คลินิกเด็กหมอกบ

คลินิกเด็กหมอกบ รักษาเด็ก

17/04/2026

พ่อแม่ยุคนี้เลี้ยงลูกยากขึ้นจริงไหม…
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? 👨‍👩‍👧‍👦🤔

จริงๆ คำตอบ
มันขึ้นอยู่กับว่าคุณถามใคร?

ถ้าไปถามปู่ย่าตายาย
หลายบ้านน่าจะได้คำตอบคล้ายๆ กัน 😄

“โอ๊ย สมัยนี้เลี้ยงง่ายขึ้นเยอะ”
“อุปกรณ์ช่วยก็มีพร้อม”
“อินเทอร์เน็ตก็มีให้ถาม”
“มีหมอออกมาสอนเต็มไปหมด”
“สมัยชั้นเลี้ยงแกมา หนังสือยังแทบไม่มีใครเขียนเลย”

แถมสมัยก่อนจะซื้อหนังสือสักเล่ม
ต้องนั่งรถไปถึงร้านหนังสือ 🚗📚

แต่สมัยนี้แค่กดซื้อจากแอป
เดี๋ยวก็มีคนมาส่งถึงบ้าน 📦😆

ปู่ย่าตายายหลายคนก็คงแอบคิดในใจว่า
“แล้วแกจะมาบ่นว่าเลี้ยงยากอะไรก๊อนนน”

ซึ่งก็จริงครับ

ถ้ามองในแง่เครื่องมือและความรู้
พ่อแม่ยุคนี้โชคดีกว่าสมัยก่อนมาก

มีเครื่องปั๊มนม
มีเครื่องนึ่งขวด
มีคลิปให้ความรู้เยอะแยะ
ลูกมีไข้ ลูกไม่กินข้าว ลูกพูดช้า
แทบทุกเรื่องมีคนเคยสอนไว้หมดแล้ว

ถ้ามองมุมนี้
ก็ต้องบอกว่า ง่ายขึ้นจริง

================

แต่ทำไมพ่อแม่ยุคนี้หลายคนกลับรู้สึกว่า
มันเหนื่อยกว่าเดิมเยอะมาก? 😮‍💨

เพราะสิ่งที่ทำให้ยาก
ไม่ใช่ “ไม่มีความรู้”

แต่คือ
ความรู้มัน "เยอะเกินไป"

ทุกเรื่องดูเหมือนมี “วิธีที่ดีที่สุด” เสมอ

แต่ปัญหาคือ…
ผู้เชี่ยวชาญแต่ละคนก็บอกไม่เหมือนกันอีก 😅

กินข้าวต้อง BLW ไหม
ร้องไห้ต้องปล่อยหรือรีบอุ้ม
ต้องฝึกลูกนอนยาวหรือปล่อยธรรมชาติ
พูดกับลูกต้องเชิงบวกประหนึ่งครูปลาสอนประถมวัยตลอดเวลาหรือเปล่า

พอข้อมูลเยอะ
แทนที่จะสบายใจ
กลับเริ่มไม่มั่นใจในตัวเอง

ทำแบบนี้จะผิดไหม
บ้านอื่นทำอีกแบบ
ผู้เชี่ยวชาญอีกคนบอกอีกทาง

สุดท้ายสิ่งที่เหนื่อยที่สุด
อาจไม่ใช่การเลี้ยงลูก

แต่คือ
การกลัวว่าเราจะเลี้ยงลูกได้ไม่ดีที่สุด

นี่แหละครับ
สิ่งที่ทำให้พ่อแม่ยุคนี้เหนื่อยใจมากกว่าสมัยก่อน 💭

================

ผมชอบแนวคิดหนึ่งมาก
ที่เรียกว่า กฎ 75% 🧩

เวลาฟังผู้เชี่ยวชาญ
อ่านเรื่องจิตวิทยา
หรือดูคอนเทนต์พัฒนาการเด็ก

ไม่ต้องเชื่อ 100%
และไม่จำเป็นต้องทำตามทุกข้อ

ลองหยิบมาใช้แค่ 75%

อีก 25%
เก็บไว้ให้ “ความเป็นลูกของเรา”

เพราะเด็กทุกคนไม่เหมือนกัน

สิ่งที่เวิร์กกับบ้านหนึ่ง
อาจไม่เหมาะกับอีกบ้าน

ทฤษฎีคือหลักการ
แต่พ่อแม่คือคนที่รู้จักลูกตัวเองดีที่สุด

ถ้าลองแล้วบ้านสงบขึ้น
ลูกโอเค
พ่อแม่ไหว
จิตใจในบ้านมีความสุข

แปลว่านั่นคือคำตอบที่เหมาะกับบ้านเราแล้ว 🌱

ไม่ต้องเป๊ะทุกข้อ
ไม่ต้องเป็นพ่อแม่ 100 คะแนน

เอาแค่ 75% ที่เข้ากับลูกเราและบ้านเรา
แค่นี้ก็ดีมากพอแล้ว 💙

================

อีกเรื่องที่อยากชวนคุยคือ
การเลี้ยงลูกเชิงบวกเป็นสิ่งที่ดีจริงครับ

แต่พ่อแม่ก็คือมนุษย์
มีอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ได้เหมือนกัน

บางทีลูกก็เหมือนรู้ว่า
ต้องทำยังไงถึงจะทำให้เราปรี๊ดแตกได้ 😅

บางวันเราก็เผลอดุ
เผลอต่อว่าไปบ้าง

แล้วพอเวลาผ่านไป
ก็กลับมาเครียดเอง

กลัวลูกจะมีแผลในใจ
โทษตัวเองว่าเป็นพ่อแม่ที่คุมอารมณ์ไม่ได้

แต่จริงๆ แล้ว
เราไม่จำเป็นต้องเป็นพ่อแม่ที่เพอร์เฟกต์หรอกครับ

เป็นพ่อแม่ที่ “ดีพอ” ก็พอแล้ว 🤍

พูดเพราะมากกว่าพูดแรง ก็โอเคแล้ว
ชมลูกมากกว่าดุ ก็โอเคแล้ว
ใส่ใจมากกว่าละเลย ก็โอเคแล้ว
เล่นกับลูกมากกว่าสนใจแต่มือถือ ก็โอเคแล้ว

เพราะสุดท้าย
สิ่งที่ลูกต้องการ
ไม่ใช่พ่อแม่ที่สมบูรณ์แบบ

แต่คือพ่อแม่ที่รักเขา
พร้อมเรียนรู้ และเติบโตไปด้วยกัน 🌷

================

ส่วนบ้านนี้… 😅

ตอนนี้พ่อกำลังหัวหมุนกับการเปลี่ยนแพมเพิสลูกมากอยู่

ลูกอึ๊ ก็รีบเปลี่ยนให้
พอเปลี่ยนเสร็จปุ๊บ…
อึ๊ต่อ... โอ้ยยยย 😵‍💫💩
ทำไมไม่ทำให้มันเสร็จๆ ทีเดียวน้อออ

บางวันเปลี่ยนไป 3 รอบใน 10 นาที
จนเริ่มสงสัยว่า
หรือลูกกำลัง test ระบบพ่อ?

โอเค เราจะเป็น “พ่อที่ดีพอ”

เปลี่ยนแพมเพิสมากกว่าไม่เปลี่ยน ก็น่าจะโอเคแล้ว
(สูดหายใจลึกๆ ฮึบ)

#หมอม็อดหมอเด็กขอเล่า #พ่อแม่ยุคนี้

16/04/2026

คำพูด…ที่อาจจะ #ทำร้ายหัวใจลูก 💔

😢 ขู่ลูกว่า ‘ จะไม่รักแล้ว’ …เด็กจะเชื่อแบบที่ได้ยินจริงๆ และ เมื่อพูดบ่อยๆ เค้าก็จะคิดว่าไม่มีคนรักเค้า
….เมื่อไม่มีคนรัก …เด็กจะรู้สึกตนเองไม่มีคุณค่า

😢พูดแหย่แกล้งเด็ก เช่น ‘แบบนี้ไม่เก่งเลย’
….เมื่อพูดว่า #ไม่เก่ง เด็กจะรู้สึกว่าตัวเองไม่เก่งจริง ทำให้เค้าไม่มั่นใจในตัวเอง ไม่กล้าทำอะไรใหม่ๆ กลัวกังวล

🥲 ‘เปรียบเทียบลูกกับคนอื่น’
ทำไมทำไม่ได้เหมือนกับ พี่/น้อง …ไม่เก่งเหมือนคนอื่นเลย
…การเปรียบเทียบ ทำให้เด็กรู้สึกว่าตัวด้อยกว่าคนอื่น และ ไม่มีค่า เด็กอาจจะก้าวร้าว ต่อต้านพ่อแม่ได้ด้วย

#พ่อแม่มีวาจาสิทธิ #พูดแบบไหนได้ลูกแบบนั้น

❤️รักลูก ให้กอดลูก บอกรักลูก ชมลูกในเรื่องดีๆของเค้า นะคะ

❤️มะเหมี่ยวคร่า
หมอเด็ก / แม่น้องทับทิม แม่น้องทับไทย

16/04/2026

ทำไม “ไม่ควรตามใจลูก” แม้เราจะรักเขามากแค่ไหน

พ่อแม่ทุกคนรักลูก
และความรักนี่แหละ…ที่บางครั้ง “เผลอทำให้เราตามใจลูกมากเกินไป”

เพราะเราไม่อยากเห็นลูกร้อง
ไม่อยากให้ลูกเสียใจ
หรือบางครั้งก็แค่ “เหนื่อย เลยยอมไปก่อน”

แต่รู้ไหมว่า…
การตามใจลูกบ่อย ๆ อาจกำลังสร้างปัญหาในระยะยาวโดยไม่รู้ตัว

1. ลูกจะ “ควบคุมตัวเองไม่เป็น”

เด็กที่ได้ทุกอย่างตามใจ
จะไม่เคยเรียนรู้การ “รอ” หรือ “อดทน”

พอเจอสถานการณ์จริง เช่น
ต้องรอคิว แพ้เกม หรือไม่ได้ดั่งใจ
→ จะโมโห งอแง หรือควบคุมอารมณ์ไม่ได้ทันที

👉 เพราะเขาไม่เคยถูกฝึกให้จัดการอารมณ์ตัวเอง

2. ลูกจะ “ไม่เคารพกติกา”

เมื่อที่บ้านไม่มีขอบเขต
ลูกจะเข้าใจว่า “อยากทำอะไรก็ได้”

พอไปโรงเรียนหรืออยู่ในสังคม
→ จะมีปัญหากับกฎ ระเบียบ และครู

👉 เด็กไม่ได้ดื้อ…แต่เขาไม่เคยถูกสอนเรื่องขอบเขต

3. ลูกจะ “ขาดความรับผิดชอบ”

ถ้าพ่อแม่คอยช่วยทุกอย่าง
หรือยอมให้ลูกเลี่ยงสิ่งที่ไม่อยากทำ

→ ลูกจะไม่เรียนรู้ว่า
“หน้าที่ของตัวเองต้องทำ”

เช่น
ไม่เก็บของ ไม่ทำการบ้าน เลี่ยงงานบ้าน

👉 สุดท้ายจะกลายเป็นเด็กที่ “เก่งแต่เอาตัวไม่รอด”

4. ลูกจะ “รับมือความผิดหวังไม่ได้”

ชีวิตจริงไม่มีใครได้ทุกอย่าง

ถ้าเด็กโตมาแบบไม่เคยผิดหวัง
→ จะเปราะบางมากเมื่อเจอความจริง

เช่น
สอบตก แพ้เพื่อน ถูกปฏิเสธ

👉 เด็กอาจยอมแพ้ง่าย หรือมีปัญหาอารมณ์ตามมา

5. ลูกจะ “ใช้พฤติกรรมควบคุมพ่อแม่”

เด็กฉลาดกว่าที่คิด
เขาจะเรียนรู้เร็วมากว่า

“ร้อง = ได้”
“โวยวาย = พ่อแม่ยอม”

และจะใช้พฤติกรรมเหล่านี้ซ้ำ ๆ

👉 สุดท้าย…คนที่ถูกควบคุมไม่ใช่ลูก แต่คือพ่อแม่

แล้วควรทำยังไง?

การไม่ตามใจลูก
ไม่ได้แปลว่า “ใจร้าย”
แต่คือ “รักอย่างมีขอบเขต”

ลองเริ่มแบบนี้:

✔ ตั้งกติกาให้ชัด และทำเหมือนเดิมทุกครั้ง
✔ ให้ลูกรอเป็น ฝึกความอดทนทีละนิด
✔ ให้ลูกรับผิดชอบหน้าที่ตามวัย
✔ ยอมให้ลูกผิดหวังบ้าง (ในพื้นที่ที่ปลอดภัย)
✔ เข้าใจอารมณ์ลูก แต่ไม่ยอมตามทุกเรื่อง

ประโยคที่พ่อแม่ควรใช้
• “แม่เข้าใจว่าหนูอยากได้…แต่ตอนนี้ยังไม่ได้”
• “หนูเสียใจได้ แต่เรายังต้องทำตามกติกา”
• “ถ้าหนูทำเองได้ แม่จะรอ”

ลูกไม่ได้ต้องการพ่อแม่ที่ “ตามใจ”
แต่ต้องการพ่อแม่ที่
👉 “มั่นคง อบอุ่น และมีขอบเขต”

วันนี้เขาอาจร้องไห้
แต่วันข้างหน้า…เขาจะเข้มแข็ง

เพราะเขาเคยถูกสอนให้
“รับมือกับโลกจริงได้”

14/04/2026

**เด็กๆคนไหน กลัวเข็มยกมือขึ้นๆๆ
หรือผู้ใหญ่ที่อยากรับวัคซีน แต่กลัวเข็ม

ตอนนี้มีวัคซีนไข้หวัดใหญ่ แบบพ่นจมูกสายพันธุ์ปี 2026 แล้วนะคะ
ประสิทธิภาพการป้องกันโรคดี ลดอัตราการนอน รพ.ได้

และที่สำคัญ ไม่เจ็บด้วยค่า

14/04/2026

#พาลูกว่ายน้ำ สามารถเริ่มได้ตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป
โดยอาจจะใช้อุปกรณ์ โฟม ห่วงยาง ช่วยให้เด็กลอยตัว หรือ จะเป็นคลาสเรียนว่ายน้ำก็ไม่ว่ากันค่ะ
(ถ้าเป็นสระคลอรีน แนะนำที่อายุ มากกว่า 6 เดือนนะคะ )

⭐️ข้อดีของการพาลูกว่ายน้ำ ⭐️

1. การว่ายน้ำ ช่วยให้ กล้ามเนื้อ/ปอด/หัวใจ แข็งแรง

2. เด็กที่ว่ายน้ำตั้งแต่เล็ก ๆ จะมี #การทรงตัว และความสามารถในการหยิบ #คว้าจับที่ดี,ส่งเสริมการพัฒนาการ
#ด้านจิตใจ และความสามารถ #ทางภาษา

3. เป็นการสร้างนิสัย #รักการออกกำลังกายให้กับลูก

4. การออกกำลังกายมีประโยชน์ต่อ #สุขภาพจิตของพ่อแม่ที่เหนื่อยล้า ….พ่อแม่ที่มีความสุข/สุขภาพดี ลูกก็ย่อมเป็นแบบนั้นด้วย

5. สระว่ายน้ำเป็นสถานที่ที่พ่อแม่สามารถจดจ่ออยู่กับลูกได้ดี เสริม #สร้างความผูกพัน มากขึ้น ด้วยการ #สัมผัสทางผิวหนัง/การกอด

6. การออกกำลังกายเบาๆ จะช่วยให้ลูกน้อย #กินอาหารได้ดีขึ้นและนอนหลับได้นานขึ้น

7. การชมเชยลูกในขณะที่ว่ายน้ำ ช่วยสร้าง #ความนับถือตนเองของเด็ก ( Self esteem)

8. การพาลูกว่ายน้ำตั้งแต่อายุยังน้อยจะสอนให้ลูกตระหนักถึงความปลอดภัยทางน้ำมากขึ้น และ #อันตรายจากการจมน้ำ ไม่ควรละเลย

❤️มะเหมี่ยวเอง
หมอเด็ก/แม่น้องทับทิม แม่น้องทับไทย

สุขสันต์วันสงกรานต์ วันครอบครัว ช่วงนี้หมอกบและพยาบาลตู่ เลี้ยงน้องยาหยีวนไปครับ หากสามารถเปิดคลินิกได้เมื่อไรจะแจ้งให้ท...
14/04/2026

สุขสันต์วันสงกรานต์ วันครอบครัว ช่วงนี้หมอกบและพยาบาลตู่ เลี้ยงน้องยาหยีวนไปครับ หากสามารถเปิดคลินิกได้เมื่อไรจะแจ้งให้ทราบครับ

สามารถมาตรวจกับหมอกบได้ที่ รพ ศรีสังวรสุโขทัย
รพ กรุงเทพพิษณุโลก อละ รพ พิษณุเวช อุตรดิตถ์ ตามตารางออกตรวจครับ

11/04/2026

นี่เพิ่งต้นเมษา แต่ RSV เริ่มมาเรื่อยๆแล้วนะคะทุกคน
ตอนนี้มีในเด็กเล็ก
อาการ ⭐️ช่วงวันแรก ไอ น้ำมูก ไข้ อาการเหมือนไข้หวัดทั่วไป
เข้าวันที่ 3-5 🙏 จะไอมากขึ้น อาจจะลงปอด เสมหะมาก หลอดลมตีบ

และหลังจาก 7 วัน🥰อาการจะดีขึ้นตามลำดับ

การรักษา เน้นตามอาการ ดูแลทางเดินหายใจ
การป้องกัน มีวัคซีน ในคนท้อง ผู้สูงอายุ
และมี ⭐️⭐️ ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป ให้ในเด็กแรกเกิด-ก่อนอายุ 2 ปี ⭐️⭐️
‼️ยิ่งในกลุ่มเสี่ยง เด็กเล็ก มีโรคประจำตัว คลอดก่อนกำหนด ต้องเฝ้าระวังอาการ

RSV ส่งผลระยะยาว เพิ่มความเสี่ยงหอบหืด และหลอดลมไวได้

ดูแลสุขภาพช่วงสงกรานต์ด้วยนะคะ
รัก
หมอนฎา

ช่วงนี้คลินิกเด็กหมอกบปิดยาวเลยครับ!!!ตาโต (พ่อตา) ป่วยครับหากเปิดเมื่อไรจะรีบแจ้งให้ทราบครับสามารถมาตรวจกับหมอกบได้1. ร...
23/01/2026

ช่วงนี้คลินิกเด็กหมอกบปิดยาวเลยครับ!!!

ตาโต (พ่อตา) ป่วยครับ

หากเปิดเมื่อไรจะรีบแจ้งให้ทราบครับ

สามารถมาตรวจกับหมอกบได้

1. รพ ศรีสังวรสุโขทัย 9.00-12.00 วันพุธและศุกร์

2. รพ กรุงเทพ พิษณุโลก 20.00-7.30 วันอาทิตย์

3.รพ พิษณุเวช อุตรดิตถ์ 17.00-7.30 ตามตารางวันออกตรวจ

ขออภัยในความไม่สะดวกครับ

สอบถามเพิ่มเติม 084-2282233

14/01/2026
14/01/2026
13/01/2026

โพสต์สรุปรวมเรื่อง “ไข้ในเด็ก” 🔥

พ่อแม่หลายท่านที่ติดตามเพจมาเรื่อยๆ
อาจเคยได้อ่านโพสต์ต่างๆ
เรื่อง “ไข้ในเด็ก” ที่ผมเขียนไว้หลายครั้งก่อนหน้านี้

จนเริ่มมีคุณพ่อคุณแม่ inbox มาว่า
“อยากกลับไปอ่านโพสต์เก่าๆ เรื่องไข้ แต่บางอันหาไม่เจอแล้ว”
“อยากได้สรุปแบบรวมๆ อ่านทีเดียวจบได้ไหมครับ?”

โพสต์นี้เลยจัดให้ตามคำเรียกร้อง 😊
“รวมทุกเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้เกี่ยวกับไข้ในเด็ก”

ก่อนเริ่ม ขอเน้นย้ำ 1 ข้อสำคัญไว้ก่อนเลยครับ‼️

🧬 การดูแลไข้ที่พูดถึงทั้งหมดนี้
คือคำแนะนำสำหรับเด็กทั่วไปที่ "ไม่มีโรคประจำตัว"

เด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น
- โรคลมชัก
- โรคปอดเรื้อรัง
- โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด
- ธาลัสซีเมีย ฯลฯ

👉 แนะนำให้ปรึกษาหมอประจำตัวที่ดูแลน้องอยู่เป็นประจำ
เพราะบางโรค ไข้อาจส่งผลกระทบต่อโรคประจำตัวเดิมได้

=============================

📌 ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ
ได้มีการอัพเดท "แนวทางการดูแลเรื่องไข้ในเด็ก"
เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2568

คำแนะนำนี้อิงตาม "หลักฐานทางการแพทย์ล่าสุด"
ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน

สามารถอ่านสรุปจาก link นี้ได้เลยครับ ⬇️
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=122177170202560925&id=61566827775224

📺 หรือดูคลิปสรุปสั้นๆ ได้ที่นี่ ⬇️
https://fb.watch/EBZBXuxasG/?

Dr.Tany พูดถึงเรื่องการดูแลไข้ในเด็ก
https://www.facebook.com/61566827775224/posts/122175692540560925/?

========================
📌 สรุปเรื่อง “ไข้ในเด็ก” แบบเข้าใจง่าย ใน 10 ข้อ

✅ 1. เมื่อไหร่ เรียกว่าเด็กเป็นไข้?
✅ 2. ไข้ไม่ใช่ศัตรูของลูก
✅ 3. ต้องลดไข้เด็กเมื่อไหร่? แล้วเมื่อไหร่ไม่ต้องรีบให้ยา?
✅ 4. การลดไข้ "ไม่สามารถป้องกันชักได้"
✅ 5. ถ้าลูกชักจากไข้… ต้องทำยังไงดี?
✅ 6. วิธีลดไข้… ใช้อะไรดี?
✅ 7. ถ้าไม่เช็ดตัวแต่อาบน้ำเลยได้ไหม, เจลแปะหัวล่ะ, กินไอติมได้ไหม?
✅ 8. การดูแลอื่นๆ ที่สำคัญ เมื่อเด็กเป็นไข้
✅ 9. ข้อควรระวังที่ “ไม่ควรทำ” เมื่อเด็กเป็นไข้
✅ 10. ไข้แบบไหนที่ควร “รีบพาไปหาหมอ” ทันที?
========================

✅ 1. เมื่อไหร่ เรียกว่าเด็กเป็นไข้?

– เด็กถือว่ามีไข้ เมื่ออุณหภูมิร่างกาย “สูงกว่าค่าปกติ” (คนที่เป็นผู้ดูแลเด็กประจำมักจะบอกได้)
- ถ้าจะดูจากตัวเลข ขึ้นอยู่กับ “ตำแหน่งที่วัด”
• วัดทางรักแร้ ≥ 37.5°C
• วัดทางปาก ≥ 37.8°C
• วัดทางหูหรือหน้าผาก ≥ 38°C

👉 เมื่อไหร่ถึงเรียกว่าเด็กมีไข้ อ่านเพิ่มเติมที่นี่ ⬇️
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=122196344546560925&id=61566827775224

========================

✅ 2. ไข้ไม่ใช่ศัตรูของลูก

- ไข้เป็นกลไกธรรมชาติของร่างกายในการสู้เชื้อโรคหรือการเจ็บป่วย
- บางงานวิจัย พบว่าไข้ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น
- ไข้เป็นสัญญาณบอกกับเราว่าเรากำลังป่วยอยู่ ให้พักผ่อนได้แล้ว
– ไข้ไม่อันตราย ถ้าเด็กยังสบายดี

========================

✅ 3. ต้องลดไข้เด็กเมื่อไหร่? แล้วเมื่อไหร่ไม่ต้องรีบให้ยา?

👉 ไข้กี่องศา ถึงต้องให้ยาลดไข้ อ่านเพิ่มเติมที่นี่ ⬇️
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=122208747020560925&id=61566827775224

หลักสำคัญที่สุดคือ… “ดูที่ความสบายของลูก” ไม่ใช่แค่ดูตัวเลขบนปรอท
หรือพูดง่ายๆ ว่า
🎯 “เรารักษาอาการไม่สุขสบายของเด็ก ไม่ได้รักษาตัวเลข”
(treat discomfort not temperature)

💡 แปลว่า…
ไม่มีตัวเลขตายตัวว่า ไข้กี่องศาแล้วต้องรีบให้ยาเสมอไป

แล้วเมื่อไหร่ถึงควรให้ยาลดไข้?
❶ ลูกมีไข้แล้ว “ไม่สุขสบายตัว” เช่น
– ปวดหัว ปวดตัว
– นอนไม่หลับ ร้องงอแง
– ไม่มีแรง ไม่ยอมเล่นเลย

❷ เด็กที่ “ต้องนอนโรงพยาบาล” ไม่ว่าจะป่วยด้วยอะไรก็ตาม
เช่น ปอดอักเสบ ภาวะขาดน้ำ ชัก ฯลฯ
กลุ่มนี้…ไข้อาจทำให้อาการที่เป็นอยู่ “แย่ลง” ได้

📌 ยกตัวอย่างเช่น…
เด็กที่ปอดอักเสบ → หายใจเหนื่อยอยู่แล้ว
ถ้ามีไข้ร่วมด้วย → หายใจจะเร็วขึ้น เหนื่อยมากขึ้นอีก
→ การให้ยาลดไข้จึงช่วยให้ร่างกายไม่ต้องทำงานหนักเกินไป

แต่ถ้า…
✅ ลูกยังเล่นได้ นอนได้
✅ กินนมได้
✅ ไม่ซึม ไม่อ่อนเพลีย

แม้จะมีไข้ ก็ “ยังไม่จำเป็นต้องรีบให้ยา”

และกรณีที่พบได้บ่อย คือ
👶 ลูกนอนหลับสบาย แต่แม่ตื่นมากลางดึก
วัดอุณหภูมิแล้วเจอว่าลูกมีไข้
→ ถ้าเด็กยังหลับดี ไม่ร้องงอแง
👉 ไม่จำเป็นต้องปลุกขึ้นมากินยาลดไข้ก็ได้ครับ

เพราะ “การนอนหลับพักผ่อน”
คือสิ่งที่ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีที่สุดแล้วครับ 💖😴

========================

✅ 4. การลดไข้ "ไม่สามารถป้องกันชักได้"

หนึ่งในความเชื่อที่ถูกส่งต่อกันมานาน
คือ… “เด็กเป็นไข้ ถ้าไม่รีบลด จะชัก!”

ความเชื่อนี้เอง ทำให้พ่อแม่หลายคน
กลัวไข้จนรู้สึกไม่สบายใจทุกครั้งที่ลูกตัวร้อน

พอเห็นปรอทขึ้นเลขสูงหน่อย
ก็พยายามทำทุกวิถีทางไม่ให้ลูกมีไข้
ถ้ากินยาก็แล้ว เช็ดตัวก็แล้ว
แต่ไข้ยังไม่ลง… ก็ยิ่งเครียด เพราะกลัวลูกจะชัก

แต่ในปัจจุบัน… คำแนะนำจากทั่วโลกรวมถึงของไทยเอง
ต่างก็ “เขียนตรงกัน” เลยครับว่า…

📌 “การลดไข้เด็ก ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม ไม่สามารถป้องกันชักได้”

แล้วทำไมถึงแนะนำแบบนั้น?

ก่อนอื่น…
💬 อยากบอกพ่อแม่ไว้ให้สบายใจก่อนว่า
“เด็กที่มีไข้ ส่วนใหญ่ ‘ไม่ได้ชัก’ ครับ”

📊 จากข้อมูลทั่วโลก
– เด็กที่มีไข้ 100 คน → จะมีเพียง ประมาณ 2-5 คน ที่เกิดไข้ชัก(Febrile seizure)
– ส่วนอีก 95-98 คน แม้จะไข้สูงแค่ไหนก็ “ไม่ชัก”

จากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และงานวิจัยจำนวนมาก
ทำให้เรารู้ว่า
📌 “ไข้” ไม่ใช่ตัวการหลักที่ทำให้เด็กชัก อย่างที่เคยเชื่อกัน

แต่สิ่งที่อยู่เบื้องหลังจริงๆ คือ
🔬 “สารอักเสบ” ที่ร่างกายสร้างขึ้นตอนติดเชื้อ
– สารพวกนี้ทำให้เด็กมีไข้
– และในเด็กบางราย → สารเดียวกันนี้ก็ไปกระตุ้นให้เกิดอาการชักได้ด้วย

👉 เพราะฉะนั้น…
แม้ว่าเราจะ “ลดไข้” ลงได้
แต่ถ้า “สารอักเสบ” ยังอยู่
→ การชักก็สามารถเกิดขึ้นได้อยู่ดีครับ

จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมเราถึง…
❗ เห็นเด็กบางคนชัก “ตอนไข้เพิ่งขึ้น”
❗ บางคนชัก “ตอนไข้ยังไม่สูง”
❗ หรือแม้แต่ “ไม่มีไข้เลย” ก็ยังชักได้

💡 เพราะแบบนี้…
ผมเลยอยากชวนปรับมุมมองใหม่ว่า

✅ “การลดไข้ ไม่ได้ทำเพื่อกันชัก”
แต่ทำเพื่อให้ลูกสบายตัวขึ้นเท่านั้นเอง

และที่สำคัญที่สุด…
ถ้าวันหนึ่งลูกมีอาการชักขึ้นมา
❗ อย่าเพิ่งโทษตัวเองว่าดูแลลูกไม่ดี
เพราะความจริงคือ…
“การชักจากไข้” เป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้เลยครับ

📌 สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกเล็ก
แนะนำให้เรียนรู้ไว้เสมอว่า
🧠 “ควรปฐมพยาบาลอย่างไร เมื่อลูกมีอาการชัก”
เพราะสิ่งสำคัญที่สุด คือการรับมืออย่างถูกต้องในเวลานั้นครับ

📚 ถ้าอยากอ่านเรื่องนี้ต่อแบบละเอียด ผมสรุปไว้ให้ 2 โพสต์นี้ครับ

🔹 (ฉบับประชาชน) ทำไมลดไข้ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตามไม่สามารถป้องกันชักได้
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=122180988914560925&id=61566827775224

🔹 (ฉบับบุคลากรทางการแพทย์) ใครต้องการเหตุผลที่อ้างอิงจากงานวิจัยแบบจัดเต็ม เชิญทางนี้
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=122180988518560925&id=61566827775224

========================

✅ 5. ถ้าลูกชักจากไข้… ต้องทำยังไงดี?

ถ้าเด็กคนไหน “เกิดแจ็คพอต”
อยู่ในกลุ่ม 5 รายจาก 100 รายนั้น
ที่เป็น “ไข้ชัก” (Febrile seizure)

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ…
🧠 พ่อแม่ต้องรู้วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ถูกต้อง

เพราะ “การชักครั้งแรก” ไม่มีใครคาดเดาได้ล่วงหน้า
จะเกิดเมื่อไหร่ เกิดกับใคร… ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าเลยครับ

💡 กฎจำง่ายที่สุด คือ
❌ ไม่งัด ไม่ง้าง ไม่ถ่าง ไม่กด
✅ ทั้งหมดมักหายได้เอง

🔹 ไม่งัด → ห้ามเอาช้อนหรือของแข็งใส่ปากลูกเด็ดขาด
🔹 ไม่ง้าง / ไม่ถ่าง → อย่าพยายามง้างปาก หรือเหยียดแขนขาที่เกร็งอยู่
🔹 ไม่กด → ห้ามกดหน้าอก ห้ามกดแขนขา เพราะเสี่ยงกระดูกหักได้

เพราะจริงๆ แล้ว…
🕐 “การชักจากไข้” ส่วนใหญ่จะหยุดเองใน 2–3 นาที

📌 สิ่งที่ควรทำคือ…
– จัดท่าลูกให้นอนตะแคง
– เคลียร์สิ่งแวดล้อมรอบตัว
– ตั้งสติ

👉 พาไปโรงพยาบาล
เพื่อให้คุณหมอประเมินว่า…
การชักที่เกิดขึ้นนั้น เป็นแค่ “ไข้ชักธรรมดา” หรือมีโรคอื่นซ่อนอยู่ เช่น
– การติดเชื้อในสมอง
– เกลือแร่ผิดปกติ
– หรือภาวะอื่นที่อาจรุนแรง

✨ ข่าวดีที่อยากให้พ่อแม่ทุกคนรู้ไว้ก็คือ…
“ไข้ชัก” (Febrile seizure)
✅ ไม่ทำลายสมอง
✅ ไม่ทำให้พัฒนาการช้า
✅ ไม่ทำให้พิการ
✅ ไม่ส่งผลอะไรต่อระยะยาวเลยครับ

========================

✅ 6. วิธีลดไข้… ใช้อะไรดี?

💊 6.1 การใช้ยา

🔸 เริ่มต้นด้วย “พาราเซตามอล” (Paracetamol) เป็นตัวแรกเสมอ
ไม่ว่าจะเป็นไข้สูงหรือไข้ต่ำก็ตาม

📏 ขนาดยาต้องถูกต้องตามน้ำหนักตัวของลูก

👉 สามารถอ่านเรื่องยาพาราเซตามอลได้ที่นี่ ⬇️
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=122184054560560925&id=61566827775224

🔸 หลีกเลี่ยงการใช้ยาลดไข้สูงไอบูโพรเฟน (Ibuprofen)
ในเด็กที่สงสัยไข้เลือดออก หรือ มีโรคประจำตัว เช่น โรคไต ตับ ฯลฯ

👉 สามารถอ่านเรื่องยาไอบูโพรเฟนได้ที่นี่ ⬇️
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=122183621882560925&id=61566827775224



💧 6.2 การเช็ดตัว (Tepid Sponging)

🔍 หลักฐานวิจัยชี้ว่า
➊ การเช็ดตัว “ลดไข้ได้ไม่ดีเท่า” การให้ยาลดไข้
➋ การเช็ดตัว “ร่วมกับ” การให้ยาลดไข้ → อาจช่วยให้ไข้ลดเร็วกว่าในช่วง 1–2 ชั่วโมงแรก (แต่บางการศึกษาก็พบว่าไม่ได้แตกต่างกัน)

📌 ดังนั้น… การเช็ดตัว
✅ สามารถทำร่วมกับการให้ยาได้
แนะนำทำในช่วง “รอยาเริ่มออกฤทธิ์”ช่วงแรก
จะช่วยให้ลูกสบายตัวเร็วขึ้น

แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ จำเป็นต้องทำเสมอไปครับ
ถ้าบ้านไหนน้องไม่ชอบ ไม่สบายตัวตอนเช็ดตัว
👉 “ไม่จำเป็นต้องฝืนทำ” ก็ได้เช่นกัน



🟩 วิธีเช็ดตัวที่ถูกต้อง

1️⃣ ใช้น้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่น (ไม่ใช่น้ำเย็น)
2️⃣ เช็ดเบาๆ ไม่ถูแรง ลูกไม่ใช่ต้นไม้ ไม่ต้องถูหาหวย
3️⃣ เช็ดเฉพาะจุดที่ระบายความร้อน เช่น ซอกคอ รักแร้ ขาหนีบ
4️⃣ เช็ด “ทางไหนก็ได้” ครับ
จะเช็ดตาม หรือเช็ดย้อนรูขุมขนก็ไม่ต่างกัน
🙅‍♂️ ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่สนับสนุนว่าต้องเช็ดย้อนรูขุมขนเท่านั้น

🚫 ถ้าเด็กเริ่ม “หนาวสั่น, ร้องไห้กลัวมาก, ไม่สบายตัว”
→ หยุดเช็ดทันทีครับ

❌ ห้ามใช้น้ำเย็น
❌ ห้ามใช้น้ำแข็ง หรือแอลกอฮอล์เด็ดขาด

👉 เหตุผลที่ห้ามใช้น้ำเย็น น้ำแข็ง แอลกฮอลล์ในการเช็ดตัว อ่านได้ที่นี่ ⬇️
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=122193356480560925&id=61566827775224

========================

✅ 7. ถ้าไม่เช็ดตัวแต่อาบน้ำเลยได้ไหม, เจลแปะหัวล่ะ, กินไอติมได้ไหม?

อีกหนึ่งชุดคำถามยอดฮิตจากพ่อแม่เลยครับ 🔍
เวลาลูกเป็นไข้ หลายคนสงสัยว่า…



🛁 อาบน้ำแทนเช็ดตัวได้ไหม?

📌 คำตอบคือ “ได้ครับ”
แม้จะไม่มีงานวิจัยเฉพาะเจาะจงเรื่อง “การอาบน้ำเพื่อลดไข้”
แต่หากมองตามหลักการก็เหมือนกับการเช็ดตัว

หลักการอาบน้ำเมื่อลูกมีไข้
– ใช้น้ำอุณหภูมิห้อง หรือ “น้ำอุ่นเล็กน้อย”
– ห้ามใช้น้ำเย็นจัด หรือใส่น้ำแข็ง
– ระหว่างอาบ ให้สังเกตอาการลูกอย่างใกล้ชิด

ถ้าเริ่มมีอาการ “หนาวสั่น ขนลุก ร้องไห้ ตัวเกร็ง”
→ ให้หยุดอาบทันทีเพราะแสดงว่าร่างกายเริ่มรู้สึกหนาวเกินไปแล้วครับ 🧊🥶



🧊 แล้วเจลแปะหัวล่ะ ใช้ได้ไหม?

เจลแปะหัวสามารถใช้ได้
📌 ในฐานะเครื่องมือช่วยให้รู้สึกเย็นสบาย

แต่ในแง่ของการลดไข้จริงๆ
❌ เจลแปะหัว “ไม่ได้ช่วยลดอุณหภูมิร่างกายลง” อย่างมีนัยสำคัญ

👉 สรุปคือ ใช้ได้ถ้าลูกชอบหรือรู้สึกดีขึ้น
แต่ไม่ใช่ทางหลักในการลดไข้นะครับ



🍦 แล้วถ้าเด็กอยากกินไอติมตอนเป็นไข้… ได้ไหม?

คำตอบคือ…
✅ กินได้ครับ (แต่มีข้อควรระวังเล็กน้อย)

ไอติมไม่ได้ “ลดไข้” โดยตรง
แต่ก็มีประโยชน์หลายอย่างในช่วงที่ลูกไม่สบาย เช่น…

– ช่วยให้ลูกรู้สึกเย็นสบาย อารมณ์ดีขึ้น 😊
– ช่วยเพิ่มน้ำให้ร่างกาย เพราะไอติมก็คือน้ำในอีกรูปแบบหนึ่ง 💧
– ถ้าเจ็บคอ ไอติมก็ช่วยบรรเทาอาการได้

📌 แต่ถ้ามีอาการไอมาก, ไข้สูงร่วมกับหนาวสั่น, หรือลูกไม่ชอบไอติม
👉 ก็ไม่แนะนำให้ฝืนกินนะครับ เพราะเป้าหมายสำคัญที่สุด คือ
“ให้ลูกสบาย ไม่ใช่ต้องกินไอติมเสมอไป”

👉 เหตุผลที่หมอต่างประเทศให้เด็กกินไอติม ตอนมีไข้ อ่านได้ที่นี่ ⬇️
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=122187471356560925&id=61566827775224

========================

✅ 8. การดูแลอื่นๆ ที่สำคัญ เมื่อเด็กเป็นไข้

นอกจากการให้ยาลดไข้และการเช็ดตัวแล้ว
ยังมีอีกหลายอย่างที่พ่อแม่สามารถช่วยให้ลูกสบายตัวขึ้นได้ครับ

🔸 ดื่มน้ำให้เพียงพอ 🥤
เวลามีไข้ร่างกายจะสูญเสียน้ำมากขึ้น

👉 ถ้าน้องยังดื่มได้ดี
แนะนำให้ “จิบน้ำบ่อยๆ” ระหว่างวัน
ไม่ว่าจะเป็น น้ำ นม น้ำผลไม้ ได้ทั้งนั้น

จะกินน้ำธรรมดา หรือ น้ำเย็นก็ได้
แต่ข้อควรระวังของน้ำเย็น คือ ถ้าเด็กไอเยอะควรหลีกเลี่ยง

แต่ถ้าเริ่มมีอาการ
– ปากแห้ง
– ปัสสาวะน้อย
– ไม่ค่อยกิน
อาจต้องพาไปพบคุณหมอเพื่อดูว่ามีภาวะขาดน้ำหรือไม่?



🔸 ใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี 👕
ไม่จำเป็นต้องใส่เสื้อผ้าหนาๆ หรือห่มผ้าหลายชั้น
เพราะจะทำให้ร่างกายระบายความร้อนได้ยากขึ้น

แนะนำให้ใส่เสื้อผ้า “บาง เบา สบาย”



🔸 ถ้าลูกมีไข้ สรุปควรห่มผ้าหรือไม่ห่มกันแน่?
คำตอบง่ายๆ คือ…
✅ ดูตามอาการของลูกเป็นหลัก

👶 สำหรับเด็กโต
– ให้เขาเลือกเองตามความรู้สึกได้เลยครับ

👶 สำหรับเด็กเล็ก
– ถ้ามีไข้แล้ว หนาวสั่น → ห่มผ้าได้
– ถ้ามีไข้แล้ว เหงื่อออก → ดึงผ้าออก

📌 เพราะร่างกายจะส่งสัญญาณให้เรารู้ว่า “กำลังต้องการอะไร” อยู่เสมอครับ

📚 ลูกมีไข้สรุปห่มผ้าหรือเอาออก สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่⬇️
https://www.facebook.com/61566827775224/posts/122193790496560925/?

📺 หรือดูคลิปสั้นๆ ได้ที่นี่
https://fb.watch/EBZq13-16R/?



🔸 อยู่ในห้องที่อากาศถ่ายเท 🍃
ห้องควรมีอากาศถ่ายเทดี หรือเปิดแอร์ในอุณหภูมิที่เย็นสบาย
ไม่จำเป็นต้องเย็นจัดจนเด็กหนาวสั่น

เพราะการระบายความร้อนของร่างกายจะทำงานได้ดีที่สุด
ในสภาพแวดล้อมที่ไม่อับ ไม่ร้อนอบอ้าวครับ



🔸 หยุดโรงเรียน อย่าไปโรงเรียนแล้วให้ครูป้อนยา
เพราะส่วนใหญ่แล้ว ไข้ในเด็กมักเกิดจากการติดเชื้อไวรัส
ซึ่ง “ช่วงที่มีไข้” คือช่วงที่เด็กสามารถ “แพร่เชื้อได้มากที่สุด”

การไปโรงเรียนจึงอาจทำให้เชื้อกระจายสู่เพื่อนๆ คนอื่นได้ง่าย
และที่สำคัญ…
🛌 ลูกเองก็ต้องการ “การพักผ่อน” เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วขึ้นด้วยครับ

========================

✅ 9. ข้อควรระวังที่ “ไม่ควรทำ” เมื่อเด็กเป็นไข้

แม้พ่อแม่ทุกคนจะอยากให้ลูกหายไวที่สุด
แต่บางวิธีที่ดูเหมือนจะ “เร็ว” หรือ “แรง” กลับอาจมีผลเสียมากกว่าผลดีครับ

🔸 9.1 ไปขอฉีดยาสูตรเทพลดไข้ภายในวันเดียวที่คลีนิก

บางแห่งอาจมีการฉีดยาสูตรพิเศษที่เรียกกันว่า
“ลินโค่ผสมเด๊กซ่า” 💉 ซึ่งเป็นการผสม “ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย”
เข้ากับ “ยาสเตียรอยด์”

แม้จะดูเหมือนเด็กหายเร็วขึ้น แต่จริงๆ แล้ว
📌 ยานี้มีผลข้างเคียงเยอะ และมัก “ไม่ได้จำเป็น” ในเด็กที่แค่เป็นไข้ธรรมดา

❗ การใช้ยาสเตียรอยด์ไม่เหมาะสมอาจกดภูมิคุ้มกัน และทำให้ติดเชื้อหนักขึ้นได้ในบางราย

📚 โพสต์ยาฉีดสูตรเทพในตำนาน สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่⬇️
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=122194501586560925&id=61566827775224



🔸 9.2 รีบหายาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย (ยาปฏิชีวนะ) ให้ลูกกินเอง

พ่อแม่หลายคนยังเข้าใจว่า…
“ไข้ = ต้องรีบกินยาฆ่าเชื้อ”
ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่ครับ

📌 เด็กที่ป่วยมีไข้ ส่วนใหญ่เกิดจาก “เชื้อไวรัส”
ซึ่งจะหายเองได้ตามธรรมชาติ ไม่ต้องกินยาฆ่าเชื้อก็ได้

❗ ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย (Antibiotics) ฆ่าได้เฉพาะ “แบคทีเรีย”
ไม่สามารถฆ่าไวรัสได้เลย

และการใช้ยาโดยไม่จำเป็น อาจก่อให้เกิดผลเสียมากกว่า เช่น…
– เชื้อดื้อยาในตัวลูก
– ทำลายแบคทีเรียดีๆ ในลำไส้
– เสี่ยงท้องเสียและผลข้างเคียงอื่นๆ

📚 โพสต์ไข้สูงไม่ได้เท่ากับต้องกินยาฆ่าเชื้อ (ยาปฏิชีวนะ) สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่⬇️
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=122196090470560925&id=61566827775224

========================

✅ 10. ไข้แบบไหนที่ควร “รีบพาไปหาหมอ” ทันที?

ก่อนอื่นอยากชวนพ่อแม่ทำความเข้าใจก่อนว่า…
📌 “ไข้ทั่วไปในเด็ก” ส่วนใหญ่ ไม่ใช่ภาวะฉุกเฉิน

ถ้าลูกยังดูสบายดี กินได้ เล่นได้ ไม่ซึม
สามารถดูแลที่บ้านและสังเกตอาการได้ก่อนครับ

💬 หลายครอบครัวเจอปัญหานี้บ่อยๆ
ลูกมีไข้ตอนกลางคืน แล้วรีบพาไปโรงพยาบาลที่มีห้องฉุกเฉิน (ER)
หวังว่าจะได้พบหมอเร็วๆ

แต่สิ่งที่เจอคือ…
⏳ ต้องรอ 2–3 ชั่วโมงขึ้นไป
เพราะที่ ER จะเรียงลำดับตาม “ความฉุกเฉิน” ไม่ใช่ตามคิวใครมาก่อน

🚑 คนที่มาด้วยอาการหายใจไม่ออก เลือดออกมาก ชัก หมดสติ ฯลฯ
จะต้องได้รับการดูแลก่อนเสมอ

ลูกที่มีแค่ไข้ แต่ยังดูสบายตัว
จะถูกจัดอยู่ใน “กลุ่มไม่เร่งด่วน” และต้องรอจนกว่าเคสฉุกเฉินจะหมดก่อน

และในระหว่างที่รอ…
👶 ลูกอาจเหนื่อย อาจเพลีย
😷 เจอเชื้อโรคจากผู้ป่วยรายอื่นในห้องรออีก

📌 ดังนั้น ถ้าลูกยังไม่มีอาการเข้าข่ายฉุกเฉิน
การดูแลที่บ้าน พักผ่อน และสังเกตอาการใกล้ชิด
อาจเป็นทางเลือกที่ “ปลอดภัยและสบายกว่า” สำหรับลูกก็ได้นะครับ



🚨 แล้วอาการแบบไหน ที่ต้องพาไปหาหมอทันที?

👶 เด็กอายุน้อยกว่า 3 เดือน
😴 ซึม ชัก หมดสติ
😮‍💨 หายใจลำบาก หอบ เหนื่อย
🍼 ไม่ยอมดื่มนมหรือน้ำเลย
🔴 ผื่นที่ “กดไม่จาง” หรือมีจุดเลือดออกใต้ผิว
❄️ มือเท้าเย็น ซีด อาการคล้ายช็อก
📆 ไข้นานเกิน 2–3 วัน โดยไม่มีแนวโน้มดีขึ้น

========================

โพสต์สรุปรวมงานวิจัยเรื่องไข้ (สำหรับบุคลากรทางการแพทย์)
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=122174975006560925&id=61566827775224

#หมอม็อดหมอเด็กขอเล่า #ไข้ #เด็กไข้ #ลูกไข้ #ไข้สูง

ที่อยู่

55/22 ถนนจรดวิถีถ่อง ตำบลคลองตาล
Khlong Tan

เวลาทำการ

จันทร์ 17:30 - 19:00
อังคาร 17:30 - 19:00
พุธ 17:30 - 19:00
พฤหัสบดี 17:30 - 19:00
เสาร์ 10:00 - 12:00
อาทิตย์ 10:00 - 12:00

เบอร์โทรศัพท์

+66842282233

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คลินิกเด็กหมอกบผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง คลินิกเด็กหมอกบ:

แชร์