หมอปุ๊ก for kids and family

หมอปุ๊ก for kids and family คลินิกเด็ก รักษาโรคเด็ก วัคซีนเด็ก กระตุ้นพัฒนาการ ฝึกพูด สมาธิสั้น ออทิสติก พัฒนาการช้า การเลี้ยงดู พญ.ดวงรัตน์ วังเกล็ดแก้ว
กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
Cert. Med.
(275)

in Ped.Psych. The Royal Alexandra Children's Hospital at Westmead. Sydney, Australia. Cert.in Child and Adolescent Mental Health, NSW Institue of Psychiatry, Parramatta, Australia.

ประสบการณ์การทำงาน
-หัวหน้ากลุ่มงานโรงเรียนพ่อแม่ สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต
-อาจารย์ประจำสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล
-อาจารย์พิเศษหลักสูตรมหาบัณฑิตจิตวิทยาเด็ก วัยรุ่นและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล

สถานที่ปฏิบัติงานในปัจจุบัน กรุณาโทรนัดหมายได้ที่
1) รพ.นวเวช เบอร์โทร 02-4839999 ต่อแผนกสุขภาพเด็กดี เวลา 9.00-20.00 น. ทุกวัน
2) คลินิกประสานมิตร โดย หมอปุ๊ก for kids and family เบอร์โทร 02-3278152 เวลา 13.00-20.00 น. ทุกวัน เว้นวันพุธ
3) รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์
แผนกศูนย์เด็กพิเศษ เบอร์โทร 02-3789125 เวลา 9.00-20.00 น. ทุกวัน

การบริการ
-รับปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่น ปัญหาพัฒนาการเด็ก โรคสมาธิสั้น ปัญหาการเรียน พฤติกรรมดื้อ ต่อต้าน ก้าวร้าว กังวล ซึมเศร้าในเด็ก
-ตรวจวัดประเมินไอคิว แอลดี และตรวจสภาพจิตโดยนักจิตวิทยาคลินิก
-ให้บริการทั้งแบบรายบุคคล รายครอบครัว หรือแบบไพรเวทกรุ๊บ -ผปค.จัดกลุ่มมาเรียนกับคุณหมอปุ๊กโดยตรงโดยนัดเวลาเรียนล่วงหน้า
-บริการแบบออนไลน์และพบหน้า

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
[email protected]
Line id : morpookforkids

สุขสันต์วันแม่นะคะ หมอขอให้คุณแม่ทุกท่านมีความสุขกายสบายใจ  มีกำลังใจในการเลี้ยงดูลูกน้อยให้เติบโตขึ้นเป็นคนที่มีคุณภาพข...
12/08/2026

สุขสันต์วันแม่นะคะ หมอขอให้คุณแม่ทุกท่านมีความสุขกายสบายใจ มีกำลังใจในการเลี้ยงดูลูกน้อยให้เติบโตขึ้นเป็นคนที่มีคุณภาพของสังคมไทยนะคะ
ด้วยความปรารถนาดีค่ะ
พญ.ดวงรัตน์ วังเกล็ดแก้ว
หมอปุ๊ก for kids and family

บูลลี่ในเด็ปฐมวัย เรื่องใหญ่ที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้ามด้วยความปรารถนาดีแอดมินเพจ หมอปุ๊ก for kids and family
08/08/2026

บูลลี่ในเด็ปฐมวัย เรื่องใหญ่ที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม
ด้วยความปรารถนาดี
แอดมินเพจ หมอปุ๊ก for kids and family

มาเรียนรู้วิธีดูแลจิตใจเบื้องต้นกันนะคะ และขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อครอบครัวผู้สูญเสียและผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์...
07/08/2026

มาเรียนรู้วิธีดูแลจิตใจเบื้องต้นกันนะคะ และขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อครอบครัวผู้สูญเสียและผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์การกราดยิงในโรงเรียนค่ะ
แอดมินเพจ หมอปุ๊ก for kids and family 🙏

รู้ไหม? แค่คำพูดและท่าทีที่ถูกต้องของคุณ ก็ช่วยเซฟใจคนที่กำลังวิกฤตได้แล้ว 🧠🩹

เวลาเกิดอุบัติเหตุรุนแรง ภาพที่เราคุ้นเคยคือการกู้ภัยทางร่างกาย แต่รู้ไหมครับว่า "จิตใจ" ก็ต้องการการปฐมพยาบาลเร่งด่วนไม่แพ้กัน

วันนี้มาชวนรู้จัก Psychological First Aid (PFA) หรือ การปฐมพยาบาลทางจิตใจ ทักษะง่ายๆ ที่ทุกคนทำได้ทันที ไม่ต้องเป็นหมอ ไม่ต้องเป็นนักจิตวิทยา ก็ช่วยดึงสติและเซฟความรู้สึกของผู้ประสบภัยได้ครับ

ลองนึกภาพเหตุการณ์สะเทือนขวัญ เช่น "อุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์" ที่มีผู้บาดเจ็บ เสียงกรีดร้อง และความวุ่นวายเต็มไปหมด... เราจะใช้หลักการ Look - Listen - Link เข้าไปช่วยคนที่ช็อกอยู่ได้อย่างไร มาดูกันครับ 👇

# # 🚨 1. LOOK (มองดู) - ตั้งสติและประเมินรอบตัว
ก่อนจะเดินเข้าไปหาใคร ให้ใช้ตาคู่นี้มอง 3 เรื่องสำคัญ:

* ดูความปลอดภัย: รถไฟจอดสนิทไหม มีกระแสไฟฟ้ารั่ว หรือน้ำมันหกจนเสี่ยงไฟไหม้หรือเปล่า (เราต้องปลอดภัยก่อนถึงจะช่วยคนอื่นได้ครับ)
* มองหาคนที่ต้องการช่วยเร่งด่วน: ในฝูงชนจากเหตุรถไฟชนรถเมล์ ให้มองหาคนที่นั่งนิ่งสนิทตาค้างด้วยความช็อก คนที่ร้องไห้โฮจนหายใจไม่ทัน หรือกลุ่มเปราะบางอย่างเด็กและคนชรา
* เช็กความต้องการพื้นฐาน: คนตรงหน้ามีแผลใหญ่ที่ต้องห้ามเลือดไหม? หรือเขาแค่กำลังหนาวสั่นเพราะตื่นตระหนก

# # 👂 2. LISTEN (รับฟัง) - เข้าหาและฟังด้วยใจ
เมื่อเจอคนที่ต้องการการดูแล ให้เดินเข้าไปแนะนำตัวด้วยท่าทีที่สงบและสุภาพ:

* เข้าไปนั่งข้างๆ ในระดับสายตาเดียวกัน แล้วบอกว่า "สวัสดีครับผมเป็นอาสา/พลเมืองดีแถวนี้ ตอนนี้คุณปลอดภัยแล้วนะครับ"
* ฟังมากกว่าพูด: ถ้าเขาอยากเล่าว่าเห็นอะไรตอนรถไฟชน ให้ปล่อยเขาพูดโดยไม่ขัดจังหวะ แต่ถ้าเขายังเงียบอยู่... แค่นั่งอยู่ข้างๆ ส่งน้ำดื่มให้ ก็ถือเป็นการช่วยที่ดีเยี่ยมแล้วครับ
* ❌ คำที่ห้ามพูดเด็ดขาด: "อย่าคิดมากนะ", "โชคดีแค่ไหนแล้วที่ไม่ตาย", "เข้าใจความรู้สึกเลย" (เพราะเราไม่มีทางเข้าใจความจริงในมุมเขา) คำพูดเหล่านี้จะยิ่งทำให้เขารู้สึกโดดเดี่ยวและถูกปิดกั้น

# # 🔗 3. LINK (เชื่อมต่อ) - ส่งต่อความช่วยเหลือ
หลังจากสภาพจิตใจเขาเริ่มนิ่งขึ้นเล็กน้อย ให้ช่วยประสานงานต่อ:

* เชื่อมต่อความจำเป็น: ช่วยหาผ้าห่มมาคลุมให้หายสั่น หรือพาส่งเต็นท์พยาบาลเพื่อทำแผล

* เชื่อมต่อกับคนที่รัก: ถามเขาเบาๆ ว่า "จำเบอร์ญาติได้ไหมครับ เดี๋ยวผมช่วยโทรติดต่อให้" การได้ยินเสียงครอบครัวจะช่วยดึงสติเขากลับมาได้ดีที่สุด

* ส่งต่อผู้เชี่ยวชาญ: ถ้าผ่านไปสักพักแล้วเขายังคลุ้มคลั่ง คุมตัวเองไม่ได้ หรือบ่นว่าอยากตาย ให้รีบพาไปหาทีมแพทย์หรือนักจิตวิทยาในพื้นที่ทันที

💡 สรุปจำง่ายๆ:
การปฐมพยาบาลทางใจไม่ใช่การไปนั่งสืบสวนหรือบำบัดโรค แต่คือการเข้าไปสร้าง "ความปลอดภัย ความสงบ และความหวัง" ให้เขาอุ่นใจว่าในนาทีที่มืดมนที่สุด... เขายังมีเพื่อนมนุษย์คนหนึ่งยืนอยู่ข้างๆ 🤝

ลองเซฟโพสต์นี้เก็บไว้ หรือแชร์ต่อให้เพื่อนๆ ได้รู้กันนะครับ เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ และ "สติ" ของคุณ อาจช่วยต่อลมหายใจทางใจให้ใครบางคนได้ในวันข้างหน้าครับ 💙

21/07/2026

มาพัฒนาเมล็ดพันธุ์แห่งศักยภาพ ให้เด็กๆกันค่ะ
แอดมินเพจ

มารู้จัก "โรคแอลดี" กันค่ะหากคุณพ่อคุณแม่อ่านแล้วพบว่าลูกมีอาการเข้าข่ายสงสัยเป็น แอลดี สามารถพาลูกมาตรวจเช็คอาการที่คลิ...
11/07/2026

มารู้จัก "โรคแอลดี" กันค่ะ
หากคุณพ่อคุณแม่อ่านแล้วพบว่าลูกมีอาการเข้าข่ายสงสัยเป็น แอลดี สามารถพาลูกมาตรวจเช็คอาการที่คลินิกเด็กประสานมิตร ได้ค่ะ

ติดต่อสอบถามข้อมูลและนัดหมายตรวจกับคุณหมอ
- แอดไลน์ id line คือ
-เบอร์โทร 02-3278152

แอดมินเพจ #หมอปุ๊กforkidsandfamily

# 🧠 สมองไม่ได้ "พัง" แค่เรียนรู้ในแบบที่ต่างกัน

# # ทำความเข้าใจ LD ผ่านมุมมองของ Neurodiversity

เคยสงสัยไหมครับ...

เด็กบางคนพูดคุยเก่ง คิดวิเคราะห์ดี มีไอเดียสร้างสรรค์ แต่กลับอ่านหนังสือช้า เขียนสะกดคำผิดบ่อย หรือทำคณิตศาสตร์ได้ยาก

หลายคนอาจรีบสรุปว่า
*"ขี้เกียจหรือเปล่า"*
*"ไม่ตั้งใจเรียนใช่ไหม"*

แต่ความจริงแล้ว เด็กเหล่านี้อาจกำลังมี **LD (Learning Disabilities)** หรือ **ภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้** ซึ่งเป็นความแตกต่างของการทำงานของสมอง ไม่ใช่ความขี้เกียจ และไม่ได้หมายความว่าเด็กไม่ฉลาด

มาทำความเข้าใจเรื่องนี้กันครับ

# # 1️⃣ LD คืออะไร?

LD (Learning Disabilities) คือภาวะที่สมองมีความยากลำบากในการประมวลผลข้อมูลบางด้าน ส่งผลต่อทักษะการเรียนรู้เฉพาะเรื่อง แม้ว่าสติปัญญาโดยรวมจะอยู่ในเกณฑ์ปกติ หรือบางคนอาจมี IQ สูงกว่าค่าเฉลี่ยด้วยซ้ำ

LD ไม่ใช่โรคทางจิตเวช ไม่ใช่ความบกพร่องทางสติปัญญา และไม่ได้เกิดจากการเลี้ยงดูที่ผิดพลาด

ตัวอย่างของ LD ที่พบได้บ่อย ได้แก่

📖 **Dyslexia**
มีความยากลำบากในการอ่าน การเชื่อมโยงตัวอักษรกับเสียง อ่านช้า สะกดคำผิด หรืออ่านข้ามคำ

✍️ **Dysgraphia**
มีความยากลำบากในการเขียน ทั้งการจัดลำดับความคิด การสะกดคำ หรือการควบคุมการเขียน ทำให้ลายมืออ่านยากหรือเขียนได้ช้ากว่าปกติ

➗ **Dyscalculia**
มีความยากลำบากในการเข้าใจตัวเลข ปริมาณ การคำนวณ หรือแนวคิดทางคณิตศาสตร์

# # 2️⃣ เกิดอะไรขึ้นในสมองของคนที่มี LD?

งานวิจัยด้านประสาทวิทยาพบว่า สมองของคนที่มี LD มีรูปแบบการประมวลผลข้อมูลที่แตกต่างจากคนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะเครือข่ายสมองที่เกี่ยวข้องกับภาษา การอ่าน และการเขียน

ลองนึกภาพว่า...

คนส่วนใหญ่ใช้ "เส้นทางหลัก" ในการอ่านหนังสือ แต่คนที่มี LD อาจต้องใช้ "เส้นทางอ้อม" เพื่อไปยังจุดหมายเดียวกัน

ดังนั้น เวลาที่ใช้ในการอ่าน เขียน หรือคำนวณ จึงอาจมากกว่า แม้ว่าจะเข้าใจเนื้อหาได้ดีไม่ต่างกัน

การศึกษาด้วยการสแกนสมองยังพบว่า ขณะอ่านหนังสือ คนที่มี LD มักใช้เครือข่ายสมองหลายส่วนร่วมกันมากขึ้น เพื่อชดเชยการประมวลผลที่ยากลำบาก

สมองจึงไม่ได้ทำงาน "ผิดปกติ" แต่กำลังใช้วิธีที่แตกต่างในการเรียนรู้

ที่สำคัญ จุดแข็งของแต่ละคนก็แตกต่างกัน บางคนอาจโดดเด่นด้านการคิดเชิงภาพ การแก้ปัญหา การออกแบบ หรือความคิดสร้างสรรค์ แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนที่มี LD จะมีความสามารถเหมือนกันทั้งหมด

# # 3️⃣ มองผ่านมุมใหม่ : Neurodiversity

ปัจจุบัน วงการวิทยาศาสตร์และการศึกษามอง LD ผ่านแนวคิด **Neurodiversity** หรือ "ความหลากหลายทางระบบประสาท"

แนวคิดนี้เชื่อว่า สมองของมนุษย์ไม่ได้มีเพียงรูปแบบเดียวที่ "ปกติ" แต่แต่ละคนอาจมีรูปแบบการทำงานที่แตกต่างกัน

ภายใต้แนวคิดนี้ LD เป็นหนึ่งในรูปแบบของความแตกต่างทางระบบประสาท เช่นเดียวกับ ADHD และ Autism แม้แต่ละภาวะจะมีลักษณะเฉพาะของตนเอง

ลองเปรียบเทียบง่าย ๆ

สมองของแต่ละคนก็เหมือนคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการต่างกัน

Windows, macOS หรือ Linux ต่างก็ทำงานได้ดี เพียงแต่มีจุดเด่น วิธีใช้งาน และความต้องการที่แตกต่างกัน

สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การพยายามเปลี่ยนให้ทุกเครื่องเหมือนกัน แต่คือการหาเครื่องมือและวิธีใช้งานที่เหมาะสมกับแต่ละระบบ

เช่น

🎧 ใช้หนังสือเสียง (Audiobook)

🎙️ ใช้โปรแกรมแปลงเสียงเป็นข้อความ

📝 ให้เวลาทำข้อสอบเพิ่ม

📚 ปรับวิธีการสอนให้เหมาะกับรูปแบบการเรียนรู้ของแต่ละคน

เมื่อได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสม หลายคนสามารถเรียน ทำงาน และใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพ

# # สิ่งที่อยากชวนทุกคนจำไว้

❌ LD ไม่ได้เกิดจากความขี้เกียจ

❌ ไม่ได้เกิดจากพ่อแม่เลี้ยงผิด

❌ ไม่ได้แปลว่าเด็กไม่ฉลาด

✅ แต่เป็นความแตกต่างของกระบวนการเรียนรู้และการประมวลผลข้อมูลของสมอง

💙 สรุป

LD ไม่ใช่สิ่งที่ต้อง "รักษาให้หาย"

แต่เป็นภาวะที่สามารถพัฒนาและลดผลกระทบได้ ผ่านการประเมิน การฝึกทักษะ การสอนที่เหมาะสม และการสนับสนุนจากครอบครัว โรงเรียน และสังคม

หลายครั้ง สิ่งที่เด็กต้องการที่สุด อาจไม่ใช่การถูกเปรียบเทียบกับคนอื่น แต่คือผู้ใหญ่ที่เข้าใจว่า

**"เขาไม่ได้เรียนรู้ช้ากว่า...เขาแค่เรียนรู้ในวิธีที่แตกต่าง"**

เมื่อเราเปลี่ยนจากการตัดสิน มาเป็นการทำความเข้าใจ เราอาจได้เห็นศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของเด็กแต่ละคน เติบโตและเปล่งประกายได้ในแบบของตัวเอง 🌱

#พัฒนาการเด็ก #สุขภาพจิตเด็ก #จิตวิทยาเด็ก #เลี้ยงลูกเชิงบวก #เรียนรู้ที่แตกต่างสู่เส้นทางการเติบโต

Ref: International Dyslexia Association

ควรกินยาสมาธิสั้นหรือไม่ ลองอ่านดูจากบทความนี้ น่าจะทำให้ผู้ปกครองเกิดความเข้าใจที่ถูกต้องค่ะ
27/05/2026

ควรกินยาสมาธิสั้นหรือไม่ ลองอ่านดูจากบทความนี้ น่าจะทำให้ผู้ปกครองเกิดความเข้าใจที่ถูกต้องค่ะ

🧠 เคลียร์ชัดทุกข้อสงสัย: ทำไมต้องกินยาสมาธิสั้น? อันตรายและมีผลข้างเคียงอย่างไรบ้าง?

เมื่อพูดถึง "ยาสมาธิสั้น" หลายคนมักจะกังวลใจ กลัวว่ากินแล้วจะกดประสาท เป็นอันตราย หรือทำให้ติดยาหรือเปล่า? วันนี้เรามาคุยกันด้วยข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อคลายทุกความกังวลกัน

# # ❓ ทำไมต้องกินยา? ไม่กินได้ไหม?

คำตอบคือ ยาคือตัวช่วยที่ตรงจุดที่สุดในทางชีววิทยา
อย่างที่เราทราบกันว่าสมองของคนเป็น ADHD มีสารโดปามีนต่ำ ยาจะเข้าไปทำหน้าที่เหมือน "แว่นสายตา" ช่วยปรับสมดุลสารเคมีนี้ทันที ส่งผลให้:

* สมองส่วนหน้าตื่นตัว: สามารถเบรกตัวเองได้ คิดก่อนทำ จัดระเบียบความคิดได้ดีขึ้น

* ลดความเหนื่อยล้าของสมอง: คนเป็น ADHD ต้องใช้พลังงานสมองมากกว่าคนทั่วไปหลายเท่าเพื่อที่จะจดจ่อ ยาจะช่วยให้โฟกัสได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องเค้นพลังจนเหนื่อยล้า

หากไม่กินยาเลย แล้วเลือกปรับพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว มักได้ผลน้อยและเหนื่อยมาก เพราะเป็นการฝืนข้อจำกัดทางกายภาพของสมอง เหมือนเราพยายามเพ่งมองตัวหนังสือทั้งที่สายตาสั้นนั่นเอง

# # 🤢 ผลข้างเคียงที่พบบ่อย (Side Effects) มีอะไรบ้าง?
ยากลุ่มกระตุ้นประสาท (เช่น Methylphenidate) ซึ่งเป็นยาหลักที่ใช้รักษานั้น อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงชั่วคราวได้ เนื่องจากยาไปกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง:

1. เบื่ออาหาร น้ำหนักลด: เป็นผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุด มักเป็นเฉพาะช่วงที่ยาออกฤทธิ์
2. นอนไม่หลับ: หากกินยาใกล้เวลานอนเกินไป สมองจะตื่นตัวจนทำให้นอนยาก
3. ปากแห้ง คอแห้ง: รู้สึกหิวน้ำบ่อยขึ้น
4. ใจสั่น หรือชีพจรเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย: เนื่องจากยามีฤทธิ์กระตุ้นระบบหมุนเวียนโลหิต
5. อารมณ์ดิ่งหรือง่วงนอนตอนยาหมดฤทธิ์ (Crash effect): บางคนอาจรู้สึกหงุดหงิดง่ายหรือเนือยๆ ช่วงเย็นหลังจากที่ยาหมดฤทธิ์แล้ว

หมายเหตุ: ผลข้างเคียงเหล่านี้มักจะค่อยๆ ลดลงและหายไปเองเมื่อร่างกายปรับตัวเข้ากับยาได้ (ประมาณ 1-2 สัปดาห์)

# # ⚠️ ยาสมาธิสั้นอันตรายไหม? จะติดยาหรือเปล่า?
คำตอบคือ "มีความปลอดภัยสูงมาก หากใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์"

* ไม่ทำให้เสพติด: ยาสมาธิสั้นที่แพทย์จ่ายถูกควบคุมปริมาณอย่างเหมาะสมและออกฤทธิ์จำกัดเวลา ไม่ได้ทำให้เกิดอาการเคลิ้มสุข (Euphoria) เหมือนการใช้สารเสพติด ในทางกลับกัน งานวิจัยพบว่าการรักษาด้วยยาอย่างถูกต้องช่วยลดความเสี่ยงที่ผู้ป่วย ADHD จะไปพึ่งพาสารเสพติดอื่นๆ ในอนาคตด้วยซ้ำ
* ไม่อันตรายต่อสมองระยะยาว: ยาไม่ได้สะสมในร่างกาย เมื่อหมดฤทธิ์ยาจะถูกขับออกทางปัสสาวะ
* ต้องระวังในคนที่มีโรคประจำตัว: สำหรับผู้ที่มีโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูงรุนแรง หรือมีปัญหาสุขภาพจิตบางประเภท แพทย์จะตรวจเช็กอย่างละเอียดและปรับไปใช้ยากลุ่มอื่นที่ปลอดภัยกว่า

# # 💡 ทริคการดูแลตัวเองเมื่อกินยา

* กินข้าวให้อิ่มก่อนกินยา: เพื่อลดปัญหาอาการเบื่ออาหาร
* หลีกเลี่ยงกาแฟ/ชา: เพราะคาเฟอีนจะไปเสริมฤทธิ์กระตุ้นประสาท ทำให้ใจสั่นมากขึ้น
* ไม่กินยาเกินบ่ายโมง: เพื่อป้องกันปัญหานอนไม่หลับในตอนกลางคืน

สรุป: ยาสมาธิสั้นไม่ใช่สิ่งน่ากลัว แต่เป็นเครื่องมือแพทย์ที่ช่วยคืนคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วย หากมีอาการข้างเคียงที่รบกวนชีวิตประจำวัน การปรึกษาจิตแพทย์เพื่อปรับประเภทยาหรือปรับโดส คือทางออกที่ดีที่สุด 👍

#สมาธิสั้น

#จิตวิทยาเด็กและครอบครัว

เพราะพ่อแม่ผู้ปกครองหลายคนยังเข้าใจผิดในเรื่องของการรักษาโรคสมาธิสั้น วันนี้หมอแชร์ความรู้เริ่อง  #หลักสำคัญในการรักษาโร...
25/05/2026

เพราะพ่อแม่ผู้ปกครองหลายคนยังเข้าใจผิดในเรื่องของการรักษาโรคสมาธิสั้น วันนี้หมอแชร์ความรู้เริ่อง #หลักสำคัญในการรักษาโรคสมาธิสั้น ให้อ่านกันจากบทความนี้ จะได้ดูแลช่วยเหลือลูกหลานที่เป็นโรคนี้ได้ดีขึ้นกันนะคะ😊

🧠 เจาะลึก 3 แกนสำคัญ: การรักษาสมาธิสั้น (ADHD) ที่ถูกต้องตามหลักวิชาการสากล 🎯

หลายคนยังเข้าใจผิดว่า โรคสมาธิสั้น (ADHD) รักษาได้ด้วยการ "ดุ" "เตือน" หรือปล่อยให้โตไปก็หายเอง แต่ในมุมมองวิทยาศาสตร์ระบบประสาทและการแพทย์แผนปัจจุบัน โรคนี้เกิดจากโครงสร้างและการทำงานของสมองที่ต่างไป การรักษาที่ถูกต้องจึงต้องอิงจากงานวิจัยเชิงประจักษ์ในระดับสากล
สมาคมจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นทั่วโลกยอมรับว่า วิธีการรักษาที่ดีที่สุดคือ "การรักษาแบบผสมผสานหลายมิติ" (Multimodal Treatment) ซึ่งไม่ได้พึ่งพาวิธีใดวิธีหนึ่ง แต่แบ่งออกเป็น 3 แกนหลักดังนี้ครับ 👇

# # 📌 แกนสำคัญที่ 1:
การรักษาตามเกณฑ์อายุ (Age-Specific Guidelines)
หลักวิชาการแพทย์จะแบ่งวิธีรักษาตามอายุของผู้ป่วยอย่างชัดเจน เพราะสมองในแต่ละช่วงวัยมีพัฒนาการต่างกัน:

* เด็กเล็ก (อายุ 4-6 ปี): ทางเลือกแรกคือ "การบำบัดพฤติกรรม" ผ่านพ่อแม่และครูเป็นหลัก แพทย์ยังไม่แนะนำให้ใช้ยา แต่ถ้าอาการจะรุนแรงจนกระทั่งกระทบต่อพัฒนาการอย่างหนัก

* เด็กโต วัยรุ่น และผู้ใหญ่ (อายุ 6 ปีขึ้นไป): ผลวิจัยทั่วโลกรวมถึง MTA Study ยืนยันตรงกันว่า วิธีที่ได้ผลดีที่สุดคือ "การกินยาควบคู่กับการบำบัดพฤติกรรม"

# # 💊 แกนสำคัญที่ 2:
การรักษาด้วยยา (Evidence-Based Pharmacotherapy)
ยาไม่ได้ทำให้ติดหรือสมองฝ่อ แต่มันทำหน้าที่เหมือน "แว่นตา" ที่เข้าไปช่วยปรับสารเคมี (โดปามีนและนอร์เอพิเนฟริน) ในสมองส่วนหน้าให้สมดุลทันที:

* ยากระตุ้นระบบประสาท (Stimulants): เป็นทางเลือกอันดับแรก (First-line) ที่มีงานวิจัยรับรองมากที่สุด ตัวอย่างเช่น Methylphenidate หรือ กลุ่มAmphetamine เป็นยาที่แพทย์เลือกใช้ ยาจะช่วยสารสื่อประสาท Dopamine และ Norepinephrine ช่วยให้สมองตื่นตัว จดจ่อได้ดีขึ้น และเบรกตัวเองได้ทัน

* ยาที่ไม่ใช่ยากระตุ้น (Non-Stimulants): เป็นยาทางเลือกถัดมา สำหรับผู้ที่มีผลข้างเคียงจากยากลุ่มแรก หรือมีภาวะวิตกกังวลร่วมด้วย

* หลักการสำคัญ: การกินยาต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อค่อยๆ ปรับระดับยา (Titration) ให้เจอจุดที่เห็นผลดีที่สุดและเอฟเฟกต์น้อยที่สุดครับ

# # 🏡 แกนสำคัญที่ 3:
การปรับพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม (Psychosocial Interventions)
ยาช่วยเปิดสวิตช์สมอง แต่ทักษะในชีวิตต้องสร้างขึ้นใหม่ ผ่านกระบวนการเหล่านี้:

* Parent Training: ให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจโรค ปรับวิธีเลี้ยงดูของพ่อแม่ เปลี่ยนจากการบ่นหรือดุ เป็นการชมเชยเชิงบวกและออกคำสั่งที่สั้น กระชับ ชัดเจน

* Classroom Management: ร่วมมือกับคุณครู จัดสิ่งแวดล้อมในห้องเรียนให้ลดสิ่งเร้า เช่น จัดโต๊ะให้ Minimal ตัดสิ่งเร้าที่รบกวนสมองออกไปให้ได้มากที่สุด

* CBT (การบำบัดความคิดและพฤติกรรม): นิยมใช้ในวัยรุ่นและผู้ใหญ่ เพื่อฝึกทักษะการจัดการเวลา การจัดลำดับความสำคัญ (Time Management) และควบคุมอารมณ์ดิ่ง

# # ❌ สิ่งที่วิชาการแพทย์ "ไม่แนะนำ" (เพราะไม่มีหลักฐานรองรับเพียงพอ)

* การตัดขนมหวาน สารอาหาร หรือสีผสมอาหาร (ไม่ได้ช่วยรักษาอาการโดยตรง)

* การกินอาหารเสริม วิตามินรวม หรือสมุนไพรราคาแพง (ยกเว้น Omega-3 ที่พอมีงานวิจัยในระดับเป็นทางเลือก (Alernative Medicine)

* การฝึกสมองสมอง (Neurofeedback) หรือ การกระตุ้นสมองด้วยแม่เหล็กไฟฟ้า(TMS) ยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่เคลมว่ารักษาหายขาด

💡 สรุปส่งท้าย:
เป้าหมายของการรักษาตามหลักวิชาการ ไม่ใช่การเปลี่ยนผู้ป่วยให้กลายเป็นคนเพอร์เฟกต์ แต่คือการ "ลดอุปสรรคทางชีววิทยาในสมอง" เพื่อให้พวกเขาสามารถใช้ชีวิต วางแผน และดึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ออกมาได้อย่างเต็มที่ที่สุดค่ะ 🚀

#สมาธิสั้น

#จิตวิทยาเด็กและครอบครัว

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับโรคสมาธิสั้น คุณพ่อคุณแม่ที่สวสัยว่าลูกอาจมีปัญหานี้ ลองอ่านและทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้แล้วไปสัง...
23/05/2026

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับโรคสมาธิสั้น คุณพ่อคุณแม่ที่สวสัยว่าลูกอาจมีปัญหานี้ ลองอ่านและทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้แล้วไปสังเกตลูกๆดูนะคะ😊

🧠 สมาธิสั้น ไม่ใช่แค่ "นิสัยขี้เกียจ" แต่เป็นเรื่องของ "สมอง" ที่ต่างออกไป

เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมบางคนถึงวอกแวกง่าย นั่งนิ่งๆ ไม่ได้ หรือชอบผัดวันประกันพรุ่งบ่อยๆ? หลายคนมักมองว่าคนกลุ่มนี้ "ขาดความวินัย" หรือ "ขี้เกียจ"
แต่คือโรคสมาธิสั้น (ADHD)

มาเข้าใจกันว่า ข้างในสมองนั้นเกิดอะไทำไมพวกเขาถึงควบคุมตัวเองได้ยากกว่าคนอื่น

# # 🩻 3 จุดเปลี่ยนในสมองของ ADHD
ถ้าเราเปิดภาพสแกนสมองดู จะพบความแตกต่างหลักๆ อยู่ 3 ส่วนสำคัญครับ:

1. สมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ทำงานช้าลง
สมองส่วนนี้เปรียบเสมือน "ผู้บริหารใหญ่" ของร่างกาย มีหน้าที่วางแผน จัดระเบียบ ยับยั้งชั่งใจ และจดจ่อ แต่ในคนที่เป็นสมาธิสั้น เลือดจะไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนนี้น้อยกว่าปกติ ทำให้ระบบการคิดและควบคุมตัวเองทำงานได้ไม่เต็มที่

2. สารเคมีในสมอง "โดปามีน" ต่ำกว่าปกติ
โดปามีน (Dopamine) คือสารแห่งความสุขและแรงจูงใจ เมื่อคนทั่วไปทำงานสำเร็จ สมองจะหลั่งสารนี้ออกมาทำให้รู้สึกฟิน แต่คนเป็น ADHD จะมีสารนี้ต่ำมาก สมองของพวกเขาจึงต้องวิ่งวุ่นหา "สิ่งเร้าใหม่ๆ" ตลอดเวลา เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายรู้สึกตื่นตัว

3. การส่งสัญญาณ (Frontostriatal) ติดขัด
สมองเรามีเส้นทางเชื่อมโยงระหว่างการคิดและการเคลื่อนไหว เมื่อเส้นทางนี้ส่งสัญญาณหากันได้ไม่ดี ผลที่ตามมาคือ อาการหุนหันพลันแล่น คิดปุ๊บทำปั๊บ หรือขยับตัวยุกยิกอยู่ตลอดเวลาเพื่อกระตุ้นสมอง

# # 🧩 3 อาการหลักที่ไม่ได้ตั้งใจให้เกิด
จากความผิดปกติทางชีววิทยาข้างต้น จึงหล่อหลอมออกมาเป็นพฤติกรรม 3 แบบที่เราเห็นกันบ่อยๆ:

* Inattention (หลุดโฟกัสง่าย): วอกแวกเก่ง ลืมเก่ง เพราะสมองส่วนหน้ากรองสิ่งรบกวนรอบตัวไม่ได้
* Hyperactivity (ซน ไม่อยู่นิ่ง): ต้องขยับร่างกาย ขยับนิ้ว หรือเดินไปมา เพื่อสร้างแรงกระตุ้นให้สมองตื่นตัว
* Impulsivity (หุนหันพลันแล่น): รอคอยไม่เป็น พูดแทรก เพราะเบรกในสมองส่วนหน้าทำงานไม่ทัน

# # 💡 เปลี่ยนความเข้าใจ = เปลี่ยนชีวิต

การเข้าใจกลไกทางประสาทวิทยาทำให้เราตระหนักได้ว่า "สมาธิสั้นไม่ใช่โรคทางจิตใจ แต่เป็นโรคทางชีววิทยา" การบอกให้พวกเขา 'พยายามมากกว่านี้' หรือ 'ตั้งใจหน่อย' จึงอาจไม่ช่วยอะไร เพราะมันเหมือนกับการบอกคนสายตาสั้นให้พยายามมองให้ชัดขึ้นโดยไม่ให้แว่นตา

ปัจจุบันเราสามารถช่วยสมองกลุ่มนี้ได้ผ่านการปรับพฤติกรรม การจัดสิ่งแวดล้อมเพื่อลดสิ่งเร้า และการใช้ยาที่ช่วยเพิ่มสารโดปามีนให้สมดุล ซึ่งช่วยให้พวกเขากลับมาใช้ชีวิตและดึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ให้ออกมาได้อย่างเต็มที่ครับ 🚀

#สมาธิสั้น

#จิตวิทยาเด็กและครอบครัว

สถาบันราชานุกูลจัดทำสื่อภาพเพื่อการสื่อสารสำหรับเด็กพิเศษ สามารถดาวน์โหลดได้ฟรี ตามลิ้งค์ในโพสต์นะคะ
27/04/2026

สถาบันราชานุกูลจัดทำสื่อภาพเพื่อการสื่อสารสำหรับเด็กพิเศษ สามารถดาวน์โหลดได้ฟรี ตามลิ้งค์ในโพสต์นะคะ

ลูกแค่ "พัฒนาการช้า" หรือเป็น "ออทิสติก" กันแน่
01/04/2026

ลูกแค่ "พัฒนาการช้า" หรือเป็น "ออทิสติก" กันแน่

"ลูกแค่พัฒนาการช้า หรือเป็นออทิสติกกันแน่?" สัญญาณที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้!

เชื่อว่าหลายบ้านมีความกังวลใจ เวลาเห็นลูกวัยเดียวกันเริ่มพูด เริ่มเล่นกับคนอื่นได้แล้ว แต่ลูกเรายังดู "ยังไม่พูด" "พูดช้า" "อยู่ในโลกส่วนตัว"

วันนี้เรามาเช็กกันชัดๆ ครับว่า การวินิจฉัยออทิสติกจริงๆ เขาดูจากอะไรกันบ้าง?

❌ ลบความเชื่อเดิมๆ: ออทิสติก "ตรวจเลือด" หรือ "เอกซเรย์" ไม่เจอนะครับ

หมอจะวินิจฉัยจาก "ประวัติพัฒนาการ" และ "พฤติกรรม" เป็นหลักครับ

💡 3 สัญญาณเตือน (Red Flags) ที่ต้องสังเกต:

1️⃣ โลกส่วนตัวสูง (Social Communication):

* ไม่สบตา หรือสบตาน้อยมากเวลาคุย
* เรียกชื่อแล้วไม่หัน (เหมือนหูตึงแต่จริงๆ หูหมอเช็กแล้วปกติ)
* ไม่เล่นสมมติ (เช่น แกล้งป้อนข้าวตุ๊กตาไม่เป็น) หรือไม่แบ่งปันสิ่งที่สนใจให้คนอื่นดู

2️⃣ ภาษาที่แตกต่าง:

* พูดช้ากว่าวัย หรือพูดเป็นภาษาต่างดาวที่คนอื่นไม่เข้าใจ
* ชอบพูดทวนคำ (Echolalia) หรือพูดประโยคเดิมซ้ำๆ จากการ์ตูน

3️⃣ พฤติกรรมซ้ำซาก (Repetitive Behaviors):

* ชอบหมุนตัว เล่นนิ้ว สะบัดมือ
* ยึดติดกับกิจวัตรเดิมๆ เปลี่ยนนิดเดียวจะร้องไห้หนักมาก (Meltdown)
* ไวต่อเสียง แสง หรือผิวสัมผัสบางประเภทเป็นพิเศษ

⚠️ ทำไมต้องรีบหาหมอ?
การวินิจฉัยตั้งแต่อายุน้อย (Early Intervention) สำคัญที่สุดครับ! เพราะสมองเด็กยังพัฒนาได้เร็วมาก หากได้รับฝึกทักษะการสื่อสารและการเข้าสังคมอย่างถูกวิธี น้องจะสามารถใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขครับ

💞 หัวใจสำคัญ 💞
การวินิจฉัยออทิสติกตั้งแต่อายุน้อยช่วยให้เราใช้ประโยชน์จาก "ช่วงเวลาทอง" ของสมองเด็กได้อย่างเต็มที่ เพื่อการปรับตัวและเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด มาทำความเข้าใจความสำคัญของการเริ่มรักษาเร็ว (Early Intervention) เพื่อก้าวแรกที่มั่นคงของลูกกันครับ 🧩✨

การรู้เร็วไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่คือการมอบ "โอกาส" ที่ดีที่สุดให้ลูก การตรวจพบและเริ่มทำการบำบัดตั้งแต่อายุน้อย เพิ่มโอกาสในการฟื้นตัวและลดข้อจำกัดต่างๆ เพื่อให้เขาเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ ความใส่ใจของคุณในวันนี้ คืออนาคตที่สดใสของลูกในวันหน้า 💖🌱

🏥 ไปหาใครดี?
แนะนำให้ไปพบ "กุมารแพทย์ด้านพัฒนาการ" หรือ "จิตแพทย์เด็ก" เพื่อประเมินอย่างละเอียดนะครับ

✨ รักและเข้าใจ คือหัวใจสำคัญ
ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร การยอมรับและสนับสนุนจากคนในครอบครัวคือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับเขาครับ 💓

#ออทิสติก #พัฒนาการเด็ก #เลี้ยงลูก #พัฒนาการช้า

ที่อยู่

คลินิกเด็กประสานมิตร 141 ถนนฉลองกรุง แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง
Bangkok
10520

เบอร์โทรศัพท์

+6623278152

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ หมอปุ๊ก for kids and familyผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง หมอปุ๊ก for kids and family:

ทางลัด

แชร์