Detox ขับถ่ายง่าย ไม่ตกค้าง ล้างสารพิษ

Detox ขับถ่ายง่าย ไม่ตกค้าง ล้างสารพิษ ดีท็อกซ์ล้างสารพิษออกจากร่างกาย ด้วยใยอาหารจากธรรมชาติ 100%

ขับถ่ายง่ายทุกเช้า 😊เพิ่มเราเป็นเพื่อน เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพดีๆได้เลยค่ะLine: Callcenter:086-332-8881
04/06/2017

ขับถ่ายง่ายทุกเช้า 😊

เพิ่มเราเป็นเพื่อน เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพดีๆได้เลยค่ะ
Line:
Callcenter:086-332-8881

อาการปวดท้องอาจมีหลายปัจจัยเพิ่มเราเป็นเพื่อน เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพดีๆได้เลยค่ะLine:Callcenter:086-332-8881
02/06/2017

อาการปวดท้องอาจมีหลายปัจจัย

เพิ่มเราเป็นเพื่อน เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพดีๆได้เลยค่ะ
Line:
Callcenter:086-332-8881

ลำไส้ไม่สะอาด อาจเป็นเหตุหนึ่งของการ ดื้อ ยา!!! 😬เพิ่มเราเป็นเพื่อน เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพดีๆได้เลยค่ะLine: Callc...
01/06/2017

ลำไส้ไม่สะอาด อาจเป็นเหตุหนึ่งของการ ดื้อ ยา!!! 😬

เพิ่มเราเป็นเพื่อน เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพดีๆได้เลยค่ะ
Line:
Callcenter:086-332-8881

กรดไหลย้อนอย่าเห็นเป็นเรื่องปกติ ! อาจจะไม่ปกติถ้าไม่ใส่ใจ 😊เพิ่มเราเป็นเพื่อน เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพดีๆได้เลยค่ะ...
31/05/2017

กรดไหลย้อนอย่าเห็นเป็นเรื่องปกติ ! อาจจะไม่ปกติถ้าไม่ใส่ใจ 😊

เพิ่มเราเป็นเพื่อน เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพดีๆได้เลยค่ะ
Line:
Callcenter:086-332-8881

โรคลำไส้ น่ากลัวกว่าที่คิด!!! เพิ่มเราเป็นเพื่อน เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพดีๆได้เลยค่ะLine:Callcenter:086-332-8881
30/05/2017

โรคลำไส้ น่ากลัวกว่าที่คิด!!!

เพิ่มเราเป็นเพื่อน เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพดีๆได้เลยค่ะ
Line:
Callcenter:086-332-8881

อุจจาระบอกโรค สีและลักษณะอุจจาระกับโรคภัยไข้เจ็บเนื่องจากว่าร่างกายของเราจำเป็นต้องขับของเสียออกจากร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นท...
29/05/2017

อุจจาระบอกโรค สีและลักษณะอุจจาระกับโรคภัยไข้เจ็บ

เนื่องจากว่าร่างกายของเราจำเป็นต้องขับของเสียออกจากร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นทางเหงื่อ ปัสสะวะ หรืออุจจาระ แต่ทราบหรือไม่ว่าลักษณะอุจจาระนั้นสามารถบอกโรคภัยไข้เจ็บที่กำลังเกิดขึ้นกับร่างกายเราตอนนี้ได้ โดยลักษณะของอุจจาระแบ่งออกเป็นแบบใหญ่ๆ ได้ 2 แบบ คือ
ลักษณะของอุจจาระ จะสังเกตุในเรื่องของลักษณะของอุจจาระ ว่าอุจจาระนั้นมีลักษณะแข็ง-เหลวอยู่ในลำดับใด โดยจะมีลำดับคะแนนที่เรียกว่า Bristol stool scale ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 7 ชนิด

1. อุจจาระที่มีลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ และแข็งหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ขี้กระต่าย
2. อุจจาระที่ชนิดที่สองจะคล้ายๆกับชนิดแรกที่มีลักษณะแบบเม็ดเล็กๆ กองโปะกันอยู่ ซึ่งเราอาจจะเห็นเป็นรอยขรุขระของผิวและเห็นเป็นก้อนยาวๆ
3. อุจจาระที่มีลักษณะเป็นก้อน เป็นลำยาวๆ แต่ก็อาจจะมีรอยแตกแยกอยู่บ้าง แต่ว่าไม่มากนักนัก
4. เป็นอุจจาระที่มีลักษณะเนียนเหมือนกับกล้วยหอม ถือว่าเป็นอุจจาระที่คุณภาพดีที่สุด
5. อุจจาระที่มีรอยแตกอยู่นิดหน่อยแต่ก็ยังเป็นชิ้นอยู่
6. อุจจาระจะเริ่มเหลว แต่ว่าอุจจาระจะเป็นลักษณะกึ่งเหลวกึ่งแข็ง
7. อุจจาระจะมีลักษณะเหลวเป็นน้ำโดยไม่มีอุจจาระเป็นชิ้นเลย

ลักษณะของอุจจาระบอกโรคอะไร?

• ชนิดที่ 1 และ 2 จะเป็นปัญหาในเรื่องของอาการท้องผูก
• ชนิดที่หกและเจ็ดก็จะเป็นปัญหาในเรื่องของอาการท้องเสีย
• ชนิดที่ 3, 4, 5 ถือว่าเป็นอุจจาระที่อยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยแบบที่ 4 เป็นแบบที่มีคุณภาพดีที่สุด

การดูจากสีของอุจจาระ นอกจากการสังเกตุจากลักษณะแล้ว ควรจะสังเกตุในเรื่องของสีอุจจาระด้วย โดยคนปกติทั่วไปอุจจาระจะมีสีเหลืองบ้าง น้ำตาลบ้าง หรืออาจจะคล้ำเล็กน้อย ซึ่งสีของมันจะขึ้นอยู่กับลักษณะของอาการที่เราทานเข้าไป แต่สำหรับคนที่มีอาการผิดปกติจะเห็นได้ชัดเลยก็คือ
• สีเทา อุจจาระจะมีสีซีดออกเทาๆ คล้ายกับขี้เถ้า ซึ่งสีของอุจจาระเช่นนี้จะบ่งบอกว่าบุคคลคนนั้นอาจจะเกิดภาวะท่อน้ำดีอุดตันโดยส่วนใหญ่แล้วอาการเช่นนี้จะมีอาการตาเหลืองตามมาด้วยหรือที่เรียกว่า โรคดีซ่าน
• สีดำ ถ้าขับถ่ายออกมาแล้วอุจจาระเป็นสีดำ คล้ายกับน้ำมันดินหรือยางมะตอย ซึ่งนอกจากสีแล้ว อุจจาระชนิดนี้ก็จะมีกลิ่นที่เหม็นคาว ซึ่งมันจะเป็นกลิ่นของเลือด อุจจาระเช่นนี้ก็จะบ่งบอกว่าอาจจะมีเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนบน
• สีแดง ถ้าหากมีเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนล่าง อุจจาระก็จะมีสีแดงหรือสีดำปนแดง คล้ายกับสนิมเหล็ก
• มูกเหลืองใส ไม่เพียงเท่านั้นหากอุจจาระของใครมีมูกเหลืองๆ มันจะมีลักษณะคล้ายกับวุ้นใสใส หากมีทั้งมูกและเลือดปะปนกันอยู่ซึ่งอาการนี้เป็นอาการที่ค่อนข้างสำคัญเพราะว่ามันแสดงถึงว่าเรากำลังมีแผลหรือมีการอักเสบที่รุนแรงในทางเดินอาหาร

จะเห็นว่าอุจจาระสามารถบ่งบอกโรคภัยไข้เจ็บ เวลาเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมาคุณคือคนที่ช่วยชีวิตตัวเองได้ ถ้าหากคุณบอกหมอถึงรายละเอียดต่างๆให้มากขึ้น หากเราหันมาสังเกตอุจจาระ ก่อนที่จะกดมันลงชักโครกไปเสียก่อนก็เป็นผลดีต่อเรา เพราะถ้าหากเราทราบถึงลักษณะและสีของอุจจาระแล้วว่ามันบ่งบอกถึงอาการเช่นไร เราก็จะได้สามารถรักษาได้ทัน ฉะนั้นเราควรหันมาสังเกตุอุจจาระตัวเองเป็นประจำทุกวัน ดูลักษณะและสีของอุจจาระหรือสิ่งผิดของอุจจาระ เพียงเท่านี้เราก็จะสามารถรู้เท่าทันถึงโรคและสามารถรักษาให้หายได้ทันเวลา

ที่มา รายการ MU โดย ผศ.ผญ. มณฑิรา มณีรัตนะพร สาขาวิชาโรคระบบทางเดินอาหาร ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

เพิ่มเราเป็นเพื่อน เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพดีๆได้เลยค่ะ
Line:
Callcenter:086-332-8881

กินอย่างไร ช่วยลดความเสี่ยง “มะเร็งเต้านม”1.อย่ากินมากเกินไปจนอ้วนเรื่องง่ายๆ ที่หลายๆ คนทำไม่ได้ เพราะตามใจปากมากเกินไป...
24/05/2017

กินอย่างไร ช่วยลดความเสี่ยง “มะเร็งเต้านม”

1.อย่ากินมากเกินไปจนอ้วน
เรื่องง่ายๆ ที่หลายๆ คนทำไม่ได้ เพราะตามใจปากมากเกินไป แต่ขอให้รู้ไว้ว่า งานวิจัยระบุว่า น้ำหนักทุกๆ 5 กิโลกรัมที่เพิ่มขึ้นในช่วงวัยผู้ใหญ่ สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งเต้านมได้มากถึง 5% เลยทีเดียว เพราะคนอ้วนมีไขมันสะสมในร่างกายมากกว่าปกติ ไขมันจะกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
นอกจากนี้ผู้หญิงที่มีรูปร่างอ้วนในรูปทรงลูกแอปเปิ้ล คือ อ้วนลงพุง การมีไขมันสะสมที่หน้าท้องมาก หมายถึงมีระดับฮอรโมนเอสโทรเจนมากตามไปด้วย และนั่นก็หมายถึงความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งเต้านมมากขึ้นตามไปด้วยนั่นเอง

2.เลือกทานชนิดไขมัน
มีรายงานวิจัยมากมายบ่งชี้ว่า อาหารไขมันสูงเพิ่มอัตราการเกิดมะเร็งในเต้านมได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับชนิดของไขมันด้วย ผู้หญิงที่บริโภคไขมันจากสัตว์ โดยเฉพาะจากเนื้อแดง และนมที่มีไขมันสูงมากที่สุด (หรือราว 28% ของพลังงาน) มีโอกาสเกิดมะเร็งเต้านมได้มากกว่าผู้หญิงที่บริโภคไขมันสัตว์น้อยที่สุด (หรือราว 12% ของพลังงาน) ถึง 33% และยังพบว่า น้ำมันพืช กรมไขมันไม่อื่มตัวหลายตำแหน่ง ไขมันทรานส์ น้ำมันปลา และอาหารที่มีคอเลสเตอรอล ไม่มีทีท่าว่าจะทำให้เกิดมะเร็งเต้านม
นอกจากนี้ไขมันจากเนื้อแดงที่ปรุงสุกโดยใช้ความร้อนสูง โดยเฉพาะวิธีปิ้งย่าง จะมีสารก่อมะเร็งเกิดขึ้นได้ ดังนั้นจึงมีข้อแนะนำว่า ควรจำกัดเนื้อแดง และเนื้อสัตว์แปรรูปไม่เกินสัปดาห์ละครึ่งกิโลกรัม

3.ผักผลไม้ถนอมเต้า
ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็งต่างเห็นตรงกันว่า การกินผักผลไม้เป็นประจำช่วยป้องกันโรคมะเร็งเต้านมได้ เพราะผักผลไม้อุดมไปด้วยสารอาหารที่ดีต่อร่างกาย เช่น วิตามิน เบต้าแคโรทีน และสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยป้องกันมะเร็งได้ นอกจากนี้ผักผลไม้ยังช่วยลดพลังงานในมื้ออาหารด้วย

4.กินถั่วเหลืองพอประมาณ
ถั่วเหลืองมีสารไอโซฟลาโวน หรือฮอร์โมนพืช ซึ่งเป็นพฤกษเคมีที่มีฤทธิ์น้อยกว่าฮอร์โมนเอสโทรเจนของคน นอกจากถั่วเหลืองจะช่วยต่อต้านมะเร็งเต้านมแล้ว นักวิจัยยังเชื่ออีกว่าฮอร์โมนพืชสามารถจับกับตัวรับของฮอร์โมนเอสโทรเจน และยับยั้งเอสโทรเจนไม่ให้เข้าไปในเซลล์เต้านม ซึ่งอาจจะกระตุ้นการเจริญของเซลล์มะเร็งได้
แม้ว่าจะมีงานวิจัยที่พบว่าการบริโภคถั่วเหลืองอาจกระตุ้นการเจริญของเซลล์มะเร็งที่ขึ้นกับระดับฮอร์โมนเอสโทรเจนในหญิงวัยหมดประจำเดือน แต่ผลการกระตุ้นนั้นพบว่าไม่มาก นอกจากนี้การบริโภคถั่วเหลืองในวัยหนุ่มสาว จะช่วยป้องกันมะเร็งในวัยผู้ใหญ่ได้
สำหรับผู้หญิงที่ไม่มีความเสี่ยงมะเร็งเต้านม สามารถบริโภคถั่วเหลืองได้ไม่เกินวันละ 2 ส่วน แต่ผู้หญิงที่มีความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมสูง ควรบริโภคถั่วเหลืองไม่เกินสัปดาห์ละ 2-3 ส่วน และงดการเสริมสรไอโซฟลาโวนซึ่งมีปริมาณมากกว่าถั่วเหลืองหลายเท่า
(ถั่วเหลือง 1 ส่วน หมายถึง แป้งถั่วเหลือง ½ ถ้วยตวง, นมถั่วเหลือง 240 มิลลิลิตร, เต้าหู้ ½ ถ้วยตวง, โปรตีนเกษตร หรือถั่วเหลืองสุก ½ ถ้วยตวง)

5.ระมัดระวังในการดื่มแอลกอฮอล์
ยิ่งดื่ม ก็ยิ่งเสี่ยงมาก คิดตามกันได้ง่ายๆ การดื่มวันละ 2 ดริ๊งค์ เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านมได้ถึง 40% และเมื่อดื่มต่อเป็นดริ๊งค์ที่ 3 ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงไปถึง 70% เลยทีเดียว นอกจากนี้สำหรับผู้หญิงที่ย่างเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน การดื่มแอลกอฮอล์ทำให้กระดูกบางได้

(1 ดริ๊งค์ เท่ากับ เบียร์ 1 กระป๋อง หรือ 1 แก้ว ขนาด 360 ซีซี, ไวน์ 1 แก้ว 150 ซีซี หรือวิสกี้ 45 ซีซี)

สำหรับผู้ที่จำเป็นต้องดื่มอย่างสม่ำเสมอ ควรทางอาหารที่มีโฟเลตสูง (พบมากในผักใบเขียว น้ำส้มคั้น ถั่วต่างๆ และวิตมินรวม) จะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งเต้านมจากแอลกอฮอล์ได้ ปริมาณโฟเลตที่ให้ผลในการป้องกันมากที่สุดอยู่ที่วันละ 600 ไมโครกรัม


6.ออกกำลังกาย
การออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยลดโอกาสในการเป็นโรคมะเร็งเต้านมได้มากถึง 40% สำหรับหญิงวัยหมดประจำเดือนที่ออกกำลังกายสัปดาห์ละเกือบ 4 ชั่วโมง สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมได้มากถึง 50%

ทั้งนี้ หากไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลังอยู่ในภาวะเสี่ยงไหม สามารถเข้ารับการตรวจจากแพทย์เฉพาะทางได้ที่โรงพยาบาลชั้นนำทั่วประเทศค่ะ

รับข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพดีๆได้เลยค่ะ
Line:
Callcenter:086-332-8881

ใครที่ไม่ชอบกินผักต้องหันมากินกันนะค่ะ ผักช่วยเราในเรื่องการขับถ่ายแล้วยังมีประโยชน์ ต่อร่างกายเราด้วยแถมป้องกันโรคมะเร็...
22/05/2017

ใครที่ไม่ชอบกินผักต้องหันมากินกันนะค่ะ
ผักช่วยเราในเรื่องการขับถ่ายแล้วยังมีประโยชน์
ต่อร่างกายเราด้วยแถมป้องกันโรคมะเร็งได้อีกด้วย
รู้อย่างนี้ไม่กินไม่ได้แล้วค่ะ!!!

คุณมีอาการเหล่านี้มัย!!!อ่านด่วน ด้วยความหวังดีจากHappy Detoxรับข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพดีๆได้เลยค่ะLine: Callcenter:086-33...
16/05/2017

คุณมีอาการเหล่านี้มัย!!!
อ่านด่วน ด้วยความหวังดีจาก
Happy Detox

รับข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพดีๆได้เลยค่ะ
Line:
Callcenter:086-332-8881

สำหรับคนไม่ชอบกินผักHappy Detox คือ อีก 1 ช้องทางในการช้วยการขับถ่ายของคุณให้ดีขึ้น
16/05/2017

สำหรับคนไม่ชอบกินผัก
Happy Detox คือ อีก 1 ช้องทาง
ในการช้วยการขับถ่ายของคุณให้ดีขึ้น

วันแรก ก็เเห็นผล ที่ชัดเจนเรากล้ารับประกัน คุณภาพสินค้าเต็มร้อย
16/05/2017

วันแรก ก็เเห็นผล
ที่ชัดเจนเรากล้ารับประกัน
คุณภาพสินค้าเต็มร้อย

กลิ่นปากใครมีกันบ้างใครที่มีกลิ่นปากวันนี้แอดมินนำเนื้อหาดีดีมาให้อ่านกันนะค่ะเชื่อว่าคงมีประโยชน์มากก็น้อยให้กับลูกเพจค...
13/05/2017

กลิ่นปากใครมีกันบ้าง
ใครที่มีกลิ่นปากวันนี้แอดมินนำเนื้อหาดีดีมาให้อ่านกันนะค่ะ
เชื่อว่าคงมีประโยชน์มากก็น้อยให้กับลูกเพจค่ะ

ที่อยู่

Bangkok
10250

เบอร์โทรศัพท์

0863328881

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Detox ขับถ่ายง่าย ไม่ตกค้าง ล้างสารพิษผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Detox ขับถ่ายง่าย ไม่ตกค้าง ล้างสารพิษ:

แชร์