16/08/2026
📍“คุณพ่อไตเหลือ 3% หมอบอกให้เจาะหน้าอกเพื่อฟอกไต ควรไปต่อหรือไม่ควร?”** 🫘
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
▪️ผมเห็นโพสต์นี้ในกลุ่ม ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง เลยอยากทำเป็นโพสต์อธิบายให้ชัดเจนครับ เชื่อว่าหลายๆท่านที่ติดตามเพจนี้มีทั้งบุคลากรการแพทย์ และประชาชนผู้ซึ่งใส่ใจสุขภาพ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ครับ 🙂
ลองทำความเข้าใจง่าย ๆ แบบนี้ครับ 👇
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
1️⃣ “ไตเหลือ 3%” หมายความว่าอะไร?
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
🔹คำว่า “เปอร์เซ็นต์ไต” ที่พูดกันทั่วไป ส่วนใหญ่มักหมายถึงค่า eGFR ซึ่งเป็นค่าที่ใช้ประเมินความสามารถในการกรองของไต
ดังนั้นถ้า “ไตเหลือ 3%” หมายถึง eGFR ประมาณ 3 จริง ก็แปลแบบง่าย ๆ ว่า
➡️ ความสามารถในการทำงานของไตเหลือน้อยมากแล้ว หากเป็นโรคไตเรื้อรัง จะอยู่ใน โรคไตเรื้อรังระยะที่ 5 (CKD stage 5)
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
2️⃣ “ถ้ายังไม่มีอาการ ต้องฟอกมั้ย?”💧
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
เพราะ ไม่มีอาการ ไม่ได้แปลว่าไตยังทำงานเพียงพอครับ
ไตไม่ได้มีหน้าที่แค่สร้างปัสสาวะ แต่ยังช่วย
💧 ขับน้ำและเกลือส่วนเกิน
⚡ ควบคุมโพแทสเซียม
🧪 รักษาสมดุลกรด–ด่าง
🚽 กำจัดของเสียออกจากร่างกาย
📍ผู้ป่วยที่ไตค่อย ๆ เสื่อมมานาน ร่างกายสามารถปรับตัวได้ จึงอาจยังเดินได้ กินข้าวได้ หรือปัสสาวะได้ แม้การทำงานของไตจะเหลือน้อยมากแล้ว
▪️ซึ่งแพทย์จะประเมินได้จากการตรวจเลือดครับ
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
3️⃣ แล้วแพทย์พิจารณาเริ่มฟอกไตเมื่อไร?
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ถ้า “ไตวาย” หรือ “ไตเสื่อมมาก” จนเกิดปัญหาที่รักษาด้วยวิธีอื่นไม่ได้ เช่น
💧 น้ำเกินหรือน้ำท่วมปอด
⚡ โพแทสเซียมสูง
🧪 เลือดเป็นกรด
🤢 มีอาการจากของเสียคั่ง
ก็อาจจำเป็นต้องเริ่มฟอกไตได้
แต่คำถามคือ ถ้ายังไม่มีอาการเหล่านี้เลย ต้องรอไปเรื่อย ๆ จนเกิดอาการหรือไม่?
คำตอบคือ ไม่เสมอไปครับ
▪️หากเป็น โรคไตเรื้อรังระยะที่ 5 ที่แพทย์ประเมินแล้วว่าไม่ได้เกิดจากภาวะไตแย่ลงชั่วคราว เมื่อค่า ➡️ eGFR ตั้งแต่ 6 mL/min/1.73 m² ลงมา
🔑ก็อยู่ในระดับที่ ควรพิจารณาเริ่มการบำบัดทดแทนไต แม้ยังไม่มีอาการรุนแรง
🔹เหตุผลคือ เมื่อไตทำงานเหลือน้อยมาก ความสามารถสำรองของไตก็เหลือน้อยมากตามไปด้วย
📌 จึงไม่จำเป็นต้องรอจนเกิดน้ำท่วมปอด โพแทสเซียมสูง ของเสียคั่ง หรืออาการรุนแรง แล้วจึงค่อยเริ่มฟอกไตแบบฉุกเฉิน
🎯 เป้าหมายคือเริ่มการรักษาในช่วงเวลาที่เหมาะสม “ไม่ใช่รอจนเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง”แล้วต้องมา“ฟอกแบบฉุกเฉิน” ครับ
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
5️⃣ แล้ว “เจาะหน้าอกเพื่อฟอกไต” คืออะไร? 😰
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
📌จากคำถามนี้ น่าจะหมายถึงการใส่สายฟอกเลือดที่เรียกว่า Permcath (Permanent Catheter)
❌ไม่ได้หมายถึงการเจาะเข้าไปในหัวใจหรือปอดครับ
➡️ แต่เป็นการใส่สายเข้า หลอดเลือดดำขนาดใหญ่ โดยสายส่วนหนึ่งจะลอดใต้ผิวหนังและออกมาบริเวณหน้าอก เพื่อใช้เป็นทางนำเลือดเข้า–ออกจากเครื่องฟอกไต 🩸
▪️หรือบางเคสต้องฟอกฉุกเฉินมากๆ แพทย์จะใส่ “สายฟอกเลือดชั่วคราว” (DLC) ที่บริเวณคอเบื้องต้นก่อนครับ
✅ ข้อดีคือ สามารถใช้ฟอกเลือดได้เร็ว
📍แต่หากต้องฟอกเลือดระยะยาว แพทย์อาจพิจารณาทำ “เส้นฟอกไตที่แขน” (AV fistula หรือ AV graft) ตามความเหมาะสม เพราะการใช้สาย Permcath ระยะยาวมีความเสี่ยงเรื่องการติดเชื้อ สายอุดตัน และปัญหาของหลอดเลือดได้
(แต่ในบางรายที่ไม่สามารถทำเส้นฟอกไตที่แขนได้ เช่น มีปัญหาหลอดเลือด ปัญหาหัวใจบางชนิด
➡️ แพทย์อาจจำเป็นต้องใช้ Perm ในการฟอกระยะยาว)
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
6️⃣ ถึงเกณฑ์ฟอก ไม่ได้แปลว่าทุกคนต้องเลือกฟอกเหมือนกัน 🩺
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ในผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะผู้สูงอายุมาก 👴 มีความเปราะบาง ช่วยเหลือตัวเองได้น้อย หรือมีโรคร้ายแรงอื่นร่วมด้วย
➡️ ประโยชน์ที่จะได้รับจากการฟอกไตอาจไม่มากเท่ากับผู้ป่วยทั่วไป
ขณะเดียวกัน การฟอกไตก็มี “ภาระของการรักษา” เช่น
🩸 การใส่สายหรือทำเส้นฟอกไต
🏥 การเดินทางมาฟอกเป็นประจำ
💉 การทำหัตถการและการรักษาต่าง ๆ
🦠 ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือภาวะแทรกซ้อน
🛏️ รวมถึงการเข้าโรงพยาบาลที่อาจเกิดขึ้น
ดังนั้นต้องชั่งให้ดีระหว่าง
➡️ “ประโยชน์ที่จะได้รับจากการฟอก” กับ
➡️ “ภาระจากการรักษาที่ผู้ป่วยต้องเผชิญ”
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
7️⃣ แล้วถ้าตัดสินใจ “ไม่ฟอกไต” ได้ไหม? 🫘
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ได้ในผู้ป่วยบางรายครับ
มีแนวทางที่เรียกว่า
➡️ การดูแลโรคไตระยะสุดท้ายโดยไม่ฟอกไต (Conservative Kidney Management; CKM) ❤️
แต่สิ่งสำคัญคือ
“ไม่ฟอก” ≠ “ไม่รักษา” ❌
ทีมรักษายังคงดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง เช่น
💧 ควบคุมอาการบวมและน้ำเกิน
🤢 ดูแลคลื่นไส้ เบื่ออาหาร หรืออาการไม่สุขสบาย
💊 ใช้ยาและปรับอาหารตามความเหมาะสม
🩸 ดูแลภาวะซีดและปัญหาต่าง ๆ จากโรคไต
🫶 ดูแลอาการ ความสบาย และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย
เพียงแต่ ไม่ได้ใช้การฟอกไตเข้ามาทดแทนการทำงานของไต
เป้าหมายของการรักษาจึงเน้นว่า
“ทำอย่างไรให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่เหมาะสมกับสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุด”
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
8️⃣ แต่ถ้าเลือกไม่ฟอก ต้องเข้าใจด้วยว่าจะเกิดอะไรขึ้น ⚠️
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
เรื่องนี้ควรพูดกันอย่างตรงไปตรงมาครับ
ถ้าเป็นโรคไตระยะสุดท้ายที่ไม่สามารถฟื้นกลับได้ 🫘 การเลือกไม่ฟอกไต
❌ ไม่ได้ทำให้โรคไตหยุดดำเนินต่อ
เมื่อไตทำงานลดลงเรื่อย ๆ ร่างกายอาจเริ่มควบคุม
น้ำ เกลือแร่ กรด–ด่าง ของเสีย ได้ไม่เพียงพอ
ผู้ป่วยจึงอาจ “มีอาการจากไตวายมากขึ้น” และในที่สุด โรคไตระยะสุดท้ายสามารถนำไปสู่ “การเสียชีวิต”ได้
ดังนั้นหากกำลังพิจารณาเลือกไม่ฟอก ควรถามให้ชัดว่า
➡️ ผู้ป่วยเข้าใจสิ่งที่จะเกิดขึ้นหรือไม่?
➡️ ครอบครัวเข้าใจและยอมรับผลที่อาจตามมาได้หรือไม่? 👨👩👧👦
➡️ ทีมรักษาจะช่วยดูแลอาการและคุณภาพชีวิตอย่างไรต่อไป? ❤️
การเลือกไม่ฟอกจึงควรเป็น การตัดสินใจหลังจากเข้าใจทั้งประโยชน์ ข้อเสีย และสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
ไม่ใช่ตัดสินใจเพียงเพราะ กลัวการใส่สายที่หน้าอกหรือกลัวการฟอกไต
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
9️⃣ แล้วกรณีนี้ควรทำอย่างไรดีที่สุด? 👨⚕️
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ยังไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าทางเลือกไหนดีที่สุดสำหรับคุณพ่อครับ
เพราะเรายังไม่รู้รายละเอียดสำคัญ เช่น
👴 อายุและความแข็งแรงของคุณพ่อ
🩺 โรคประจำตัวและโรคร้ายแรงอื่น ๆ
🧪 ผลเลือดและภาวะแทรกซ้อนจากไต
🚶 ความสามารถในการช่วยเหลือตัวเอง
📈 แนวโน้มการทำงานของไต
❤️ รวมถึงความต้องการและเป้าหมายชีวิตของคุณพ่อเอง
ดังนั้นสิ่งที่ดีที่สุดคือ
➡️ พูดคุยกับอายุรแพทย์โรคไตที่ดูแลคุณพ่อโดยตรงครับ 👨⚕️
ลองถามให้ชัดว่า
🩸 “ถ้าฟอกไต คุณพ่อคาดว่าจะได้ประโยชน์อะไร?”
⚠️ “มีความเสี่ยงอะไรจากการฟอกบ้าง?”
🔄 “ทำไมจึงเลือกฟอกเลือดและใส่ Permcath มีวิธีอื่นที่เหมาะสมกว่าหรือไม่?”
และถ้ากำลังคิดว่า “ไม่ฟอกได้ไหม?”
“ถ้าเลือกไม่ฟอก โรคจะเป็นอย่างไรต่อไป?”
👨👩👧👦 “ผู้ป่วยและครอบครัวเข้าใจและยอมรับผลที่อาจเกิดขึ้นจากการเลือกไม่ฟอกได้หรือไม่?”
📍 คนที่ควรร่วมกันหาคำตอบนี้ คือ ตัวผู้ป่วย ครอบครัว และอายุรแพทย์โรคไตที่ดูแล ซึ่งรู้รายละเอียดของผู้ป่วยดีที่สุดครับ 🫘
:::
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
#ฟอกไต