23/08/2026
#บันทึกนึกขึ้นได้ : วันที่รู้ว่าเราไม่ได้เดินอยู่เพียงลำพัง
เช้าวันนี้เป็นวันที่อากาศดีแต่เช้า มีฝนตกปรอยๆ ท้องฟ้ามีเมฆปกคลุมจนแทบไม่มีแสงแดดส่องลงมาให้รู้สึกถึงความร้อนเท่าไหร่ เป็นเพราะอากาศและบรรยากาศที่สบายๆของวันนี้ ทำให้รู้สึกอยากทำหลายๆสิ่งตั้งแต่ตื่นนอน ออกกำลังกาย เดินปฎิบัติภาวนาให้รู้ตัวอยู่ในปัจจุบัน เลยทำให้ใจรู้สึกสงบ และเย็น เป็นพิเศษกว่าวันอื่นๆ มีเวลาได้นั่งทบทวนสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นมากมายในชีวิต
ขณะที่กำลังนั่งดื่มโอวัลติน อยู่ที่โซฟาหน้าร้าน มีรถคันหนึ่งหยุดจอดอยู่ที่หน้าร้านและมีคนคนหนึ่งเดินตรงเข้ามาที่ร้านขิง คือ คุณลุงคนไข้คนนึง เป็นคุณลุงที่ให้คำแนะนำหลายๆอย่างกับขิงทั้งเรื่องการใช้ชีวิต เศรษฐกิจ การทำธุรกิจ และยังแนะนำให้คนอื่นๆมาใช้บริการที่ร้านขิงเพิ่มขึ้นด้วย ในบางครั้งที่มาหาก็จะมีของฝากติดมือมาด้วย
เคยถามคุณลุงว่า “ หลังจากที่ดูแลเรื่องแว่นให้คุณลุงเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้จะมีโอกาสได้เจอคุณลุงอีกไหม ”
คุณลุงตอบกลับมาว่า “ ก็คงจะได้เจอกันอีก ” คุณลุงยิ้มให้แล้วเดินออกไป
จังหวะที่รู้ว่าเป็นคุณลุงที่แวะมา ก็ดีใจจนยิ้มกว้างออกมา แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะถามว่า แว่นมีปัญหาอะไรรึป่าวคะคุณลุง ( มันอาจจะเป็นคำถามที่อยู่ในสายเลือดไปแล้ว ฮ่าๆๆ )
แต่ก็ไม่ได้เป็นอย่างที่ถามออกไป คุณลุงแค่ผ่านมาทำธุระแถวนี้ ก็เลยจอดรถแวะมาหา ได้คุยกันสักพักหนึ่ง คุณลุงก็ต้องไปทำธุระต่อ รู้สึกขอบคุณและดีใจมากที่ถึงแม้จะไม่ได้มีธุระเรื่องแว่น คุณลุงก็ยังคงแวะมาเยี่ยมเยียน อบอุ่นใจจัง
หลังจากที่คุณลุงกลับไป
ก็ได้มานั่งคิดว่า โชคดีจังที่ตัดสินใจเลือกเดินเส้นทางนี้ ตัดสินใจทำร้านแบบนี้ ได้พบคนดีๆมากมาย บางคนจากคนไข้ที่เพียงแค่ตั้งใจมาใช้บริการเรื่องแว่น ก็กลายเป็นมิตรภาพ บางคนก็รู้สึกเหมือนเป็นญาติ เป็นพี่เป็นน้อง อย่างอบอุ่นใจ
คนไข้ที่มอบความเชื่อใจ ความไว้ใจให้แก้ปัญหาที่เขากำลังเป็นอยู่ รวมถึงมอบรายได้ที่ทำให้ขิงมีโอกาสเดินทางออกไปเรียนรู้และทำสิ่งที่มีคุณค่าอยู่แบบนี้
สำหรับขิงเองก็ตอบแทนความไว้วางใจนั้น ด้วยการตั้งใจตรวจ แนะนำ และดูแลคนไข้ทุกคนอย่างเต็มที่ในทุกๆเคส
และสำหรับขิง การดูแลไม่ได้จบลงแค่วันที่ส่งมอบแว่นไปแล้ว
ถ้าคนไข้ใส่แว่นแล้วไม่สบายตา มองไม่ชัด หรือยังมีปัญหาอะไรบางอย่าง ขิงก็จะรู้สึกไม่สบายใจไปด้วย และจะพยายามหาสาเหตุ หาวิธีแก้ไขและปรับให้ดีที่สุด จนกว่าจะเจอทางที่ทำให้คนไข้กลับมาใช้แว่นได้อย่างสบายตา
ในทางกลับกัน วันที่คนไข้กลับมาบอกว่า ใส่แล้วสบายมาก มองชัดขึ้น ใช้ชีวิตง่ายขึ้น ขิงเองก็จะรู้สึกดีใจและมีความสุขไปด้วย
บางครั้งคนไข้เดินทางมาหาแล้วก็มีของฝากเล็กๆน้อยๆติดมือมาให้ขิง หรือเป็นเพียงรอยยิ้มที่มาพูดคุยกับขิงในทุกๆครั้ง และบางครั้งขิงเองก็มีของเล็กๆน้อยๆมาฝากคนไข้เช่นกันตามวาระโอกาส
มันอาจเป็นเพียงของชิ้นเล็กๆแต่ทุกครั้งที่ได้รับ ขิงรู้สึกอบอุ่นและขอบคุณมากๆ เพราะสิ่งนั้นไม่ใช่เพียงแค่ของฝาก แต่มันคือความคิดถึงและความปรารถนาดีที่คนคนหนึ่งมีให้กับอีกคนหนึ่ง
สำหรับขิงสิ่งนี้จึงไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ใครคนหนึ่งเป็นผู้ให้และอีกคนเป็นเพียงผู้รับ
เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างคนไข้กับขิง คือการส่งต่อคุณค่าเล็กๆให้แก่กันและบางครั้งคุณค่าเหล่านั้นก็พาเราไปได้ไกลกว่าที่คิด
ด้วยความที่ชอบ คุณบอย อิมเมจิ้น ก็เลยกดเปิดเพลลิสต์โปรด ที่ฟังอยู่เป็นประจำ ....
และเพลงเพลงหนึ่งที่ชื่นชอบมาก
คือเพลง “ โปรดเรียกขานฉัน ด้วยนามอันแท้จริง ” ก็ดังขึ้น นั่งฟังไปเรื่อยๆ จนถึงท่อนที่ร้องว่า
“ เพียงแค่เราลองมองกันและกัน ด้วยความสัมพันธ์อันแท้จริง
ฉันดำรงอยู่ในตัวเธอ เธอดำรงอยู่ในตัวฉัน
เมื่อเธอทุกข์ ฉันนั้นจึงทุกข์ เราสุขอยู่ในกัน
เพราะเราต่าง เป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ”
ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ตามที่ขิงได้เล่าไปในข้างต้นทั้งหมด