เวชศึกษาสมัยใหม่ - Medical AI

เวชศึกษาสมัยใหม่ - Medical AI ช่องทางการติดต่อสำหรับคนไข้

06/06/2026

เนื่องจากมีคนที่จองสมัครห้อง พท. ติดต่อไม่ได้ 2 ท่าน - ท่านใดสนใจสมัครห้อง พท. ติดต่อมาทางไลน์ได้เลย - รับเพิ่มอีก 2 ท่านเท่านั้น - ติดต่อทางไลน์ได้ที่ Line ID : revthai

อาการ "วิตกกังวล นอนไม่หลับ นอนหลับ" ที่เกิดจากกลุ่มอาการ "Panic Disorder" - อาการของโรคมีหลายระยะ ต้องตรวจและวินิจฉัยให...
06/06/2026

อาการ "วิตกกังวล นอนไม่หลับ นอนหลับ" ที่เกิดจากกลุ่มอาการ "Panic Disorder" - อาการของโรคมีหลายระยะ ต้องตรวจและวินิจฉัยให้รู้ก่อนว่าอาการที่กำลังเป็นอยู่ในระยะไหน - เลือกใช้ยาไม่เหมาะสมกับอาการของคนไข้นอกจากจะไม่ดีขึ้นแล้ว อาการอาจแย่ลงไปอีก

บทความโดย พท.กมลลาสน์ ชีวสาธน์เวชกุล
แพทย์แผนไทย พท.ว เวชกรรมไทย / พท.ภ เภสัชกรรมไทย

ยาสมุนไพรตำรับที่แพทย์แผนไทยใช้รักษาคนไข้ ขอบอกเลยว่า ถ้าใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะอาการของคนไข้ที่กำลังเป็นอยู่ ประสิทธิภาพไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ายาแผนปัจจุบันเลย - แต่ที่ใช้ยากันแล้วไม่ดีขึ้นหรือเห็นผลช้า เพราะใช้ยาตามฉลากข้างกระปุก ไม่ได้วินิจฉัยภาวะโรคให้ละเอียดก่อน

*** โรคแต่ละโรคในแต่ละระยะของอาการโรค พยาธิสภาพความผิดปรกติในแต่ละช่วงไม่เหมือนกัน คุณไม่สามารถใช้ยารักษาโดยดูจากสรรพคุณข้างกระปุกยาแบบตายตัวได้

*** อาการ "วิตกกังวล นอนไม่หลับ นอนหลับ" เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่รอบนี้จะอธิบายเฉพาะอาการทางเกิดจากสาเหตุ "Panic Disorder" ซึ่งหลาย ๆ คนเข้าว่าต้นเหตุเกิดจากความผิดปรกติของ "วาตะ" ซึ่งจริง ๆ แล้วมันไม่ใช่แบบนั้น

*****************************

อาการ "วิตกกังวล นอนไม่หลับ นอนหลับ" ที่เกิดจากกลุ่มอาการ "Panic Disorder" ลักษณะอาการแสดงของโรค ส่วนใหญ่จะแสดงอาการออกมาให้เห็นในรูปแบบของ "วาตะ" ยกตัวอย่างเช่น

1) วิตกกังวล, คิดฟุ้งซ่าน, จิตไม่อยู่กับเนื้อกับตัว - วาตะเพิ่มขึ้นในจิต (Prana Vata) ความคิดเคลื่อนไหวไม่หยุด / การทำงานผิดปกติของ Amygdala ระบบ fight-or-flight ถูกกระตุ้น

2) ใจสั่น, หายใจเร็ว, เหงื่อออก, หวาดกลัวรุนแรง - วาตะและปิตตะผิดปกติ พลังชีวิตแปรปรวน, การรับรู้ความกลัวรุนแรงขึ้น การหลั่ง Adrenaline สูงผิดปกติ, HPA axis overactivation

*** นี่เป็นแค่การยกตัวอย่างอาการบางส่วนเท่านั้น แต่ถึงแม้อาการจะแสดงออกมาให้เห็นในรูปแบบวาตะ แต่ต้นเหตุของอาการคนไข้แต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนต้นเหตุของอาการเกิดจาก "เอกโทษปิตตะ" บางคนต้นเหตุของอาการเกิดจาก "เอกโทษวาตะ" เพราะฉะนั้น สิ่งที่แพทย์แผนไทยจะต้องทำคือ วินิจฉัยให้รู้ก่อนว่า ตกลงอาการของคนไข้ที่คุณกำลังรักษาอยู่ เกิดจากเอกโทษกองไหน

*** เพราะอาการในแต่ละลักษณะ จ่ายยาสมุนไพรตำรับรักษาไม่เหมือนกัน

*****************************

อาการ "วิตกกังวล นอนไม่หลับ นอนหลับ" ที่เกิดจากกลุ่มอาการ "Panic Disorder" ที่เกิดจากความผิดปรกติของปิตตะ หรือ "เอกโทษปิตตะ" ยกตัวอย่างลักษณะอาการ (แค่บางส่วน) เช่น

1) เริ่มมีความรู้สึกกลัว + ความโกรธร่วม - ขัดใจง่าย หงุดหงิด พูดเสียงดัง คิดเร็ว มองสิ่งรอบตัวเป็นภัย / สัตถกะปิตตะทำให้ ความร้อนในใจ ดันวาตะเบาๆ เกิดการเคลื่อนไหวของจิตเร็วขึ้น Amygdala ส่งสัญญาณเตือนภัยแม้ไม่มีภัย, GABA ต่ำลง

2) ภาวะตื่นตระหนกเต็มรูปแบบ (Panic Attack) หัวใจเต้นแรง หายใจถี่ แน่นหน้าอก มึนหัว ร้อนวูบวาบ กลัวเสียการควบคุม - สัตถกะปิตตะเร่งวาตะขึ้น พลังพุ่งจากอกขึ้นศีรษะอย่างรวดเร็ว Hyperventilation, feeling of losing control, derealization

*** ลักษณะอาการในกลุ่มนี้ จ่ายยารักษาไม่เหมือนกันกับกลุ่มคนไข้ที่อาการเกิดจาก "เอกโทษวาตะ" หากจ่ายยาสมุนไพรตำรับไม่ตรงกับโรค ลักษณะอาการที่อาจเกิดขึ้น คือ

- อาจทำให้อาการรุนแรงมากขึ้น
- อาจทำให้การนอนหลับแย่ลงกว่าเดิม
- อาจส่งผลรบกวนต่อระบบทางเดินอาหาร

****************************

ท่านใดต้องการปรึกษาอาการกับแพทย์แผนไทย พท.ว เวชกรรมไทย / พท.ภ เภสัชกรรมไทย ปรึกษาและติดต่อเราได้ที่ ชีวสาธน์เวชคลินิกการแพทย์แผนไทย

โทร 091 - 705 - 6938 / Line ID :

อาการ "แพนิค" ไม่ได้เกิดจาก "กรดไหลย้อน"  เพราะมันเป็นไปไม่ได้ - "กรดไหลย้อน" ต่างหากที่เกิดจาก "แพนิค" หรือ "ความเครียด...
05/06/2026

อาการ "แพนิค" ไม่ได้เกิดจาก "กรดไหลย้อน" เพราะมันเป็นไปไม่ได้ - "กรดไหลย้อน" ต่างหากที่เกิดจาก "แพนิค" หรือ "ความเครียด" ที่เป็นมาอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว แต่บางคนไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็น "แพนิค" หรือ "เครียด"

บทความโดย พท.กมลลาสน์ ชีวสาธน์เวชกุล
(แพทย์แผนไทย พท.ว เวชกรรมไทย / พท.ภ เภสัชกรรมไทย)

สำหรับคนไข้ แนะนำว่าควรทำความเข้าใจอาการ "กรดไหลย้อน" กับ "แพนิค" ให้ละเอียดก่อนจะตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ใด ๆ ก็ตามกินเอง โดยไม่ผ่านหมอ อย่าให้ใครเอาข้อมูลที่ไม่ตรงความเป็นจริงมาหลอกท่าน เพื่อแค่อยากจะขายของเท่านั้น

*** อาการ "กรดไหล้ย้อน" คืออาการที่น้ำย่อยจากกระเพาะอาหาร ตีขึ้นมาที่หลอดอาหารจนถึงคอ ซึ่งต้นเหตุที่ทำให้เกิดอาการแบบนี้ได้อาจเกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้

1) กินอาหารในเวลาที่ไม่ควรจะกิน เช่น กินแล้วนอน
2) กินอาหารในแล้วไปทำพฤติกรรมที่ไม่ควรทำ เช่น กินแล้วไปวิ่ง
3) เกิดจากระบบประสาทอัตโนมัติทำงานผิดปรกติ จาก
3.1) เกิดจากคนไข้กำลังมีอาการโรควิตกกังวล
3.2) เกิดจากความผิดปรกติของลำไส้
และอื่น ๆ อีกหลาย ๆ สาเหตุ

**********************************

*** อาการ "แพนิค" คือ โรคหนึ่งในกลุ่มโรค "วิตกกัลวล" (หมายความว่าโรคกลุ่มนี้ไม่ได้มีแค่โรคเดียว) ต้นเหตที่ทำให้เกิดอาการส่วนใหญ่จะเกิดจาก "ความเครียดสะสมในชีวิต" ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว บางคนไม่รู้ตัวและไม่ยอมรับว่าตนเองเป็นก็มี ยกตัวอย่างลักษณะอาการบางส่วน เช่น

1) มีอาการใจสั่น อยู่ดี ๆ ก็เป็นขึ้นมาเองควบคุมไม่ได้
2) มีอาการวิตกกังวล อยู่ดี ๆ ก็เป็นขึ้นมาเอง
3) มีอาการเหงื่อออกตามือและเท้า ควบคุมไม่ได้
4) มีอาการนอนไม่หลับ หรือนอนหลับไม่สนิท
5) มีอาการตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วหลับต่อไม่ได้

*** อาการโรคกลุ่มนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงกับระบบประสาท ให้ทำงานผิดปรกติ ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นแค่ 1-2 วัน แต่เกิดสะสมมานานแล้ว บางคนเกิน 1-2 ปีก็มี คนไข้ส่วนใหญ่อยากกินยาแล้วให้อาการดีขึ้นทันที หรือกินยาแค่ 2-3 วันแล้วอาการดีขึ้นโดยที่ไม่ต้องกินยาอีก ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้

*** การรักษาอาการกลุ่มนี้ ไม่ว่าจะรักษาด้วยาสมุนไพรตำรับจากแพทย์แผนไทย หรือจากยาแผนปัจจุบัน จะต้องใช้ระยะเวลาบำบัดรัรกษาสักระยะ ซึ่งคนไข้ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีความอดทนมากพอถึงขนาดนั้น

*********************************

หากคนไข้ ไม่ได้เป็นโรคกลุ่มแผลในทางเดินอาหาร และไม่ได้มีพฤติกรรมการรับประทานอาหารช่วงดึก แล้วมีอาการ "กรดไหลย้อน" มีความเป็นไปได้ที่อาการ "กรดไหลย้อน" จะเกิดจาก "แพนิค" ที่คนไข้เป็นอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว

*** นั่นหมายความว่า ถ้ารักษาอาการ "แพนิค" ดีขึ้น อาการกรดไหลย้อนจะดีขึ้นไปเองโดยที่ไม่ต้องไปรักษากรดไหลย้อนเลย

และที่สำคัญ "แพนิค" ไม่ได้เกิดจากกรดไหลย้อน ลำพังอาการแค่กรดไหลย้อนไม่สามารถทำให้เกิดอาการถถึงระดับ "แพนิค" ได้ ซึ่งบางคนอาจจะบอกว่าที่เป็นแพนิคเพราะกังวลอาการกรดไหลย้อนของตนเอง เช่น

- อาจจะกังวลอาการกลืนลำบาก
- กัลวลอาการจุกคอ

*** ขอบอกเลยว่า อาการแบบนี้ไม่ใช่อาการกรดไหลย้อน แต่เป็นอาการส่วนหนึ่งของความผิดปรกติจากระบบประสาทจากความเครียด

********************************

ท่านใดต้องการปรึกษาอาการกับแพทย์แผนไทย พท.ว เวชกรรไทย / พท.ภ เภสัชกรรมไทย ติดต่อเราได้ที่ ชีวสาธน์เวชคลินิกการแพทย์แผนไทย

โทร 091 - 705 - 6938 / Line ID :
(ส่วนงานเวชกรรมไทยออนไลน์ และติดตามอาการ)

เรื่องของ "รสยาฝาด" ที่แพทย์แผนไทยมักจะท่องกันแบบย่อ ๆ มาว่า "ฝาดสมาน" - เราจะบอกว่ารสฝาดมีฤทธิ์ช่วยสมานแผลในร่างกายไม่ไ...
05/06/2026

เรื่องของ "รสยาฝาด" ที่แพทย์แผนไทยมักจะท่องกันแบบย่อ ๆ มาว่า "ฝาดสมาน" - เราจะบอกว่ารสฝาดมีฤทธิ์ช่วยสมานแผลในร่างกายไม่ได้ เพราะนั่นไม่ใช่ฤทธิ์ของมันตรง ๆ - และที่สำคัญในบางกรณีไม่มีรสฝาดร่างกายก็สามารถสมานแผลเองได้เช่นกัน

บทความโดย พท.กมลลาสน์ ชีวสาธน์เวชกุล
แพทย์แผนไทย พท.ว เวชกรรมไทย / พท.ภ เภสัชกรรมไทย

คนโบราณที่เขาเขียนเอาไว้ว่า "รสฝาด" มีฤทธิ์ช่วยสมาน จริง ๆ แล้วก็ต้องบอกว่ามันไม่ถือว่าผิด ถ้าจะพูดแบบนี้ในยุดก่อนสัก 60 - 70 ปีก่อนขึ้นไป เพราะการแพทย์และวิทยาศาสตร์สมัยนั้นยังไม่พัฒนาเหมือนยุคนี้ - คำว่า "รสฝาดช่วยสมาน" คนโบราณเขาบันทึกจากการสังเกตจริง ๆ ว่ากินยาสมุนไพรรสฝาดแล้วกระบวนการสมานแผลจะชัดเจนขึ้น

*** แต่กับยุคนี้ เราจะใช้คำเดิมแบบที่คนโบราณเขียนเอาไว้ ไม่ได้อีกแล้ว เพราะสมัยนี้วิทยาศาสตร์ก้าวหน้าไปมากแล้ว และข้อพิสูจน์ก็มีอยู่หลายเรื่องที่ชัดเจนว่า "รสฝาด" ไม่ใช่รสเดียวที่ช่วยให้สมานได้

และที่สำคัญเราต้องวิเคราะห์แยกกระบวนการ ระหว่างการออกฤทธิ์ของรสยาฝาด และกระบวนการสมานแผลของร่างกาย ขาดออกจากกันให้ได้ก่อน อย่าเอามารวมกัน - เพราะถ้าเรายังรวมมันอยู่แบบนี้เดี๋ยวเราจะมั่ว

**********************************

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกระบวนการสมานแผลก่อน ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไงคร่าว ๆ - เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะแพทย์แผนไทยจำนวนน้อยมาที่เข้าใจกระบวนการสมานแผลที่เกิดขึ้นนี้

*** กระบวนการสมานแผล คือ กระบวนการที่ร่างกายซ่อมแซมตนเอง หลังจากเกิดอาการบาดเจ็บ โดยกระบวนการจริง ๆ ที่เกิดขึ้น แทบจะไม่รอให้อาการอักเสบที่เป็นอยู่หายก่อนแล้วค่อยรักษา - พังเมื่อไหร่่ซ่อมเมื่อนั้น

ชื่อภาษาอังกฤษมีเรียกอยู่หลายชื่อ กระบวนการสมานแผล ในทางการแพทย์เรียกว่า

- Wound Healing - กระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ได้รับบาดเจ็บ
- Tissue Repair - การซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
- Tissue Regeneration - การฟื้นสร้างเนื้อเยื่อให้ใกล้เคียงปกติ
- Scar Formation - การเกิดแผลเป็น
- Fibrosis - การซ่อมแซมโดยเกิดพังผืด (fibrous tissue)

*** เพราะฉะนั้น ไม่จำเป็นต้องกินรสฝาด ร่างกายก็เกิดกระบวนการสมานแผลของมันเองอยู่แล้ว อย่าคิดว่าถ้าไม่กินมันก็จะไม่ซ่อมนะ

*********************************

แต่ที่คนโบราณเขียนเอาไว้ว่า "รสฝาดช่วยสมาน" ก็เพราะ สมุนไพรรสฝาดมีส่วนช่วยทำให้การสมานเนื้อเยื่อ หรือการซ่อมแซมเนื้อเยื่อของร่างกาย กระทำได้อย่างราบรื่น ไม่มีตัวมารมาขัดขวาง และสิ่งที่จะ

*** ทำให้การสมานแผล (Wound Healing) สามารถ

- ช้าลง (Delayed Healing)
- หยุดชะงัก (Impaired Healing)
- ติดค้างอยู่ในระยะใดระยะหนึ่ง (Stalled Healing)
- ล้มเหลว (Failed Healing)

*** ได้ทั้งหมด โดยเฉพาะในแผลเรื้อรัง (Chronic Wound) เพราะฉะนั้น ยารสฝาดบางส่วนมีฤทธิ์ลดอาการอักเสบลง เมื่ออาการอักเสบลดลง กระบวนการสมานก็กลับมาเป็นขั้นเป็นตอนของมันแบบปรกติ

*******************************

*** แต่จงระวัง ไม่ใช่แค่รสฝาดรสเดียวที่ทำให้ลดการอักเสบได้ ยกตัวอย่างเช่น "รสขม" ก็ลดการอักเสบลงได้เช่นกัน โดยเฉพาะ "ขมิ้นชั้น" ซึ่งมีรสขมนำและเป็นรสหลัก

*** ข้อมูลที่เหลือ เดี๋ยวจะเอาไปอธิบายในห้อง พท. ในช่วงเวลา Live สด - ท่านใดติดงานตามต่อใน Application ของเราได้เลย ใช้ได้ทั้ง Android และ iOS ครับ

ท่านใดต้องการสมัครห้อง พท. ติดต่อทางไลน์ได้เลย Line ID : revthai

อัพเกรดเนื้อหาให้สมาชิกห้อง พท. แบบขนานใหญ่ มีบางคนถามว่าเกินความจำเป็นไปหรือเปล่า อันนี้ผมตอบไม่ได้ครับ แต่ที่ตอบได้คือ...
04/06/2026

อัพเกรดเนื้อหาให้สมาชิกห้อง พท. แบบขนานใหญ่ มีบางคนถามว่าเกินความจำเป็นไปหรือเปล่า อันนี้ผมตอบไม่ได้ครับ แต่ที่ตอบได้คือสมาชิกในห้อง พท. ต้องการแบบนี้ เรารู้ไม่ใช่ให้ไปรักษาทับทางแผนปัจจุบัน แต่เพื่อพัฒนาการรักษาทางแผนไทย

*** เทคโนโลยีครบ ทั้ง AI / AR / VR และ 3D

หากต้องการสมัครห้อง พท. ติดต่อทางไลน์ได้เลยครับ Line ID : revthai

*** นับจากวันนี้ห้องเรียนของเราจะเริ่มใช้ AI ประกอบการเรียนการสอน ให้สมาชิกทุกท่านได้ใช้ AI รุ่นพื้นฐานของเรา

04/06/2026

เพจเราเปิดรับสมาชิกห้องพื้นฐานแพทย์แผนไทยและกายวิภาคศาสตร์ (ย้ำว่าพื้นฐานเท่านั้น) ในราคาสมาชิกที่ถูกที่สุดเท่าที่เคยเปิดมา เรียนทุกวันเสาร์ (ตลอดชีพ) ติดต่อไลน์ Line ID : revthai

อาการ "เมื่อยต้นขา ตึงขาหนับก้าวขาไม่ค่อยออก และเมื่อยร้าวไปที่เอวด้านหลังและสัญญาณ 3 ขาด้านนอก" - อาการอันตรายที่ควรต้อ...
04/06/2026

อาการ "เมื่อยต้นขา ตึงขาหนับก้าวขาไม่ค่อยออก และเมื่อยร้าวไปที่เอวด้านหลังและสัญญาณ 3 ขาด้านนอก" - อาการอันตรายที่ควรต้องตรวจเช็คอาการให้รู้ก่อนว่าเกิดจากอะไร เพราะถ้าไม่ใช่กล้ามเนื้อแล้วเผลอไปนวด คนไข้อาจเจ็บหนักกว่าเดิม

บทความโดย พท.กมลลาสน์ ชีวสาธน์เวชกุล
แพทย์แผนไทย พท.ว เวชกรรมไทย / พท.น นวดไทย)

อาการนี้คือหนึงในอาการที่ที่คนไข้เป็นกันค่อนข้างเยอะ เพราะฉะนั้น เช็คคนไข้ให้รู้ก่อนว่าอาการเกิดจากอะไร เพราะอาการแบบนี้ไม่ได้เกิดจากกล้ามเนื้ออย่างเดียวเสมอไป - ถ้านวดโดยที่ไม่ตรวจเช็คแล้วคนไข้เจ็บกว่าเดิม ทั้งนวดรักษาและผ่อนคลายตามร้านทั่วไป จะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้ เพราะอาการลักษณะนี้ตรวจเช็คและซักประวัติค่อนข้างเง่าย

ยกตัวอย่างลักษณะอาการบางส่วน เช่น

- มีอาการตึงหน้าขาด้านหน้า โดยเฉพาะเวลาเดิน
- เวลาเดินมีอาการก้าวขาไม่ออก ตึงร้าวไปที่ขาหนีบ
- เวลาเดินมีอาการเมื่อยร้าวไปที่ก้น แถว ๆ ส 3 ขานอก
- หากเดินอยู่แล้วมานั่ง จะเมื่อยลงแนวขาด้านหลัง
- และอาการอื่น ๆ อีกหลายแบบ

ลักษณะอาการของคนไข้แต่ละคนไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น อย่าได้คิดหา pattern การนวดเด็ดขาด เพราะหมอจะต้องออกแบบการรักษาใหม่หมดกับคนไข้ทุกเคส

********************************
ก่อนที่จะลงมือนวด ต้องวินิจฉัยให้ได้ก่อนว่าอาการของคนไข้ที่เป็นในลักษณะนี้ ต้นเหตุมาจาก "ลมปลายปัตฆาต" หรือ "ลมรัตตฆาต" หากคิดว่าเป็นอาการลมปลายปัตฆาตจริง ส่วนใหญ่จะมาจากจุดสัญญาณดังต่อไปนี้

- ลมปลายปัตฆาตสัญญาณ 1 หลัง ในระยะเริ่มต้น (เท่านั้น)
- ลมปลายปัตฆาตสัญญาณ 3 ขาด้านนอก (ไม่มีลำบองเท่านั้น)

ส่วนของกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับอาการนี้ เช่น

- Gluteus maximus muscle
- Semimembranosus muscle
- Re**us femoris muscle
- และอื่น ๆ อีกหลายมัด

*** อย่างที่บอกไปว่า หากเป็น "ลมปลายปัตฆาต" จริง ๆ จะต้องไม่มีอาการ "ลำบอง" โผล่มาให้เห็นเลยแม้แต่นิดเดียว ถ้าไม่มั่นใจว่าคนไข้มีอาการ "ลำบอง" อยู่หรือไม่ อย่าได้คิดจะนวดเด็ดขาด เพราะถ้ามีลำบองแล้วนวดไปโดยไม่รู้ รับรองได้ว่าหมอแผนปัจจุบันสวดกลับมาแน่นอนว่านวดไปได้ยังไง เพราะอาการแบบนี้ไม่ได้ตรวจยากเลย

*** ต้องตรวจและซักประวัติก่อนเท่านั้น แล้วจึงวางลำดับการนวดใหม่

********************************

หากอาการของคนไข้เกิดจาก "ลำบอง" จริง ๆ ห้ามเนวดโดยเด็ดขาด มีหลายโรคที่อยู่ในกลุ่มอาการนี้ ถึงแม้ตำรานวดบางเล่มจะบอกกว่าอาการข้ออักเสบนวดนวดก็ห้ามนวด เพราะในความเป็นจริง อาการข้ออักเสบไม่ใช่อาการที่นวดแล้วจะดีขึ้นได้ มีแต่จะทำให้อาการแย่ลง
ยกตัวอย่างอาการบางส่วนเช่น

*** ลำบองสัญญาณ 3 ขาด้านนอก อาการนี้ในทางวิทยาศาสตร์สามารถแยกออกได้เป็นหลายโรค เช่น

- Osteonecrosis of the hip
- Atherosclerosis
- Giant Cell Arteritis
- และอื่น ๆ อีกหลาย ๆ โรค

*** การตรวจร่างกายและซักประวัติสำคัญมาก กับคนไข้ที่มีอาการในกลุ่มนี้ ซึ่งการตรวจร่างกายและซักประวัติจะสามารถคัดกรองและแยกโรคได้

*******************************

*** ข้อมูลที่เหลือ เดี๋ยวจะเอาไปอธิบายในห้อง พท. ในช่วงเวลา Live สด ท่านใดติดงานตามชมย้อนหลังได้เลย เดี๋ยวจะทำเอกสารเอกใน Database ของห้อง พท. ด้วย

ท่านใดต้องการสมัครห้อง พท. ติดต่อทางไลน์ได้เลย Line ID : revthai

Schulterschmerzen mit Ausstrahlung in Arm oder Nacken: Warum eine Diagnose vor der Behandlung unverzichtbar istWenn eine...
04/06/2026

Schulterschmerzen mit Ausstrahlung in Arm oder Nacken: Warum eine Diagnose vor der Behandlung unverzichtbar ist

Wenn eine Behandlung möglichst wirksam sein und gleichzeitig das Risiko unerwünschter Ereignisse minimieren soll, muss zunächst die zugrunde liegende Pathologie durch eine sorgfältige Untersuchung und Diagnose geklärt werden.

Es reicht nicht aus, lediglich festzustellen, wo der Schmerz lokalisiert ist, und anschließend zu entscheiden, welche Massagetechnik angewendet werden soll. Ein solches Vorgehen unterscheidet sich kaum von einer Behandlung ohne ausreichendes Verständnis der tatsächlichen Ursache.

*******************************

Artikel von Kamollard Chivasatvetchakul
Praktiker der Traditionellen Thailändischen Medizin (TTM)
Lizenzierter Praktiker für Thai Traditional Medicine Practice und Thai Traditional Massage

*******************************

Das Beschwerdebild „Schulterschmerzen mit Ausstrahlung in den Arm oder in den Nacken“ wird nicht ausschließlich durch muskuläre Störungen verursacht. Deshalb sollte bei Patienten mit solchen Symptomen stets eine gründliche Untersuchung und Diagnosestellung erfolgen, bevor eine Behandlung begonnen wird.

Viele Menschen fragen:

„Warum muss man so viel untersuchen? Ist das nicht zu umständlich? Eine Massage wird das Problem schon lösen.“

Wer so denkt, sollte vorsichtig sein.

Liegt eine Erkrankung vor, bei der eine Massage kontraindiziert ist, können schwerwiegende Folgen entstehen. Selbst wenn eine Massage grundsätzlich möglich ist, muss zunächst die gesamte Pathophysiologie verstanden werden, um einen geeigneten Behandlungsplan erstellen zu können.

Therapeutische Massage ist keine standardisierte Routinebehandlung. Sie darf nicht schematisch erfolgen. Die individuelle Symptomatik des Patienten bestimmt die therapeutische Vorgehensweise.

******************************

Wie bereits erwähnt, können Schulterschmerzen mit Ausstrahlung in den Arm oder in den Nacken zahlreiche Ursachen haben, die weit über muskuläre Probleme hinausgehen.

Ein Beispiel hierfür ist:

Stenose der Arteria subclavia / Subclavian-Steal-Syndrom

Mechanismus

Durch eine Verengung oder einen Verschluss der Arteria subclavia wird die Blutversorgung des Arms reduziert. Dadurch können belastungsabhängige Schmerzen entstehen. In bestimmten Fällen kann Blut aus dem zerebralen Kreislauf umgeleitet werden (Steal-Phänomen).

Mögliche Symptome

* Schulter- oder Armschmerzen bei Belastung (Arm-Claudicatio)
* Taubheitsgefühl oder Schwäche des Arms
* Schwindel, Drehschwindel oder verschwommenes Sehen
* Unterschiedliche Blutdruckwerte zwischen beiden Armen

Die entscheidende Frage

Kann ein Praktiker der Traditionellen Thailändischen Medizin erste Hinweise darauf erkennen, dass die Beschwerden möglicherweise vaskulären Ursprungs sind?

Die Antwort lautet: Ja.

Durch Anamnese und körperliche Untersuchung können erste Verdachtsmomente erkannt werden. Dies geschieht ausschließlich durch äußerliche Untersuchung und stellt keinerlei Eingriff in andere medizinische Fachgebiete dar.

*******************************

Eine weitere mögliche Ursache für „Schulterschmerzen mit Ausstrahlung in den Arm oder in den Nacken“ sind Erkrankungen des Lymphsystems.

Diese Ursachen treten zwar seltener auf als Herz-Kreislauf-Erkrankungen oder Erkrankungen der Wirbelsäule, können jedoch ebenfalls entsprechende Beschwerden verursachen.

Der zugrunde liegende Mechanismus besteht häufig in einer Blockade, Stauung oder Entzündung des Lymphsystems. Dadurch können Nerven oder umliegende Gewebe komprimiert werden, was ausstrahlende Schmerzen verursachen kann.

1. Lymphödem (Lymphedema)

Mechanismus

* Der Lymphabfluss aus Arm oder Schulter ist gestört.
* Flüssigkeit sammelt sich im Gewebe an.
* Das geschwollene Gewebe kann Nervenenden und Blutgefäße komprimieren.

Mögliche Beschwerden

* Dumpfe, drückende oder schwere Schmerzen
* Spannungsgefühl im Gewebe
* Ausstrahlung der Beschwerden in den Arm
* Bei Beteiligung von Hals- oder Achselregion möglicher Druck auf den Plexus brachialis mit Ausstrahlung in Arm oder Nacken

******************************

2. Lymphadenitis (Entzündung der Lymphknoten)

Mechanismus

* Entzündete und vergrößerte Lymphknoten im Hals-, Achsel- oder Supraklavikularbereich
* Lokale Entzündungsreaktionen und Gewebeschwellungen

Mögliche Beschwerden

* Druckschmerzhafte Schwellungen
* Schmerzen mit Ausstrahlung in Schulter oder Nacken
* Bei Kompression benachbarter Nerven mögliche Ausstrahlung bis in den Arm

*******************************

Aus diesen Gründen ist eine Untersuchung und Diagnosestellung vor Beginn einer Behandlung von entscheidender Bedeutung.

Dennoch wird dieser Aspekt in der Ausbildung vieler Massagetherapeuten nur unzureichend vermittelt. Häufig hört man die Aussage:

„Es handelt sich doch nur um eine Entspannungsmassage. Eine Untersuchung ist nicht notwendig.“

Eine solche Haltung kann gefährlich sein.

Wenn vor einer Massage keine körperliche Untersuchung durchgeführt wird, bedeutet die Aussage eines Patienten, er habe „keine schwerwiegende Erkrankung“, keineswegs, dass tatsächlich keine solche Erkrankung vorliegt.

Oft sagt ein Patient lediglich deshalb, dass er gesund sei, weil niemals eine entsprechende medizinische Untersuchung durchgeführt wurde.

Wenn einem Patienten aufgrund einer unzureichenden Untersuchung ein vermeidbarer Schaden entsteht, stellt sich zwangsläufig die Frage nach der beruflichen Verantwortung jedes Behandelnden.

Eine sorgfältige Untersuchung vor jeder therapeutischen Maßnahme ist daher keine unnötige Komplikation – sie ist ein wesentlicher Bestandteil verantwortungsvoller Patientenversorgung.

04/06/2026

แจ้งสมาชิก เพจเราเปิดห้อง AI ทางการแพทย์ กลุ่มฟรี (สำหรับบุคลากรทางการแพทย์) เข้าฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย - สนใจติดต่อได้ที่ Line ID - revthai

อาการอันตราย "ไม่ควรนวดเด็ดขาด" ตอนที่ 2 - อาการ "Giant cell arteritis" อาการเส้นเลือดอักเสบที่ไม่เหมือนกับ "Vasculitis"...
03/06/2026

อาการอันตราย "ไม่ควรนวดเด็ดขาด" ตอนที่ 2 - อาการ "Giant cell arteritis" อาการเส้นเลือดอักเสบที่ไม่เหมือนกับ "Vasculitis" - แพทย์แผนไทยจำเป็นต้องรู้ "ไม่รู้ไม่ได้" เพราะลักษณะอาการบางอย่างไปทับซ้อนกับอาการ "ลมปะกัง" แต่บอกเลยถ้าเจอแบบนี้อย่าได้นวดเด็ดขาด

บทความโดย พท.กมลลาสน์ ชีวสาธน์เวชกุล
(แพทย์แผนไทย พท.ว เวชกรรมไทย / พท.ภ เภสัชกรรมไทย)

เรื่องนี้แพทย์แผนไทยหรือแม้กระทั่งหมอนวด 150 ชั่วโมง ไม่รู้ไม่ได้เลย เพราะอาการแสดงของ "Giant cell arteritis" บางส่วนทับซ้อนกับอาการของ "ลมปะกัง" ในทางการแพทย์แผนไทย - และขอบอกเลยว่า "Giant cell arteritis" เป็นอาการที่ไม่สมควรจะนวดอย่างแรง ถ้าเผลอนวดไปโดยที่ไม่รู้ รับรองได้เลยว่าคนไข้มีโอกาสบาดเจ็บเพิ่มขึ้นแน่นอน

*** อย่างที่เคยบอกไปว่า เราเป็นแพทย์แผนไทยก็ต้องรักษาตามวิธีการแพทย์แผนไทย ใช้ยาตำรับแพทย์แผนไทยหรือนวดรักษา แต่การที่เราเป็นแพทย์แผนไทยไม่ได้หมายความว่า "คุณห้ามเรียนรู้วิทยาศาสตร์" เราต้องรู้วิทยาศาสตร์ให้ละเอียดและมากพอที่จะวินิจฉัยคัดกรองไคนไข้ให้ได้ เพื่อดูว่าเราสามารถรักษาได้หรือไม่ "เกินความสามารถเราหรือไม่"

*************************************

ยกตัวอย่าง ลักษณะอาการ "Giant cell arteritis" บางส่วน เช่น อาการทางศีรษะและใบหน้า (Localized Symptoms)

- ปวดศีรษะบริเวณขมับ (Temporal headache)
- ปวดตุบๆ (throbbing pain) หรือปวดแน่น
- อาการปวดมักเกิดที่ด้านเดียว แต่บางรายอาจปวดทั้งสองข้าง
- การมองเห็นพร่ามัว (Blurred vision)
- และอื่น ๆ อีกหลายอาการ

*** บอกก่อนว่า อาการที่เกิดขึ้นกับ "Giant cell arteritis" มีเยอะกว่านี้ไม่ได้มีแค่นี้ แต่ถ้าจะดูจากอาการที่ลงเอาไว้ก็จะเห็นว่าอาการคล้าย "ลมปะกัง" มาก ๆ ถ้าไม่ได้ซักประวัติอาการโดยละเอียดหรือถามแค่อาการเบื้องต้นกับคนไข้ แทบจะไม่มีมีทางแยกออกเลย

**************************************

ถ้าถามว่า Giant Cell Arteritis คือหนึ่งในอาการโรค "ลมปะกัง" ตามการแพทย์แผนไทยใช่หรือไม่ ก็ต้องตอบว่า "มีความเป็นไปได้" ถ้าดูจากลักษณะอาการที่ปรากฎ แต่อาการของโรคลมปะกังในแพทย์แผนไทยมีเยอะกว่านั้น ยกตัวอย่างเช่น

- ตัวร้อน วิงเวียนซึ่งหน้าตา หากตกถึงสรรนิบาตกลับไข้เศียรสุดกำลัง
- ชักปากเอียง บางทีเป็นริดสีดวง น้ำมูกไหลตึงจมูก จาม

*** แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามถ้าหากเจอว่าคนไข้เป็น Giant Cell Arteritis จริง ๆไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามห้ามนวดเด็ดขาด เพราะ Giant Cell Arteritis (GCA) หรือ คือ โรคหลอดเลือดแดงอักเสบชนิด Giant Cell มักส่งผลกระทบต่อหลอดเลือดแดงขนาดกลางและขนาดใหญ่

ผลที่อาจเกิดขึ้นหากคนไข้กำลังเป็นโรคนี้อยู่ (แค่บางส่วนเท่านั้น จริง ๆ มีเยอะกว่านี้) เช่น การโป่งพองของหลอดเลือด (Aneurysm Formation)

- ผนังหลอดเลือดที่อ่อนแอจากการอักเสบอาจโป่งพองได้
- ผลกระทบ: เสี่ยงต่อการฉีกขาดของหลอดเลือด (Aortic Dissection)

**********************************

ถ้าดูจากแค่ผลบางส่วนที่เขียนเอาไว้ข้างบน ลองคิดตามดู ถามเผลอนวดไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น เพราะฉะนั้น ก่อนจะลงมือนวดรักษาหรือนวดผ่อนคลายคนไข้ ไม่ว่าอาการจะหนัดหรือเบา สิ่งที่ควรทำคือซักประวัติอาการให้ละเอียดก่อน

*** บางท่านอาจบอกว่า อาการ "ไมเกรน" ไม่มีอาการความผิดปรกติของหลอดเลือดชัดเจน ประเด็น คือ ความผิดปรกติของหลอดเลือดเช็คค่อนข้างยาก เพราะฉะนั้น จะดูแค่ว่าคลำที่ขมับว่าเจ็บหรือไม่เจ็บ อาจจะไม่ค่อยรู้เรื่อง ต้องเช็คเยอะกว่านั้น

*** ในส่่วนของเวชกรรมไทย ถามอาการของคนไข้เป็น Giant Cell Arteritis จริง ๆ การจ่ายยากลุ่มรสประธานร้อน คือ หายนะของคนไข้

*** ข้อมูลที่เหลือ เดี๋ยวจะเอาไปอธิบายในห้อง พท. ในช่วงเวลา Live สด ท่านใดติดงานตามชมย้อนหลังได้เลย

ท่านใดต้องการสมัครห้อง พท. ติดต่อทางไลน์ได้เลย Line ID : revthai

ที่อยู่

Bangkok

เบอร์โทรศัพท์

+66917056938

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เวชศึกษาสมัยใหม่ - Medical AIผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์