22/03/2025
📍วันที่ 21 มีนาคม 2568
#ท่าน ดร.ชูชีพ เอื้อการณ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ภายหลังที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภามีมติเห็นชอบให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความอำนาจรัฐสภาในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ว่า รัฐธรรมนูญถือเป็นกฎหมายสูงสุด หากจะแก้ไขต้องสะท้อนถึงเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งหากสังคม เศรษฐกิจ การเมืองเปลี่ยนไป หากจำเป็นต้องแก้ไขก็เป็นสิ่งที่ต้องนำมาพิจารณา
ส่วนกรณีที่รัฐสภามีมติส่งเรื่องให้ศาลวินิจฉัยอำนาจในการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่นั้น จากการที่มีข้อโต้แย้งหลายฝ่าย เกี่ยวกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อปี 2564 ที่ระบุว่าหากรัฐสภาต้องการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ต้องทำประชามติถามประชาชนก่อนว่าต้องการหรือไม่ ทำให้เกิดคำถามจากสังคมและหลายฝ่ายว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถทำได้มากน้อยแค่ไหน ส่วนตัวมองว่าจึงจำเป็นต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก่อน พร้อมมองว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจไม่จำเป็นต้องรีบ แต่ควรดำเนินการไปตามกระบวนการที่ชอบด้วยกฎหมายว่ารัฐสภามีอำนาจแก้ไข จึงค่อยกลับนำมาสู่รัฐสภาว่าจะแก้อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน โดยเฉพาะต้องไม่แก้ไขเพื่อประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ไม่เปลี่ยนแปลงการปกครอง ไม่กระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
ส่วนรายละเอียดของการแก้ไข มาตรา 256 ที่มีสาระสำคัญส่วนหนึ่ง คือ การตัดอำนาจ สว. ในการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ปัจจุบันกำหนดหลักเกณฑ์ต้องใช้เสียง สว. จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 เห็นด้วยหรือไม่นั้น ท่าน ดร.ชูชีพ เอื้อการณ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) มองว่า อำนาจของ สว. จะมีส่วนในการออกความเห็นหรือไม่ คงต้องฟังเสียงของประชาชน ซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยตัวจริง ผ่านการทำประชามติก่อน หากประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าควรจะเป็นรูปแบบใดที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชน ผ่านการทำประชามติก็สนับสนุนให้เป็นไปในแนวทางนั้น
นอกจากนี้ ท่าน ดร.ชูชีพ เอื้อการณ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ยังให้ความเห็นถึงการตรวจสอบคดีฮั้วเลือก สว. ที่มีการประชุมร่วมกันในวันนี้เป็นครั้งแรก ระหว่างกรมสอบสวนคดคีพิเศษ (ดีเอสไอ) และอัยการ เพื่อพิจารณาแนวทางการทำคดีประเด็นการฟอกเงินว่า เรื่องนี้ควรปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมได้ทำหน้าที่ตรวจสอบให้เกิดความโปร่งใส แต่ในระหว่างที่ตรวจสอบผู้ที่ถูกกล่าวหาก็ยังไม่มีความผิดจนกว่ามีคำพิพากษาศาลถึงที่สุด ซึ่งหน่วยงานที่ตรวจสอบ ทั้งดีเอสไอที่รับทำคดีฮั้วเลือก สว. ในประเด็นฟอกเงิน หรือแม้แต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มีอำนาจโดยตรงในการตรวจสอบการเลือกตั้ง ก็ต้องดำเนินการตามหน้าที่ภายใต้บริบทของกฏหมายที่ให้อำนาจ จึงต้องทำหน้าที่ด้วยความชัดเจนโปร่งใส ตอบคำถามสังคมได้
ส่วนกรณีที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับที่มาของ สว. ชุดปัจจุบัน จะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนอย่างไรนั้น นายชูชีพ ระบุว่า ขณะนี้กระบวนการก็อยู่ในขั้นตอนตรวจสอบพิสูจน์ทางกฎหมาย หากตรวจสอบบนหลักการที่ถูกต้องปราศจากการกลั่นแกล้งฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และไม่ใช่การตรวจสอบเพื่อใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ก็จะเกิดความชัดเจนและเป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน ทั้งนี้ หากผู้ที่ถูกตรวจสอบบริสุทธิ์เท่ากับว่าดีเอสไอ และ กกต. ได้การันตีถึงที่มาของ สว. ที่ได้มาอย่างบริสุทธิ์ด้วยเช่นกัน
ที่มา : Cr.สิทธิเดช ผงสิริ ข่าว / ภาพ
#สว #สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา
https://youtu.be/5PxQ2k2fzDY
https://www.tpchannel.org/news/29139