กินได้สุขภาพดีกับหน่วยโภชนาการ ศูนย์เวชศาสตร์ผู้สูงอายุ

กินได้สุขภาพดีกับหน่วยโภชนาการ ศูนย์เวชศาสตร์ผู้สูงอายุ กินดีมีสุข🥰😁ไปกับพวกเราหน่วยโภชนาการ ศูนย์เวชศาสตร์ผู้สูงอายุ สังกัดศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

🏥🧑‍⚕️,🧑‍💼🥛อาหารทางการแพทย์และอาหารเสริมต่างกันอย่างชัดเจน  ทั้งในด้านจุดประสงค์และกลุ่มผู้ใช้งาน  โดยอาหารทางการแพทย์ใช้...
07/06/2026

🏥🧑‍⚕️,🧑‍💼🥛อาหารทางการแพทย์และอาหารเสริมต่างกันอย่างชัดเจน ทั้งในด้านจุดประสงค์และกลุ่มผู้ใช้งาน โดยอาหารทางการแพทย์ใช้เพื่อทดแทนมื้ออาหารหรือเป็นโภชนะบำบัดสำหรับผู้ป่วย ในขณะที่อาหารเสริมใช้ทานเพิ่มเพื่อบำรุงสุขภาพทั่วไป

🏥🧑‍⚕️อาหารทางการแพทย์🧑‍⚕️🏥

ถูกคิดค้นและวิจัยมาเพื่อผู้ป่วยโดยเฉพาะโรคหรือผู้ที่มีภาวะทุพโภชนาการจุดประสงค์
💚ใช้เพื่อเป็นการบำบัดฟื้นฟูร่างกาย ควบคุมอาการของโรค หรือให้ทางสายยาง
🧡สารอาหารจะมีการความครบถ้วนทั้ง 5 หมู่คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามินและเกลือแร่
💛มีการปรับสัดส่วนให้ย่อยและดูดซึมง่าย บางสูตรอาจมีการเพิ่ม-ลดสารอาหารบางชนิดให้เหมาะสมกับโรค
เช่น สูตรสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน หรือโรคไต
🩵รูปแบบมักอยู่ในรูปผงชงดื่มหรือของเหลว สามารถทานทดแทนมื้ออาหารเป็นหลักได้

🚨🚨 ควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร

🧑‍💼🥛อาหารเสริม🥛🧑‍💼

ผลิตภัณฑ์ที่ทานเพิ่มจากอาหารหลัก 5 หมู่เพื่อจุดประสงค์เฉพาะ
🔴เน้นบำรุงร่างกายเสริมสุขภาพ
🟠ป้องกันการขาดสารอาหาร
🟡เสริมสร้างส่วนที่ร่างกายต้องการ เช่นวิตามินรวม,คอลลาเจน,น้ำมันปลา

ซึ่งเป็นสารเสริมไม่ได้มีสารอาหารครบถ้วนเหมือนอาหารหลักจึงไม่สามารถใช้ทดแทนเป็นมื้ออาหารหลักได้

ส่วนผู้ใช้งานเหมาะสมกับคนทั่วไปที่มีร่างกายปกติ แต่ต้องการการดูแลหรือเสริมในบางจุด✅

🚨🚨คำแนะนำบุคคลทั่วไปสามารถซื้อทานเองได้ตามความเหมาะสม แต่ควรระวังเรื่องปริมาณที่เหมาะสมและควรศึกษาเพิ่มเติมให้ครอบคลุมก่อนที่จะทานอาหารเสริมทุกครั้ง

จะเห็นได้ว่าอาหารทางการแพทย์และอาหารเสริมมีหน้าที่ที่แตกต่างกัน
ดังนั้นต้องมีการเลือกใช้ให้ถูกต้องและเหมาะสมกับความต้องการของแต่ละบุคคลด้วยนะคะ😊😊😊

🦴🦷🧓🧑กระดูกของผู้สูงวัยนั้นมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นกระดูกพรุนได้ง่ายเนื่องจากมีปริมาณแคลเซียมที่ไม่เพียงพอ   อีกทั้งในแต่...
30/05/2026

🦴🦷🧓🧑กระดูกของผู้สูงวัยนั้นมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นกระดูกพรุนได้ง่ายเนื่องจากมีปริมาณแคลเซียมที่ไม่เพียงพอ อีกทั้งในแต่ละช่วงวัยอายุก็มีความต้องการแคลเซียมที่แตกต่างกันออกไป
รวมไปถึงมวลกล้ามเนื้อที่จะค่อยๆลดลงเรื่อยๆตามระดับอายุที่มากยิ่งขึ้น ระบบกล้ามเนื้อและกระดูกจะฝ่อลีบไม่แข็งแรงดังเดิม ทำให้การเคลื่อนไหวช้าลง โดยผู้สูงวัยควรได้รับแคลเซียมในปริมาณ 1,000 - 1,200 มิลลิกรัมต่อวัน นอกจากแนวทางการดูแลกระดูกและข้อแล้ว การรับประทานอาหารเพื่อส่งเสริมสุขภาพของกระดูกและข้อก็ยังสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

🍴🥗แหล่งของแคลเซียมในอาหาร🥘🥢

1.นมพร่องมันเนยหรือนมถั่วเหลือง

นมเป็นแหล่งแคลเซียมที่ดีที่สุดเพราะดูดซึมง่ายและคุ้มค่าที่สุด
นมวัวปริมาณ 1 แก้ว (200 มิลลิลิตร) จะมีแคลเซียมสูง ประมาณ 200-224 มิลลิกรัม การดื่มนมเป็นประจำจะช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง สามารถป้องกันโรคกระดูกพรุนได้ โดยปริมาณแคลเซียมในแต่ละนมนั้น
🐮🐮นมจืดหรือนมโคแท้ 100% แคลเซียมจะอยู่ประมาณ 200 ถึง 240 มิลลิกรัม/ 200 มิลลิลิตร
🐮💪นมพร่องมันเนย นมขาดมันเนยแคลเซียมก็จะใกล้เคียงกับนมจืดแต่ไขมันน้อยกว่า
🥜🥜นมถั่วเหลืองหรือน้ำเต้าหู้ แคลเซียมจะน้อยกว่านมวัว(ประมาณ 30-50 mg) ยกเว้นสูตรที่ผสมงาดำหรือสูตรที่เสริมแคลเซียม

2.งาขาวและงาดำ

งา โดยเฉพาะงาดำเป็นหนึ่งในพืชที่มีแคลเซียมสูงที่สุด โดยมีปริมาณแคลเซียมสูงกว่านมวัว 6-8 เท่า การรับประทานงาเป็นประจำจึงเป็นทางเลือกที่ดีในการเสริมสร้างกระดูกและป้องกันโรคกระดูกพรุน
⚫⚫ งาดำจะมีแคลเซียมสูงที่สุดโดยงาดำ 100 กรัม มีแคลเซียมประมาณ 975 ถึง 1,469 มิลลิกรัม
⚪⚪ งาขาวมีแคลเซียมประมาณ 975 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม

👍👍วิธีการทานต้องบดหรือเคี้ยวให้ละเอียด เนื่องจากหากกลืนเข้าไปทั้งเมล็ดร่างกายอาจดูดซึมแคลเซียมและสารอาหารอื่นๆไปใช้ได้อย่างไม่เต็มที่
🫕🫕ควรนำไปบด คั่ว หรือตำก่อนรับประทาน
ปริมาณที่แนะนำควรทานประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะ เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายได้รับพลังงานและไขมันจากงาที่มากเกินไป

3.เต้าหู้ขาว

เต้าหู้ก็เป็นหนึ่งในแหล่งโปรตีนจากพืชที่อุดมไปด้วยแคลเซียมสูง
🟨🟨โดยเฉพาะเต้าหู้ขาวชนิดแข็งและชนิดที่ระบุว่าเสริมแคลเซียมจะมีปริมาณแคลเซียมสูงมาก ประมาณ 200-350 มิลลิกรัม/ 100 กรัม เนื่องจากขั้นตอนการผลิตที่ใช้เกลือแคลเซียมเป็นตัวจับตัวเต้าหู้ซึ่งดีต่อกระดูก
💛 เต้าหู้ขาวแข็ง แคลเซียมสูงที่สุด 350 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม
🤍 เต้าหู้ขาวอ่อนแบบหลอดหรือกล่อง จะมีแคลเซียมปานกลาง
💛 เต้าหู้เหลือง แคลเซียมจะมีปานกลางไปค่อนข้างสูง
🤍 เต้าหู้ไข่แคลเซียมต่ำมาก ทำจากไข่และน้ำซุปเป็นหลักไม่ได้ใช้สารจับตัวแคลเซียม

4.ผักใบเขียว🥦🥬🫛🥒

กลุ่มที่มีปริมาณแคลเซียมปานกลางถึงสูงและออกซาเลตต่ำ เนื่องจากหากมีออกซาเลตในปริมาณมากจะมีการขัดขวางการดูดซึมแคลเซียมได้ ผักที่พบได้ เช่น คะน้า กวางตุ้ง ผักขี้เหล็ก ตำลึง บัวบก และถั่วพู

🤩🤩ตัวช่วยเสริมจากธรรมชาติ🤩🤩

1.วิตามินดี มีอยู่ในปลาแซลมอน หอยนางรม หรือแสงแดดอ่อนๆช่วงเช้า วันละ 15-30 นาที ช่วยในการดูดซึมแคลเซียม

2.วิตามินเค มีในผักปวยเล้ง บร็อคโคลี่ ผักใบเขียว และกะหล่ำปลี ช่วยให้กระดูกแข็งแรงไม่หักง่าย

3.ฟอสฟอรัส มีในไข่ ปลา สัตว์ปีก เนื้อสัตว์ ถั่วต่างๆ และธัญพืชที่ไม่ขัดสี เป็นส่วนประกอบของกระดูกและผนังเซลล์

4.แมกนีเซียม มีในผักใบเขียว ผลไม้ ธัญพืชต่างๆ และถั่วเมล็ดแห้ง
การกินอาหารที่มีแมกนีเซียมต่ำเป็นเวลานานๆเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุนอีกด้วย

🚨🚨อาหารที่ควรเลี่ยง🚨🚨

😱😱อาหารรสเค็มจัดหรือโซเดียมสูง
อาหารแปรรูปอาหาร หมักดอง ขนมอบเบเกอรี่ต่างๆ และรวมไปถึงขนมกรุบกรอบต่างๆ
😱😱เครื่องดื่มที่จะขัดขวางการดูดซึมแคลเซียม เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ชากาแฟ โกโก้ และน้ำอัดลม

‼️‼️สุดท้ายนี้การได้รับแคลเซียมมากเกินไปอยู่ที่คือเกิน 1,500 ถึง 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน โดยจะส่งผลกระทบหลักๆเมื่อได้รับแคลเซียมมากเกินไป
จะมีปัญหาทางระบบเดินอาหารท้องอืด ท้องผูก และคลื่นไส้
เกิดนิ่วในไต เนื่องจากปริมาณแคลเซียมที่สูงเกินจะถูกขับออกทางปัสสาวะเพิ่มความเสี่ยงการเกิดนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ
เกิดหินปูนสะสมอาจเกิดหินปูนสะสมในหลอดเลือดทำให้หลอดเลือดติดตันเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ
รวมถึงอาจพบหินปูนในเต้านม
ภาวะแคลเซียมในเลือดสูง ในกรณีที่รุนแรงจะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง เหนื่อยล้า สับสน และอาจมีปัญหาหัวใจเต้นผิดจังหวะได้

ดังนั้น การทานแคลเซียมอย่างพอดี จึงจะเกิดประโยชน์สูงสุดกับกระดูกและข้อในผู้สูงวัยค่ะ🥰🥰🙏🙏

🥗🍲🍛🍜🍝🥘🧆การเลือกรับประทานอาหารหลังการผ่าตัด มีความสำคัญอย่างมาก เพราะนอกจากจะช่วยให้ร่างกายปรับสมดุลแล้ว ยังช่วยเสริมสร้า...
18/05/2026

🥗🍲🍛🍜🍝🥘🧆การเลือกรับประทานอาหารหลังการผ่าตัด มีความสำคัญอย่างมาก เพราะนอกจากจะช่วยให้ร่างกายปรับสมดุลแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างแผลจากการผ่าตัดให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

✅✅✅อาหารที่ควรรับประทาน ✅✅✅

🌞🍛🥗🍜ควรได้รับพลังงาน 25-30 กิโลแคลอรี/กิโลกรัมน้ำหนักตัว/วัน

💪🥛🐔🐷ได้รับโปรตีนที่เพียงพอ(1.5 กรัม/น้ำหนักตัวกิโลกรัม/วัน) เช่น เนื้อปลา ไข่ โยเกิร์ต ธัญพืช และถั่วต่าง ๆ

🥜🫘🥑ทานไขมันดี เช่น อัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ถั่วลิสง อะโวคาโด น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว ในปริมาณที่เหมาะสม

🍊🍒🍓🍋🍌🍏🥝🥦🥬🍆เลือกทานผักและผลไม้ให้หลากหลายเพื่อรับวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ (วิตามินซี เช่น ส้ม ฝรั่ง มะละกอ กีวี บล็อกโคลี , ธาตุเหล็กและสังกะสี เช่น ปลา ไข่ อาหารทะเล ผักใบเขียว ถั่วเขียว เป็นต้น)

🚨🚨หากเบื่ออาหารให้เพิ่มมื้ออาหารระหว่างวันเป็น 5-6 มื้อ หรือทานอาหารทางการแพทย์เสริม เพื่อให้ได้รับพลังงานที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน

❌❌❌อาหารที่ไม่ควรทาน❌❌❌

⛔อาหารไขมันสูง เช่น เฟรนฟรายซ์ ไก่ทอด แฮมเบอร์เกอร์

⛔แอลกอฮออลล์ เช่น เหล้า เบียร์

⛔คาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ

นอกจากอาหารการกินที่ต้องเลือกรับประทานอย่างระมัดระวังแล้วควรได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ ดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมโดยประมาณ 8 แก้วต่อวัน เคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง และมีสุขภาพจิตใจผ่องใสด้วยนะคะ🥰🥰😊😊

🔥🌞☀️😬ในช่วงฤดูร้อนของประเทศไทย ที่ร้อนมากๆเชื่อว่าหลายๆคนหลีกเลี่ยงการกินน้ำแข็งอย่างเสียไม่ได้ ฉะนั้นแล้วเราจึงต้องมีวิ...
10/05/2026

🔥🌞☀️😬ในช่วงฤดูร้อนของประเทศไทย ที่ร้อนมากๆเชื่อว่าหลายๆคนหลีกเลี่ยงการกินน้ำแข็งอย่างเสียไม่ได้ ฉะนั้นแล้วเราจึงต้องมีวิธีการเลือกกินน้ำแข็งให้ปลอดภัยต่อสุขภาพกันด้วยนะคะ

🧊✅✅การกินน้ำแข็งให้ปลอดภัยควรเลือกน้ำแข็ง✅✅🧊

😀มีมาตรฐาน อย.
😃บรรจุภัณฑ์ปิดสนิท
😄ใสสะอาดไม่มีสีหรือกลิ่น ตะกอน
😁และควรหลีกเลี่ยงน้ำแข็งที่ใช้แช่อาหารร่วมด้วย เพื่อป้องกันการปนเปื้อนเชื้อโรค เช่น เชื้อท้องร่วงหรือไวรัสตับอักเสบ

❄️🌨️ซึ่งน้ำแข็งบด/น้ำแข็งซองมีความเสี่ยงสูงสุด

✅✅เคล็ดลับการบริโภคน้ำแข็งให้ปลอดภัย
1️⃣ดูฉลาก: เลือกซื้อน้ำแข็งที่มีเครื่องหมาย อย. พร้อมเลขสารบบอาหาร 13 หลัก

2️⃣ดูลักษณะ: น้ำแข็งต้องใสสะอาด ไม่ขุ่นมัว ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น หรือรสชาติแปลกปลอม

3️⃣ดูบรรจุภัณฑ์: ถุงต้องปิดมิดชิด ไม่ชำรุด ไม่มีรอยฉีกขาดดูการเก็บรักษา: ร้านค้าต้องเก็บน้ำแข็งในภาชนะที่สะอาด มีฝาปิด ห่างไกลจากสิ่งปนเปื้อน

4️⃣ดูตะกอน: หลังน้ำแข็งละลาย ควรสังเกตว่าต้องไม่มีตะกอนสีดำหรือฝุ่นละออง

🚨🚨ข้อควรระวังสำคัญ:ห้าม! กินน้ำแข็งที่ใช้แช่ของสด เช่น ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ เพราะปนเปื้อนง่าย

🛑อย่า! ใช้กระสอบป่าน/กระสอบพลาสติกบรรจุน้ำแข็ง หรือน้ำแข็งที่ขนส่งไม่ถูกสุขลักษณะ

🧊🧊💦🫦การเคี้ยวน้ำแข็งบ่อย ส่งผลให้ผิวเคลือบฟันสึกหรอ และหากติดมากๆอาจเป็นสัญญาณของภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กอีกด้วยนะคะ😊😊

🧓🧑‍🦳🥰การทานอาหารตามธงโภชนาการสำหรับผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) เน้นความหลากหลาย ครบ 5 หมู่ พลังงานวันละ 1,400-1,800 กิ...
26/04/2026

🧓🧑‍🦳🥰การทานอาหารตามธงโภชนาการสำหรับผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) เน้นความหลากหลาย ครบ 5 หมู่ พลังงานวันละ
1,400-1,800 กิโลแคลอรี โดยเน้นข้าวกล้อง ปลา ไข่ ผักผลไม้รสไม่หวานจัด ดื่มนมจืด แคลเซียมสูง จำกัดหวาน มัน เค็ม และเน้นอาหารปรุงสุกใหม่ ย่อยง่าย

🥑🥗สัดส่วนอาหารที่แนะนำต่อวัน (ธงโภชนาการ)🍛🍜

ข้าว-แป้ง (เน้นขัดสีน้อย): 7-9 ทัพพี (ควรเป็นข้าวกล้อง)

ผักต่างๆ: 4-5 ทัพพี (เน้นผักสุก หลากสี)
ผลไม้ (รสไม่หวานจัด): 1-3 ส่วน (เช่น แอปเปิ้ล 1 ผล, ฝรั่ง 1/2 ผล, กล้วย 1 ผล)

เนื้อสัตว์ (ย่อยง่าย): 6-8 ช้อนกินข้าว (ปลา, ไข่, เต้าหู้แข็ง)

นม (รสจืด, แคลเซียมสูง): 1-2 แก้ว
น้ำมัน น้ำตาล เกลือ: ให้น้อยที่สุด

น้ำดื่ม: อย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน

เลี่ยงอาหารแข็ง/ดิบ: ปรุงอาหารให้เปื่อย นุ่ม ย่อยง่าย

🚨🚨ข้อควรระวัง🚨🚨
หากผู้สูงอายุมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารเพื่อปรับสัดส่วนอาหารที่เหมาะสม

🧘🤸🏌️การออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุ🧓🧑‍🦳

ควรเน้นความสม่ำเสมอ ความปลอดภัย และไม่หักโหม โดยแนะนำให้ทำวันละ 20-30 นาที (แบ่งเป็นช่วงละ 10-15 นาที) อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ รูปแบบที่เหมาะสมคือ

🧘🧍🚶🏊แบบแรงกระแทกต่ำ (Low Impact) ได้แก่ การเดินเร็ว, รำมวยจีน, โยคะ, หรือว่ายน้ำ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของหัวใจ กล้ามเนื้อ และการทรงตัว

🤿🥋🏹ประเภทการออกกำลังกายที่แนะนำสำหรับผู้สูงอายุ🎯⛳

คาร์ดิโอ (Cardio): เดินเร็ว, เดินในน้ำ, ปั่นจักรยาน, เต้นแอโรบิกเบาๆ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพหัวใจและปอด

สร้างความแข็งแรง (Strength Training): ยกน้ำหนักเบา, ยืดหนังยาง, ยืนย่อเข่า (Squat) ช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ

ฝึกการทรงตัว (Balance): ยืนขาเดียว, เดินต่อเท้า (เดินส้นเท้าชนปลายเท้า) ลดความเสี่ยงในการล้ม

ยืดเหยียด (Flexibility): โยคะ, รำมวยจีน, ยืดเหยียดกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ เพื่อความคล่องตัว

🚨🚨ข้อควรระวัง🚨🚨
เริ่มช้าๆ: หากไม่เคยออกกำลังกายมาก่อน ควรเริ่มจากเบาๆ และระยะเวลาน้อยๆ ก่อน

‼️‼️เช็คสัญญาณอันตราย: หากมีอาการเหนื่อยหอบ แน่นหน้าอก เวียนศีรษะ ให้หยุดทันทีและปรึกษาแพทย์

🍽️🏖️🏝️อาหารเมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean Diet) คือรูปแบบการกินเพื่อสุขภาพที่เน้นผัก, ผลไม้, ธัญพืชไม่ขัดสี, ถั่ว, และน...
18/04/2026

🍽️🏖️🏝️อาหารเมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean Diet) คือรูปแบบการกินเพื่อสุขภาพที่เน้นผัก, ผลไม้, ธัญพืชไม่ขัดสี, ถั่ว, และน้ำมันมะกอกเป็นหลัก
นิยมรับประทานปลาและอาหารทะเลสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง จำกัดเนื้อแดงและอาหารแปรรูป ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ, เบาหวาน และช่วยควบคุมน้ำหนัก เป็นอาหารที่สมดุล ดีต่อหัวใจ และได้รับการยกย่องว่าดีต่อสุขภาพที่สุดในโลก🌊🏖️🌞

✒️✒️จุดเด่นและวัตถุดิบหลักของอาหารเมดิเตอร์เรเนียน✒️✒️

ไขมันดี: ใช้น้ำมันมะกอกเป็นแหล่งไขมันหลัก แทนเนยหรือไขมันอิ่มตัว🥑

พืชผักผลไม้: เน้นพืชตระกูลถั่ว, ถั่วเปลือกแข็ง, ผักใบเขียว, และผลไม้สด🥬🫛🌰🥜🫘

คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน: ขนมปังโฮลวีต, ข้าวกล้อง, ควินัว, พาสต้าโฮลวีต🍞🍚🟣⚫

โปรตีน: ปลาทะเล, อาหารทะเล, สัตว์ปีก, ไข่🐓🐟🥚

นมและผลิตภัณฑ์จากนม: ในปริมาณน้อยถึงปานกลาง โดยเน้นผลิตภัณฑ์ไขมันต่ำ เช่น โยเกิร์ตธรรมชาติ และชีสสีขาว 🥛🧈

สมุนไพร: ใช้สมุนไพรและเครื่องเทศปรุงรสเพื่อลดการปรุงรสชาติ🌿🌶️

👍👍ประโยชน์ต่อสุขภาพ👍👍

หัวใจแข็งแรง: ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด

ควบคุมน้ำหนัก: อุดมด้วยใยอาหาร ทำให้อิ่มนานและลดการกินจุกจิก

สมองเสื่อม: สารต้านอนุมูลอิสระช่วยชะลอสมองเสื่อม

ลดการอักเสบ: ช่วยลดความเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคเรื้อรังอื่นๆ

อย่างไรก็ตามการเลือกรับประทานในรูปแบบต่างๆขึ้นอยู่กับความเหมาะสมต่อการดำเนินชีวิตของแต่ละบุคคล ไม่เคร่งเครียดหรือหรือหย่อนยานจนเกินไป เลือกทานแต่พอดีชีวิตมีสุขนะคะ🥰🥰😊😊

🥰🥰🥰
05/04/2026

🥰🥰🥰

โรคเกาต์ ยังต้องกลัวการกินไก่อีกต่อไปไหม 🐔
ตามแนวทางเวชปฏิบัติสำหรับการรักษาเกาต์และกรดยูริกในเลือดสูง ปี 2569 ผู้ป่วยโรคเกาต์ ไม่ต้องกลัวการกินไก่อย่างเข้มงวดเหมือนในอดีตอีกต่อไป วันนี้เพจโภชนาการ 4.0 รวบรวมเหตุผลที่สนับสนุนตามแนวทางใหม่ มีดังนี้ครับ

1. จำกัดเฉพาะเนื้อแดงและอาหารทะเล 🦞
แนวทางฉบับใหม่ระบุอย่างชัดเจนให้ จำกัดการบริโภค "เนื้อแดง" (Red meat) และ "อาหารทะเล" (Seafood) เนื่องจากมีหลักฐานว่าเพิ่มความเสี่ยงของโรคเกาต์
แต่ไม่ได้มีการระบุถึงข้อห้ามหรือให้จำกัดเนื้อขาวอย่างเช่น "ไก่" หรือสัตว์ปีกแต่อย่างใด

2. เลิกเน้นการท่องจำอาหารพิวรีนสูง 🍗
แนวทางใหม่มีการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ (Paradigm Shift) โดยเปลี่ยนจุดโฟกัสจากการนั่งนับพิวรีนหรือจำกัดอาหารพิวรีนสูงอย่างเข้มงวด (ซึ่งในอดีตมักเหมารวมไก่และสัตว์ปีกไปด้วย) มาเป็นการจัดรูปแบบอาหารโดยรวมให้ออกมาในแนวทางที่สมดุลและทำได้ยั่งยืน
ขนาด "เครื่องในสัตว์" ที่เคยเป็นข้อห้ามเด็ดขาด ในปัจจุบันยังระบุว่าไม่มีการศึกษาที่ยืนยันชัดเจนถึงผลต่อการเกิดโรคเกาต์หรือระดับกรดยูริก

3. ศัตรูตัวจริงคือแอลกอฮอล์และน้ำหวาน 🍻
สิ่งที่แนวทางเวชปฏิบัติเน้นย้ำให้หลีกเลี่ยงเด็ดขาดคือ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล และน้ำผลไม้ เนื่องจากน้ำตาลฟรุกโตสและแอลกอฮอล์เป็นตัวการสำคัญที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างกรดยูริกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

4. เน้นการลดน้ำหนักเป็นหลัก 🥗
สิ่งที่สำคัญที่สุดในการจัดการโภชนาการคือ การลดน้ำหนักในผู้ป่วยที่มีภาวะน้ำหนักเกิน เพราะการลดน้ำหนักคือกุญแจสำคัญที่ช่วยลดระดับกรดยูริกและลดความถี่ของการกำเริบได้ดีที่สุด ไม่ว่าผู้ป่วยจะใช้สูตรอาหารแบบใดก็ตาม

# สรุปคือ ผู้ป่วยสามารถรับประทานไก่เป็นแหล่งโปรตีนได้ตามปกติในปริมาณที่พอเหมาะ แต่ควรควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และหมุนเวียนไปรับประทานอาหารกลุ่มที่ช่วยลดความเสี่ยงด้วย เช่น โปรตีนจากพืช ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เต้าหู้ น้ำเต้าหู้ และผลิตภัณฑ์จากนม

#โภชนาการ 4.0 #อยากเห็นคนไทยมีสุขภาพดี #โรคเกาต์ #เกาต์ #อาหารโรคเกาต์

📜📜📜6 อาหารต้านความเครียดช่วยปรับอารมณ์และลดฮอร์โมนคอร์ติซอล ได้แก่ ถั่วเปลือกแข็ง อะโวคาโด ปลาแซลมอน ผักโขม ส้มและช้าวกล...
01/04/2026

📜📜📜6 อาหารต้านความเครียดช่วยปรับอารมณ์และลดฮอร์โมนคอร์ติซอล ได้แก่ ถั่วเปลือกแข็ง อะโวคาโด ปลาแซลมอน ผักโขม ส้มและช้าวกล้อง อาหารเหล่านี้อุดมด้วยสารอาหารสำคัญที่ช่วยให้สมองผ่อนคลายช่วยลดความเครียดได้อีกทางหนึ่งเช่นกัน

✅✅6 อาหารต้านความเครียดและบำรุงระบบประสาท

1. ถั่วเปลือกแข็ง🫘🥜🌰
เช่น อัลมอนด์ พิสตาชิโอ และวอลนัท กินวันละ 1 กำมือ ได้วิตามินบีที่ช่วยรับมือกับความเครียด หรือเป็นกังวลได้

2. อะโวคาโด🥑🥑🥑
อุดมด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว และโพแทสเชียมช่วยลดความดัน และความกังวลได้ดี

3. ปลาแซลมอน🍣🐟🐟
มีโอเมก้า - 3 มากมายซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจ ของฮอร์โมนเครียด เพราะทำหน้าที่กักเก็บไม่ให้ความเครียดไหลพุ่งออกมา

4. ผักโขม🥬🥬🥗
แมกนีเซียมสูง ซึ่งช่วยลดระดับความเครียด หากเราขาดแมกนีเซียมจะทำให้ปวดศีรษะคล้ายไมเกรน และอ่อนเพลีย

5. ส้ม🍊🍊🍊
มีวิตามินซีสูง ซึ่งงานวิจัยจากเยอรมนี พบว่าการกินวิตามินซี วันละ 3,000 มก. จะช่วยลดระดับฮอร์โมนเครียด ให้กลับมาปกติได้อย่างรวดเร็ว

6. ข้าวกล้อง🍙🟣⚫
เป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรต และใยอาหารชั้นเยี่ยม ซึ่งคาร์บจะช่วยให้สมองหลั่งสารแห่งความสุขที่ชื่อ “เซโรโทนิน” นั่นเอง

จะเห็นได้ว่า อาหารทั่วไปที่เราพบเห็นตามตลาดทั่วไป ก็มีสารอาหารที่จะช่วยดูแลเราให้ความเครียดลดลงและช่วยให้สุขภาพทั้งกายและใจของเรานั้นดียิ่งขึ้นได้ 💃🕺🥰🥰

🗨️🗨️เคล็ดไม่ลับ:การปรับพฤติกรรมการกินร่วมกับการออกกำลังกายจะช่วยลดระดับความเครียดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอก็มีส่วนช่วยลดความเครียดได้อีกด้วยนะคะ😁😁😁

โรคเบาจืด (Diabetes Insipidus) คือภาวะที่ร่างกายผลิตปัสสาวะมากผิดปกติ (มากกว่า 3 ลิตร/วัน) ปัสสาวะเจือจาง สีซีด และกระหา...
22/03/2026

โรคเบาจืด (Diabetes Insipidus) คือภาวะที่ร่างกายผลิตปัสสาวะมากผิดปกติ (มากกว่า 3 ลิตร/วัน) ปัสสาวะเจือจาง สีซีด และกระหายน้ำรุนแรงมาก

✅อาการเด่นชัดของโรคเบาจืด✅

ปัสสาวะบ่อยและปริมาณมาก: ปัสสาวะใส สีจาง เหมือนน้ำเปล่า

กระหายน้ำรุนแรง: หิวน้ำตลอดเวลา มักชอบดื่มน้ำเย็นจัด

ภาวะขาดน้ำ: อ่อนเพลีย ปากแห้ง คอแห้ง วิงเวียนศีรษะ กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือปวดศีรษะ

ปัสสาวะรดที่นอน: โดยเฉพาะในเด็ก ซึ่งอาจเป็นสัญญาณแรกๆ

⚠️สาเหตุหลักของโรคเบาจืด⚠️

ขาดฮอร์โมน (Central Diabetes Insipidus): สมองส่วนไฮโปทาลามัสหรือต่อมใต้สมองสร้างฮอร์โมน ADH ไม่เพียงพอ มักเกิดจากเนื้องอก อุบัติเหตุที่ศีรษะ หรือการผ่าตัดสมอง

ไตดื้อฮอร์โมน (Nephrogenic DI): ไตไม่ตอบสนองต่อฮอร์โมน ADH มักเกิดจากพันธุกรรม ยาบางชนิด หรือโรคไตเรื้อรัง

📑การรักษา📑

โรคเบาจืดจากขาดฮอร์โมน: ใช้ยา Desmopressin (DDAVP) ซึ่งเป็นฮอร์โมนสังเคราะห์

โรคเบาจืดจากไต: ปรับยาที่ใช้อยู่ รักษาโรคไตต้นเหตุ และปรับพฤติกรรม

🥰การดูแลตนเอง🥰

ดื่มน้ำให้เพียงพอตลอดเวลาเพื่อป้องกันภาวะขาด ทานผลไม้เสริมเกลือแร่ และหลีกเลี่ยงอาหารรสเค็มจัด

💬เบาจืด vs เบาหวาน ต่างกันอย่างไร❓

โรคเบาจืดไม่มีความเกี่ยวข้องกับระดับน้ำตาลในเลือดสูงเหมือนโรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus) แต่มีชื่อคล้ายกันเพราะอาการปัสสาวะบ่อยและกระหายน้ำเหมือนกัน

📝เมื่อไหร่ที่ควรพบแพทย์❓

หากมีอาการปัสสาวะมากกว่า 3 ลิตรต่อวัน ดื่มน้ำบ่อยมากจนรบกวนชีวิตประจำวัน หรือมีอาการอ่อนเพลียรุนแรงจากการขาด

ยังไม่รวมผงนัวและไขมันอีกด้วยนะคะ🥰🥰
16/03/2026

ยังไม่รวมผงนัวและไขมันอีกด้วยนะคะ🥰🥰

เกณฑ์ระดับความหวานของเครื่องดื่มเย็น 🫨
สั่งหวานน้อย ไม่เกิน 2 ช้อนชา ลดเสี่ยง NCDs
#สสส #สื่อสารสุข #ลดหวานลดโรค

ที่อยู่

444 หมู่6 ตำบลแม่เหียะ อ. เมือง
Chiang Mai
50100

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กินได้สุขภาพดีกับหน่วยโภชนาการ ศูนย์เวชศาสตร์ผู้สูงอายุผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์