คลินิกการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลกาญจนดิษฐ์

คลินิกการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลกาญจนดิษฐ์ ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก คลินิกการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลกาญจนดิษฐ์, บริการด้านสุขภาพทางเลือกแบบองค์รวม, 76 หมู่ที่ 9 ต. พลายวาส, Kanchanadit.

Traditional Thai Medicine And Alternative Medicine (TTMED)

เวลาเปิดบริการ

วันจันทร์ – วันศุกร์ ให้บริการเวลา 08.00 น. – 19.30 น.

วันเสาร์ อาทิตย์ และ วันหยุดนักขัตฤกษ์ ให้บริการเวลา 08.00 น. – 16.30 น.

💚🧡
25/08/2026

💚🧡

ประกาศรับสมัครเพื่อเข้ารับการสอบคัดเลือกและคัดเลือกเป็นลูกจ้างแบ่งเปอร์เซ็นต์ (รายเคส)ตำแหน่งผู้ช่วยแพทย์แผนไทย📍เปิดรับส...
21/07/2026

ประกาศรับสมัครเพื่อเข้ารับการสอบคัดเลือกและคัดเลือกเป็นลูกจ้างแบ่งเปอร์เซ็นต์ (รายเคส)

ตำแหน่งผู้ช่วยแพทย์แผนไทย

📍เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 23 ก.ค. - 4 ส.ค. 2569
✅ ส่งใบสมัครได้ที่กลุ่มงานบริหารทั่วไป โรงพยาบาลกาญจนดิษฐ์

🌿กลุ่มงานการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ดำเนินโครงการพัฒนาระบบบริการการแพท...
24/06/2026

🌿กลุ่มงานการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ดำเนินโครงการพัฒนาระบบบริการการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

💚โดยจัดอบรมพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะในการดูแลสุขภาพประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

🧡พร้อมทั้งจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้หมอพื้นบ้าน เครือข่ายสุขภาพอำเภอกาญจนดิษฐ์ เพื่อกำหนดแนวทางการขึ้นทะเบียนหมอพื้นบ้าน จัดทำฐานข้อมูลปราชญ์ชาวบ้านและหมอพื้นบ้าน และลงพื้นที่สำรวจข้อมูลในตำบลป่าร่อน อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี อันเป็นการส่งเสริมและสืบสานภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้านให้เชื่อมโยงกับระบบบริการสุขภาพชุมชนอย่างยั่งยืน🪴

02/06/2026

✅ บทความปี 2026 EP: 129 : ซีรี่อัศจรรย์ทฤษฎีพื้นฐานทางการแพทย์แผนจีน

1.แพทย์แผนจีนคืออะไร

แพทย์แผนจีน (Traditional Chinese Medicine: TCM) คือศาสตร์การแพทย์ดั้งเดิมที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 2,000 ปี มีรากฐานจากปรัชญาจีนโบราณ โดยมุ่งเน้นความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ธรรมชาติ และจักรวาล เชื่อว่าสุขภาพที่ดีเกิดจากความสมดุลของร่างกายทั้งด้านกาย ใจ และพลังชีวิต

หลักการสำคัญของแพทย์แผนจีนอาศัยแนวคิดเรื่อง หยิน–หยาง (阴阳) และ ทฤษฎีธาตุทั้งห้า (五行) ซึ่งใช้ในการอธิบายการทำงานของอวัยวะ ระบบพลังงาน และการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย พลังชีวิตหรือ ชี่ (气) จะไหลเวียนไปตามเส้นลมปราณ (经络) หากการไหลเวียนเป็นปกติ ร่างกายจะอยู่ในภาวะสมดุลและแข็งแรง แต่หากเกิดการติดขัดหรือเสียสมดุล จะนำไปสู่การเจ็บป่วย

การวินิจฉัยในแพทย์แผนจีนใช้กระบวนการแบบองค์รวม (Holistic approach) ได้แก่ การดู การฟัง–ดม การซักถาม และการคลำชีพจร เพื่อประเมินสภาพร่างกายโดยรวม ไม่เน้นเฉพาะอวัยวะที่แสดงอาการ แต่พิจารณาถึงสาเหตุเชิงลึกของความผิดปกติ

การรักษาในแพทย์แผนจีนมีหลายวิธี เช่น การใช้ยาสมุนไพรจีน การฝังเข็ม การครอบแก้ว การรมยา การนวดทุยหนา และการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตและอาหารตามหลักการแพทย์จีน โดยมีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูสมดุลของร่างกาย ป้องกันโรค และส่งเสริมสุขภาพในระยะยาว

ปัจจุบันแพทย์แผนจีนได้รับการยอมรับและนำมาบูรณาการร่วมกับการแพทย์แผนปัจจุบันในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย โดยมีการเรียนการสอน การวิจัย และการให้บริการทางการแพทย์อย่างเป็นระบบตามหลักวิชาการและมาตรฐานวิชาชีพ

———————————

เพจ แพทย์จีนไปเรื่อย

อาจารย์แทน ❤️ ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนค่ะ

😋อาจารย์แทนคนสวย เจ้าหญิงแห่งวงการแพทย์จีน🌸

#แพทย์จีนไปเรื่อย
#แพทย์จีน
#อาจารย์แพทย์จีน
#ฝังเข็ม
#ยาจีน
#อาจารย์แทนคนสวย
#อาจารย์แพทย์จีน
#เจ้าหญิงแห่งวงการแพทย์จีน
#แพทย์จีนที่สวยที่สุดในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

of Chinese Medicine

🙏เพจ แพทย์จีนไปเรื่อย เราไม่ได้มีแค่ความรู้ทางวิชาการนะคะ เรายังเสิร์ฟ หลายช่วง อาทิเช่น

✅แพทย์จีนพาเที่ยว

✅แพทย์จีนพากิน

✅แพทย์จีนพาอ่าน

✅แพทย์จีนช่วยอนุรักษ์

✅แพทย์จีนพาช้อป

✅แพทย์จีนรีวิวไปเรื่อย

ฝากติดตามด้วยนะคะ❤️

กดติดตาม เพจแพทย์จีนไปเรื่อย👇

Facebook: https://www.facebook.com/profile.phpid=100064330802426&mibextid=YMEMS

IG: https://www.instagram.com/chinese.medicine.on.the.go?igsh=eWI3cTA0YnlvaTl4&utm_source=qr

ปล. เพจนี้ไม่ขายอาหารเสริม ไม่โฆษณาการค้าผลิตภัณฑ์ทางสุขภาพทุกประเภท ไม่เชิญชวน ไม่อวดอ้างหรือทำการโฆษณาทางการแพทย์ใดๆที่ไม่เป็นความจริงหรืออวดอ้างสรรพคุณเกิดความจริง ขอให้เเฟนเพจทุกท่านมีวิจารณญาณในการรับชม ขอบคุณค่ะ🙏

29/05/2026

ช้าพลู...ผู้ชนะน้ำตาล (ในเลือด)

ช้าพลู หรือ ชะพลู มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Piper sarmentosum Roxb. มีฤทธิ์ทางยามากมาย เช่น
🍃ฤทธิ์ในการต้านอักเสบ
🍃ฤทธิ์ขับลม
🍃ฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อ
🍃ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
🍃ฤทธิ์ต้านการก่อกลายพันธุ์
🍃ฤทธิ์ต้านเชื้อมาลาเรีย

โดยได้มีการทดลองนำใบชะพลูสกัดด้วยเมทานอล (Methanol) แล้วนำทดสอบการต้านเชื้อ พบว่า >>สามารถต้านชื้อ S. aureus เชื้อ S. aureus ที่ดื้อต่อยา Methicillin เชื้อ P. aeruginosa ซึ่งทั้ง 3 เชื้อ เป็นเชื้อก่อโรคให้กับมนุษย์ทั้งสิ้น (1)

🍃และสรรพคุณสำคัญที่เราต้องกล่าวถึง ก็คือ ช้าพลูมีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดได้
โดยมีงานวิจัยฤทธิ์ในการลดน้ำตาลในเลือดของชะพลูมากมาย ทั้งในไทยและต่างประเทศ เช่น

🔹งานวิจัยในหนูทดลอง โดยทำให้หนูทดลองเป็นเบาหวาน แล้วแบ่งเป็น 2 กลุ่ม โดยให้สารสกัดใบชะพลูด้วยน้ำ (water extract) ในขนาด 0.125 และ 0.25 g/kg และหนูอีกกลุ่มให้ยาแผนปัจจุบัน glibenclamide เป็นยาเทียบ
>>พบว่าสารสกัดที่ขนาด 0.25 g/kg สามารถลดน้ำตาลในกระแสเลือดได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่กิน ส่วนสารสกัดขนาด 0.125 g/kg ให้หนูกินติดต่อ 7 วันพบว่าสามารถลดระดับน้ำตาลในกระแสเลือดลงได้ (2)

🔹อีกการทดลองที่ทำในหนูทดลอง โดยทำให้หนูทดลองเป็นเบาหวาน จากนั้นให้สารสกัดใบชะพลูที่สกัดด้วยน้ำ (water extraction) ที่ความเข้มขน 2% เป็นระยะเวลา 30 วัน เมื่อครบกำหนดได้วัด อัตราส่วนน้ำหนักไตต่อน้ำหนักตัว ค่าการกำจัดโปรตีนครีเอตินีน (creatinine) ค่าการรั่วโปรตีนอัลบูมิน (albumin) จากไต เทียบกับกลุ่มหนูเบาหวานที่ไม่ได้รับยา
>>พบว่ากลุ่มที่ได้รับสารสกัดใบชะพลู มีการเพิ่มขึ้นของอินซูลินในร่างกาย มีน้ำตาลในกระแสเลือดลดลงและชะลอการเสื่อมของไตจากภาวะน้ำตาลสูงได้ (3)

✅จากการทดลองแสดงให้เห็นว่า...หนึ่งในกลไกการลดระดับน้ำตาลของใบชะพลู ก็คือ การเพิ่มระดับอินซูลินในร่างกาย

🔻ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ช้าพลูมีหลายรูปแบบทั้งแบบชาชง หรือแคปซูล
>>แบบชาชง แนะนำ 1 ซอง ต้มน้ำได้สองครั้ง ดื่มเช้าและเย็น
>>ใบสด กินครั้งละ 1-2 ใบ เช้า เย็น
ทั้งนี้ ขนาดในการทานอาจขึ้นอยู่กับระดับน้ำตาลของแต่ละบุคคลด้วยนะคะ

🚫ข้อห้ามและข้อควรระวัง

🔻การกินช้าพลู ถ้ากินเป็นผัก หรือเป็นอาหารก็มีความปลอดภัย...แต่ถ้ากินเป็นยาเพื่อหวังผลในการลดน้ำตาล แนะนำว่าจะต้องสังเกตตนเองถึงอาการน้ำตาล เช่น มีอาการหน้ามืด ใจสั่น เหงื่อออกมือ มีอาการหวิวๆ เหมือนจะเป็นลมหรือไม่ เพราะนั้นแสดงว่าน้ำตาลในเลือดของคุณกำลังต่ำเกินไป จึงไม่ควรทานช้าพลูนั่นเองค่ะ

🔻มีข้อห้ามสำหรับผู้ที่เป็นโรคไต เพราะใบช้าพลูมีส่วนประกอบของ แคลเซี่ยมออกซาเลท (Calcium oxalate) ซึ่งการกินในปริมาณมากจะไปสะสมที่ไต ทำให้ไตทำงานหนักขึ้น (4)

📚 อ้างอิง
1. In vitro screening of five local medicinal plants for antibacterial activity using disc diffusion method เข้าถึงได้จาก https://pdfs.semanticscholar.org/.../711d6f86b50ea16ce820...
2. Hypoglycemic effect of the water extract of Piper sarmentosum in rats เข้าถึงได้จาก https://www.sciencedirect.com/.../pii/S037887419700127X
3. Hypoglycemic effect of the water extract of Smallantus sonchifolius (yacon) leaves in normal and diabetic rats เข้าถึงได้จาก https://www.sciencedirect.com/.../pii/S0378874100003512
4. ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เข้าถึงได้จาก http://www.phargarden.com/main.php?action=viewpage&pid=221

*********************************
ปรึกษาสุขภาพกับเรา👩‍⚕️‍👨‍⚕️
คลินิกแพทย์แผนไทยออนไลน์: https://lin.ee/E5weKTc
ปรึกษาสุขภาพ 037-211289 , 087-5820597 (เฉพาะวันเวลาราชการ)
สถาบันการแพทย์แผนไทย: https://sites.google.com/view/abhthaimed

26/05/2026

🌿 เรื่องน่ารู้ | กินตาม “ธาตุเจ้าเรือน” ดูแลสุขภาพแบบแพทย์แผนไทย

ตามศาสตร์การแพทย์แผนไทย ร่างกายคนเราประกอบด้วย 4 ธาตุ ได้แก่
🔥 ธาตุไฟ • 💨 ธาตุลม • 💧 ธาตุน้ำ • 🌱 ธาตุดิน
แต่ละคนมี “ธาตุเจ้าเรือน” แตกต่างกัน ซึ่งส่งผลต่อรูปร่าง อารมณ์ ระบบย่อย และแนวโน้มการเจ็บป่วย การเลือกอาหารให้เหมาะกับธาตุ จะช่วยปรับสมดุลร่างกายและดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม 🌿

📌 วิเคราะห์ธาตุเจ้าเรือน

▪️ดูจากวันเกิด
🌱 วันจันทร์ / พฤหัสบดี → ธาตุดิน
💨 วันอังคาร / พุธกลางคืน → ธาตุลม
💧 วันพุธ / ศุกร์ → ธาตุน้ำ
🔥 วันเสาร์ / อาทิตย์ → ธาตุไฟ

▪️ดูจากเดือนเกิด
🔥 มี.ค.–พ.ค. → ธาตุไฟ
💨 มิ.ย.–ส.ค. → ธาตุลม
💧 ก.ย.–พ.ย. → ธาตุน้ำ
🌱 ธ.ค.–ก.พ. → ธาตุดิน

📖 ความสำคัญของแต่ละธาตุ
🌱 ธาตุดิน → กระดูก กล้ามเนื้อ โครงสร้างร่างกาย
💧 ธาตุน้ำ → เลือด น้ำเหลือง ของเหลว
💨 ธาตุลม → การเคลื่อนไหว การไหลเวียน ลมหายใจ
🔥 ธาตุไฟ → ระบบย่อย การเผาผลาญ ความร้อน

🥗 รสยา/อาหารตามธาตุเจ้าเรือน
🔥 ธาตุไฟ (ร้อนง่าย)
✅ เหมาะกับ : รสขม เย็น จืด
🥒 แนะนำ : มะระ ใบบัวบก ฟักเขียว น้ำมะพร้าว
❌ เลี่ยง : ของทอด เผ็ดจัด อาหารร้อน

💨 ธาตุลม (ผอม ลมมาก)
✅ เหมาะกับ : เผ็ดร้อน (ช่วยขับลม), เปรี้ยวเล็กน้อย
🫚 แนะนำ : ขิง กระชาย ตะไคร้ หอมแดง น้ำขิง
❌ เลี่ยง : อาหารแห้ง เย็นจัด

💧 ธาตุน้ำ (ชุ่มชื้น อ้วนง่าย)
✅ เหมาะกับ : รสฝาด (ลดความชื้น), ขม
🥬 แนะนำ : ฝรั่ง สะเดา ผักชีลาว ผักบุ้ง
❌ เลี่ยง : ของมัน หวาน เย็นมาก

🌱 ธาตุดิน (แข็งแรง อืดง่าย)
✅ เหมาะกับ : รสเปรี้ยว, เผ็ดร้อนเล็กน้อย
🍋 แนะนำ : มะนาว ขิง หอม กระเทียม ชา
❌ เลี่ยง : อาหารหนัก ย่อยยาก

📓 ลักษณะ “ตรีธาตุ” ตามคัมภีร์วรโยคสาร
🔥 ปิตตะ (ธาตุไฟ)
- ร้อนง่าย หิวบ่อย หงุดหงิดง่าย
- ควรลดอาหารเผ็ด เปรี้ยว เค็ม
- เหมาะกับผักรสเย็น เช่น แตงกวา ตำลึง บวบ

💨 วาตะ (ธาตุลม)
- ผอม คิดเร็ว เครียดง่าย นอนหลับยาก
- มักมีอาการท้องอืด ปวดเมื่อย
- เหมาะกับอาหารอุ่นๆ เช่น ต้มข่า น้ำขิง กะเพรา

💧 เสมหะ (ธาตุน้ำ)
- อ้วนง่าย เคลื่อนไหวช้า มีเสมหะง่าย
- ควรหลีกเลี่ยงหวาน มัน เค็ม
- เหมาะกับอาหารรสร้อนและรสขม เช่น มะระ ดอกแค

💚 สรุปง่ายๆ
🔥 ปิตตะ → “ลดร้อน”
💨 วาตะ → “เพิ่มความอบอุ่น”
💧 เสมหะ → “กระตุ้นการไหลเวียน”

การกินและการใช้ชีวิตให้เหมาะกับธาตุ ช่วยสร้างสมดุลให้ร่างกาย ลดโอกาสเจ็บป่วย และดูแลสุขภาพตามแนวทางแพทย์แผนไทย 🌿

🔖ข้อมูลโดย พท.ป.เบญจวรรณ หมายมั่น

🔖ข้อมูลอ้างอิง
1. การแพทย์แผนไทย, โรงเรียนอายุรเวทธำรง, คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
2. https://www.gj.mahidol.ac.th/main/tard/?utm_source=chatgpt.com
3. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/nkpjournal_9/article/view/257859?utm_source=chatgpt.com

#เรื่องน่ารู้ #กินตามเจ้าเรือน #ธาตุเจ้าเรือน #สมุนไพรอภัยภูเบศร #อภัยภูเบศร

22/05/2026

🧠 แจกจุดนวดตนเองแก้ปวดหัวไมเกรน

หลายคนคิดว่าไมเกรนคือ “ปวดหัวธรรมดา” 🤕
แต่จริง ๆ แล้ว ไมเกรนเป็นความผิดปกติของระบบประสาทและหลอดเลือด ที่ทำให้เกิดอาการปวดตุ๊บ ๆ รุนแรง จนใช้ชีวิตแทบไม่ได้

⚡ ก่อนปวด…ร่างกายอาจมี “สัญญาณเตือน” (Aura)

ลองเช็กตัวเอง 👇
✨ เห็นแสงวาบ แสงซิกแซก ตาพร่า
✨ ปวดตุ๊บ ๆ ตามจังหวะชีพจร
✨ คลื่นไส้ อาเจียน
✨ แพ้แสง แพ้เสียง
✨ ปวดนานหลายชั่วโมง หรือเป็นทั้งวัน

⏰ หากเริ่มมี Aura ช่วงประมาณ 20 นาทีแรก ถือเป็น “นาทีทอง” ที่ช่วยลดความรุนแรงของไมเกรนได้ดีที่สุด

💆‍♀️ ทำไม “นวดกดจุด” แล้วช่วยไมเกรน?
🩸 กระตุ้นการไหลเวียนเลือด
😌 ลดความเครียด
🧠 ปรับสมดุลระบบประสาท
💨 คลายกล้ามเนื้อและเส้นตึงบริเวณศีรษะ-คอ

มีงานวิจัยพบว่า การนวดช่วยลดฮอร์โมนความเครียด (Cortisol) ได้มาก ทำให้ร่างกายเข้าสู่โหมดผ่อนคลาย 🌿

✨ แนะนำจุดนวดบรรเทาอาการปวดหัว

1️⃣ จุดหว่างคิ้ว
ใช้นิ้วกดเบา ๆ ตรงกลางระหว่างคิ้ว ค้าง 10 วินาที
🧘‍♀️ ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง ลดตึงเครียด

2️⃣ จุดรอบดวงตา
ใช้นิ้วนวดเบา ๆ รอบเบ้าตา
👀 ลดล้าสายตา ลดแรงดันรอบดวงตา

3️⃣ จุดขมับ
ใช้นิ้วโป้งนวดวนเบา ๆ บริเวณขมับ 30 วินาที
💫 ช่วยลดปวดตื้อ เวียนหัว

4️⃣ จุดท้ายทอย
กดบริเวณรอยบุ๋มใต้ฐานกะโหลกซ้าย-กลาง-ขวา
🩸 ช่วยคลายกล้ามเนื้อคอและลดตึงศีรษะ

5️⃣ จุดโพรงใบหู
นวดวนเบา ๆ บริเวณใบหู 2–3 นาที
😴 ช่วยให้ระบบประสาทสงบ หลับง่ายขึ้น

6️⃣ จุดระหว่างนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ ✋
ถือเป็น “จุดลดปวด” สำคัญของร่างกาย
💨 กดค้างพร้อมหายใจลึก ๆ

7️⃣ นวดทั่วศีรษะ
ใช้นิ้วนวดจากขมับ ไล่ไปท้ายทอยและต้นคอ
💆‍♂️ ช่วยให้เลือดไหลเวียนทั่วหนังศีรษะดีขึ้น

🌬️ เทคนิคสำคัญ = “หายใจ” ทุกครั้งที่กดจุด ให้
👉 สูดหายใจเข้าลึก ๆ
👉 ผ่อนลมหายใจออกช้า ๆ
จะช่วยให้ระบบประสาทสงบ และลดอาการปวดได้ดีขึ้น ✨

⚠️ ใครบ้าง “ไม่ควรนวด”?
❌ มีไข้สูง
❌ เพิ่งผ่าตัดหรือกระดูกหัก
❌ มีปัญหาลิ่มเลือด
❌ มีโรคผิวหนังติดเชื้อ

หากนวดแล้วมีอาการ
⚡ เจ็บจี๊ดเหมือนไฟช็อต
⚡ หน้ามืด วูบ
ให้หยุดทันที‼️

🌿 วิธีลดไมเกรนระยะยาว
😴 นอนให้เป็นเวลา
🏃‍♀️ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
☕ ลดกาแฟและสารกระตุ้น
🧘 ฝึกผ่อนคลาย ลดความเครียด
💧 ดื่มน้ำให้เพียงพอ

สามารถทำได้เป็นประจำตามความสะดวก

**************************
ปรึกษาสุขภาพกับเรา👩‍⚕️‍👨‍⚕️
◾️ คลินิกแพทย์แผนไทยออนไลน์: https://lin.ee/E5weKTc
◾️ สถาบันการแพทย์แผนไทย: https://sites.google.com/view/abhthaimed
◾️ ปรึกษาสุขภาพ ☎ 037-211289 , 087-5820597 (เฉพาะวันเวลาราชการ)

คลินิกการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลกาญจนดิษฐ์งดให้บริการ 5 วัน ในวันที่ 11-15 เมษายน 2569เนื่องในวันหยุดเท...
10/04/2026

คลินิกการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
โรงพยาบาลกาญจนดิษฐ์
งดให้บริการ 5 วัน ในวันที่ 11-15 เมษายน 2569
เนื่องในวันหยุดเทศกาลสงกรานต์
และเปิดให้บริการตามปกติ ในวันที่ 16 เมษายน 2569

#กาญจนดิษฐ์ #แพทย์แผนไทยกาญจนดิษฐ์
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
🍃 คลินิกการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
🍃 โรงพยาบาลกาญจนดิษฐ์
📍 https://line.me/R/ti/p/%40qpt5637s
📍 077-379131 ต่อ 113
📍 081-4770949

10/04/2026

สมุนไพรน่ารู้ | กลีบดอกบัวหลวง…สมุนไพรใกล้ตัว กับศักยภาพดูแล “อารมณ์และความจำ”

ในยุคที่ความเครียดสะสมกลายเป็นเรื่องปกติ ปัญหาสุขภาพจิต เช่น ภาวะซึมเศร้าและความจำถดถอย กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง งานวิจัยสมัยใหม่จึงหันมาศึกษา “สมุนไพรใกล้ตัว” เพื่อเป็นอีกทางเลือกในการดูแลสุขภาพสมอง

หนึ่งในนั้นคือ บัวหลวง (Nelumbo nucifera) โดยเฉพาะ “กลีบดอก” ที่มีสารสำคัญหลายชนิดและถูกใช้ในแพทย์แผนดั้งเดิมมายาวนาน

🔬 งานวิจัยว่าอย่างไร?
งานวิจัยในสัตว์ทดลอง พบว่า สารสกัดจากกลีบดอกบัวหลวง สามารถช่วยบรรเทาอาการที่เกี่ยวข้องกับความเครียดเรื้อรัง ได้แก่

🧠 1. ลดพฤติกรรมคล้ายซึมเศร้า
- ลดอาการ “หมดความสุข”(Anhedonia)
- ลดพฤติกรรมสิ้นหวัง

🧩 2. ฟื้นฟูความจำ
- ช่วยให้ความจำระยะสั้นดีขึ้น
- เพิ่มความสามารถในการเรียนรู้และจดจำ

⚖️ 3. ปรับสมดุลฮอร์โมนความเครียด
- ลดระดับ Corticosterone (ฮอร์โมนความเครียด)
- ช่วยปรับสมดุลระบบ HPA axis

🔬 4. ฟื้นฟูการทำงานของสมองระดับเซลล์
- เพิ่มการแสดงออกของ BDNF และ CREB (เกี่ยวข้องกับการสร้างและซ่อมแซมเซลล์ประสาท)
- ลด SGK1 ซึ่งสัมพันธ์กับความเครียดเรื้อรัง

🌿 สารสำคัญที่พบในกลีบดอกบัวหลวง
ได้แก่ กลุ่มสารธรรมชาติที่มีฤทธิ์ต่อสมอง เช่น
- Flavonoids (เช่น kaempferol, trifolin)
- β-sitosterol

สารเหล่านี้มีคุณสมบัติเด่น เช่น
✔️ ปกป้องเซลล์ประสาท (Neuroprotective)
✔️ ยับยั้งเอนไซม์ MAO (เกี่ยวข้องกับสารสื่อประสาทอารมณ์)

✨ สรุปประโยชน์เด่น
กลีบดอกบัวหลวงมีศักยภาพในการ
- ช่วยลดความเครียด
- บรรเทาอาการซึมเศร้า
- ฟื้นฟูความจำ
- สนับสนุนการทำงานของสมอง

⚠️ ข้อควรรู้
แม้ผลวิจัยจะน่าสนใจ
👉 แต่ยังเป็น “การศึกษาในสัตว์ทดลอง”
👉 จำเป็นต้องมีการศึกษาในมนุษย์เพิ่มเติม

ดังนั้น การใช้สมุนไพรควรอยู่ในความเหมาะสม และไม่ควรใช้แทนการรักษาทางการแพทย์

🌼 บทสรุป
“กลีบดอกบัวหลวง” ไม่ได้เป็นเพียงพืชสวยงาม แต่ยังซ่อนศักยภาพในการดูแลสุขภาพจิตและสมองไว้ภายใน อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกจากธรรมชาติสำหรับการรับมือกับความเครียดในชีวิตประจำวัน

🔖ข้อมูลโดย นศภ. ณิชากร ศรีสุนทร มหาวิทยาลัยมหิดล

🔖เอกสารอ้างอิง
1. Maneenet J, Chotritthirong Y, Omar AM, Choonong R, Daodee S, Monthakantirat O, Khamphukdee C, Pitiporn S, Awale S, Matsumoto K, Chulikhit Y. Nelumbo nucifera Petals Ameliorate Depressive-like Symptom and Cognitive Deficit in Unpredictable Chronic Mild Stress Mouse Model. Nutrients. 2024 Dec 29;17(1):94. doi: 10.3390/nu17010094. PMID: 39796528; PMCID: PMC11723358.

#สมุนไพรน่ารู้ #กลีบบัวแดง #บัวหลวง #กลีบดอกบัวหลวง #สมุนไพรอภัยภูเบศร #อภัยภูเบศร

20/03/2026

ไพล ต้านอักเสบ แก้ปวดกล้ามเนื้อ
“ไพล” อยู่ตระกูลเดียวกับขิงและข่า ชื่อวิทยาศาสตร์ที่พบบ่อยคือ Zingiber montanum (มีชื่อพ้อง Zingiber cassumunar) ซึ่งคนไทยคุ้นเคยในรูปแบบ น้ำมันไพล / ครีมไพล / ลูกประคบ สำหรับอาการ ปวดเมื่อย เคล็ดขัดยอก ฟกช้ำ บวม อักเสบ

พื้นบ้านใช้ประโยชน์จากไพล หลากหลาย เช่น แก้ฟกช้ำ ดำเขียว ปวด บวม อักเสบ เคล็ดขัดยอก โดย นิยมใช้ “เหง้าไพล” หั่นบาง ๆ แล้ว ถูนวดบริเวณที่อักเสบ หรือทำเป็น น้ำมันไพลแบบคั่ว/จี่/ทอด แล้วทาถู
ในทางยาไทย ยังมีการใช้ไพล ช่วยขับลม แก้ท้องเดิน และช่วยขับระดู แก้ปวดท้องประจำเดือนและขับน้ำคาวปลาหลังคลอดได้

สารสําคัญที่พบในเหง้าไพล คือ น้ำมันหอมระเหย สารกลุ่มฟีนิลบิวทินอยด์ เช่น สาร (E)-1-(3,4- dimethoxyphenyl)butadiene (DMPBD) สาร (E)-4-(3,4-dimethylphenyl)but-3-en-1-ol (compound D) และสารกลุ่มเคอร์คูมินอยด์ เช่น cassumunarins และ cassumunins

ข้อมูลงานวิจัยทางคลินิก
1) การทดลองนำครีมไพล (ไพลจีซาล) ที่มีส่วนผสมของน้ำมันไพลร้อยละ 14 (14%) ไปใช้ในผู้ป่วยข้อเท้าแพลง โดยให้ทาวันละสองครั้ง พบว่า สามารถลดการปวดบวมได้มากกว่ากลุ่มควบคุมเมื่อใช้ไปได้ 4 วัน และมีการกิน ยาแก้ปวด (paracetamol) ในสองวันแรกน้อยกว่ากลุ่มควบคุมด้วย ผู้ป่วยที่ได้รับไพลจีซาลสามารถงอข้อเท้าได้มากกว่ากลุ่มควบคุม แต่ความสามารถงอส่วนฝ่าเท้าไม่แตกต่างกัน

2) การศึกษาประสิทธิภาพของครีมไพล ที่ประกอบด้วยน้ำมันหอมระเหยจากเหง้าไพลขนาดร้อยละ 7 และ 14 และยาหลอก ต่อการบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อหลังการออกกำลังกาย โดยให้อาสาสมัครอายุ 18 - 60 ปี กลุ่มละ 25 คน ทาครีมขนาด 2 ก. ที่กล้ามเนื้อบริเวณต้นขาเป็นเวลา 5 นาที ก่อนออกกำลังกายเพื่อให้กล้ามเนื้อมีการยืดตัวขณะเกร็งสู้แรง ต้านทาน (eccentric exercise) ทดสอบทุกๆ 8 ชั่วโมง เป็นเวลา 7 วัน พบว่า กลุ่มที่ได้รับครีมไพล 14% สามารถลดการระบมของกล้ามเนื้อ และเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อได้ดีกว่าครีมไพล 7% และยาหลอก อย่างมีนัยสำคัญ

3) กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อแบบ Myofascial pain (ปวดคอ บ่า ไหล่ มีจุดกดเจ็บ)
งานวิจัยแบบ randomized placebo-controlled trial ในอาสาสมัคร 114 คน ทดลองทา น้ำมันไพล เทียบกับ diclofenac gel 1% และ น้ำมันหลอก ทาวันละ 2 ครั้ง 6 วัน ผลสรุปโดยรวมว่า น้ำมันไพลให้ผลบรรเทาปวดใกล้เคียง diclofenac gel และแนะนำเป็นทางเลือกทาภายนอกสำหรับอาการปวดกล้ามเนื้อได้

4) มีการทดลองแบบ double-blind RCT ในผู้ป่วย ปวดปลายประสาทจากเบาหวาน ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ไพลทาภายนอกร่วมกับการรักษามาตรฐาน พบว่าคะแนนปวดลดลงมากกว่ายาหลอกในบางช่วงติดตาม

การนำไปใช้เพื่อรักษาอาการบวม ฟกช้ำ และการอักเสบของกล้ามเนื้อ
ไพล มักถูกใช้เป็นส่วนประกอบของลูกประคบ โดยใช้เหง้าประมาณ 1 เหง้า ตำให้ละเอียด ผสมเกลือเล็กน้อย คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วนำมาห่อเป็นลูกประคบ อังไอน้ำให้ความร้อน แล้วประคบบริเวณที่ปวดเมื่อย ฟกช้ำ หรือนำไพลมาฝานเป็นชิ้นบางๆ ใช้ถูนวดบริเวณที่อักเสบ หรือเตรียมน้ำมันไพลด้วยการจี่ หรือคั่วในกระทะ จนได้น้ำมันสีเหลือง แล้วนำมาทาถูนวดบริเวณที่มีอาการ

ข้อควรระวัง ห้ามทาบริเวณขอบตาและเนื้อเยื่ออ่อน ห้ามทาบริเวณผิวหนังที่มีบาดแผลหรือมีแผลเปิด

ข้อมูลอ้างอิง
1) Chaiyanok, K. (n.d.). Zingiber montanum (ไพล)…บรรเทาอาการอักเสบ ฟกช้ำ ดำเขียว [PDF]. Faculty of Pharmacy, Mahidol University.https://medplant.mahidol.ac.th/document/67_Zingiber_montanum.pdf
2) Chongmelaxme, B., Sruamsiri, R., Dilokthornsakul, P., Dhippayom, T., Kongkaew, C., Saokaew, S., Chuthaputti, A., & Chaiyakunapruk, N. (2017). Clinical effects of Zingiber cassumunar (Plai): A systematic review. Complementary Therapies in Medicine, 35, 70–77. https://doi.org/10.1016/j.ctim.2017.09.009
3) Jatuten, N., Piyakunmala, P., Budkaew, J., & Chumworathayi, B. (2023). Effect of topical Zingiber cassumunar on painful diabetic neuropathy: A double-blind randomized-controlled trial. F1000Research, 12, 334. https://doi.org/10.12688/f1000research.131344.2
4) Manimmanakorn, N., Manimmanakorn, A., Boobphachart, D., Thuwakum, W., Laupattarakasem, W., & Hamlin, M. J. (2016). Effects of Zingiber cassumunar (Plai cream) in the treatment of delayed onset muscle soreness. Journal of Integrative Medicine, 14(2), 114–120. https://doi.org/10.1016/S2095-4964(16)60243-1
5) Sriroj, S. (2010). ประสิทธิผลของครีมไพล (Zingiber cassumunar Roxb.) เปรียบเทียบกับ diclofenac gel ในผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม, 7(2), 53–60. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/MKHJ/article/view/254349
6) Wisuitiprot, V., Bumrungchaichana, W., Kaewtai, N., Rawangking, A., Saiphanit, S., Lasongmuang, K., Meekai, N., & Wisuitiprot, W. (2019). Effectiveness of a Plai oil prepared by Thai traditional medicine process in the treatment of myofascial pain syndrome: A randomized placebo controlled trial. Journal of Health Science and Medical Research, 37(3), 207–215. https://doi.org/10.31584/jhsmr.201954

********ปรึกษาหมอเพิ่มเติม********
📲 คลินิกแพทย์แผนไทยออนไลน์
👉 https://lin.ee/E5weKTc
🏥 สถาบันการแพทย์แผนไทย
👉 https://sites.google.com/view/abhthaimed
📞 ปรึกษาสุขภาพ
037-211289 | 087-5820597

ที่อยู่

76 หมู่ที่ 9 ต. พลายวาส
Kanchanadit
84160

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 19:30
อังคาร 08:00 - 19:30
พุธ 08:00 - 19:30
พฤหัสบดี 08:00 - 18:00
ศุกร์ 08:00 - 19:30
เสาร์ 08:00 - 16:30
อาทิตย์ 08:00 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

081-4770949

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คลินิกการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลกาญจนดิษฐ์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง คลินิกการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลกาญจนดิษฐ์:

ทางลัด

แชร์