บ้านยาชุมชน โดยเภสัชกรตลอดวัน

บ้านยาชุมชน โดยเภสัชกรตลอดวัน บ้านยาชุมชน เพชรเกษม หนองแขม
โทร 0635272654

บ้านยาชุมชน ร้านขายยาโดยเภสัชกร
หากท่านมีปัญหาเรื่องการใช้ยาและผลิตภัณฑ์
ต้องการคำแนะนำเรื่องสุขภาพต่างๆ
เภสัชกรยินดีให้คำปรึกษา ตอบทุกปัญหา
และให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับท่าน

เข้าร้านยา ถามหาเภสัชกร ด้วยนะครับ

จากกรรมกรส่งของสู่ดาวฤกษ์แห่งวงการ: "คิมมูยอล" ชายผู้เปลี่ยนหยาดเหงื่อและความเจ็บปวดให้เป็นบทแสดงชีวิตหากชีวิตคือบทภาพยน...
09/06/2026

จากกรรมกรส่งของสู่ดาวฤกษ์แห่งวงการ: "คิมมูยอล" ชายผู้เปลี่ยนหยาดเหงื่อและความเจ็บปวดให้เป็นบทแสดงชีวิต

หากชีวิตคือบทภาพยนตร์ บทชีวิตของ "คิมมูยอล" (Kim Mu-yeol)คงจัดอยู่ในหมวดดราม่าที่หนักหน่วงที่สุดเรื่องหนึ่ง ก่อนที่แฟนภาพยนตร์ทั่วโลกจะจดจำเขาในฐานะนักแสดงเจ้าบทบาทจาก The Gangster, The Cop, The Devil หรือศาลเยาวชนใน Juvenile Justice และวายร้ายสุดเหี้ยมใน The Roundup: Punishment เบื้องหลังสปอตไลท์ดวงนี้กลับถูกอาบไปด้วยหยาดเหงื่อ คราบน้ำตา และการต่อสู้ดิ้นรนที่ดุเดือดไม่แพ้ตัวละครตัวไหนที่เขาเคยแสดง

ชีวิตวัยรุ่นของคิมมูยอลไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่กลับถูกทดสอบอย่างรุนแรงเมื่อคุณพ่อของเขาประสบอุบัติเหตุทางสมอง และโรคร้ายอย่างมะเร็งซ้ำเติมจนอยู่ในอาการโคม่า วิกฤตครั้งนั้นมาพร้อมกับหนี้สินก้อนโต คิมมูยอลในวัยเพียงไม่กี่สิบปีจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องแบกรับคำว่า "หัวหน้าครอบครัว" เอาไว้บนบ่า

"เพื่อต่อลมหายใจให้พ่อและประทังชีวิตคนในบ้าน... ไม่มีงานไหนที่เขาจะปฏิเสธ"

กรรมกรผู้ไม่ยอมปล่อยมือจาก "ความฝัน"

เส้นทางสู่วงการบันเทิงของเขาไม่ได้เริ่มในห้องแคสติ้งติดแอร์ แต่เริ่มจากไซต์งานก่อสร้างอันร้อนระอุ โรงงานปั๊มโลหะที่เต็มไปด้วยเสียงเครื่องจักร ป้อมยามของพนักงานรักษาความปลอดภัย และการขี่รถส่งของฝ่าลมหนาว คิมมูยอลรับจ้างทำทุกงานที่ได้เงินเพื่อนำมาเป็นค่ารักษาพยาบาลของพ่อ แต่สิ่งหนึ่งที่งานหนักไม่สามารถทำลายไปจากเขาได้คือ "ความฝันในการเป็นนักแสดง" ในเวลาดึกสงัดระหว่างทางเดินเท้ากลับบ้านด้วยความเหนื่อยล้า คิมมูยอลมักจะใช้ถนนที่ไร้ผู้คนเป็นเวที เขาซ้อมท่องบทพูดและฝึกร้องเพลงไปตามทาง มันไม่ใช่แค่การฝึกฝน แต่มันคือ "พื้นที่เซฟโซน" เพียงหนึ่งเดียวที่ช่วยให้เขาหลีกหนีจากความจริงอันโหดร้ายและดึงสติให้เขายังคงก้าวต่อไป

ความอดทนไม่เคยทรยศใคร และพรสวรรค์ที่ผ่านการเจียระไนด้วยความลำบากก็เปล่งประกายในที่สุด คิมมูยอลค่อย ๆ พิสูจน์ตัวเองจากเวทีละครมิวสิคัล ไต่เต้าสู่ซีรีส์และภาพยนตร์ระดับบล็อกบัสเตอร์ ปัจจุบันเขาได้รับการยอมรับในฐานะนักแสดงแถวหน้าของเกาหลีใต้ที่มีฝีมือฉกาจและได้รับความเคารพอย่างสูงจากคนในวงการ

เรื่องราวของคิมมูยอลจึงไม่ใช่แค่เรื่องของดาราดังที่ประสบความสำเร็จ แต่เป็นบทพิสูจน์ชั้นดีของคำว่า "คนไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา" บาดแผลและหยาดเหงื่อในอดีตได้กลายเป็นสารอาหารชั้นเลิศที่หล่อเลี้ยงให้เขากลายเป็นนักแสดงที่เข้าถึงทุกบทบาทได้อย่างลึกซึ้ง และเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนอีกมากมายที่กำลังเผชิญหน้ากับมรสุมชีวิตในปัจจุบัน

และผลงานล่าสุดของเขาคือ บทนำในซีรี่ส์ Teach You a Lesson ที่สตรีมแล้วทาง Netflix ขอรับ

เพราะ 1นาทีของแต่ละคน ไม่เท่ากันถ้าไม่อยากเรียน ไม่อยากทำงาน หาแต่ดราม่า ก็ไม่ต้องขวางชีวิตคนอื่น เพราะ 1 นาที ที่คนๆ นึ...
09/06/2026

เพราะ 1นาทีของแต่ละคน ไม่เท่ากัน

ถ้าไม่อยากเรียน ไม่อยากทำงาน หาแต่ดราม่า ก็ไม่ต้องขวางชีวิตคนอื่น เพราะ 1 นาที ที่คนๆ นึงอยากจะตั้งใจทำอะไรสักอย่างมันจะแตกต่างกับ 1 นาทีคนที่ไม่เอาอะไรเลย และผลลัพธ์นั้นจะเริ่มเปลี่ยนชีวิตเขาไปอีกทางหนึ่งเลยก็ได้

ประเด็นใน EP.2 ของ teach you a lesson เป็นตอนที่ดีมากในแง่บท เพราะมันหยิบเรื่องใกล้ตัวอีกอย่างในช่วงชีวิตในรั้วโรงเรียนหรือทำงานก็ตาม ที่มักจะมีคนประเภทงานไม่ทำ เรียนไม่เรียน แต่เผือกจะลากชีวิตคนอื่นลงไปห่วยกับตัวเองด้วย
เหมือนตัวละคร คิมฮยองจู น้องที่อยากจะเป็นตัวท็อปวงการช่างยนต์ แต่น้องดันมาเรียนรวมกับวัยรุ่นสไตล์ 4 Kings ไม่เน้นสร้างงาน เน้นสร้างเรื่องตีกันเพื่อพิสูจน์ตัวเองกับนักเลงประจำเมืองเพื่ออะไรก็ไม่รู้ววว และน้องก็เลยซวยต้องตามน้ำพวกนี้ไปด้วย
จนพระเอกของเราต้องลงพื้นที่รับจบเด็กเลว และพูดไว้แบบโคตรดี โคตรหล่อ ว่าถ้าไม่อยากเรียน ไม่อยากทำงานก็ไม่ต้องขวางชีวิตคนอื่น เพราะ 1 นาที ที่คนๆ นึงอยากจะตั้งใจทำอะไรสักอย่างมันจะแตกต่างกับ 1 นาทีคนที่ไม่เอาอะไรเลย และผลลัพธ์นั้นจะเริ่มเปลี่ยนชีวิตเขาไปอีกทางหนึ่งเลยก็ได้
ใครยังไม่ดู ก็ไปดูรวดเดียวได้กับ teach you a lesson ใน Netflix

#อย่างนี้ต้องโดนสั่งสอน #ซีรีส์เกาหลี #ห้องดูหนัง

อย่างที่หลายๆคนรู้ก็คือ ซีรีส์เกาหลี "Teach You A Lesson" ทาง NETFLIX ได้นำประเด็นปัญหาในแวดวงการศึกษาเกาหลี โดยเฉพาะปัญ...
08/06/2026

อย่างที่หลายๆคนรู้ก็คือ ซีรีส์เกาหลี "Teach You A Lesson" ทาง NETFLIX ได้นำประเด็นปัญหาในแวดวงการศึกษาเกาหลี โดยเฉพาะปัญหาความรุนแรงในเด็ก มานำเสนอได้อย่างดุเดือดและตรงไปตรงมา แม้จะดูโหดร้าย แต่หลายๆเคสในเรื่องนี้ก็อ้างอิงมาจากคดีที่เกิดขึ้นจริง
ซึ่งเรื่องนี้ทางอาจารย์ Chae Yong-taek และ Han Ga-ram ผู้เขียนเว็บตูน "True Education" ที่เป็นต้นฉบับของซีรีส์ได้เปิดเผยว่ามีหลายเคสที่นำมาจากเรื่องจริง และได้ดัดแปลงมานำเสนอในซีรีส์ด้วย เช่น
1. คดีการเสียชีวิตของครูโรงเรียนมัธยมต้นที่ถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศเด็ก ปี 2017 (อยู่ใน ep3) คดีนี้เกิดเหตุกับคุณครูซงคยองจิน (วัย 56 ปี) ครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ผู้เป็นที่รักของนักเรียนและสอนหนังสือมานานถึง 30 ปี ถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศนักเรียนหญิง 7 คน ทั้งจับต้นขา บีบไหล่ และใช้คำพูดรุนแรง แม้เบื้องต้นทางตำรวจจะสอบสวนแล้วว่าคุณครูไม่มีความผิด แต่ "ศูนย์สิทธิมนุษยชนนักเรียน" กลับเห็นต่างและเดินเรื่องต่อ ทำให้คุณครูซงถูกสั่งพักงาน และตัดสินฝ่ายเดียวว่า "มีความผิดฐานละเมิดสิทธิมนุษยชนและล่วงละเมิดทางเพศ" พร้อมส่งเรื่องให้ดำเนินการทางวินัยขั้นเด็ดขาด ท้ายที่สุด ในวันที่ 5 สิงหาคม 2017 คุณครูซงตัดสินใจจบชีวิตตัวเองในโรงรถที่บ้านพัก เพื่อประท้วงความอยุติธรรมและยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเอง
2. คดีข้อสอบรั่วไหลของโรงเรียนมัธยมปลายสตรีซุกมยอง ปี 2018 (อยู่ใน ep4) จุดเริ่มต้นมาจากฝาแฝดหญิงคู่หนึ่งเรียนอยู่ที่โรงเรียนมัธยมปลายสตรีซุกมยอง โดยมี พ่อแท้ๆ เป็น "หัวหน้าฝ่ายวิชาการ" ของโรงเรียนนี้ ทั้งสองมีผลการเรียนผิดปกติและดีขึ้นอย่างก้าวกระโดดจนได้อันดับ 1 ของสายศิลป์และสายวิทย์ จนกระทั่งมีการสอบสวนและตรวจพบกระดาษโพสต์อิทที่จดเฉลยข้อสอบซ่อนอยู่ในบ้านของสองนักเรียน รวมถึงโทรศัพท์มือถือของพ่อที่มีไฟล์เฉลยข้อสอบเตรียมไว้ล่วงหน้า
3. คดีการเสียชีวิตของครูอนุบาลเมืองคิมโพ ปี 2018 (อยู่ใน ep5) มีป้าของนักเรียนนำครูไปโพสประจานในโซเชียลว่าหลานของตนถูกครูทำร้ายและทอดทิ้ง ทำให้สมาชิกในกลุ่มเกิดความโกรธแค้นและเริ่มทำการ ขุดคุ้ยประวัติ ชื่อจริง รูปถ่ายของครู มาโจมตีด้วยคอมเมนต์ด่าทอ สาปแช่ง และข่มขู่จำนวนมหาศาล รวมถึงมีการโทรไปต่อว่าที่ศูนย์ดูแลเด็กอย่างหนัก จนกระทั่งวันที่ 13 ตุลาคม 2018 (เพียง 2 วันหลังเกิดเรื่อง) คุณครูทนต่อแรงกดดันและการถูกประจานไม่ไหว จึงตัดสินใจจบชีวิตตัวเองด้วยการกระโดดลงมาจากอพาร์ตเมนต์
4. คดีขโมยรถและขับชนคนตายโดยนักเรียนมัธยมต้นที่เมืองแทจอน ปี 2020 (อยู่ใน ep6) โดยผู้ก่อเหตุเป็น "เด็กที่อายุไม่ถึงเกณฑ์รับโทษทางอาญา" (วัยเพียง 13 ปี) ทำให้พวกเขาลอยนวลจากความผิดทางอาญาไปได้ โดยช่วงเกิดเหตุกลุ่มเด็ก จำนวน 8 คน ได้ขโมยรถเช่าคันหนึ่งจากเขตยังชอน กรุงโซล และผลัดกันขับรถแบบไม่มีใบขับขี่ มุ่งหน้าไปยังเมืองแทจอน เมื่อตำรวจทราบเรื่องจึงได้ขับรถสายตรวจไล่ล่า แต่เด็กกลับพยายามขับหนีด้วยความเร็วสูง ทั้งขับข้ามเลนสวน ฝ่าไฟแดง และ พุ่งชนเข้ากับมอเตอร์ไซค์ของนายอี กอน (อายุ 18 ปี) ที่ทำงานพาร์ทไทม์ส่งอาหารหาเงินมาจ่ายค่าเทอมและแบ่งเบาภาระครอบครัว จนนายอี กอน เสียชีวิตทันที ที่แย่ไปกว่านั้นคือ มีแชทหลุดออกมาว่ากลุ่มเด็กผู้ก่อเหตุไม่ได้รู้สึกสลดใจกับสิ่งที่ทำลงไปเลย แถมยังอวดอ้างในโซเชียลมีเดียว่าตัวเองรอดคุกเพราะเป็นเยาวชน
(จริงๆ น่าจะมีอีกหลายคดีเรื่องจริง ที่ถูกนำมาดัดแปลงในซีรีส์ แต่ 4 เคสนี้เป็นกรณีที่ชัดเจนสุด)
----------------------------------
ซีรีส์ Teach You A Lesson มี 10 ตอนจบ สตรีมแล้วทาง NETFLIX พร้อมพากย์ไทย

"เสียเงินก้อนนี้ไป ถึงได้รู้ว่าเราไม่เหมาะจะเป็น Full Time เทรดเดอร์"เมื่อวานแชร์โพสต์นี้ https://www.facebook.com/share...
08/06/2026

"เสียเงินก้อนนี้ไป ถึงได้รู้ว่าเราไม่เหมาะจะเป็น Full Time เทรดเดอร์"

เมื่อวานแชร์โพสต์นี้ https://www.facebook.com/share/p/18kssF7471/ ไป

มาแชร์เรื่องของตัวเองกันบ้างค่ะ ถ้าเอาเรื่องเทรดจริงๆ นามิคงบอกว่าตัวเองเริ่มต้นที่ตลาดหุ้นไทย แต่เป็นการเทรดแบบจิ้มตามคนอื่น เพราะมีรุ่นพี่ที่รู้จักเทรดหุ้นไทยอยู่ เขาบอกอะไรเราก็เข้าตาม แล้วก็ออกตาม จนทำให้ได้กำไรมาก้อนหนึ่ง

ตอนนั้นคำว่า "เงินอยู่ในอากาศ อยู่ที่ว่าเราจะคว้ามันได้หรือเปล่า" นี่เรื่องจริงแสนจริง ในขณะที่ทำงานตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อต แต่ในอีกด้านทำไมมันทำเงินให้เราได้ดีขนาดนี้ ยิ่งจังหวะที่ก้าวเข้า "ตลาดคริปโตฯ" ที่เป็นช่วงปีตลาดกำลังขึ้น เข้าตัวไหนก็กำไร เราทำกำไรได้วันนึง 5-6 หลักเป็นปกติ จากที่คิดว่าจะทำกำไรแค่วันละ $50-$100 เท่านั้น

พอทำกำไรได้เยอะๆ ความคิดนั้นเริ่มเปลี่ยน จะมานั่งทำงานทำไมให้เหนื่อย ทำไมไม่เทรด Full Time ไปเลย ไหนๆก็ทำได้แล้ว ทั้งๆที่ความจริงทั้งหมดมันเป็นแค่โชคเท่านั้น เราอยู่ในจังหวะที่ตลาดดี ทำอะไรก็ดี ลงแรงให้ตกใจยังไม่มี และลงไปสักพักเดี๋ยวมันก็ขึ้น เรียกว่า "ยังไม่เจอตลาดของจริง"

แต่โชคเข้าข้าง (หรือเปล่า?) จังหวะที่คิดแล้วคิดอีกว่าจะ ออกจากงานหรือไม่อออกจากงานดี ตลาดมันก็มีคำเตือนมาให้เรา จนรอบนั้นอยู่ดีๆก็ขาดทุนไปจนสะดุ้ง นอนไม่หลับไปสองคืน เพราะเสียเงิน 7 หลักจากการเทรด (ด้วยความมั่นใจแบบผิดๆ) ของตัวเอง แน่นอนว่าหลังจากผ่านตรงนั้นมาได้ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่ความเสียหายที่หนักที่สุดที่เราเจอ แต่มันทำให้ฉุกคิดขึ้นมาได้ค่ะ

"ว่าเราไม่เหมาะกับการเทรดเพื่อเลี้ยงชีพเลย"

นี่ขนาดว่ามีรายรับทุกเดือนจากการทำงาน เทรดขาดทุนก็ยังมีเงินจ่ายค่าข้าว ค่ากินค่าอยู่ ค่าดูแลคนในครอบครัวทุกคนให้อยู่อย่างสบาย แล้วถ้าวันไหนไม่มีเงินที่แน่นอนตรงนี้เข้ามา ต้องพึ่งการเทรดอย่างเดียว นามิคงเครียดตายแน่ๆ ก็เลยยังกอดงานประจำไว้อยู่ และเทรดควบคู่ไปด้วย

แต่ก็ยังเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะหลังจากนั้นก็เจอกับการเสียหายครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต จากที่ได้แชร์ไปในหลายๆรายการ เสียบ้านเป็นหลัง เสียรถเป็นคัน แต่กลับมาได้ เพราะมีงานประจำเท่านั้นเลย ที่ยังทำให้พอฟื้นขึ้นมาได้หลังจากนั้น ขอบคุณตัวเองในวันนั้นที่ยังมีสติพอที่จะกอดสิ่งที่เราถนัดที่สุด และมั่นคงที่สุดในเวลานั้นไว้ค่ะ

ทุกวันนี้ไปที่ไหนก็ยังพูดอยู่เสมอ ว่านามิให้ความสำคัญกับสิ่งที่เรียกว่า Active Income หรืองานประจำที่ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของ รายได้ที่มั่นคง มากๆ เพราะมันไม่มีอะไรที่จะควบคุมความเสี่ยงได้ดีไปกว่านี้แล้ว มันเป็นทั้งตัวเริ่มต้นให้เรา ตัวฟื้นฟูให้กับเราในวันที่เราล้ม และเป็นตัวต่อยอดให้กับเราในอนาคตด้วยเหมือนกัน

สุดท้าย นามิไม่ได้หมายความว่าการเป็น Full Time เทรดเดอร์นั้นอันตราย เพราะคนที่นามิรู้จักในชีวิตหลายคนเอง ก็ใช้ชีวิตโดยการเป็น Full Time เทรดเดอร์ ที่ความรู้แน่น มีหลักการและมีวินัย แต่หลายๆท่านเขาก็ยังมีรายรับจากด้านอื่นๆมาด้วย

ถ้าอยากเป็น Full Time เทรดเดอร์จริงๆ ก็ไม่มีอะไรจะทำให้เรารู้ไปได้มากกว่าการลอง แต่แน่นอนว่าการลองย่อมมีค่าครูหรือค่าวิชาที่ต้องจ่ายตามมาด้วย เราพร้อมที่จะจ่ายหรือยัง เราพร้อมที่จะจ่ายมากแค่ไหน และถ้าเราจ่ายไปแล้ว เราจะสามารถดำเนินชีวิตไปได้อย่างปกติ โดยที่ตัวเองและคนรอบข้างไม่เดือดร้อนจริงๆหรือเปล่า

แต่ถ้าสิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่เราถนัดที่สุด แต่เราเข้าใจไปแล้วว่าตัวเองเก่ง จากทั้งสถานการณ์รอบด้าน จากโชคดี จากโอกาส ก็ยังคิดว่าการ "มีงานที่มั่นคง" ทำไปพร้อมๆกับ "เป็นนักลงทุนที่เก่ง" เป็นสิ่งที่สามารถทำควบคู่ไปได้พร้อมๆกันค่ะ

เพราะชีวิตไม่มีคำว่า "หวังน้ำบ่อหน้า" เสมอไปค่ะ ถ้าวันนี้ชีวิตที่ใช้แต่ละวันเรายังไม่รู้สึกมั่นคง ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะใช้ชีวิตไปกับความหวังว่า เดี๋ยวมันก็ดีเอง สิ่งที่ดีที่สุด อาจเป็นการสร้างความ "มั่นคงแบบชัดเจน" ให้กับเรา แล้วค่อยๆหาทางทยอยสร้างความเติบโตให้ตัวเอง อาจจะดีกว่า

:)

08/06/2026

ที่อยู่

ถนน เพชรเกษม
Bangkok
10160

เบอร์โทรศัพท์

+66 2 808 9317

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บ้านยาชุมชน โดยเภสัชกรตลอดวันผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์