ศูนย์พิษวิทยาศิริราช Siriraj Poison Control Center

ศูนย์พิษวิทยาศิริราช Siriraj Poison Control Center ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก ศูนย์พิษวิทยาศิริราช Siriraj Poison Control Center, ศูนย์พิษวิทยาศิริาช หอพักพยาบาล 3 ชั้น 6 โรงพยาบาลศิริาช, Bangkok.

24/7&Free toxicology consultation&drug information service by toxicology trained pharmacists and toxicologist faculties, Siriraj Hospital Faculty of Medicine (02-419-7007) พันธกิจของหลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านต่อยอดอนุสาขาเวชเภสัชวิทยาและพิษวิทยา

การให้บริการทางการแพทย์ด้านพิษวิทยา มุ่งเน้นการวินิจฉัย การรักษา การป้องกัน ภาวะพิษ ซึ่งอาจรวมถึงภาวะอันไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา ภาวะพิษที่เกิดการการประกอบอาชีพ สิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรม จากสารเสพเพื่อผ่อนคลาย อาหาร สารชีวภาพ และสารกัมมันตรังสี ในกลุ่มผู้ป่วย ที่ครอบคลุมถึงทุกกลุ่มอายุตั้งแต่เด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ และ กลุ่มประชากรพิเศษ เช่น หญิงตั้งครรภ์และทารกในครรภ์ เป็นต้น แพทย์ที่ผ่านการอบรมจะต้องมีความรู้ความสามารถในเวชปฏิบัติที่ครอบคลุมและเหมาะสม สามารถวางแผน ให้บริการ ประเมินผลการดูแลรักษา และป้องกันภาวะพิษ ทั้งในระดับ ผู้ป่วยเดี่ยว กลุ่มผู้ป่วย และเหตุอุบัติภัยได้ โดยการดูแลผู้ป่วยจากภาวะพิษนี้ต้องทำได้ทั้งในคลินิกผู้ป่วยนอก ห้องฉุกเฉิน หอผู้ป่วย หออภิบาล ศูนย์พิษวิทยาและในสถานการณ์นอกโรงพยาบาล เช่น ชุมชน สถานที่ทำงาน หรือโรงงานอุตสาหกรรมได้ โดยเวชปฏิบัติเหล่านี้ต้องมีความเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย มีความเอื้ออาทรและใสใจในความปลอดภัย เพื่อการแก้ไขปัญหาและการส่งเสริมสุขภาพ โดยยึดถือผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางบนพื้นฐานของการดูแลแบบองค์รวม นอกจากนี้เวชเภสัชวิทยาเป็นการประยุกต์และบูรณาการองค์ความรู้ทางเภสัชวิทยาและทักษะทางคลินิก เพื่อการใช้ยาในการดูแลผู้ป่วยอย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย คุ้มค่า และมีความเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ตามหลักของการแพทย์เฉพาะบุคคล (personalized medicine) แพทย์ที่ผ่านการอบรมต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ทางเวชเภสัชวิทยาและพิษวิทยา การแปลผล การตรวจวิเคราะห์เพื่อการดูแลผู้ป่วย สามารถทำงานเป็นทีมร่วมกับเพื่อนร่วมงานทั้งในวิชาชีพของตนเองและวิชาชีพอื่นๆ และจะต้องมีการเตรียมพร้อมที่จะเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วย
การจัดหลักสูตรฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านต่อยอดชั้นปีที่เพื่อวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม อนุสาขาเวชเภสัชวิทยาและพิษวิทยาของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล จึงมีพันธกิจของหลักสูตรที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของคณะ ฯ และสอดคล้องกับเป้าหมายของหลักสูตร ดังนี้
1. ผลิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางเวชเภสัชวิทยาและพิษวิทยา เพื่อเป็นผู้ให้การดูแลรักษา แนะนำให้คำปรึกษา ส่งเสริมและป้องกันทางด้านเวชเภสัชวิทยาและพิษวิทยา และ/หรือ เพื่อเป็นอาจารย์แพทย์ฝึกอบรมความรู้และทักษะในด้านเวชเภสัชวิทยาและพิษวิทยา สอดคล้องต่อความต้องการของประเทศ มีความสามารถด้านการวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ และนำไปประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์กับสังคม
2. ส่งเสริมให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความเป็นมืออาชีพ มีความรับผิดชอบ สามารถสื่อสารและปฏิสัมพันธ์ ปฏิบัติงานเป็นทีมร่วมกับสหสาขาวิชาชีพ มีจริยธรรมแห่งวิชาชีพ มีทัศนคติ และเจตคติที่ดีต่อผู้ป่วย ญาติผู้ป่วย ผู้ร่วมงาน และองค์กร มีความเอื้ออาทรและใส่ใจในความปลอดภัยโดยยึดถือผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางบนพื้นฐานของการดูแลแบบองค์รว
3. ส่งเสริมให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถพัฒนาตนเอง เรียนรู้ และพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง

⚠️ “กรดกัดแก้ว” อันตรายกว่าที่คิด กรดไฮโดรฟลูออริก (Hydrofluoric acid: HF) หรือที่บางคนเรียกว่า “กรดกัดแก้ว” เป็นสารเคมี...
28/08/2026

⚠️ “กรดกัดแก้ว” อันตรายกว่าที่คิด
กรดไฮโดรฟลูออริก (Hydrofluoric acid: HF) หรือที่บางคนเรียกว่า “กรดกัดแก้ว” เป็นสารเคมีที่อันตรายมาก

☠️ ทำไมจึงอันตราย?
HF ไม่ได้แค่กัดผิวหนัง แต่สามารถ ซึมลึกเข้าสู่ร่างกาย ทำลายเนื้อเยื่อ และทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะจนเสียชีวิตได้

ที่สำคัญคือ
👉 ตอนแรกอาจยังไม่เจ็บ
👉 แผลอาจดูเล็ก แต่อันตรายมาก
👉 อาการปวดอาจเกิดตามมาหลายชั่วโมง

🧴 HF อาจอยู่ในผลิตภัณฑ์อะไรบ้าง?
• น้ำยาขจัดสนิม
• น้ำยาลบรอยคราบน้ำบนกระจกหรือพื้นผิว
• น้ำยาทำความสะอาดอะลูมิเนียมและโครเมียม
• น้ำยาทำความสะอาดรถหรือน้ำยา detailing บางชนิด
• ผลิตภัณฑ์สำหรับกัดหรือแกะลายกระจก
• ในประเทศไทย บางแห่งอาจนำมาใช้ผสมเป็นน้ำยาขจัดคราบบนเสื้อผ้า

🏠 บ้านทั่วไปไม่ควรซื้อ HF มาเก็บไว้ หากไม่จำเป็น
ก่อนซื้อน้ำยาที่มีฤทธิ์แรง ให้ดูฉลาก หากพบคำว่า Hydrofluoric acid, Hydrofluoride หรือ HF ควรหลีกเลี่ยงและเลือกผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยกว่า

❌ ห้ามเทใส่ขวดน้ำหรือขวดเครื่องดื่ม
❌ เก็บให้พ้นมือเด็ก
❌ อย่าผสมน้ำยาเอง

🚿 ถ้าโดนผิวหนัง
ถอดเสื้อผ้าที่เปื้อน → รีบล้างด้วยน้ำมาก ๆ ทันที → ไปโรงพยาบาล

👁️ เข้าตา → รีบล้างด้วยน้ำสะอาดต่อเนื่อง แล้วไปโรงพยาบาลทันที

🥤 กลืนเข้าไป → ห้ามทำให้อาเจียน รีบไปห้องฉุกเฉินทันที

🚨 อย่ารอให้ปวด อย่ารอให้เกิดแผล

จำง่าย ๆ
“กรดกัดแก้ว HF — ไม่จำเป็น ไม่เอาเข้าบ้าน
ถ้าโดน รีบล้าง แล้วไปโรงพยาบาล”

#กรดกัดแก้ว #สารเคมีในบ้าน #ปฐมพยาบาล #รู้ทันสารพิษ

⚠️ ถอดบทเรียนเหตุสลด: ทำไม "กรดไฮโดรฟลูออริก" (HF) ถึงอันตรายถึงชีวิต?จากเหตุการณ์น่าเศร้าที่มหาวิทยาลัยฮอกไกโด เมื่อวัน...
28/08/2026

⚠️ ถอดบทเรียนเหตุสลด: ทำไม "กรดไฮโดรฟลูออริก" (HF) ถึงอันตรายถึงชีวิต?

จากเหตุการณ์น่าเศร้าที่มหาวิทยาลัยฮอกไกโด เมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งทำให้นักศึกษาปริญญาโทต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุสารเคมีกระเด็นใส่ เหตุการณ์นี้ย้ำเตือนให้เราเห็นถึงความน่ากลัวของ กรดไฮโดรฟลูออริก (Hydrofluoric acid หรือ HF) ที่ความอันตรายไม่ได้วัดกันที่ขนาดของบาดแผลภายนอก

🧪 Hydrofluoric Acid (HF): แผลอาจดูเล็ก แต่หัวใจอาจหยุดเต้นได้
Hydrofluoric acid (HF) เป็นสารเคมีที่พบในงานอุตสาหกรรมหลายประเภท เช่น การกัดแก้ว อุตสาหกรรม semiconductor การทำความสะอาดโลหะ และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบางชนิด เช่น กำจัดสนิม สิ่งสำคัญคือ HF ไม่ใช่เพียง corrosive acid ธรรมดา แต่เป็น systemic poison ที่อาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตจาก cardiac dysrhythmia ได้ แม้พื้นที่ผิวหนังที่สัมผัสจะไม่มากก็ตาม

☠️ ทำไม HF จึงอันตราย?
HF ทำอันตราย 2 ทางพร้อมกัน
1. H⁺ → corrosive injury
ทำให้เกิด chemical burn
2. F⁻ → deep tissue pe*******on + systemic toxicity
Fluoride ion จับกับ Ca²⁺ และ Mg²⁺ ในเนื้อเยื่อและกระแสเลือด ทำให้เกิด

→ hypocalcemia
→ hypomagnesemia
→ potassium disturbance
→ QT prolongation
→ ventricular dysrhythmia
→ cardiovascular collapse

ดังนั้น HF burn จึงเป็นทั้ง chemical burn + electrolyte poisoning

🚨 Clinical pearl: “Pain out of proportion”
ผู้ป่วยอาจมี อาการปวดรุนแรงมาก แต่ผิวหนังในระยะแรกดูผิดปกติเพียงเล็กน้อยโดยเฉพาะ HF ความเข้มข้นต่ำ อาการปวดและ skin lesion อาจเกิดช้าหลายชั่วโมง ดังนั้น อย่าประเมินความรุนแรงจากลักษณะแผลครั้งแรกเพียงอย่างเดียว

🏥 เมื่อผู้ป่วยมาถึง ER: ทำอะไร?
1️⃣ Protect yourself first
บุคลากรต้องใส่ PPE และ chemical-resistant gloves เพื่อป้องกัน secondary contamination ถอดเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับที่ปนเปื้อนออก และแยกเก็บในถุงพลาสติก 2 ชั้นอย่างเหมาะสม

2️⃣ Decontaminate immediately
ล้างบริเวณสัมผัสด้วยน้ำปริมาณมากทันที โดยไม่ควรเสียเวลารอ antidote
กรณีเข้าตา → irrigate อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง และประเมินโดยจักษุแพทย์

3️⃣ Calcium gluconate คือหัวใจของการรักษา
หลัง decontamination ให้ 2.5% calcium gluconate gel ทาบริเวณผิวหนังที่สัมผัสและนวดอย่างต่อเนื่อง โดยประเมินอาการปวดซ้ำ (ในกรณีที่ไม่มี 2.5% calcium gluconate gel สามารถผสมได้เองด้วย 2.5% calcium gluconate หนึ่งส่วนปริมาตร ต่อ gel 3 ส่วนปริมาตร; เช่น 2.5% calcium gluconate 10 ml ต่อ gel 30 ml)

Calcium มีเป้าหมายเพื่อจับ fluoride ion และลดการทำลายเนื้อเยื่อ

⚠️ Persistent pain หลัง topical calcium = ongoing fluoride toxicity
หากยังปวดมาก อาจต้องพิจารณาการให้ calcium gluconate ด้วยวิธีอื่น เช่น intraarterial หรือ regional intravenous techniques โดยควรปรึกษา medical toxicologist/poison center

ห้ามใช้ calcium chloride ฉีดเข้าเนื้อเยื่อ เพราะทำให้ tissue injury เพิ่มขึ้น

❤️ อย่าลืม “หัวใจและ electrolytes”
ผู้ป่วยที่มี significant exposure ควรตรวจ
• ECG และ continuous cardiac monitoring
• ionized Ca²⁺
• Mg²⁺
• K⁺
• electrolytes/renal function
• blood gas ในรายรุนแรง

ให้ระวัง QT prolongation, ventricular dysrhythmia, hypocalcemia และ hypomagnesemia

หากเกิด systemic toxicity อาจต้องให้ IV calcium ซ้ำหรือในขนาดสูงกว่าปกติ พร้อมแก้ไข magnesium และ electrolyte abnormalities อย่าง aggressive โดยติดตาม ECG และ laboratory อย่างใกล้ชิด

🫁 Inhalation และ ingestion ก็อันตราย
Inhalation อาจทำให้ bronchospasm และ pulmonary injury ซึ่งบางครั้งเกิดช้า ส่วน ingestion ถือเป็น high-risk exposure เพราะอาจเกิดทั้ง corrosive GI injury และ systemic fluoride toxicity อย่างรวดเร็ว

Activated charcoal ไม่มีบทบาท ใน HF ingestion

💡 Take-home message
จำง่าย ๆ ว่า
HF = Burn + Fluoride poisoning
และเมื่อเจอผู้ป่วย HF exposure ให้นึกถึง

WASH → CALCIUM → ECG → Ca/Mg/K → MONITOR

🔥 แผลเล็ก ไม่ได้แปลว่าพิษเล็ก
🔥 Pain out of proportion คือ warning sign
🔥 Calcium gluconate เป็น specific therapy ที่สำคัญ
🔥 ผู้ป่วยเสียชีวิตได้จาก electrolyte disturbance และ ventricular dysrhythmia

ในรายที่มี significant exposure, ingestion, inhalation, ECG abnormality, electrolyte disturbance หรืออาการปวดที่ควบคุมไม่ได้ ควรปรึกษา ศูนย์พิษวิทยา/แพทย์พิษวิทยาคลินิก ตั้งแต่ระยะแรก

🧠 จบตัวเก่า เริ่มตัวใหม่: Timing สำคัญแค่ไหนในการเปลี่ยนยาต้านซึมเศร้า?
03/08/2026

🧠 จบตัวเก่า เริ่มตัวใหม่: Timing สำคัญแค่ไหนในการเปลี่ยนยาต้านซึมเศร้า?

🧠 จบตัวเก่า เริ่มตัวใหม่: Timing สำคัญแค่ไหนในการเปลี่ยนยาต้านซึมเศร้า?การเปลี่ยนยาต้านซึมเศร้า (Antidepressant switchin...
03/08/2026

🧠 จบตัวเก่า เริ่มตัวใหม่: Timing สำคัญแค่ไหนในการเปลี่ยนยาต้านซึมเศร้า?

การเปลี่ยนยาต้านซึมเศร้า (Antidepressant switching) เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยในเวชปฏิบัติ เนื่องจากผู้ป่วยอาจตอบสนองต่อยาไม่เพียงพอ มีอาการไม่พึงประสงค์ หรือเกิดปฏิกิริยาระหว่างยา

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนยาไม่ใช่เพียงการ "หยุดตัวเก่าแล้วเริ่มตัวใหม่" แต่ต้องคำนึงถึง ค่าครึ่งชีวิตของยา (half-life) ความเสี่ยงต่อ อาการถอนยา (Antidepressant discontinuation syndrome) และ ปฏิกิริยาระหว่างยา เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพและปลอดภัย

🔄 4 วิธีหลักในการเปลี่ยนยาต้านซึมเศร้า
✅ 1. Direct Switch
หยุดยาตัวเดิม แล้วเริ่มยาตัวใหม่ในวันถัดไป
ข้อดี
✔️ ทำได้ง่ายและรวดเร็ว
ข้อควรระวัง
⚠️ เสี่ยงต่ออาการถอนยา โดยเฉพาะยาที่มีครึ่งชีวิตสั้น เช่น.Agomelatine → Mirtazapine

✅ 2. Crossover Switch
ค่อย ๆ ลดยาตัวเดิม พร้อมเริ่มยาตัวใหม่ในขนาดต่ำ
ข้อดี
✔️ การรักษาไม่ขาดช่วง
✔️ ลดโอกาสที่อาการซึมเศร้าจะกลับมากำเริบ
ข้อควรระวัง
⚠️ ยาทั้งสองชนิดออกฤทธิ์ซ้อนกัน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงหรือ Serotonin Syndrome
เช่น
• SNRIs → SSRIs
• SNRIs → Mirtazapine (ควรทำอย่างระมัดระวัง)

✅ 3. Moderate Switch
ค่อย ๆ ลดยาตัวเดิมจนหยุด จากนั้นเว้น Washout period 2–3 วัน ก่อนเริ่มยาตัวใหม่ในขนาดต่ำ
ข้อดี
✔️ ลดความเสี่ยงจากปฏิกิริยาระหว่างยา
✔️ มีความปลอดภัยมากขึ้น

✅ 4. Conservative Switch
ค่อย ๆ ลดยาตัวเดิมจนหยุด แล้วเว้นช่วง 4–5 เท่าของค่าครึ่งชีวิตยา ก่อนเริ่มยาตัวใหม่
ข้อดี
✔️ ปลอดภัยที่สุด
✔️ ลดโอกาสเกิด Drug interaction ได้มากที่สุด
ข้อเสีย
⚠️ ผู้ป่วยอาจมีอาการซึมเศร้ากลับมากำเริบ เนื่องจากต้องเว้นช่วงการรักษานาน

🚨 กรณีที่ต้องระวังเป็นพิเศษ: การเปลี่ยนยา MAOIs

การเปลี่ยนยาเข้า-ออกจาก Monoamine Oxidase Inhibitors (MAOIs) จำเป็นต้องมี Washout period ที่เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงต่อ Serotonin Syndrome ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

▪️Venlafaxine หรือ Nefazodone เปลี่ยนเป็น MAOIs ควรมี Washout period อย่างน้อย 1 สัปดาห์
▪️MAOIs เปลี่ยนเป็น ยาต้านซึมเศร้ากลุ่มอื่น ควรมี Washout period อย่างน้อย 2 สัปดาห์
▪️MAOIs, Bupropion, Mirtazapine, TCAs, SSRIs (ยกเว้น Fluoxetine) เปลี่ยนเป็น MAOIs ควรมี Washout period อย่างน้อย 2 สัปดาห์
▪️Fluoxetine เปลี่ยนเป็น MAOIs ควรมี Washout period อย่างน้อย 5–6 สัปดาห์

📌 เหตุผล: Fluoxetine และ norfluoxetine มีค่าครึ่งชีวิตยาวกว่ายาต้านซึมเศร้าชนิดอื่น จึงต้องเว้นช่วงนานเป็นพิเศษ
📝 คำย่อที่ควรรู้
🔹 SSRIs = Selective Serotonin Reuptake Inhibitors
🔹 SNRIs = Serotonin–Norepinephrine Reuptake Inhibitors
🔹 TCAs = Tricyclic Antidepressants
🔹 MAOIs = Monoamine Oxidase Inhibitors

📌 สรุป
การเปลี่ยนยาต้านซึมเศร้าเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยการวางแผนอย่างรอบคอบ ไม่ใช่เพียงการหยุดยาตัวเดิมแล้วเริ่มยาตัวใหม่ แต่ต้องพิจารณา ค่าครึ่งชีวิตของยา ความเสี่ยงต่ออาการถอนยา และปฏิกิริยาระหว่างยา เพื่อเลือกวิธีการเปลี่ยนยาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับ MAOIs หรือ Fluoxetine ซึ่งจำเป็นต้องมี Washout period ที่เพียงพอ เพื่อลดความเสี่ยงของอาการไม่พึงประสงค์รุนแรง

💡 หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้แก่บุคลากรทางการแพทย์ การเปลี่ยนยาต้านซึมเศร้าควรอยู่ภายใต้การพิจารณาและติดตามของแพทย์ผู้รักษาเสมอ

📚 เอกสารอ้างอิง
Jefferson JW. Strategies for Switching Antidepressants to Achieve Maximum Efficacy. J Clin Psychiatry. 2008;69(Suppl E1):14–18.
Specialist Pharmacy Service. Agomelatine to other antidepressants: switching in adults. Updated April 11, 2024.

British Columbia Ministry of Health. Appendix D: Switching Antidepressants. Guidelines and Protocols Advisory Committee; 2013.

ขอขอบคุณทาง EFM ทีได้ให้ ทีมเราไปสัมภาษณ์ในรายการนะคะทั้งนี้หากมีคำถามทางพิษวิทยาถามเรามาได้เลยค่า :)Line: call: 0241970...
28/07/2026

ขอขอบคุณทาง EFM ทีได้ให้ ทีมเราไปสัมภาษณ์ในรายการนะคะ
ทั้งนี้หากมีคำถามทางพิษวิทยาถามเรามาได้เลยค่า :)

Line:
call: 024197007

[Full] อังคารคลุมโปง Close Up SS2 EP.17 | พิษวิทยา x คุณหมอตาล ศูนย์พิษวิทยา ศิริราช (Thai Sub)
รับชมได้ทาง : https://youtu.be/H1KoE74tDSU
☑️ประเภทของสารพิษ
☑️ไซยาไนด์ พิษร้ายยอดฮิต
☑️พิษจากสัตว์ร้าย
☑️พิษจากสารเสพติด
การทดลองปริศนานำพาไปสู่สารพิษที่คร่าชีวิตผู้คน โศกนาฏกรรมที่ไม่ทราบสาเหตุอาจมีชนวนมาจากยาพิษที่เป็นภัยใกล้ตัว วันนี้เราจะชวนมาสืบเสาะเรื่องราวความจริงด้วยศาสตร์ “พิษวิทยา” ทั้งพิษจากสารเคมี พิษจากยา หรือแม้แต่พิษจากสัตว์ ล้วกลึกเรื่องพิษไปกับ “อ.พญ. ภัทรพร เมฆาวุฒิกุล” อาจารย์วิชาเวชศาสตร์จากศูนย์พิษวิทยา ศิริราช มาร่วมกันพิสูจน์ความจริงและไขปริศนาความตายสุดลี้ลับพร้อมกัน แล้วจะรู้ว่ามูลเหตุมาจากสารพิษที่เรามองไม่เห็นและใกล้ตัวกว่าที่ทุกคนคิด
📸 Close Up เรื่องสยองแบบวัยรุ่น GEN ผี ไปพร้อมกันใน “อังคารคลุมโปง Close Up SS2”
ทุกวันอังคารที่ 2 และ 4 ของเดือน เวลา 1 ทุ่มตรง ทาง Youtube Channel : Atime Do Dee และติดตามได้ทาง Facebook Fanpage : ATIME, ChillOnline และ EFMstation
🕯️ อยากเป็นส่วนหนึ่งของความสยอง สามารถสมัครเช้ามานั่งล้อมวงเล่าเรื่องไปด้วยกันได้ทาง Email : [email protected] หรือ Inbox ของ ATIME

#อังคารคลุมโปง #อังคารคลุมโปงCloseUp #อังคารคลุมโปงCloseUpSS2 #คนใกล้ผี #เรื่องสยองของวัยรุ่นGENผี #สารพิษ #ยาพิษ #พิษวิทยา #พิษ #ข่าวคดีดัง #ศิริราช

🧪 ไมโครพลาสติกในอาหาร...ภัยเงียบที่ใกล้ตัวกว่าที่คิด
13/07/2026

🧪 ไมโครพลาสติกในอาหาร...ภัยเงียบที่ใกล้ตัวกว่าที่คิด

🧪 ไมโครพลาสติกในอาหาร...ภัยเงียบที่ใกล้ตัวกว่าที่คิดสวัสดีครับเพื่อนร่วมวิชาชีพสาธารณสุขและพี่น้องประชาชนทุกท่าน ในฐานะผ...
13/07/2026

🧪 ไมโครพลาสติกในอาหาร...ภัยเงียบที่ใกล้ตัวกว่าที่คิด

สวัสดีครับเพื่อนร่วมวิชาชีพสาธารณสุขและพี่น้องประชาชนทุกท่าน ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยาคลินิก วันนี้ผมอยากมาชวนคุยเรื่องที่ใกล้ตัวเรามากที่สุดเรื่องหนึ่ง นั่นคือ "ไมโครพลาสติก" (Microplastics) ที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหาร โดยเฉพาะเมื่อเราใช้พลาสติกกับอาหารร้อนหรือนำเข้าไมโครเวฟครับ

หลายคนอาจเคยเห็นป้าย "Microwave Safe" บนกล่องพลาสติกแล้วรู้สึกอุ่นใจ แต่ในทางพิษวิทยา คำนี้หมายถึงพลาสติกนั้นจะไม่ละลายหรือบิดเบี้ยวเมื่อถูกความร้อนเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีสารเคมีหรือเศษพลาสติกขนาดจิ๋วหลุดรอดออกมาเลยครับ

🔥 ทำไมความร้อนถึงอันตราย?
พลาสติกเมื่อถูกความร้อนสูง โดยเฉพาะจากการสั่นสะเทือนของโมเลกุลในไมโครเวฟ จะเกิดกระบวนการที่เรียกว่า การเสื่อมสภาพของพอลิเมอร์ ทำให้เศษพลาสติกขนาดเล็กมากที่เรียกว่า ไมโครพลาสติก และ นาโนพลาสติก หลุดลอกออกมาปนเปื้อนในอาหารได้นับล้านถึงพันล้านอนุภาคต่อตารางเซนติเมตร

นอกจากตัวพลาสติกเองแล้ว ยังมีสารเติมแต่งที่เรากังวลกันมากคือ BPA (Bisphenol A) และ Phthalates ซึ่งสารเหล่านี้ไม่ได้เกาะติดแน่นกับเนื้อพลาสติก เมื่อเจอความร้อนสูง สารเหล่านี้จะ "ละลาย" ออกมาสู่อาหารได้ง่ายขึ้นมากครับ

⚠️ ปัจจัยที่เร่งให้พลาสติก "หลุด" สู่อาหาร
1️⃣ อุณหภูมิ
ยิ่งร้อนจัด ยิ่งเร่งการหลุดลอก

2️⃣ ประเภทอาหาร
อาหารที่มี ไขมันสูง (เช่น แกงกะทิ ผัดน้ำมัน เนย ครีม) สารกลุ่ม Phthalates จะชอบละลายออกมาในไขมันได้ดีมาก

3️⃣ ความเป็นกรด
อาหารที่มีรสเปรี้ยวจะช่วยเร่งให้พลาสติกเสื่อมสภาพเร็วขึ้น

4️⃣ สภาพภาชนะ
พลาสติกที่เก่า มีรอยขีดข่วน หรือผ่านการล้างด้วยเครื่องล้างจานมานาน จะคายไมโครพลาสติกออกมามากกว่าปกติหลายเท่า

🩺 อันตรายต่อสุขภาพที่ต้องระวัง
จากการศึกษาใหม่ล่าสุดในปี 2024 พบข้อมูลที่น่าตกใจว่า หากพบไมโครพลาสติกสะสมในผนังหลอดเลือด จะส่งผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง และ เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจขาดเลือดและอัมพาตได้สูงถึง 4.53 เท่า เมื่อเทียบกับคนที่ไม่พบพลาสติกในหลอดเลือดครับ

นอกจากนี้ สารเคมีที่มากับพลาสติกยังเป็น สารรบกวนต่อมไร้ท่อ (Endocrine Disruptors) ซึ่งส่งผลกระทบต่อ

• ระบบสืบพันธุ์ : ทำให้คุณภาพอสุจิลดลง และมีปัญหามีบุตรยาก
• พัฒนาการของเด็ก : ส่งผลต่อสมองและพัฒนาการของทารกในครรภ์หากมารดารับสารเหล่านี้เข้าไปสะสม
• ระบบเผาผลาญและเมตาบอลิซึม : มีส่วนเกี่ยวข้องกับโรคอ้วนและภาวะดื้อต่ออินซูลิน

✅ วิธีลดความเสี่ยงที่ทำได้ทันที
(โดยเฉพาะในวิถีชีวิตแบบไทยๆ)
เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณและครอบครัว ผมมีคำแนะนำง่ายๆ ดังนี้ครับ

1️⃣ ตัดพลาสติกออกจากความร้อน
อย่าเวฟอาหารทั้งกล่องพลาสติก แม้จะมีเขียนว่าเข้าเวฟได้ก็ตาม ให้เปลี่ยนใส่ชามแก้วหรือเซรามิกก่อนเวฟเสมอ

2️⃣ เลิกใส่แกงร้อนในถุงพลาสติก
สำหรับ "แกงถุง" หรือ "อาหารถุง" เมื่อซื้อมาแล้วควรรีบเทใส่ชามแก้วหรือแสตนเลสทันที ไม่ควรแช่ทิ้งไว้ในถุงขณะที่ยังร้อนจัด

3️⃣ ปิ่นโตแสตนเลสคือทางออก
การใช้ปิ่นโตแสตนเลสหรือภาชนะแสตนเลส หรือแก้ว ปลอดภัยที่สุดสำหรับอาหารร้อนและอาหารที่มีไขมันครับ

4️⃣ ทิ้งพลาสติกที่เสื่อมสภาพ
หากภาชนะพลาสติกที่บ้านเริ่มขุ่น มีรอยร้าว หรือรอยขีดข่วน ให้เลิกใช้ใส่อาหารทันที

5️⃣ ล้างมือบ่อยๆ
ไมโครพลาสติกยังปนเปื้อนในฝุ่นบ้านได้ด้วย การล้างมือก่อนหยิบจับอาหารจะช่วยลดการกลืนกินโดยไม่ตั้งใจได้ครับ

💙 ฝากถึงทุกคน
สุดท้ายนี้ ผมอยากฝากเพื่อนๆทุกท่าน ช่วยกันส่งต่อความรู้นี้เพื่อให้คนไทยลดการสะสมขยะพลาสติกในร่างกาย

"การแยกความร้อนออกจากพลาสติก" คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการปกป้องสุขภาพของเราครับ

🙏 หากเห็นว่าโพสต์นี้มีประโยชน์ ฝากกดแชร์เพื่อส่งต่อความรู้ดีๆ ให้คนที่คุณรักด้วยครับ

🧠 DMT: สารหลอนประสาทที่คุณอาจยังไม่รู้จัก
29/06/2026

🧠 DMT: สารหลอนประสาทที่คุณอาจยังไม่รู้จัก

🧠 DMT: สารหลอนประสาทที่คุณอาจยังไม่รู้จักN,N-Dimethyltryptamine (DMT) เป็นสารหลอนประสาทในกลุ่ม tryptamine โดยมีโครงสร้าง...
29/06/2026

🧠 DMT: สารหลอนประสาทที่คุณอาจยังไม่รู้จัก
N,N-Dimethyltryptamine (DMT) เป็นสารหลอนประสาทในกลุ่ม tryptamine โดยมีโครงสร้างคล้าย serotonin

⚙️ กลไกการออกฤทธิ์
DMT ออกฤทธิ์โดยกระตุ้นตัวรับ serotonin โดยเฉพาะ 5-HT2A receptor ซึ่งเป็นตัวรับหลักที่เกี่ยวข้องกับประสบการณ์หลอนประสาท เมื่อรับประทานหรือสูดดม DMT จะออกฤทธิ์ทำให้เกิดภาพหลอน

🚨 ความเป็นพิษของ DMT
ความเป็นพิษของ DMT มีลักษณะคล้ายสารหลอนประสาทอื่นในกลุ่ม tryptamine ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 2 ระดับ

🔹 ระดับเล็กน้อย–ปานกลาง
• ประสาทหลอน
• อารมณ์แปรปรวน
• เวียนศีรษะ
• คลื่นไส้
• ชา
• สับสน
• เดินเซ
• Hyperreflexia

🔹 ระดับรุนแรง
• ความดันโลหิตสูง
• หัวใจเต้นเร็ว
• กล้ามเนื้อสลาย (rhabdomyolysis)
• อุณหภูมิร่างกายสูง
• อาจเสียชีวิตได้

🏥 แนวทางการรักษา
เป็นการรักษาตามอาการ (supportive treatment) และ ไม่มียาต้านพิษเฉพาะ

⚖️ สถานะทางกฎหมายในประเทศไทย
DMT หรือ N,N-Dimethyltryptamine (DMT) จัดเป็น วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1
เป็นสารที่มีศักยภาพในการก่อให้เกิดการใช้ยาในทางที่ผิด มีความเสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพสูง และไม่มีการใช้ทางการแพทย์

📌 ตามกฎหมายไทย การกระทำที่เกี่ยวข้อง เช่น
• การผลิต
• การนำเข้า
• การส่งออก
• การจำหน่าย
• การครอบครอง
โดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท
ส่วนการเสพ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

📚 เอกสารอ้างอิง
1. Gumpper RH, Jain MK, Kim K, et al. The structural diversity of psychedelic drug actions revealed. Nat Commun. 2025; 16: 2734.
2. Merative Micromedex® POISINDEX®. Hallucinogenic tryptamines. In: Merative Micromedex® POISINDEX® [Electronic version]. Ann Arbor, Michigan, USA: Merative; [cited 2026 Apr 30]. Available from: https://www.micromedexsolutions.com (Subscription required to view)
3. Hfocus. สธ.เตือน! สาร DMT เสพแล้วหลอนประสาท เพ้อคลั่ง ต้องเข้ารับการบำบัด. เว็บไซต์ Hfocus.org เจาะลึกระบบสุขภาพ [อินเทอร์เน็ต]. 2567 [เข้าถึงเมื่อ 30 เม.ย. 2569]. เข้าถึงได้จาก: https://www.hfocus.org/content/2024/06/30671

#สารหลอนประสาท #พิษวิทยา #ความรู้เรื่องยา #เภสัชกร #สารเสพติด

💊 เช็คให้ชัวร์! ยาที่ห้ามใช้คู่กับ Probenecid
15/06/2026

💊 เช็คให้ชัวร์! ยาที่ห้ามใช้คู่กับ Probenecid

ที่อยู่

ศูนย์พิษวิทยาศิริาช หอพักพยาบาล 3 ชั้น 6 โรงพยาบาลศิริาช
Bangkok
10500

เบอร์โทรศัพท์

+6624197007

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ศูนย์พิษวิทยาศิริราช Siriraj Poison Control Centerผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์