02/08/2026
ช่วงนี้ จะรีวิวความรู้วิชาการเรื่องยามะเร็งใหม่ๆ หรือ อาหารทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยมะเร็ง ก็จะลำบากอยู่นะคะ เดี๋ยวจะกลายเป็นโฆษณาไป
"เลขาฯ แพทยสภา" เตือนแพทย์ระวังบรรยายผลิตภัณฑ์สุขภาพ เสี่ยงเข้าข่ายโฆษณา หลัง อย. ออกเกณฑ์ใหม่
---------------------------------------
เลขาธิการแพทยสภา สรุปข้อควรระวังหลัง อย. ออกหลักเกณฑ์โฆษณาอาหาร พ.ศ. 2569 ย้ำแพทย์สามารถให้ความรู้ทางวิชาการได้ แต่ต้องไม่ให้ชื่อ ภาพ หรือความน่าเชื่อถือของวิชาชีพถูกนำไปใช้รับรองหรือส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ เสี่ยงถูกร้องเรียนทั้งต่อ อย. และแพทยสภา
เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2569 พล.อ.อ.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา โพสต์เฟชบุ๊ก ว่า "แพทย์บรรยายวิชาการเกี่ยวกับอาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ต้องระวังอะไรบ้าง? " เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้เผยแพร่ ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง หลักเกณฑ์การโฆษณาอาหาร พ.ศ. 2569 ในราชกิจจานุเบกษา
ประกาศฉบับนี้พร้อมบัญชีข้อความและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง มีเนื้อหารวมประมาณ 30 หน้า ครอบคลุมรายละเอียดเกี่ยวกับข้อความ ภาพ เสียง คำกล่าวอ้างทางสุขภาพ การนำเสนอข้อมูลวิชาการ ตลอดจนรูปแบบการโฆษณาอาหารในสื่อต่าง ๆ
ผมเห็นว่าประกาศฉบับนี้มีความสำคัญต่อเพื่อนแพทย์ โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับเชิญให้บรรยาย ให้สัมภาษณ์ ร่วมเสวนา ถ่ายทอดสด จัดทำคลิป หรือให้ข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับอาหาร โภชนาการ อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์สุขภาพ จึงขอสรุปข้อควรระวังไว้ดังนี้
1. ต้องแยก “การให้ความรู้ทางวิชาการ” ออกจาก “การส่งเสริมการขาย” ให้ชัดเจน
แพทย์สามารถให้ความรู้ทางวิชาการเกี่ยวกับอาหาร โภชนาการ และสุขภาพได้ แต่ควรตรวจสอบว่าใครเป็นผู้จัด ใครเป็นผู้สนับสนุน และกิจกรรมนั้นมีวัตถุประสงค์อย่างไร หากมีการแสดงชื่อสินค้า โลโก้ ราคา โปรโมชั่น รหัสส่วนลด ช่องทางสั่งซื้อ หรือตัวแทนจำหน่ายร่วมอยู่ด้วย การบรรยายทางวิชาการอาจถูกนำไปประกอบการส่งเสริมการขายได้
แม้เนื้อหาที่แพทย์บรรยายจะถูกต้อง แต่เมื่อถูกนำไปวางรวมกับองค์ประกอบทางการค้า ความหมายโดยรวมอาจเปลี่ยนจากการให้ความรู้เป็นการโฆษณาอาหาร (อ้างอิง: ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง หลักเกณฑ์การโฆษณาอาหาร พ.ศ. 2569 ข้อ 3 และข้อ 7)
2. ไม่ควรกล่าวว่าอาหารหรืออาหารเสริมสามารถรักษาโรคได้
อาหารและอาหารเสริมมิใช่ยา แพทย์จึงควรหลีกเลี่ยงข้อความที่ทำให้ประชาชนเข้าใจว่า ผลิตภัณฑ์สามารถบำบัด บรรเทา รักษา หรือป้องกันโรคได้ เว้นแต่เป็นข้อความที่กฎหมายอนุญาตโดยเฉพาะและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
ตัวอย่างข้อความที่ควรระมัดระวัง ได้แก่
“รักษาเบาหวาน”
“ลดความดันโลหิต”
“ลดไขมันในเลือด”
“ฟื้นฟูตับหรือไต”
“ป้องกันโรคหัวใจ”
“ฆ่าเซลล์มะเร็ง”
“รับประทานแล้วไม่ต้องใช้ยา”
แม้จะเติมคำว่า “ช่วย” “อาจช่วย” หรือ “มีส่วนช่วย” ก็ต้องพิจารณาความหมายโดยรวม หากเนื้อหายังทำให้ประชาชนเข้าใจว่าสามารถใช้ผลิตภัณฑ์แทนการรักษาพยาบาลได้ ก็อาจมีปัญหาได้เช่นกัน
(อ้างอิง: ประกาศฯ ข้อ 4 ข้อ 5 และบัญชีข้อความท้ายประกาศ)
3. ไม่ควรรับรองผลลัพธ์อย่างแน่นอนหรือใช้ถ้อยคำโอ้อวด
ควรหลีกเลี่ยงถ้อยคำ เช่น
“เห็นผลแน่นอน”
“ได้ผลทุกคน”
“ปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์”
“ไม่มีผลข้างเคียง”
“ดีที่สุด”
“หายขาด”
“รับประกันผล”
ผลลัพธ์และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อาจแตกต่างกันตามอายุ โรคประจำตัว ยาที่ใช้ ภาวะสุขภาพ และปัจจัยเฉพาะบุคคล จึงไม่ควรกล่าวรับรองผลโดยไม่มีเงื่อนไขหรือทำให้ประชาชนคาดหวังเกินความเป็นจริง
(อ้างอิง: ประกาศฯ ข้อ 4 ข้อ 5 และบัญชีข้อความท้ายประกาศ)
4. ระวังการใช้ความเป็นแพทย์เป็นเครื่องรับรองผลิตภัณฑ์
ชื่อ ภาพถ่าย เสียง ตำแหน่งทางวิชาการ สถานที่ทำงาน เครื่องแบบ หรือเสื้อกาวน์ของแพทย์ มีผลต่อความเชื่อถือของประชาชน แพทย์จึงควรระมัดระวังมิให้สิ่งเหล่านี้ถูกนำไปจัดวางในลักษณะที่ทำให้ประชาชนเข้าใจว่า
“แพทย์แนะนำ”
“แพทย์รับรอง”
“ผู้เชี่ยวชาญยืนยัน”
“ผ่านการรับรองทางการแพทย์”
แม้แพทย์จะมิได้กล่าวรับรองผลิตภัณฑ์โดยตรง แต่หากภาพหรือคำพูดถูกนำไปวางคู่กับสินค้า โปรโมชั่น หรือลิงก์สั่งซื้อ ก็อาจทำให้ประชาชนเข้าใจไปในทางนั้นได้
(อ้างอิง: ประกาศฯ ข้อ 4–7)
5. ต้องตรวจสอบการอ้างงานวิจัยให้ตรงกับผลิตภัณฑ์จริง
การมีงานวิจัยเกี่ยวกับสารอาหารหรือสารสกัดชนิดหนึ่ง มิได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์ทุกยี่ห้อที่มีสารชนิดนั้นจะให้ผลเช่นเดียวกัน ต้องพิจารณาว่า งานวิจัยทำในมนุษย์ สัตว์ทดลอง หรือในห้องทดลอง ปริมาณสารที่ใช้ตรงกับผลิตภัณฑ์หรือไม่ สูตรและกระบวนการผลิตเหมือนกันหรือไม่ กลุ่มตัวอย่างเป็นใคร
มีข้อจำกัดของการศึกษาอย่างไร
ไม่ควรนำผลการศึกษาจากสารสกัดในขนาดสูง หรือการศึกษาในหลอดทดลอง มาอธิบายให้ประชาชนเข้าใจว่าผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่จำหน่ายจะให้ผลเช่นเดียวกันในมนุษย์ (อ้างอิง: ประกาศฯ ข้อ 4 ข้อ 5 และข้อ 7)
6. คำว่า “มีงานวิจัยรับรอง” ต้องมีรายละเอียดและตรวจสอบได้
ควรหลีกเลี่ยงคำกล่าวกว้าง ๆ เช่น
“มีงานวิจัยรับรอง”
“พิสูจน์แล้วว่าได้ผล”
“ผ่านการวิจัยทางการแพทย์”
“แพทย์ทั่วโลกยอมรับ”
หากไม่มีการระบุแหล่งข้อมูล วิธีการศึกษา ผลการศึกษา และข้อจำกัดอย่างเหมาะสม การให้ข้อมูลทางวิชาการควรนำเสนอทั้งประโยชน์ ข้อจำกัด และข้อควรระวัง มิใช่เลือกเฉพาะผลการศึกษาด้านบวกเพื่อสนับสนุนการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ (อ้างอิง: ประกาศฯ ข้อ 7 ว่าด้วยการให้ข้อมูลทางวิชาการ)
อ่านข่าวในคอมเมนต์
#ผลิตภัณฑ์สุขภาพ #แพทยสภา #หมออิทธพร #หมอควรรู้ #สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา #หลักเกณฑ์การโฆษณาอาหาร #ราชกิจจานุเบกษา #ข่าวสาธารณสุข