คลินิกหมออัจฉรา

คลินิกหมออัจฉรา คลินิกหมออัจฉรา เชียงราย คลินิกโรค?

07/09/2023
เวลาทำการใหม่ค่ะ โทรจองคิวก่อน จะดีกว่านะคะ ไม่ต้องรอนาน
31/01/2023

เวลาทำการใหม่ค่ะ
โทรจองคิวก่อน จะดีกว่านะคะ ไม่ต้องรอนาน

31/03/2022

รู้ทันป้องกัน โรคในช่องปาก - Thaihealth.or.th | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ✣ ที่มา : คู่มือครอบครัวฟันดี กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
แฟ้มภาพ
วัยทำงานมักพบปัญหาการสูญเสียฟันจากฟันผุที่ไม่ได้รับการรักษา ซึ่งฟันสามารถใช้งานไปได้อีกนาน ถ้าหมั่นดูแลอย่างสม่ำเสมอด้วยวิธีการ ดังนี้
1. กินอาหารให้เป็นเวลา
2. ลดการกินลูกอม ขนมขบเคี้ยว และอาหารรสเปรี้ยวจัด
3. ไม่สูบบุหรี่ หรือดื่มสุรา
4. แปรงฟันให้สะอาดทั่วทั้งปาก ร่วมกับการใช้อุปกรณ์เสริมที่จำเป็น เช่น แปรงซอกฟัน ไหมขัดฟัน
5. พบหมอฟันเพื่อตรวจและรับบริการอย่างน้อยปีละครั้ง

💊Cr. สสส. https://www.thaihealth.or.th/Content/55998-%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%20%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%81.html

31/03/2022

บริการจิตเวชทางไกล ช่วยรักษาผู้ป่วยไบโพลาร์ - Thaihealth.or.th | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ✣ ที่มา : เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ
แฟ้มภาพ
ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้ป่วยไบโพลาร์อาจไม่สะดวกเดินทางมาพบแพทย์ จึงพัฒนาบริการจิตเวชทางไกล เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการบำบัดรักษาอย่างต่อเนื่อง
กรมสุขภาพจิต ร่วมกับสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย และเครือข่ายพันธมิตร รวมพลังสนับสนุนผู้ป่วยไบโพลาร์ให้เข้าถึงการรักษาอย่างยั่งยืน ในงาน World Bipolar Day 2022 เปิดใจให้ไบโพลาร์ ปี 2 quotใกล้ไกล ไบโพลาร์อุ่นใจ ด้วยจิตเวชทางไกลquot
จากข้อมูลองค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่าประมาณ 5% ของประชากรโลกป่วยเป็นโรคไบโพลาร์ ขณะที่มีผู้ป่วยเพียง 1-2% เท่านั้นที่ได้รับการวินิจฉัย ซึ่งอายุเฉลี่ยของการเกิดโรคไบโพลาร์ คือ อายุ 20 ปี โดยอัตราความชุกของโรคไบโพลาร์ มักจะเกิดขึ้นในผู้หญิงที่ 3.3% ซึ่งมากกว่าในผู้ชายที่ 2.6% นับเป็นตัวเลขที่ไม่น้อย ขณะที่ทั่วโลกยังอยู่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้วิถีการดำเนินชีวิตและสุขภาพจิตของหลายคนได้รับผลกระทบ หลายคนต้องเผชิญกับความเครียดในระดับที่สูงขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคไบโพลาร์ รวมถึงโรคทางจิตเวชอื่นๆ ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการกำเริบของโรคได้ จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่สังคมไทยควรต้องตระหนักรู้ถึงโรคไบโพลาร์ เพื่อให้ครอบครัวและคนใกล้ชิดเกิดความเข้าใจอาการและพฤติกรรมของโรคสนับสนุนให้บุคคลอันเป็นที่รักเข้ารับการรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่ระยะแรกๆ ซึ่งเป็นหัวใจหลักที่ทำให้โรคไบโพลาร์สามารถรักษาหายได้
โดยทุกวันที่ 30 มีนาคมของทุกปี ตรงกับ #39วันไบโพลาร์โลก #39 กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดกิจกรรมกระตุ้นให้สังคมไทยตระหนักถึงโรคไบโพลาร์มาอย่างต่อเนื่อง ในปี 2565 นี้ กรมสุขภาพจิต ร่วมกับสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย ราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สนับสนุนโดย ซาโนฟี่ ประเทศไทย ได้จัดงาน World Bipolar Day 2022 เปิดใจให้ไบโพลาร์ ปี 2 ภายใต้คอนเซ็ปต์ #39ใกล้ไกล ไบโพลาร์อุ่นใจ ด้วยจิตเวชทางไกล #39 โดยมีแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิ จิตแพทย์ และตัวแทนผู้ป่วยไบโพลาร์ #39ดีเจเคนโด้ #39 ร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ตรง เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง ให้สังคมเข้าใจถึงพฤติกรรมผู้ป่วยโรคไบโพลาร์ เกิดทัศนคติที่ดี ไม่แบ่งแยกผู้ป่วยออกจากสังคม และสนับสนุนให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุข ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญในการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยได้รับเกียรติจาก ดร. สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีเปิด
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ผ่านวิดีทัศน์ที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษสำหรับงานนี้ว่า quotกระทรวงสาธารณสุขได้ตระหนักถึงการรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคไบโพลาร์ รวมถึงโรคทางจิตเวชอื่นๆ เพื่อให้สังคมเข้าใจและเปิดใจยอมรับเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุข นอกจากนี้ ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้ป่วยไม่สะดวกในการเดินทางมาพบแพทย์เพื่อติดตามผลการรักษาได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบต่อครอบครัวผู้ป่วยด้วย กระทรวงสาธารณสุขจึงได้มีนโยบายสนับสนุนหน่วยบริการด้านสุขภาพจิต โดยมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาบริการให้มีความก้าวหน้าทันสมัย สามารถให้บริการจิตเวชทางไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อผู้ป่วยไบโพลาร์ เพื่อได้รับการบำบัดรักษาอย่างต่อเนื่อง และฟื้นฟูกลับมาเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติต่อไปquot
พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์ของโรคไบโพลาร์ในประเทศไทย ในปี 2564 พบว่ามีผู้ป่วยจำนวน 38,681 คนที่เข้าถึงการรักษา ซึ่งลดลงจากปี 2563 ถึง 3% สะท้อนให้เห็นว่าผู้ป่วยจำนวนหนึ่งไม่สามารถเข้าถึงการรักษาได้ หรืออาจได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่ง #39โรคไบโพลาร์ #39 เป็นหนึ่งในโรคทางอารมณ์ที่หากไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลต่อการใช้ชีวิตของผู้ป่วยอย่างมาก ทำให้ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีปัญหาความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิด รวมไปถึงการทำร้ายตัวเองและปัญหาการฆ่าตัวตาย
โดยในช่วงการระบาดโควิด-19 มีผู้ที่กังวลและทำแบบประเมินสุขภาพจิต ผ่าน Mental Health Check พบว่า ช่วงสายพันธุ์เดลต้าระบาด ประมาณเดือนสิงหาคม 2564 มีผู้ป่วยภาวะซึมเศร้าเพิ่มมากขึ้น อาทิ กลุ่มที่ถูกเลิกจ้างงาน กลุ่ม First Jobber ที่เพิ่งจบการศึกษาและหางานทำไม่ได้ กลุ่มที่ติดเชื้อโควิด-19 จนเกิดภาวะเครียด ซึ่งในช่วงปี 2564 จะเห็นได้ว่ามีการเสียชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายเพิ่มสูงขึ้น
ทั้งนี้ กรมสุขภาพจิตได้ดำเนินการเพิ่มศักยภาพในการบำบัดรักษาผู้ป่วยไบโพลาร์ด้วย #39ระบบจิตเวชทางไกล #39 หรือ #39 ซึ่งเป็นการใช้เทคโนโลยีในสถาบันและโรงพยาบาลจิตเวชทั้ง 20 แห่งทั่วประเทศ โดยมีแผนจะขยายบริการในเครือข่ายอื่นๆ ให้ครอบคลุมมากที่สุด สำหรับรูปแบบการให้บริการตรวจรักษาทางไกลนี้ครอบคลุมทุกการรักษาในทุกด้านอันเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วย ประกอบด้วย การให้คำปรึกษาตรวจวินิจฉัยโดยจิตแพทย์ บริการให้คำปรึกษาเรื่องยาจิตเวชทางไกลโดยเภสัชกร บริการให้คำปรึกษาทางสุขภาพจิตและจิตเวช จิตบำบัดทางไกลโดยนักจิตวิทยาคลินิก บริการเยี่ยมบ้านทางไกลและบริการสังคมสงเคราะห์ทางไกลโดยนักสังคมสงเคราะห์ บริการให้การฟื้นฟูสมรรถภาพโดยทีมฟื้นฟูสมรรถภาพ โดยในอนาคตกรมสุขภาพจิตจะดำเนินการพัฒนาระบบบริการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้ป่วยไบโพลาร์อย่างทั่วถึง ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
คุณมารีน คินยาร์ค สตูยาโนวิช ผู้จัดการใหญ่ ซาโนฟี่ ประเทศไทยและมาเลเซีย กล่าวว่า quotซาโนฟี่ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งและขอขอบคุณสำหรับโอกาสที่ได้ร่วมสนับสนุนกรมสุขภาพจิต และสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย รวมถึงเครือข่ายพันธมิตร ในการจัดงาน World Bipolar Day 2022 ในครั้งนี้ เพื่อสร้างความรับรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคไบโพลาร์ และซาโนฟี่พร้อมสนับสนุนการใช้ #39ระบบจิตเวชทางไกล #39 ที่นับเป็นก้าวสำคัญของวงการแพทย์ ในการรักษาผู้ป่วยไบโพลาร์และผู้ป่วยโรคจิตเวชอื่นๆ
เทคโนโลยีดิจิทัลทางการแพทย์ (Digital Health) เป็นเรื่องที่ซาโนฟี่ให้ความสำคัญและขับเคลื่อนมาโดยตลอด เพราะนับเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษา สามารถติดตามผลได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้การดูแลผู้ป่วยทางไกลเกิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งเทคโนโลยียังเป็นตัวเร่งที่ทำให้เกิดความเท่าเทียมในระบบการดูแลสุขภาพอีกด้วย ซึ่งสอดคล้องกับความมุ่งมั่นของซาโนฟี่ในการขับเคลื่อนเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างเท่าเทียมและยั่งยืนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นquot
สำหรับบทบาทของ สปสช. นพ. จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า quotเนื่องด้วยผู้ป่วยโรคไบโพลาร์และผู้ป่วยจิตเวชอื่นๆ เป็นกลุ่มที่เปราะบางที่สุด ต่างจากโรคอื่นๆ ที่จะพยายามเข้ารับการรักษา ขณะที่ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักจะแยกตัวออกจากสังคมและครอบครัว แต่สิ่งหนึ่งที่เชื่อว่าจะมีบทบาทสำคัญในอนาคต คือ การใช้ระบบการรักษาทางไกล (Telemedicine) หรือทางจิตเวชเรียกว่า Telepsychiatry
สำหรับในส่วน สปสช. ซึ่งมีหน้าที่ในการสนับสนุนงบประมาณ กองทุนก็ได้จัดงบประมาณเพิ่มเติมให้หลังจากที่ริเริ่มหน่วยบริการรักษาทางไกลเข้ามา ในส่วนการให้บริการทางไกลของโรคไบโพลาร์นั้น จะให้บริการทั้งกับตัวผู้ป่วยเอง หรือญาติผู้ป่วย ซึ่งอาจจะมีการใช้กลไกทางสังคม เช่น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รบสต.) หรือโรงพยาบาลชุมชน เข้ามาผนวกกัน และหากต้องการเบิกจ่ายในส่วนบริการทางไกลให้ง่ายและสะดวกขึ้น สามารถติดต่อได้ที่ สปสช. โดยจะมีทีมลงไปดูแลในส่วนของระบบทางไกลโดยจะผูกเชื่อมต่อกับกลไกทางการเงินที่ สปสช. ได้ให้การสนับสนุนquot
ปิดท้ายด้วยโรงพยาบาลนำร่องที่ได้นำบริการรูปแบบ #39ระบบจิตเวชทางไกล #39 มาปรับใช้กับโรคไบโพลาร์และโรคจิตเวชอื่นๆ เป็นแห่งแรก พญ. มธุรดา สุวรรณโพธิ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลศรีธัญญา กล่าวเสริมว่า quotระบบจิตเวชทางไกล (Telepsychiatry) มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการช่วยเหลือดูแลผู้ป่วยโรคไบโพลาร์ และโรคทางจิตเวชอื่นๆ โดยโรงพยาบาลศรีธัญญา ได้เริ่มดำเนินการเป็นแห่งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา โดยให้การทำจิตบำบัดผ่านระบบออนไลน์ หลังจากนั้นจึงได้ขยายบริการรูปแบบออนไลน์ไปยังส่วนต่างๆ เพิ่มขึ้น อาทิ บริการจิตเวชทางไกลให้กับนักโทษในเรือนจำ สถานสงเคราะห์ หรือให้บริการยาผ่านทางไปรษณีย์ เป็นต้น โดยในปี 2563 สามารถให้บริการได้ทั้งสิ้น 2,081 ราย ต่อมาในปี 2564 สามารถขยายบริการจิตเวชทางไกลเพิ่มขึ้นเป็น 17,490 ราย และในปี 2565 ได้เริ่มให้บริการกับประชาชนเป็นรายบุคคล
จากข้อมูลล่าสุดเดือนกุมภาพันธ์ 2565 โรงพยาบาลศรีธัญญาได้ให้บริการผ่านระบบจิตเวชทางไกล จำนวน 3,717 ราย ซึ่งมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ในปีนี้ โรงพยาบาลศรีธัญญาได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งต่อผู้ป่วยทั้งภายในและภายนอกกระทรวงสาธารณสุขของจังหวัดนนทบุรี โดยอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบการส่งต่อผู้ป่วยจิตเวชฉุกเฉินโดยผ่านระบบออนไลน์ เพื่อเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการให้บริการ และยกระดับการส่งต่อผู้ป่วยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ความร่วมมือของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงภาคประชาชน ถือเป็นพลังสำคัญที่จะสนับสนุนให้ผู้ป่วยไบโพลาร์ และผู้ป่วยจิตเวชอื่นๆ เข้าถึงการรักษาอย่างถูกวิธี และรอดพ้นจากการตีตราของสังคม คนในสังคมต้องช่วยกันลดการใช้คำที่สะเทือนใจมาหยอกล้อเล่นกันหรือเป็นคำพูดติดปาก เช่น คำว่า #39ไบโพลาร์ #39 หรือ #39โรคจิต #39 เป็นต้น ในทางกลับกัน สังคมควรเข้าใจผู้ป่วย เนื่องจากโรคไบโพลาร์เป็นความผิดปกติทางอารมณ์ชนิดหนึ่งที่มีการขึ้นและลงของอารมณ์อย่างรุนแรง แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มอาการแมเนีย (Mania) คือ อารมณ์ดี คึกคัก สนุกสนาน และกลุ่มอาการซึมเศร้า (Depress) คือ หดหู่ คิดลบ อยากฆ่าตัวตาย สาเหตุสำคัญเกิดจากสารเคมีในสมองทำงานผิดปกติ ฉะนั้น คนในครอบครัวมีบทบาทสำคัญที่จะพูดในเชิงบวกเพื่อให้ผู้ป่วยมาพบแพทย์เพื่อรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะ #39โรคไบโพลาร์สามารถรักษาให้หายได้ #39 ด้วยการใช้ยาเป็นหลัก และอาจมีการใช้จิตบำบัดควบคู่กันไปด้วย เพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างปกติสุข

💊Cr. สสส. https://www.thaihealth.or.th/Content/56003-%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B8%A5%20%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%9A%E0%B9%82%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C.html

30/03/2022

ไข้เลือดออกกับโควิด-19 มีอาการคล้ายกัน - Thaihealth.or.th | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ✣ ที่มา : เว็บไซต์เดลินิวส์
แฟ้มภาพ
ไข้เลือดออกกับโควิด-19 มีอาการป่วยของโรคคล้ายกัน เช่น มีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน เป็นต้น อาจทำให้เกิดความสับสนในการสังเกตอาการ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็กควรดูแลอย่างใกล้ชิด
นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ด้วยสภาพอากาศที่แปรปรวน ทั้งอากาศร้อนและมีพายุส่งผลให้ฝนตกในหลายพื้นที่ ทำให้เกิดน้ำท่วมขัง ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ในหลายจังหวัดพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้น ประกอบกับมีการแพร่ระบาดไวรัสโควิด- 19 อาจทำให้ประชาชนเกิดความสับสนในการดูแลและเฝ้าสังเกตอาการของโรคไข้เลือดออกกับโรคโควิด-19 โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็กควรดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเด็กเล็กจะป่วยง่าย และเด็กในกลุ่มอายุ ต่ำกว่า 5 ปี ยังไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 หากพบว่าไม่สบาย มีไข้ ปวดเมื่อยร่างกาย ท้องเสียตรวจ ATK แล้วผลเป็นลบ ให้ระวังไข้เลือดออกร่วมด้วย
ด้าน นพ.อดิศัย ภัตตาตั้ง ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ เปิดเผยว่า สาเหตุของโรคไข้เลือดออก เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี่ มี 4 สายพันธุ์ คือ DENV-1, DENV-2, DENV-3 และ DENV-4 โดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรค ส่วนโรค โควิด-19 เกิดจากเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่2019 (SARS-CoV-2) สามารถแพร่จากคนสู่คนได้ทางละอองฝอย เสมหะน้ำลาย ผ่านการสัมผัสเยื่อบุตา จมูก ปาก แต่ในกรณีถ้าเกิดการระบาดพร้อมๆ กัน ก็จะมีโอกาสพบผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 และเป็นไข้เลือดออกได้ ผู้ป่วยไข้เลือดออกในระยะวิกฤต จะมีน้ำเหลืองรั่วออกนอกเส้นเลือด ทำให้เกิดภาวะช็อก ซึ่งถ้าไม่ได้รับสารน้ำทดแทนอย่างทันท่วงที จะทำให้เกิดภาวะช็อกนาน จนเกิดตับวาย ไตวาย และอวัยวะอื่นๆ ทำงานล้มเหลว จนเสียชีวิตได้
สำหรับโควิด-19 โอมิครอน ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการคล้ายกับโรคไข้เลือดออก โดยเฉพาะอาจมีไข้สูง อาเจียน หรือท้องเสียได้ ประวัติการสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยโควิดในระยะ 7 ndash 10 วัน และการทำ ATK ด้วยตนเอง จะช่วยคัดกรองแยกโรคได้ ในกรณีที่แยกไม่ได้ การตรวจเลือด เช่น การหาค่าความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (complete blood count) และการตรวจหาโปรตีนเอ็น เอส-หนึ่ง ของไวรัสไข้เลือดออก โดยเฉพาะในช่วง 3 วันแรกของไข้จะช่วยวินิจฉัยโรคไข้เลือดออก สัญญาณอันตรายที่น่าสงสัยว่า เป็นไข้เลือดออกในระยะวิกฤต และมีโอกาสเข้าสู่ภาวะช็อก ได้แก่ ปวดท้องรุนแรง กระสับกระส่าย หรือร้องงอแงผิดปกติในทารก มือเท้าเย็น ปัสสาวะออกน้อยลง ต้องนำส่งโรงพยาบาลทันที ในรายที่มีไข้สูง 2-3 วัน โดยไม่มีอาการไอ น้ำมูกที่ชัดเจน ควรพาไปตรวจที่โรงพยาบาล เพื่อให้แพทย์วินิจฉัย หรือส่งตรวจเลือดเพื่อเฝ้าระวังโรคไข้เลือดออก ก่อนจะเข้าสู่ระยะวิกฤตได้ ด้านการรักษาไข้เลือดออกปัจจุบันยังไม่มียาต้านเชื้อไวรัส
สำหรับโรคไข้เลือดออก การรักษาจึงเป็นไปตามอาการ มีไข้ให้เช็ดตัวและรับประทานยาพาราเซตามอลลดไข้เท่านั้น ห้ามใช้แอสไพรินไอบูโพรเฟน ถ้าผู้ป่วยรับประทานอาหารได้น้อย อาจให้ดื่มนม น้ำผลไม้ หรือน้ำเกลือแร่ร่วมด้วย โควิด-19 หากอาการไม่รุนแรง จะรักษาแบบประคับประคองตามอาการ เมื่อมีไข้หรือปวดศีรษะ ให้ทานยาลดไข้ ส่วนใหญ่จะมีอาการไข้ไม่เกิน 2 ndash 3 วัน จะค่อยๆ ดีขึ้น หากมีน้ำมูก ให้ทานยาลดน้ำมูกเท่าที่จำเป็น หรือถ้าน้ำมูกข้นเขียว ส่วนในเด็กโตสามารถล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ หากมีอาการไอให้รับประทานยาแก้ไอตามอาการ และจิบน้ำอุ่นบ่อยๆ หากไข้สูงกว่า 39 องศาเซลเซียส หายใจหอบเร็วกว่าปกติ หน้าอกบุ๋ม ปีกจมูกบาน ตอนหายใจ ปากเขียว ระดับออกซิเจนปลายนิ้วน้อยกว่า 94% ซึมลง งอแง ไม่ดูดนม ไม่กินอาหาร ถ่ายเหลว หรืออาเจียนมากต่อเนื่องกัน ควรรีบนำเด็กไปโรงพยาบาลตามสิทธิ์หรือ โรงพยาบาลในเขตพื้นที่รับผิดชอบ

💊Cr. สสส. https://www.thaihealth.or.th/Content/55995-%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%94-19%20%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99.html

29/03/2022

ห่วงลดน้ำหนักผิดวิธี เสี่ยงขาดสารอาหาร - Thaihealth.or.th | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ✣ ที่มา : เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ
แฟ้มภาพ
การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วด้วยการอดอาหาร หรือควบคุมอาหาร หากทำไม่ถูกวิธี อาจทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้
ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เด็กสาวอายุ 14 ปี ลดน้ำหนักด้วยการทำ Intermittent Fasting หรือไอเอฟ (IF) ซึ่งเป็นวิธีการกำหนดระยะเวลาการกิน เพื่อลดน้ำหนัก โดยรับประทานอาหารเพียง 1 ชั่วโมงต่อวัน และงดกินอีก 23 ชั่วโมง ร่วมกับการกินแป้ง คาร์โบไฮเดรตต่ำ จนเกิดผลกระทบที่แสดงให้เห็นในค่าเลือดและการทำงานของร่ายกายหลายระบบ ว่า ที่ผ่านมาประชาชนหลายคนเลือกช่วงเวลาการอดอาหารไม่เหมาะสม ทำให้ร่างกายเกิดความหิว
ดังนั้นแนะนำให้เลือกช่วงเวลาให้เหมาะสม เช่น ช่วงเวลาที่ร่างกายยังไม่ต้องการสารอาหาร และให้ประเมินสภาพร่างกายของตนเองว่า มีโรคประจำตัวหรือไม่ รวมถึงต้องมีวัตถุประสงค์ในการทำ IF เช่น เพื่อลดน้ำหนัก หรือ ควบคุมอาหารเพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า การทำ IF เพื่อให้ร่างกายได้มีเวลาพัก เพิ่มให้มีช่วงเวลาการเผาผลาญที่ยาวนานนั้น เหมือนกับการนอนหลับ การทำต้องทำอย่างสมดุล ไม่ใช่ให้เกิดความทุกข์ทรมาน ต้องมีการประเมินร่างกายก่อนด้วยการวัดค่าดัชนีมวลกาย หรือ BMI หากเป็นช่วงวัยรุ่นที่กำลังมีการเจริญเติบโต ก็ต้องดูวัตถุประสงค์ควบคู่ไปด้วย จากนั้นประเมินสมดุลของร่างกาย เป็นระยะ หากมีความผิดปกติ รู้สึกไม่สบาย ควรเลิกทำ การทำต้องมีคุณภาพและสมดุลควบคู่กันไปเสมอ
quotวัยเจริญเติบโต กลุ่มอายุ 12-15 ปี ที่อยู่ในภาวะอ้วน สามารถทำ IF ได้ ส่วนกลุ่มที่ร่างกายยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ ไม่ควรคุมอาหารด้วยวิธี IF เพราะจะทำให้ขาดสารอาหารได้quot นพ.สุวรรณชัย กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม ประชาชนกลุ่มไหนที่ต้องการคุมน้ำหนักด้วยวิธี IF ควรประเมินสภาวะสุขภาพของตนเองและต้องไม่มีโรคประจำตัว หากมีข้อสงสัยเรื่องการทำ IF สามารถสอบถามได้ที่เว็บไซด์ของสำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

💊Cr. สสส. https://www.thaihealth.or.th/Content/55991-%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%20%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3.html

28/03/2022

หยุดพนันออนไลน์ หยุดภัยร้ายยุคโซเชียล - Thaihealth.or.th | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ✣ เรื่องโดย ฉัตร์ชัย นกดี Team Content www.thaihealth.or.th
ภาพโดย ชยวี ลิ้มถาวรรักษ์ Team Content www.thaihealth.or.th
ผมลองเล่นพนันมาแล้วทุกรูปแบบทั้งเล่นไพ่ พนันบอล ติดเกมออนไลน์ เสียเงินไปเป็นล้าน เคยขโมยเงินพ่อแม่ที่เหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน เพื่อจะเอาไปเติมเกม
หนูติดเล่นบาคาร่าออนไลน์ ทีแรกก็หลอกล่อให้เราได้ แต่สุดท้ายแล้วก็เสียหมดเลย
เสียงสะท้อนส่วนหนึ่งของเด็กและเยาวชนที่เคยก้าวพลาดจากการพนันออนไลน์และเกมออนไลน์ ซึ่งในความเป็นจริงยังมีเด็กและเยาวชนอีกมากมายหลายคนที่ยังติดกับดักการพนัน และตกเป็นเหยื่อเว็บไซต์พนันแบบถลำลึก มีปัญหาหรือได้รับผลกระทบในหลายรูปแบบ
ด้วยเหตุนี้ ทางโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน และสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดเวทีเสวนาหัวข้อ 1 ปีที่พ่ายแพ้ กับการแก้ปัญหาพนันออนไลน์ เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนปกป้องเด็กและเยาวชนไทย ให้ห่างไกลจากการพนันทุกรูปแบบ
นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส. ให้ข้อมูลสถานการณ์ปัญหาการพนันออนไลน์ว่า ข้อมูลจากศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่า การพนันเพิ่มขึ้นทั้งในกลุ่มผู้ใหญ่ และกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งในสังคมไทยมีผู้เล่นการพนันถึงร้อยละ 59.6 หรือ 32 ล้านคน เป็นเยาวชนอายุ 15- 25 ปี เกี่ยวข้องเล่นการพนันถึง 4.3 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปี 2562 ถึง 5 แสนคน โดยการพนันออนไลน์มีตัวเลขการเพิ่มขึ้นสูงมาก เพราะเข้าถึงได้ง่าย และมีประเภทการพนันที่หลากหลาย ขณะเดียวกันพบว่ามีการหลีกเลี่ยงการใช้คำว่าพนันออนไลน์มาใช้คำว่าเกม เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากระบบคอมพิวเตอร์
นางสาวรุ่งอรุณ บอกว่า จากการที่มีเยาวชนเข้ามาเกี่ยวข้องกับการพนันค่อนข้างมาก ทาง สสส. และภาคีเครือข่าย จึงได้ร่วมกันพัฒนาแอปพลิเคชัน Just Stop Gambling เพื่อเป็นช่องทางอำนวยความสะดวกในการแจ้งเรื่องร้องเรียน และเบาะแสพนันออนไลน์ โดยมี 2 ช่องทางคือ เว็บไซต์ www.juststopgambling.com และทางแอปพลิเคชัน ไลน์ โดยข้อมูลที่ได้รับแจ้งมา จะถูกส่งไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการต่อไป
การป้องกันและแก้ไขปัญหาสิ่งสำคัญ คือ ทุกคนต้องมีข้อมูลรู้เท่าทันการพนัน และเห็นว่าเป็นปัญหาที่อยู่ใกล้ตัว การพนันแม้เป็นการเล่นที่เหมือนให้ความบันเทิง และความสนุก แต่สุดท้ายแล้วจะนำมาซึ่งความทุกข์ ดังนั้น อยากให้ทุกคนรู้เท่าทันและร่วมกันแก้ไขปัญหาการพนัน นางสาวรุ่งอรุณ ฝากทิ้งท้าย
เวลาที่บอกว่ามีคนรวยจากการพนันคุณคิดถึงหน้าใครในโลกนี้ เรานึกไม่ออกเลยใช่หรือไม่ เพราะไม่มีใครเลยที่รวยจากการพนัน เพราะการพนันก็คือ การต้มตุ๋นอย่างหนึ่ง และคุณถูกโกงตั้งแต่เข้าไปเล่นแล้ว เป็นความเห็นของ นายสุรเชษฐ์ โพธิ์แสง รองเลขาธิการสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย และหัวหน้าคณะทำงานด้านการเฝ้าระวังการพนันออนไลน์จากข่าวในสื่อต่าง ๆ
นายสุรเชษฐ์ เล่าให้ฟังว่า หนึ่งปีที่ผ่านมาเราได้เห็นข่าวการปิดเว็บไซต์พนันออนไลน์มากถึง 2,323 เว็บไซต์ แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับการเติบโตของธุรกิจเว็บไซต์พนันออนไลน์ โดยปัจจุบันยังมีเว็บไซต์การพนันที่ยังไม่ถูกปิดอีก 356 เว็บไซต์ ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าเว็บไซต์พนัน มักจะมีระบบฐานข้อมูลอยู่ที่ต่างประเทศ ดังนั้น แม้จะถูกปิดก็ยังสามารถเปิดขึ้นมาใหม่ได้เสมอ การไล่ปิดเว็บไซต์จึงเป็นแค่การปิดประตูช่องทางการเข้าถึงเท่านั้น
รองเลขาธิการสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย บอกว่า ขณะที่เกมออนไลน์ต้องหาเงินมาเติม ก็ถือเป็นภัยที่ใกล้ตัวเด็กและเยาวชนมาก ๆ ซึ่งถ้าลองสังเกตจะพบว่ามีการแอบแฝงการพนันทั้งสิ้น สิ่งที่น่ากังวลนอกจากสูญเสียเงินเติมเกมแล้ว คือ สุขภาพร่างกายของเด็กจะทรุดโทรมเร็ว สายตาก็จะเสีย เพราะหมกหมุ่นอยู่กับการเล่นเกม เวลาที่เสียไปแทนที่จะให้กับครอบครัวจะเหลือน้อยลงไปเรื่อย ๆ
ด้าน นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กล่าวว่า ทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์ เติบโตขึ้นทั้งหมด และยิ่งถ้าธุรกิจการพนัน สามารถรวมเข้ากับเทคโนโลยีของโลกอนาคตได้เมื่อไหร่ เช่น บล็อกเชน (Blockchain) และเมตาเวิร์ส (Metaverse) การกระจายตัวของการพนันจะรวดเร็วไม่แพ้กับโควิด-19 ขณะที่การติดตามจับกุมก็ทำได้ยากขึ้นด้วย ดังนั้น แม้เราจะอยู่ในสงครามที่ไม่มีวันชนะ แต่ถ้าวันนี้ไม่ทำอะไรเลย คนแพ้ก็คือประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนซึ่งถือเป็นอนาคตของชาติ
เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน บอกถึงแนวทางการจัดการปัญหาการพนันและการพนันออนไลน์ว่า
1. หน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ต้องเดินหน้าปราบการพนันอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
2. รณรงค์สร้างความรู้เท่าทัน ภัยจากการพนัน ให้มีความเข้มแข็งภายในจิตใจ เพื่อป้องกันนักพนันหน้าใหม่
3. สร้างพื้นที่สร้างสรรค์มากกว่าพื้นที่เสี่ยง สำหรับเด็กและเยาวชน เพื่อให้หลีกเลี่ยงออกจากเส้นทางของการพนัน
การหยุดปัญหาพนันออนไลน์ คงจะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม ควบคู่ไปกับการชี้ให้เด็กและเยาวชนได้เห็นและตระหนักถึงปัญหาที่เกิดจากการพนัน โดยเฉพาะพนันออนไลน์ที่เข้าถึงได้ง่ายในยุคโซเชียล
นอกจากนี้ ทาง สสส. และภาคีเครือข่าย ยังได้จัดกิจกรรม Young สุข Young ไม่เสี่ยง สร้างความรู้ความเข้าใจปัจจัยเสี่ยงเรื่อง เหล้า บุหรี่ และการพนัน ลดปัจจัยเสี่ยงในโรงเรียน เพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนให้ห่างไกลจากการพนันและอบายมุขทุกชนิด สู่การมีสุขภาวะที่ดีในอนาคต

💊Cr. สสส. https://www.thaihealth.or.th/Content/55988-%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B9%8C%20%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%8B%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A5.html

25/03/2022

Stop Fake News รู้ทัน ป้องกันข่าวลวง - Thaihealth.or.th | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ✣ เรื่องโดย ปัญจวรา บุญสร้างสม Team Content www.thaihealth.or.th
ข้อมูลบางส่วนจาก เวทีเสวนา รู้จัก Cofact พื้นที่ตรวจสอบข่าวลวง ในงาน Thailand International Health Expo 2022
ภาพโดย ปารมี ขันธ์แก้ว Team Content www.thaihealth.or.th แฟ้มภาพ เเละ สสส.
ดื่มน้ำมะนาว ผสมน้ำส้มสายชู และโซดา ช่วยแก้โควิด-19
วางก้อนน้ำแข็งบนท้ายทอย ช่วยรักษาโรคทางเดินหายใจ โรคหลอดเลือดหัวใจ และอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย
หลายคนอาจเคยเห็นประโยคข้างต้นผ่านตามาบ้างตามแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ข้อมูลเหล่านี้ถูกเผยแพร่ และส่งต่อออกไปเรื่อย ๆ ในบางครั้งก็มีการสร้างเครดิต ความน่าเชื่อถือ ด้วยการอ้างว่าเป็นข้อมูลที่มีแหล่งที่มาจากบุคลากรทางการแพทย์ หรือหน่วยงานของภาครัฐ ทั้ง ๆ ที่ข้อมูลเหล่านั้นเป็นข้อมูลเท็จ หรือ fake news
ในยุคที่มีข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ เกิดขึ้นอย่างมากมาย และรวดเร็ว ทุกคนต่างมีช่องทางในการผลิต เผยแพร่ และส่งต่อเป็นของตัวเอง ใคร ๆ ก็สามารถเป็นสื่อได้ ปัญหาที่ตามมา ก็คือ การเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง บิดเบือน ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ยิ่งถ้าหากเป็นข้อมูลสำคัญทางสุขภาพ แล้วคนป่วย หรือคนที่มีอาการอยู่ หลงเชื่อ แล้วนำไปทำตาม นั่นอาจทำให้เกิดผลกระทบ หรือความเสียหายที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นตามมาได้
จากเวทีเสวนา รู้จัก Cofact พื้นที่ตรวจสอบข่าวลวง ในงาน Thailand International Health Expo 2022 นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้งโคแฟค ประเทศไทย ได้เล่าถึงเครื่องมือสำคัญในการช่วยตรวจสอบข้อมูลข่าวสาร ว่า Cofact เป็นนวัตกรรมที่จะช่วยในการตรวจสอบข่าวลวงด้วยตัวเอง ผ่านโปรแกรมการพูดคุยอัตโนมัติ (Chatbot) ไลน์ และฐานข้อมูลในเว็บไซต์ โดยรวบรวมข้อมูล ช่วยค้นหา และตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ซึ่งสามารถที่จะตรวจสอบข้อมูล ข่าวสาร ได้หลากหลายด้าน โดยเฉพาะข้อมูลทางด้านสุขภาพ ซึ่งมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ
แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะอยู่กับเรามานานแล้ว แต่สถานการณ์ข่าวลวง หรือ Fake News นั้นยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ข้อมูลบางอย่างก็เป็นข้อมูลเก่าที่ถูกนำกลับมาแชร์ซ้ำ ๆ วิธีการตรวจสอบข่าวลวง ก็คือ เมื่อได้รับข่าวสารมา ให้ตั้งข้อสงสัย หรือข้อสังเกตไว้ก่อน อย่าเพิ่งรีบเชื่อ และแชร์ต่อ แล้วตรวจสอบหาแหล่งที่มาที่ถูกต้องของข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสข้อมูลข่าวสาร ซึ่งจะสร้างความเสียหายและผลกระทบต่าง ๆ ตามมาได้ โดยเฉพาะข้อมูลข่าวสารทางด้านสุขภาพ ไม่ควรเชื่อ และทดลองทำตาม เพราะอาจเกิดอันตรายได้ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง นางสาวสุภิญญากล่าว
การสังเกตข่าวปลอม หรือ Fake News มีเทคนิค 10 ข้อ ดังนี้
1. สงสัยข้อความพาดหัว ข่าวปลอมมักมีข้อความพาดหัวที่ดึงดูดความสนใจโดยใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด และเครื่องหมายอัศเจรีย์
2. สังเกตที่ URL หาก URL หลอกลวงหรือดูคล้าย อาจเป็นสัญญาณของข่าวปลอมได้ เว็บไซด์ข่าวปลอมจำนวนมากมักเปลี่ยนแปลง URL เพียงเล็กน้อยเพื่อเลียนแบบแหล่งข่าวจริง
3. สังเกตแหล่งที่มา ตรวจดูให้แน่ใจว่าเรื่องราวเขียนขึ้นโดยแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือ และมีชื่อเสียงด้านความถูกต้อง หากมีเรื่องราวมาจากองค์กรที่ชื่อไม่คุ้นเคย ให้ตรวจสอบที่ส่วน quotเกี่ยวกับquot เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม
4. มองหาการจัดรูปแบบที่ไม่ปกติ เว็บไซต์ข่าวปลอมจำนวนมากมักมีการสะกดผิดหรือวางเลย์เอาต์ไม่ปกติ โปรดอ่านอย่างระมัดระวังหากคุณเห็นสัญญาณเหล่านี้
5. การพิจารณารูปภาพ ข่าวปลอมมักมีรูปภาพหรือวิดีโอที่ไม่เป็นความจริง บางครั้งรูปภาพอาจเป็นรูปจริงแต่ไม่เกี่ยวกับบริบทของเรื่องราว คุณสามารถค้นหาเพื่อตรวจสอบได้ว่ารูปภาพเหล่านั้นมาจากไหน
6. ตรวจสอบวันที่ เรื่องราวข่าวปลอมอาจมีลำดับเหตุการณ์ที่ไม่สมเหตุสมผล หรือมีการเปลี่ยนแปลงวันที่ของเหตุการณ์
7. ตรวจสอบหลักฐาน ตรวจสอบแหล่งข้อมูลของผู้เขียนเพื่อยืนยันว่าถูกต้อง หากไม่มีหลักฐานหรือความน่าเชื่อถือของผู้เชี่ยวชาญที่ไม่มีชื่อเสียง อาจจะระบุได้ว่าข่าวดังกล่าวเป็นข่าวปลอม
8. ดูรายงานอื่น ๆ หากไม่มีแหล่งที่มาอื่นๆ ที่รายงานเรื่องราวเดียวกัน อาจระบุได้ว่าข่าวดังกล่าวเป็นข่าวปลอมหากมีรายงานข่าวโดยหลายแหล่งข่าวที่คุณเชื่อถือได้มีแนวโน้มว่าข่าวดังกล่าวจะเป็นข่าวจริง
9. เรื่องราวนี้เป็นเรื่องตลกหรือไม่ บางครั้งอาจแยกข่าวปลอมจากเรื่องตลกหรือการล้อเลียนได้ยาก ตรวจสอบดูว่าแหล่งที่มาของข่าวขึ้นชื่อเรื่องการล้อเลียนหรือไม่ และรายละเอียดตลอดจนน้ำเสียงของข่าวฟังดูเป็นเรื่องตลกหรือไม่
10. เรื่องราวบางเรื่องอาจตั้งใจเป็นข่าวปลอม ใช้วิจารณญาณเพื่อคิดวิเคราะห์เรื่องราวที่คุณอ่าน และแชร์เฉพาะข่าวที่คุณแน่ใจว่าเชื่อถือได้เท่านั้น
นายพีรพล อนุตรโสตถิ์ หัวหน้าทีมศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ สำนักข่าวไทย อสมท. กล่าวว่า ในโลกดิจิทัล ทุก ๆ อย่างสามารถสร้างและปลอมแปลงได้ ความรุนแรงของข่าวลวงหรือข่าวปลอม คือ ความจริงกลายเป็นสิ่งที่ไม่สำคัญ คนสนใจจะแชร์แต่ข้อมูลที่ตัวเองชอบ และอยากจะเชื่อ ทำให้เกิดการสรุปหรือตัดสินไปก่อน นำไปสู่ปัญหาการสร้างความเกลียดชัง หรือ Hate Speech รวมทั้งปัญหาภัยไซเบอร์ ซึ่งทำให้เสียอนาคต และทรัพย์สินได้ ดังนั้น ประชาชนควรได้รับความช่วยเหลือให้มีความรู้เท่าทัน ไม่ตกเป็นเหยื่อข่าวลวงต่าง ๆ
นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรทำให้เกิดกระบวนการทางกฎหมายที่ชัดเจนนำไปสู่ความรับผิดชอบที่สมเหตุสมผล เพิ่มบทลงโทษ เมื่อมีการทำผิดในการเผยแพร่ หรือส่งต่อข้อมูลเท้จ ก็ให้ลงโทษตามยอด Follower ของผู้กระทำความผิด เพื่อสร้างความตระหนัก และความรับผิดชอบในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารมากขึ้น นายพีรพล กล่าว
ในยุคดิจิทัลที่เกิดข้อมูลข่าวสารเกิดขึ้นอย่างมากมายและรวดเร็ว เราควรร่วมมือกันทำหน้าที่เผยแพร่และส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้อง มีประโยชน์ ไม่สร้างความเข้าใจผิด หรือความตื่นตระหนกให้กับสังคม
Cofact เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ทุกคนจะได้แลกเปลี่ยน และตรวจสอบข้อมูลร่วมกัน เพื่อคัดสรรข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์มากที่สุดก่อนเผยแพร่ออกสู่สังคมต่อไป

💊Cr. สสส. https://www.thaihealth.or.th/Content/55985-Stop%20Fake%20News%20%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%99%20%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87.html

22/03/2022

โคราชเมืองน่าอยู่ ด้วยพลังท้องถิ่นเข้มเเข็ง - Thaihealth.or.th | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ✣ เรื่องโดย ฐิติพร โยทาพันธ์ Team Content www.thaihealth.or.th
ข้อมูลจาก งานลงพื้นที่โครงการ โคราชเมืองน่าอยู่ : คนเข้มแข็ง ท้องถิ่นแข็งแรง เพื่อร่วมรับฟังการดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพของ สสส. และภาคีเครือข่ายระดับพื้นที่ จังหวัดนครราชสีมา
ภาพโดย ชยวี ลิ้มถาวรรักษ์ Team Content www.thaihealth.or.th และแฟ้มภาพ
จังหวัดนครราชสีมา หรือที่เรียกกันติดปากว่า เมืองโคราช ประตูสู่แดนดินถิ่นภาคอีสาน พื้นที่ที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นและวิถีชีวิตชุมชนที่หลากหลาย งดงาม และน่าสนใจ ประกอบกับเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่และมีประชากรจำนวนมาก ความพิเศษของเมืองโคราชไม่ได้มีเพียงวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามเท่านั้น แต่ยังเป็นจังหวัดต้นแบบในด้านการสร้างเสริมสุขภาวะชุมชนให้เข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนและรอบด้านอีกด้วย
นครราชสีมาหรือโคราช 1 ใน 20 จังหวัดต้นแบบชุมชนเข้มแข็งของประเทศไทย จากการลงพื้นที่เยี่ยมชมโครงการ โคราชเมืองน่าอยู่ : คนเข้มแข็ง ท้องถิ่นแข็งแรง เพื่อร่วมรับฟังการดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพของ สสส. และภาคีเครือข่ายระดับพื้นที่นั้น ทำให้เห็นถึงพลังของชุมชนในการสร้างเครือข่ายสุขภาพ สร้างการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม สังคม และสิ่งแวดล้อมให้เกิดเป็นเมืองแห่งสุขภาวะ โดยเมืองโคราชมีการดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพอย่างต่อเนื่องกว่า 1,000 โครงการ มีเครือข่ายทางสุขภาพกว่า 350 องค์กรในระดับพื้นที่ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม โดยเฉพาะการขับเคลื่อนงานตำบลสุขภาวะ ทำให้เกิดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อรับมือและแก้ไขปัญหาชุมชนได้ครอบคลุมทุกด้าน

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส. กล่าวถึงการลงพื้นที่เยี่ยมชมโครงการ โคราชเมืองน่าอยู่ : คนเข้มแข็ง ท้องถิ่นแข็งแรง ในครั้งนี้ว่า สสส. มีบทบาทหน้าที่ในการสนับสนุนให้ทุกคนบนแผ่นดินไทยมีสุขภาวะที่ดีครบทุกด้าน มียุทธศาสตร์การทำงานเชื่อมโยงทุกภาคส่วน ทั้งภาควิชาการ ภาคสังคม และภาคนโยบาย ร่วมกันผลักดันให้เกิดวิถีชีวิต สังคม สิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี จังหวัดนครราชสีมาเป็น 1 ใน 20 จังหวัดต้นแบบของการสร้างเสริมสุขภาวะที่ครอบคลุมทุกประเด็น ทั้งระบบการดูแลเด็กปฐมวัย การรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 การควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลักทางสุขภาพ การส่งเสริมสุขภาวะทางเพศในกลุ่มเด็กและเยาวชน พัฒนาสภาพแวดล้อมและระบบบริการสุขภาพที่รองรับผู้สูงอายุ รวมทั้งมีเครือข่ายสุขภาพชุมชนที่เข้มแข็ง

โคราชเป็น 1 ใน 20 จังหวัดนำร่องที่ สสส. ใช้เป็นต้นแบบในการทำงานส่งเสริมให้เกิดเป็น ตำบลสุขภาวะ ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของการขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพในระดับพื้นที่ มีรูปแบบและแนวทางการทำงานอย่างมีส่วนร่วมกับชุมชน การทำให้โคราชเป็นเมืองน่าอยู่ หัวใจสำคัญคือ การสนับสนุนให้ชุมชน พื้นที่ เข้ามามีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของข้อมูลและจัดการสุขภาพของตัวเองได้ การทำงานร่วมกับโคราช สสส. ได้เข้ามาเชื่อมโยงกับหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน ในการทำงานให้ความรู้และให้เครื่องมือในการป้องกันปัญหาด้านสุขภาวะที่ครอบคลุม เพื่อให้เกิดเป็นชุมชมเข็มแข็ง จัดการปัญหาและพึ่งพาตนเองได้ ดร.ปรีดา กล่าว

ด้าน นางสาวปราณี กาญจนพิมาย นักจัดการงานทั่วไปชำนาญงาน อบต.มะเกลือใหม่ อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา 1 ในตำบลต้นแบบสุขภาวะ ได้ร่วมแชร์แนวคิดการทำงานให้ฟังว่า อบต. มะเกลือใหม่ ใช้ระบบข้อมูลตำบล (TCNAP) และข้อมูลการวิจัยชุมชน (RECAP) มาเป็นตัวหลักในการแก้ไขปัญหาทั้ง 5 ด้าน คือ ด้านสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สุขภาพ และการเมืองการปกครอง

ต้องขอขอบคุณ สสส. ที่ส่งเสริมเรื่องของสุขภาวะชุมชน ทำให้ได้เรียนรู้การทำระบบข้อมูลตำบล (TCNAP) และ ข้อมูลการวิจัยชุมชน (RECAP) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะนำไปสู่การสร้างตำบลสุขภาวะ มีข้อมูลไปใช้ในการช่วยเหลือคนในชุมชนได้ง่ายขึ้น การเก็บข้อมูลทำให้เรารู้ว่าตรงไหนที่เราต้องไปหนุนเสริมและพัฒนา ทั้งกลุ่มเด็กและเยาวชน และกลุ่มผู้สูงอายุ การนำข้อมูลที่สำรวจได้มาใช้ ทำให้เราทราบถึงปัญหาในแต่ละด้านที่ชุมชนมี ก็จะลงพื้นที่ในการจัดการและแก้ไขปัญหาให้ครอบคลุมทุกส่วน โดยทำงานอย่างมีส่วนร่วมกับคนในชุมชน ให้ชุมชนได้เข้ามาเรียนรู้พัฒนา รวมถึงแก้ไขปัญหาในแต่ละด้านไปด้วยกัน เพื่อขับเคลื่อนให้คนในชุมชนมีสุขภาวะที่ครบทุกด้าน ปราณี กล่าว

สำหรับตำบลมะเกลือใหม่นั้นมีการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาวะในชุมชนที่ครอบคลุมทั้ง 10 ประเด็น ได้แก่
1. การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ
2. การดูแลเด็กปฐมวัย
3. การป้องกันความรุนแรงในครอบครัวและการส่งเสริมครอบครัวอบอุ่น
4. การจัดการขยะ
5. การจัดการการดูแลสุขภาพในชุมชน
6. การจัดการอาหารชุมชน
7. การส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน
8. การควบคุมการบริโภคยาสูบและการแก้ไขปัญหายาเสพติด
9. การป้องกันอุบัติเหตุจราจรและการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
10. การควบคุมโรคติดต่อ

เพราะการมีสุขภาวะที่ดีคือรากฐานของชุมชนที่เข้มแข็ง นับได้ว่า อบต.มะเกลือใหม่เป็นตำบลต้นแบบสุขภาวะ และประสบความสำเร็จในการพึ่งพาตนเอง เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่นำองค์ความรู้ คู่มือการดำเนินงานพัฒนาสุขภาวะชุมชนที่ สสส. และภาคีเครือข่ายได้ร่วมกันจัดทำขึ้นเป็นแนวทาง มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการดูแลสุขภาพของคนทั้งตำบลได้เป็นอย่างดี ไม่เพียงแค่ตำบลมะเกลือใหม่เท่านั้น เมืองโคราชยังมีพื้นที่อีกหลายแห่งที่ประสบความสำเร็จในการขับเคลื่อนให้เกิดตำบลสุขภาวะ เช่น ตำบลหนองกระทุ่ม อำเภอสีดา ตำบลหินดาด อำเภอห้วยแถลง และตำบลโนนประดู่ อำเภอสีดา นั่นเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่า โคราชเป็นเมืองน่าอยู่ ด้วยพลังท้องถิ่นเข้มเเข็ง ที่สร้างรากฐานชุมชนสุขภาวะอย่างยั่งยืนโดยชุมชน เพื่อชุมชนอย่างแท้จริง

💊Cr. สสส. https://www.thaihealth.or.th/Content/55978-%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%20%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%87%E0%B8%87.html

ที่อยู่

165-166 ถนนประสพสุข ตำบลรอบเวียง
Chiang Rai
57000

เวลาทำการ

09:00 - 13:00
17:00 - 20:00

เว็บไซต์

,99.8316023,17z/data=!3m1!4b1!4m5!3m4!1s0x30d70667eb1dbbc3

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คลินิกหมออัจฉราผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์