02/06/2026
💊💊ยาต้านฮีสตามีน (Antihistamines) หรือยาแก้แพ้ สำหรับโรคหืด & ภูมิแพ้
📌ยาต้านฮีสตามีนมี 2 รุ่น รุ่นแรกหรือที่เราเรียกว่า first generation ได้แก่ยา diphendydramine, chlorpheniramine, hydroxyzine, cyprohepatdine แต่เรุ่นที่หนึ่งมีผลข้างเคียงเยอะ จึงได้พัฒนาเป็นยารุ่นที่สองเพื่อลดผลข้างเคียง และทำให้ยาออกฤทธิ์ได้นาน ประสิทธิภาพสูงขึ้น ดังนั้นจึงแนะนำให้ใช้ยารุ่นสองในการรักษาโรคภูมิแพ้ เช่น จมูกอักเสบภูมิแพ้ ลมพิษ
❌ ไม่แนะนำยารุ่นแรก (1st-generation) เช่น chlorpheniramine / hydroxyzine เพราะ ง่วงมาก มีฤทธิ์ anticholinergic effect (ปากแห้ง, ปัสสาวะคั่ง, cognitive decline) ไม่เหมาะกับผู้สูงอายุอย่างยิ่ง และไม่ควรใช้ในเด็กอายุต่ำกว่าสองปีถ้าไม่จำเป็น
📍ยาต้านฮีสตามีนช่วยอะไรในโรคหืดและภูมิแพ้?
• ช่วยให้ควบคุมหืดดีขึ้น เพราะคนที่เป็นโรคหืดมีจมูกอักเสบภูมิแพ้ร่วมได้ถึง 80% — หรือที่เรียกว่า “One airway, One disease” ดังนั้นการให้ยาตัวนี้ในผู้ป่วยโรคหืดที่มี โรคจมูกอักเสบภูมิแพ้จมูก (AR) ร่วมด้วย จึงช่วยทำให้ลดอาการน้ำมูก คันจมูก จาม ตาแดง ลดการไหลย้อนของน้ำมูกลงสู่หลอดลม แต่อย่างไรก็ตามยาต้านฮีสตามีนลดการอักเสบได้น้อยกว่ายาสเตียรอยด์พ่นจมูก จึงไม่เหมาะสำหรับคนที่มีอาการรุนแรง
• ช่วยลดผื่นคันจากลมพิษ แต่ไม่ค่อยได้ผลสำหรับผื่นคันอย่างอื่น เช่น eczema, dermatitis
• ช่วยลดอาการไอเรื้อรังจาก upper airway cough syndrome ที่เกิดจาก allergic rhinitis
📌เลือกยาต้านฮีสตามีนตัวไหนดี?
• แนะนำยารุ่นสอง (2nd-generation antihistamines) เช่น bilastine, fexofenadine, levocetirizine, desloratadine, loratadine, cetirizine ข้อดี ✓ ออกฤทธิ์นาน ✓ ไม่ง่วง ✓ ไม่มี anticholinergic effect ✓ ใช้ทุกวันได้ ✓ ใช้ได้ในเด็กและผู้สูงอายุ แต่ต้องดูข้อบ่งชี้การใช้ยาแต่ละตัว ได้แก่
🟦 Bilastine
• ผู้ใหญ่ / ≥12 ปี: 20 mg/day
• เด็ก 2–11 ปี: 10 mg/day
• ข้อดี: ไม่ผ่าน BBB ไม่ง่วง ไม่มี interaction, onset เร็ว ใช้ในคนไข้ที่มีปัญหาโรคไต โรคตับได้
ข้อควรระวัง: ควรทานตอนท้องว่างเพื่อการดูดซึมดีที่สุด
🟦 Fexofenadine
• ผู้ใหญ่ / ≥12 ปี: 120–180 mg/day
• เด็ก 6–11 ปี: 30 mg BID
• เด็ก 2–5 ปี: 30 mg/day (oral suspension)
ข้อดี: ปลอดภัย ไม่ง่วง ใช้นานได้
ข้อควรระวัง: หลีกเลี่ยงน้ำผลไม้ (ลด absorption ~30–40%)
🟦 Cetirizine
• ผู้ใหญ่ / ≥12 ปี: 10 mg/day
• เด็ก 6–11 ปี: 5–10 mg/day
• เด็ก 2–5 ปี: 2.5–5 mg/day
• เด็ก 6 เดือน–2 ปี: 2.5 mg/day
ข้อดี: ออกฤทธิ์เร็ว เหมาะใน AR + chronic urticaria
ข้อควรระวัง: อาจง่วงในบางราย โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หากเพิ่มขนาดยามีผลข้างเคียงมากขึ้น ขึงไม่เหมาะสำหรับ updosing
🟦 Levocetirizine
• อายุ 6 ปีขึ้นไป: 5 mg/day
• ข้อดี: potency สูงกว่า cetirizine
ข้อควรระวัง: อาจง่วงได้เล็กน้อย เพราะพัฒนามาจาก cetirizine
🟦 Loratadine
• ผู้ใหญ่ / ≥12 ปี: 10 mg/day
• เด็ก 6–11 ปี: 10 mg/day
• เด็ก 2–5 ปี: 5 mg/day
ข้อดี: ไม่ง่วง ใช้ในเด็กบ่อย
ข้อควรระวัง: ระวังในผู้ที่มีโรคตับ (ลด dose)
🟦 Desloratadine
• ผู้ใหญ่ / ≥12 ปี: 5 mg/day
• เด็ก 6–11 ปี: 2.5 mg/day
• เด็ก 1–5 ปี: 1.25 mg/day
• เด็ก 6–11 เดือน: 1 mg/day (syrup)
ข้อดี: ไม่ง่วง, long-acting, ทานพร้อมอาหารได้
📌ยารุ่นที่ 2 เหมาะกับใครที่สุด?
-เด็กทุกช่วงอายุที่มี AR / allergic symptoms
-ผู้ป่วยหืดที่มี อาการแพ้กำเริบ ไอ/จาม/เสมะไหลลงคอ
-ผู้สูงอายุ เด็ก (เพราะปลอดภัยกว่า 1st-gen)
-คนที่ต้องขับรถ ขับเครื่องบิน ทำงานที่ต้องการความปลอดภัยสูง ใช้เครื่องจักร
-ผู้ที่มีอาการเรื้อรังต้องใช้ยาทุกวัน
( Allergic rhinitis หรือ Chronic urticaria)
สรุปคือ การเลือกยาแก้แพั ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย โรคประจำตัว และอายุด้วยเสมอ
Ref: Thai CPG for Allergic Rhinitis 2022
#ยาแก้แพ้