29/05/2013
โครงการพัฒนาสมองและความฉลาดทางปัญญาสู่ความเป็นเลิศ (IQ Genius)
มีพ่อแม่กี่คนที่เคยพาลูกไปตรวจวัด IQ เพื่อวัดศักยภาพที่แท้จริงของลูกก่อนเริ่มพัฒนาลูก... แล้วเรารู้ได้อย่างไรว่าเราควรพัฒนาลูกของเราในแนวทางไหน อย่างไรจึงจะเหมาะกับศักยภาพและพัฒนาลูกของเราได้อย่างเต็มศักยภาพที่มีเขามี...ความสำเร็จของมนุษย์เราแม้ไม่ใช่เฉพาะความฉลาดทางปัญญา หรือ IQ (Intelligence Quotient) ก็จริงแต่ก็ต้องยอมรับกันว่า IQ เป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดของการนำไปสู่โอกาสที่จะพบกับความสำเร็จในชีวิต..และแน่นอนทุกคนย่อมไม่ต้องการแค่ความสำเร็จเท่านั้นแต่ต้องการมีความสำเร็จและความสุขไปพร้อมๆกัน ดังนั้น The Physioone clinic จึงเริ่มรวบรวมทีมแพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์แผนจีน นักกายภาพบำบัด นักการศึกษา นักจิตวิทยา นักบริหาร คิดค้นและจัดตั้งโครงการ IQ Genius เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนอายุตั้งแต่ 0-18 ปี เพื่อพัฒนาสมองอันซับซ้อนและมหัศจรรย์ที่สุดเพื่อสร้าง
1. ความฉลาดทางปัญญา IQ (Intelligence Quotient)
2. ความฉลาดทางอารมณ์ EQ (Emotional Quotient)
3. ความฉลาดในการแก้ปัญหา AQ (Adversity Quotient)
4. ความฉลาดในการริเริ่มสร้างสรรค์ CQ (Creative Quotient)
5. ความฉลาดที่เกิดจากการละเล่น PQ (Play Quotient)
6. ความฉลาดทางด้านจริยธรรม MQ (Moral Quotient)
การพัฒนาเด็กนั้นทีมแพทย์ได้ออกแบบการพัฒนาแบบแต่ละบุคคลหรือ Individual Development เพื่อให้ได้ผลเหมาะสมกับศักยภาพของเด็กแต่ละคน โดยเน้นพัฒนาตามและเติมศักยภาพเด็ก(Full Potential)
รูปแบบการพัฒนา
เด็กและผู้ปกครอง(คนใดคนหนึ่ง)มาพบแพทย์และทีมงาน 20 ครั้ง/ปี ครั้งละ 2 ชั่วโมง โดยมีการนัดหมายล่วงหน้า โดยแพทย์จะพบทั้งแบบเป็นการส่วนตัวและการเข้ารวมเป็นกลุ่มเล็กๆโดยแต่ละครั้งที่พบแพทย์จะมีกระบวนการต่างๆ ดังนี้
1. ตรวจร่างกาย โดยละเอียดเพื่อประเมินเก็บเป็นข้อมูลที่ใช้ในการประเมินและพัฒนา
- การเจริญเติบโต
- ความสูง รูปร่าง น้ำหนัก
- ระบบสายตา ระบบประสาทสัมผัส ระบบการเคลื่อนไหว
- การได้ยิน
- สุขภาพปากและฟัน
- ระบบกระดูกสันหลัง (โครงสร้างหลักของร่างกาย-คดหรือบาดเจ็บ)
- ภูมิแพ้ โรคเรื้อรัง
- การปรับตัว ความก้าวร้าว ความหดหู่ ความกังวล ความเครียด
- นรีเวชศาสตร์ เช่นความผิดปกติของรอบเดือน
- สมาธิสั้น
- ติดเกมส์
- สารเสพติด
- ความเบี่ยงเบนทางเพศ
- การตั้งครรภ์
2. การตรวจประเมินที่ละเอียดถี่ถ้วน
- การซักประวัติ เริ่มต้นตั้งแต่การตั้งครรภ์ การคลอด การเจริญเติบโต พัฒนาการ สภาพการเลี้ยงดู ครอบครัว สภาพแวดล้อมทางสังคม (บ้านและโรงเรียน) ประวัติการเรียน ผลการเรียน ความคิดเห็นจากโรงเรียน เพื่อเป็นแนวทางไปสู่การจัดการรักษาและให้ความช่วยเหลือ(support) รวมถึงการพัฒนาการที่ต่อเนื่องและเป็นระบบเพื่อเติมให้เด็กเต็มศักยภาพ
- การแก้ปัญหาการเรียน (Learning Disorder) ตั้งแต่ปัญหาที่ตัวเด็กเอง (ระดับเชาวน์ปัญญา) การทำหน้าที่บกพร่องของสมอง ความผิดปกติของฮอร์โมน เช่น ไทรอยด์เป็นพิษ สภาพอารมณ์ จิตใจ สิ่งแวดล้อม เช่น ท่าทีของพ่อแม่ แนวการเรียนการสอนของครู สภาพครอบครัว โรงเรียน เศรษฐกิจ ฐานะ สภาพทางสังคม ค่านิยม
3. การตรวจประเมินเชาวน์ปัญญา (IQ Test) และความฉลาดด้านต่างๆทั้ง 6 ด้าน
- ระบบสมอง
- การตรวจสภาพจิตที่บ่งชี้ถึงอารมณ์
- พฤติกรรมความนึกคิด
- เชาวน์ปัญญา
- การปรับตัว
- มนุษย์สัมพันธ์
- การวัดระดับสติปัญญา
- การตรวจวัดระดับสติปัญญา
- การตรวจวัดความสามารถของทักษะการเรียน เช่น การอ่าน การเขียน การคำนวณ
- การแก้ปัญหา (Problem Solving)
- การทดสอบทางจิตวิทยา (Psychological Test)
4. การแก้ปัญหาสุขภาพและบุคลิกภาพ
เช่น กรณีเด็กอ้วนซึ่ง 20 % ของเด็กไทยอ้วน และ 70 % ของเด็กเหล่านั้นเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เป็นโรคอ้วน ซึ่งนำไปสู่ปัญหา เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจ เข่าเสื่อม ไขมันในเลือดสูง ตับอักเสบ การตรวจ Body Composition Analyzer เพื่อวัดปริมาณพลังงานที่ร่างกายมีความจำเป็นต้องใช้ในแต่ละวัน (Resting Energy Expenditure) และการออกแบบการออกกำลังกาย และการควบคุมอาหารโดยเฉพาะอาหารตะวันตกที่มีไขมันและโปรตีนสูง
5. การให้คำปรึกษาและแนะนำ (Consuling)
ประสานงานกับโรงเรียนหรือครูประจำชั้น เพื่อกำหนดแผนการเรียนเสริมเฉพาะตัว (Individual Educational Plan : IEP)
6. การรักษาและเพิ่มศักยภาพ
ด้วยแบบทดสอบที่จะเพิ่มพัฒนาการทั้ง 6 ด้าน เพื่อพัฒนาเด็กสู่ความเป็นเลิศด้วยแนวคิดการให้ Reward คือ ทุกสัปดาห์ เด็กจะได้รับแบบทดสอบเฉพาะตัวและเมื่อนำมาส่งในสัปดาห์ถัดไป สัปดาห์ต่อไปก็จะมี Reward ที่เหมาะกับเด็กแต่ละคนโดยเน้นการสร้าง Self Esteen พลังแห่งความเชื่อมั่นและ Self Directed Learning การเรียนรู้ที่จะนำตนดองสู่การเรียนรู้เพื่อให้เด็กสามารถ Learning have to learn เรียนรู้วิธีที่จะเรียนรู้
- การใช้การเล่น(Play Therapy) ศิลปะบำบัด (Art therapy) และดนตรีบำบัด (Music Therapy) เพื่อพัฒนาอารมณ์และการควบคุมตนเองเพื่อสร้าง Self Esteen และการพัฒนาการด้านสังคมและการสื่อความหมายและจินตนาการ
- การรักษาด้วยยา กรณีจำเป็นตามอาการและตามความเหมาะสม
- การปรับสมดุลร่างกายตามวิถีตามแบบธรรมชาติ ด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีนที่ยั่งยืนมากกว่า 1,000 ปี
7. การรักษาพิเศษอื่นๆ
- การแก้ปัญหาการพูด การออกเสียง การสื่อสารที่ไม่สมวัย
- การฝึกอบรมทักษะทางสังคม (Social skillsTrainning)
- การอบรมพ่อแม่ (Parent Training Programs)
- การคลายความเครียดและช่วยบำบัด อาการทางกายที่มีสาเหตุมาจากจิตใจ(Psychological Disorders)
- การตรวจคลื่นสมองด้วยไฟฟ้า
- การทดสอบสมาธิและความตั้งใจโดยเครื่องมือ T.O.V.A (Test of Variable of Attention)
ค่าใช้จ่ายตลอดโปรแกรม 20 ครั้ง (19,000 บาท)
ค่าใช้จ่าย รวมค่าพบแพทย์ ให้คำปรึกษา แบบทดสอบและประเมินผลต่างๆ Reward สำหรับเด็ก (ไม่รวมค่ายา, ค่าฝังเข็ม, ค่าตรวจโดยใช้อุปกรณ์พิเศษทางการแพทย์ กรณีจำเป็น หรือการแก้ปัญหาที่เป็นเรื่องเฉพาะโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง)
หมายเหตุ : การพัฒนาเด็กต้องการความต่อเนื่องและระยะยาวดังนั้นการจะเห็นผลของการพัฒนาควรมาพบแพทย์ต่อเนื่อง และสม่ำเสมอไม่ควรน้อยกว่า 2 ครั้ง ต่อเดือน