06/05/2026
การสัมผัสปูนซีเมนต์หรือปูนยาแนวโดยตรง มักทำให้เกิดอาการที่เรียกว่า "ปูนกัด" ซึ่งมีสาเหตุมาจากปูนมีความเป็นด่างสูง (High pH) และอาจมีส่วนผสมของโลหะบางชนิด เช่น โครเมียม ที่ทำให้เกิดการแพ้ได้ค่ะ
1. อาการที่พบบ่อย
• ผิวหนังแห้งตึง: ปูนจะดูดซับความชื้นออกจากผิวหนัง ทำให้ผิวสากและลอก
• ระคายเคืองและอักเสบ: มีอาการแดง คัน หรือแสบร้อน
• ผื่นแพ้สัมผัส: หากแพ้สารเคมีในปูน จะมีตุ่มน้ำใสคัน หรือผื่นแดงหนา
• แผลกัดกร่อน: หากสัมผัสนานเกินไปโดยไม่ล้างออก ด่างจะกัดจนเป็นแผลลึก (Cement Burn)
2. การดูแลเบื้องต้นและการใช้ยา
เมื่อเกิดอาการ ควรปฏิบัติตามขั้นตอนและพิจารณาใช้ยาดังนี้ค่ะ
การปฐมพยาบาล:
• ล้างออกทันที: ล้างด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากและสบู่อ่อนๆ ที่มีค่า pH เป็นกลาง
• ปรับสมดุลกรด-ด่าง: บางตำราแนะนำให้ล้างด้วยน้ำส้มสายชูผสมน้ำอ่อนๆ (น้ำส้มสายชู 1 ส่วน ต่อ น้ำ 4 ส่วน) เพื่อช่วยสะเทินฤทธิ์ด่างของปูน
ยาทาภายนอก:
• ยาสเตียรอยด์ (Topical Steroids): เช่น Triamcinolone acetonide หรือ Betamethasone เพื่อลดการอักเสบ บวมแดง และคัน (ควรใช้ภายใต้การแนะนำของเภสัชกรนะคะ)
• สารเพิ่มความชุ่มชื้น (Moisturizers): ทาครีมบำรุงหรือวาสลีน (Petroleum Jelly) บ่อยๆ เพื่อเคลือบผิวและป้องกันการเสียน้ำ
ยากิน (หากมีอาการคัน):
• ยาแก้แพ้ (Antihistamines): เช่น Cetirizine หรือ Loratadine เพื่อลดอาการคันและช่วยให้ไม่เกาจนเป็นแผลติดเชื้อ
3. การป้องกันในครั้งต่อไป
• สวมอุปกรณ์ป้องกัน: ถุงมือยาง (ควรเป็นแบบมีซับในผ้าเพื่อลดความอับชื้น) รองเท้าบูท และกางเกงขายาว
• ทาครีมก่อนทำงาน: การทาครีมบำรุงผิวเข้มข้นก่อนเริ่มงานสามารถช่วยสร้างชั้นฟิล์มปกป้องผิวได้ระดับหนึ่ง
ข้อควรระวัง: หากแผลมีลักษณะพองโต มีหนอง หรือปวดบวมมากผิดปกติ อาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ควรไปพบแพทย์เพื่อพิจารณาการใช้ยาปฏิชีวนะคะ