ดีบูน Dboon ช่วยดูแลกระดูกและข้อ โดย ณัฐปภัสร์ 0633029191

ดีบูน Dboon ช่วยดูแลกระดูกและข้อ โดย ณัฐปภัสร์ 0633029191 ผลิตภัณเพื่อสุขภาพที่ดีของกระดูก ข้อเข่า ขาแขน หลัง ปลอดภัย ลดอาการปวด โดยวิธีการธรรมชาติ

▪️▪️ส า ร ะ ดี ๆ ที่ นี่ มี ใ ห้ ทุ ก ๆ วั น▪️▪ #อย่าเมินเฉยสัญญานเตือนภัย🌐พฤติกรรมต่างๆที่เสี่ยง  #หมอนรองกระดูกทับเส้น...
02/03/2018

▪️▪️ส า ร ะ ดี ๆ ที่ นี่ มี ใ ห้ ทุ ก ๆ วั น▪️▪

#อย่าเมินเฉยสัญญานเตือนภัย

🌐พฤติกรรมต่างๆที่เสี่ยง #หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

เมื่อกระดูกสันหลังได้รับการกระแทกอย่างรุนแรง หรือหมอนรองกระดูกเริ่มเสื่อมสภาพ ของเหลวภายในหมอนรองกระดูกอาจไหลทะลักออกมา แล้วไปกดทับเส้นประสาทรอบๆ จนทำให้เกิดอาการผิดปกติขึ้นได้
1⃣ ก้มๆ เงยๆ บ่อยๆ หรือมากเกินไป
2⃣ ยกของหนักซ้ำๆ ท่าเดิมๆ

3⃣ ผู้ที่มีอาชีพที่ต้องทำงานอยู่ในบริเวณที่มีการสั่น

สะเทือนบ่อยๆ เช่น เขตก่อสร้าง
4⃣ ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก

5⃣ อยู่ท่าใดท่าหนึ่งเป็นเวลานานเกินไป โดยไม่มีการปรับ
เปลี่ยนอิริยาบถ เช่น ผู้ที่ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์นานเกินไป

🔲 สัญญาณของอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท คือ...

● ปวดบริเวณเอว คอ อก หรือหลังช่วงล่าง ปวดปลาบๆ เหมือนไฟฟ้าช็อต ปวดๆ หายๆ มากกว่า 2 สัปดาห์ขึ้นไป

●บางทีปวดข้อเท้าร่วมด้วยถ้าเดินประมาณซัก 45นาทีขึ้นไป
ยืนนานเกินครึ่งชั่วโมงไม่ได้ต้องนั่งพัก และ เดินนานๆจะปวดหลังมาก ต้องนั่งพัก

●นั่งนานๆ จะปวดหลัง บริเวณตรงเหนือก้น ร้าวลงมาที่สะโพกและขา

●เวลาขยับตัวจะมีเสียงกระดูกสันหลังช่วงเอวดังก๊อกแก๊ก แล้วปวดมาที่สะโพก

● บางครั้งอาการปวดอาจร้าว หรือเจ็บแปลบไปถึงต้นขา น่อง หรือเท้าได้
● อาจมีอาการชาในบริเวณที่ปวด

● บริเวณเอว หลังช่วงหลัง หรือคอรู้สึกไร้เรี่ยวแรง ขยับลำบาก

● กล้ามเนื้อบริเวณคอ หลัง เอว อก ต้นขา น่องขา หรือหลังเท้าอ่อนแรง

●ปวดคอบ่าไหล่ ร้าวลงแขนปวดบริเวณสะบัก ก้านคอ
มีอาการคล้ายคอเคล็ดบ่อยๆ

●ปวดหัว

●ชามือ
●เหมือนมีก้อนแข็งๆ อยู่ที่สะบัก
● หากอาการรุนแรง อาจรู้สึกชาไปถึงรอบอวัยวะเพศ รอบก้น และการขับถ่าย หรือปัสสาวะลำบาก

●นั่งนาน เดินนาน ปวดหลัง ปวดสะโพก เมื่อยขา

● ตื่นมาแล้ว...ปวดหลัง...ปวดเอว...ปวดหัว...ไม่สดชื่น

●ปวดคอบ่าไหล่ ร้าวลงแขนปวดบริเวณสะบัก ก้านคอ
มีอาการคล้ายคอเคล็ดบ่อยๆ

●ปวดศรีษะไม่หาย อาการปวดคล้ายปวดไมเกรน ปวดศรีษะมากเวลามีความเครียด

●บางครั้งมีอาการปวดร้าวลงที่ข้อศอก ต้นแขน หรือหัวไหล่

""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
💞 ด้วยความห่วงใยจากใจ
" เรื่องสุขภาพ รู้เร็ว รู้ไว แก้ไขทัน"

***ติดตามข้อมูลกันต่อนะคะ***

ปรึกษาเพิ่มเติมฟรี 💕

รู้ยัง! ไหล่ติด สะบักจม สัญญาณเตือน “โรคกล้ามเนื้อหดเกร็งเคยสังเกตกันไหมว่า ในหนึ่งวัน เรา “สะบัดคอ”  เพราะรู้สึกหนัก เม...
24/09/2017

รู้ยัง! ไหล่ติด สะบักจม สัญญาณเตือน “โรคกล้ามเนื้อหดเกร็ง

เคยสังเกตกันไหมว่า ในหนึ่งวัน เรา “สะบัดคอ” เพราะรู้สึกหนัก เมื่อย เกร็ง กันกี่หน ร้อยทั้งร้อย เชื่อว่าไม่เคยนับ เพราะคิดว่าเป็นอาการเมื่อยล้าจากการทำงาน เป็นเรื่องปกติ แต่รู้ไหมว่า ที่จริงแล้วมันไม่ปกติ อาการปวดคอ บ่า ไหล่ ไหล่ติด ยกแขนลำบาก สะบักจม เป็นสัญญาณเตือนจากร่างกาย หากไม่หาทางแก้ไข ในอนาคตอาจต้องเตรียมรับมือกับโรคไมเกรน กล้ามเนื้อเสื่อม หมอนรองกระดูกเสื่อม โรคหลอดเลือด (อัมพฤกษ์-อัมพาต และโรคหัวใจ)

ลำคอของเรา เป็นอวัยวะที่ต้องแบกรับน้ำหนักของศีรษะไว้ทั้งวันและต้องเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะก้ม เงย เอี้ยว หมุน แม้กระทั่งตอนหลับ นับเป็นหนึ่งในอวัยวะภายนอกที่ต้องทำงานหนักที่สุด และจำเป็นต้องได้รับการดูแล บำรุงรักษา อย่างสม่ำเสมอ แต่คนส่วนใหญ่มักละเลย ไม่ค่อยให้ความสำคัญ และยังทำพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดความเจ็บป่วยกันอยู่เป็นประจำ

โรคกล้ามเนื้อหดเกร็ง ปล่อยนานอันตราย!
โดยปกติแล้วกล้ามเนื้อร่างกายคนเราจะหด และคลายตัวสลับกันเป็นจังหวะ ทำให้หลอดเลือดที่ทอดผ่านในมัดกล้ามเนื้อ สามารถส่งเลือดให้ไหลเวียนไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ได้อย่างราบรื่น แต่ถ้าเรามีพฤติกรรมที่ทำให้กล้ามเนื้อเกิดการหดเกร็งนานเกินไปบ่อยๆ หลอดเลือดถูกบีบรัดนานๆ เป็นประจำ การไหลเวียนของเลือดก็จะติดขัด มีของเสียคั่งค้างอยู่ในกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดการอักเสบ และมีอาการปวดกล้ามเนื้อขึ้น และหากไม่ได้รักษาอย่างถูกต้อง กล้ามเนื้อก็จะเคยชินกับการหดเกร็งอยู่ตลอด ไม่มีการคลายตัว กลายเป็นอาการปวดอย่างเรื้อรัง แพทย์แผนปัจจุบันเรียกว่า Chronic Myofascial Pain Syndrome (MFPS) หรือ “โรคกล้ามเนื้อหดเกร็ง”


กล้ามเนื้อส่วนที่พบปัญหา Chronic Myofascial Pain Syndrome มากที่สุด ได้แก่ กล้ามเนื้อบริเวณ ต้นคอ บ่า และหลังเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากกิจกรรมประจำวันของเราแทบทุกคน มักต้องใช้กล้ามเนื้อส่วนนี้กันตลอดเวลา ทั้งในการทำงาน การออกกำลังกาย การเล่นดนตรี ไปจนถึงการเล่นโทรศัพท์มือถือ อ่านหนังสือ แม้แต่การนั่งอยู่เฉยๆ หรือในขณะหลับ


ในรายที่เป็นไม่มาก อาจจะมีแค่อาการปวดตึงๆ เมื่อยๆ เท่านั้น ซึ่งเมื่อรู้สึกตัว และรีบผ่อนคลาย ยืดเหยียด หรือนวดคลายกล้ามเนื้อสม่ำเสมอ อาการก็ทุเลาหายไปได้ แต่บางรายที่ละเลยต่ออาการ และมักมีพฤติกรรมทำร้ายกล้ามเนื้อซ้ำ เช่น การสะบัดหรือ จับคอบิดแรงๆ เป็นประจำ โดยไม่ยืดเหยียด ผ่อนคลาย อาจมีอาการปวดรุนแรงจนไม่สามารถทำงานหรือนอนหลับอย่างเป็นปกติได้

สาเหตุของอาการปวดคอ ไหล่ติด สะบักจม
มักจะเกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น
นอนหมอนที่ไม่รองรับต่อสรีระบริเวณคอและบ่า เช่น หมอนสูง หรือต่ำ เกินไป
สลัดคอแรงๆ บ่อยๆ โดยเฉพาะเวลาเมื่อยมากๆ ยิ่งเมื่อย ยิ่งสะบัดแรง
ใช้คอและไหล่หนีบโทรศัพท์เป็นนิสัย หรือก้มหน้าเล่นโทรศัพท์เป็นเวลานานๆ
การทำงานที่จำเป็นต้องเกร็งศีรษะ ค่า บ่า ไหล่ ตลอดเวลา เช่น นั่งพิมพ์งาน ยกของหนัก ขับรถ สะพายกระเป๋าที่มีน้ำหนักมากเกินไป โดยไม่มีการเตรียมพร้อม-ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ และพักระหว่างวันเท่าที่ควร
การออกกำลังกายเกินกำลัง หรือออกกำลังกายโดยไม่ยืดเหยียดกล้ามเนื้อให้มีความพร้อมก่อนออกกำลัง และไม่ยืดเหยียดผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลังออกกำลัง
ชอบนั่งหลับ สัปหงก ทำให้เกิดการกระตุก เกร็งกล้ามเนื้อคอบ่อยๆ
อุบัติเหตุที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวรุนแรง เช่น รถชนท้าย คอกระชากไปหน้า-สะบัดไปหลัง

พฤติกรรมต้นเหตุที่สำคัญอีกประการหนึ่ง ซึ่งเรามักทำเป็นนิสัยโดยไม่รู้ตัว คือ “ความเครียด” (บางคนนั่งทำงานขมวดคิ้ว ย่นหน้าผาก เกร็งใบหน้า ทั้งวัน ไม่ยอมผ่อนคลาย จนเกิดริ้วรอยก่อนวัย)
เนื่องจาก ความเครียดเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้กล้ามเนื้อ และหลอดเลือดหดเกร็ง นอกจากจะทำให้เกิดอาการเมื่อยล้า ไม่สดชื่นกระปรี้กระเปร่าแล้ว ความเครียดยังเป็นตัวการสร้างอนุมูลอิสระภายในร่างกาย เป็นบ่อเกิดของโรคแห่งความเสื่อมทั้งหลาย อย่างเช่น โรคความดันโลหิต เบาหวาน หลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจอีกด้วย

เรื่องการป้องกัน เราส่วนใหญ่ทราบกันดีอยู่แล้ว เช่น ไม่นั่งทำงานในท่าเดียวนานเกินไป ขยับร่างกายเปลี่ยนอิริยาบทบ่อยๆ หลีกเลี่ยงปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเครียด ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เป็นต้น แต่ในการดำเนินชีวิตประจำวันนั้น เราอาจไม่สามารถรู้ตัวหรือป้องกันได้ตลอดเวลา บางครั้งกว่าจะรู้ตัวอีกที ก็เกิดอาการขึ้นเสียแล้ว

ในทางการแพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์มักจ่ายยาแก้ปวด คลายกล้ามเนื้อ แก้อักเสบ รวมถึงยาคลายเครียดให้ และในรายที่เป็นมานาน มีอาการมาก แพทย์อาจพิจารณาให้ฉีดสเตียรอยด์หรือยาชาเข้ากล้ามเนื้อเพื่อระงับอาการปวดชั่วคราว ซึ่งต้องฉีดอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ และมักพบว่า เมื่อฉีดไปได้สักระยะ อาการจะไม่ค่อยทุเลาลง หรือกลับเป็นมากขึ้นจนสุดท้ายอาจจบลงที่การผ่าตัด และกลับมาเป็นซ้ำในไม่กี่ปีต่อมา


เนื่องจากพฤติกรรมก่อโรคของเรายังคงดำเนินต่อไป เราได้รับการบรรเทาเพียงแค่อาการปวด แต่เรายังไม่ได้ลงมือรักษาเจ้าของร่างกายที่เจ็บปวดกันอย่างจริงจัง

สัญญาณอันตราย สมอง ตีบ ตัน แตกเส้นเลือดในสมองตีบ คือหนึ่งในโรคหลอดเลือดสมองที่พบมากเป็นอันดับต้นๆ เป็นโรคแฝงที่มักจะไม่ค...
17/08/2017

สัญญาณอันตราย สมอง ตีบ ตัน แตก

เส้นเลือดในสมองตีบ คือหนึ่งในโรคหลอดเลือดสมองที่พบมากเป็นอันดับต้นๆ เป็นโรคแฝงที่มักจะไม่ค่อยแสดงอาการในระยะเริ่มต้น ส่วนใหญ่มักพบในช่วงอายุ 40 ปี และวัยผู้สูงอายุและจากรูปแบบการใช้ชีวิตในปัจจุบันทำให้อุบัติการณ์ของการเกิดโรคเส้นเลือดในสมองตีบนั้นมีผู้ป่วยรายใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้นทุกๆปี

ผลกระทบจากเส้นเลือดในสมองตีบ

เส้นเลือดในสมองนั้นมีเส้นเลือดฝอยเล็กๆ มากมายที่กระจายไปเลี้ยงสมอง โดยจะทำการแลกเปลี่ยนอ็อกซิเจนและกลูโคส หากเส้นเลือดในสมองตีบ อุดตัน หรือเส้นเลือดในสมองแตก จะทำให้สมองในบริเวณนั้นเกิดภาวะสมองขาดเลือด ซึ่งจะส่งผลทำให้สมองสูญเสียการทำงาน และอาจจส่งผลกระทบดังต่อไปนี้
– หากได้รับการรักษา 1 ใน 4 ของผู้ป่วยอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้
– ครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการรักษาจะทำให้พิการถาวร และส่วนใหญ่มักจะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
– ผู้ป่วยที่มีเส้นเลือดในสมองตีบทางด้านซ้ายที่มีอาการอัมพฤกษ์ อัมพาต ของร่างกายทางด้านขวา มีปัญหาในการพูด
มีแนวโน้มของภาวะซึมเศร้าสูง ทำให้หมดกำลังใจในการฟื้นตัว

สาเหตุของเส้นเลือดในสมองตีบ
– เกิดจากการเสื่อมสภาพตามอายุ ที่ผนังหลอดเลือดมีความหนามากขึ้น
– เกิดจากการอุดตันของชั้นไขมันเข้าไปแทรก หรือมีไขมันเกาะที่ผนังหลอดเลือดทำให้หลอดเลือดตีบแคบลง
ทำให้การไหลเวียนของเลือดแรงขึ้น ซึ่งบางครั้งกระแสเลือดอาจพัดพาไขมันที่เกาะอยู่ที่ผนังหลอดเลือดไปอุดตันที่เส้นเลือดส่วนปลาย

ปัจจัยเสี่ยงโรคเส้นเลือดในสมองตีบ
– โรคความดันโลหิตสูง
– โรคเบาหวาน
– โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ
– การสูบบุหรี่
– มีไขมันในเลือดสูง
– พฤติกรรมการรับประทานอาหารรสหวานจัด และไขมันสูง

การผ่าตัดรักษาโรคเส้นเลือดในสมองตีบมี 2 วิธี คือ

1. การใส่บอลลูนเพื่อถ่างขยายหลอดเลือด และป้องกันไม่ให้หลอดเลือดกลับมาตีบซ้ำ
2. การผ่าตัดเพื่อลอกชั้นไขมันที่เกาะตัวหนาอยู่ที่ผนังหลอดเลือดออกมา

นอกจาการรักษาโดยการผ่าตัดแล้ชวจะต้องมีการรักษาร่วมกับวิธีอื่นด้วยได้แก่

1. การให้ยาต้านเกล็ดเลือด
2. การรักษาโรคประจำตัวพื้นฐานที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะเส้นเลือดในสมองตีบ
3. การทำกายภาพบำบัด เพื่อเป็นการฟื้นฟูเนื้อสมองที่เกิดความเสียหายรวมถึงการทำงานของระบบประสาทและยังเป็นการสภาพร่างกายในกรณีที่เป็นอัมพาต

การป้องกันเส้นเลือดในสมองตีบ

เนื่องจากโรคเส้นเลือดในสมองตีบนั้นมักจะไม่แสดงอาการหรือส่งสัญญาณ ดังนั้นการป้องกันที่ดีที่สุดคือการตรวจ

สุขภาพประจำปี เพื่อตรวจหาโรคที่มีความเสี่ยงที่จะนำไปสู่ภาวะเส้นเลือดในสมองตีบมากน้อยเพียงใด และปฏิบัติ

ตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อป้องกัน และหลีกเลี่ยงโรคเส้นเลือดในสมองตีบ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยง ได้แก่

ผู้สูงอายุ คนอ้วน โดยเฉพาะภาวะอ้วนลงพุง ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคความดัน โรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอด

เลือดหัวใจ เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง เป็นต้น

นอกจากนี้การป้องกันโรคหลอดเลือดในสมองตีบยังรวมถึงการปฏิบัติดังต่อไปนี้

– การปรับอารมณ์ให้อารมณ์ดีอยู่เสมอ ไม่เครียดจนเกินไป
– เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ไขมันต่ำ โดยเฉพาะไขมันสัตว์ที่ควรหลีกเลี่ยง
– การออกกำลังกายเป็นประจำ และพักผ่อนให้เพียงพอ
– การดูแลรักษา และควบคุมโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ให้อยู่ในภาวะ

ปกติ ก็จะสามารถช่วยลดความเสี่ยงของเส้นเลือดในสมองตีบได้เป็นอย่างมาก

อาการโรคเส้นเลือดในสมองตีบ
– มีอาการปวดหัว มึนหัว
– มุมปากเบี้ยวด้านในด้านหนึ่ง (สมองจะควบคุมการทำงานของฝั่งตรงข้าม เช่น เส้นเลือดในสมองตีบด้านซ้ายจะส่งผลกระทบต่อร่างกายฝั่งขวา)
– มีปัญหาในการพูด เช่น พูดไม่ชัด พูดลำบาก พูดช้า พูดไม่ออก
– มีภาวะสมองเสื่อม
– ตาพร่ามัวร่วมกับอาการเดินเซ
– ตามองไม่เห็นชั่วขณะ
– อาการอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือมีอาการอ่อนแรง
– อาการชาครึ่งซีก
– ฟังไม่รู้เรื่อง
– หากเส้นเลือดในสมองตีบทางด้านซ้าย จะทำให้มีปัญหาในการพูด หรือพูดไม่ได้เลย เนื่องจากสมองด้านซ้ายจะมีศูนย์การพูดซึ่งเป็นพื้นที่เฉพาะของสมอง ทำหน้าที่ควบคุมการพูดอยู่ทางด้านซ้ายของสมองเหนือขมับขึ้นมาเล็กน้อย

Cr:คนรักและดูแลสุขภาพ

นานาสาระ...มะเร็งใจเสาะคุณกฤติยา แอ๊ด ธนาเศรษฐ์สกุล แบ่งปันประสบการณ์จริงที่เป็นประโยชน์มาให้มะเร็งเหมือนปลวก มันกินดุมา...
15/07/2017

นานาสาระ...มะเร็งใจเสาะ

คุณกฤติยา แอ๊ด ธนาเศรษฐ์สกุล แบ่งปันประสบการณ์จริงที่เป็นประโยชน์มาให้

มะเร็งเหมือนปลวก มันกินดุมากแต่ใจมันเสาะ

เขาป่วยเป็นมะเร็งที่ไต ฉี่เป็นเลือดตลอด 4 - 5 เดือน ผ่าตัดไตข้างซ้ายออกไปเหลือข้างเดียว ส่วนใหญ่บอกว่ามะเร็งชอบโปรตีนจาก เนื้อวัว หมู เห็นว่า ตัวเราอ้วนไขมันเยอะ ถ้างดแล้วมันก็ยังมีอยู่ทั้งตัวเลยไม่เชื่อ ออกจาก รพ. ยังกินข้าวขาหมู กะเพราไก่ อยู่ได้ 2 เดือน ฉี่เป็นเลือดอีก ไปตรวจมันลามไปกะเพาะปัสสาวะ เนื้อร้าย ใหญ่ 2.5 ซม. ผ่าตัดเอาก้อนเนื้อออกอีก หลังจากนั้นเขาไม่กิน เนื้อสัตว์ หมู วัว ไก่ เลย ทานแต่ผักผลไม้

3 เดือน ไปตรวจ ไม่พบเชื้อมะเร็ง หลังจากนั้นก็ตรวจมาตลอด ปกติดี

สรุป อวัยวะในร่างกายเจริญเติบโตได้เพราะเลือดไปเลี้ยง ถ้าเราไม่กิน เนื้อวัว หมู ไก่ ในเลือดก็ไม่มีโปรตีนไปให้เซลล์มะเร็งกิน

เปรียบเหมือนกาฝาก ถ้าเราตัดท่อน้ำเลี้ยง ตรงที่กาฝากขึ้น กาฝากอยู่ไม่ได้ ผมทานผักทุกอย่างที่กินกันอยู่ปกติทุกวัน ผักบุ้ง คะน้า กะหล่ำ ผักกาด มะเขือ เห็ดต้ม กล้วย แอปเปิล มะละกอ ฝรั่ง นม ถั่วเหลือง

มะเร็งเป็นสาเหตุการตายอันดับ1 ในไทย มา 5 ปี ติดต่อกัน นับวันมีแต่ มากขึ้น เฉลี่ย 8 : 1 อย่าล้อเล่นมีสิทธิเป็นได้เหมือนปลวก คือ ส่วนไหนที่มันกินแล้ว ก็เสียไปไม่สามารถฟื้นฟูได้ต้องตัดทิ้ง เหมือนเนื้อไม้ที่ถูกปลวกกินไปแล้วก็เสียไป

กินดุ คือ ลุกลาม เร็วมาก

ใจเสาะ คือ ไม่ให้อาหาร มันฝ่อตายไปเองภายในไม่กี่เดือน

เกร็ดความรู้เบื้องต้น อ่านด้วยนะคะ ดีมากๆคะ รบกวนแชร์...ด้วยนะคะ การปวดหัว ปวดบ่า ปวดคอ คอเสื่อม ปวดร้าวขึ้นศรีษะเหมือนเ...
02/07/2017

เกร็ดความรู้เบื้องต้น อ่านด้วยนะคะ ดีมากๆคะ รบกวนแชร์...ด้วยนะคะ การปวดหัว ปวดบ่า ปวดคอ คอเสื่อม ปวดร้าวขึ้นศรีษะเหมือนเป็นปวดไมเกรน

• ปวดคอ หนักๆ บนบ่าตลอดเวลา บ้างก็บ่นว่าเหมือนมีอะไรนั่งบนบ่า บ้างก็เหมือนมีอะไรขี่คออยู่ นี่เป็นคำบ่นจากเคสที่มีอาการปวดบ่า ปวดคอนะคะ จริงๆ แล้วอาการที่รู้สึกเช่นนี้มาจากกล้ามเนื้อบ่า ซึ่งมีจุดเกาะที่กระดูกคอ โยงลงมาที่บ่านั้น เกร็งตัวค้างอยู่ตลอดเวลา (muscle holding เป็นอาการที่เกร็งค้างไม่มีการคลายตัวออก เคสจึงรู้สึกหนักตลอดเวลา)

# # ยินดีให้คำแนะนำ ปรึกษา ฟรี..!! โทรเลย!!
💢สนใจติดต่อคุณณัฐปภัสร์
📲โทร 06-3302-9191
💢คลิกลิ้งค์ Line@ เพิ่มเพื่อน เพื่อติดตามข่าวสาร
https://line.me/R/ti/p/%40nutpapathshop

• ปวดก้านคอร้าวไปที่กระบอกตา เหมือนตาจะปิดตลอดเวลา บางครั้งตาพล่ามัว มองไม่ชัด ลืมตาไม่ขึ้น และบางครั้งก็มีหูอื้อด้วย อาการปวดร้าวเข้ากระบอกตานี้พบบ่อยมากค่ะ ปวดก้านคอพร้อมปวดกระบอกตา เนื่องจากเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงในกระบอกตาผ่านเยื่อหุ้มกล้ามเนื้อ ซึ่งเชื่อมกับกล้ามเนื้อบริเวณก้านคอ

และที่สำคัญอาการนี้เป็นอาการปวดร้าวจากความตึงหรือเกร็งตัวมากกว่าปกติของกล้ามเนื้อใต้ฐานกระโหลก (refer pain of suboccipital muscle) กล้ามเนื้อมัดนี้จะเกร็งตัวตลอดเวลาที่เรานั่งทำงานก็ว่าได้ค่ะ เพราะเวลาเรานั่งจ้องจอคอมฯ หรือเพ่งกับงานอะไรบางอย่างบนโต๊ะ คอจะก้มไปด้านหน้า คางจะยื่น นี่เป็นท่าที่กล้ามเนื้อมัดนี้ เกร็งค้างอยู่ตลอดเวลาเลยค่ะ

• ปวดก้านคอร้าวขึ้นขมับ ขึ้นกระโหลกศีรษะ หนักหัว ตึงไปทั้งหัวเหมือนเป็นไมเกรน อาการนี้เป็นปัญหากับหลายๆ เคสค่ะ บางเคสเข้าใจว่าตัวเองเป็นไมเกรนมากว่า 3-4 ปี แต่ก็พึ่งมาพบสาเหตุที่ชัดเจนกับอาการของตัวเองที่เป็นค่ะ อาการปวดร้าวขึ้นขมับหรือปวดร้าวขึ้นศีรษะนี้ เป็นอาการหนึ่งที่เกิดจากการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อของคอ แล้วไปกดหรือบีบรัดการไหลเวียนของเส้นประสาท (Greater occipital nerve) จึงรู้สึกร้าวขึ้นที่ศีรษะ บางเคสปวดขมับเหมือนเป็นไมเกรน การแยกอาการนี้ออกจากไมเกรนไม่ยากเลยค่ะ

• ตื่นมาเหมือนคนคอตกหมอนบ่อยๆ รู้สึกขัดที่ก้านคอ พาลให้ปวดหัวตอนเช้าๆ หันคอ เอี้ยวคอไม่สุด ปวดเมื่อเคลื่อนไหว แต่พอสายๆ หรือทำโน่นทำนี่อาการขัดๆ ก็บรรเทาลง เคสที่มีอาการเหมือนข้อนี้ มักเสียเงินไปกับการเปลี่ยนที่นอนหรือเปลี่ยนหมอนบ่อยมากค่ะ บางเคสบอกผู้เขียนว่าเขามีหมอนเป็นสิบใบสลับกันนอนอยู่ แต่ก็ไม่หายนะคะ

# # ยินดีให้คำแนะนำ ปรึกษา ฟรี..!! โทรเลย!!
💢สนใจติดต่อคุณณัฐปภัสร์
📲โทร 06-3302-9191
💢คลิกลิ้งค์ Line@ เพิ่มเพื่อน เพื่อติดตามข่าวสาร
https://line.me/R/ti/p/%40nutpapathshop

อาการไหล่ยึดติด  อ่านดูคนะกดแชร์... ได้เลยนะคะไหล่ติด (Frozen Shoulder/Adhesive Capsulitis) เป็นภาวะของข้อต่อบริเวณไหล่ต...
02/07/2017

อาการไหล่ยึดติด อ่านดูคนะกดแชร์... ได้เลยนะคะ

ไหล่ติด (Frozen Shoulder/Adhesive Capsulitis) เป็นภาวะของข้อต่อบริเวณไหล่ติดขัด มีอาการเจ็บหรือปวดขณะเคลื่อนไหว ขยับเขยื้อนหัวไหล่ได้ลำบาก โดยพบได้ประมาณ 2-3% ในช่วงอายุ 40-60 ปี และเกิดกับผู้หญิงได้มากกว่าผู้ชาย
อาการไหล่ติด

ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บหรือปวดในลักษณะตื้อ ๆ ปวดตุบ ๆ ติดต่อสอบถามขอคำปรึกษาเเนะนำฟรี....
โทรเลย📲06-3302-9191
คุณณัฐปภัสร์
ติดตามข้อมูลคลิ๊ก
https://line.me/R/ti/p/%40nutpapathshop

บริเวณด้านนอกของหัวไหล่และต้นแขนในบางราย โดยจะปวดมากในช่วงแรกและเมื่อมีการขยับแขน มีอาการข้อติด ทำให้เคลื่อนไหวหัวไหล่ได้ลำบากทั้งการขยับด้วยตนเองหรือมีคนช่วย โดยสามารถแบ่งอาการออกเป็น 3 ระยะ

ระยะที่ 1 (Freezing) ผู้ป่วยมีอาการเจ็บหรือปวดขึ้นอย่างช้า ๆ โดยเป็นมากในเวลากลางคืนและเวลาล้มตัวนอน จากนั้นจะเริ่มปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ จนไม่อยากขยับบริเวณหัวไหล่ ระยะนี้จะคงอยู่ประมาณ 2-9 เดือน
ระยะที่ 2 (Frozen) อาการปวดค่อย ๆ ลดลง แต่การเคลื่อนไหวของหัวไหล่ทำได้ลำบากมากขึ้นในทุกทิศทาง มีอาการข้อยึดตามมา และกล้ามเนื้อรอบหัวไหล่เสื่อมลง เพราะไม่ได้ถูกใช้งาน ซึ่งระยะนี้อาจคงอยู่ประมาณ 4-12 เดือน และส่งผลให้ใช้ชีวิตประจำวันได้ลำบากขึ้น
ระยะที่ 3 (Thawing) เป็นระยะฟื้นตัว อาการปวดและข้อยึดค่อย ๆ หายไป และกลับสู่ภาวะเป็นปกติ บางรายอาจเกือบหายสนิทดี โดยระยะนี้อาจมีอาการอยู่ประมาณ 1-3 ปี

สาเหตุ
อายุและเพศ อาการไหล่ติดมักพบได้บ่อยในผู้มีอายุระหว่าง 40-60 ปี โดยจะเกิดกับเพศหญิงมากกว่าเพศชาย
เคยผ่าตัดหรือได้รับบาดเจ็บบริเวณหัวไหล่ อาการไหล่ติดบางครั้งอาจเกิดขึ้นหลังจากการบาดเจ็บหรือหักของแขน หัวไหล่ รวมถึงเคยเข้ารับการผ่าตัดบริเวณหัวไหล่ จึงทำให้บริเวณนั้นไม่ถูกใช้งานในขณะพักฟื้น
โรคเบาหวาน ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานมีแนวโน้มเกิดอาการไหล่ติดมากขึ้นเป็น 2 เท่ากว่าคนปกติ อาการอาจรุนแรงและรักษาได้ยาก หรืออาจพัฒนาอาการขึ้นกับไหล่ทั้ง 2 ข้าง
ปัญหาด้านสุขภาพอื่น ๆ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดในสมอง โรคปอด โรคทางต่อมไทรอยด์อย่างภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน (Hyperthyroidism) หรือภาวะขาดไทรอยด์ฮอร์โมน (Hypothyroidism) มะเร็งเต้านม การหดรั้งของแผ่นเอ็นฝ่ามือ (Dupuytren's Contracture)
ปัญหาเกี่ยวกับไหล่ เช่น หินปูนเกาะกระดูกไหล่ (Calcific Tendonitis) เส้นเอ็นไหล่ฉีกขาด (Rotator Cuff Tear)
อยู่ในภาวะที่เคลื่อนไหวไม่ได้ (Immobility) ผู้ที่ไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวบริเวณไหล่เป็นเวลานานจะยิ่งมีความเสี่ยงกว่าคนปกติมากขึ้น ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นบ่อยในขณะพักฟื้นร่างกาย หลังการผ่าตัด หรือแขนหัก

***อย่าพลาด ติดตามช่วงต่อไปนะคะคุณจะได้รับประโยชน์มาก***
ศูนย์ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน ข้อมูล ข่าวสาร ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคนนะคะ

ค้นพบวิธีธรรมชาติ บำบัด ดูแล ที่ต้นเหตุปัญหาของ ข้อเข่าเสื่อม กระดูกทับเส้นประสาท

ขอขอบคุณทุกท่านที่เลือก......
ศูนย์ดูเเลกระดูก ข้อเข่า ข้อเข่าอักเสบ กระดูกทับเส้น ...ให้เป็นการแพทย์ทางเลือก...
ที่นี่เราใช้สารอาหารในการฟื้นฟูบำบัดรักษา........
เราไม่ใช้การผ่าตัดคะ.....
ติดต่อสอบถามขอคำปรึกษาเเนะนำฟรี....
โทรเลย📲06-3302-9191
คุณณัฐปภัสร์
ติดตามข้อมูลคลิ๊ก
https://line.me/R/ti/p/%40nutpapathshop

Cr: ขอบคุณเจ้าของบทความ

ดี บู น   ช่วยเรื่องข้อคุณอย่างไร???1. ดีบูนช่วยอะไรบ้าง? #ตอบ. ช่วยบำรุงไขข้อ จุดข้อต่างๆของร่างกายรวมถึงผู้ป่วยที่ เปน...
29/06/2017

ดี บู น ช่วยเรื่องข้อคุณอย่างไร???

1. ดีบูนช่วยอะไรบ้าง?
#ตอบ. ช่วยบำรุงไขข้อ จุดข้อต่างๆของร่างกายรวมถึงผู้ป่วยที่ เปนโรครูมาตอยต์ พากินสัน เก๊าท์ ส่วนวัยกำลังโตสามารถเพิ่มความสูงได้เป็นอย่างดี และการทาน ดีบูน เป็นประจำทำให้ไขกระดูกมีความแข็งแรงทำให้การผลิตเลือดมีประสิทธิภาพสูง

2. คนเป็นภูมิแพ้ทานได้ไหม?
#ตอบ. ทาน ได้ไม่มีผลข้างเคียงใด?

3. เด็กทานเพิ่มความสุงได้หรือเปล่า?
#ตอบ. ได้ดีมาก เพราะ ดี บูน มีส่วนผสมที่สกัดจากธรรมชาติ ซึ่งผ่านการวิเคราะห์วิจัยให้ได้สารอาหารที่ลงตัวทำให้มีผล ผลดีทั้งวัยกำลังเติบโต

4. ที่ไม่ควรทานมีโรคอะไรบ้าง?
#ตอบ. นิ่วในระบบทางเดินปัสวะ นิ่วในไต ผู้ที่มีภาวะแคลเซียมสูง
5. เคยกระดูกหักทานได้หรือเปล่า?
ตอบ. ทานได้ ยิ่งดีมากๆ ด้วย เพราะจะช่วยในประสานบริเวนที่หักให้หายได้เร็วยิ่งขึ้น

6. ทานนานแค่ไหนถึงจะดีขึ้น?
#ตอบ. ขึ้นอยู่แต่ละบุคคลเพราะระบบดูดซึมของแต่ท่านไม่เหมือนกัน ทั้งนี้ขึ้นยุ่กับอาการและประพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้ทาน

7. ทานเป็นประจำได้หรือเปล่า มีผลข้างเคียงหรือไม่?
#ตอบ. สำหรับผู้ที่ทานเพื่อบำรุงแนะนำให้ทานติดต่อกัน 3 เดือน หยุดพักสัก 1 เดือน/ สำหรับผู้ป่วย ให้ทานเป็นประจำจนกว่าอาการดีขึ้น หรือหายเป็นปกติ แล้วจึงทานติดต่อกัน 3 เดือน หยุดพัก 1 เดือน

8. ใครบ้างที่ใครบ้างที่ควรทาน?
#ตอบ. ทานได้ททุกทุกวัย ยกเว้นผู้ป่วยโรคนิ่วในระบบทางเดินปัสาวะนิ่วในไต ผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นดรคหัวใจ

9. ปวดหลัง ปวดไหล่ ทานได้หรือไม่ทานแล้วจะดีขึ้นหรือเปล่า?
#ตอบ. ทานได้เลย ทั้งนี้อาการป่วยหลังควรเช็คให้ดีก่อนค่ะว่าเป็นจากสาเหตุอะไร ถ้าเกี่ยวกับไตไม่ควรทาน การทานให้ได้ผลดีควรทานควบคู่กับ Snowy powder

10. ปวดตามข้อ บวมตามข้อ ทานแล้วหายหรือเปล่า?
#ตอบ. ดีขึ้นค่ะ แต่ควรทานคู่กับ Snowy powder เพราะมีสาร แอสต้าแซนทีน ที่มีความเข้มข้นสูง ช่วยอาการอักแสบได้เป็นอย่างดี

11. ดี บุน แตกต่างแคลเซียมที่ขายตามท้องตลาดทั่วไปอย่างไร?
#ตอบ. ดี บูน ไม่ได้มีแคลเซียม แต่มีส่วนผสมอื่นเข้ามาด้วยซึ่งเป็นสารอาหารที่ล้วนแล้วแต่ต่อการ สร้างกระดูก ไขข้อ เส้นเอ็น รวมถึงมีวิตามิน ดี ที่ช่วยให้กระบวนการดูดซึมแคลเซียมมีประสิทธิภาพดีเยี่ยม

12. เป็นโรครูมาตอยต์ พากินสัน เก๊าท์ ทานแล้วดีขึ้นหรือเปล่า?
#ตอบ. ดีขึ้นค่ะ แต่เพื่อมีประสิทธิภาพควรทานร่วมกับ Alertide หรือ ดี กลู แคล

13. ทานยาหมอ แล้วดีบูนได้หรือเปล่า?
#ตอบ. ได้ แต่ควรเว้นระยะการทาน 30-60 นาที จากยาหมอ การทาน ดี บูน ให้ได้ผลดีควรทานช่วงหลังอาหารเช้า
---------------------------------

ให้คำแนะนำ/ปรึกษาฟรี

ปัญหา : กระดูกเสื่อม หมอนรองกระดูกทับเส้นล
💢ข้อเข่าเสื่อม เก๊าต์ รูมาตอย ปวดตามข้อ
-------------⬇ ⬇ ⬇---------------
⛑เริ่มต้นดูแล~ฟื้นฟู ตั้งแต่วันนี้!!
📛ก่อนจะสายเกินแก้ไข!!
====================
➡สอบถามข้อมูล #ปรึกษาฟรี
Tel.08-6061-9845
06-3302-9191
(คุณณัฐปภัสร์)

https://line.me/R/ti/p/%40nutpapathshop

ปัญหาท้องผูก ผูกได้ก็แก้ได้ผู้สูงอายุ เมื่อมีอายุมากขึ้น ย่อมมีปัญหาทางร่างกายต่างๆ ตามมา รวมถึงระบบขับถ่ายด้วย เพราะทำง...
28/06/2017

ปัญหาท้องผูก ผูกได้ก็แก้ได้

ผู้สูงอายุ เมื่อมีอายุมากขึ้น ย่อมมีปัญหาทางร่างกายต่างๆ ตามมา รวมถึงระบบขับถ่ายด้วย เพราะทำงานได้ลดลง ตามร่างกายที่เสื่อมสภาพไป อาการท้องผูก นอกจากส่งผลต่อร่างกายของผู้สูงอายุแล้ว ยังส่งผลต่อจิตใจ ทำให้รู้สึกไม่แจ่มใส ร่าเริง และรู้สึกท้องอืดท้องเฟ้ออยู่ตลอดเวลา

การดูแลตนเองเมื่อท้องผูก
เรื่องท้องผูก แม้ไม่อาจป้องกันได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากมีปัจจัยด้านอายุเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แต่การดูแลตนเองอย่างดี ก็ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดอาการท้องผูกได้เป็นอย่างดี

การดูแลตนเองที่ช่วยป้องกันอาการท้องผูก มีดังนี้
- ทานอาหารที่มีใยอาหารสูงในทุกมื้อ พยายามเคียวอาหารอย่างช้าๆ และดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว ยกเว้นในผู้สูงอายุที่มีโรคที่ต้องจำกัดน้ำ
- พยายามเคลื่อนไหวร่างกายเสมอ ไม่นั่งหรือนอนเป็นเวลานานๆ ควรหมั่นลุกเดิน หรือทำกิจกรรมต่างๆ ให้ร่างกายได้เคลื่อนไหว และอย่าลืมออกกำลังกาย
- มีสุขภาพจิตที่ดี ไม่เครียด ไม่กังวล และไม่ยึดติดกับสิ่งใดมาก
- ฝึกขับถ่ายอย่างเป็นเวลา และให้เวลาในการขับถ่ายอย่างเต็มที่
- ไม่กลั้นอุจจาระจนเป็นนิสัย เมื่อรู้สึกปวด ควรรีบไปเข้าห้องน้ำทันที
- หากมีอาการท้องผูก ควรปรึกษาแพทย์ ไม่ควรซื้อยาทานเอง หรือขอคำปรึกษาจากเภสัชกรก่อนซื้อยาเสมอ

ผู้ที่มีอาการต่อไปนี้ ควรพบแพทย์
- หากดูแลตนเองเป็นอย่างดีแล้วยังท้องผูก
- ท้องผูกโดยไม่เคยมีอาการมาก่อน
- ท้องผูกนานเกินกว่า 1 สัปดาห์
- มีอาการท้องผูกสลับกับท้องเสียโดยไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งอาจเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้
- อุจจาระเล็กแบนเหมือนริบบิ้น อาจมีลำไส้ใหญ่ตีบ จากการที่มีก้อนเนื้อในลำไส้ใหญ่
- มีเลือดออกหลังอุจจาระบ่อย อาจเป็นริดสีดวงทวาร ก้อนเนื้อในลำไส้ใหญ่ หรือมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้
- เมื่อถ่ายมีอาการปวดเบ่งมาก หรือปวดท้องมาก รวมทั้งคลื่นไส้อาเจียน อาจเป็นลำไส้อุดตันได้

การขับถ่าย เป็นเรื่องสำคัญ สามารถบ่งบอกได้ว่าคุณอาจเป็นโรคใดอยู่ หรือหากผิดปกติ ก็อาจก่อให้เกิดโรคต่างๆ ขึ้นได้มากมาย คุณจึงควรดูแลอาหารการกิน และดูแลการขับถ่ายในประจำวันให้เป็นปกติ ก็จะช่วยได้

ปวดไหล่ !!ใคร ? ที่ทรมานกับการปวดร้าวตั้งแต่ต้นคอไล่ถึงหัวไหล่       รู้ทั้งรู้ว่าอาจเป็นโรคหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นป...
28/06/2017

ปวดไหล่ !!
ใคร ? ที่ทรมานกับการปวดร้าวตั้งแต่ต้นคอไล่ถึงหัวไหล่
รู้ทั้งรู้ว่าอาจเป็นโรคหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทแต่ก็กลัวที่จะผ่าตัด

โรคกระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อม (Cervical spondylosis)

อาการของโรคกระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อม

อาการที่คอ: ปวดคอ บ่า หรือไหล่เรื้อรัง ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดร้าวไปจนถึงบริเวณท้ายทอยได้ อาการปวดนี้อาจบรรเทาได้ด้วยการนวดหรือฝังเข็ม แต่ก็มีการกลับมาเป็นซ้ำเรื่อยๆ ไม่หายขาด

อาการที่แขน: อาการแสดงที่แขนมีได้ 3 แบบ คือ อาการปวด ชา หรือการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ อาการแสดงที่แขนนี้เกิดจากการที่เส้นประสาทสันหลังส่วนคอถูกรบกวน ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดหรือชาลงมาตามบริเวณแขน ข้อศอก หรือนิ้วมือได้ การอ่อนแรงของกล้ามเนื้อก็มีลักษณะคล้ายอาการปวดและชา คือจะมีการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อมัดที่เลี้ยงด้วยเส้นประสาทเส้นที่ถูกกดทับนั้น บางรายมาพบแพทย์เพราะไม่สามารถใช้มือทำงานละเอียดอ่อนได้เหมือนเดิม เช่น การเซ็นชื่อเขียนหนังสือ การเล่นดนตรี หรือการติดกระดุม เป็นต้น

》สาเหตุของโรคกระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อม
- การก้ม แหงนหรือสะบัดคอบ่อยๆ เป็นนิสัย
- นั่งทำงานด้วยอิริยาบถที่ไม่ถูกต้องนานๆ
- อุบัติเหตุและการบาดเจ็บต่อกระดูกสันหลัง

》การรักษาโรคกระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อม
- กายภาพบำบัด
- การฉีดยาสเตียรอยด์เข้าโพรงประสาท
- การผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลังส่วนคอ
- การผ่าตัดเปลี่ยนหมอนรองกระดูกเทียมบริเวณคอ
- การผ่าตัดกระดูกส่วนที่กดทับเส้นประสาท

มีอีก 1 วิธี ช่วยดูแลหมอนรองกระดูกได้อย่างดี
😗สอบถามข้อมูลทางไลน์ คลิ๊กที่ลิ้งนี้ค่ะ
》ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญฟรี!
📲08-6061-9845
📲06-3302-9191
คุณณัฐปภัสร์

โรคกระดูกและข้อ ในผู้สูงอายุโรคกระดูกและข้อที่มักพบในผู้สูงอายุ คือ โรคข้อเสื่อม โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคเกาต์ และโรคกร...
27/06/2017

โรคกระดูกและข้อ ในผู้สูงอายุ

โรคกระดูกและข้อที่มักพบในผู้สูงอายุ คือ โรคข้อเสื่อม โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคเกาต์ และโรคกระดูกพรุนซึ่งโรคข้อเหล่านี้ส่งผลต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุเป็นอย่างมาก

โรคข้อเสื่อม
เกิดจากการเสื่อมสมรรถภาพของกระดูกผิวข้อ ซึ่งมักเกิดขึ้นตามธรรมชาติ อาการของโรคคือปวดข้อ เคลื่อนไหวได้น้อยลง และข้อมีความแข็งแรงลดลงจากการสึกกร่อนของข้อและอวัยวะรอบข้อ ทำให้ข้อผิดรูปร่าง

ปัจจัยเสี่ยงเกิดจากความอ้วน อายุที่มากขึ้น กระดูกพรุน ข้อผิดรูปมาแต่กำเนิด การบาดเจ็บรุนแรงของข้อ อาชีพที่มีความเสี่ยง กรรมพันธุ์ โรคข้ออักเสบต่างๆ โรคเบาหวานเรื้อรัง การดื่มสุราเรื้อรัง และการกินยาสเตียรอยด์ซึ่งสามารถรักษาได้โดยการออกกำลังกาย และลดน้ำหนัก

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
เกิดจากปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันจากการติดเชื้อในอดีต พันธุกรรม และฮอร์โมนเพศหญิงในบางราย อาการของโรคคือ ข้อฝืดในตอนเช้า มีข้ออักเสบ อักเสบที่ข้อนิ้วมือ หรือข้อเดียวกันทั้งสองข้าง มีปุ่มก้อนเนื้อที่ผิวหนัง เป็นต้น

การรักษาต้องใช้ยาแก้ปวด แก้อักเสบ และยาควบคุมโรค อาจต้องใช้อุปกรณ์พยุงข้อหากข้อผิดรูป หรืออาจต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อ

โรคเกาต์
เกิดจากการตกผลึกของกรดยูริกในข้อต่างๆ ของร่างกาย ส่วนใหญ่พบในผู้ชายที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป และอาจเกิดในผู้ที่ได้รับสารอาหารโปรตีนมากเกินไป

การรักษา จะให้ยาแก้อักเสบในระยะเฉียบพลัน หากมีกรดยูริกสูงมาก เมื่อให้ยาจนอาการทุเลาแล้ว จึงให้ยาลดกรดยูริก และให้งดเว้นการทานอาหารที่มีกรดยูริกสูง เช่น เครื่องในสัตว์ หน่อไม้ แตงกวา กุ้ง หอย ปลาหมึก ปลาอินทรี ปลาดุก ปลาซาร์ดีนกระป๋อง ยอดผัก ผักโขม เนื้อวัว ไก่ หมู ถั่วต่างๆ เป็นต้น

โรคกระดูกพรุน
โรคกระดูกพรุน คือโรคที่กระดูกมีเนื้อกระดูกลดลง ทำให้กระดูกเปราะและหักง่าย เกิดจากกรรมพันธุ์ ขาดแคลเซียม ขาดการออกกำลังกาย ฮอร์โมนเพศลดลง ใช้ยาสเตียรอยด์มากเกินไป และอายุที่เพิ่มมากขึ้น

การรักษา ควรทานแคลเซียมให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เช่น นมถั่วเหลือง เต้าหู้ ผักใบเขียว งาดำ เป็นต้น ได้รับแสงแดดอ่อนๆ อย่างน้อยวันละ 15 นาที ออกกำลังกายเสมอ และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ ดื่มกาแฟ การใช้ยาสเตียรอยด์ และควบคุมน้ำหนักตัว

โรคกระดูกและข้อ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต และสร้างความเจ็บปวดทรมาน ดังนั้น ควรดูแลตนเองเสียแต่เนิ่นๆ ก็จะช่วยป้องกันโรคกระดูกและข้อเหล่านี้ได้

ปรึกษาฟรี..โทรคุณณัฐปภัสร์
08-6061-9845
06-3302-9191

ความรู้ที่ดีค่ะกระดูกคอเสื่อม (cervical spondylosis )สาเหตุ ของโรคกระดูกคอเสื่อม #แชร์เป็นวิทยาทานเ รี ย น รู้ วิ ธี บำ ...
26/06/2017

ความรู้ที่ดีค่ะ

กระดูกคอเสื่อม (cervical spondylosis )

สาเหตุ ของโรคกระดูกคอเสื่อม

#แชร์เป็นวิทยาทาน
เ รี ย น รู้ วิ ธี บำ บั ด ตั ว เ อ ง ฟ รี ! ! ...
ผ่านไลน์ไอดีpk1188

อย่าลืมแชร์และชวนเพื่อนเรียนรู้พร้อมกัน

ปรึกษาฟรี คุณณัฐปภัสร์
08-6061-9845
06-3302-9191

ติดตามข้อมูล ➡️Line@link
https://line.me/R/ti/p/%40nutpapathshop

- อายุมากกว่า 40 ปี
- ช้งานศีรษะในท่าก้ม เงย หรือหมุนคอบ่อยๆ
- อยู่ในอิริยาบทที่ไม่เหมาะสมเป้นเวลานานๆ เช่น ทำงานที่ต้องเงยหน้าต้างไว้นานๆเป้นประจำ
- เกิดอุบัติเหตุ เกิดการกระแทกที่กระดูกสันหลังโดยตรง
- การเล่นกีฬาที่มีการกระแทก การปะทะกันบ่อยๆ เช่น อเมริกันฟุตบอล หรือการเล่นโยคะในท่าหัวโหม่งพื้นนานๆ

อาการ ของโรคกระดูกคอเสื่อม

- โดยส่วนใหญ่แล้วมักไม่มีอาการปวดใดๆที่บ่งชี้ได้ว่าเป็นกระดูกคอเสื่อม แต่จะมีอาการเมื่อยคอ เป็นๆหายๆมากกว่า
- ปวดคอเรื้อรัง ทานยาก็หายปวด เมื่อหมดฤทธิ์ยาก็กลับมาปวดใหม่ซํ้าแล้วซํ้าเล่า
- เมื่อเงยหน้าค้างไว้นานๆจะทำให้เกิดอาการปวดเพิ่มมากขึ้น บางรายมีอาการปวดร้าวลงสะบัก หรือมีอาการชาร้าวลงแขนร่วมด้วย
- รู้สึกแขนอ่อนแรง เมื่อเทียบกับข้างปกติ กำมือได้ไม่สุด ยกของหนักไม่ได้ เมื่อยกแล้วรู้สึกปวดตึงคอเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากกระดูกงอกทับเส้นประสาท ทำให้การส่งสัญญาณประสาทไปยังกล้ามเนื้อมัดนั้นๆทำได้ไม่เต็มที่ และหากยังปล่อยทิ้งไว้จะพบว่าแขนข้างนั้นฟ่อลีบจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกเลยละครับ (แต่ส่วนใหญ่ผู้ป่วยก็ไม่ยอมให้ถึงขั้นฟ่อลีบหรอกครับ)
- ในรายที่กระดูกงอกทับเส้นประสาทนั้น จะทำงานที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนได้ไม่ดีดังเดิม เช่น การเขียนหนังสือ การเย็บผ้า การติดกระดุมเสื้อ เป็นต้น
- กล้ามเนื้อรอบๆคอ บ่า และสะบักเกิดการตึงตัว ในรายที่เป็นโรคคอเสื่อมมาระยะเวลานานแล้วไม่ได้เข้ารับการรักษาจะสังเกตุเห็นว่ากล้ามเนื้อบ่าตึงแข็งเป็นลำ เมื่อให้ยืนส่องกระจกจะพบว่าหัวไหล่ทั้ง 2 ข้างสูงตํ่าไม่เท่ากัน

เกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆ

- กระดูกคอของคนเรามีทั้งหมด 7 ข้อ โดยข้อที่มีการเสื่อมมากที่สุดคือข้อที่ C5-C6 ครับ เนื่องจากเป็นข้อที่มีการเคลื่อนไหวได้มากที่สุด ต้องรับนํ้าหนักมากที่สุดเมื่อเทียบกับข้อต่อทั้ง 7 ชิ้น ด้วยภาระงานของข้อที่ 5 และ 6 รับอยู่นั้นมาก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเกิดการเสื่อมได้ง่าย

#แชร์เป็นวิทยาทาน
เ รี ย น รู้ วิ ธี บำ บั ด ตั ว เ อ ง ฟ รี ! ! ..ผ่านไลน์ไอดี pk1188

อย่าลืมแชร์และชวนเพื่อนเรียนรู้พร้อมกัน

ปรึกษาฟรี คุณณัฐปภัสร์

โทร.08-6061-9845
โทร.06-3302-9191

26/06/2017

ที่อยู่

242 ถนนสุวินทวงศ์แขวงแสนแสบเขตมีนบุรีกรุงเทพมหานคร10510
Bangkok
10510

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ดีบูน Dboon ช่วยดูแลกระดูกและข้อ โดย ณัฐปภัสร์ 0633029191ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์