12/09/2026
ก่อนจะเล่าเรื่องนี้ ผมอยากแนะนำให้รู้จักกับคนคนหนึ่งก่อนครับ
หมอเอ๋ เจ้าหน้าที่ รพ.สต.บ้านซ่อง และเป็นหนึ่งในสมาชิกที่ร่วมก่อตั้งกลุ่ม BTRC มาตั้งแต่วันแรก ๆ
หมอเอ๋เป็นหนึ่งในคนที่อยู่กับงานของพวกเรามาตลอด เห็นตั้งแต่วันที่เรายังคิดกันว่างานวิ่งของคนในพื้นที่จะพอทำอะไรให้คนในพื้นที่ได้บ้าง
และด้วยหน้าที่ๆหมอเอ๋ทำอยู่ทำให้เขาได้เห็นปัญหาของคนในชุมชนใกล้กว่าพวกเราหลายคน
แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ผมรู้สึกได้มาตลอดว่า หมอเอ๋เกรงใจกลุ่มมาก ทั้งๆที่รู้ว่าถ้ามีอะไรที่พวกเราพอช่วยได้ พวกเราก็พร้อมจะช่วย
แต่การจะเอ่ยปากขออะไรสักอย่าง
หมอเอ๋จะคิดแล้วคิดอีก
โดยเฉพาะเรื่องรถเข็นผู้ป่วยในครั้งนี้
ผมรู้มาว่า มีคนป่วยที่ต้องใช้รถเข็นอยู่ตามบ้าน
บางบ้านไม่มีรถเข็น
ส่วนรถเข็นที่อนามัยเคยมีไว้ให้ยืม
ก็ถูกยืมไปใช้งานกันจนแทบไม่เหลือแล้ว
แต่หมอเอ๋ก็ยังไม่กล้าพูดออกมาตรง ๆ
จนวันหนึ่ง…
หมอเอ๋ : พี่…ถ้าปีนี้หนูอยากได้รถเข็นผู้ป่วยสัก 3 คัน จะได้ไหมพี่
ผม : ได้สิ…ว่าแต่ปีที่แล้วเราก็เพิ่งซื้อไปเองนะ มันพังแล้วเหรอ?
หมอเอ๋ : ยังค่ะพี่…
แต่คนป่วยที่อยู่ตามบ้านเขามายืมไปใช้ พี่พอนึกภาพออกไหม?
ผม : พี่นึกภาพไม่ออกหรอก แต่พอจะเข้าใจได้ว่า…เขาน่าจะเอาไปใช้กันยาว ๆ ใช่ไหม?
หมอเอ๋ : ใช่ค่ะพี่
ตอนนี้ในพื้นที่ๆหนูรับผิดชอบอยู่ ยังมีอีก 2 บ้านที่ไม่มีรถเข็นผู้ป่วยค่ะ แล้วที่อนามัยเองก็ไม่มีให้ยืมแล้ว
หนูเลยอยากได้ไว้ 3 คันๆนึงเก็บไว้ที่อนามัย
อีก 2 คัน ก็จะเอาไปให้ผู้ป่วยที่อยู่บ้านยืมไปใช้
ผม : อืม…เข้าใจแล้ว
แต่สิ่งที่ผมจำได้มากกว่าคำขอเรื่องรถเข็น
คือประโยคที่หมอเอ๋พูดต่อจากนั้น
หมอเอ๋ : แต่ถ้าเงินจากงานวิ่งเราไม่เหลือก็ไม่เป็นไรนะคะพี่ หนูกลัวว่าเราจะไม่ได้เครื่อง AED
ในมุมของหมอเอ๋เขาไม่ได้คิดแค่ว่า “ถ้าได้รถเข็นก็คงดี”
แต่เขายังคิดไปถึงว่า
ถ้าเราซื้อรถเข็น แล้วเงินไม่พอซื้อ AED ล่ะ? ทั้งที่รถเข็นเองก็เป็นสิ่งที่คนในพื้นที่กำลังต้องการ
และนั่นทำให้ผมต้องบอกหมอเอ๋ว่า…
ผม : เครื่อง AED ที่เราอยากได้กันน่ะ
จริง ๆ แล้วมันเป็นวัตถุประสงค์รองลงมานะ
อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับโรงพยาบาล
และสำหรับคนที่ต้องการใช้จริง ๆ ก่อนต่างหาก
คือวัตถุประสงค์หลักของพวกเรา
ถ้าเงินมัน "ไม่เหลือ" พอที่จะซื้อ AED จริง ๆ
เราค่อยซื้อกันปีหน้า และพี่จะเป็นคนอธิบายให้นักวิ่ง สปอนเซอร์ สมาชิกในกลุ่มให้ทราบเอง
หมอเอ๋ : พวกเราไม่ไปถ่ายรูปตอนส่งมอบกันหน่อยเหรอพี่?
ผม : พวกเราถ่ายกันมาหลายรอบแล้วครับ พวกเราทุกคนก็มีงานประจำทำกัน มีภาระของตัวเอง พี่รบกวนเอ๋รีบนำไปมอบให้คนที่เขาต้องใช้แทนพวกเราทีนะ เพราะเอ๋ก็คือหนึ่งในผู้จัดงานนะ
อย่าให้เขาต้องรอนานแค่เพราะพวกเราจะต้องนัดกันไปถ่ายรูปเลย
และนั่นก็เป็นเหตุผลว่า…
ทำไมเรื่องราวนี้จึงไม่มีภาพตอนส่งมอบ ไม่มีภาพคณะจัดงานยืนเรียงกัน เพื่อบอกให้ทุกๆท่านทราบ
รถเข็นทั้ง 3 คัน
จึงไม่ได้รอวันที่สมาชิก BTRC ว่างพร้อมกัน
ไม่ได้รอให้เรานัดหมายช่างภาพ
และไม่ได้รอให้ทุกอย่างพร้อมสำหรับการถ่ายรูป
เมื่อของมาถึง
หมอเอ๋ ในฐานะหนึ่งในสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้ง BTRC
และเป็นตัวแทนของกลุ่มที่ทำงานอยู่ในพื้นที่
ก็ทำหน้าที่นำรถเข็นไปส่งต่อให้กับคนที่จำเป็นต้องใช้ทันที
เพราะสำหรับพวกเรา…ภาพที่สำคัญที่สุด
อาจไม่ใช่ภาพที่พวกเรายืนอยู่ข้างรถเข็น แต่อาจเป็นภาพที่เราไม่มีวันได้เห็น
ภาพของคนป่วยคนหนึ่ง
ที่วันนี้สามารถนั่งรถเข็นออกจากบ้านได้
ภาพของครอบครัวหนึ่ง
ที่ไม่ต้องกังวลว่าจะพาคนที่ตัวเองรักไปโรงพยาบาลอย่างไร
หรือภาพของคนอีกคนหนึ่ง
ที่เพียงแค่มีรถเข็นดี ๆ สักคัน
ชีวิตประจำวันก็ง่ายขึ้นอีกมาก
ส่วนเครื่อง AED ที่พวกเราเคยตั้งใจไว้…
ถ้าปีนี้เงินยังไม่พอ
ก็ไม่เป็นไรครับ
ปีหน้าค่อยว่ากันใหม่
เพราะเราไม่ได้ตั้งต้นจากคำว่า
“เราจะต้องซื้ออะไรให้ได้”
แต่เราตั้งต้นจากคำถามง่าย ๆ ว่า…
“ตอนนี้…ในพื้นที่ของเรา มีใครกำลังต้องการอะไร?”
ถ้าคำตอบคือรถเข็นเราก็ซื้อรถเข็น
ถ้าคำตอบคืออุปกรณ์ทางการแพทย์ เราก็หาทางซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ไม่ว่าของเหล่านั้นจะเป็นอะไรก็ตาม
"คนป่วยได้ใช้ เจ้าหน้าที่ทำงานได้สะดวก" เราเห็นด้วยหมด
และถ้าวันหนึ่งเงินมากพอ เราก็จะซื้อ AED และเราก็จะจัดซื้อมันมาให้ได้
เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่พวกเราตั้งใจทำมาตั้งแต่แรก
ไม่ใช่การทำให้งานวิ่งดูยิ่งใหญ่ แต่คือการทำให้เงินจากงานวิ่งกลับไปมีประโยชน์กับคนในพื้นที่จริง ๆ