12/09/2026
สรุปเนื้อหาบรรยาย รายการ D-Morning Talk
หัวข้อ: เบาหวานขึ้นตา
วิทยากร: คุณสุนิสา สุขสว่าง (คุณแอม)
วันบรรยาย: วันที่ 7 สิงหาคม 2569 เวลา 08.00–09.20 น.
📌 1. ทำความเข้าใจภาวะ "เบาหวานขึ้นตา"
⭐โรคเบาหวานเป็นกันมากในคนไทย แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นเบาหวานจะต้องประสบภาวะเบาหวานขึ้นตาเสมอไป ขึ้นอยู่กับการดูแลตนเองและควบคุมระดับน้ำตาลของแต่ละบุคคล
⭐สาเหตุของเบาหวานขึ้นตา: เกิดจากการมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงสะสมเป็นระยะเวลานาน จนเข้าไปทำลายหลอดเลือดฝอยบริเวณจอประสาทตา ทำให้หลอดเลือดรั่วซึม มีเลือดออก หรือเกิดการสร้างหลอดเลือดใหม่ที่ผิดปกติ
⭐อันตรายของโรค: ในระยะแรกมักไม่แสดงอาการชัดเจน แต่หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง จะทำให้การมองเห็นแย่ลงเรื่อยๆ จนส่งผลให้ ตาบอดถาวร ในที่สุด
📌 2. ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เบาหวานขึ้นตา
⭐ระยะเวลาที่เป็นโรค: ผู้ที่เป็นเบาหวานมาเป็นเวลานาน (เช่น 20–30 ปี) จะมีความเสี่ยงสูงมากที่หลอดเลือดในตาจะถูกทำลาย
⭐การปล่อยให้น้ำตาลสูงเรื้อรัง: แม้บางครั้งจะควบคุมได้ แต่หากยังมีช่วงที่ระดับน้ำตาลสูงค้างนานๆ หรือต้องพึ่งพายาต่อเนื่อง ก็ยังมีความเสี่ยงอยู่
⭐ภาวะความดันโลหิตสูง: ทำให้ผนังหลอดเลือดเปราะบาง เมื่อเกิดร่วมกับเบาหวานจะยิ่งเร่งให้เกิดเบาหวานขึ้นตาได้รวดเร็วขึ้น
⭐ภาวะไขมันในเลือดสูง: เกิดการสะสมและอุดตันของไขมันในหลอดเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงดวงตาได้ไม่ดี
⭐โรคไตจากเบาหวาน: มีความเชื่อมโยงกับความเสื่อมของหลอดเลือดฝอยบริเวณจอประสาทตา
⭐การสูบบุหรี่: สารพิษในบุหรี่มีฤทธิ์ทำลายหลอดเลือดโดยตรง ควรลด เลิก หรือหลีกเลี่ยงการรับควันบุหรี่
⭐น้ำหนักตัวเกิน / ความเครียด / กรรมพันธุ์: ความอ้วนและความเครียดส่งผลต่อระดับน้ำตาลและฮอร์โมน ส่วนผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นเบาหวานก็จะมีโอกาสเสี่ยงทางพันธุกรรมเพิ่มขึ้น
📌 3. ระยะของโรคและอาการที่ต้องสังเกต
1️⃣ระยะเริ่มต้น: หลอดเลือดฝอยเริ่มโปร่งพอง มักยังไม่แสดงอาการและมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า สังเกตเองได้ยาก ต้องอาศัยการตรวจเช็กดวงตาโดยแพทย์เฉพาะทางเท่านั้น
2️⃣ระยะปานกลางถึงรุนแรง: หลอดเลือดเริ่มเสียหายมากขึ้น เริ่มมีอาการทางสายตา เช่น ตาพร่ามัว มองไม่ชัด เห็นจุดดำลอยไปลอยมา (คล้ายวุ้นในตาเสื่อม) ภาพบิดเบี้ยว มองในที่มืดลำบาก หรือเห็นเงาดำ
3️⃣ระยะรุนแรงมาก: เกิดเลือดออกในดวงตา เกิดพังผืดดึงรั้งจอตา ทำให้เสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็นหรือตาบอดถาวร
⭐ข้อแนะนำ: หากเป็นเบาหวานและเริ่มมีอาการตาพร่ามัว หรือตรวจพบระดับน้ำตาลสูงต่อเนื่อง ต้องรีบพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กดวงตาทันที
📌 4. การดูแลดวงตาด้วย D-Contact (ดีคอนแทค)
(หมายเหตุ: D-Contact เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อการดูแลดวงตา ไม่ใช่ยารักษาโรค)
⭐สารอาหารสำคัญที่ช่วยบำรุงดวงตา:
🌼รูทีน (Lutein) & ซีแซนทีน (Zeaxanthin): บำรุงจอประสาทตา ทำหน้าที่เป็นเม็ดสีช่วยกรองแสงพลังงานสูง และลดความเสียหายของจอประสาทตา
🌼สารสกัดจากบิลเบอร์รี่ / บลูเบอร์รี่: ช่วยบำรุงหลอดเลือดฝอยในดวงตา เสริมการทำงานและการไหลเวียนของเลือด
🌼วิตามินเอ & เบต้าแคโรทีน: ส่งเสริมการทำงานของจอประสาทตาและการมองเห็น
🌼วิตามินซี: เสริมความแข็งแรงและการทำงานของหลอดเลือด
⭐ปกป้องเซลล์ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ: ช่วยลดภาวะความเครียดจากอนุมูลอิสระในผู้ป่วยเบาหวาน ปกป้องเซลล์ดวงตาจากการเสื่อมสภาพ
⭐สูตรการรับประทานที่แนะนำ: แนะนำทาน วันละ 4 เม็ด (เช้า 2 เม็ด / เย็น 2 เม็ด) ต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ (1 เดือน ใช้ 4 กล่อง) เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เพียงพอในการฟื้นฟูจอประสาทตา
📌 5. กรณีศึกษาและรีวิวจากผู้ใช้จริง
⭐คุณแม่บุญทา: เป็นเบาหวาน มีจุดเลือดออกบริเวณดวงตา ตาพร่ามัว หลังทาน D-Contact อาการเริ่มชัดเจนขึ้น และทานดูแลต่อเนื่องมานานถึง 10 ปี
⭐คุณแม่จันทร์เพ็ญ: เบาหวานขึ้นตา มีอาการตาพร่ามัวและมองเห็นภาพซ้อน หลังทาน D-Contact ครบ 1 เดือน (4 กล่อง) สายตาสว่างและมองเห็นชัดเจนขึ้น
⭐เคสจุดดำในตา: มีเลือดออกในตาจนเห็นจุดดำ ทาน D-Contact ควบคู่กับการรักษาของแพทย์ จุดดำค่อยๆ เล็กลงและจางหายไป การมองเห็นดีขึ้น
⭐ลุงสวัสดิ์ (พนักงาน กทม.): เบาหวานขึ้นตาจนมองไม่เห็นไปแล้ว 1 ข้าง หลังทาน D-Contact ดวงตาค่อยๆ ฟื้นตัวและกลับมามองเห็นได้ชัดเจนอีกครั้ง
💡 สรุปสำหรับผู้แนะนำ/ผู้แทนจำหน่าย:
เมื่อพูดคุยกับลูกค้าที่เป็นเบาหวาน ควรสอบถามประวัติอาการทางตาเสมอ เพื่อให้คำแนะนำการรับประทานและดูแลตนเองได้อย่างตรงจุด โดยเน้นย้ำให้ดูแลสุขภาพร่วมกับการรักษาของแพทย์และการควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด
#ดีคอนแทค #ต๋องวทัญญู #เบาหวานขึ้นตา #สุขภาพดวงตา #บำรุงสายตา #ภาวะแทรกซ้อนเบาหวาน