CMU Surgical ICU CMU Surgical Critical Care, Metabolism and Nutrition

ทีมแข็งแกร่ง
20/05/2026

ทีมแข็งแกร่ง

 #ไล่น้ำสำคัญไฉนในไอซียู  ลองไปอ่านฉบับเต็มในวารสาร Clinical Critical Care นะครับFLUID DE-ESCALATION THERAPYภาวะช็อกจากก...
12/05/2026

#ไล่น้ำสำคัญไฉนในไอซียู ลองไปอ่านฉบับเต็มในวารสาร Clinical Critical Care นะครับ

FLUID DE-ESCALATION THERAPY
ภาวะช็อกจากการไหลเวียนโลหิต (Circulatory shock) เป็นสภาพการณ์ที่พบบ่อยและมีอัตราการเสียชีวิตสูงในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) ซึ่ง **ภาวะน้ำเกิน (Fluid overload)** มักเกิดขึ้นตามมาเป็นภาวะแทรกซ้อนจากการรักษา โดยหากน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเกิน 10% ของน้ำหนักตัวพื้นฐาน มักจะทำให้เกิดกลุ่มอาการสะสมสารน้ำ หรือ Fluid Accumulation Syndrome ซึ่งจะมีความสัมพันธ์อย่างมากกับอัตราการเสียชีวิตภายใน 30 วันที่เพิ่มสูงขึ้น

การรักษาด้วยการลดระดับสารน้ำ (Fluid de-escalation therapy) จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการจำกัดปริมาณสารน้ำขาเข้าและทำให้เกิดสมดุลสารน้ำตามเป้าหมาย เพื่อป้องกันอวัยวะทำงานผิดปกติที่เกิดจากภาวะเนื้อเยื่อบวมน้ำ

กรอบแนวคิด ROSE framework สำหรับการบริหารจัดการสารน้ำใน 4 ระยะที่แตกต่างกัน
ระยะที่ 1: Resuscitation (นาทีถึงชั่วโมง): เป้าหมายคือเพื่อกู้คืนระบบไหลเวียนโลหิตและปรับปรุงการไหลเวียนเลือดไปยังเนื้อเยื่อ เพื่อจำกัดปริมาณสารน้ำให้ได้รับน้อยที่สุด การศึกษา CENSER trial แนะนำว่าการใช้ยา Norepinephrine เร็ว สามารถช่วยแก้ไขภาวะความดันโลหิตต่ำได้เร็วขึ้น และลดความต้องการสารน้ำลงได้
ระยะที่ 2: Optimization (ชั่วโมง): จุดเน้นจะเปลี่ยนไปที่การปรับระดับสารน้ำเพื่อรักษาสมรรถภาพการไหลเวียนเลือดขาเข้าอวัยวะ การศึกษา ANDROMEDA-SHOCK trials แสดงให้เห็นว่าการตั้งเป้าหมายไปที่ Capillary Refill Time < 3 วินาที เป็นกลยุทธ์การลดระดับสารน้ำโดยแท้จริง ส่งผลให้มีการใช้สารน้ำน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับการดูแลที่ตั้งเป้าหมายไปที่ระดับแลคเตท
ระยะที่ 3: Stabilization (วัน): เป้าหมายคือเพื่อรักษาสมรรถภาพการทำงานของอวัยวะและป้องกันอันตรายโดยการหยุดสารน้ำที่ไม่จำเป็น ต้องจัดการกับ"น้ำส่วนเกินที่แฝงมา" (Fluid Creep) ซึ่งก็คือสารน้ำที่ซ่อนอยู่ในตัวทำละลายยาและการล้างสาย (flushes) ซึ่งมักคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 50% ของปริมาณสารน้ำทั้งหมดในแต่ละวัน
ระยะที่ 4: Evacuation (วันถึงสัปดาห์): ระยะนี้เกี่ยวข้องกับการลดระดับสารน้ำแบบเชิงรุก (Active de-resuscitation) เพื่อให้เกิดสมดุลสารน้ำที่เป็นลบ (Net negative fluid balance) โดยการใช้ยาขับปัสสาวะหรือการกรองอัลตร้าฟิลเตรชั่นด้วยเครื่อง

ความปลอดภัยและการตรวจสอบระหว่างการขับน้ำออก
- การเปลี่ยนผ่านไปสู่การกำจัดสารน้ำ (Evacuation) ต้องแบกรับความเสี่ยงต่อ ความไม่คงตัวของระบบไหลเวียนโลหิต หากอัตราการกำจัดน้ำออกจากช่องว่างภายในหลอดเลือดสูงเกินกว่าอัตราที่สารน้ำจะสามารถถูกดูดซึมกลับมาจากเนื้อเยื่อระหว่างเซลล์
- ความเสี่ยงของการกรองอัลตร้าฟิลเตรชั่น: อัตราที่เกิน 1.75 มล./กก./ชม. สัมพันธ์กับการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นในผู้ป่วยที่มีคะแนน SOFA สูง
- SOCRATE Score: เครื่องมือ 3 คะแนนนี้ช่วยทำนายความไม่คงตัวระหว่างการกำจัดสารน้ำโดยการประเมินจาก คะแนน CV SOFA (

 #จะใช้_NIV_HFNC_เทียบกับ_HFNC_อย่างเดียวหลังคนไข้ถอดท่อช่วยหายใจอันไหนดีกว่ากันในคนไข้ที่เสี่ยงต่อการใส่ท่อซ้ำ📌 Prophyl...
12/05/2026

#จะใช้_NIV_HFNC_เทียบกับ_HFNC_อย่างเดียวหลังคนไข้ถอดท่อช่วยหายใจอันไหนดีกว่ากันในคนไข้ที่เสี่ยงต่อการใส่ท่อซ้ำ
📌 Prophylactic NIV หลัง Extubation ช่วยลด Reintubation ได้จริง?

ในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงต่อ extubation failure แต่ “ไม่มี hypercapnia”
การใช้ “NIV สลับกับ HFNC” ให้ผลดีกว่า HFNC อย่างเดียว
🔍 ผลการศึกษา
• NIV + HFNC → reintubation ภายใน 7 วัน = 11.8%
• HFNC alone → 17.6%
✅ ลด absolute risk ได้ 5.8%
✅ NNT ≈ 17 คน เพื่อป้องกัน reintubation ได้ 1 ราย

👥 ผู้ป่วยที่ควรพิจารณา
• อายุ >65 ปี
• มี cardiac disease
• chronic respiratory disease
• prolonged ventilation
• เสี่ยง extubation failure สูง
แม้ PaCO₂ จะ ≤45 mmHg ก็ยังได้ประโยชน์

🫁 Protocol ที่ใช้
• NIV alternating with HFNC
• ให้ NIV ≥12 ชั่วโมง/วัน
• เน้นช่วง 48 ชั่วโมงแรกหลัง extubation

💡 แนวคิดสำคัญ
NIV ช่วย:
• ลด work of breathing
• recruitment alveoli
• ลด respiratory muscle fatigue
HFNC ช่วย:
• oxygenation
• dead-space washout
• comfort ดีกว่า

✅ Prophylactic NIV
= ใช้ทันทีหลัง extubation ในคนเสี่ยงสูง → evidence สนับสนุน

❌ Rescue NIV
= รอให้เกิด respiratory failure แล้วค่อยใส่ NIV → อาจ delay reintubation และ outcome ไม่ดี

Reference : Thille AW, Chamblet L, Ragot S, et al. Prophylactic noninvasive ventilation after extubation in high-risk patients without hypercapnia. Intensive Care Med. Published online April 13, 2026. doi:10.1007/s00134-026-08396-4.
https://link.springer.com/epdf/10.1007/s00134-026-08396-4?sharing_token=LGHQqZPJZjEr5vyp2OPD2fe4RwlQNchNByi7wbcMAY4Ez-In-vIc_XVZtO0RMnZn_ArGgY4X6nJiz-PIvg3Nj-wBt5wYOq0nKpESQivLQ-a5aEeqo7ZL3uXkQpQQQA3F6gaTIgZMd94sJjT2mGHDANSKtnbRDUwQl-rILkH7SoY%3D&fbclid=IwVERFWARRP-lleHRuA2FlbQIxMQBzcnRjBmFwcF9pZA8xNzM4NDc2NDI2NzAzNzAAAR4wDUj1ItUgx0IXuCJYuiVl_lHVpGHJC3GDPw1gbMCKQwq5RPRcg9pms4Ff0w_aem_CV3StxrKWe3yXCBM4ax7Yw

 #แนวทางการจัดการเครื่องช่วยหายใจในผู้ป่วยวิกฤตที่มีภาวะอ้วน1. พยาธิสภาพและความท้าทาย (Pathophysiology)ผู้ป่วยอ้วนมี ปริ...
07/05/2026

#แนวทางการจัดการเครื่องช่วยหายใจในผู้ป่วยวิกฤตที่มีภาวะอ้วน

1. พยาธิสภาพและความท้าทาย (Pathophysiology)
ผู้ป่วยอ้วนมี ปริมาตรปอด (FRC) ลดลง และ ความดันในช่องเยื่อหุ้มปอดสูงขึ้น ทำให้ปอดแฟบ (Atelectasis) ได้ง่าย และเสี่ยงต่อภาวะพร่องออกซิเจน
ความตึงตัวของผนังทรวงอกที่เพิ่มขึ้น ทำให้การแปลผลความดันทางเดินหายใจ (Airway pressures) คลาดเคลื่อนได้

2. การเตรียมตัวและการใส่ท่อช่วยหายใจ (Airway Management)
การให้ออกซิเจนก่อนใส่ท่อ (Preoxygenation): ควรใช้เครื่องมือที่ให้แรงดันบวก เช่น NIV หรือ HFNC ร่วมกับการจัดท่าศีรษะสูง (Head-up/Ramped) เพื่อป้องกันภาวะออกซิเจนตกอย่างรวดเร็ว
อุปกรณ์: แนะนำให้ใช้ Video laryngoscopy เป็นทางเลือกแรก เพื่อเพิ่มโอกาสสำเร็จตั้งแต่ครั้งแรก

3. การตั้งค่าเครื่องช่วยหายใจ (Ventilation Settings)
ปริมาตรลมหายใจ (Tidal Volume): ต้องตั้งค่าที่ 6–8 มิลลิลิตรต่อกิโลกรัมของน้ำหนักตัวที่ประเมินจากส่วนสูง (Predicted body weight - PBW) เสมอ ห้ามคำนวณจากน้ำหนักตัวจริงเด็ดขาด เพื่อป้องกันปอดบาดเจ็บ
PEEP: ผู้ป่วยมักต้องการ PEEP ในระดับที่สูงขึ้น เพื่อต้านทานความดันช่องเยื่อหุ้มปอดที่สูงและป้องกันหลอดลมปิด ควรปรับตั้งค่าแบบเฉพาะเจาะจงบุคคล

4. การมอนิเตอร์และการรักษาเสริม (Monitoring & Adjunctive Therapies)
การประเมินแรงเครียดของปอด: ค่า Plateau และ Driving pressure อาจวัดได้สูงกว่าปกติจากความหนาของผนังทรวงอก การใช้เครื่องมือเสริม เช่น การวัดความดันหลอดอาหาร (Esophageal pressure) หรือ EIT จะช่วยให้ประเมินการตั้งค่าได้แม่นยำและปลอดภัยขึ้น
ท่านอนคว่ำ (Prone positioning) และ ECMO: ทำได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ไม่ควรใช้ความอ้วนเป็นข้อห้าม ในการพิจารณาให้การรักษาเหล่านี้

5. การหย่าเครื่องช่วยหายใจ (Liberation & Extubation)
การทดสอบการหายใจเอง (SBT): สามารถใช้โหมด Pressure-Support (PSV) ในการประเมินได้อย่างปลอดภัย โดยไม่เพิ่มความเสี่ยงในการต้องใส่ท่อซ้ำ
การดูแลหลังถอดท่อ: แนะนำให้ใช้ NIV แบบป้องกัน (Prophylactic NIV) ทันทีหลังถอดท่อ (ใช้อย่างน้อย 13 ชั่วโมงภายใน 24 ชั่วโมงแรก) เพื่อช่วยลดอัตราการต้องกลับมาใส่ท่อช่วยหายใจซ้ำ

Reference: Kitisin, N., Caroli, A., Carvalho Ferreira, J., Hikasa, Y., Ke, L., Nübel, J., Raykateeraroj, N., Thille, A. W., Ueno, R., Hernandez, G., & Serpa Neto, A. (2026). Mechanical ventilation for ICU patient with obesity: current best practices and future directions. Intensive Care Medicine. https://doi.org/10.1007/s00134-026-08397-3

Transamine_in_ICU มีภาวะอะไรที่มี evidence บ้าง เป็นบทความที่น่าสนใจมาก ในวารสาร Clinical Critical CareClinical review เ...
28/04/2026

Transamine_in_ICU มีภาวะอะไรที่มี evidence บ้าง เป็นบทความที่น่าสนใจมาก ในวารสาร Clinical Critical Care

Clinical review เรื่อง tranexamic acid (TXA) ซึ่งใช้เพื่อช่วยให้ลิ่มเลือดคงตัวและป้องกันภาวะเลือดออก ผู้เขียนได้พิจารณาบทบาทของยานี้ในการกู้ชีพฉุกเฉิน โดยในกรณีภาวะตกเลือดหลังคลอด อุบัติเหตุ และการผ่าตัดใหญ่มีหลักฐานว่ามีประโยชน์ในการใช้ โดยเฉพาะเมื่อให้ยาภายในระยะเวลา 3 ชั่วโมง แต่ในบางกรณี เช่น ภาวะเลือดออกในทางเดินอาหาร นั้นอาจมีความเสี่ยงในการใช้มากกว่าประโยชน์ แหล่งข้อมูลยังระบุว่า ภาวะลิ่มเลือดอุดตันพบได้ไม่บ่อยในการใช้ระยะสั้น อย่างไรก็ตาม แพทย์จำเป็นต้องปรับขนาดยาในผู้ป่วยที่มีภาวะไตบกพร่อง เพื่อลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน เช่น อาการชัก
https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ccc/article/view/277832

 #ใช้โซเดียมเข้มข้นแทนแมนนิทอลได้ไหม?การศึกษาทางการแพทย์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินประสิทธิภาพของสารละลายโซเดียมคลอไรด...
08/04/2026

#ใช้โซเดียมเข้มข้นแทนแมนนิทอลได้ไหม?

การศึกษาทางการแพทย์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินประสิทธิภาพของสารละลายโซเดียมคลอไรด์ความเข้มข้น 3% เปรียบเทียบกับแมนนิทอล 20% ในการลดความดันภายในกะโหลกศีรษะในผู้ป่วยที่มีภาวะบาดเจ็บทางสมองอย่างรุนแรง

นักวิจัยได้ใช้การตรวจวัดขนาดปลอกหุ้มเส้นประสาทตา หรือ Optic Nerve Sheath Diameter (ONSD) ด้วยอัลตราซาวด์ ซึ่งเป็นวิธีที่เชื่อถือได้และไม่ต้องผ่าตัด แทนการตรวจวัดความดันภายในกะโหลกศีรษะแบบดั้งเดิมที่มีความเสี่ยงสูง

ผลการศึกษาพบว่า สารละลายไฮเปอร์โทนิกซาลีนสามารถลดความดันในสมองได้ดีกว่าและคงประสิทธิภาพได้นานกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับแมนนิทอล ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานที่ใช้กันมาอย่างยาวนาน
นอกจากนี้ ผลลัพธ์ยังชี้ให้เห็นว่า การตรวจอัลตราซาวด์บริเวณตาแบบต่อเนื่อง หรือ serial ocular scanning เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ สามารถใช้ติดตามประสิทธิภาพของการรักษาได้อย่างสะดวกที่ข้างเตียงผู้ป่วย โดยเฉพาะในหอผู้ป่วยวิกฤต

โดยสรุป งานวิจัยนี้สนับสนุนให้มีการปรับปรุงแนวทางการดูแลผู้ป่วยด้านประสาทวิกฤต เพื่อช่วยป้องกันการบาดเจ็บของสมองที่เกิดซ้ำ และเพิ่มโอกาสในการฟื้นตัวของผู้ป่วยให้ดียิ่งขึ้นในระยะยาว

ref: Abhikanksha, Satish Patel, Neeraj Sharma, Deepa Rampuria, Tanvi Anand, Priya Singh, A Comparative Study of 20% Mannitol Vs. 3% Normal Saline in Managing Raised Intracranial Pressure in Traumatic Brain Injury Patient Guided by Serial Optic Nerve Sheath Diameter Measurement, International Journal of Critical Care Medicine (IJCCM), 1(2), 2024, pp. 1-10 doi: https://doi.org/10.5281/zenodo.14173141

ทบทวนโดย: พญ.ณัฐรดา บุญเพ็ง แพทย์ประจำบ้านประสาทศัลยศาสตร์

ควบคุมโดย
ศ.นพ.กวีศักดิ์ จิตต์วัฒนรัตน์
พญ.ศรีสุลักษณ์ คะชา
พญ.ณัฐสุดา โพธิกุล
นพ.อติรุจ ศุภพิพัฒน์

Continuous High-Frequency Oscillation (CHFO) Therapy  #อุปกรณ์ช่วยการขับเสมหะขณะใช้เครื่องช่วยหายใจ ลด Atelectasis ในผู้...
07/04/2026

Continuous High-Frequency Oscillation (CHFO) Therapy #อุปกรณ์ช่วยการขับเสมหะขณะใช้เครื่องช่วยหายใจ ลด Atelectasis ในผู้ป่วยใส่เครื่องช่วยหายใจได้จริงหรือ?

📚 Hu et al. — CHEST 2026

🧠 Background
ผู้ป่วย impaired consciousness (GCS ≤ 😎 ที่ใส่ mechanical ventilation
มักเกิด
▪ secretion clearance ไม่ดี
▪ secretion retention
▪ atelectasis
ซึ่งเพิ่มความเสี่ยง
➡️ Ventilator-associated pneumonia
➡️ Ventilator duration ยาวขึ้น
➡️ ICU stay นานขึ้น
Continuous High-Frequency Oscillation (CHFO) เป็น airway clearance technique ที่ใช้ oscillation เพื่อช่วย mobilize secretion แต่ evidence ใน ICU ยังมีไม่มาก

🧪 Study Design
Multicenter Randomized Controlled Trial
👥 ผู้ป่วย 80 คน
🧠 GCS ≤ 8
🫁 ใส่ mechanical ventilation
Randomized เป็น
▪ CHFO + usual care
▪ Usual care (suction จัดท่า เคาะปอด)
📅 CHFO protocol
3–4 sessions/day × 5 days
Primary outcome
➡️ % change ของ nonaerated lung tissue (CT scan)

📊 Results
ผู้ป่วยที่ได้รับ CHFO
🫁 ลด non-aerated lung tissue ได้มากกว่า usual care 51.3% vs 37.6% (P = 0.017)
นอกจากนี้ยังพบว่า
✔ Ventilator-free days มากขึ้น
✔ Clinical Pulmonary Infection Score ลดลง
✔ ICU length of stay สั้นลง
🛡 ไม่พบ adverse events ที่สำคัญ

แต่ ❌ Mortality ไม่แตกต่างกัน

💡 Clinical Insight
Oscillation ช่วย
▪ ลด mucus viscosity
▪ mobilize secretion จาก peripheral airway
▪ improve ventilation distribution

➡️ ลด atelectasis
📌 Take-home message
ในผู้ป่วย
🧠 impaired consciousness + ใส่ mechanical ventilation
การใช้ Continuous High-Frequency Oscillation (CHFO)
อาจช่วย
✔ ลด atelectasis
✔ เพิ่ม ventilator-free days
✔ ลด ICU stay
แต่ ยังไม่พบ mortality benefit

Review by นพ.จรกฤตย์ ปันกองงาม
แพทย์ใช้ทุนปีที่ 1 ปฏิบัติงานไอซียูศัลยกรรมเดือนมีนาคม 2569

ควบคุมโดย
ศ.นพ.กวีศักดิ์ จิตต์วัฒนรัตน์
พญ.ศรีสุลักษณ์ คะชา
พญ.ณัฐสุดา โพธิกุล
นพ.อติรุจ ศุภพิพัฒน์

  คืออะไร เทียบกับการ recruitment ปกติจะต่างกันหรือไม่Comparison of two different recruitment maneuver patterns in ARDS ...
17/03/2026

คืออะไร เทียบกับการ recruitment ปกติจะต่างกันหรือไม่
Comparison of two different recruitment maneuver patterns in ARDS patients
งานวิจัยนี้เปรียบเทียบ 2 recruitment maneuver ในผู้ป่วย mild–moderate ARDS ที่ใส่เครื่องช่วยหายใจ ได้แก่
* Sigh recruitment = pressure-controlled ventilation 1 นาทีใช้ PEEP 5 cmH2O + driving pressure 40 cmH2Oทำให้ได้ peak pressure ประมาณ 45 cmH2O
* Sustained inflation = ค้างแรงดัน 40 cmH2O นาน 30 วินาที
การศึกษาเป็น randomized crossover study ในผู้ป่วย ARDS 23 คนทุกคนได้รับทั้ง 2 วิธี สลับลำดับกัน และวัดผลเรื่อง
* respiratory mechanics
* gas exchange
* hemodynamics
* lung volume distribution ด้วย EIT
ผลที่ได้คือในผู้ป่วยกลุ่มนี้ ทั้ง sigh recruitment และ sustained inflation ไม่ได้ทำให้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางคลินิกทั้งในแง่
* oxygenation
* compliance / elastance
* hemodynamics
* EIT-derived lung volume distribution
โดยผลหลังทำ 5–30 นาที แทบไม่ต่างจาก baseline และมีผู้ป่วยที่ตอบสนองเรื่อง oxygenation จริง ๆ เพียงส่วนน้อยเท่านั้นถ้าใช้เกณฑ์ว่า PaO2/FiO2 เพิ่ม >20% จะมี responder แค่ประมาณ 9–13% เท่านั้น
อีกจุดที่น่าสนใจคือหลังทำ maneuver ทั้งสองแบบ PaCO2 เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่ได้มีความแตกต่างกันระหว่างสองวิธี
สรุปง่าย ๆ:paper นี้บอกว่าในผู้ป่วย mild–moderate ARDS ที่ตั้ง ventilator แบบ lung-protective และใช้ moderate PEEP อยู่แล้วการทำ recruitment maneuver แบบ sigh หรือ sustained inflation ไม่ได้ให้ benefit ชัดเจนเป็น routine strategy และไม่ได้มี winner ที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน

ข้อสังเกตทางคลินิก: แล้วควรเลือกใช้อะไร เมื่อไหร่?
จาก paper นี้และ discussion ของผู้วิจัยประเด็นสำคัญคือ ไม่ควรใช้ RM แบบ routine ทุกคนแต่ควรใช้แบบ case-by-case, especially when you suspect derecruitment เช่น
* หลัง disconnect ventilator
* หลัง suction
* หลัง intubation
* หลัง prone positioning/change position
* มี hypoxemia ที่สงสัยว่าเกิดจาก alveolar collapse มากกว่าปัญหาอื่น
1) นึกถึง sigh recruitment มากกว่า เมื่อ:
* อยากให้ recruitment เกิดแบบ ค่อยเป็นค่อยไป
* กังวลเรื่อง hemodynamic drop จากการค้างแรงดันสูงรวดเดียว
* คนไข้ดูน่าจะ recruit ได้บ้าง แต่ไม่อยาก aggressive มาก
* อยาก trial maneuver ที่มีลักษณะใกล้กับการ ventilate จริงมากกว่า hold pressure เฉย ๆ
แนวคิด: sigh อาจ “gentler” กว่า sustained inflation ในบางคน แม้ paper นี้จะไม่ได้พิสูจน์ว่าเหนือกว่าอย่างชัดเจน
2) นึกถึง sustained inflation มากกว่า เมื่อ:
* ต้องการ maneuver ที่ simple, quick, easy to perform
* ต้องการเปิดปอดแบบสั้น ๆ หลังเหตุการณ์ derecruitment ชัดเจน
* ใช้เป็น rescue step ชั่วคราวใน setting ที่ทีมคุ้นเคยกับวิธีนี้
* ต้องการ standardized maneuver ที่ทำซ้ำง่าย
แนวคิด: sustained inflation ทำง่ายและเร็ว แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะได้ผลดีกว่าใน ARDS ทุกคน

เคสแบบไหนที่ “อาจ” ได้ประโยชน์มากกว่า
จาก discussion ของ paper ผู้วิจัยชี้ว่า response ต่อ RM ขึ้นกับหลายอย่าง เช่น
* lung recruitability
* ลักษณะปอดเป็น diffuse vs focal
* chest wall elastance
* transpulmonary pressure ที่เกิดขึ้นจริง
* PEEP หลัง maneuver ว่าช่วย keep lung open ได้ไหม
ดังนั้นคนไข้ที่ “อาจพอได้ประโยชน์” คือคนที่
* มี recruitable lung สูง
* เป็น diffuse ARDS มากกว่า focal ARDS
* มี collapse/atelectasis ชัด
* และหลัง RM สามารถตั้ง adequate PEEP เพื่อกัน derecruitment ต่อได้
เพราะถ้าทำ RM แล้ว PEEP หลังจากนั้นไม่พอ ปอดก็อาจปิดกลับเหมือนเดิม very quickly

เคสที่ควรระวัง หรือไม่ค่อยน่าจะคุ้ม
* poorly recruitable lung
* focal ARDS
* คนไข้ที่ hemodynamic เปราะ
* มีความเสี่ยง barotrauma สูง
* chest wall elastance สูงมาก ทำให้ airway pressure สูงแต่ transpulmonary pressure ไม่ได้สูงพอจะเปิด alveoli จริง

หนังสืออ้างอิง
Chiumello D, Montante M, Garcia PW, Bansal T, Pozzi T, Coppola S. Comparison of two different recruitment maneuver patterns in ARDS patients. Intensive Care Med Exp. 2026 Feb 14;14(1):18. doi: 10.1186/s40635-026-00854-z. PMID: 41688636; PMCID: PMC12905054.

Review by แพทย์ใช้ทุนปีที่ 1 ปฏิบัติงานไอซียูศัลยกรรมเดือนมีนาคม 2526

ควบคุมโดย
ศ.นพ.กวีศักดิ์ จิตต์วัฒนรัตน์
พญ.ศรีสุลักษณ์ คะชา
พญ.ณัฐสุดา โพธิกุล
นพ.อติรุจ ศุภพิพัฒน์

 🧠 Sub-anesthetic dose by continuous Ketamine infusion in Surgical ICU systematic review and meta-analysis of randomized...
17/03/2026


🧠 Sub-anesthetic dose by continuous Ketamine infusion in Surgical ICU systematic review and meta-analysis of randomized controlled trials (Critical Care, 2026)
👥 Participants
9 Randomized Controlled Trials
666 patients
Adult + Pediatric surgical ICU
🔬 Intervention
Intervention: Continuous low-dose ketamine infusion ≤ 0.3 mg/kg/h (range 0.06-0.30)
Control: Standard analgesia / placebo
📊 Key Results
💊 Opioid consumption (24 h)
Ketamine ลด opioid use อย่างมีนัยสำคัญ
Mean Difference ➡️ −5.77 mg morphine equivalent, 95% CI (−6.32, -5.23), p < 0.0001
🤢 PONV
Ketamine ลด postoperative nausea/vomiting
Risk Ratio ➡️ 0.59, 95% CI (0.36–0.98), p = 0.039
😣 Pain score, 🫁 Mechanical ventilation days, 🏥 ICU length of stay
❌ ไม่แตกต่างจาก control
⚠️ Psychotomimetic effects
❌ ไม่เพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ

⭐ Evidence Quality (GRADE)
Moderate certainty ➡️ Opioid reduction (24 h)
Low certainty ➡️ Outcomes อื่น ๆ

🎯 Take-Home Message
Continuous ketamine infusion
✔ ลด opioid consumption ใน 24 ชั่วโมงแรก
✔ ลด PONV
✔ ไม่เพิ่ม psychotomimetic events
แต่
❌ ไม่ improve ICU outcomes: Pain score, Mechanical ventilation days, ICU length of stay

Reference
Alzmmam AI, Alghanem RF, Alshahrani A, Aljawaied R, Alolayqi FS, Alanazi SK, Alanazi L, Alkawabah G, Zaeri NA, Alrabghi K, Alshemali Z, Alsaeedi AS. Continuous ketamine infusion for surgical patients in the intensive care unit: a systematic review and meta-analysis of randomized controlled trials with GRADE assessment. Crit Care. 2026 Jan 23;30(1):85. doi: 10.1186/s13054-026-05858-5. PMID: 41578281; PMCID: PMC12911331.

Review by แพทย์ประจำบ้านวิสัญญี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ควบคุมโดย
ศ.นพ.กวีศักดิ์ จิตต์วัฒนรัตน์
พญ.ศรีสุลักษณ์ คะชา
พญ.ณัฐสุดา โพธิกุล
นพ.อติรุจ ศุภพิพัฒน์

 : เมื่อต้องการระงับประสาทผู้ป่วยด้วย “ยาดมสลบ” ใน ICU อาจไม่ได้ดีอย่างที่คิดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ICU หลายแห่งเริ่มสนใจใช...
17/03/2026

: เมื่อต้องการระงับประสาทผู้ป่วยด้วย “ยาดมสลบ” ใน ICU อาจไม่ได้ดีอย่างที่คิด
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ICU หลายแห่งเริ่มสนใจใช้ inhaled sedation เช่น sevoflurane แทน IV sedative
เหตุผลคืออะไร?
เพราะมีงานวิจัยเล็ก ๆ ก่อนหน้านี้บอกว่า volatile anesthetic อาจ
• ลด lung inflammation
• improve oxygenation
• ตื่นเร็วกว่า
• อาจช่วยให้ extubate เร็วขึ้น
ฟังดูเหมือน perfect drug สำหรับ ARDS
แต่คำถามคือ ถ้าเอาไปทดสอบจริงใน RCT ขนาดใหญ่ ผลจะยังดีอยู่ไหม?
คำตอบอยู่ในงานวิจัยใหม่จาก JAMA ปี 2025
SESAR Trial คืออะไร
• RCT ขนาดใหญ่จาก 37 ICU ในฝรั่งเศส
• ผู้ป่วย ARDS ระดับ moderate–severe รวมทั้งหมด 687 คน
• Randomize เป็น 2 กลุ่ม
• Inhaled sedation → sevoflurane
• IV sedation→ propofol
• Primary outcome : Ventilator-free days ที่ day 28
ผลที่ได้…ค่อนข้างเซอร์ไพรส์
Ventilator-free days : Sevoflurane น้อยกว่า propofol ต่างกันประมาณ −2 วัน
Mortality: 90-day mortality
- Sevoflurane 52.9%
- Propofol 44.3%
- Hazard ratio 1.31
แปลตรง ๆ คือ
กลุ่ม sevoflurane มีโอกาสเสียชีวิตมากกว่า
⚠️ ไม่ใช่แค่ mortality
กลุ่ม sevoflurane ยังพบว่า
•ต้องใช้ vasopressor มากกว่า
•AKI มากกว่า
•มี nephrogenic diabetes insipidus บางราย
ซึ่งอาจเกี่ยวกับ
•vasodilation จาก volatile anesthetic
•fluoride metabolite
•dead space ของ device
💡 Take home message
หลังจาก SESAR trial
Inhaled sedation ใน ARDS ยังไม่ควรเป็น standard > Propofol ยังเป็น first-line sedation สำหรับผู้ป่วย ARDS ที่ใช้ ventilator

Jabaudon M, Quenot JP, Badie J, Audard J, Jaber S, Rieu B, Varillon C, Monsel A, Thouy F, Lorber J, Cousson J, Bulyez S, Bourenne J, Sboui G, Lhommet C, Lemiale V, Bouhemad B, Brault C, Lasocki S, Legay F, Lebouvier T, Durand A, Pottecher J, Conia A, Brégeaud D, Velly L, Thille AW, Lambiotte F, L'Her E, Monchi M, Roquilly A, Berrouba A, Verdonk F, Chabanne R, Godet T, Garnier M, Blondonnet R, Vernhes J, Sapin V, Borao L, Futier E, Pereira B, Constantin JM; SESAR Trial Investigators. Inhaled Sedation in Acute Respiratory Distress Syndrome: The SESAR Randomized Clinical Trial. JAMA. 2025 May 13;333(18):1608-1617. doi: 10.1001/jama.2025.3169. PMID: 40098564; PMCID: PMC11920880.

Review by กิตติธัช อุรุวรรณกุล แพทย์ประจำบ้านศัลยกรรมชั้นปีที่ 1

ควบคุมโดย
ศ.นพ.กวีศักดิ์ จิตต์วัฒนรัตน์
พญ.ศรีสุลักษณ์ คะชา
พญ.ณัฐสุดา โพธิกุล
นพ.อติรุจ ศุภพิพัฒน์

ที่อยู่

Department Of Surgery, Faculty Of Medicine, CMU
Chiang Mai
50200

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ CMU Surgical ICUผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์