อเลอไทด์ อาหารสมองของเด็กและผู้ใหญ่

อเลอไทด์ อาหารสมองของเด็กและผู้ใหญ่ สมองล้า ชำรุด ให้อเลอไทด์ช่วย เพราะ? รักษาและฟื้นฟูอาการผิดปกติของสมอง ด้วยสารสกัดที่มากด้วยคุณประโยชน์จากธรรมชาติ100%

06/11/2022

คลิกสมัครเพื่อเป็นสมาชิก platform และรับสินค้าทดลองฟรี!!https://share.dnwplatform.com/CsDu
"สินค้ามีจำนวนจำกัด"

พิเศษ!สำหรับลูกค้า"อเลอไทด์"สามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มด้วยตัวท่านเอง เพียงกรอกข้อมูลเพื่อเป็นสมาชิก และยังมีสินค้...
06/11/2022

พิเศษ!สำหรับลูกค้า"อเลอไทด์"สามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มด้วยตัวท่านเอง เพียงกรอกข้อมูลเพื่อเป็นสมาชิก และยังมีสินค้าคุณภาพเกี่ยวกับสุขภาพมากกว่า 50 ผลิตภัณฑ์ให้ท่านได้เลือกตามความพึงพอใจ
คลิกสมัครเพื่อเป็นสมาชิก..ฟรี https://share.dnwplatform.com/CsDu

11/10/2019

https://aenetfiv.wixsite.com/mysite

รักษา "มะเร็ง" ด้วย "ภูมิคุ้มกันบำบัด"

ภาพแรกที่คุณเห็นเมื่อนึกถึงคำว่า “มะเร็ง” คืออะไร ความเจ็บปวด ความทรมาน หรือความตาย
ในแต่ละปีมะเร็งเป็นโรคที่พรากชีวิตผู้คนไปเป็นจำนวนมาก ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกปี 2561 รายงานว่า ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งกว่า 9.6 ล้านราย ขยับเข้ามาใกล้ตัวอีกนิด ในประเทศไทย โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 มีผู้เสียชีวิต 78,540 คนต่อปี มีผู้ป่วยรายใหม่ 122,757 คน และยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งโรคมะเร็งไม่ได้มีผลกระทบต่อผู้ป่วยเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังส่งกระทบถึงครอบครัวและสังคมรอบข้าง ทั้งในแง่ของร่างกาย จิตใจ ความสัมพันธ์ ไปจนถึงส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต

>>ศึกษาข้อมูล>ศึกษาข้อมูล>ศึกษาข้อมูล

มารับสมองกันหน่อยครับ..คำตอบคือ??
16/10/2018

มารับสมองกันหน่อยครับ..คำตอบคือ??

ความจำดี มีสมาธิ ผลการเรียนยอดเยี่ยมสุดๆ
30/08/2018

ความจำดี มีสมาธิ ผลการเรียนยอดเยี่ยมสุดๆ

15/06/2018

อเลอไทด์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อพื้นฟูเซลล์สมองให้กับเด็กและผู้ใหญ่ ช่วยควบคุมกระแสไฟฟ้าในสมองและปรั....

เคล็ดลับการอ่านให้ลูกฟัง1. ตั้งใจอ่านอย่างอบอุ่น จับลูกนั่งตัก อยู่ในท่าทางที่สบาย บรรยากาศผ่อนคลาย กอดหอมกันตามใจชอบ แล...
12/06/2018

เคล็ดลับการอ่านให้ลูกฟัง

1. ตั้งใจอ่านอย่างอบอุ่น จับลูกนั่งตัก อยู่ในท่าทางที่สบาย บรรยากาศผ่อนคลาย กอดหอมกันตามใจชอบ แล้วลงมืออ่านหนังสือให้ลูกฟังเติมสีสันการอ่านด้วยน้ำเสียงที่สนุกสนานหรือตื่นเต้น โดยอาจจะชี้นิ้วไปตามรูปภาพหรือตัวอักษร คอยซักถามชวนลูกคิดตามไปด้วยหลังจากอ่านจบเรื่อง

2.สร้างกิจกรรมหลังการอ่าน เช่น เมื่ออ่านเรื่องไดโนเสาร์ก็พาลูกไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์กัน อ่านเรื่องผีเสื้อก็ชวนลูกไปดูของจริง ชวนวาดรูประบายสีหรือพับกระดาษเป็นผีเสื้อ เพื่อกระตุ้นและฝึกให้ลูกรู้จักคิดสร้างสรรค์ และยังเป็นเวลาแสนสนุกของครอบครัวอีกด้วย

3.เลือกหนังสือให้เหมาะกับวัย เช่น
วัยก่อน 1 ปี ควรเลือกหนังสือที่มีภาพขนาดใหญ่ ทนทาน ทำความสะอาดได้ ทำด้วยวัสดุที่ปลอดภัย มีสีสันสดใส

ช่วง 1-2 ปี มีภาพคนและสัตว์ เรื่องราวสั้นๆมีคำคล้องจอง ใช้อักษรตัวโตๆ กระดาษหนาทนทานให้เด็กเปิดอ่านเองได้ง่าย

ช่วง 2-3 ปี เนื้อหาควรเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิ่งรอบตัวและกิจวัตรประจำวันง่าย ๆ ที่ลูกสามารถช่วยเหลือตนเองได้

ช่วงวัย 4-6 ปี เนื้อหาหรือเรื่องราวต้องทำให้ลูกเกิดอารมณ์ร่วมเพราะกระทบความรู้สึกนึกคิดบางอย่างหรือเชื่อมโยงกับการเรียนรู้รอบ ๆ ตัว มีภาษาที่สละสลวย ไพเราะคำคล้องจองที่อ่านอย่างมีจังหวะนั้น ยังเหมาะสำหรับลูกวัยนี้อยู่มาก ที่สำคัญคือ ตัวอักษรที่ใหญ่ ชัดเจน มีหัว เพื่อลูกจะได้จำรูปแบบตัวอักษร รูปแบบคำ และรูปแบบประโยคอย่างถูกต้อง ควรเลือกหนังสือที่มีเนื้อเรื่องบ่มเพาะนิสัยที่พึงประสงค์ให้กับเด็ก เช่น การดูแลสุขภาพ การมีวินัย เป็นต้น

อาหารเสริม.....ดีจริงไหม?????-ก่อนจะโจมตี  คุณรู้จัก หรือเข้าถึงอาหารเสริม ดีพอหรือยัง✅หากไม่ดีจริง....นายแพทย์ ไลนัส พอ...
11/06/2018

อาหารเสริม.....ดีจริงไหม?????
-
ก่อนจะโจมตี คุณรู้จัก หรือเข้าถึงอาหารเสริม ดีพอหรือยัง
✅หากไม่ดีจริง....นายแพทย์ ไลนัส พอลลิ่ง คงไม่แนะนำให้ผู้ป่วยโรคมะเร็ง กินวิตามินซี ที่เป็นกลางสูงถึงวันละ
สี่หมื่นมิลลิกรัม เพื่อป้องกันมะเร็ง จนท่านได้รับรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์ ถึง 2 ครั้ง ท่านเป็นมะเร็งตั้งแต่ 60 ปี มาเสียชีวิตเอาตอน 93 ปี
✅หากไม่ดีจริง....หมอรักษาเบาหวาน คงไม่แนะนำให้ผู้ป่วยรับประทาน โคเมี่ยม เพื่อป้องกันการลุกลามของอาการเบาหวาน เพื่อกระตุ้น
การทำงานของอีซูลิน
✅หากไม่ดีจริง....ทำไมมีแพทย์ หลายท่าน เป็นเจ้าของบริษัท อาหารเสริม
✅หากไม่ดีจริง.... ทำไมบริษัทยา จึงหันมาทุ่มงบประมาณในการวิจัย และผลิต อาหารเสริม รวมทั้งการซื้อหุ้นบริษัท อาหารเสริม
✅หากไม่ดีจริง.... ทำไมมีการผลิตเครื่องดื่มที่ผสม อาหารเสริมวางขายตามห้างสะดวกซื้อมากมาย ในอัตราที่เพิ่มสูง จนน่าตกใจ และขายดี
✅หากไม่ดีจริง.... ทำไมบริษัทผลิตยาลงมาเล่นเอง โดยผลิต อาหารเสริมบำรุงสมอง ป้องกันโรคหัวใจ และทุ่มโฆษณาด้วยงบมหาศาล
✅หากไม่ดีจริง....บุคลากร ทางการแพทย์ จึงเปลี่ยนงานทางการแพทย์ มาทำธุรกิจ ขายอาหารเสริม ในจำนวนที่สูงมากเป็นประวัติการณ์
✅หากไม่ดีจริง....ทำไม ต่างชาติ จึงขอจด Patent เป็นเจ้าของอาหารเสริมนั้นๆ
✅หากไม่ดีจริง....ทำไมยอดส่งออก อาหารเสริมไทย ด้วยสมุนไพร จึงก้าวกระโดด
✅หากไม่ดีจริง....ทำไมยอดขายอาหารเสริม บริษัทขายตรง ระบบเครือข่ายออนไลน์ จึงพุ่งสวนกระแสเศรษฐกิจขาลง และพุ่งแรงเมื่อเศรษฐกิจขาขึ้น
✅หากไม่ดีจริง....ทำไมผู้เข้าฟัง ผลิตภัณฑ์ อาหารเสริมจึงเพิ่มมากขึ้น ทั้งจำนวน และรอบที่บรรยาย

อาหารเสริม...ดีจริงไหม...????? คงไม่ต้องรอคำตอบ

โรคสมองอักเสบเป็นภาวะที่อาจมีอันตรายถึงกับทำให้เสียชีวิตได้ เนื่องจากการติดเชื้อในสมอง และไขสันหลังที่ลุกลามอาจก่อให้เกิ...
04/06/2018

โรคสมองอักเสบ

เป็นภาวะที่อาจมีอันตรายถึงกับทำให้เสียชีวิตได้ เนื่องจากการติดเชื้อในสมอง และไขสันหลังที่ลุกลามอาจก่อให้เกิดปฏิกิริยาการอักเสบที่รุนแรงในระบบประสาท ซึ่งทำให้ผู้ป่วยมีอาการต่างๆ ได้มากมาย ที่สำคัญคือพบว่ามีไข้ ปวดศีรษะรุนแรง สับสน บางรายอาจเกิดความเสียหายของเนื้อสมอง และอาจพบว่าเกิดการอักเสบของเยื่อหุ้มสมองร่วมด้วย

สาเหตุ
ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส การติดต่อโดยมากเกิดจากยุงหรือไรกัด เช่นโรคสมองอักเสบจากไวรัสสายพันธุ์ japaness encephalitis บางชนิดเกิดจากการที่สัตว์ เช่น ค้างคาวหรือสุนัขกัด เช่นโรคพิษสุนัขบ้า เชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายได้สองทาง จากการแพร่กระจายในเลือด และจากตัวเซลล์ประสาทเอง ส่วนใหญ่
1. พบเป็นการติดเชื้อจากสัตว์สู่คน
2. สมองอักเสบบางชนิดมักจะเป็นในเด็ก
3. ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องมีโอกาสของสมองอักเสบสูงกว่าคนอื่น
4. ผู้ที่อาศัยหรือไปเที่ยวยังแหล่งที่มีการระบาดของโรคก็จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรค
5. ผู้ที่มีกิจกรรมนอกบ้านมาก เช่น การวิ่งนอกบ้าน ตีกอลฟ์ การดูนก ดังนั้นในช่วงที่มีการระบาดต้องระวังเป็นพิเศษ

อาการของผู้ป่วยสมองอักเสบอาจแตกต่างกันได้มาก สำหรับในรายที่ความรุนแรงน้อยและในรายที่มีอาการรุนแรง
1. ผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรง
- ไข้ อ่อนเพลียไม่มีแรง
- เจ็บคอ
- คอแข็ง
- อาเจียน ปวดศีรษะ
- สับสน กระสับกระส่าย และซึม
- ปวดหัวเมื่อแสงจ้าๆ
2. สำหรับในรายที่อาการรุนแรง
- ซึม ไม่ค่อยรู้สึกตัว
- สับสนไม่รู้วันหรือกลางคืน จำคนไม่ได้
- ชัก
- ไข้สูง ปวดศีรษะมาก
- คลื่นไส้อาเจียน
- มือสั่น คอแข็ง

การรักษา
1. ในกรณีที่ไม่รุนแรง ให้พักผ่อนมากๆ ดื่มน้ำให้เพียงพอ กินยาลดไข้
2. ในรายที่รุนแรง ควรเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล บางรายแพทย์อาจพิจารณาให้ยาต้านไวรัส เช่น acyclovir และ ganciclovir การใช้ยาต้านไวรัส acyclovir ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคสมองอักเสบจากเชื้อไวรัสเริม จากร้อยละ 60-70 ลงเหลือร้อยละ 30
3. ยาระงับชักในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการชักหรืออาจใช้เพื่อป้องกันไม่ให้ชัก อาจพิจารณาให้ยากล่อมประสาทเพื่อให้ผู้ป่วยสงบขึ้น
4. การใช้ยาคอร์ติโคสเตีรอยด์ช่วยลดภาวะสมองบวม
5. พิจารณาใช้เครื่องช่วยหายใจเมื่อมีข้อบ่งชี้
6. ติดตามอาการผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด ระมัดระวังโรคแทรกซ้อนและให้การรักษาอย่างทันท่วงที..

อ๊ะๆ หลายคนคงสงสัย แค่เปลี่ยนความเชื่อเนี่ยนะ จะเปลี่ยนให้หนูเรียนเก่งได้,,, แบบนั้นมันก็เกินไปเนอะ แต่การเปลี่ยนความคิด...
27/05/2018

อ๊ะๆ หลายคนคงสงสัย แค่เปลี่ยนความเชื่อเนี่ยนะ จะเปลี่ยนให้หนูเรียนเก่งได้,,, แบบนั้นมันก็เกินไปเนอะ แต่การเปลี่ยนความคิด คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนตัวเองครับ แล้วจะเปลี่ยนอะไร ยังไงบ้างมาดูกันครับ

1. เปลี่ยนการลอก
พี่เมษ์ไม่ได้ให้น้องๆ เปลี่ยนวิธีลอกการบ้าน แต่ให้เปลี่ยนจากลอกการบ้านมาเป็นการลอกเลียนแบบความคิดและมุมมอง,, เคยสงสัยกันมั้ยคะว่าคนเก่ง กับคนเรียนไม่เก่ง เค้ามองต่างกันยังไงบ้าง มาดูกัน

2. เปลี่ยนให้เป็นแรงผลักดัน
ถ้าเจอคนคอยแขวะ คอยว่า เป็นไปได้นะครับที่เราจะรู้สึกท้อ หมดกำลังใจ พาลจะทำตัวแบบนั้นไปเรื่อยๆ ไม่อยากพัฒนาตัวเอง เพราะกลัวเพื่อนล้อ
อย่าเชียวนะครับ อย่าให้คำเหล่านี้มาทำให้เราแย่ลง จงใช้คำเหล่านี้เป็นพลัง ผลักดันเราให้เราต่อสู้กับคำพูดเหล่านี้ แม้ว่ามันจะดูยากซักหน่อยนะ แต่อย่างที่บอกว่า เราต้องเปลี่ยนความเชื่อ ดังนั้น จึงต้องใช้ทุกทางเพื่อให้เรามีพลังในการทำตัวเองให้ดีขึ้นนะคะ สู้ครับ เพื่อลบคำถากถางเหล่านี้ไปให้ได้

3. เปลี่ยนความเชื่อในตัวเอง
นอกจากปัจจัยภายนอกแล้ว ตัวเราเองต่างหากครับ ที่เป็นจุดสำคัญในการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นกับตัวเราเอง
น้องหลายคนชอบบ่นว่า เห้ออออ เรานี่มันไม่มีหัวทางคณิตศาสตร์ หรือ เรานี่มันโง่ภาษาอังกฤษมากๆ เลย ,, จนในที่สุดเราก็เป็นอย่างที่เราเชื่อแบบนั้นจริงๆ
เราลืมมองไปรึเปล่าว่า ที่เราทำข้อสอบไม่ได้ อ่านไม่รู้เรื่อง จำสูตรไม่ได้นั้น เพราะเราไม่ได้ทุ่มเท และพยายามกับสิ่งนั้นมากพอ เพียงอยากให้น้องๆ ลองถามตัวเองดูนะ ว่าเราพยายามมากพอรึยัง ใส่ใจ ทำเต็มที่มากพอรึยัง แล้วแก้ไขซะ ดีกว่าจะมาตอกย้ำจนกลายเป็นการกล่อมประสาทตัวเองและยอมแพ้ ยอมเป็นคนไม่เก่งไปในที่สุด

ไม่ยากเลยใช่มั้ยละครับ,,, แค่เปลี่ยน 3 อย่างนี้ ก็น่าจะช่วยให้น้องๆ เรียนดีขึ้นได้แล้ว เพราะการเปลี่ยนความเชื่อต่างๆ ที่มีต่อตัวเราเอง ทำให้น้องๆ มีกำลังใจ และมีแรงในการเรียนมากขึ้น มีพลังที่จะทุ่มเทมากขึ้้น
เคยได้ยินมั้ย คนที่มีพรสวรรค์ ก็อาจะแพ้คนที่มีพรแสวง ไม่มีใครเก่งตั้งแต่เกิดหรอก คนที่พยายามมากกว่าคือคนที่ประสบผลสำเร็จนะครับ

ลมชักเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์สมองบริเวณผิวสมอง กล่าวคือ หากกระแสไฟฟ้าในสมองเกิดการลัดวงจรหรือเกิดความผิดปกติ...
21/05/2018

ลมชัก

เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์สมองบริเวณผิวสมอง กล่าวคือ หากกระแสไฟฟ้าในสมองเกิดการลัดวงจรหรือเกิดความผิดปกติบางอย่างขึ้น จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการผิดปกติทางระบบประสาทตามมาจนไม่
สามารถควบคุมตัวเองได้ อย่างเช่น ถ้าเซลล์สมองเกิดความผิดปกติบริเวณส่วนของการควบคุมกล้ามเนื้อ ผู้ป่วยจะมีอาการชักเกร็งกระตุกเหมือนถูกไฟฟ้าช็อต ชักแบบเป็น ๆ หาย ๆ หรือบางคนอาจมีอาการเกิดขึ้นเฉพาะส่วนใด
ส่วนหนึ่งของร่างกาย อาจหมดสติหรือไม่หมดสติก็ได้ แต่บางคนก็อาจมีพฤติกรรมนิ่ง เหม่อลอย

สาเหตุ
1. เกิดจากกรรมพันธุ์ โดยจากการซักประวัติครอบครัวของผู้ป่วยส่วนหนึ่งพบว่า มีญาติพี่น้องที่ป่วยเป็นโรคนี้เช่นกัน
2. เกิดจากการที่สมองเคยได้รับอันตรายมาก่อน เช่น มีการติดเชื้อในสมอง ภาวะขาดออกซิเจนขณะคลอด อุบัติเหตุที่กระทบกระเทือนสมอง การติดเชื้อของระบบประสาท ความผิดปกติทางสมองมาตั้งแต่กำเนิด หรือ
สมัยเด็กเคยมีไข้สูงจนชักนาน และชักติดต่อกันหลาย ๆ ครั้ง โดยผู้ป่วยที่เป็นโรคลมชักจากสาเหตุเหล่านี้ อาจจะมีพัฒนาการด้านร่างกายและสมองผิดปกติร่วมด้วย
3. เกิดจากภาวะมีก้อนในสมอง เช่น เนื้องอกในสมอง พยาธิในสมอง
4. โรคหลอดเลือดสมองผิดปกติ แตกหรือตีบตัน
5. โรคทางกาย เช่น ภาวะเกลือโซเดียมในร่างกายสูงหรือต่ำ น้ำตาลในเลือดสูงหรือต่ำ แคลเซียมในเลือดต่ำ รวมถึงโรคตับโรคไต
6. การดื่มเหล้ามากเกินไปจนเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง การเสพยาเสพติดเกินขนาด หรือได้รับสารพิษจากการใช้ยาบางชนิดเกินขนาด เป็นต้น

อาการ
1. หากกระแสไฟฟ้าที่ผิดปกติเกิดขึ้นรบกวนสมองเป็นบางส่วน จะทำให้เกิดอาการชักกระตุกหรือเกร็งเฉพาะที่ในขณะที่ยังรู้ตัวอยู่ ซึ่งคนกลุ่มนี้หากตรวจภาพของสมองด้วยคอมพิวเตอร์แล้ว มีโอกาสสูงที่จะพบเนื้องอก
ในสมอง หรืออาจมีอาการหลอดเลือดผิดปกติในสมองมาตั้งแต่กำเนิด
2. หากเซลล์สมองเกิดความผิดปกติบริเวณส่วนที่ควบคุมการเคลื่อนไหว และไปรบกวนสมองทั่วไปในวงกว้าง ไม่รู้ว่าจุดที่ปล่อยไฟฟ้าออกมารบกวนเริ่มที่จุดใด จะทำให้ผู้ป่วยชักแบบเกร็งกระตุกทั้งตัว หมดสติ หรือชัก
แบบแน่นิ่งแบบที่พบได้บ่อยในเด็ก ผู้ป่วยจะไม่รู้ตัวขณะชัก อีกทั้งยังจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ด้วย อาการนี้จะเรียกว่า "ลมบ้าหมู" บางคนอาจมีอาการตาค้าง ตาเหลือก น้ำลายฟูมปาก ล้มลงกับพื้น ขากรรไกรแข็ง กัดริมฝีปากกัด
ลิ้นตัวเองจนเลือดออก มีอาการปัสสาวะหรืออุจจาระราดร่วมด้วย บางคนอาจเป็นอยู่ 1-3 นาที แต่บางคนอาจเป็นนานถึง 15 นาที
3. หากเซลล์สมองเกิดความผิดปกติบริเวณส่วนที่ควบคุมการมองเห็น จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการเห็นแสงจ้าในขณะที่มีอาการชัก
4. หากเซลล์สมองเกิดความผิดปกติบริเวณสมองส่วนควบคุมจิตใจ จะทำให้มีอาการทางจิตใจที่ผิดปกติไป เช่น เกิดภาพในอดีตวิ่งผ่านสมองเข้ามา เกิดความรู้สึกเดจาวู เหมือนคุ้นเคยแต่ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยไป หรืออาจ
จำคนรู้จักไม่ได้ รู้สึกเหมือนคนแปลกหน้า
5. ในผู้ป่วยบางคนอาจมีอาการเหม่อลอย หมดสติ ทำอะไรไม่รู้ตัว อย่างนี้เรียกว่า อาการชักแบบเหม่อ
6. ผู้ป่วยบางรายมีอาการคล้ายคนไข้จิตเวช เช่น อยู่ ๆ ก็หัวเราะขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ อาการเช่นนี้แสดงว่าเป็นลมชักแบบพิเศษ ที่เรียกว่า Gelastic Epilepsy เกิดจากสมองส่วนไฮโปทารามัส

การรักษา
1. การใช้ยา เป็นการรักษาหลักที่ใช้รักษาผู้ป่วยโรคลมชักในเด็กและผู้ใหญ่ เพื่อช่วยปรับกระแสไฟฟ้าที่ผิดปกติในสมองให้กลับมาเป็นปกติ แพทย์จะเป็นผู้เลือกชนิดและขนาดยาที่เหมาะสมกับอาการชักของผู้ป่วยแต่ละคน
ซึ่งจะใช้เวลาในการทานยาประมาณ 2-5 ปี จนกว่าจะไม่มีอาการชัก แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาให้ลดขนาดยาลงจนกระทั่งหยุดยาได้ โดยที่ผู้ป่วย 60-70% สามารถหายขาดจากโรคลมชักด้วยยา ขณะที่มีผู้ป่วยราว 20-30%
สามารถกลับมาชักได้ใหม่ ก็จำเป็นต้องกินยากันชักต่อไปตลอดชีวิต

สมองฝ่อเป็นกลุ่มโรคทางสมอง ทำให้เกิดการเสื่อมสภาพของเนื้อเยื่อสมอง สาเหตุของโรคนี้เชื่อว่าเกิดจากโปรตีนที่มีรูปร่างที่ผิ...
21/05/2018

สมองฝ่อ

เป็นกลุ่มโรคทางสมอง ทำให้เกิดการเสื่อมสภาพของเนื้อเยื่อสมอง

สาเหตุของโรคนี้เชื่อว่าเกิดจากโปรตีนที่มีรูปร่างที่ผิดปกติไป เรียกว่า “พรีออน” (prion)โรคพรีออน (prion disease) ที่เกิดขึ้นในมนุษย์นั้น ขณะนี้มีอยู่ ด้วยกัน 4 โรค คือ
- ครอยท์ซเฟลด์-เจคอบดิซิส (Creutzfeldt-Jakobdisease) และอนุพันธ์ที่เป็นที่รู้จัก 4 ตัว คือ โรคสมองฝ่อแบบเกิดขึ้นประปราย (sporadic CJD; sCJD), โรคสมองฝ่อที่เกิดจากพันธุกรรม (genetic CJD; gCJD),
โรคสมองฝ่อวาเรียนท์ (variant CJD; vCJD) ซึ่งเคยพบความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับโรคสมองฝ่อในวัว (โรควัวบ้า; Bovine Spongiform Encephalopathy; BSE) โดยผ่านอาหารที่เป็นเนื้อวัวที่ติดเชื้อนี้ และ โรคสมองฝ่อที่เกิด
จากการรักษาพยาบาล (iatrogenic CJD; iCJD)
- กลุ่มอาการแกร์สมานน์-สตร็อยสเลอร์-ไชน์เกอร์ (Gerstmann-Strassler-Scheinker Syndrome; GSSS)
- โรคคูรู (Kuru) โรคนอนไม่หลับจนถึงแก่กรรมที่เป็นกรรมพันธุ์ในครอบครัว (Fatal Familial Insomnia; FFI)

อาการโรคสมองฝ่อจะเริ่มอย่างค่อยเป็นค่อยไป ได้แก่ ความรู้สึกสับสน สมองเสื่อม และเสียการทรงตัวในระดับต่างๆ ในระยะท้ายของอาการจะมีกล้ามเนื้อกระตุก ร่วมกับอาการผิดปกติของระบบประสาทอื่นๆ

หลีกเลี่ยงการใช้เนื้อเยื่อจากผู้ป่วยในการผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะหรือเนื้อเยื่อ การวัดคลื่นสมองด้วยแผ่น electrode และการใช้เครื่องมือผ่าตัดที่อาจปนเปื้อนเนื้อเยื่อจากผู้ป่วย CJD นั้นจะต้องทำให้เครื่องมือเหล่านี้ปลอด
เชื้อทุกครั้งก่อนนำไปใช้ในครั้งต่อไป

ที่อยู่

Bangkok
10210

เบอร์โทรศัพท์

+66635342494

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ อเลอไทด์ อาหารสมองของเด็กและผู้ใหญ่ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง อเลอไทด์ อาหารสมองของเด็กและผู้ใหญ่:

แชร์