คลินิกมะเร็งหมอนภาวรรณ เชียงใหม่

คลินิกมะเร็งหมอนภาวรรณ เชียงใหม่ คลินิกมะเร็งหมอนภาวรรณ เปิดให้บริการวันอาทิตย์ 13.00-16.00 ที่ M Square polyclinic(ถ.วัวลาย)

กรุณาติดต่อนัดคิวตรวจก่อนนะคะ

🌸 มะเร็งเข้าใจง่าย จากหมอนภาวรรณ 🌸🎗️ Ep.2  มะเร็งมีกี่ระยะ? ต่างกันอย่างไร?เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง คำถามแรก ...
04/08/2026

🌸 มะเร็งเข้าใจง่าย จากหมอนภาวรรณ 🌸
🎗️ Ep.2 มะเร็งมีกี่ระยะ? ต่างกันอย่างไร?

เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง คำถามแรก ๆ ที่ผู้ป่วยและญาติมักถามคือ

“เป็นมะเร็งระยะไหน?”

ระยะของมะเร็ง (Cancer Stage) คือ การบอกว่ามะเร็งลุกลามไปมากน้อยเพียงใด ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้แพทย์เลือกแนวทางการรักษา และประเมินพยากรณ์โรค

🟢 ระยะที่ 1
มะเร็งยังอยู่เฉพาะจุด ยังไม่กระจายไปต่อมน้ำเหลืองหรืออวัยวะอื่น
❤️ โอกาสรักษาหายสูง

🟡 ระยะที่ 2
ก้อนมะเร็งใหญ่ขึ้น เริ่มลุกลามเข้าเนื้อเยื่อใกล้เคียง และมะเร็งบางชนิดอาจเริ่มกระจายไปต่อมน้ำเหลือง

🟠 ระยะที่ 3
มะเร็งลุกลามมากขึ้น กระจายไปต่อมน้ำเหลือง แต่ยังไม่แพร่กระจายไปอวัยวะอื่น มักต้องรักษาหลายวิธีร่วมกัน เช่น ผ่าตัด เคมีบำบัด รังสีรักษา หรือยารักษามะเร็ง

🔴 ระยะที่ 4
มะเร็งแพร่กระจายไปอวัยวะอื่น เช่น ตับ ปอด กระดูก หรือสมอง
👍 ปัจจุบันการรักษามะเร็ง พัฒนาไปมาก ทั้งยามุ่งเป้า ภูมิคุ้มกันบำบัด ฮอร์โมนบำบัด และการรักษาแบบผสมผสาน ช่วยให้ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถควบคุมโรค มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีชีวิตยืนยาวขึ้นได้

💡 ข้อควรรู้
ระยะของมะเร็งช่วยให้แพทย์เลือกแนวทางการรักษา และประเมินพยากรณ์โรค แต่ผลการรักษาอาจแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละคน แม้อยู่ในระยะเดียวกัน

❤️ เพราะทุกการรักษา…เริ่มต้นจากความเข้าใจ



🌸 คลินิกมะเร็งหมอนภาวรรณ 🌸

นัดคิวปรึกษาแพทย์
🗓️ วันอาทิตย์ 13.00–15.00 น.

☎️ โทร: 065-939-4475
💬 Line ID:

#มะเร็ง #ระยะมะเร็ง #ความรู้โรคมะเร็ง #รักษามะเร็ง #เคมีบำบัด #ยามุ่งเป้า #ภูมิคุ้มกันบำบัด #รักษามะเร็งเชียงใหม่ #คลินิกมะเร็งหมอนภาวรรณ #หมอมะเร็งเชียงใหม่

🌸มะเร็งเข้าใจง่าย จากหมอนภาวรรณ🌸📌Ep.1 📌 ยารักษามะเร็ง 4 กลุ่ม ต่างกันอย่างไร? (อธิบายแบบเข้าใจง่าย ใน 1นาที) หลายคนคิดว่...
03/08/2026

🌸มะเร็งเข้าใจง่าย จากหมอนภาวรรณ🌸
📌Ep.1 📌 ยารักษามะเร็ง 4 กลุ่ม ต่างกันอย่างไร?
(อธิบายแบบเข้าใจง่าย ใน 1นาที)

หลายคนคิดว่า... "ยารักษามะเร็งก็คือยาเคมีบำบัด"

แต่จริง ๆ แล้ว ปัจจุบันมียารักษามะเร็งหลายกลุ่ม แต่ละชนิดออกฤทธิ์แตกต่างกัน และเหมาะกับมะเร็งแต่ละชนิดไม่เหมือนกัน

💣 1. เคมีบำบัด (Chemotherapy)
ออกฤทธิ์ต่อเซลล์ที่แบ่งตัวเร็ว ทั้งเซลล์มะเร็งและเซลล์ปกติบางส่วน จึงมักมีผลข้างเคียง เช่น ผมร่วง คลื่นไส้ เม็ดเลือดต่ำ

🎯 2. ยามุ่งเป้า (Targeted Therapy)
ออกฤทธิ์เฉพาะมะเร็งที่มี "เป้าหมาย"
เช่น EGFR, HER2, ALK, ROS1
จึงต้องตรวจหาการกลายพันธุ์หรือโปรตีนเป้าหมายก่อนเริ่มรักษา ทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น และผลข้างเคียงน้อยลง

🛡️ 3. ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy)
ไม่ได้ฆ่ามะเร็งโดยตรง
แต่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายให้กลับมาจดจำและกำจัดเซลล์มะเร็ง

🍚 4. ฮอร์โมนบำบัด (Hormonal Therapy)
ใช้ในมะเร็งที่อาศัยฮอร์โมนในการเจริญเติบโต
เช่น มะเร็งเต้านมชนิดฮอร์โมนบวก และ มะเร็งต่อมลูกหมาก
โดยลดการสร้างฮอร์โมน หรือปิดกั้นการออกฤทธิ์ของฮอร์โมน ทำให้มะเร็งขาด "เชื้อเพลิง" และโตช้าลง

❤️ ไม่มี "ยาตัวไหนดีที่สุด" สำหรับผู้ป่วยทุกคน

การรักษาที่ดีที่สุด คือ การเลือกยาที่เหมาะสมกับชนิดของมะเร็ง ระยะของโรค ผลตรวจทางพันธุกรรม และตัวผู้ป่วยแต่ละคน

เพราะ... "ทุกการรักษา...เริ่มต้นจากความเข้าใจ"

🌸คลินิกมะเร็งหมอนภาวรรณ 🌸

นัดคิวปรึกษาแพทย์
วันอาทิตย์ 13.00-15.00 น.
☎️ โทร: 065-939-4475
Line ID:

#มะเร็ง #เคมีบำบัด #ยามุ่งเป้า #ภูมิคุ้มกันบำบัด #ฮอร์โมนบำบัด #คลินิกมะเร็งหมอนภาวรรณ

ช่วงนี้ จะรีวิวความรู้วิชาการเรื่องยามะเร็งใหม่ๆ หรือ อาหารทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยมะเร็ง ก็จะลำบากอยู่นะคะ เดี๋ยวจะกลาย...
02/08/2026

ช่วงนี้ จะรีวิวความรู้วิชาการเรื่องยามะเร็งใหม่ๆ หรือ อาหารทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยมะเร็ง ก็จะลำบากอยู่นะคะ เดี๋ยวจะกลายเป็นโฆษณาไป

"เลขาฯ แพทยสภา" เตือนแพทย์ระวังบรรยายผลิตภัณฑ์สุขภาพ เสี่ยงเข้าข่ายโฆษณา หลัง อย. ออกเกณฑ์ใหม่

---------------------------------------

เลขาธิการแพทยสภา สรุปข้อควรระวังหลัง อย. ออกหลักเกณฑ์โฆษณาอาหาร พ.ศ. 2569 ย้ำแพทย์สามารถให้ความรู้ทางวิชาการได้ แต่ต้องไม่ให้ชื่อ ภาพ หรือความน่าเชื่อถือของวิชาชีพถูกนำไปใช้รับรองหรือส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ เสี่ยงถูกร้องเรียนทั้งต่อ อย. และแพทยสภา



เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2569 พล.อ.อ.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา โพสต์เฟชบุ๊ก ว่า "แพทย์บรรยายวิชาการเกี่ยวกับอาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ต้องระวังอะไรบ้าง? " เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้เผยแพร่ ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง หลักเกณฑ์การโฆษณาอาหาร พ.ศ. 2569 ในราชกิจจานุเบกษา


ประกาศฉบับนี้พร้อมบัญชีข้อความและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง มีเนื้อหารวมประมาณ 30 หน้า ครอบคลุมรายละเอียดเกี่ยวกับข้อความ ภาพ เสียง คำกล่าวอ้างทางสุขภาพ การนำเสนอข้อมูลวิชาการ ตลอดจนรูปแบบการโฆษณาอาหารในสื่อต่าง ๆ


ผมเห็นว่าประกาศฉบับนี้มีความสำคัญต่อเพื่อนแพทย์ โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับเชิญให้บรรยาย ให้สัมภาษณ์ ร่วมเสวนา ถ่ายทอดสด จัดทำคลิป หรือให้ข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับอาหาร โภชนาการ อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์สุขภาพ จึงขอสรุปข้อควรระวังไว้ดังนี้



1. ต้องแยก “การให้ความรู้ทางวิชาการ” ออกจาก “การส่งเสริมการขาย” ให้ชัดเจน


แพทย์สามารถให้ความรู้ทางวิชาการเกี่ยวกับอาหาร โภชนาการ และสุขภาพได้ แต่ควรตรวจสอบว่าใครเป็นผู้จัด ใครเป็นผู้สนับสนุน และกิจกรรมนั้นมีวัตถุประสงค์อย่างไร หากมีการแสดงชื่อสินค้า โลโก้ ราคา โปรโมชั่น รหัสส่วนลด ช่องทางสั่งซื้อ หรือตัวแทนจำหน่ายร่วมอยู่ด้วย การบรรยายทางวิชาการอาจถูกนำไปประกอบการส่งเสริมการขายได้


แม้เนื้อหาที่แพทย์บรรยายจะถูกต้อง แต่เมื่อถูกนำไปวางรวมกับองค์ประกอบทางการค้า ความหมายโดยรวมอาจเปลี่ยนจากการให้ความรู้เป็นการโฆษณาอาหาร (อ้างอิง: ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง หลักเกณฑ์การโฆษณาอาหาร พ.ศ. 2569 ข้อ 3 และข้อ 7)
2. ไม่ควรกล่าวว่าอาหารหรืออาหารเสริมสามารถรักษาโรคได้


อาหารและอาหารเสริมมิใช่ยา แพทย์จึงควรหลีกเลี่ยงข้อความที่ทำให้ประชาชนเข้าใจว่า ผลิตภัณฑ์สามารถบำบัด บรรเทา รักษา หรือป้องกันโรคได้ เว้นแต่เป็นข้อความที่กฎหมายอนุญาตโดยเฉพาะและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน


ตัวอย่างข้อความที่ควรระมัดระวัง ได้แก่
“รักษาเบาหวาน”
“ลดความดันโลหิต”
“ลดไขมันในเลือด”
“ฟื้นฟูตับหรือไต”
“ป้องกันโรคหัวใจ”
“ฆ่าเซลล์มะเร็ง”
“รับประทานแล้วไม่ต้องใช้ยา”


แม้จะเติมคำว่า “ช่วย” “อาจช่วย” หรือ “มีส่วนช่วย” ก็ต้องพิจารณาความหมายโดยรวม หากเนื้อหายังทำให้ประชาชนเข้าใจว่าสามารถใช้ผลิตภัณฑ์แทนการรักษาพยาบาลได้ ก็อาจมีปัญหาได้เช่นกัน
(อ้างอิง: ประกาศฯ ข้อ 4 ข้อ 5 และบัญชีข้อความท้ายประกาศ)



3. ไม่ควรรับรองผลลัพธ์อย่างแน่นอนหรือใช้ถ้อยคำโอ้อวด

ควรหลีกเลี่ยงถ้อยคำ เช่น
“เห็นผลแน่นอน”
“ได้ผลทุกคน”
“ปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์”
“ไม่มีผลข้างเคียง”
“ดีที่สุด”
“หายขาด”
“รับประกันผล”


ผลลัพธ์และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อาจแตกต่างกันตามอายุ โรคประจำตัว ยาที่ใช้ ภาวะสุขภาพ และปัจจัยเฉพาะบุคคล จึงไม่ควรกล่าวรับรองผลโดยไม่มีเงื่อนไขหรือทำให้ประชาชนคาดหวังเกินความเป็นจริง
(อ้างอิง: ประกาศฯ ข้อ 4 ข้อ 5 และบัญชีข้อความท้ายประกาศ)



4. ระวังการใช้ความเป็นแพทย์เป็นเครื่องรับรองผลิตภัณฑ์


ชื่อ ภาพถ่าย เสียง ตำแหน่งทางวิชาการ สถานที่ทำงาน เครื่องแบบ หรือเสื้อกาวน์ของแพทย์ มีผลต่อความเชื่อถือของประชาชน แพทย์จึงควรระมัดระวังมิให้สิ่งเหล่านี้ถูกนำไปจัดวางในลักษณะที่ทำให้ประชาชนเข้าใจว่า


“แพทย์แนะนำ”
“แพทย์รับรอง”
“ผู้เชี่ยวชาญยืนยัน”
“ผ่านการรับรองทางการแพทย์”


แม้แพทย์จะมิได้กล่าวรับรองผลิตภัณฑ์โดยตรง แต่หากภาพหรือคำพูดถูกนำไปวางคู่กับสินค้า โปรโมชั่น หรือลิงก์สั่งซื้อ ก็อาจทำให้ประชาชนเข้าใจไปในทางนั้นได้
(อ้างอิง: ประกาศฯ ข้อ 4–7)
5. ต้องตรวจสอบการอ้างงานวิจัยให้ตรงกับผลิตภัณฑ์จริง


การมีงานวิจัยเกี่ยวกับสารอาหารหรือสารสกัดชนิดหนึ่ง มิได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์ทุกยี่ห้อที่มีสารชนิดนั้นจะให้ผลเช่นเดียวกัน ต้องพิจารณาว่า งานวิจัยทำในมนุษย์ สัตว์ทดลอง หรือในห้องทดลอง ปริมาณสารที่ใช้ตรงกับผลิตภัณฑ์หรือไม่ สูตรและกระบวนการผลิตเหมือนกันหรือไม่ กลุ่มตัวอย่างเป็นใคร
มีข้อจำกัดของการศึกษาอย่างไร


ไม่ควรนำผลการศึกษาจากสารสกัดในขนาดสูง หรือการศึกษาในหลอดทดลอง มาอธิบายให้ประชาชนเข้าใจว่าผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่จำหน่ายจะให้ผลเช่นเดียวกันในมนุษย์ (อ้างอิง: ประกาศฯ ข้อ 4 ข้อ 5 และข้อ 7)
6. คำว่า “มีงานวิจัยรับรอง” ต้องมีรายละเอียดและตรวจสอบได้


ควรหลีกเลี่ยงคำกล่าวกว้าง ๆ เช่น
“มีงานวิจัยรับรอง”
“พิสูจน์แล้วว่าได้ผล”
“ผ่านการวิจัยทางการแพทย์”
“แพทย์ทั่วโลกยอมรับ”


หากไม่มีการระบุแหล่งข้อมูล วิธีการศึกษา ผลการศึกษา และข้อจำกัดอย่างเหมาะสม การให้ข้อมูลทางวิชาการควรนำเสนอทั้งประโยชน์ ข้อจำกัด และข้อควรระวัง มิใช่เลือกเฉพาะผลการศึกษาด้านบวกเพื่อสนับสนุนการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ (อ้างอิง: ประกาศฯ ข้อ 7 ว่าด้วยการให้ข้อมูลทางวิชาการ)


อ่านข่าวในคอมเมนต์
#ผลิตภัณฑ์สุขภาพ #แพทยสภา #หมออิทธพร #หมอควรรู้ #สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา #หลักเกณฑ์การโฆษณาอาหาร #ราชกิจจานุเบกษา #ข่าวสาธารณสุข

ก่อนเจาะเลือด ✅ งดอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิด แต่ ❌ไม่ต้องงดน้ำเปล่า นะคะ
26/04/2026

ก่อนเจาะเลือด ✅ งดอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิด แต่ ❌ไม่ต้องงดน้ำเปล่า นะคะ

ก่อนเจาะเลือด‼️งดอาหาร แต่ “ไม่ต้องงดน้ำเปล่า”

📌 ข้อมูลจากสภาเทคนิคการแพทย์ยืนยันว่า ก่อนเจาะเลือด

👉 น้ำเปล่าสามารถดื่มได้ตามปกติ
และ ในทางกลับกัน การงดน้ำ
อาจทำให้เลือดข้น เจาะยาก และผลตรวจคลาดเคลื่อนได้
✅️ แนวทางที่ถูกต้อง
งดอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิด ยกเว้น “น้ำเปล่า”
เพราะการเตรียมตัวที่ถูกต้อง
คือจุดเริ่มต้นของผลตรวจที่แม่นยำ และความปลอดภัยของคุณ

#ตรวจเลือด #งดอาหารไม่งดน้ำ ุณภาพ #ความรู้สุขภาพ #โรงพยาบาลนครพิงค์

⁉️สิวขึ้น หลังเริ่มยามุ่งเป้ารักษามะเร็ง…เรื่องดีหรือสัญญาณอันตราย?”🥰หลายคนอาจตกใจ 😰 หลังเริ่มยามุ่งเป้ามะเร็ง เช่น Erlo...
22/04/2026

⁉️สิวขึ้น หลังเริ่มยามุ่งเป้ารักษามะเร็ง…เรื่องดีหรือสัญญาณอันตราย?”🥰

หลายคนอาจตกใจ 😰 หลังเริ่มยามุ่งเป้ามะเร็ง เช่น Erlotinib (ยามุ่งเป้าสำหรับรักษามะเร็งปอด)
แล้ว “สิวขึ้นเต็มหน้า”

แต่รู้ไหมว่า…
👉 สิวแบบนี้ ไม่ใช่สิวที่เกิดแบบธรรมดาทั่วไป

——-
🔬 กลไกการเกิด

* Epidermal Growth Factor Receptor มีบทบาทสำคัญใน keratinocyte proliferation, differentiation และ skin barrier

* การยับยั้ง EGFR →
👉 keratinocyte differentiation ผิดปกติ
👉 follicular obstruction
👉 inflammatory cytokine ↑
➡️ เกิดเป็น papulopustular eruption (คล้ายสิว แต่ไม่ใช่ acne vulgaris จริง)

————-
⚠️ ลักษณะที่ต่างจากสิวทั่วไป

* ❌ ไม่มีหัวสิว (no comedone)
* 📍 ขึ้นที่ หน้า / อก / หลัง
* ⏱ มักเริ่มใน 1–2 สัปดาห์แรก
* 😖 อาจคัน แสบ หรือเจ็บ

———
💊 กลุ่มยาที่ “พบบ่อยที่สุด”

🔹 EGFR inhibitors (ตัวหลัก)
1) Tyrosine kinase inhibitors (ยากิน)
👉 incidence:
* Erlotinib / Afatinib: สูง (~70–90%)
* Gefitinib: ปานกลาง
* Osimertinib: น้อยกว่า (~30–50%)

2) Monoclonal antibodies (ยาฉีด)
* Cetuximab
* Panitumumab
👉 incidence สูงมาก: >80–90%, มักรุนแรงกว่า TKI

———
⚠️ Grading (คร่าว ๆ ตาม CTCAE)

* Grade 1: 30% BSA หรือมี infection

———
💡 ข่าวดีที่หลายคนไม่รู้!

👉 ผื่นแบบนี้ อาจเป็นสัญญาณว่า “ยากำลังได้ผล”

มีข้อมูลว่า
✅ คนที่มี rash 👍มักตอบสนองต่อการรักษาดีกว่า

———
💊 แล้วต้องหยุดยาไหม?

👉 ส่วนใหญ่ ไม่จำเป็นต้องหยุดยา

สามารถรักษาอาการได้ เช่น:
* ยาทา
* ยาปฏิชีวนะ
* มอยส์เจอร์ + กันแดด

📌 การดูแลตั้งแต่แรก จะช่วยให้ไม่ลุกลาม

🚫 สิ่งที่ไม่ควรทำ
❌ห้ามบีบหรือแกะสิว
❌ไม่ใช้ยาสิวเอง
❌ไม่หยุดยาเอง



👩‍⚕️ สรุป สิวจากยามะเร็ง

👉 ไม่ใช่สิวแบบธรรมดาทั่วไป
👉 ดูแลได้
👉 เป็นสัญญาณที่ดีของการรักษา

——-
คลินิกมะเร็งหมอนภาวรรณ

นัดคิวปรึกษาแพทย์
วันอาทิตย์ 13.00-15.00 น.
☎️ โทร: 065-939-4475
Line ID:

#คลินิกมะเร็งหมอนภาวรรณ #คลินิกมะเร็งเชียงใหม่ #สิวจากยามะเร็ง #สิวจากยามุ่งเป้า #สิวจากยารักษามะเร็งปอด

👄แผลในปากจากเคมีบำบัด (Oral mucositis)👄เรื่องเล็กที่อาจ “กระทบแผนการรักษามะเร็ง” ได้!หลายคนคิดว่าเป็นแค่แผลธรรมดา  แต่จร...
21/04/2026

👄แผลในปากจากเคมีบำบัด (Oral mucositis)👄
เรื่องเล็กที่อาจ “กระทบแผนการรักษามะเร็ง” ได้!

หลายคนคิดว่าเป็นแค่แผลธรรมดา
แต่จริงๆ แล้ว Oral mucositis
เป็นภาวะแทรกซ้อนสำคัญจากเคมีบำบัด ที่อาจรุนแรงจนกินไม่ได้ และต้องเลื่อนยา

🔬 เกิดจากอะไร?

ยาเคมีบำบัดทำลาย “เซลล์เยื่อบุช่องปาก”
ซึ่งเป็นเซลล์ที่แบ่งตัวเร็ว → ทำให้เยื่อบุบาง อักเสบ และเกิดแผล

⚠️ อาการที่พบบ่อย

• ปากแดง แสบ เจ็บ
• มีแผลขาว/แผลลึก
• กลืนลำบาก
• กินอาหารไม่ได้ น้ำหนักลด
• เสี่ยงติดเชื้อแทรกซ้อน

มักเกิดภายใน 5-7 วัน และหายดีใน 2-4 สัปดาห์ โดยในระหว่างนี้ จะต้องเฝ้าระวังการติดเชื้อในช่องปากและลำคอด้วย

🧪 ยาเคมีบำบัดที่โอกาสเกิดสูง

* 5-FU
* Methotrexate
* Doxorubicin
* Cisplatin
* High-dose chemotherapy / stem cell transplant

📊 ระดับความรุนแรง

• ระดับ 1: แดงเล็กน้อย
• ระดับ 2: มีแผล แต่ยังกินได้
• ระดับ 3: กินได้น้อย ต้องอาหารอ่อน
• ระดับ 4: กินไม่ได้ ต้องให้อาหารทางสาย

🛡 วิธีป้องกัน (เริ่มก่อนมีอาการดีที่สุด)

✔ บ้วนปากด้วยน้ำเกลือ / baking soda
✔ แปรงฟันด้วยแปรงนุ่ม
✔ เลี่ยงอาหารเผ็ด เปรี้ยว แข็ง
✔ ดื่มน้ำบ่อย ลดปากแห้ง
✔ บางกรณีใช้ “อมน้ำเย็น หรือ น้ำแข็ง” ระหว่างให้ยา

💊 การดูแลรักษา

• ยาชาในปาก ลดปวด
• น้ำยาบ้วนปากเฉพาะทาง
• ยาแก้ปวด (บางรายอาจต้องใช้ opioid)
• รักษาการติดเชื้อ (เชื้อรา/ไวรัส)
• ปรับอาหาร → เน้นอ่อน เย็น กลืนง่าย

❗ สัญญาณที่ควรรีบพบแพทย์
• ปวดมาก
• เริ่มกินไม่ได้
• มีไข้ หรือสงสัยติดเชื้อ

👩‍⚕️ เพราะอะไรต้องดูแลจริงจัง?
แผลในปาก “ไม่ใช่แค่เจ็บ”
แต่เป็นสาเหตุที่ทำให้
👉 ลดขนาดยา / เลื่อนเคมีบำบัด
👉 ส่งผลต่อผลลัพธ์การรักษาในระยะยาว


คลินิกมะเร็งหมอนภาวรรณ
นัดคิวปรึกษาแพทย์

วันอาทิตย์ 13.00-15.30น.
☎️ โทร: 065-939-4475
Line ID:

#คลินิกมะเร็งหมอนภาวรรณ #คลินิกมะเร็งเชียงใหม่ #แผลในปากจากยาเคมีบำบัด #รักษามะเร็งเชียงใหม่

วันนี้ ระดับฝุ่น PM2.5 ในเชียงใหม่ สูงมาก จนหลายคนรู้สึกแสบตา แสบจมูก และอาจเพิ่มความเสี่ยง “มะเร็งปอด” ได้ค่าฝุ่นระดับน...
05/03/2026

วันนี้ ระดับฝุ่น PM2.5 ในเชียงใหม่ สูงมาก จนหลายคนรู้สึกแสบตา แสบจมูก
และอาจเพิ่มความเสี่ยง “มะเร็งปอด” ได้

ค่าฝุ่นระดับนี้อาจส่งผลต่อสุขภาพ โดยเฉพาะ
• เด็ก
• ผู้สูงอายุ
• ผู้ที่มีโรคปอด
• ผู้ที่ต้องอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน

แต่สิ่งที่หลายคนอาจยังไม่ทราบคือ

PM2.5 ไม่ได้ส่งผลแค่ระยะสั้น เช่น ไอ แสบตา หรือแน่นหน้าอก

มีหลักฐานทางวิชาการจำนวนมากพบว่า

การได้รับ PM2.5 เป็นเวลานาน อาจเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งปอดได้

องค์การอนามัยโลก และ International Agency for Research on Cancer (IARC)
จัดให้ มลพิษทางอากาศเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ (Group 1 carcinogen)

งานวิจัยหลายการศึกษาพบว่า

➡️ การเพิ่มขึ้นของ PM2.5 ทุก 10 µg/m³
สัมพันธ์กับ ความเสี่ยงมะเร็งปอดเพิ่มขึ้นประมาณ 8–14%



วิธีลดความเสี่ยงในช่วงค่าฝุ่นสูง
• ใส่หน้ากาก N95
• หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง
• ใช้เครื่องฟอกอากาศในบ้าน
• ติดตามค่าฝุ่น PM2.5 เป็นประจำ



⚠️ ปัจจุบันพบว่า ผู้ไม่สูบบุหรี่ก็สามารถเป็นมะเร็งปอดได้
หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ มลพิษทางอากาศ

การดูแลสุขภาพและลดการสัมผัสฝุ่นจึงเป็นสิ่งสำคัญ


Reference
• IARC. Outdoor Air Pollution. 2013
• Hamra GB et al. Environmental Health Perspectives. 2014
• Turner MC et al. Lancet Oncology. 2020
• Hill W et al. Nature. 2023

ียงใหม่
#ฝุ่นเชียงใหม่
#มะเร็งปอด

#หมอมะเร็ง #คลินิกมะเร็งหมอนภาวรรณ
#ตรวจมะเร็ง

🧬 ตรวจยีนในก้อนมะเร็ง กับ ตรวจยีนทางพันธุกรรม เหมือนกันไหม?หลายคนคิดว่า“ตรวจยีนแล้วก็เหมือนกันหมด”แต่ความจริงแล้ว👉 การตร...
28/02/2026

🧬 ตรวจยีนในก้อนมะเร็ง กับ ตรวจยีนทางพันธุกรรม เหมือนกันไหม?

หลายคนคิดว่า
“ตรวจยีนแล้วก็เหมือนกันหมด”

แต่ความจริงแล้ว
👉 การตรวจยีนในผู้ป่วยมะเร็ง มี 2 แบบที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง



1️⃣ การตรวจยีนในก้อนมะเร็ง (Somatic Mutation)

เป็นการตรวจยีนที่ “ผิดปกติเฉพาะในเซลล์มะเร็ง”

ยีนเหล่านี้เกิดขึ้นภายหลัง
ไม่ได้มีมาตั้งแต่เกิด
และ ไม่ถ่ายทอดไปยังลูกหลาน

ตัวอย่างเช่น
• EGFR
• KRAS
• BRAF

📌 จุดประสงค์หลักคือ
เพื่อเลือก “ยามุ่งเป้า (targeted therapy) ที่เหมาะกับก้อนมะเร็ง” ของผู้ป่วยแต่ละคน



2️⃣ การตรวจยีนมะเร็งที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม (Germline Mutation)

เป็นการตรวจยีนที่มีอยู่ในร่างกายตั้งแต่เกิด
พบในทุกเซลล์ของร่างกาย
และสามารถถ่ายทอดสู่ลูกหลานได้

ตัวอย่างยีนที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งทางพันธุกรรม เช่น
• BRCA1
• BRCA2
• MLH1
• MSH2

📌 จุดประสงค์หลักคือ
เพื่อประเมิน “ความเสี่ยงระยะยาว”
และดูว่าคนในครอบครัวควรได้รับการคัดกรองเพิ่มหรือไม่



🔎 สรุปความแตกต่างแบบเข้าใจง่าย

ประเด็น 📌Somatic 🆚 📌Germline

ตรวจจาก: ชิ้นเนื้อ/เลือดctDNA 🆚 เลือด

พบใน :เซลล์มะเร็งเท่านั้น 🆚 ทุกเซลล์

มีตั้งแต่เกิดไหม: ❌ 🆚 ✅

ถ่ายทอดได้ไหม: ❌ 🆚 ✅

ใช้เลือกยาไหม: ✅ 🆚 บางกรณี

มีผลต่อครอบครัวไหม: ❌ 🆚 ✅
—————————-

🔎 คำถามสำคัญคือ…

ผู้ป่วยมะเร็งทุกคนจำเป็นต้องตรวจพันธุกรรมหรือไม่?

คำตอบคือ “ไม่เสมอไป”

แต่ในบางกรณี เช่น
✔ เป็นมะเร็งอายุน้อย
✔ มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งหลายคน
✔ เป็นมะเร็งบางชนิดที่มีความสัมพันธ์กับพันธุกรรม

การประเมินเพิ่มเติมอาจมีประโยชน์อย่างมาก



💡 ทำไมควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ?

เพราะการตรวจยีนไม่ใช่แค่การเจาะเลือด
แต่ต้องมีการประเมินความเหมาะสม
การแปลผลอย่างถูกต้อง
และการวางแผนติดตามต่อเนื่อง

การตรวจที่ “เหมาะกับคนที่เหมาะสม”
จะให้ประโยชน์สูงสุด



🧬 หากคุณหรือคนในครอบครัว
มีความกังวลเรื่อง “มะเร็งที่อาจถ่ายทอดทางพันธุกรรม”

การพูดคุยเพื่อประเมินความเสี่ยงเบื้องต้น
จะช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น
ว่า “ควรตรวจหรือไม่” และ “ควรตรวจแบบใด”

📩 สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือปรึกษาเบื้องต้นได้ทาง inbox หรือ

นัดคิวปรึกษาแพทย์
วันอาทิตย์ 13.00-15.30น.
☎️ โทร: 065-939-4475
Line ID:

#คลินิกมะเร็งหมอนภาวรรณ #คลินิกหมอนภาวรรณ #ตรวจยีนมะเร็ง #มะเร็งกลายพันธุ์ #ยีนมะเร็งทางพันธุกรรม

ที่อยู่

ถนนวัวลาย
Chiang Mai

เวลาทำการ

13:00 - 16:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คลินิกมะเร็งหมอนภาวรรณ เชียงใหม่ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์