18/05/2026
PCOS เปลี่ยนชื่อเป็น PMOS (Polyendocrine Metabolic Ovarian Syndrome) แล้วค่ะ
เพราะโรคนี้ไม่ใช่แค่ “ #ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ แต่เป็นภาวะที่เกี่ยวข้องหลายระบบ โดยเฉพาะฮอร์โมน อินซูลิน ระบบเผาผลาญ น้ำหนักตัว ผิวหนัง อารมณ์ สุขภาพจิต รวมถึงความเสี่ยงโรคเมตาบอลิกและหัวใจในระยะยาวค่ะ
สรุปกลไกกลุ่มอาการรังไข่และเมตาบอลิซึมผิดปกติ (PMOS)
หรือชื่อเดิมคือ PCOS
บทความยาวนะคะ แต่ถ้าอ่านจะเข้าใจตั้งแต่
รอบเดือนปกติ ยันตัวโรคเลย
⚠️เวอร์ชันสรุปใน comment นะคะ⚠️
ก่อนจะไปถึงเรื่องการเปลี่ยนชื่อ ขอเรียก PCOS แบบเดิมไปก่อน เพราะคนไข้ที่เป็นเรียกชินกันไปหมดแล้ว แต่ถ้าอ่านจบจะทราบเลยว่า ทำไมเขาถึงเปลี่ยนชื่อ
PCOS จัดเป็นโรคที่อยู่คู่กับแผนกนรีเวชเลย ซึ่งมาด้วยสามอาการหลักที่เป็น Hallmark เลย คือ
☑️ ประจำเดือนมาห่างเกิน (Oligomenorrhea): จากกลไกที่พัฒนาไข่เจ๊งได้ง่าย
☑️ มีอาการและอาการแสดงของฮอร์โมนเพศชายสูง เช่น มีหนวดเคราขึ้นจางๆ มีขนบางตำแหน่งเพิ่มขึ้น เสียงทุ้มขึ้น: จากกลไกเซลล์พี่เลี้ยง theca อาละวาดมากเกิน
☑️ มีเมตาบอลิซึมผิดปกติ บางคนอยู่ในภาวะอ้วน: ทำให้มีภาวะดื้ออินซูลิน อินซูลินหลั่งมากเกิน ยิงใส่รังไข่ทุกวัน ซึ่งจะพูดต่อไปว่าเป็นชนวนเหตุ
_________
[ สรุปรอบเดือนปกติ ]
ก่อนจะไปเข้าใจโรคซับซ้อนอย่าง PCOS
เอาเรื่องง่ายๆ อย่างสรีรวิทยาของไข่ในรังไข่ก่อน
ไม่งั้นอ่านโรคแล้วจะเหมือนทุกอย่างเสกออกมาเอง
1. เวลาเราพูดคำว่า ‘ไข่’ (Follicle) 1 ฟอง เราจะหมายถึงทั้ง
ตัวเซลล์ไข่จริงๆ (oocyte) และเซลล์พี่เลี้ยง (Follicular cell)
ซึ่งตัวที่สำคัญในโรค PCOS มากๆ คือพวกพี่เลี้ยง
2. เซลล์พี่เลี้ยงจะแบ่งเป็นสองกลุ่ม
- กลุ่มนอกชื่อ Theca cell
- กลุ่มในชื่อ Granulosa cell
ซึ่งชื่อโคตรยาว ต่อไปจะเรียกย่อว่า พี่The กับพี่Gra
3. ในช่วงครึ่งรอบเดือนแรก
สมองส่วน Hypothalamus จะเปิดโครงการ
‘รอบเดือนในเดือนนี้’ (HPO-axis) สั่งต่อมใต้สมอง
ด้วยฮอร์โมน GnRH ให้ต่อมใต้สมองสร้าง
อีก 2 ฮอร์โมนคือ LH กับ FSH
4. FSH=ฮอร์โมนแห่งการปลุกไข่
ไข่ที่หลับใหลในรังไข่ จะปลุกเรียกขึ้นมาหลายฟอง
(ไม่ใช่ฟองเดียวนะคะ) จากนั้นก็แข่งกันโต
เปิด tournament เหมือน squid game
5. ระหว่างแข่งเหล่าพี่เลี้ยงจะโดนสองฮอร์โมนสั่ง
- LH สั่งพี่The ให้สร้างฮอร์โมนเพศชาย (Androgen) ไม่ได้เอาให้เราใช้นะคะ แต่เพื่อเป็นสารตั้งต้นให้สร้างฮอร์โมนเพศหญิง
- FSH สั่งพี่Gra ให้รับ Androgen เข้ามา แล้วแปลงเป็น Estrogen อันนี้แหละ ที่ ผญ ใช้กัน
6. ยิ่งเวลาผ่านไป FSH จะยิ่งลดลง ทำให้บรรดาไข่ผู้เข้าแข่งขัน ทนไม่ไหว ตกรอบไป เหลือผู้ชนะฟองเดียว ฟองนี้จะสร้าง estrogen จำนวนมหาศาล จนถึงจุดที่สมองบอกว่า ถึงเวลาละ
7. สมองก็เปิดโหมดระดมยิง GnRH ถี่มาก ป้าบๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ต่อมใต้สมองก็ตกใจ ระเบิ-ด ฮอร์โมน LH ออกไปพุ่งแรงมาก
ซึ่งจุดนี้แหละ ทำให้
- ตกไข่: คือตัวเซลล์ไข่ (และพี่เลี้ยงบางส่วน) หลุดออกไปประจำการที่ปีกมดลูก
- พี่เลี้ยงที่ไม่ได้ตกตามไปด้วย แปลงขั้นสุดยอด กลายเป็นร่างใหม่ชื่อ ลูเตียล (Luteal cells) เรียกอาณาจักรใหม่ของพี่เลี้ยงว่าคอร์ปัสลูเทียม (Corpus luteum)
- ทำให้เซลล์ไข่แบ่งตัวต่อจากระยะหลับใหล (Prophase I) กลายเป็นระยะพร้อมปฏิสนธิ (Metaphase II)
8. ครึ่งเดือนหลังตกไข่
ที่ปีกมดลูก= เซลล์ไข่ไปรอปฏิสนธิ
ที่รังไข่=อาณาจักรคอร์ปัสลูเทียม สร้าง 2 มหาฮอร์โมนเพศหญิงคือ estrogen และ progesterone ซึ่งฮอร์โมนตัวหลังนี่แหละ เตรียมมดลูกให้พร้อมสำหรับการฝังตัว
9. รอแล้วรอเล่า (ประมาณ 14 วัน)
ไม่มีสัญญาณการฝังตัวของตัวอ่อนซักที
คอร์ปัสลูเทียมจะกดสวิตซ์ บูม ทำลายตัวเอง
ทำให้ฮอร์โมนเพศหญิงทั้ง 2 drop อย่างไว
และทำให้ผนังมดลูกที่เตรียมมาหลุดลอกเป็นประจำเดือนนั่นเอง
และนี่คือรอบเดือนของผู้หญิงแบบพวกเราค่ะ
ก่อนจะไปถึงตัวโรค ขอสรุปไอเดียสั้นๆ ที่จำเป็นก่อนนะคะ
▪️ฮอร์โมน LH นอกจากตกไข่แล้ว มันเป็นตัวสั่งให้พี่ The สร้าง androgen จำตรงนี้ไว้ดีๆ นะคะ
▪️การจะมีประจำเดือนได้ ต้องเกิดครบสูตร คัดไข่ ตกไข่ ผนังมดหนาตัว ถึงจะมีอะไรให้ลอกออกมา
___________
[ กลไกการกำเนิด PCOS ]
PCOS เป็นโรคที่ยังตัดสินไม่ได้ใจชัดเจนว่าจุดเริ่มแรกอยู่ไหน ปัจจุบันก็เชื่อว่า ต้องมีหลายอย่างพร้อมกัน และเกิดหลายจุดพร้อมกันนั่นแหละค่ะ
1️⃣ เมตาบอลิซึมพังก่อน (Metabolic-first model)
หลักการคือ: หากกินเยอะ/ออกกำลังกายน้อย ⮕ สะสมไขมันส่วนเกินมากเกินไป ⮕ เซลล์ไขมันจะเบียดจนเครียด ⮕ เริ่มหลั่งสารก่ออักเสบไปทั่ว
ยิ่งไขมันในช่องท้อง (VAT) ยิ่งหลั่งเยอะ
ซึ่งสารพวกนี้ที่จะทำให้ตับและกล้ามเนื้อ ดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลิน
ผลคือเวลามีน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น กล้ามเนื้อก็สูบไปใช้ยาก
แถมตับยังสร้างน้ำตาลเองเพิ่มขึ้นอีก
ซึ่งจุดนี้ตับอ่อนไม่ยอมค่ะ ตับอ่อนจะพยายามหลั่งอินซูลิน
มากขึ้น มากขึ้น (Hyperinsulinemia) เพื่อพยายาม
กดน้ำตาลให้กลับสู่ปกติให้ได้ ซึ่งหลายครั้งก็ทำได้นะคะ
ปัญหาสำคัญคือ ‘อวัยวะที่ไม่ได้ดื้ออินซูลิน’ ซวยค่ะ
เช่น รังไข่
รังไข่จะโดนอินซูลินที่มหาศาลนี้ ยิงอัดทุกวัน
ซึ่งเซลล์พี่เลี้ยง พี่The โดนหนักมาก
ผลคือทำให้เซลล์มีการเปลี่ยนแปลง
ตอบสนองต่อฮอร์โมน LH มากขึ้น
กลายเป็นว่า LH ไม่ต้องสูง พี่The ก็คลั่งแล้วจ้า
ระดมสร้างฮอร์โมนเพศชาย androgen
จนอีกเซลล์ (พี่Gra) เอาไปเปลี่ยนเป็น estrogen ไม่ทัน
และนี่คือจุดที่ทำให้ androgen สูง
แต่ปัญหาคือ
- หญิงที่มีภาวะอ้วนทุกคนก็ไม่ได้เป็น PCOS
- หญิงบางคนไม่ได้อ้วนเลย (แต่อาจจะ TOFI)
2️⃣ ระบบสั่งการระดับสมองมั่วก่อน (Neuroendocrine-first model)
จำได้ใช่มั้ยคะว่าสมอง hypothalamus เป็นผู้จัดการแข่งขันเลือกไข่ โดยหลั่งฮอร์โมนชื่อ GnRH มาสั่งต่อมใต้สมองให้หลั่ง FSH, LH ต่อ
นั่นแหละค่ะ ผู้จัดนี่แหละ หากมีการหลั่ง
GnRH ถี่ยิบๆๆๆๆ ตั้งแต่แรกเลย จะทำให้ฮอร์โมน
LH สูงนำกว่า FSH มากๆ
และอย่างที่บอกไป LH สั่งพี่The, FSH สั่งพี่Gra
การสั่งเลยไม่ได้สมดุล พี่The สร้าง androgen
จน พี่Gra เปลี่ยนเป็น estrogen ไม่ทัน จน androgen เกินในที่สุด
3️⃣ รังไข่นี่แหละเริ่มก่อนเลย (Intrinsic ovarian defect model)
อาจจะมาตั้งแต่พันธุกรรม
หรือการกิน/ชีวิตต่างๆ ในช่วงวัยเด็ก
จนมีการเปลี่ยนแปลงระดับ DNA (Epigenesics)
จนสุดท้าย รังไข่สร้างไข่แต่ละฟอง
ที่ตอบสนองต่อ LH มากเกินไป, หรือมีการสร้าง
เหล่า ‘เครื่องมือสร้างฮอร์โมน’ (Steroidogenesis enzyme)
มากเกินไป
จนทำให้แม้ LH มาปกติ แม้ไม่ได้อ้วน
ก็สามารถทำให้ พี่The ที่ตอบสนอง LH มากเกิน
ระดมสร้าง androgen มารุนแรงมาก
ปัจจุบันก็เชื่อว่า คนที่เป็นมักจะมีหลายข้อร่วมกันนั่นแหละ
เช่น มีรังไข่ผิดปกติด้วย พอร่วมกับมีเมตาบอลิซึมผิดปกติ มีดื้ออินซูลิน ก็ยิ่งร่วมกันทำให้ LH ยิ่งสูง ยิ่งระดมสร้าง androgen จำนวนมาก
แถม androgen ที่สูงมาก นี้ยังไปรบกวนสมองผู้จัดการแข่ง ทำให้เร่งกลไกที่ 2 คือระดมยิง GnRH ไวๆๆๆๆ จน LH สูงจริงเลยทีนี้ พี่The ก็ยิ่งสร้าง androgen
เพราะสุดท้ายแล้วมันจะสร้าง loop นรกคือ
☑️ Androgen ทะยานสูง ไปป่วนสมอง
☑️ สมองระดม GnRH สูงๆๆๆ ยิ่งเพิ่ม LH ยิ่งเพิ่ม Androgen
☑️ หากมีอินซูลินสูงก็ยิ่งปั่นให้รังไข่สร้าง Androgen
☑️ Androgen ไปทำให้ขนขึ้นเยอะ เสียงทุ้ม
สุดท้าย หญิงในสภาพที่ Androgen สูง, FSH สูงตาม LH ไม่ทัน
แวดล้อมรังไข่จะแย่มาก จัดการแข่งได้ไม่ดี
สุดท้ายไข่ที่เลือกมาโตไม่เต็มที่ แต่… ก็ไม่ตๅยด้วยนะ
อยู่ค้างเป็นฟองๆ ต่อไป ถ้าสะสมน้ำมากขึ้นเรื่อยๆ จะขยายเป็นถุงน้ำได้ (Cyst) แต่ไม่ใช่ทุกฟอง และส่วนใหญ่ไม่พบ
ทำให้สุดท้ายไข่ไม่ตก ไม่เกิดวัฎจักรรอบเดือน รอบเดือนนั้นก็ไม่มีประจำเดือน แต่บางเดือนก็ตกได้ ก็เกิดรอบเดือน เลยทำให้ประจำเดือนมาห่าง
___________
[ ทำไมถึงเปลี่ยนชื่อ PCOS เป็น PMOS ]
ถ้าอ่านกลไกข้างบนเข้าใจจะพบว่าจริงๆ แล้ว
มันเป็นปฏิสัมพันธ์แบบซับซ้อนกันระหว่าง
✔️ เมตาบอลิซึมที่ผิดปกติ: มีภาวะเนื้อเยื่อไขมันหลั่งสารผิด, มีดื้ออินซูลิน
✔️ มีระบบฮอร์โมนผิดปกติหลายตัว: อินซูลิน, androgen, LH, GnRH
✔️ มีรังไข่ตอบสนองต่อ LH ผิดปกติจนระเบิ-ด androgen ออกมา
ถึงแม้จะมีกลไกที่ไข่หลายฟองสะสมในรังไข่
แต่ก็มีน้อยฟองที่จะโตต่อ สะสมน้ำต่อเป็นถุงน้ำ
ดังนั้นจึงเป็นที่มาว่า การไปเรียกถุงน้ำรังไข่หลายฟอง (PCOS)
มันไม่ make sense เลย หลายคนไป ultrasound ก็ไม่พบอะไรในรังไข่เลย ถึงแม้อาจจะมี follicles ที่ไม่ตกเล็กๆ สะสมอยู่ก็ตาม แต่มันไม่ได้รวมกันเป็นพยาธิสภาพแบบถุงน้ำไง ซึ่งทำให้เข้าใจผิดระหว่างโรคถุงน้ำจริงๆ มากมาย เช่น ช็อกโกแล๊ตซีส, คอร์ปัสลูเทียมซีส
และถ้าดูจากแผนผังการเกิดโรค
นี่มันภาวะทางต่อมไร้ท่อชัดๆ ประสานกันแบบกว้างๆ
ฮอร์โมนผิดปกติหลายตัว และมีรังไข่เป็นหนึ่งในตัวละคร
จึงทำให้สุดท้าย มีการเปลี่ยนชื่อเป็น
กลุ่มอาการรังไข่และเมตาบอลิซึมผิดปกติ
(Polyendocrine metabolic ovarian syndrome: PMOS)
- เพื่อให้นิยามตรงที่สุดทั้งเรื่องเมตาบอลิซึม - ฮอร์โมน - รังไข่
- เพิ่มความตระหนักทั้งประชาชนและแพทย์ด้วย พูดในมุมหมอคือ มันไม่ได้อยู่แค่ในศาสตร์นรีเวชวิทยาละ มันคลุมไปถึงต่อมไร้ท่อ (Endocrinology) หลายเคสที่เรื่องทาง metabolism เป็นหนักๆ ก็ต้อง consult หมอ endocrine มาดู
- เพื่อไม่ให้คนไข้เข้าใจทำนองว่า เรามีถุงน้ำจริงๆ แบบคนอื่นที่เป็นโรคถุงน้ำอื่น แล้วคือโรคถุงน้ำอื่น บางโรคต้องผ่าออกไง ซึ่งใน PMOS ไม่ได้ทำแบบนั้น (ยกเว้นมีข้อบ่งชี้)
การรักษาจึงครอบคลุมการดูแลทั้ง
เมตาบอลิซึม ทั้งฮอร์โมน และตัวรังไข่เอง
เพื่อตัดต้นตอทั้งหมด ตั้งแต่
✅ ควบคุมน้ำหนัก: ออกกำลังกาย ปรับการกิน เพื่อตัดวงจรดื้ออินซูลิน/อินซูลินหลั่งเยอะที่ไประดมยิงใส่รังไข่
✅ หากการดื้ออินซูลินรุนแรงมาก อาจต้องให้เริ่มยาเลย เช่น Metformin, GLP-1RA
✅ หากมีอาการ androgen เกินเด่นมาก แพทย์ให้ยากด androgen ได้ เช่น ยาฮอร์โมน เช่น ยาคุมกำเนิด แต่ไม่ได้ให้เพื่อคุมกำเนิดนะ
✅ หากคนไข้ต้องการมีบุตร ก็สามารถปรึกษาเพื่อใช้วิธีช่วยมีบุตรได้เพราะปัญหาของ PMOS คือทำให้มีบุตรยากด้วย เพราะไข่ไม่ค่อยตก
✅ รักษาโรคร่วมแบบเป็นองค์รวม เพราะ PMOS เพิ่มความเสี่ยงหลายโรคตามมา โดยเฉพาะกลุ่มจิตเวช ซึมเศร้า/วิตกกังวล และกลุ่มที่สัมพันธ์กับภาวะอ้วน เช่น การนอนหลับยาก/นอนกรนรุนแรง
ดังนั้นผู้ที่เป็น PMOS ตรวจติดตามแพทย์เสมอ
ดูแลปรับพฤติกรรมตัวเอง เพื่อตัดวงจรกลไกทั้งหมด
และทุกอย่างจะกลับมาปกติค่ะ
ป.ล. ตำราที่อ้างอิงคือ Berek & Novak's Gynecology นะคะ แม้ ed ล่าสุดยังไม่เปลี่ยนชื่อ แต่กลไกก็อัพเดตแล้วค่ะ ร่วมกับ review article ใน pubmed ค่ะ