Next Generation Genomic Co., Ltd.

Next Generation Genomic Co., Ltd. NGG Thailand เป็นบริษัทให้บริการ Laboratories ชั้นนำของ ASEAN ครอบคลุมด้าน IVF และ Fertility Center

NGG Thailand (Next Generation Genomics Co., Ltd.)
เป็น PGS Lab แห่งแรกที่ได้มาตรฐาน ISO15189:2012
ให้บริการด้าน Laboratories ชั้นนำของ ASEAN ทีมงานประกอบด้วย นักวิทยาศาสตร์เลี้ยงตัวอ่อน (Embryologist) นักวิทยาศาสตร์ Molecular นักวิทยาศาสตร์พันธุกรรมและนักเทคนิคการแพทย์ ที่มีความรู้ความสามารถและความชำนาญในด้านต่างๆ ที่จะช่วยสนับสนุนงานทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์

NGG ให้บริการครอบคลุม Lab ทุกประ

เภทของ IVF และ Fertility Center ได้แก่

• Genetic Laboratory
• Embryo Laboratory
• Andrology Laboratory
• Cryopreserve Laboratory
• Hormone (Routine) Laboratory

ความผิดหวังซ้ำ ๆ จากการทำ IVF หรือ ICSI ทั้งที่ตัวอ่อนก็แข็งแรง ผลตรวจโครโมโซมก็ปกติดี แต่ทำไมพอถึงขั้นตอนการย้ายตัวอ่อน...
05/07/2026

ความผิดหวังซ้ำ ๆ จากการทำ IVF หรือ ICSI ทั้งที่ตัวอ่อนก็แข็งแรง ผลตรวจโครโมโซมก็ปกติดี แต่ทำไมพอถึงขั้นตอนการย้ายตัวอ่อน ผลลัพธ์กลับไม่เป็นอย่างที่หวัง? ขั้นตอนที่บีบหัวใจที่สุดคงหนีไม่พ้นการรอผลหลังย้ายตัวอ่อน หลายครอบครัวทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ และงบประมาณ แต่กลับต้องพบกับความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า คำถามที่ตามมาคือ "ทำไมถึงไม่ติด?" ทั้งที่ดูเหมือนทำทุกอย่างถูกต้องแล้ว

🔍 ทำไมย้ายตัวอ่อนแล้วไม่ติด? สาเหตุหลักที่คุณแม่ควรรู้

ความล้มเหลวในการฝังตัวมักเกิดจาก 3 ปัจจัยหลักที่ต้องทำงานประสานกันเหมือนจิ๊กซอว์ค่ะ

1. คุณภาพของตัวอ่อน: ตัวอ่อนอาจมีความผิดปกติทางโครโมโซม ทำให้ไม่สามารถเจริญเติบโตต่อได้ ซึ่งปัจจุบันเราแก้ปัญหานี้ได้ด้วยการตรวจ PGT-A

2. สภาพภายในโพรงมดลูก: เช่น มีติ่งเนื้อ, พังผืด, เนื้องอก หรือมีภาวะผนังมดลูกบางเกินไป ซึ่งขัดขวางการเกาะตัวของตัวอ่อน

3. ช่วงเวลาที่เหมาะสม: นี่คือจุดที่หลายคนตกม้าตาย แม้ตัวอ่อนจะเกรด A และมดลูกจะดูสวยงามจากอัลตราซาวด์ แต่ถ้ามดลูกยังไม่เปิดรับตัวอ่อนในวันที่ย้ายตัวอ่อนไป การฝังตัวก็ไม่สำเร็จ

🗝️ "ช่วงเวลาของการฝังตัว" (Window of Implantation) กุญแจที่ถูกลืม

1 ในสาเหตุที่หลายคนอาจมองข้าม ไม่ใช่คุณภาพของตัวอ่อน แต่คือช่วงเวลาของมดลูก เพราะมดลูกของคนเราไม่ได้เปิดรับการฝังตัวตลอดเวลาค่ะ แต่มีช่วงเวลาทองที่เรียกว่า Window of Implantation ซึ่งเป็นช่วงที่เยื่อบุโพรงมดลูกมีความหนาและสารอาหารพร้อมที่สุด โดยปกติจะเกิดขึ้นเพียง 12-48 ชั่วโมง ในแต่ละรอบเดือนเท่านั้น หากเราใส่ตัวอ่อนไม่ตรงกับช่วงเวลานี้ โอกาสตั้งครรภ์แทบจะเป็นศูนย์

งานวิจัยระบุว่า ผู้หญิงประมาณ 1 ใน 4 หรือ 25-30% มีช่วงเวลาทอง "เคลื่อน" ไปจากเกณฑ์มาตรฐาน (Displaced Window) เช่น มดลูกอาจจะพร้อมเร็วไป หรือช้ากว่าคนอื่น ทำให้การย้ายตัวอ่อนตามรอบธรรมชาติหรือรอบมาตรฐานที่คุณหมอกำหนดอาจไม่แม่นยำสำหรับทุกคนค่ะ

🧬 beReady กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในการย้ายตัวอ่อน

beREADY คือเทคโนโลยีการตรวจวิเคราะห์ความพร้อมของเยื่อบุโพรงมดลูก (Endometrial Receptivity Analysis) ที่ทำหน้าที่เป็น "กุญแจสำคัญ" ในการไขคำตอบว่า ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของคุณแม่แต่ละท่านคือเมื่อใด

✓ เป็นการวิเคราะห์ในระดับพันธุกรรม: โดยปกติการประเมินความพร้อมของเยื่อบุโพรงมดลูกจะอาศัยการอัลตราซาวด์ดูความหนา ซึ่งเป็นการประเมินจากลักษณะภายนอก แต่ beReady เป็นการตรวจวัด การแสดงออกของยีนที่เกี่ยวข้องกับการฝังตัวของตัวอ่อนโดยตรง ทำให้เราทราบสถานะความพร้อมที่แท้จริงจากระบบชีวภาพภายในร่างกาย

✓ เป็นการค้นหา "หน้าต่างการฝังตัว" เฉพาะบุคคล: ผู้หญิงแต่ละคนมีช่วงเวลาที่มดลูกเปิดรับการฝังตัว (Window of Implantation) ไม่เหมือนกันค่ะ ซึ่งงานวิจัยพบว่ามีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่ช่วงเวลานี้คลาดเคลื่อนไปจากวงจรปกติ อาจเร็วไปหรือช้าไป การตรวจ beReady จะช่วยระบุ "ชั่วโมงทอง" ของคุณแม่ได้อย่างแม่นยำ ทำให้ทราบว่าควรทำการย้ายตัวอ่อนในช่วงเวลาใดจึงจะมีโอกาสติดสูงสุด

✓ ลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ตัวอ่อน: ในกรณีที่คุณแม่มีจำนวนตัวอ่อนจำกัด หรือเคยประสบปัญหาการฝังตัวไม่สำเร็จมาก่อน beReady จะทำหน้าที่เป็นเครื่องมือยืนยันความพร้อมของพื้นที่ก่อนทำการย้ายจริง เพื่อให้มั่นใจว่าตัวอ่อนที่มีค่าจะถูกวางลงในตำแหน่งและเวลาที่มดลูกมีความพร้อมสูงสุด ลดการสูญเสียตัวอ่อนไปโดยเปล่าประโยชน์

🧬 ใครบ้างที่ควรตรวจ beREADY?

‣ คุณแม่ที่เคยย้ายตัวอ่อนคุณภาพดีแล้วไม่สำเร็จ 1-2 ครั้งขึ้นไป
‣ คุณแม่ที่มีจำนวนตัวอ่อนจำกัด และต้องการความมั่นใจสูงสุดในทุกรอบการใส่
‣ คุณแม่ที่มีอายุเกิน 35 ปีขึ้นไป ซึ่งมีปัจจัยความเสี่ยงด้านความสมบูรณ์ของมดลูกเพิ่มขึ้น

ในเส้นทางการรักษาผู้มีบุตรยาก ทุกขั้นตอนมีความหมายและทุกตัวอ่อนคือความหวังที่มีค่าที่สุด การเผชิญกับภาวะย้ายตัวอ่อนไม่ติดซ้ำซ้อน อาจทำให้คุณแม่รู้สึกท้อแท้ แต่ในปัจจุบันด้วยนวัตกรรมทางพันธุศาสตร์ เราสามารถเปลี่ยนการคาดคะเนให้เป็นการวางแผนที่แม่นยำ ได้ด้วยการตรวจ beREADY

อย่าปล่อยให้ความพยายามต้องกลายเป็นความท้อแท้ เพียงเพราะเรายังไม่เจอ "เวลา" ที่ใช่ การตรวจหาความพร้อมของโพรงมดลูกระดับยีน จะช่วยยืนยันให้คุณมั่นใจว่า "ประตูมดลูก" ของคุณเปิดต้อนรับลูกน้อยในเวลาที่สมบูรณ์ที่สุด ลดความเสี่ยง เพิ่มโอกาสสำเร็จ และย่นระยะเวลาในการรอคอยให้สั้นลง ได้ค่ะ

ที่มาข้อมูล: https://www.fertstert.org/action/showPdf?pii=S0015-0282%2813%2900567-0

ดูต่อที่: https://www.nggthailand.com/article/747/

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
LINE ID:
โทร: 061-391-8999
Website: https://www.nggthailand.com

#ตรวจดาวน์ซินโดรม #ตรวจดาวน์ #ตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรม #คัดกรองดาวน์ซินโดรม #ดาวน์ซินโดรม #เจาะเลือดตรวจดาวน์ซินโดรม #เจาะเลือดคัดกรองดาวน์ #ตรวจเลือดดาวน์ซินโดรม #ตรวจเลือดคัดกรองดาวน์ซินโดรม #ตรวจดาวน์ซินโดรมที่ไหนดี #ตรวจคัดกรองทารกในครรภ์ #ตรวจโครโมโซมย้ายตัวอ่อน

โดยปกติแล้วร่างกายของคุณผู้หญิงจะมีช่วงเวลาทองที่มดลูกเปิดรับการฝังตัวเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่ในบางคนช่วงเวลานี้อาจจะเร็วไ...
26/06/2026

โดยปกติแล้วร่างกายของคุณผู้หญิงจะมีช่วงเวลาทองที่มดลูกเปิดรับการฝังตัวเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่ในบางคนช่วงเวลานี้อาจจะเร็วไปหรือช้ากว่าปกติ ทำให้การย้ายตัวอ่อนตามรอบธรรมชาติหรือรอบฮอร์โมนมาตรฐานไม่สำเร็จค่ะ

ใครที่ควรพิจารณาตรวจ beREADY?

การตรวจนี้ไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคนที่ทำ IVF/ICSI ตั้งแต่ครั้งแรก แต่จะเหมาะเป็นพิเศษกับว่าที่คุณแม่ในกลุ่มต่อไปนี้ค่ะ

1. กลุ่มที่ประสบปัญหาย้ายตัวอ่อนแล้วไม่ฝังตัวซ้ำซาก

นี่คือกลุ่มเป้าหมายอันดับหนึ่งค่ะ หากเคยย้ายตัวอ่อนที่ผ่านการตรวจโครโมโซมมาแล้ว 1-2 ครั้งแต่ยังล้มเหลว ปัญหามักไม่ได้อยู่ที่ตัวอ่อน แต่อยู่ที่หน้าต่างการฝังตัว (Window of Implantation) เพราะร่างกายของคุณผู้หญิงอาจมีภาวะ Displacement หรือการที่ผนังมดลูกเปิดรับตัวอ่อน "ไม่ตรง" กับค่าเฉลี่ยมาตรฐาน การตรวจจะบอกได้ว่าคุณผู้หญิงควรย้ายตัวอ่อนเร็วขึ้น หรือช้าลงกี่ชั่วโมง เพื่อให้ตัวอ่อนคุณภาพดีไม่ถูกทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย

2. กลุ่มที่มีตัวอ่อนจำกัด

หากคุณผู้หญิงเก็บไข่ได้น้อย หรือมีตัวอ่อนที่ปกติ (Euploid) เพียง 1-2 ตัว การย้ายตัวอ่อนแต่ละครั้งมีความหมายเท่ากับ "โอกาสสุดท้าย" เพื่อลดความเสี่ยงจากการเดาช่วงเวลาในรอบมาตรฐาน beREADY ช่วยเปลี่ยนการคาดคะเนให้เป็นวิทยาศาสตร์ที่แม่นยำ ทำให้มั่นใจว่าเมล็ดพันธุ์ที่มีค่าที่สุดถูกปลูกในดินที่พร้อมที่สุดจริง ๆ ค่ะ

3. กลุ่มที่อายุมากหรือต้องการความสำเร็จในการย้ายตัวอ่อนในครั้งเดียว

สำหรับผู้ที่เริ่มทำ IVF ในช่วงอายุที่เพิ่มขึ้น อย่างคุณผู้หญิงที่อายุ 35 ปีขึ้นไป เวลาเป็นสิ่งมีค่าที่สุด เพื่อตัดวงจรการลองผิดลองถูก การตรวจ beREADY ช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ในครั้งแรกที่ย้ายได้มากขึ้นถึง 25% ในกลุ่มที่มีปัญหาเรื่องการฝังตัว ช่วยลดความเครียดสะสมและประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวจากการไม่ต้องเริ่มต้นกระบวนการกระตุ้นไข่ใหม่บ่อย ๆ

สรุปภาพรวม ใคร "ควรตรวจ beREADYที่สุด" ?

อันดับ 1: คุณผู้หญิงที่เคยย้ายตัวอ่อนที่ตรวจโครโมโซมผ่านแล้ว (Euploid) 1-2 ครั้งแต่ไม่ติด
อันดับ 2: คุณผู้หญิงที่มีตัวอ่อนจำกัด
อันดับ 3: คุณผู้หญิงที่อายุมากกว่า 35 ปี ซึ่งมีไข่จำนวนจำกัด

การตรวจ beREADY จึงเปรียบเสมือนการส่งกุญแจที่ไขถูกรหัสมาให้คุณแม่ เพื่อ "นัดหมายเวลาที่แม่นยำ" ระหว่างตัวอ่อนกับมดลูก จบวงจรการเดาสุ่ม และเปลี่ยนความไม่แน่นอนให้เป็นความแม่นยำทางวิทยาศาสตร์ เพราะตัวอ่อนทุกตัวมีค่า และเวลาของคุณแม่ทุกคนสำคัญที่สุด หากคุณผู้หญิงทราบแล้วว่าที่ยังไม่ตั้งครรภ์ อาจเป็นเพราะช่วงเวลาของเยื้อบุมดลูกไม่ตรงกับเวลาที่ย้ายตัวอ่อน การตรวจนี้จะช่วยเปลี่ยนจากความพยายามที่ล้มเหลวซ้ำๆ ให้เป็นการตั้งครรภ์ที่สำเร็จได้ค่ะ

ดูต่อที่: https://nggthailand.com/article/746/

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
LINE ID:
โทร: 061-391-8999
Website: https://www.nggthailand.com

#ตรวจดาวน์ซินโดรม #ตรวจดาวน์ #ตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรม #คัดกรองดาวน์ซินโดรม #ดาวน์ซินโดรม #เจาะเลือดตรวจดาวน์ซินโดรม #เจาะเลือดคัดกรองดาวน์ #ตรวจเลือดดาวน์ซินโดรม #ตรวจเลือดคัดกรองดาวน์ซินโดรม #ตรวจดาวน์ซินโดรมที่ไหนดี #ตรวจคัดกรองทารกในครรภ์ #ตรวจโครโมโซมย้ายตัวอ่อน

📣ขอเรียนเชิญพบกับ ɴᴇxᴛ ɢᴇɴᴇʀᴀᴛɪᴏɴ ɢᴇɴᴏᴍɪᴄ (ɴɢɢ)ที่งาน ESHRE 42nd Annual Meeting 2026 ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร 🇬🇧🗓️ ระห...
25/06/2026

📣ขอเรียนเชิญพบกับ
ɴᴇxᴛ ɢᴇɴᴇʀᴀᴛɪᴏɴ ɢᴇɴᴏᴍɪᴄ (ɴɢɢ)

ที่งาน ESHRE 42nd Annual Meeting 2026
ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร 🇬🇧

🗓️ ระหว่างวันที่ 5–8 กรกฎาคม 2026
NGG Thailand ขอเรียนเชิญ
ท่านผู้มีอุปการคุณ แวะมาเยี่ยมชมเราได้ที่บูธ
🔹Booth No. B18, Juno Genetics

🤝มาร่วมพูดคุยกับทีมผู้เชี่ยวชาญ และพบกับเทคโนโลยี
คัดกรองตัวอ่อนล้ำสมัย PGTSeq ที่จะช่วยให้คลินิกของท่าน เพิ่มโอกาสสำเร็จในการตั้งครรภ์ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น 🤰
แล้วพบกันนะคะ

#ศูนย์คัดกรองตัวอ่อน

การตรวจ beREADY คือตัวช่วยสำคัญสำหรับคนที่ทำเด็กหลอดแก้ว IVF/ICSI แล้วประสบปัญหาตัวอ่อนไม่ฝังตัว ทั้งที่ตัวอ่อนแข็งแรงดี...
24/06/2026

การตรวจ beREADY คือตัวช่วยสำคัญสำหรับคนที่ทำเด็กหลอดแก้ว IVF/ICSI แล้วประสบปัญหาตัวอ่อนไม่ฝังตัว ทั้งที่ตัวอ่อนแข็งแรงดี ปัญหาส่วนใหญ่อาจอยู่ที่ "ช่วงเวลา" ในการย้ายตัวอ่อนไม่ตรงกับ "ช่วงเวลาการฝังตัว" หรือ Window of Implantation (WOI) แล้วควรตรวจตอนไหนถึงจะดีที่สุด? เรามีมีรายละเอียดมาให้คุณแม่ได้ทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจตรวจค่ะ

ตรวจตอนไหนดีที่สุด?

คำตอบที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือ "รอบเดือนก่อนหน้าที่จะทำการย้ายตัวอ่อนจริง" ค่ะ โดยมีรายละเอียดดังนี้

ทำความเข้าใจ "นาฬิกาของมดลูก"

ปกติแล้วมดลูกของคุณแม่ไม่ได้เปิดประตูรับตัวอ่อนตลอดเวลา จะมีช่วงเวลาทองที่เรียกว่า "ช่วงเวลารับการฝังตัวของตัวอ่อน" (Window of Implantation) แต่ปัญหาคือ "นาฬิกาของแต่ละคนเดินไม่เท่ากัน" บางคนเปิดเร็วไป บางคนเปิดช้าไป การตรวจ beREADY จึงเหมือนการไป "ตั้งนาฬิกามดลูก" ให้ตรงกับ "นาฬิกาของตัวอ่อน" นั่นเองค่ะ

ทำไมต้องทำใน "รอบจำลอง" (Mock Cycle)?

นึกภาพว่าเรากำลังจะจัดงานเลี้ยงใหญ่ (การย้ายตัวอ่อนจริง) แต่เราไม่แน่ใจว่าแขกจะมาถึงกี่โมง เราเลยลอง "จัดงานซ้อม" ขึ้นมาก่อนหนึ่งรอบค่ะ

‣ เหตุผลที่ย้ายตัวอ่อนจริงไม่ได้: ในรอบที่ตรวจ Endometrial Receptivity Testing คุณหมอต้องใช้เครื่องมือเล็ก ๆ เข้าไปเก็บ (Biopsy) เอาชิ้นเนื้อผนังมดลูกออกมาเพื่อไปตรวจยีน การทำแบบนี้จะทำให้ผนังมดลูกมีแผลเล็กน้อยและเสียรูปทรงไปชั่วคราว จึงไม่เหมาะที่จะวางตัวอ่อนลงไปในรอบนั้นทันทีค่ะ

‣ กระบวนการจำลอง: คุณแม่จะต้องได้รับยา และเตรียมผนังมดลูกเหมือนจะย้ายตัวอ่อนจริง ๆ ทุกขั้นตอน เพื่อให้ร่างกาย "จำลอง" สภาวะที่พร้อมที่สุดออกมา

‣ วันเก็บตัวอย่าง: เมื่อคุณแม่เข้ารับการรักษาโดยใช้ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่ช่วยให้ผนังมดลูกนุ่มและหนาครบตามกำหนด โดยมักจะเป็นวันที่ 6 คุณหมอจะนัดมาเก็บเนื้อเยื่อ เพื่อส่งเข้าห้องปฏิบัติการไปดูว่า ณ วินาทีนั้น ผนังมดลูกมีความพร้อมหรือยัง

เมื่อผลตรวจออกมา เราจะทำอย่างไรต่อ?

หลังจากส่งชิ้นเนื้อไปตรวจ รอผลประมาณ 3 สัปดาห์ ผลที่ได้จะออกมาเป็น 3 แบบ ดังนี้ค่ะ

แบบที่ 1: ผลคือ Receptive (หน้าต่างเปิดตรงเวลาพอดี)

→ ความหมาย: ร่างกายของคุณแม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล แปลว่าการซ้อมที่ผ่านมาเราทำถูกเวลาแล้ว

→ แผนต่อไป: ในรอบการย้ายตัวอ่อนจริง (รอบหน้า) คุณหมอจะสั่งจ่ายยาและกำหนดเวลาได้รับยาแบบเดิมเป๊ะ ๆ เพราะเรารู้แล้วว่า "เวลานี้แหละคือเวลาทอง"

แบบที่ 2: ผลคือ Early-Receptive

→ ความหมาย: รอบที่ตรวจ Endometrial Receptivity Testing เร็วเกินไป

→ แผนต่อไป: นี่คือจุดที่การตรวจ beREADY มีประโยชน์ที่สุด! ผลตรวจจะบอกว่าเราควรเลื่อนเวลาการย้ายตัวอ่อนออกไปให้ช้ากว่ารอบซ้อม คุณหมอจะปรับเวลาการย้ายตัวอ่อนในรอบจริงให้สอดคล้องกับผลตรวจที่ได้รับ เพื่อให้ตอนที่ย้ายกลับตัวอ่อน มดลูกจะเปิดรอรับพอดีเหมือนนัดกันไว้ค่ะ

แบบที่ 3: ผลคือ Post-Receptive

→ ความหมาย: รอบที่ตรวจ Endometrial Receptivity Testing ช้าเกินไป

→ แผนต่อไป: ผลตรวจบอกว่าเราควรเลื่อนเวลาการย้ายตัวอ่อนให้เร็วขึ้น ดังนั้นคุณหมอจะปรับตารางการย้ายตัวอ่อนให้เร็วขึ้นกว่ารอบที่ซ้อมค่ะ

ทำไมต้องเน้นตรวจก่อนย้ายตัวอ่อนในการทำ IVF?

การตรวจ beREADY มักถูกแนะนำเป็นพิเศษในกรณีต่อไปนี้เพื่อให้คุ้มค่าที่สุด

• เคยย้ายตัวอ่อนคุณภาพดีแล้วไม่สำเร็จ หากตัวอ่อนก็เกรดเอ โครโมโซมก็ปกติ แต่ยังไม่ท้อง ปัญหาอาจอยู่ที่เวลาไม่ตรงกัน

• มีตัวอ่อนที่คัดโครโมโซมผ่านจำนวนจำกัด หากเหลือตัวอ่อนที่ปกติเพียง 1-2 ตัว การตรวจ beREADY จะช่วยลดความเสี่ยงจากการย้ายตัวอ่อนผิดเวลาจนเสียโอกาสไป

• ต้องการความมั่นใจสูงสุด สำหรับคุณแม่ที่อยากลดปัจจัยความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุดก่อนเริ่มกระบวนการย้ายตัวอ่อน

หากคุณแม่ทำ IVF มาแล้วและไม่ประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์ นั่นอาจเป็นเพราะช่วงเวลาทองของมดลูกไม่เปิดในเวลาเดียวกับที่ย้ายตัวอ่อน การตรวจ beREADY ช่วยให้คุณแม่ได้รับความชัวร์ก่อนย้ายตัวอ่อนในรอบจริง เหมาะสำหรับคุณแม่ที่มีตัวอ่อนเกรดดีแต่ย้ายแล้วไม่ติด หรือคุณแม่ที่มีตัวอ่อนเหลือเพียงไม่กี่ตัว และอยากได้ความมั่นใจในการย้ายตัวอ่อนค่ะ

ดูต่อที่: https://nggthailand.com/article/745/

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
LINE ID:
โทร: 061-391-8999
Website: https://www.nggthailand.com

#ตรวจดาวน์ซินโดรม #ตรวจดาวน์ #ตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรม #คัดกรองดาวน์ซินโดรม #ดาวน์ซินโดรม #เจาะเลือดตรวจดาวน์ซินโดรม #เจาะเลือดคัดกรองดาวน์ #ตรวจเลือดดาวน์ซินโดรม #ตรวจเลือดคัดกรองดาวน์ซินโดรม #ตรวจดาวน์ซินโดรมที่ไหนดี #ตรวจคัดกรองทารกในครรภ์ #ตรวจโครโมโซมย้ายตัวอ่อน

สำหรับคุณแม่ที่กำลังวางแผนทำเด็กหลอดแก้ว 1 ในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การตั้งครรภ์ประสบความสำเร็จ คือ ช่วงเวลาที่เหมาะสมในกา...
22/06/2026

สำหรับคุณแม่ที่กำลังวางแผนทำเด็กหลอดแก้ว 1 ในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การตั้งครรภ์ประสบความสำเร็จ คือ ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการย้ายตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูก เพราะถึงแม้ว่าตัวอ่อนจะมีคุณภาพดี แต่หากย้ายตัวอ่อนในช่วงเวลาที่เยื่อบุโพรงมดลูกยังไม่พร้อม โอกาสที่ตัวอ่อนจะฝังตัวก็อาจลดลงได้ค่ะ

การตรวจ beREADY เป็นการตรวจวิเคราะห์ระดับโมเลกุลของเยื่อบุโพรงมดลูก เพื่อดูว่า “ช่วงเวลาแห่งการฝังตัว” (Window of Implantation) ของคุณแม่อยู่ในช่วงเวลาใด ช่วยให้คุณหมอสามารถกำหนดเวลาย้ายตัวอ่อนได้อย่างแม่นยำมากขึ้น เพิ่มโอกาสให้ตัวอ่อนสามารถฝังตัวและตั้งครรภ์ได้สำเร็จ

โดยกระบวนการตรวจ beREADY มีทั้งหมด 5 ขั้นตอนหลัก ดังนี้

1. การเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูก (Endometrial Biopsy)

ขั้นตอนแรกคือการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูกโดยคุณหมอผู้เชี่ยวชาญที่คลินิกหรือโรงพยาบาลที่คุณแม่เข้ารับการรักษา คุณหมอจะใช้เครื่องมือขนาดเล็กเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อจากเยื่อบุโพรงมดลูกเพียงเล็กน้อย ขั้นตอนนี้ใช้เวลาไม่นาน และโดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องผ่าตัดใหญ่ คุณแม่อาจรู้สึกไม่สบายเล็กน้อยคล้ายกับอาการปวดประจำเดือน แต่สามารถกลับบ้านได้ตามปกติหลังทำหัตถการ ตัวอย่างเนื้อเยื่อนี้จะเป็นข้อมูลสำคัญที่ใช้ตรวจดูว่า เยื่อบุโพรงมดลูกของคุณแม่อยู่ในระยะใดของความพร้อมสำหรับการฝังตัวค่ะ

2. การขนส่งตัวอย่างไปยังห้องปฏิบัติการ

หลังจากเก็บตัวอย่างเรียบร้อยแล้ว ตัวอย่างเนื้อเยื่อจะถูกบรรจุในภาชนะเฉพาะ เพื่อรักษาคุณภาพของเซลล์และสารพันธุกรรม จากนั้นตัวอย่างจะถูกส่งไปยัง ห้องปฏิบัติการของการตรวจ beREADY เพื่อทำการวิเคราะห์ด้วยเทคโนโลยีระดับโมเลกุล ขั้นตอนนี้มีความสำคัญมาก เพราะการขนส่งที่ได้มาตรฐานช่วยให้ผลตรวจมีความแม่นยำและเชื่อถือได้

3. การวิเคราะห์ตัวบ่งชี้ทางชีวภาพในห้องปฏิบัติการ (Biomarker Analysis)

เมื่อถึงห้องปฏิบัติการ นักวิทยาศาสตร์จะทำการตรวจวิเคราะห์ ตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ (Biomarkers) ของเยื่อบุโพรงมดลูก Biomarkers เหล่านี้คือ กลุ่มยีนและโมเลกุลต่าง ๆ ที่บอกว่าเยื่อบุโพรงมดลูกอยู่ในช่วงใดของการเตรียมตัวสำหรับการฝังตัวของตัวอ่อน การวิเคราะห์จะช่วยระบุว่าเยื่อบุโพรงมดลูกของคุณแม่อยู่ในสถานะใด เช่น

• Pre หรือ Early-Receptive
หมายความว่า เยื่อบุโพรงมดลูกของคุณแม่ ยังต้องใช้เวลาเตรียมตัวเพิ่ม ช่วงเวลาการฝังตัวอาจมาช้ากว่าปกติเล็กน้อย
ในกรณีนี้ คุณหมออาจแนะนำให้เลื่อนเวลาย้ายตัวอ่อนออกไป เพื่อให้ตรงกับช่วงเวลาที่เยื่อบุพร้อมจริง ๆ

• Fully-Receptive
หมายความว่า เยื่อบุโพรงมดลูกอยู่ในช่วงพร้อมสำหรับการฝังตัวตามปกติหรืออยู่ในช่วงหน้าต่างการฝังตัวแล้ว คุณแม่สามารถใช้เวลาย้ายตัวอ่อนตามแผนการรักษาปกติได้ โดยไม่จำเป็นต้องปรับเวลา

• Post-Receptive (เยื่อบุโพรงมดลูกพร้อมเร็วเกินกว่าเวลามาตรฐาน)
หมายความว่า เยื่อบุโพรงมดลูกของคุณแม่ มีช่วงเวลาการฝังตัวที่เร็วกว่าปกติ ในกรณีนี้ คุณหมออาจแนะนำให้เลื่อนเวลาย้ายตัวอ่อนให้เร็วขึ้น เพื่อให้ตรงกับช่วงเวลาที่เยื่อบุพร้อมจริง ๆ

การรู้ข้อมูลนี้ช่วยให้การวางแผนการรักษา แม่นยำมากขึ้นสำหรับแต่ละบุคคล เพราะร่างกายของแต่ละคนมีจังหวะการตอบสนองต่อฮอร์โมนที่แตกต่างกัน

4. การสรุปและออกรายงานผลตรวจ

หลังจากการวิเคราะห์เสร็จสิ้น ห้องปฏิบัติการจะจัดทำรายงานผลการตรวจอย่างละเอียด โดยใช้เวลาทั้งหมด 3 สัปดาห์ ในรายงานจะระบุว่า

• เยื่อบุโพรงมดลูกของคุณแม่อยู่ในสถานะใด
• ช่วงเวลาการฝังตัวเกิดขึ้นในช่วงเวลาใด
• ควรปรับเวลาการย้ายตัวอ่อนหรือไม่

ข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งให้คุณหมอผู้ดูแลการรักษา เพื่อใช้ประกอบการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณแม่แต่ละคน

5. การย้ายตัวอ่อนในช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด (Embryo Transfer)

เมื่อทราบช่วงเวลาที่เหมาะสมแล้ว คุณหมอจะกำหนดวันย้ายตัวอ่อนที่ตรงกับช่วงเวลาการฝังตัวของคุณแม่มากที่สุด โดยทั่วไปการย้ายตัวอ่อนมักจะเกิดขึ้นในรอบเดือนถัดไปหลังจากการตรวจ เพื่อให้ร่างกายของคุณแม่ได้รับการเตรียมพร้อมอย่างเหมาะสม การย้ายตัวอ่อนในช่วงเวลาที่สอดคล้องกับความพร้อมของเยื่อบุโพรงมดลูก จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ตัวอ่อนสามารถฝังตัวและพัฒนาเป็นการตั้งครรภ์ได้สำเร็จ

การตรวจ beREADY เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้การรักษาด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์มีความแม่นยำมากขึ้น เพราะช่วยให้คุณหมอสามารถกำหนด “ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด” สำหรับการย้ายตัวอ่อนของคุณแม่แต่ละคน แม้ว่ากระบวนการทำเด็กหลอดแก้วจะมีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง แต่การเข้าใจจังหวะความพร้อมของเยื่อบุโพรงมดลูกก็เป็นอีกก้าวสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์

หากคุณแม่กำลังวางแผนทำ IVF หรือเคยมีประสบการณ์ย้ายตัวอ่อน แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ การตรวจ beREADY ถือเป็นข้อมูลเพิ่มเติมที่ช่วยให้คุณหมอสามารถวางแผนการรักษาได้ตรงจุดและเหมาะสมกับร่างกายของคุณแม่มากยิ่งขึ้นค่ะ

ดูต่อที่: https://nggthailand.com/article/744/

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
LINE ID:
โทร: 061-391-8999
Website: https://www.nggthailand.com

#ตรวจดาวน์ซินโดรม #ตรวจดาวน์ #ตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรม #คัดกรองดาวน์ซินโดรม #ดาวน์ซินโดรม #เจาะเลือดตรวจดาวน์ซินโดรม #เจาะเลือดคัดกรองดาวน์ #ตรวจเลือดดาวน์ซินโดรม #ตรวจเลือดคัดกรองดาวน์ซินโดรม #ตรวจดาวน์ซินโดรมที่ไหนดี #ตรวจคัดกรองทารกในครรภ์ #ตรวจโครโมโซมย้ายตัวอ่อน

คุณพ่อคุณแม่หลายคนยังเข้าใจผิดว่าการตรวจ NIPT (Non-Invasive Prenatal Testing) คือการ "ดูเพศ" ทั้งที่จริงแล้ว ข้อมูลจากโค...
20/06/2026

คุณพ่อคุณแม่หลายคนยังเข้าใจผิดว่าการตรวจ NIPT (Non-Invasive Prenatal Testing) คือการ "ดูเพศ" ทั้งที่จริงแล้ว ข้อมูลจากโครโมโซมเพศบอกอะไรได้มากกว่านั้น โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพของลูกน้อย

วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการตรวจโครโมโซมเพศ นั้นมีความสำคัญทางเวชศาสตร์มากกว่าแค่การเตรียมซื้อเสื้อผ้าสีชมพูหรือสีฟ้าหนึ่งในภาวะสำคัญที่เราสามารถคัดกรองได้พร้อมกับการรู้เพศก็คือ กลุ่มอาการเทอร์เนอร์ (Turner Syndrome) นั่นเองค่ะ

"รู้เพศ" เป็นแค่ของแถม... "ความแข็งแรง" คือหัวใจสำคัญ

คุณแม่ส่วนใหญ่มักรอคอยการตรวจ NIPT เพราะตื่นเต้นที่จะได้รู้ว่าเจ้าตัวเล็กเป็น "ผู้ชายหรือผู้หญิง" เพื่อจะได้เตรียมซื้อของใช้ หรือจัดงาน Gender Reveal แต่ในความเป็นจริงของโลกวิทยาศาสตร์นั้น

การตรวจโครโมโซมเพศ มีความหมายลึกซึ้งกว่านั้นมากความจริงที่โครโมโซมเพศไม่ได้บอกแค่เพศแม้เราจะคุ้นเคยว่า XY คือผู้ชาย และ XX คือผู้หญิง แต่ในกระบวนการแบ่งตัวของเซลล์ บางครั้งธรรมชาติก็อาจเกิดข้อผิดพลาดที่ไม่ได้คาดคิด ซึ่งความผิดปกติเหล่านี้ไม่ได้เลือกปฏิบัติ ไม่ว่าครอบครัวจะแข็งแรงแค่ไหน ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้ ซึ่งอาจส่งผลต่อการเรียนรู้ พัฒนาการทางร่างกาย และระบบสืบพันธุ์ในอนาคต

ความผิดปกติของโครโมโซมเพศอาจไม่แสดงอาการชัดเจนผ่านการอัลตราซาวด์ทั่วไปในช่วงไตรมาสแรก ทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายท่าน "ชะล่าใจ" เพราะเห็นว่าลูกในท้องดูสมบูรณ์ดี แต่การตรวจ NIPT ช่วยเจาะลึกไปถึงระดับรหัสพันธุกรรมที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

Turner Syndrome คืออะไร?

โดยปกติแล้ว ผู้หญิงจะมีโครโมโซมเพศเป็น XX (2 แท่ง) แต่ในกรณีของ Turner Syndrome จะเกิดความผิดปกติที่โครโมโซม X ขาดหายไปทั้งหมดหรือบางส่วน (เหลือเพียง X ตัวเดียว หรือที่เรียกว่า Monosomy X)

แม้ภาวะนี้จะไม่ส่งผลต่อสติปัญญาอย่างรุนแรงเหมือนกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม แต่จะส่งผลกระทบต่อร่างกายและคุณภาพชีวิตในระยะยาว เช่น

• รูปร่างเตี้ย: หากไม่ได้รับฮอร์โมนเสริมอย่างเหมาะสม
• ภาวะมีบุตรยาก: รังไข่ไม่พัฒนาตามปกติ
• ปัญหาสุขภาพอื่นๆ: เช่น ความผิดปกติของหัวใจ ไต หรือระบบเลือด

ทำไมการตรวจ NIPT ถึงช่วยได้?

การตรวจ NIPT วิเคราะห์สารพันธุกรรมของลูกที่ปนอยู่ในเลือดคุณแม่ (cell-free DNA) ทำให้เราสามารถประเมินความเสี่ยงของจำนวนโครโมโซม X ได้ตั้งแต่อายุครรภ์ 10 สัปดาห์

"ผลพลอยได้" ที่ช่วยลดความกังวลใจของคุณแม่

หลายครั้งที่การอัลตราซาวด์อาจพบความผิดปกติบางอย่าง เช่น หลังคอหนา ซึ่งสร้างความกังวลใจอย่างมาก การตรวจ NIPT จะช่วยคัดกรองเบื้องต้นว่าความผิดปกตินั้นเกี่ยวข้องกับโครโมโซม X หรือไม่ ช่วยให้การพูดคุยกับคุณหมอเพื่อตัดสินใจตรวจวินิจฉัยตรงประเด็นและรวดเร็วขึ้น

การตรวจโครโมโซมเพศผ่าน NIPT คือ "การตรวจคัดกรองสุขภาพ" ไม่ใช่แค่การทายเพศ เพื่อให้คุณแม่มั่นใจว่าลูกสาวตัวน้อยจะเติบโตขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ การที่คุณพ่อคุณแม่ตัดสินใจตรวจ NIPT เพื่อเช็คความเสี่ยง Turner Syndrome หรือภาวะอื่น ๆ ไม่ใช่การมองโลกในแง่ร้าย แต่คือ "การเตรียมความพร้อมที่ดีที่สุด" ค่ะ

ดูต่อที่: https://nggthailand.com/article/743/

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
LINE ID:
โทร: 061-391-8999
Website: https://www.nggthailand.com

#ตรวจดาวน์ซินโดรม #ตรวจดาวน์ #ตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรม #คัดกรองดาวน์ซินโดรม #ดาวน์ซินโดรม #เจาะเลือดตรวจดาวน์ซินโดรม #เจาะเลือดคัดกรองดาวน์ #ตรวจเลือดดาวน์ซินโดรม #ตรวจเลือดคัดกรองดาวน์ซินโดรม #ตรวจดาวน์ซินโดรมที่ไหนดี #ตรวจคัดกรองทารกในครรภ์ #ตรวจโครโมโซมย้ายตัวอ่อน

การเตรียมตัวเป็นคุณแม่ไม่ใช่แค่เรื่องของความพร้อมทางร่างกายและจิตใจเท่านั้น แต่ "จังหวะเวลา" Window of Implantation (WOI...
18/06/2026

การเตรียมตัวเป็นคุณแม่ไม่ใช่แค่เรื่องของความพร้อมทางร่างกายและจิตใจเท่านั้น แต่ "จังหวะเวลา" Window of Implantation (WOI) หรือช่วงเวลาทองของมดลูกที่พร้อมต่อการฝังตัว คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ให้สูงที่สุด

การตรวจ beREADY โดย NGG Thailand ช่วยวิเคราะห์ความพร้อมของเยื่อบุโพรงมดลูกในระดับยีน เพื่อหาช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดของคุณแม่แต่ละท่าน เพราะร่างกายของทุกคนมีความพิเศษและแตกต่างกัน โดยผลการตรวจจะแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบหลัก ดังนี้ค่ะ

1. Pre-Receptive หรือ Early-Receptive (เยื่อบุโพรงมดลูกยังไม่พร้อม)

ในกลุ่มนี้ เยื่อบุโพรงมดลูกของคุณแม่จะใช้เวลาในการพัฒนาตัวเองนานกว่าค่าเฉลี่ยปกติเล็กน้อย ทำให้ "ช่วงเวลาแห่งการฝังตัว" เปิดช้ากว่าที่ควรจะเป็น

→ ความหมายของผลตรวจ: เนื้อเยื่อบุโพรงมดลูกยังพัฒนาไปไม่ถึงจุดที่พร้อมรับการเกาะตัวของตัวอ่อนในวันที่เก็บตัวอย่าง เปรียบเสมือนการเตรียมบ้านที่ยังไม่เรียบร้อยดี หากย้ายตัวอ่อนเข้าไปในช่วงนี้ โอกาสที่ตัวอ่อนจะฝังตัวสำเร็จอาจลดน้อยลง

→ ขั้นตอนหลังได้รับผลตรวจ:

• เลื่อนการย้ายตัวอ่อน: เลื่อนเวลาการย้ายตัวอ่อนออกไปอีกเล็กน้อย (เช่น เลื่อนไปอีก 12-24 ชั่วโมง) เพื่อให้ตรงกับช่วงที่เยื่อบุโพรงมดลูกเปลี่ยนสภาพมาเป็น Receptive พอดี
• ย้ายตามเวลาเฉพาะบุคคล: คุณหมอจะยึดตามตัวเลขเวลาที่ระบุในรายงานผล beREADY ของคุณแม่เป็นหลัก เพื่อความแม่นยำสูงสุด

2. Fully-Receptive (เยื่อบุโพรงมดลูกพร้อมพอดี)

ถือเป็นข่าวดีสำหรับว่าที่คุณแม่หลายท่านรอคอย เพราะหมายถึงร่างกายของคุณแม่มีการตอบสนองต่อฮอร์โมนตามมาตรฐานสากล

→ ความหมายของผลตรวจ: ช่วงเวลาที่เยื่อบุโพรงมดลูกมีความสมบูรณ์สูงสุดในการรับตัวอ่อน ตรงกับช่วงเวลาที่ทำการตรวจพอดี ยีนที่ควบคุมการฝังตัวทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในช่วงเวลามาตรฐาน

→ ขั้นตอนหลังได้รับผลตรวจ:

• ดำเนินการตามแผนเดิม: คุณหมอสามารถทำการย้ายตัวอ่อนตามตารางเวลามาตรฐานที่วางไว้
• ไม่ต้องปรับยา: คุณแม่สามารถใช้ยาฮอร์โมนในขนาดและระยะเวลาเดิม ไม่ต้องกังวลเรื่องการปรับเปลี่ยนแผนการรักษาที่ซับซ้อน
• โฟกัสที่การเตรียมตัว: คุณแม่เพียงแค่ทำร่างกายให้ผ่อนคลายและเตรียมพร้อมสำหรับการย้ายตัวอ่อนตามนัดหมาย

3. Post-Receptive (เยื่อบุโพรงมดลูกพร้อมเร็วเกินกว่าเวลามาตรฐาน)

ในกรณีนี้ เยื่อบุโพรงมดลูกของคุณแม่มีการพัฒนาที่รวดเร็วกว่าปกติ ทำให้ช่วงเวลาทองของการฝังตัวเกิดขึ้นและผ่านไปเร็วกว่าคนทั่วไป

→ ความหมายของผลตรวจ: เยื่อบุโพรงมดลูกผ่านจุดที่เหมาะสมที่สุดไปแล้วในวันที่ทำการตรวจ หรือพัฒนาล้ำหน้าไปก่อนเวลา หากย้ายตัวอ่อนตามเวลามาตรฐาน ช่วงเวลาการฝังตัวอาจจะเริ่มปิดลง ทำให้ตัวอ่อนไม่สามารถยึดเกาะได้ดีเท่าที่ควร

→ ขั้นตอนหลังได้รับผลตรวจ:

• ขยับเวลาให้เร็วขึ้น: คุณหมอจะแนะนำให้ทำการย้ายตัวอ่อน "เร็วขึ้น" กว่ากำหนดเดิมเล็กน้อย
• ปฏิบัติตามรายงานผล: รายงานผล beREADY จะระบุจำนวนชั่วโมงที่ต้องขยับให้เร็วขึ้นอย่างชัดเจน เพื่อให้คุณหมอปรับแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ

ไม่ว่าผลตรวจ beREADY ของคุณแม่จะเป็นรูปแบบใด สิ่งสำคัญที่สุดคือการได้รับคำตอบที่ชัดเจนว่า เวลาไหนคือเวลาที่ดีที่สุดสำหรับตนเอง ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงในการสูญเสียตัวอ่อนที่มีค่า และช่วยให้คุณหมอสามารถวางแผนการย้ายตัวอ่อนได้อย่างตรงกับเวลาทองของคุณแม่แต่ละท่าน เพื่อเพิ่มโอกาสในการกอดเจ้าตัวเล็กให้สำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ค่ะ

ดูต่อที่: https://nggthailand.com/article/742/

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
LINE ID:
โทร: 061-391-8999
Website: https://www.nggthailand.com

#ตรวจดาวน์ซินโดรม #ตรวจดาวน์ #ตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรม #คัดกรองดาวน์ซินโดรม #ดาวน์ซินโดรม #เจาะเลือดตรวจดาวน์ซินโดรม #เจาะเลือดคัดกรองดาวน์ #ตรวจเลือดดาวน์ซินโดรม #ตรวจเลือดคัดกรองดาวน์ซินโดรม #ตรวจดาวน์ซินโดรมที่ไหนดี #ตรวจคัดกรองทารกในครรภ์ #ตรวจโครโมโซมย้ายตัวอ่อน

การย้ายตัวอ่อน (Embryo Transfer) คือขั้นตอนสุดท้ายที่มีความสำคัญในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว อย่างการทำ IVF และ ICSI ค่ะ บ่...
16/06/2026

การย้ายตัวอ่อน (Embryo Transfer) คือขั้นตอนสุดท้ายที่มีความสำคัญในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว อย่างการทำ IVF และ ICSI ค่ะ บ่อยครั้งที่คุณแม่ต้องเผชิญกับความผิดหวัง ทั้งที่ตัวอ่อนมีคุณภาพดี โครโมโซมปกติ และผนังมดลูกหนาสวยตามเกณฑ์ สาเหตุหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างมากในปัจจุบันคือ "ช่วงเวลารับการฝังตัวของตัวอ่อน" หรือที่เรียกว่า Window of Implantation (WOI) นั่นเองค่ะ

ทำไม "ช่วงเวลารับการฝังตัวของตัวอ่อน" ของคุณผู้หญิงแต่ละคนจึงไม่เหมือนกัน?

คุณแม่รู้ไหมคะว่า หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ ความเชื่อที่ว่าร่างกายของผู้หญิงทุกคนทำงานเหมือนนาฬิกาที่ตั้งค่ามาจากโรงงาน แต่ในความเป็นจริง "นาฬิกาชีวภาพ" ของเยื่อบุโพรงมดลูกมีความซับซ้อนและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะบุคคลอย่างมาก

ความแตกต่างเฉพาะบุคคล

แม้ว่าฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนจะเป็นตัวกำหนดหลักในการเปิดหน้าต่างการฝังตัว แต่ร่างกายของแต่ละคนมีการตอบสนองต่อฮอร์โมนนี้แตกต่างกัน งานวิจัยทางการแพทย์พบว่ายีนที่ควบคุมความพร้อมของมดลูกมีมากกว่า 200 ชนิด ซึ่งการทำงานของยีนเหล่านี้ในผู้หญิงแต่ละคนอาจช้าหรือเร็วไม่เท่ากัน ส่งผลให้ช่วงเวลาทองของคุณผู้หญิงแต่ละท่านมีความเฉพาะตัว

ค่าเฉลี่ยไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคน

โดยทั่วไปช่วงเวลาทอง WOI นี้มักจะเกิดขึ้นประมาณวันที่ 19-23 ของรอบเดือน ซึ่งมีงานวิจัยที่ได้รับตีพิมพ์ในวารสาร Fertility and Sterility พบว่า 25.9% หรือ ประมาณ 1 ใน 4 ของผู้หญิงที่มีภาวะ "ตัวอ่อนไม่ฝังตัวซ้ำซาก" (Recurrent Implantation Failure - RIF) มีช่วงการฝังตัวที่คลาดเคลื่อนไป (Displaced WOI) ซึ่งต้องการการปรับเวลาการย้ายตัวอ่อนในช่วงเวลาเฉพาะของแต่ละคน

• กลุ่มที่ WOI เร็ว คือ กลุ่มที่ร่างกายตอบสนองต่อฮอร์โมนไวมาก ทำให้ช่วงเวลารับการฝังตัวเกิดขึ้นก่อนที่การย้ายตัวอ่อนตามรอบปกติจะเริ่มขึ้น

• กลุ่มที่ WOI ช้า คือ กลุ่มที่ร่างกายต้องการการกระตุ้นจากฮอร์โมนที่นานกว่าคนทั่วไป หากย้ายตัวอ่อนเร็วเกินไป มดลูกจะยังอยู่ในสภาวะที่ "ไม่ยอมรับ" ตัวอ่อน

ปัจจัยที่ส่งผลให้ WOI แตกต่างไป

ความแตกต่างนี้ไม่ได้เกิดจากโชคชะตา แต่มีปัจจัยแฝงที่อาจส่งผลให้หน้าต่างการฝังตัวของคุณแม่เคลื่อนไปจากปกติได้ค่ะ เช่น

• ดัชนีมวลกาย (BMI) งานวิจัยบ่งชี้ว่าน้ำหนักตัวที่มากหรือน้อยเกินไปอาจส่งผลต่อการตอบสนองของเนื้อเยื่อในโพรงมดลูก

• โรคทางนรีเวชบางชนิด เช่น ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ซึ่งอาจส่งผลต่อสภาพแวดล้อมและการแสดงออกของยีนในมดลูกได้

• พันธุกรรมและการใช้ยา: เนื่องจากคุณผู้หญิงแต่ละคนมีการตอบสนองต่อฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ในการเตรียมผนังมดลูกในระดับที่ต่างกันในแต่ละบุคคล

เมื่อ "ตัวอ่อนดี" มาใน "เวลาที่ยังไม่ใช่"

ปัญหาการย้ายตัวอ่อนแล้วไม่ติด ในบางกรณีไม่ได้เกิดจากโครโมโซมตัวอ่อนผิดปกติเสมอไป แต่อาจเกิดจาก "จังหวะที่ไม่สัมพันธ์กัน" ระหว่างตัวอ่อนและเยื่อบุโพรงมดลูก

แม้เยื่อบุโพรงมดลูกจะดูหนาตัวดีจากการอัลตราซาวด์ แต่นั่นเป็นเพียงลักษณะภายนอกค่ะ ในระดับโมเลกุลแล้ว เยื่อบุโพรงมดลูกจะมีช่วงเวลาพิเศษเพียงไม่กี่ชั่วโมงในหนึ่งรอบเดือนที่ "พร้อมรับการฝังตัว" ของตัวอ่อนที่สุด หากย้ายตัวอ่อนไม่ตรงกับช่วงเวลานี้ ตัวอ่อนก็จะไม่สามารถฝังตัวและเจริญเติบโตต่อไปได้นั่นเอง

การย้ายตัวอ่อนตามมาตรฐานอาจไม่ใช่สำหรับว่าที่คุณแม่ทุกคน

โดยทั่วไปในการทำ IVF คุณหมอจะกำหนดวันย้ายตัวอ่อนตามเกณฑ์มาตรฐาน เช่น ย้ายตัวอ่อนระยะ Blastocyst ในวันที่ 6 หลังจากเริ่มให้ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน จากสถิติของการศึกษาที่เราได้บอกไปนั้นมีคุณผู้หญิงประมาณ 70% ที่มีช่วงเวลาทองตรงตามมาตรฐานนี้ แต่ยังมีผู้หญิงอีกกว่า 25-30% ที่มี "นาฬิกาชีวภาพ" แตกต่างออกไป ทำให้การย้ายตัวอ่อนตามรอบปกติอาจไม่ใช่เวลาที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง

สภาวะนี้เองที่เป็นสาเหตุซ่อนเร้นของการเกิด Recurrent Implantation Failure (RIF) หรือสภาวะที่ย้ายตัวอ่อนคุณภาพดีซ้ำหลายครั้งแต่ไม่ตั้งครรภ์

การตรวจ beREADY ลึกถึงระดับยีนเพื่อหาคำตอบ

เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดของการคาดคะเน จึงมีการนำเทคโนโลยี Endometrial Receptivity Testing มาใช้ โดยอาศัยการตรวจวิเคราะห์การแสดงออกของยีน (Gene Expression Profile) จำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับการฝังตัวของตัวอ่อน

แทนที่จะดูแค่ความหนาจากการอัลตราซาวด์ การตรวจ beREADY สามารถบอกได้แม่นยำว่า ณ วันที่เก็บตัวอย่าง เยื่อบุโพรงมดลูกของคุณแม่กำลังอยู่ในระยะไหน Receptive, Pre-receptive หรือ Post-receptive เพื่อให้คุณหมอสามารถปรับตารางเวลาการให้ฮอร์โมนและวันย้ายตัวอ่อนให้ตรงกับช่วงเวลาทองเฉพาะบุคคลค่ะ

ที่ NGG Thailand เราเข้าใจว่าทุกตัวอ่อน คือ “ความหวัง” เราจึงให้บริการตรวจวิเคราะห์ความพร้อมของเยื่อบุโพรงมดลูกภายใต้ชื่อ beREADY ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อลดความเสี่ยงจากการย้ายตัวอ่อนผิดจังหวะ

การตรวจ beREADY จะช่วยระบุช่วงเวลา WOI ที่แม่นยำที่สุดของคุณแม่แต่ละท่าน ช่วยให้การย้ายตัวอ่อนไม่ใช่การ "คาดเดา" ตามค่าเฉลี่ยอีกต่อไป แต่เป็นการวางแผนที่แม่นยำระดับรายบุคคล เพื่อเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ให้สูงที่สุดและลดการสูญเสียตัวอ่อนที่มีค่าไปโดยเปล่าประโยชน์

ที่มาข้อมูล: https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC10208902/
https://www.fertstert.org/action/showPdf?pii=S0015-0282%2813%2900567-0
https://www.fertstert.org/action/showPdf?pii=S0015-0282%2818%2930801-X
https://www.rbmojournal.com/article/S1472-6483(15)00379-X/pdf
https://www.nature.com/articles/s41598-025-91745-y

ดูต่อที่: https://nggthailand.com/article/741/

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
LINE ID:
โทร: 061-391-8999
Website: https://www.nggthailand.com

#ตรวจดาวน์ซินโดรม #ตรวจดาวน์ #ตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรม #คัดกรองดาวน์ซินโดรม #ดาวน์ซินโดรม #เจาะเลือดตรวจดาวน์ซินโดรม #เจาะเลือดคัดกรองดาวน์ #ตรวจเลือดดาวน์ซินโดรม #ตรวจเลือดคัดกรองดาวน์ซินโดรม #ตรวจดาวน์ซินโดรมที่ไหนดี #ตรวจคัดกรองทารกในครรภ์ #ตรวจโครโมโซมย้ายตัวอ่อน

NGG Thailand ร่วมออกบูธนิทรรศการ งานประชุมวิชาการนานาชาติ The 5th Siriraj Maternal-Fetal Medicine (SIMFM) Conference ของ...
16/06/2026

NGG Thailand ร่วมออกบูธนิทรรศการ งานประชุมวิชาการนานาชาติ The 5th Siriraj Maternal-Fetal Medicine (SIMFM) Conference ของภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ระหว่างวันที่ 11-12 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรม อีสติน แกรนด์ พญาไท กรุงเทพ ฯ

บริษัท NGG ให้บริการตรวจพันธุศาสตร์ด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ที่ครบวงจร เช่น การตรวจ Clarifi NIPT Qualifi NIPT และ Qualifi Premium 24 คัดกรองความผิดปกติโครโมโซมทารกในครรภ์โดยการเจาะเลือดมารดา ที่ใช้เทคโนโลยี NGS ทีีได้รับรองเครื่องหมาย CE-IVD

บริษัท NGG Thailand มุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีการตรวจให้ทันสมัย และมีคุณภาพ มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสนับสนุนด้านวิชาการ การอัพเดตองค์ความรู้ และเทคโนโลยีด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ เพื่อผลการตรวจที่แม่นยำ ความปลอดภัย และผลสำเร็จของผู้เข้ารับบริการ

ติดต่อเรา
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
LINE ID:
โทร: 061-391-8999
Website: https://www.nggthailand.com

#ตรวจดาวน์ซินโดรม #ตรวจดาวน์ #ตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรม #คัดกรองดาวน์ซินโดรม #ดาวน์ซินโดรม #เจาะเลือดตรวจดาวน์ซินโดรม #เจาะเลือดคัดกรองดาวน์ #ตรวจเลือดดาวน์ซินโดรม #ตรวจเลือดคัดกรองดาวน์ซินโดรม #ตรวจดาวน์ซินโดรมที่ไหนดี #ตรวจคัดกรองทารกในครรภ์

ในปัจจุบัน การตรวจ NIPT ไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกเสริมอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็น "มาตรฐานใหม่" ของการดูแลครรภ์ที่ทั่วโลกยอมรั...
14/06/2026

ในปัจจุบัน การตรวจ NIPT ไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกเสริมอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็น "มาตรฐานใหม่" ของการดูแลครรภ์ที่ทั่วโลกยอมรับ แม้แต่ในประเทศไทยเอง หน่วยงานภาครัฐเริ่มมีนโยบายสนับสนุนการตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรมด้วยวิธี NIPT มากขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณยืนยันชัดเจนว่า นี่คือเทคโนโลยีที่มีความแม่นยำสูงและคุ้มค่าที่สุดในเชิงการแพทย์ สำหรับคุณแม่ยุคใหม่ที่ต้องการความมั่นใจสูงสุด

แต่สำหรับคุณแม่ที่มองหาความเหนือระดับ ทั้งในด้านความรวดเร็ว ความละเอียดของข้อมูล การเลือกตรวจกับสถาบันเฉพาะทางอย่าง NGG Thailand คือคำตอบที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความสบายใจได้ค่ะ

ภาครัฐการันตี NIPT คือ "คำตอบ" ของการคัดกรอง

การที่หน่วยงานสาธารณสุขระดับชาติเริ่มบรรจุ NIPT เข้าสู่สิทธิประโยชน์พื้นฐาน เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าวิธีนี้มีข้อดีที่เหนือกว่าการตรวจคัดกรองแบบเดิม เช่น การเจาะเลือดตรวจสารชีวเคมี หรือ Quad Test อย่างเห็นได้ชัด นั่นเป็นเพราะว่า

ทำไมรัฐบาลถึงเลือกเปลี่ยนมาใช้ NIPT แทนการตรวจเลือดแบบเดิม?

เรามาเจาะลึก 3 มิติสำคัญที่ยืนยันว่า นี่คือทางเลือกที่ "คุ้มค่า" และ "ดีต่อใจ" คุณแม่ที่สุด

1. ความแม่นยำระดับ "Gold Standard" เปลี่ยนความกังวล เป็นความมั่นใจ

✓ ในอดีต การตรวจคัดกรองหลักคือ Quadruple Test เป็นการตรวจสารชีวเคมี 4 ชนิดในเลือดคุณแม่ ซึ่งมีความแม่นยำประมาณ 80% หมายความว่ามีโอกาสที่ผลจะคลาดเคลื่อนได้ถึง 20% เลยทีเดียวค่ะ

✓ ลดปัญหา "ผลบวกลวง" (False Positive Result) บ่อยครั้งที่คุณแม่ตรวจแบบเดิมแล้วผลบอกว่า "เสี่ยงสูง" ทั้งที่ลูกในท้องปกติดี ทำให้ต้องไปลงเอยด้วยการเจาะน้ำคร่ำโดยไม่จำเป็น ซึ่งสร้างความเครียดมหาศาล

✓ NIPT คือคำตอบที่ชัวร์กว่า ด้วยความแม่นยำที่สูงกว่า 99% การตรวจ NIPT ช่วยคัดกรองเคสที่ไม่เสี่ยงออกไปได้เกือบทั้งหมด รัฐจึงมั่นใจที่จะใช้เป็นด่านหน้าเพื่อให้คุณแม่ไม่ต้องกังวลกับตัวเลขที่คลุมเครืออีกต่อไป

2. ความปลอดภัยที่เป็นมิตรต่อเจ้าตัวเล็ก

✓ เราทราบกันดีว่าการตรวจวินิจฉัยด้วยการเจาะน้ำคร่ำ แม้จะเป็นวิธีมาตรฐาน แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยงในการแท้งบุตรประมาณ 0.1-0.3% ซึ่งเป็นตัวเลขที่บีบหัวใจคุณแม่ทุกคน

✓ ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า การสนับสนุนให้ตรวจ NIPT ช่วยลดสถิติการสูญเสียทารกที่ปกติจากการทำหัตถการที่อาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้

✓ รัฐมองเห็นว่าการเจาะเลือดคุณแม่เพียงเล็กน้อยเพื่อตรวจ DNA ของลูกนั้น ปลอดภัยกว่าการเอาเข็มเข้าไปใกล้ถุงน้ำคร่ำ และช่วยรักษาชีวิตทารกที่แข็งแรงไว้ได้มากกว่า

3. ความคุ้มค่าในเชิงเศรษฐศาสตร์และคุณภาพชีวิต

✓ จากการศึกษาวิจัยร่วมกันของหน่วยงานรัฐ สวรส. และ สปสช. พบว่าการลงทุนตรวจ NIPT ให้คุณแม่ตั้งครรภ์ทุกคน มีความคุ้มค่ากว่าการแบกรับค่าใช้จ่ายในการดูแลเด็กที่มีภาวะดาวน์ซินโดรมในระยะยาว

✓ วางแผนชีวิตได้เร็วขึ้น คุณแม่สามารถตรวจได้ตั้งแต่อายุครรภ์เพียง 10 สัปดาห์ ทำให้ครอบครัวมีเวลาปรึกษาแพทย์และวางแผนอนาคตได้อย่างรอบคอบ ไม่ต้องรอจนท้องเริ่มโต

มุมมองจาก NGG Thailand ก้าวข้ามขีดจำกัด สู่การดูแลที่เหนือระดับ

เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่รัฐให้ความสำคัญกับมาตรฐาน NIPT แต่เราเข้าใจดีว่าคุณแม่หลายท่านต้องการ "ความสมบูรณ์แบบที่มากกว่ามาตรฐานทั่วไป" ที่ NGG Thailand เราจึงออกแบบบริการหลายรูปแบบ เพื่อตอบโจทย์ความอุ่นใจระดับสูงสุด:

→ ตรวจโครโมโซมละเอียดครบถ้วนทุกคู่ ในขณะที่สิทธิรัฐอาจครอบคลุมเพียงโครโมโซมคู่หลักที่พบบ่อย เช่น 21, 18, 13 แต่เทคโนโลยีของเราสามารถตรวจโครโมโซมให้ครบทั้ง 23 คู่ เพื่อความมั่นใจที่รอบด้านกว่า

→ เทคโนโลยีวิเคราะห์ระดับโลก เราใช้แพลตฟอร์มการตรวจที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลจาก illumina USA ให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วและแม่นยำสูง เพื่อลดเวลาแห่งความกังวลของคุณแม่ให้สั้นที่สุด

→ มีทีมที่ปรึกษาด้านพันธุศาสตร์ (Genetic Counsellor) ให้บริการแก่คุณแม่ที่เข้ารับการตรวจกับเรา เพราะผลตรวจเป็นมากกว่าแค่ตัวเลข เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุศาสตร์พร้อมพูดคุย ให้คำปรึกษาแบบส่วนตัว เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดร่วมกันโดยไม่ต้องรอคิวในระบบที่หนาแน่น

การตรวจ NIPT ไม่ว่าจะเป็น Qualifi, Qualifi Premium 24 หรือ Clarifi กับ NGG Thailand มาพร้อมกับพันธสัญญาด้านคุณภาพที่ดูแลคุณแม่ตั้งแต่วันแรกที่เจาะเลือด จนถึงวันที่ทราบผลสรุปที่ชัดเจนที่สุด เพื่อให้มั่นใจว่าก้าวแรกของลูกน้อยจะได้รับการดูแลที่ดีที่สุดค่ะ

เพราะสำหรับเรา... การตั้งครรภ์ไม่ใช่แค่เรื่องของสถิติ แต่คือการเดินทางที่สำคัญที่สุดในชีวิตคุณแม่ เราจึงพร้อมเป็น "เพื่อนคู่คิด" ที่มอบมากกว่าแค่ผลตรวจ

ดูต่อที่: https://nggthailand.com/article/740/

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
LINE ID:
โทร: 061-391-8999
Website: https://www.nggthailand.com

#ตรวจดาวน์ซินโดรม #ตรวจดาวน์ #ตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรม #คัดกรองดาวน์ซินโดรม #ดาวน์ซินโดรม #เจาะเลือดตรวจดาวน์ซินโดรม #เจาะเลือดคัดกรองดาวน์ #ตรวจเลือดดาวน์ซินโดรม #ตรวจเลือดคัดกรองดาวน์ซินโดรม #ตรวจดาวน์ซินโดรมที่ไหนดี #ตรวจคัดกรองทารกในครรภ์ #ตรวจโครโมโซมย้ายตัวอ่อน

ที่อยู่

496-502 Amarin Plaza, Floor18th, Ploenchit Road, Lumpini, Pathumwan
Bangkok
10330

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00
เสาร์ 08:00 - 17:00
อาทิตย์ 08:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66613918999

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Next Generation Genomic Co., Ltd.ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Next Generation Genomic Co., Ltd.:

ทางลัด

แชร์