ดีบูน dboone ดูแลกระดูกและข้อ 090 639 8962

ดีบูน dboone  ดูแลกระดูกและข้อ  090 639 8962 ปัญหาเกี่ยวกับกระดูก ข้อเสื่อม หมอ?

ปัองกันการเกิดโรคกระดูกพรุน
โรคหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน
นิ้วล็อค โรคฮิตของคนทำงาน
บรรเทาอาการปวดตามข้อ
สตรีวัยหมดประจำเดือน ขาดแคลเซี่ยม
ผู้ที่ต้องการเพิ่มความสูง
นักกีฬา หรือ ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ
ผู้ที่มีอาชีพที่ต้องยื่นเป็นเวลานานๆ
ผู้ที่มีปัญหาโรคข้อเสื่อม ข้ออักเสบ
กระดูกพรุน ป้องกันการเกิดโรคข้อเสื่อม
ป้องกันการเกิดโรคข้ออักเสบ

โทร 090 639 8962

04/02/2019
น้อมเกล้ารำลึกองค์สมเด็จพระปิยมหาราชพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ คือ การประกาศเลิกทาส ทำให้ปวงชนชาวไทยเป็นไทมาจ...
23/10/2018

น้อมเกล้ารำลึกองค์สมเด็จพระปิยมหาราช

พระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ คือ การประกาศเลิกทาส ทำให้ปวงชนชาวไทยเป็นไทมาจวบจนทุกวันนี้ ในรัชสมัยของพระองค์ สยามประเทศเกิดการเปลี่ยนแปลงที่สร้างความวัฒนาให้กับชาติเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น การไฟฟ้า การไปรษณีย์ โทรเลข โทรศัพท์ ฯลฯ ด้วยพระราชกรณียกิจที่ยังความผาสุกให้เกิดแก่ประชาชน ทวยราษฎร์ทั้งปวงจึงน้อมใจแสดงความจงรักภักดี ด้วยการถวายพระนามว่า "พระปิยมหาราช" หรือ "พระพุทธเจ้าหลวง" และกำหนดให้ทุกวันที่ ๒๓ ตุลาคม เป็น "วันปิยมหาราช"

6 วิธีผ่อนคลายกล้ามเนื้อเเก้อาการปวดหลังให้หายอย่างปลิดทิ้ง (brr)สวัสดีคค่ะ บ้านรักษ์สุขภาพจะมาบอกเคล็ดลับเพื่อสุขภาพดีๆ...
01/11/2017

6 วิธีผ่อนคลายกล้ามเนื้อเเก้อาการปวดหลังให้หายอย่างปลิดทิ้ง (brr)

สวัสดีคค่ะ บ้านรักษ์สุขภาพจะมาบอกเคล็ดลับเพื่อสุขภาพดีๆให้กับเพื่อนๆอีกครั้งนะค่ะ วันนี้เรามาคุยถึงเรื่องอาการปวดหลังกัน
ซึ่งตอนนี้คนไทยมาอาการปวดหลังเป็นจำนวนมาก อาจจะมาจากการนั่งนานๆหรือมาจากอาการข้อกระดูกสันหลังเริ่มเสื่อมสภาพ
ดังนั้น บ้านรักษ์สุขภาพ จะมาเเนะนำการยืดเส้นเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้ออย่างถูกวิธีจะช่วยแก้ปัญหาอาการปวดหลังได้
ซึ่งวิธีการยืดเส้น มี 6 ท่า ท่าละ 1 นาทีใช้เวลาทำเพียง 6 นาทีเท่านั้น(ดูรูปประกอบด้านบนควบคู่กันไปด้วยนะคะ) โอเค เรามาดูวิธีทำกันเลยค่ะ(smile)
1. ยืดเอ็นร้อยหวาย.....นอนราบกับพื้น ชันเข่าทั้งสองข้าง จากนั้นยกขาข้างหนึ่งขึ้น แล้วเหยียดให้ตรงที่สุดเท่าที่จะทำได้
แล้วใช้มือสองข้างรั้งใต้ข้อพับเพื่อดึงขาเข้าหาตัว ดึงขาค้างไว้ 30 วินาที แล้วสลับไปทำอีกข้าง

2. กดเข่าแนบลำตัว.....ใช้มือสองข้าง รั้งใต้หัวเข่าเพื่อกดเข้าให้แนบกับลำตัว ทำค้างไว้นาน 20 วินาที แล้วสลับไปทำอีกข้าง

3. บิดตัวเป็นเกลียว.....นอนราบ วางมือข้างหนึ่งทำมุมฉากกับลำตัว แล้วบิดลำตัวไปอีกข้างโดยใช้เข่าช่วย ตามภาพ
ทำค้างไว้ 20 วินาที สลับไปทำอีกข้าง ท่านี้จะรู้สึกได้ชัดเจนว่าผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลังได้มาก

4. นอนไขว่ห้าง......ท่านี้ทำเหมือนนั่งไขว่ห้าง แต่เป็นท่านอน แล้วใช้เข่าดันขาเข้าหาลำตัว ค้างไว้ 20 วินาที แล้วทำสลับข้าง

5. ยืดกล้ามเนื้อสะโพก......ทำค้างไว้ 30 วินาที แล้วสลับข้าง

6. ยืดกล้างเนื้อหน้าขา.....ท่านี้นอนตะแคง ใช้แขนหนุนศรีษะ แล้วใช้มืออีกข้างจับท่อนขาแล้วดึงรั้งไปด้านหลัง ทำค้างไว้ 30 วินาที แล้วสลับข้าง
โห....ทำง่ายมากๆค่ะ บ้านรักษ์สุขภาพ ลองทำดูเเล้วรู้สึกสบายเนื้อสบายตัวเลยทีเดียว ให้เพื่อนๆลองทำกันดูเเละถ้าได้ผลยังไงก็เเจ้งมาบอกด้วยนะคะ (laugh)
ถ้าเพื่อนๆคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์กับคนอื่นๆ อย่าลืมแชร์เเละเผยเเพร่ต่อด้วยนะคะ
เพราะจะเป็นบุญกุศลต่อตัวท่าน ต่อคนให้สูตร และต่อคนอื่นๆด้วยค่ะความยินดี ขอบคุณค่ะ(moon grin)
กด"เพิ่มเพื่อน"เพื่อติดตามบทความสุขภาพดีๆจาก"บ้านรักษ์สุขภาพ"ได้ที่..

ไลน์ไอดี : (ใส่ @ ข้างหน้า)
หรือเเอดไลน์อัตโนมัติ คลิ๊ก>> https://line.me/R/ti/p/%40phashop

อาหาร12ชนิดที่ห้ามกินขณะท้องว่าง อาจส่งผลร้ายแรงต่อร่างกายของคุณได้อาหารชนิดไหนบ้างที่ไม่สามารถกินขณะท้องว่าง เราไปดูกัน...
20/10/2017

อาหาร12ชนิดที่ห้ามกินขณะท้องว่าง อาจส่งผลร้ายแรงต่อร่างกายของคุณได้

อาหารชนิดไหนบ้างที่ไม่สามารถกินขณะท้องว่าง เราไปดูกันเถอะ!

ช่วงเวลาหิวมากๆ เห็นอะไรก็กินได้ทุกอย่าง เพราะหลายคนอาจยังไม่รู้ว่าอาหารบางชนิดไม่สามารถทานขณะท่องว่างได้ หากอาหารชนิดนี้จะส่งผลเสียต่อร่างกายคุณได้

1. ลูกพลับ

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าลูกพลับ เป็นอาหารต้องห้ามขณะท้องว่าง เพราะว่ารูปภาพจะเป็นตัวกระตุ้นให้กระเพาะอาหารหลั่งกรดเกลือออกมามาก ทำให้เจ็บหน้าอก คลื่นไส้ และเป็นแผลในกระเพาะอาหาร

2.มะเขือเทศ

เนื่องจากในมะเขือเทศมีสาร Astringent ที่จะทำปฏิกิริยากับน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร ทำให้น้ำย่อยจับตัวเป็นก้อนซึ่งอาจทำให้กระเพาะอาหารอุดตัน เกิดอาการไม่สบายต่างๆ เช่น ท้องอืดท้องเฟ้อ และมีอาการปวดท้องได้

3.กล้วย

จริงๆแล้วกล้วยมีสรรพคุณช่วยให้ระบบขับถ่ายดี แต่หากทานขณะท้องว่างจะทำให้ท้องอืด และเป็นการเพิ่มแมกนีเซียมในเลือดให้สูงขึ้น ทำให้สูญเสียสัดส่วนของแคลเซียมและแมกนีเซียม ซึ่งเป็นการยับยั้งการทำงานของหลอดเลือดหัวใจ เป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก

4.ส้ม

ส้มเป็นผลไม้ที่มีเบต้าเคโรทีนและวิตามินซีสูง ช่วยในเรื่องของผิวพรรณได้เป็นอย่างดี แต่ส้มถือว่าเป็นผลไม้ที่ไม่ควรรับประทานในขณะท้องว่างเช่นกันเพราะรถเปรี้ยวของส้มจะทำให้กระเพาะอาหารระคายเคืองได้

5.นมและนมถั่วเหลือง

หลายๆคนมักจะเลือกนมหรือน้ำเต้าหู้เป็นตัวเลือกอันดับแรกในช่วงเช้าขณะท้องว่าง ที่อุดมไปด้วยโปรตีน แต่แท้ที่จริงแล้วทั้ง2ชนิดดังกล่าวจะให้ประโยชน์แก่ร่างกายเราได้มากที่สุดคือเมื่อกระเพาะอาหารมีสารประเภทแป้งอยู่ ดังนั้นหากรับประทานนมและนมถั่วเหลืองในขณะท้องว่าง จะทำให้ท้องอืดได้

6.น้ำตาลหรืออาหารรสหวาน

หากรับประทานของหวาน เช่นขนมหวาน น้ำอัดลม ในขณะท้องว่าง จะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการดูดซึมโปรตีนนั้นลดลง ระบบหมุนเวียนของเลือดและไตก็มีประสิทธิภาพที่ด้อยลงอีกด้วย

7.มันเทศ

หากรับประทานมันเทศขณะท้องว่าง จะทำให้เรือในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้นและมีเอมไซด์ออกซิไดซ์ ซึ่งก่อให้เกิดการ์ดคาร์บอนไดออกไซด์ในระบบทางเดินอาหาร ส่งผลให้ท้องอืด ถามยังสะอึกอีกด้วย

8.เครื่องดื่มเย็น

หากรับประทานเครื่องดื่มเย็นในขณะที่ท้องว่าง ส่งผลให้กระเพาะอาหารระคายเคือง และอาจส่งผลให้เป็นโรคกระเพาะอาหารได้

9.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

หากดื่มเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์ในขณะท้องว่าง ซึ่งจะเป็นแรงกระตุ้นเยื่อบุกระเพาะอาหาร ส่งผลให้เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ และเป็นแผลในกระเพาะอาหารได้

10.ชา

การดื่มชาขณะท้องว่างนั้น จะทำให้โกรธเกลือของน้ำย่อยในกระเพาะอาหารเจือจาง จึงเป็นเหตุให้ไม่สบายตัว เกิดอาการใจสั่น เวียนศรีษะ หรือบางคนอาจจะคลื่นไส้ มือเท้าไม่มีแรง

11.วิตามิน

วิตามินบำรุงต่างๆ ไม่ควรรับประทานขณะท้องว่าง เนื่องจากร่างกายไม่มีประสิทธิภาพในการดูดซึมวิตามิน และวิตามินบางชนิดมีฤทธิ์เป็นกรด ช่วงเวลาที่ควรรับประทานวิตามินให้ได้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุด คือหลังรับประทานอาหาร เนื่องจากอาหารเหล่านั้นจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินไปใช้

12.สับปะรด

สับปะรดอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆมากมาย เช่นวิตามินบี วิตามินซี แคลเซี่ยม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก ฯลฯ แต่ไม่ควรรับประทานขณะท้องว่าง เนื่องจากสับปะรดมีรสเปรี้ยวอาจส่งผลให้ระคายเคืองต่อกระเพาะอาหารได้

ปรึกษาปัญหาสุขภาพ คุณภริษา
โทร​ 090​ 639​ 8962
โทร 093 515 9449

หรือแอดไลน์ดูข้อมูลเพิ่มเติม
https://line.me/R/ti/p/%40phashop

กรรมที่ทำให้มีปัญหาการงาน-การเงิน และวิธีปลดล็อคกรรมหนีความจน ปลดเปลื้องปัญหาการงาน-การเงิน***ธรรมจากท่านอาจารย์อุบล*** ...
17/10/2017

กรรมที่ทำให้มีปัญหาการงาน-การเงิน และวิธีปลดล็อคกรรมหนีความจน ปลดเปลื้องปัญหาการงาน-การเงิน

***ธรรมจากท่านอาจารย์อุบล***

การทำศีลข้อ 2 ทำให้มีปัญหาด้านการเงิน

- ชอบของฟรี ลักทรัพย์ ใช้เหลี่ยม คนส่วนใหญ่ที่คิดว่าตนเองฉลาด ไม่ยอมเสียเปรียบใครคนนั้นจะมี

ปัญหาการเงิน คนอ่อนน้อม เอื้อเฟือเผื่อแผ่

- รวมทั้งการทำผิดศีลข้ออื่น เช่น ทำแท้ง ทำให้มีปัญหาการเงิน สุขภาพด้วยเช่นกัน

- อิจฉา ขัดแข้งขัดขา ขวางทางคนอื่นเค้า

- >

- หนี้แผ่นดิน : พวกเบียดบังเงินหลวง ร่วมกันช้าโกง เงินหลวง เงินแผ่นดิน เอาของหลวงกลับบ้าน กระดาษ

ปากกา บางคนเอารถหลวงก็มี

- เมื่อก่อนที่ท่านอาจารย์ ทำบ้านสวนมีพวกข้าราชการ คดโกง ป่วยกันมาทั้งนั้นเลย

- ความลับอยู่ที่บ้านสวน วิธีไถ่ถอนกรรมนี้ค่ะ อยู่บ้านสวน ซึ่งท่านอาจารย์ได้รู้ความลับนี้
จากท่านพ่อดตาจินิน

คือ “สร้างพระชำระหนี้แผ่นดิน”

สมเด็จพระปฐมบรมธรรมบิดาพระศาสดาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ขอให้คุณลูกค้าทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรงนะคะ
29/08/2017

ขอให้คุณลูกค้าทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรงนะคะ

นั่งนาน ใฃ่ว่าดี!!! ภัยเงียบ เสี่ยงโรค
23/08/2017

นั่งนาน ใฃ่ว่าดี!!! ภัยเงียบ เสี่ยงโรค

💡 รู้ทัน ป้องกัน 7 โรคร้ายหน้าร้อน ☀️ช่วงนี้อากาศเริ่มร้อนขึ้นมาแล้วนะคะ หลายท่านที่มาเยี่ยมเยียนที่ออฟฟิศบ่นกันใหญ่เลยค...
16/08/2017

💡 รู้ทัน ป้องกัน 7 โรคร้ายหน้าร้อน ☀️
ช่วงนี้อากาศเริ่มร้อนขึ้นมาแล้วนะคะ หลายท่านที่มาเยี่ยมเยียนที่ออฟฟิศบ่นกันใหญ่เลยค่ะว่าแดดแรง วันนี้หมอเลยอยากมาพูดถึงอาการเจ็บป่วยที่มักพบในช่วงหน้าร้อนค่ะ มาดูกันเลยค่ะว่ามีอะไรบ้าง
🔸 1. โรคอุจจาระร่วงหน้าร้อน สาเหตุเกิดจากการติดเชื้อทั้งแบคทีเรีย ไวรัส และกลุ่มเชื้อโปรโตซัว ที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหารที่มีโอกาสบูดเสียได้ง่าย และเมื่อรวมกับสุขอนามัยที่ไม่สะอาดแล้ว สามารถเกิดการระบาดของโรคอุจจาระร่วงในหน้าร้อนได้ ส่วนมากมักพบในเด็ก หากอาการไม่รุนแรงสามารถให้การรักษาเบื้องต้นได้เองด้วยผงเกลือแร่ผสมน้ำดื่ม แต่ไม่แนะนำให้ซื้อยาปฏิชีวนะมาทานเองนะคะ
🔸 2. โรคอาหารเป็นพิษ สาเหตุสำคัญเกิดจากการทานอาหารที่มีการปนเปื้อนของสารพิษที่เกิดจากเชื้อบิด เชื้อสแตปฟีโลคอกคัส และเชื้อบาซิลลัส พบบ่อยในอาหารประเภทไส้กรอก กุนเชียง ข้าวผัดต่างๆ ถึงจะกินอาหารที่สุกร้อนแล้ว แต่หากส่วนผสมก่อนนำมาปรุงอาหารเกิดบูดเสียก่อน ก็จะเกิดอาการเป็นพิษได้ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง มีไข้ หรือปวดเมื่อย อ่อนเพลีย และท้องร่วง
🔸 3. โรคไข้หวัดหน้าร้อน โรคนี้สาเหตุเกิดจากเชื้อไข้หวัดใหญ่ การแสดงอาการอาจถูกกระตุ้นจากปัจจัยการเปลี่ยนแปลงของอากาศ ร่วมกับการรับเชื้อไวรัสไข้หวัดเข้าไป โดยมีอาการตั้งแต่น้อยไปถึงมาก เช่น อาการหวัดธรรมดาจนถึงหลอดลมอักเสบ ปอดบวม หากพบว่าติดเชื้อไข้หวัดเข้าแล้วก็ไม่ต้องตกใจ ให้พักผ่อนให้พอเพียง ดื่มน้ำอุ่นมาก ๆ รับประทานอาหารร้อนๆ หากมีไข้สูงก็ทานยาลดไข้ เช็ดตัวด้วยน้ำอุ่น ก็จะช่วยให้ไข้ลงได้เร็วและสบายตัวขึ้น
🔸 4. โรคผิวหนัง กลาก เกลื้อน ผดร้อน โรคผิวหนังเหล่านี้เกิดขึ้นได้มากในหน้าร้อน เมื่อไม่รักษาความสะอาดที่ผิวหนัง สาเหตุมักเกิดขึ้นจากการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ผิวหนัง และรูขุมขนอักเสบ มีแผลเป็นตุ่มหนอง มีเชื้อราตามจุดอับชื้นต่างๆ เหล่านี้ก็ทำให้เกิดโรคกลาก เกลื้อนได้มาก ควรรักษาความสะอาดร่างกาย รวมทั้งอาบน้ำบ่อยๆ ใส่เสื้อผ้าที่ไม่หนาจนเกินไป
🔸 5. โรคจากสัตว์เลี้ยง โรคพิษสุนัขบ้าหรือโรคกลัวน้ำ เป็นอีกโรคยอดฮิตที่พบได้บ่อยในหน้าร้อน สาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัส “เรบี” ที่มีอยู่ในน้ำลายของสัตว์ ซึ่งติดต่อได้จากการถูกสุนัขจรจัด แมว หรือกระทั่งสุนัขที่เลี้ยงไว้ กัด ข่วน เลียบาดแผล ผู้เลี้ยงจึงควรพาสัตว์เลี้ยงไปรับวัคซีนป้องกันเป็นประจำทุกปี โรคนี้ถือเป็นโรคติดต่อร้ายแรง เมื่อถูกสัตว์เลี้ยงที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนกัด ก็อาจทำให้เสียชีวิตได้ แนะนำว่าควรรีบมารับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าทันที
🔸 6. โรคเครียด หงุดหงิด ปวดศีรษะ อาจดูเป็นเรื่องธรรมดาที่คิดว่าเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่ปัจจัยด้านอากาศที่ร้อนขึ้น อาจทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ หงุดหงิด นอนไม่หลับ ฉุนเฉียว โมโหได้ง่ายขึ้น
🔸 7. เป็นลมจากอากาศร้อน (โรคฮีท สโตรค) เป็นโรคที่หลายคนอาจจะเคยได้ยินมาบ้างแล้ว ปัจจุบันพบว่ามีอุบัติการณ์เพิ่มมากขึ้น เกิดจากการที่ร่างกายอยู่ในที่ที่มีอากาศร้อนจัด อบอ้าว อากาศถ่ายเทไม่ดี นอกจากนี้ ยังพบว่า การดื่มน้ำน้อยก็มีโอกาสเป็นลมจากอากาศร้อนได้มากขึ้น เพราะเส้นเลือดส่วนปลายขยายตัวมากในสภาวะอากาศภายนอกที่ร้อนจัด ทำให้ความดันโลหิตต่ำลง เกิดอาการวิงเวียน หน้ามืด .

#แชร์เป็นวิทยาทาน

เ รี ย น รู้ วิ ธี บำ บั ด ตั ว เ อ ง ฟ รี ! ! ...ผ่านไลน์แอด

อย่าลืมแชร์และชวนเพื่อนเรียนรู้พร้อมกัน

ปรึกษาฟรี คุณ ภริษา โทร 093 515 9449

ติดตามข้อมูล ➡️Line@ Link https://line.me/R/ti/p/

 #สาระน่ารู้🌳พังผืดข้อไหล่ติดยึดแข็ง โรคใกล้ตัว พึงระวัง! ใคร ปวดคอ บ่า สะบัก ปวดร้าวชาลงขา รีบอ่าน! เลยค่ะข้อไหล่ติด หร...
15/08/2017

#สาระน่ารู้

🌳พังผืดข้อไหล่ติดยึดแข็ง โรคใกล้ตัว พึงระวัง!

ใคร ปวดคอ บ่า สะบัก ปวดร้าวชาลงขา รีบอ่าน! เลยค่ะ
ข้อไหล่ติด หรือ ข้อไหล่ยึดติดแข็ง เป็นอีกอาการความเจ็บป่วยที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังสร้างความหงุดหงิดรำคาญใจให้แก่คนเรา
หากมองข้ามอาจ “ลุกลาม” กลายเป็นปัญหาใหญ่ต่อการเคลื่อนไหวของร่างกายได้

ปรึกษาสุขภาพฟรี โทร.093 515 9449 คุณภริษา
ติดตามข้อมูลดีๆ ➡Line@phashop
https://line.me/R/ti/p/phashop

🌳แม้โรคข้อไหล่ติด จะไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่ภาวะที่พบได้บ่อยๆ มักเกิดได้ในกรณีที่คนไข้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุที่บริเวณข้อไหล่ ทำให้กล้ามเนื้ออักเสบ เส้นเอ็นฉีกขาด กระทั่งกระดูกแตกหัก รวมถึงผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน โรคไทรอยด์เป็นพิษ โรคหัวใจ ตลอดจนพฤติกรรมการทำงานที่ไม่ค่อยได้ขยับเคลื่อนไหว หรือไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย เหล่านี้เป็นภาวะร่วมที่ทำให้มีโอกาสเกิดภาวะข้อไหล่ยึดติดได้ง่าย

🌳ปกติข้อไหล่ของคนเราจะประกอบไปด้วยกระดูก 3 ส่วน ได้แก่ กระดูกไหปลาร้าสะบัก และต้นแขน มีรูปร่างเหมือนกับลูกบอลที่อยู่ในเบ้าตื้นๆ โดยบริเวณรอบๆ ลูกบอลก็จะมีเยื่อหุ้มข้อ และเส้นเอ็นกล้ามเนื้อมาปกคลุมส่วนปัญหาของข้อไหล่ยึดติด เกิดจากการอักเสบของเนื้อเยื่อและมีการหนาตัว หรือเกิดพังผืดภายในเยื่อหุ้มข้อไหล่ ทำให้การขยับและเคลื่อนไวของข้อไม่ได้เต็มที่ มักพบได้บ่อยในคนไข้ที่มีอายุตั้งแต่ 40-60 ปีขึ้นไป และเป็นในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย

🌳อาการของโรคแบ่งได้เป็น 3 ระยะ โดยในระยะแรกจะมีอาการปวดข้อไหล่มากเมื่อมีการเคลื่อนไหวของข้อ หรือระยะเริ่มแข็งตัว(Freezing) ระยะนี้ใช้เวลาประมาณ 6 สัปดาห์ถึง 9เดือน ระยะที่สองอาการปวดจะน้อยลงแต่จะมีการเคลื่อนไหวน้อยลง เพราะมีอาการแข็งติดขัดรู้สึกไม่สบาย การใช้ชีวิตประจำวันลำบาก หรือเรียกว่า ระยะแช่แข็ง (Frozen shoulder) ระยะนี้ใช้เวลาประมาณ 4-6 เดือน ส่วนระยะที่สามอาการข้อติดขัดเริ่มดีชั้นหรือเป็นระยะน้ำแข็งเริ่ม
ละลายผู้ป่วยจะเริ่มฟื้นตัว การขยับของข้อดีขึ้นและหายไปเอง ระยะนี้ใช้เวลา 1-2 ปี

หากยังไม่ดีอาจจะพิจารณาผ่าตัดแต่ปัญหาคือ คนไข้ที่อยู่ในระยะเริ่มแรกและระยะสอง มักจะทนความเจ็บปวดไม่ไหวและยังไม่สามารถขยับและทำงานได้สะดวก จึงมักจะต้องพบแพทย์เพื่อรับการรักษาก่อนจะถึงระยะสุดท้าย โดยเฉพาะในระยะที่สอง แม้คนไข้จะปวดน้อยลงแต่ยังขยับไม่ได้ เพราะพังผือติดแข็ง ไม่ว่าคนไข้จะพยายามขยับเอง หรือให้แพทย์ช่วยก็ตาม ยังไม่สามารถขยับได้ในทุกมุม ไม่ว่าองศาใด ทั้งด้านข้าง ด้านหลัง อย่างในคุณผู้หญิงจะติดตะขอเสื้อชั้นในไม่ได้ สวมเสื้อไม่ได้ หรือบางคนเอื้อมหยิบของไม่ได้ เป็นการรบกวนชีวิตประจำวันอย่างมากแนวทางการรักษาสำหรับอาการปวดในระยะแรกแพทย์จะมุ่งลดอาการของคนไข้ก่อน โดยการให้ยาต้านการอักเสบไม่ว่ากิน หรือ ฉีด เพื่อลดอาการปวดและลดพังผืดข้างใน ต่อมาในระยะที่สอง แพทย์จะพยายามให้คนไข้ขยับเคลื่อนไหวของข้อให้มากที่สุด เพื่อให้ข้อไหล่แข็งแรงโดยเน้นการทำกายภาพด้วยท่าบริหารต่างๆ

🌳โดยทั่วไปแล้วเมื่อคนไข้ได้รับยา และทำกายภาพ ส่วนใหญ่คนไข้จะมีอาการดีขึ้น ยกเว้นคนไข้บางกลุ่ม เมื่อรักษาทั้งหมดที่กล่าวมาแล้วยังไม่หายหรือไม่ดีขึ้น เพราะไหล่ติดมาก ก็จะต้องพิจารณาใช้วิธีการรักษาด้วยการผ่าตัดเข้ามาช่วยทั้งการผ่าตัดแบบการทำหัตถกรรม หรือการจัดข้อไหล่ เพื่อช่วยให้มีการขยับเคลื่อนไหวของข้อไหล่ได้ดีขึ้น ไปจนถึงการผ่าตัดส่องกล้อง
เพื่อเข้าไปตัดพังผืดออก จะช่วยให้คนไข้ขยับข้อไหล่ได้ดีขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่คนไข้หลังการผ่าตัด อาการจะดีขึ้นประมาณ 6 สัปดาห์ ถึง 3 เดือน

ปัจจุบันคนไข้เป็นโรคข้อไหล่ติดยึดแข็งกันมากขึ้น โดยเฉพาะคนทำงานที่ใช้งานของข้อไหล่ในชีวิตประจำวันน้อย ออกกำลังกายไม่สม่ำเสมอ และผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุต่างๆ แม้จะเป็นโรคไม่ร้ายแรง แต่ก็ทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติสุขทางที่ดีที่สุดคือ ป้องกันอย่าปล่อยให้เป็นโรคข้อไหล่ติดยึดแข็งด้วยการออกำลังกาย และพยายามขยับข้อไหล่ให้มากขึ้น

ปรึกษาสุขภาพฟรี โทร.093 515 9449 คุณภริษา
ติดตามข้อมูลดีๆ ➡Line@phashop
https://line.me/R/ti/p/phashop

ที่อยู่

242 ถ. สุวินทวงค์ แขวงแสนแสบ เขตมินบุรี
Bangkok
10510

เบอร์โทรศัพท์

090 639 8962

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ดีบูน dboone ดูแลกระดูกและข้อ 090 639 8962ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์