30/08/2026
ระวังสุขภาพกันด้วยค่ะ
ไข้หวัดใหญ่เพิ่มพร้อมกันหลายประเทศ!
ไทย–ญี่ปุ่น–เกาหลี–จีน
คนเดินทางและกลุ่มเสี่ยงต้องระวัง!
ช่วงนี้ใครมีลูกไปโรงเรียน มีผู้สูงอายุอยู่ที่บ้าน หรือกำลังเตรียมกระเป๋าไปเที่ยวญี่ปุ่น เกาหลี จีน ผมอยากให้เพิ่ม “หน้ากาก” เข้าไปในรายการของที่ต้องพกด้วยครับ
เพราะตอนนี้ไม่ได้มีแค่ประเทศไทยที่ไข้หวัดใหญ่กำลังเพิ่มขึ้น
ญี่ปุ่นเริ่มเข้าสู่ฤดูไข้หวัดใหญ่เร็วกว่าปกติ เกาหลีใต้เพิ่มต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ขณะที่จีนตอนใต้และฮ่องกงก็มีกิจกรรมของไวรัสทางเดินหายใจอยู่ในระดับที่ต้องจับตา
ที่สำคัญคือช่วงนี้ไม่ได้มีเชื้อเดียวกำลังเดินทางไปกับเรา
ทั้ง ไข้หวัดใหญ่ โควิด-19 RSV ไรโนไวรัส และเชื้อทางเดินหายใจอื่น ๆ กำลังหมุนเวียนพร้อมกันครับ
อาการช่วงแรกก็คล้ายกันมาก ไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูก ปวดเมื่อย อ่อนเพลีย บางคนแยกจากอาการอย่างเดียวแทบไม่ได้ว่าเป็นเชื้อไหน
คนหนุ่มสาวแข็งแรงอาจพักไม่กี่วันแล้วดีขึ้น แต่ในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ หรือคนที่มีโรคประจำตัว การติดเชื้อครั้งหนึ่งอาจไม่จบแค่ “เป็นหวัด”
ผมเลยอยากพาเช็กทีละประเทศครับว่า ตอนนี้สถานการณ์เป็นอย่างไร และถ้ากำลังเดินทาง เราควรระวังตรงไหนเป็นพิเศษ
1️⃣ ประเทศไทย ไข้หวัดใหญ่ปีนี้สูงกว่าค่ากลางย้อนหลัง 5 ปี
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม–15 สิงหาคม 2569 ประเทศไทยรายงานผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สะสม 299,142 ราย เฉลี่ยประมาณ 1,318 รายต่อวัน และมีผู้เสียชีวิต 38 ราย
จำนวนผู้ป่วยสูงกว่าค่ากลางย้อนหลัง 5 ปี และสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วครับ
กลุ่มที่พบอัตราป่วยสูงที่สุดคือ เด็กอายุ 5–9 ปี รองลงมาคือเด็กอายุไม่เกิน 4 ปี และเด็กอายุ 10–14 ปี
ตรงนี้สะท้อนเลยว่า โรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก และบ้านที่มีเด็กหลายคนอยู่ด้วยกันเป็นจุดที่เชื้อเดินทางได้ง่ายมาก เพราะเด็กเล่นด้วยกัน กินด้วยกัน จับของร่วมกัน แล้วบางครั้งอาการยังไม่มากก็มาเรียนตามปกติ
จังหวัดที่มีอัตราป่วยสะสมสูง ได้แก่
ชลบุรี
ระยอง
ภูเก็ต
กรุงเทพมหานคร
ลพบุรี
สระบุรี
นนทบุรี
ชุมพร
พระนครศรีอยุธยา
และอ่างทอง
ไม่ได้หมายความว่า 10 จังหวัดนี้ห้ามไปครับ
แต่ถ้าอยู่หรือกำลังเดินทางเข้าไป โดยเฉพาะสถานศึกษา รถโดยสาร ห้าง สถานที่ทำงาน และจุดท่องเที่ยวคนแน่น ช่วงนี้ควรระวังเรื่องการรับเชื้อเพิ่มขึ้น
ส่วน โควิด-19 ตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 28 สิงหาคม พบผู้ป่วยที่รายงานเข้าสู่ระบบสะสม 95,357 ราย เสียชีวิต 14 ราย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงเดือนที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน RSV ก็เริ่มมีแนวโน้มสูงขึ้นเช่นกัน
สิ่งสำคัญคือ ตัวเลขเหล่านี้เป็นจำนวนที่ รายงานเข้าสู่ระบบ ครับ ไม่ควรเอาไปตีความว่าเป็นจำนวนผู้ป่วยนอนโรงพยาบาลทั้งหมด หรือเอาไปเทียบตรง ๆ กับระบบรายงานของประเทศอื่น เพราะแต่ละประเทศเก็บข้อมูลไม่เหมือนกัน
2️⃣ คนกำลังไปญี่ปุ่นต้องอ่าน เพราะฤดูไข้หวัดใหญ่มาเร็วกว่าปกติ
ญี่ปุ่นเป็นอีกประเทศที่ผมอยากให้คนไทยที่กำลังจะไปเที่ยวช่วงนี้จับตาครับ
ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 23 สิงหาคม พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 4,094 ราย จากสถานพยาบาลเฝ้าระวังประมาณ 3,000 แห่ง หรือเฉลี่ย 1.11 รายต่อสถานพยาบาล
ตัวเลขนี้สูงกว่าเกณฑ์ที่ญี่ปุ่นใช้บ่งชี้การเริ่มต้นฤดูไข้หวัดใหญ่แล้ว
พื้นที่ที่รายงานสูงที่สุดคือ โอกินาวะ 4.43 รายต่อสถานพยาบาล อิวาเตะ 2.10 และอาโอโมริ 2.08 ส่วนโตเกียวอยู่ที่ประมาณ 1.49 รายต่อสถานพยาบาล
และมีรายงานการระบาดในโรงเรียนกับสถานดูแลสังคมหลายแห่งด้วยครับ
คนที่กำลังไป โอกินาวะ นาฮะ โตเกียว รวมถึงอิวาเตะและอาโอโมริ ผมอยากให้ระวังเป็นพิเศษเวลาอยู่บนเครื่องบิน รถไฟ สถานี โรงแรม สวนสนุก หรือร้านอาหารที่คนแน่น
แต่มีตัวเลขหนึ่งที่ต้องอ่านให้ถูก
ถ้าเอา 4,094 หาร 7 จะได้ประมาณ 585 รายต่อวันก็จริง แต่ ไม่ใช่จำนวนผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ทั้งหมดของญี่ปุ่นต่อวัน
เพราะนี่เป็นข้อมูลจาก “จุดเฝ้าระวัง” เท่านั้นครับ จึงไม่ควรนำ 585 รายนี้ไปเทียบกับจำนวนผู้ป่วยที่ประเทศไทยรายงานโดยตรง
3️⃣ เกาหลีใต้เพิ่มต่อเนื่อง 4 สัปดาห์
ฝั่งเกาหลีใต้ก็เห็นทิศทางเพิ่มขึ้นค่อนข้างชัดครับ
อัตราผู้มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่เพิ่มจาก 6.9 เป็น 7.0, 7.5 และล่าสุด 9.2 รายต่อผู้ป่วยนอก 1,000 คน
ส่วนผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่เข้ารักษาในโรงพยาบาลเครือข่ายเพิ่มจาก 38 เป็น 43, 78 และ 89 รายต่อสัปดาห์ ตามลำดับ
อัตราตรวจพบเชื้อไข้หวัดใหญ่ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 10%
สิ่งที่ต้องระวังคือ รายงานระดับประเทศยังไม่ได้บอกว่า โซลหรือปูซานเป็นเมืองที่มีการระบาดสูงสุด ครับ
ดังนั้นไม่ควรเอาสองเมืองนี้ไปตีเป็น “เมืองแดง” ถ้ายังไม่มีข้อมูลรายเมืองรองรับ
แต่สำหรับคนเดินทาง จุดที่เสี่ยงต่อการรับเชื้อมากขึ้นตามธรรมชาติคือ สนามบินอินชอน รถไฟใต้ดิน รถไฟความเร็วสูง ห้าง และสถานที่ท่องเที่ยวในร่ม เพราะเป็นพื้นที่ที่คนจำนวนมากอยู่ใกล้กันเป็นเวลานาน
4️⃣ จีนตอนใต้และฮ่องกง เชื้อทางเดินหายใจหลายชนิดกำลังหมุนเวียนพร้อมกัน
ฝั่งจีนมีข้อมูลที่น่าสนใจครับ
ในกลุ่มผู้ป่วยนอกที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ตรวจพบ โควิด-19 ประมาณ 19.5% ไข้หวัดใหญ่ 16.2% และไรโนไวรัส 3.3%
และกิจกรรมไข้หวัดใหญ่ใน จีนตอนใต้สูงกว่าจีนตอนเหนือ
พื้นที่โซนใต้ครอบคลุมหลายพื้นที่ เช่น เซี่ยงไฮ้ เจียงซู เจ้อเจียง ฝูเจี้ยน กวางตุ้ง กว่างซี ไห่หนาน ฉงชิ่ง เสฉวน กุ้ยโจว และยูนนาน
คนไทยที่กำลังไป เซี่ยงไฮ้ หางโจว หนานจิง เซี่ยเหมิน กวางโจว เซินเจิ้น เฉิงตู ฉงชิ่ง หรือคุนหมิง ช่วงนี้จึงควรเพิ่มการป้องกัน โดยเฉพาะเวลาอยู่ในพื้นที่ปิดและมีคนหนาแน่น
แต่ข้อมูลนี้เป็นภาพรวมระดับภูมิภาคครับ ไม่ได้หมายความว่าทุกเมืองในจีนตอนใต้มีระดับการระบาดเท่ากัน
อีกตัวเลขที่มีการส่งต่อกันว่า จีนมีคนเข้าคลินิกไข้ 40,000–60,000 รายต่อวัน ยังไม่มีข้อมูลล่าสุดรองรับตามตัวเลขนั้น จึงไม่ควรนำมาใช้ต่อครับ
ส่วน ฮ่องกง ประกาศว่าเข้าสู่ฤดูไข้หวัดใหญ่แล้ว และกิจกรรมของโรคยังอยู่ในระดับสูง
ใครไปฮ่องกงช่วงนี้ ผมอยากให้ระวังสนามบิน รถไฟฟ้า ห้าง สวนสนุก และสถานที่ปิดคนแน่นให้มากขึ้นครับ
5️⃣ คน 4 กลุ่มนี้ ถ้าเริ่มป่วยผมไม่อยากให้ชะล่าใจ
- เด็กเล็ก ถ้ามีไข้แล้วเริ่มหายใจเร็ว หน้าอกบุ๋ม ปีกจมูกบาน มีเสียงหวีด ไม่กินนมหรือกินน้ำไม่ได้ หรือซึมลง ต้องพาไปพบแพทย์ครับ
- ผู้สูงอายุ บางครั้งไม่ได้เริ่มด้วยไข้สูง แต่อาจกลายเป็นซึม สับสน เดินเซ กินได้น้อยลง หรือหายใจเร็วผิดปกติ ซึ่งเป็นอาการที่คนในบ้านควรสังเกต
- คนที่มีเบาหวาน โรคหัวใจ โรคไต โรคปอด หรือภูมิคุ้มกันต่ำ ถ้าติดเชื้อควรระวังน้ำตาลสูง หอบเหนื่อย เจ็บหน้าอก บวม ปัสสาวะลดลง หรืออาการโรคเดิมแย่ลง
- ส่วน หญิงตั้งครรภ์ ถ้ามีไข้สูง หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก กินน้ำไม่ได้ หรือรู้สึกว่าลูกดิ้นลดลง ควรไปโรงพยาบาลครับ
ถ้ามีเครื่องวัดออกซิเจนที่บ้าน แล้ววัดขณะพักได้ 94% หรือต่ำกว่า หรือค่าลดลงต่อเนื่องจากระดับปกติของตัวเอง ก็ควรได้รับการประเมิน ไม่ควรรอดูอยู่บ้านนานครับ
6️⃣ กำลังเดินทางช่วงนี้ เตรียมตัวอีกนิด ลดโอกาสพาเชื้อกลับบ้าน
ถ้ามีเวลาและยังไม่ได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล การฉีด ก่อนเดินทางประมาณ 2 สัปดาห์ จะช่วยให้ร่างกายมีเวลาสร้างภูมิคุ้มกันได้มากขึ้นครับ
พกหน้ากากที่กระชับใบหน้าไว้ใช้ในเครื่องบิน รถไฟ รถโดยสาร หรือพื้นที่ปิดที่คนหนาแน่น โดยเฉพาะคนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงหรือกำลังเดินทางกับผู้สูงอายุและเด็กเล็ก
ถ้ามีไข้ ไอ เจ็บคอ หรือรู้สึกเหมือนกำลังเริ่มป่วย ผมอยากให้ยอมหยุดพัก และลดการเข้าใกล้คนในบ้านที่มีความเสี่ยงสูง
ผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงและมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ควรพบแพทย์เร็ว เพราะ ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ให้ประโยชน์ดีที่สุดเมื่อเริ่มเร็ว โดยเฉพาะช่วงประมาณ 48 ชั่วโมงแรก และในคนที่อาการรุนแรงหรือมีความเสี่ยงสูง แพทย์อาจพิจารณาให้ยาตามความเหมาะสมแม้เกินช่วงนั้นครับ
ส่วนยาปฏิชีวนะไม่ควรซื้อกินเองเพื่อหวังให้ไข้หวัดใหญ่ โควิด หรือ RSV หายเร็วขึ้น เพราะทั้งหมดเป็นการติดเชื้อไวรัส และการใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่มีข้อบ่งชี้เพิ่มปัญหาเชื้อดื้อยาได้
ตอนนี้ยังไม่ใช่สถานการณ์ที่ต้องกลัวจนไม่กล้าออกจากบ้าน
แต่ก็ไม่ใช่ช่วงที่ควรคิดว่า “ก็แค่หวัด”
ประเทศไทยมีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สูงกว่าค่ากลางย้อนหลัง ญี่ปุ่นเข้าสู่ฤดูไข้หวัดใหญ่เร็วกว่าปกติ เกาหลีใต้เพิ่มต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ขณะที่จีนตอนใต้และฮ่องกงก็มีกิจกรรมของไวรัสทางเดินหายใจที่ต้องติดตาม
ยิ่งช่วงนี้คนเดินทางข้ามประเทศกันเยอะ เชื้อก็เดินทางไปกับคนได้เหมือนกันครับ
สิ่งที่ทำได้ไม่ซับซ้อน
ฉีดวัคซีนถ้าถึงเวลา
ใส่หน้ากากในพื้นที่เสี่ยง
ล้างมือ
พักเมื่อเริ่มป่วย
และถ้ามีคนเปราะบางอยู่ที่บ้าน อย่าเอาความคิดว่า “เดี๋ยวก็หาย” ไปเสี่ยงกับเขา
เพราะสำหรับคนแข็งแรง ไข้หวัดใหญ่อาจเป็นวันที่ต้องนอนพักไม่กี่วัน
แต่สำหรับเด็กเล็ก คุณตาคุณยาย หญิงตั้งครรภ์ หรือคนที่มีโรคหัวใจ ปอด ไต และเบาหวาน เชื้อเดียวกันอาจหนักกว่านั้นมากครับ
หน้ากากหนึ่งชิ้น วัคซีนหนึ่งเข็ม และการยอมหยุดพักเมื่อป่วย อาจช่วยไม่ให้เชื้อธรรมดาในเรา กลายเป็นปอดอักเสบรุนแรงในคนที่เรารักได้ครับ