สมุนไพร รักษ์ตา T.062-5975459

สมุนไพร รักษ์ตา T.062-5975459 ให้ความรู้เกี่ยวกับ วิธีดูแลสายตา ?

CVS หรือคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม (Computer Vision Syndrome) เป็นภาวะที่เกิดจากการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ แท็บเล็ต...
03/04/2019

CVS หรือคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม (Computer Vision Syndrome)

เป็นภาวะที่เกิดจากการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ แท็บเล็ต หรืออุปกรณ์ดิจิทัลใด ๆ เป็นเวลานานเกินไป โดยอาจทำให้มีอาการตาล้า ตาพร่า ตาแห้ง ระคายเคืองตา เจ็บตา รวมไปถึงปวดศีรษะและปวดไหล่ พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ และอาจมีความเสี่ยงต่อภาวะนี้มากขึ้นหากจ้องหน้าจอในที่ที่มีแสงน้อย หรือมีท่าทางที่ไม่เหมาะสมในขณะใช้คอมพิวเตอร์

อาการของคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม

แม้ยังไม่มีข้อพิสูจน์ที่แน่ชัดว่าการใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ดิจิทัลที่มีหน้าจอต่าง ๆ นั้นก่อให้เกิดความเสียหายต่อดวงตาในระยะยาวหรือไม่ แต่การใช้คอมพิวเตอร์เป็นประจำอาจเสี่ยงทำให้มีอาการดังต่อไปนี้

- ตาล้า
- ระคายเคืองตา
- ตาแห้ง ตาแดง
- ตาพร่า
- มองเห็นภาพซ้อน
- ปวดศีรษะ
- ปวดคอหรือปวดหลัง

หากผู้ป่วยมีอาการดังข้างต้น ควรรีบหาทางรักษาหรือแก้ไข เพราะการใช้คอมพิวเตอร์นาน ๆ นั้น ไม่เพียงก่อให้เกิดอาการเกี่ยวกับดวงตา แต่อาจมีปัญหาสุขภาพอื่น ๆ จากการใช้งานและการอยู่ในท่านั่งที่ไม่เหมาะสม ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันหรือการทำงานได้

สาเหตุของคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม

ขณะทำงานโดยใช้คอมพิวเตอร์ ดวงตาของคนเราต้องปรับโฟกัสภาพใหม่อยู่ตลอดเวลา เพราะต้องเคลื่อนไหวไปมาตามบรรทัดตัวหนังสือที่อ่าน หรือต้องเลื่อนดูเนื้อหาบนหน้าจอสลับไปมาและตอบสนองต่อภาพที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เพื่อให้สมองประมวลผลภาพเหล่านั้น ในระหว่างนี้กล้ามเนื้อดวงตาจึงต้องทำงานอย่างหนัก ซึ่งมากกว่าการอ่านหนังสือธรรมดา ยิ่งไปกว่านั้น หน้าจอคอมพิวเตอร์มีการตัดกันของสีต่าง ๆ และมีการสั่นไหวของพิกเซลอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นจุดเล็ก ๆ หลายจุดที่ประกอบขึ้นเป็นภาพ และผู้ใช้งานยังต้องเพ่งสายตาเป็นเวลานาน จึงส่งผลให้เสี่ยงเกิดอาการของ CVS ตามมาได้

นอกจากนี้ มีงานวิจัยพบว่าการใช้สายตากับอุปกรณ์ดิจิทัลเสี่ยงทำให้ตาแห้งและระคายเคือง เนื่องจากขณะจ้องหน้าจอ ดูโทรทัศน์ หรืออ่านหนังสือบนจอดิจิทัล คนเราจะกะพริบตาน้อยลงกว่าปกติถึงครึ่งหนึ่งจากที่เคยกะพริบตาประมาณ 15 ครั้งต่อนาที ซึ่งการกะพริบตานั้นจำเป็นต่อดวงตาอย่างมาก เพราะจะช่วยให้น้ำตาไหลออกมาหล่อเลี้ยงทั่วดวงตา ช่วยให้ดวงตาชุ่มชื้นและไม่ระคายเคืองได้ง่าย

ส่วนความเสี่ยงต่อภาวะ CVS นั้นจะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นตามอายุด้วย เนื่องจากเลนส์แก้วตาของคนเราจะค่อย ๆ สูญเสียความยืดหยุ่นเมื่อเวลาผ่านไป ทำให้อาจสามารถโฟกัสวัตถุระยะใกล้ไกลได้น้อยลงเมื่ออายุราว ๆ 40 ปี และทำให้เริ่มมีสายตายาวในช่วงอายุดังกล่าว และหากผู้ใดมีปัญหาทางสายตาอยู่แล้วอย่างสายตาสั้นหรือสายตาเอียง มีความผิดปกติของสายตาแต่ไม่ยอมใส่แว่น หรือไม่ทำตามหลักการใช้คอมพิวเตอร์ที่ถูกต้องก็เสี่ยงเกิดภาวะ CVS ได้มากกว่าคนทั่วไปเช่นกัน

สอบถามเพิ่มเติมโทร 062-5975459

01/04/2019

บิลเบอร์รี่ ไบรท์ บำรุงสายตา

สารสำคัญในบิลเบอร์รี่มีผลต่อสุขภาพดวงตา
ช่วยถนอมดวงตา ทำให้การมองเห็นในที่มืดดีขึ้น
ช่วยรักษาอาการตาบอดกลางคืน (Night Blindness)
ช่วยลดอาการเมื่อยล้าของดวงตา เมื่อต้องใช้สายตานานๆ
ช่วยป้องกันเลนส์ตาและช่วยให้คอลลาเจนในตาในส่วน cornea และหลอดเลือดฝอยแข็งแรงขึ้น
ช่วยลดอนุมูลอิสระในจอตา ทำให้ป้องกันอาการเสื่อมที่มักจะเกิดกับดวงตาให้น้อยลงได้ เช่น ต้อกระจก ต้อหิน ต้อเนื้อ ตาเสื่อมในคนสูงอายุ(สายตายาว)

Bilberry Bright บิลเบอร์รี่ ไบร์ท อาหารเสริมสำหรับดวงตา ชนิดผง จำนวน 10 ซอง ราคากล่องละ 1,200 บาทสารสำคัญในบิลเบอร์รี่มี...
01/04/2019

Bilberry Bright บิลเบอร์รี่ ไบร์ท อาหารเสริมสำหรับดวงตา ชนิดผง จำนวน 10 ซอง ราคากล่องละ 1,200 บาท

สารสำคัญในบิลเบอร์รี่มีผลต่อสุขภาพดวงตา
* ช่วยถนอมดวงตา ทำให้การมองเห็นในที่มืดดีขึ้น
* ช่วยรักษาอาการตาบอดกลางคืน (Night Blindness)
* ช่วยลดอาการเมื่อยล้าของดวงตา เมื่อต้องใช้สายตานานๆ
* ช่วยป้องกันเลนส์ตาและช่วยให้คอลลาเจนในตาในส่วน cornea และหลอดเลือดฝอยแข็งแรงขึ้น
* ช่วยลดอนุมูลอิสระในจอตา ทำให้ป้องกันอาการเสื่อมที่มักจะเกิดกับดวงตาให้น้อยลงได้ เช่น ต้อกระจก ต้อหิน ต้อเนื้อ ตาเสื่อมในคนสูงอายุ(สายตายาว)

สอบถามเพิ่มเติม โทร 062-5975459

แชทไลน์
https://line.me/R/ti/p/%40komdboon
https://line.me/R/ti/p/%40komdboon
https://line.me/R/ti/p/%40komdboon

“11 สรรพคุณบิลเบอร์รี่”สุดยอดผลไม้บำรุงสายตา  1. ลดการเสื่อมของเซลล์ต่าง ๆ ภายในร่างกายได้ดี 2. ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้...
01/04/2019

“11 สรรพคุณบิลเบอร์รี่”

สุดยอดผลไม้บำรุงสายตา

1. ลดการเสื่อมของเซลล์ต่าง ๆ ภายในร่างกายได้ดี

2. ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้าง กลูตาไทโอนเพิ่มขึ้น ลดอาการเสื่อมของเซลล์ผิวหนัง

3. เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ต่อต้านริ้วรอย ช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิว เผยผิวให้กระจ่างสดใส

4. ช่วยสมานแผล ต้านการอักเสบ บำรุงดวงตา ถนอมดวงตา ช่วยให้การมองเห็นในที่มืดดีขึ้น

5. ช่วยลดอาการเมื่อยล้าของดวงตา เมื่อต้องใช้สายตาเป็นเวลานาน

6. ป้องกันเลนส์ตา ช่วยให้คอลลาเจนในตาส่วนของ “Cornea” และช่วยให้หลอดเลือดฝอยแข็งแรงขึ้น

7. ช่วยลดอนุมูลอิสระในจอตา ป้องกันความเสื่อมที่เกิดกับตาให้น้อยลงได้ อย่างเช่น ต้อกระจก ต้อหิน ต้อเนื้อ ตาเสื่อมในผู้สูงอายุ (สายตาขาว)

8. มีสารแทนนิน ช่วยบรรเทาอาการท้องเสีย อาการคลื่นไส้ และภาวะอาหารไม่ย่อยได้

9. สารสกัดจากผลบิลเบอร์รี่ ปกป้องโครงสร้างของผนังเส้นเลือดฝอย ช่วยเพิ่มแรงต้านและเพิ่มการขยายตัวของผนังหลอดเลือด

10. สามารถป้องกันจอประสาทตาเสื่อม และสามารถลดอาการเจ็บปวดที่เกิดจากภาวะเส้นเลือดขวดได้อีกด้วย

11. สารสกัดจากผลบิลเบอร์รี่ สามารถลดอาการอักเสบในช่องปากและเยื่อบุช่องปากได้

บิลเบอร์รี เป็นผลไม้สีน้ำเงินม่วง ตระกูลเดียวกับเบอร์รีทั้งหลาย เช่น แบล็กเบอร์รี บลูเบอร์รี นิยมรับประทานในแถบยุโรปและอ...
01/04/2019

บิลเบอร์รี เป็นผลไม้สีน้ำเงินม่วง ตระกูลเดียวกับเบอร์รีทั้งหลาย เช่น แบล็กเบอร์รี บลูเบอร์รี นิยมรับประทานในแถบยุโรปและอเมริกา เชื่อว่าบิลเบอร์รีเป็นผลไม้ที่ช่วยบำรุงสุขภาพ สามารถนำมารักษาอาการเจ็บป่วยได้ เริ่มแรกเดิมทีบิลเบอร์รีนำมารักษาอาการโรคท้องเสีย โดยนำมาผสมกับน้ำผึ้ง ต่อมาช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 บิลเบอร์รีได้รับความนิยมมากขึ้น เมื่อนักบินรบชาวอังกฤษรับประทานแยมบิลเบอร์รีบนขนมปัง ทำให้สายตาในการมองเห็นที่มืดดีขึ้น หลังจากนั้นแยมบิลเบอร์รีก็ได้รับความนิยมเรื่อยมา

สารอาหารในบิลเบอร์รี

ในบิลเบอร์รีมีสารอาหารสำคัญอาทิ ไอโอฟลาโวนอยด์ วิตามินเอ วิตามินซี สังกะสี ซีลีเนียม แมงกานิส แคลเซียม แมกนีเซียม โซเดียม ฟอสฟอรัส ซึ่งสารอาหารและแร่ธาตุที่สำคัญเหล่านี้มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย แต่บิลเบอร์รีมีความเลื่องลือมากที่สุดเห็นจะเป็นสรรพคุณทางด้านบำรุงสายตา

บิลเบอร์รี มีสรรพคุณช่วยถนอมสายตา ทำให้แววตาสุกใส มีแววประกาย และช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับตา
นักวิจัย ไมเคิล ที เมอร์เรย์ (Michael T. Murray) กล่าวว่าสาร Anthocyanosides ในบิลเบอร์รี มีผลต่อเซลล์เยื่อบุผิวเรตินาในการมองเห็น และลดอาการเมื่อยล้าของดวงตา

ในบิลเบอร์รีมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันการเกิดโรคต้อกระจก และป้องกันจอประสาทตาเสื่อม
บิลเบอร์รีมีส่วนช่วยสร้างความแข็งแรงของคอลลาเจนในเส้นเลือดฝอยที่ตาและเชื่อมต่อเนื้อเยื่อดีขึ้น
มีส่วนช่วยรักษาอาการตาบอดในตอนกลางคืน ช่วยให้มองเห็นในที่สลัว ควบคุมการทำงานของเรตินาจอรับแสง
ป้องกันโรคตาบอดแสง และการมองไม่เห็นในตอนกลางวัน

การรับประทานบิลเบอร์รี

การรับประทานผลสดบิลเบอร์รีอาจจะหารับประทานยากสำหรับในประเทศไทย จะสะดวกกว่าถ้าเราเลือกบิลเบอร์รีสกัดมาในรูปของอาหารเสริม ซึ่งในปัจจุบันมีทั้งผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม และแคปซูล ปริมาณที่ควรบริโภคเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด เครื่องดื่มสกัดบิลเบอร์รีควรดื่มวันละ 6-12 มิลลิกรัมต่อวัน หรือในรูปแคปซูล 80-160 มิลลิกรัมต่อวัน หรืออาจจะรับประทานผลบิลเบอร์รีตากแห้ง สด หรือแยม ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป

10 อาหารบำรุงสายตา ให้ใสปิ๊งลดความเสี่ยงจอประสาทตาเสื่อม
28/02/2019

10 อาหารบำรุงสายตา ให้ใสปิ๊งลดความเสี่ยงจอประสาทตาเสื่อม

"โรคตาต้อ" ที่หลายๆท่านอาจจะยังไม่รู้จักหรือบางท่านอาจจะเคยได้ยินมาบ้าง วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับคำว่า "ตาต้อ" นะคะ จ...
28/02/2019

"โรคตาต้อ" ที่หลายๆท่านอาจจะยังไม่รู้จักหรือบางท่านอาจจะเคยได้ยินมาบ้าง วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับคำว่า "ตาต้อ" นะคะ จะได้รู้ว่าเรากำลังเป็นตาต้อกันอยู่รึเปล่า?

ตาต้อ เป็นกลุ่มของโรคตา "ต้อ" ที่มีลักษณะแตกต่างกันออกไป ตามความรุนแรงและอาการที่แตกต่างกันออกไปค่ะ ซึ่งตาต้อแบ่งออกเป็น 4 ประเภทด้วยกัน

1. โรคต้อลม (Pinguecular)

มีลักษณะเป็นเยื่อสีขาวหรือขาวเหลือง บริเวณตาขาวข้างๆตาดำ ซึ่งเกิดจากถูกสิ่งระคายเคืองต่อเยื่อบุตา (เช่น ลม ฝุ่น แสงแดด แสงจากหน้าจอมือถือ) มาเป็นเวลานาน มักทำให้มีอาการเคืองตาง่าย หรือมักมีอาการแสบตา คันเคือง ตาสู้แสงไม่ได้ บางครั้งมีอาการตาพร่ามัวร่วมด้วย

2. โรคต้อเนื้อ (Pterygium)

โรคต้อเนื้อเป็นโรคที่ต่อเนื่องมาจากต้อลม แต่เนื้อเยื่อที่ขึ้นตรงเยื่อบุตาขาวขยายลามเข้ามาถึงบริเวณกระจกตาดำ เป็นลักษณะคล้ายเนื้อเยื่อสีขาวออกแดง บริเวณกระจกตาดำด้านหัวตาหรือหางตา ซึ่งเกิดจากการถูกสิ่งระคายเคืองมาเป็นเวลานานหลายปี ทำให้มีอาการเคืองตาและตาแดงบริเวณต้อเนื้อ เมื่อถูกสิ่งระคายเคือง บางรายมีอาการตาพร่ามัวร่วมด้วย

3. โรคต้อกระจก (Cataract)

โรคต้อกระจกเป็นโรคที่เกิดจากอาการขุ่นของเลนส์แก้วตาในลูกตา ทำให้การมองเห็นภาพมีลักษณะคล้ายเป็นหมอกหรือควันขาวๆบัง มักเป็นจากการเสื่อมสภาพของเลนส์ตาตามอายุ แต่บางรายอาจเป็นตั้งแต่กำเนิด หรืออาจเป็นหลังเกิดอุบัติเหตุต่อดวงตา มักทำให้ตามัวมากขึ้นเรื่อยๆ จนอาจมองไม่เห็น ถ้าไม่ได้รับการรักษา

4. โรคต้อหิน

โรคต้อหิน เป็นโรคที่มีความดันในลูกตาสูงจากการระบายออกของน้ำเลี้ยงในลูกตาน้อยผิดปกติ ทำให้ลูกตาแข็งขึ้น จนกระทั่งกดขั้วประสาทตา ทำให้มีการเสียของลานสายตาในการมองเห็น จนกระทั่งตาบอดสนิทในที่สุด

สอบถามเพิ่มเติมโทร 062-5975459

4 โรคตา ภัยร้ายใกล้ตัวมนุษย์ออฟฟิศพนักงานออฟฟิศทั้งหลายที่ต้องใช้สายตาในการทำงานตลอดทั้งวัน ทราบหรือไม่ว่าการใช้สายตาในก...
28/02/2019

4 โรคตา ภัยร้ายใกล้ตัวมนุษย์ออฟฟิศ

พนักงานออฟฟิศทั้งหลายที่ต้องใช้สายตาในการทำงานตลอดทั้งวัน ทราบหรือไม่ว่าการใช้สายตาในการทำงานวันละหลายชั่วโมง อาจก่อให้เกิดโรคเกี่ยวกับดวงตา อาทิ โรคต้อหิน โรคจอประสาทตาเสื่อม

โรคที่มักพบบ่อยเกี่ยวกับดวงตา

1. โรคคอมพิวเตอร์วิชชันซินโดรม คือการทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานาน เกิน 2-3 ชั่วโมง ผู้ที่เป็นโรคนี้จะเกิดอาการมองภาพซ้อน ดวงตาโฟกัสช้า เคืองตา แสบตา ตาแห้ง ตาล้า

2. โรคจอประสาทตาเสื่อม เป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากความเสื่อมในส่วนกลางของจอประสาทตา ซึ่งเกิดเมื่อคนเรามีอายุเพิ่มมากขึ้น ผู้ที่เป็นโรคนี้จะเกิดอาการเห็นภาพสีซีดจางไป อ่านหนังสือลำบาก แยกแยะหน้าคนยาก เห็นจุดดำบริเวณกึ่งกลางของภาพ

3. โรคต้อหิน เกิดจากความดันในลูกตาเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจเพิ่มขึ้นเองตามธรรมชาติ เนื่องจากความเสื่อมข้างในลูกตา หรือเนื่องจากยาที่ใช้ หรือจากอุบัติเหตุ หรือจากการผ่าตัดน้ำหล่อเลี้ยงภายในลูกตา ผู้ที่เป็นโรคนี้จะเกิดอาการเห็นภาพพร่ามัว เวียนหัว คลื่นไส้ อาเจียน เห็นดวงไฟมีแสงจ้าเป็นรัศมีกระจาย

4. โรควุ้นในตาเสื่อม มักเกิดกับผู้สูงอายุ หรือคนที่มีอาชีพต้องใช้สายตามากๆ เช่น อาชีพที่ต้องใช้สายตาเพ่งมากๆ แต่เดี๋ยวนี้ผู้ที่ใช้อินเทอร์เน็ต อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์มากๆ ก็เป็นโรคนี้ได้เช่นกัน ผู้ที่เป็นโรคนี้จะเกิดอาการเห็นคราบดำๆ เหมือนหยากไย่ลอยไปมา หรือหากมองไปที่แบ็คกราวน์ที่มีแสงสว่างจะมองเห็นเด่นชัดมากขึ้น

ข้อควรปฎิบัติเพื่อรักษาสุขภาพตา

1. จัดวางคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสมกับระดับการมองเห็น

2. กระพริบตาให้ถี่ขึ้น

3. พักสายตาบ้าง หากจำเป็นต้องทำงานที่ใช้สายตาเป็นเวลานาน

4. ปรับความสว่างของห้องให้เหมาะสม

5. เลือกใช้แว่นที่เหมาะสมกับการใช้คอมพิวเตอร์

สอบถามเพิ่มเติมโทร 062-5975459

โรคตา โรคใกล้ตัวหนุ่มสาวชาวออฟฟิตหนุ่มสาวออฟฟิตทั้งหลายคงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าทุกวันนี้เรานั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์กันเฉลี...
28/02/2019

โรคตา โรคใกล้ตัวหนุ่มสาวชาวออฟฟิต

หนุ่มสาวออฟฟิตทั้งหลายคงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าทุกวันนี้เรานั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์กันเฉลี่ยวันละ 8 ชั่วโมง ถือว่าเป็นเวลานานมากๆ อาจจะคนอาจจะประสบปัญหาสุขภาพมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปวดหัว ปวดไหล่ ออฟฟิตซินโดรม หรือปวดตา ตาแห้ง

หลายคนคงเคยได้ยินว่า “ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ” เพราะฉะนั้นดวงตาจึงถือว่าเป็นอวัยวะมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เราสามารถสื่อความหมายต่างๆแทนคำพูดได้มากมายผ่านทางดวงตา ทั้งโกรธ เกลียด หรือรัก แต่หนุ่มสาวออฟฟิตทั้งหลายจ๋า นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์นานๆ ระวังจะเป็นโรคตากันนะจ๊ะ วันนี้เจ๊จะพาไปรู้จักกับโรคตาทั้ง 4 โรค ที่หนุ่มสาวออฟฟิตมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้กันมาก

1. โรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม ซึ่งเป็นหนึ่งในอาการของโรค“ออฟฟิศซินโดรม” จะมีอาการมองเห็นภาพซ้อน ตาโฟกัสช้ากว่าปกติ เคืองตา แสบตา ตาแห้ง ดวงตาล้า
2. โรคประสาทตาเสื่อม จะมีอาการภาพมีสีซีดจางไป อ่านหนังสือลำบาก แยกแยะใบหน้าคนยากขึ้น เห็นจุดดำบริเวณศูนย์กลางของภาพ
3. โรคต้อหิน มีอาการตาพร่ามัว เวียนหัวคลื่นไส้อาเจียน เห็นดวงไฟที่มีแสงจ้าเป็นรัศมีกระจาย
4. โรควุ้นในตาเสื่อม มีอาการเห็นคราบดำๆเหมือนหยากไย่ลอยไปมา หากมองแบ็คกราวน์ที่มีสีสว่างอาการจะชัดยิ่งขึ้น

ทั้ง 4 โรคนี้น่ากลัวจริงๆเลยเนอะ แต่อย่าเพิ่งตื่นตกใจไปนะคะ เจ๊มีวิธีรักษาดวงตาสวยๆให้อยู่กับเราไปนานๆ ด้วยวิธีง่ายๆดังนี้

– ควรพักสายตาทุก 15 นาที ถ้าต้องใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน แก้ได้ด้วยการมองออกไปไกลๆ จะทำให้ดวงตาไม่เกิดอาการล้า อย่าขยี้ตา หากรู้สึกอ่อนล้าให้นวดคลึงเบาๆ และควรบริหาร ดวงตาเพื่อคลายความตึงเครียด

– ปรับแสงหน้าจอคอมพิวเตอร์ ให้รู้สึกสบายตาโดยดูจากสภาพแวดล้อมในห้องด้วยว่า เมื่อส่องมากระทบจะมีแสงจ้าเกินไปหรือไม่ เพราะแสงที่สว่างมากจะส่งผลเสียต่อตาได้ง่าย อาจทำให้รู้สึกแห้งและแสบตา

– หมั่นตรวจสุขภาพดวงตาเป็นประจำสม่ำเสมอ และที่สำคัญควรหันมารับประทานผักและผลไม้ที่มีสีส้มและสีเหลืองเป็นประจำ หลีกเลี่ยงการใช้สายตาท่ามกลางแสงแดดจ้าเป็นเวลานาน ๆ และให้ใส่แว่นตากันแดดที่มีระบบป้องกันรังสียูวีด้วย

– หลังทำงานเสร็จ หลับตา แล้วใช้น้ำเย็นชโลมดวงตาหรือหาผ้าชุบน้ำหมาด ๆ มาประคบประมาณ 5 นาที จะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อตา และทำให้เลือดหมุนเวียนมาเลี้ยงดวงตาได้ดี

– สำหรับใครที่ใส่คอนแทคเลนส์อาจจะเกิดอาการตาแห้งเพราะขาดน้ำหล่อเลี้ยง เพราะห้องที่มีคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ ก็มักจะมีเครื่องปรับอากาศอยู่ด้วย เมื่อบวกกับความร้อนจากเครื่องคอมพิวเตอร์ จะทำให้อากาศแห้งการหยอดน้ำตาเทียมจะช่วยได้

– ควรกะพริบตาให้บ่อยครั้งกว่าปกติเพื่อให้มีน้ำหล่อเลี้ยงดวงตาอยู่เสมอ ภายใน10 วินาที ลองพยายามกะพริบตา1 – 2 ครั้ง จะช่วยลดความอ่อนล้าของสายตาได้มาก

– ใช้เลนส์แว่นตาที่มีคุณสมบัติ ในการตัดรังสี ยูวี เวลาใช้งานหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ

สอบถามเพิ่มเติมโทร 062-5975459

ที่อยู่

Bangkok
10510

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สมุนไพร รักษ์ตา T.062-5975459ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์