่ยวกับพลังงานเรื่องไหนที่เราอาจเข้าใจผิด?
บริษัทพลังงานไทยทำตามเป้า Net Zero ดีแค่ไหน?
นโยบายด้านความยั่งยืนของธนาคารไทยเป็นอย่างไร?
✨ แวะเวียนมาเจอกับพวกเราได้ในงาน Sustrends 2027 โซน Sustrends Home วันที่ 4 สิงหาคม 2569 เวลา 10:00-18:00 น. พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน
ลงทะเบียนร่วมงานได้ที่ https://readthecloud.com/activity/sustrends-2027/
อย่าลืมมาเจอกันให้ได้นะ 🤜🤛

21/07/2026

📣 ประกาศรับข้อเสนอ
โครงการจ้างผลิตงานสื่อสารของแนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมประเทศไทย ประจำปี 2569
หากคุณคือบริษัทเอเจนซี ผู้ผลิตสื่อ หรือทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร แนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมประเทศไทย (Fair Finance Thailand) ขอเชิญส่งข้อเสนอโครงการที่มีคุณสมบัติตามขอบเขตของงาน (TOR) เพื่อร่วมผลิตงานสื่อสารที่สอดคล้องกับภารกิจและการดำเนินงานของแนวร่วมฯ ประจำปี 2569
📝 ดูรายละเอียดขอบเขตของงาน (TOR): https://fairfinancethailand.org/article/2026/commstor-fft-2026/
📌 ยื่นข้อเสนอได้ทางอีเมล: [email protected], พร้อม CC: [email protected]
🗓️ ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
☎️ 02-258-7383, 082-759-3629 (ตั้งปณิธาน มั่นใจวงค์)
📨 [email protected], พร้อม CC: [email protected]
เกี่ยวกับเรา
แนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมประเทศไทย (Fair Finance Thailand) เป็นความร่วมมือของ 5 องค์กร ได้แก่ บริษัท ป่าสาละ จำกัด, มูลนิธิแม่น้ำและสิทธิ, มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค, มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม, และมูลนิธิบูรณะนิเวศ เพื่อผลักดันภาคธนาคารไทยสู่แนวทางของ การธนาคารที่ยั่งยืน (Sustainable Banking) ผ่านการนำมาตรฐาน Fair Finance Guide International (FFGI) มาใช้ในการประเมินนโยบายของธนาคารพาณิชย์ไทย พร้อมทั้งติดตามและสื่อสารประเด็นด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับภาคการเงินอย่างต่อเนื่อง
🌐 https://fairfinancethailand.org/

เป็นธรรมเนียมปฏิบัติมานานเกือบ 20 ปี สำหรับ Germanwatch องค์กรประเมินผลกระทบจากเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว ที่จะเผยแพร่ราย...
20/07/2026

เป็นธรรมเนียมปฏิบัติมานานเกือบ 20 ปี สำหรับ Germanwatch องค์กรประเมินผลกระทบจากเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว ที่จะเผยแพร่รายงาน Climate Risk Index หรือ CRI ในแต่ละปี เพื่อนำเสนอดัชนีวิเคราะห์และจัดอันดับประเทศต่างๆ จากผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ทั้งพายุ น้ำท่วม ภัยแล้ง และคลื่นความร้อน โดยดัชนีนี้ อันดับยิ่งน้อยเท่าไร จะหมายถึงประเทศยิ่งได้รับผลกระทบรุนแรงและมีความเสี่ยงสูงมากเท่านั้น
รายงานฉบับล่าสุดคือ Climate Risk Index 2026 ที่เผยแพร่เมื่อปลายปี 2025 จัดทำขึ้นโดยใช้ฐานข้อมูลระหว่างประเทศในช่วงเวลา 30 ปี นับตั้งแต่ปี 1995–2024 ครอบคลุมทั้งจำนวนครั้งของภัยพิบัติที่เกิดขึ้น จำนวนผู้เสียชีวิต จำนวนผู้ได้รับผลกระทบ และความเสียหายทางเศรษฐกิจ
จากรายงานฉบับดังกล่าว พบว่าประเทศไทยอยู่ในอันดับ 17 ของโลกเมื่ออิงจากข้อมูลเฉพาะในปี 2024 และอยู่ในอันดับ 22 สำหรับดัชนีระยะยาวที่ใช้ข้อมูลตลอด 20 ปี
แม้ในภาพรวมไทยจะไม่ใช่ประเทศที่วิกฤตที่สุด แต่สิ่งที่ต้องจับตามองคือ ไทยไต่จากอันดับ 69 ในปี 2023 สู่อันดับ 17 ในเวลาเพียง 1 ปี CRI วิเคราะห์อันดับของไทยจากตัวชี้วัดอย่างจำนวนผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับผลกระทบ และความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ซึ่งอันดับที่พุ่งสูงขึ้นนี้สะท้อนสอดคล้องกับแนวโน้มทั่วโลก นั่นคือ ภาวะโลกรวนกำลังทำให้เหตุการณ์ที่เคย 'รุนแรงผิดปกติ' กลายเป็น 'ภัยคุกคามที่เกิดขึ้นเป็นประจำ'
และหากเจาะเฉพาะทวีปเอเชีย โดยพิจารณาข้อมูลเฉพาะในปี 2024 จะพบว่า 5 ประเทศในเอเชียที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ เนปาล ฟิลิปปินส์ เมียนมา เวียดนาม และบังกลาเทศ ตามลำดับ แต่ไทยเองก็ยังจัดอยู่ในประเทศที่มีความเสี่ยงสูง เพราะตามมาอยู่ในลำดับที่ 8 ของเอเชีย
เป็นที่น่าสังเกตว่า กลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบสูงสุดเหล่านี้ล้วนจัดอยู่ในกลุ่ม Global South ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึง 'ความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง' ในการแบกรับผลกระทบทางสภาพภูมิอากาศอย่างเด่นชัด เนื่องจากประเทศเหล่านี้ไม่ใช่ผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายหลักของโลก แต่กลับต้องกลายเป็นผู้รับมือกับความสูญเสียและข้อจำกัดในการฟื้นฟูเยียวยาที่รุนแรงที่สุด
ในบริบทของประเทศไทย ตัวเลขจากรายงาน Climate Risk Index 2026 บ่งชี้ว่า ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่จัดอยู่ในพื้นที่ climate hotspot หรือพื้นที่ที่มีความเปราะบางอย่างยิ่งต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออีกหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ระบบสาธารณสุข ความมั่นคงทางอาหาร หรือเศรษฐกิจ
และถึงแม้ประเทศไทยจะไม่ได้เป็นผู้ปล่อยมลพิษอันดับต้นๆ ของโลก แต่การร่วมรับผิดชอบและปรับตัวเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของภาคธุรกิจภายในประเทศก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หนึ่งในเครื่องมือที่จะให้ข้อมูลด้านนี้ได้คือ Net Zero Tracker เครื่องมือที่พัฒนาโดย 'ป่าสาละ' เพื่อใช้ติดตามและประเมินความโปร่งใสของนโยบายลดก๊าซเรือนกระจกในกลุ่มทุนพลังงานขนาดใหญ่ เนื่องจากกิจกรรมของธุรกิจเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชั้นบรรยากาศ และเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดว่า ประเทศไทยจะรอดหรือร่วงในวิกฤตสภาพภูมิอากาศครั้งนี้
ร่วมตรวจสอบและติดตาม ‘ความจริงจัง’ ของนโยบายบริษัทพลังงานผ่าน Net Zero Tracker ได้ที่ https://netzerotracker.co

เส้นทางในการเดินหน้าสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของไทยเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายควรสนใจและติดตาม โดยเฉพาะ...
13/07/2026

เส้นทางในการเดินหน้าสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของไทยเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายควรสนใจและติดตาม โดยเฉพาะการจับตามองภาคพลังงานที่ถือเป็นหัวใจของการเปลี่ยนผ่านนี้ เพราะเป็นอุตสาหกรรมที่เป็นแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่สุดของประเทศ และเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งระบบ
การเข้าใจสถานการณ์นี้จึงไม่ใช่แค่การรู้ข้อมูลตัวเลขปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดลงและตัวเลขปีเป้าหมาย แต่ยังต้องเข้าใจถึงแนวโน้ม ทิศทาง และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย จึงจะเห็นถึงความเป็นไปได้และสิ่งที่ต้องดำเนินการเพื่อให้ประเทศไทยสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ตามเป้าหมายที่ประกาศไว้ และนั่นทำให้เราไม่อาจมองข้าม 'ผู้เล่นหลัก' ซึ่งมีสัดส่วนกำลังการผลิตพลังงานส่วนใหญ่ของประเทศ
อ่านบนเว็บไซต์: https://netzerotracker.co/is-thai-ready-for-net-zero/

โลกธุรกิจวันนี้ไม่ได้วัดกันแค่ผลประกอบการอีกต่อไป แต่ยังรวมถึงผลกระทบที่ธุรกิจมีต่อผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ ESG...
08/07/2026

โลกธุรกิจวันนี้ไม่ได้วัดกันแค่ผลประกอบการอีกต่อไป แต่ยังรวมถึงผลกระทบที่ธุรกิจมีต่อผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อม
ตั้งแต่ ESG การเงินที่ยั่งยืน สิทธิมนุษยชนในภาคธุรกิจ ไปจนถึงการประเมินผลลัพธ์ทางสังคม ภาคธุรกิจควรเริ่มจากตรงไหนในเมื่อประเด็นเหล่านี้กำลังทวีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ
ป่าสาละ (Sal Forest) ขอแนะนำ 8 คอร์สออนไลน์ ที่จะช่วยปูพื้นฐานและต่อยอดความรู้ด้านความยั่งยืน เพื่อช่วยให้คนทำธุรกิจมองเห็นทั้งความเสี่ยง โอกาส และแนวทางการสร้างธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน

อัปเดตข้อมูลการลงทุนเพื่อปรับตัวต่อภาวะโลกรวนของไทย ในงานเปิดตัว Climate Finance Tracker 2026ปีนี้ เครือข่ายการเงินเพื่อ...
08/07/2026

อัปเดตข้อมูลการลงทุนเพื่อปรับตัวต่อภาวะโลกรวนของไทย ในงานเปิดตัว Climate Finance Tracker 2026
ปีนี้ เครือข่ายการเงินเพื่อรับมือภาวะโลกรวน (Climate Finance Network Thailand: CFNT) ชวนมาสำรวจเม็ดเงินที่ไทยลงทุนในด้านการรับมือภาวะโลกรวน ตั้งแต่การลดก๊าซเรือนกระจก (mitigation) การปรับตัว (adaptation) ไปจนถึงบทบาทของภาครัฐและภาคธุรกิจ
📌 ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ผ่าน QR Code หรือที่ลิงก์นี้: https://forms.cloud.microsoft/pages/responsepage.aspx?id=r0zxUVhVM0S6Txopb2QaoOsXLqzDqjxDoOTm8R0A3sNUMzYxTE9TUkI4V1FLQ0JKWkU0UVg3RFVVOS4u&route=shorturl&fbclid=IwZXh0bgNhZW0CMTAAYnJpZBExYktjWXZGZ0lwMnBkbUNZdnNydGMGYXBwX2lkEDIyMjAzOTE3ODgyMDA4OTIAAR6ID2vmGObj-7-4g9rmCULT2RvRPQCbe_bdJxIvyGGbbLRXSMunqOFV6btpiw_aem_JRSZ0Bmp_-PJ182rGefEqw

📢 ขอเชิญร่วมงานเปิดตัวข้อมูล 2026 Climate Finance Tracker: Time to Walk the Talk
เครือข่ายการเงินเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวน (Climate Finance Network Thailand: CFNT) ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมงานเปิดตัว Climate Finance Tracker 2026 เครื่องมือที่รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลการลงทุนเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวนในประเทศไทย ทั้งด้านการลดก๊าซเรือนกระจก (Mitigation) และการปรับตัวต่อภาวะโลกรวน (Adaptation)
🎪 2026 Climate Finance Tracker : Time to Walk the Talk
📅 วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม 2569
🕘 เวลา 09.00 – 16.30 น.
📍 ห้องวิมาน บอลรูม โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ
🗣️ งานดำเนินเป็นภาษาไทย พร้อมล่ามแปลภาษาอังกฤษตลอดงาน (English simultaneous interpretation available)
🔅กำหนดการ🔅
9.30 – 10.00
การนำเสนอข้อมูลการลงทุนเพื่อลดก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทย โดย ธนิดา ลอเสรีวานิช หัวหน้าทีมวิจัยเครือข่ายการเงินเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวน
10.15 - 11.45
เวทีเสวนา “Effective Climate Mitigation Finance: From "Why" to "How"” เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางยกระดับการลงทุนเพื่อการลดก๊าซเรือนกระจกให้ถูกจุดและมีประสิทธิภาพ โดยตัวแทนจาก ธนาคารโลก ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) และมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ดำเนินรายการโดย พีระพงษ์ เตชะทัตตานนท์
13.00 – 13.30
การนำเสนอข้อมูลการลงทุนเพื่อปรับตัวต่อภาวะโลกรวนในประเทศไทย
โดย ธนิดา ลอเสรีวานิช หัวหน้าทีมวิจัยเครือข่ายการเงินเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวน
13.30 - 15.00
เวทีเสวนา “Challenges of Climate Adaptation Finance: Policy Gaps and How to Avoid Maladaptation” เพื่อแลกเปลี่ยนความท้าทายทางการเงินเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวน พร้อมแนวทางอุดช่องว่างด้านเงินทุนและหลีกเลี่ยงการดำเนินนโยบายปรับตัวที่ก่อโทษ (Maladaptation) โดยตัวแทนจากสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ และสมาคมสัตวิทยาแห่งลอนดอน ประเทศไทย
15.00 – 15.45
ปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “Urgency of Effective Climate Investment”
โดย ดร.กิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
📌 ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ผ่าน QR Code หรือแบบฟอร์มลงทะเบียนด้านล่าง: https://forms.cloud.microsoft/pages/responsepage.aspx?id=r0zxUVhVM0S6Txopb2QaoOsXLqzDqjxDoOTm8R0A3sNUMzYxTE9TUkI4V1FLQ0JKWkU0UVg3RFVVOS4u&route=shorturl
เนื่องจากที่นั่งมีจำนวนจำกัด ผู้ได้รับการยืนยันสิทธิ์เข้าร่วมงานจะได้รับอีเมลตอบกลับจากทีมงาน
#เครือข่ายการเงินเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวน

ที่อยู่

2 Sukhumvit Soi 43, Klongton Nua Wattana
Bangkok
10110

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 18:00
อังคาร 10:00 - 18:00
พุธ 10:00 - 18:00
พฤหัสบดี 10:00 - 18:00
ศุกร์ 10:00 - 18:00

เบอร์โทรศัพท์

+662 258 7383

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Sal Forest - ป่าสาละผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Sal Forest - ป่าสาละ:

ทางลัด

แชร์