20/03/2026
ไพล ต้านอักเสบ แก้ปวดกล้ามเนื้อ
“ไพล” อยู่ตระกูลเดียวกับขิงและข่า ชื่อวิทยาศาสตร์ที่พบบ่อยคือ Zingiber montanum (มีชื่อพ้อง Zingiber cassumunar) ซึ่งคนไทยคุ้นเคยในรูปแบบ น้ำมันไพล / ครีมไพล / ลูกประคบ สำหรับอาการ ปวดเมื่อย เคล็ดขัดยอก ฟกช้ำ บวม อักเสบ
พื้นบ้านใช้ประโยชน์จากไพล หลากหลาย เช่น แก้ฟกช้ำ ดำเขียว ปวด บวม อักเสบ เคล็ดขัดยอก โดย นิยมใช้ “เหง้าไพล” หั่นบาง ๆ แล้ว ถูนวดบริเวณที่อักเสบ หรือทำเป็น น้ำมันไพลแบบคั่ว/จี่/ทอด แล้วทาถู
ในทางยาไทย ยังมีการใช้ไพล ช่วยขับลม แก้ท้องเดิน และช่วยขับระดู แก้ปวดท้องประจำเดือนและขับน้ำคาวปลาหลังคลอดได้
สารสําคัญที่พบในเหง้าไพล คือ น้ำมันหอมระเหย สารกลุ่มฟีนิลบิวทินอยด์ เช่น สาร (E)-1-(3,4- dimethoxyphenyl)butadiene (DMPBD) สาร (E)-4-(3,4-dimethylphenyl)but-3-en-1-ol (compound D) และสารกลุ่มเคอร์คูมินอยด์ เช่น cassumunarins และ cassumunins
ข้อมูลงานวิจัยทางคลินิก
1) การทดลองนำครีมไพล (ไพลจีซาล) ที่มีส่วนผสมของน้ำมันไพลร้อยละ 14 (14%) ไปใช้ในผู้ป่วยข้อเท้าแพลง โดยให้ทาวันละสองครั้ง พบว่า สามารถลดการปวดบวมได้มากกว่ากลุ่มควบคุมเมื่อใช้ไปได้ 4 วัน และมีการกิน ยาแก้ปวด (paracetamol) ในสองวันแรกน้อยกว่ากลุ่มควบคุมด้วย ผู้ป่วยที่ได้รับไพลจีซาลสามารถงอข้อเท้าได้มากกว่ากลุ่มควบคุม แต่ความสามารถงอส่วนฝ่าเท้าไม่แตกต่างกัน
2) การศึกษาประสิทธิภาพของครีมไพล ที่ประกอบด้วยน้ำมันหอมระเหยจากเหง้าไพลขนาดร้อยละ 7 และ 14 และยาหลอก ต่อการบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อหลังการออกกำลังกาย โดยให้อาสาสมัครอายุ 18 - 60 ปี กลุ่มละ 25 คน ทาครีมขนาด 2 ก. ที่กล้ามเนื้อบริเวณต้นขาเป็นเวลา 5 นาที ก่อนออกกำลังกายเพื่อให้กล้ามเนื้อมีการยืดตัวขณะเกร็งสู้แรง ต้านทาน (eccentric exercise) ทดสอบทุกๆ 8 ชั่วโมง เป็นเวลา 7 วัน พบว่า กลุ่มที่ได้รับครีมไพล 14% สามารถลดการระบมของกล้ามเนื้อ และเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อได้ดีกว่าครีมไพล 7% และยาหลอก อย่างมีนัยสำคัญ
3) กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อแบบ Myofascial pain (ปวดคอ บ่า ไหล่ มีจุดกดเจ็บ)
งานวิจัยแบบ randomized placebo-controlled trial ในอาสาสมัคร 114 คน ทดลองทา น้ำมันไพล เทียบกับ diclofenac gel 1% และ น้ำมันหลอก ทาวันละ 2 ครั้ง 6 วัน ผลสรุปโดยรวมว่า น้ำมันไพลให้ผลบรรเทาปวดใกล้เคียง diclofenac gel และแนะนำเป็นทางเลือกทาภายนอกสำหรับอาการปวดกล้ามเนื้อได้
4) มีการทดลองแบบ double-blind RCT ในผู้ป่วย ปวดปลายประสาทจากเบาหวาน ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ไพลทาภายนอกร่วมกับการรักษามาตรฐาน พบว่าคะแนนปวดลดลงมากกว่ายาหลอกในบางช่วงติดตาม
การนำไปใช้เพื่อรักษาอาการบวม ฟกช้ำ และการอักเสบของกล้ามเนื้อ
ไพล มักถูกใช้เป็นส่วนประกอบของลูกประคบ โดยใช้เหง้าประมาณ 1 เหง้า ตำให้ละเอียด ผสมเกลือเล็กน้อย คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วนำมาห่อเป็นลูกประคบ อังไอน้ำให้ความร้อน แล้วประคบบริเวณที่ปวดเมื่อย ฟกช้ำ หรือนำไพลมาฝานเป็นชิ้นบางๆ ใช้ถูนวดบริเวณที่อักเสบ หรือเตรียมน้ำมันไพลด้วยการจี่ หรือคั่วในกระทะ จนได้น้ำมันสีเหลือง แล้วนำมาทาถูนวดบริเวณที่มีอาการ
ข้อควรระวัง ห้ามทาบริเวณขอบตาและเนื้อเยื่ออ่อน ห้ามทาบริเวณผิวหนังที่มีบาดแผลหรือมีแผลเปิด
ข้อมูลอ้างอิง
1) Chaiyanok, K. (n.d.). Zingiber montanum (ไพล)…บรรเทาอาการอักเสบ ฟกช้ำ ดำเขียว [PDF]. Faculty of Pharmacy, Mahidol University.https://medplant.mahidol.ac.th/document/67_Zingiber_montanum.pdf
2) Chongmelaxme, B., Sruamsiri, R., Dilokthornsakul, P., Dhippayom, T., Kongkaew, C., Saokaew, S., Chuthaputti, A., & Chaiyakunapruk, N. (2017). Clinical effects of Zingiber cassumunar (Plai): A systematic review. Complementary Therapies in Medicine, 35, 70–77. https://doi.org/10.1016/j.ctim.2017.09.009
3) Jatuten, N., Piyakunmala, P., Budkaew, J., & Chumworathayi, B. (2023). Effect of topical Zingiber cassumunar on painful diabetic neuropathy: A double-blind randomized-controlled trial. F1000Research, 12, 334. https://doi.org/10.12688/f1000research.131344.2
4) Manimmanakorn, N., Manimmanakorn, A., Boobphachart, D., Thuwakum, W., Laupattarakasem, W., & Hamlin, M. J. (2016). Effects of Zingiber cassumunar (Plai cream) in the treatment of delayed onset muscle soreness. Journal of Integrative Medicine, 14(2), 114–120. https://doi.org/10.1016/S2095-4964(16)60243-1
5) Sriroj, S. (2010). ประสิทธิผลของครีมไพล (Zingiber cassumunar Roxb.) เปรียบเทียบกับ diclofenac gel ในผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม, 7(2), 53–60. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/MKHJ/article/view/254349
6) Wisuitiprot, V., Bumrungchaichana, W., Kaewtai, N., Rawangking, A., Saiphanit, S., Lasongmuang, K., Meekai, N., & Wisuitiprot, W. (2019). Effectiveness of a Plai oil prepared by Thai traditional medicine process in the treatment of myofascial pain syndrome: A randomized placebo controlled trial. Journal of Health Science and Medical Research, 37(3), 207–215. https://doi.org/10.31584/jhsmr.201954
********ปรึกษาหมอเพิ่มเติม********
📲 คลินิกแพทย์แผนไทยออนไลน์
👉 https://lin.ee/E5weKTc
🏥 สถาบันการแพทย์แผนไทย
👉 https://sites.google.com/view/abhthaimed
📞 ปรึกษาสุขภาพ
037-211289 | 087-5820597