27/05/2018
อ๊ะๆ หลายคนคงสงสัย แค่เปลี่ยนความเชื่อเนี่ยนะ จะเปลี่ยนให้หนูเรียนเก่งได้,,, แบบนั้นมันก็เกินไปเนอะ แต่การเปลี่ยนความคิด คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนตัวเองครับ แล้วจะเปลี่ยนอะไร ยังไงบ้างมาดูกันครับ
1. เปลี่ยนการลอก
พี่เมษ์ไม่ได้ให้น้องๆ เปลี่ยนวิธีลอกการบ้าน แต่ให้เปลี่ยนจากลอกการบ้านมาเป็นการลอกเลียนแบบความคิดและมุมมอง,, เคยสงสัยกันมั้ยคะว่าคนเก่ง กับคนเรียนไม่เก่ง เค้ามองต่างกันยังไงบ้าง มาดูกัน
2. เปลี่ยนให้เป็นแรงผลักดัน
ถ้าเจอคนคอยแขวะ คอยว่า เป็นไปได้นะครับที่เราจะรู้สึกท้อ หมดกำลังใจ พาลจะทำตัวแบบนั้นไปเรื่อยๆ ไม่อยากพัฒนาตัวเอง เพราะกลัวเพื่อนล้อ
อย่าเชียวนะครับ อย่าให้คำเหล่านี้มาทำให้เราแย่ลง จงใช้คำเหล่านี้เป็นพลัง ผลักดันเราให้เราต่อสู้กับคำพูดเหล่านี้ แม้ว่ามันจะดูยากซักหน่อยนะ แต่อย่างที่บอกว่า เราต้องเปลี่ยนความเชื่อ ดังนั้น จึงต้องใช้ทุกทางเพื่อให้เรามีพลังในการทำตัวเองให้ดีขึ้นนะคะ สู้ครับ เพื่อลบคำถากถางเหล่านี้ไปให้ได้
3. เปลี่ยนความเชื่อในตัวเอง
นอกจากปัจจัยภายนอกแล้ว ตัวเราเองต่างหากครับ ที่เป็นจุดสำคัญในการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นกับตัวเราเอง
น้องหลายคนชอบบ่นว่า เห้ออออ เรานี่มันไม่มีหัวทางคณิตศาสตร์ หรือ เรานี่มันโง่ภาษาอังกฤษมากๆ เลย ,, จนในที่สุดเราก็เป็นอย่างที่เราเชื่อแบบนั้นจริงๆ
เราลืมมองไปรึเปล่าว่า ที่เราทำข้อสอบไม่ได้ อ่านไม่รู้เรื่อง จำสูตรไม่ได้นั้น เพราะเราไม่ได้ทุ่มเท และพยายามกับสิ่งนั้นมากพอ เพียงอยากให้น้องๆ ลองถามตัวเองดูนะ ว่าเราพยายามมากพอรึยัง ใส่ใจ ทำเต็มที่มากพอรึยัง แล้วแก้ไขซะ ดีกว่าจะมาตอกย้ำจนกลายเป็นการกล่อมประสาทตัวเองและยอมแพ้ ยอมเป็นคนไม่เก่งไปในที่สุด
ไม่ยากเลยใช่มั้ยละครับ,,, แค่เปลี่ยน 3 อย่างนี้ ก็น่าจะช่วยให้น้องๆ เรียนดีขึ้นได้แล้ว เพราะการเปลี่ยนความเชื่อต่างๆ ที่มีต่อตัวเราเอง ทำให้น้องๆ มีกำลังใจ และมีแรงในการเรียนมากขึ้น มีพลังที่จะทุ่มเทมากขึ้้น
เคยได้ยินมั้ย คนที่มีพรสวรรค์ ก็อาจะแพ้คนที่มีพรแสวง ไม่มีใครเก่งตั้งแต่เกิดหรอก คนที่พยายามมากกว่าคือคนที่ประสบผลสำเร็จนะครับ