07/03/2026
ยาแก้ไอ มีหลายแบบมากค่ะ เลือกใช้ให้ถูกต้อง
แนะนำเพิ่มเติม : ดื่มน้ำเยอะๆระหว่างวัน ช่วยละลายเสมหะได้ด้วยนะคะ
ยาแก้ไอเด็กที่พบบ่อย...
BISOLVON และ FFLEMEX ควรเลือกใช้เพียงตัวใดตัวหนึ่ง ไม่ควรใช้สองตัวคู่กัน
❤️BISOLVON
: ตัวยาสำคัญ คือ BROMHEXINE
: กลไกของยา คือ เพิ่ม lysosome activity ทำให้มีการหลั่งของเอนไซม์ต่างๆ ที่จะมาทำให้เสมหะแตกตัวและหลั่งออกมาง่ายขึ้น ทำให้เสมหะมีความเหลวเพิ่มมากขึ้น และทำให้ขนของเซลล์ (Cilia) ซึ่งอยู่ที่ผนังท่อทางเดินหายใจเกิดการโบกพัดเอาสิ่งสกปรกรวมถึงเสมหะ ออกจากท่อทางเดินหายใจ ซึ่งในเด็กเล็ก ยาจะทำให้เสมหะที่เหนียวติดอยู่ภายในลำคอหรือหลอดลม มีความเหนียวลดลง และถูกขับออกมาง่ายขึ้น
: อาการข้างเคียงของยา คือ คลื่นไส้ อาเจียน ไม่สบายท้อง
: ข้อควรระวัง ระวังการใช้ยาในผู้ที่มีประวัติเป็น โรคหืด ด้วยยาอาจก่อให้เกิดภาวะหลอดลมตีบ
: ขนาดยาที่ใช้
-เด็ก ครั้งละ 0.6-0.88 มิลลิกรัม/น้ำหนักเด็ก (kg) วันละ 3 ครั้ง
- ผู้ใหญ่ ครั้งละ 8 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง
❤️FLEMEX
: ตัวยาสำคัญ คือ carbocysteine
: ออกฤทธิ์ โดยให้กลุ่ม sulfhydryl ในโครงสร้างของยาไปทำลาย disulfide bond ของเสมหะ ทำให้สายพันธะสั้นลง ลดความหนืดเหนียวของเสมหะภายในหลอดลมแบบเรื้อรัง ทำให้เสมหะใส และทำให้เสมหะขับออกง่ายขึ้น
:อาการข้างเคียงของยา คลื่นไส้ อาเจียน
: ขนาดยาที่ใช้
-เด็ก ครั้งละ 8 มิลลิกรัม/น้ำหนักเด็ก (kg) วันละ 3 ครั้ง
- ผู้ใหญ่ ครั้งละ 375-750 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง
*** เนื่องจากยาทั้งสองตัวเป็นยาในกลุ่ม mucolytic หรือ กลุ่มยาละลายเสมหะ เหมือนกัน จึง #ไม่ควรใช้ร่วมกัน เพราะจะทำให้เกิดการใช้ยาซ้ำซ้อนโดยไม่จำเป็นค่ะ
▶️การเลือกใช้ยา
โดยส่วนใหญ่แล้ว Bromhexine จะเลือกใช้ในกรณีที่เด็กมีเสมหะไม่เหนียวข้นมาก อาจจะใช้ร่วมกับยากลุ่มที่ช่วยขับเสมหะ เช่น Guaifenesin เพื่อช่วยให้เสมหะขับออกมาได้ง่ายขึ้น ส่วนยา Carbocysteine มักเลือกใช้ในกรณีที่มีเสมหะเหนียวข้นมาก หรือมีการไอเรื้อรังมาเป็นเวลานาน ซึ่งถ้าคำนึงถึงเรื่องราคาแล้ว โดยทั่วไปยาที่มีส่วนประกอบของ carbocysteine จะมีราคาแพงกว่า bromhexine ค่ะ
💬จริงๆการใช้ยาในกลุ่มละลายเสมหะส่วนตัวมองว่าเป็นการรักษที่ปลายเหตุนะคะ การรักษาอาการไอที่ได้ผลควรรักษาที่ต้นเหตุ เช่น ต้นเหตุมาจากการแพ้ ก็ควรรักษาที่อาการแพ้ด้วย ไม่ใช่นั้นอาการไอก็จะไม่หายไปสักที เพราะอาการแพ้บางอย่างจะทำให้มีการสร้างเสมหะขึ้นมาเรื่อยๆ เมื่อมาใช้ยาละลายเสมหะก็จะมีหน้าที่เพียงแค่ทำให้เสมหะถูกขับออกมาได้ง่ายขึ้นเท่านั้น ไม่ได้ทำให้การสร้างเสมหะลดน้อยลง หรือ การไอที่มีการสั่งการจากการศูนย์ควบคุมการไอ ก็ควรใช้ยากลุ่มอื่นที่มีกลไกไปกดศูนย์ควบคุมการไอ เป็นต้น
ดังนั้นการเลือกใช้ยาแก้ไอ ควรได้รับการซักประวัติที่ถูกต้อง ว่าการไอที่เกิดขึ้นมาจากสาเหตุใด มีลักษณะอย่างไร เพื่อให้แพทย์หรือเภสัชกรเลือกยาได้เหมาะสมกับโรคของผู้ป่วยค่ะ
#ไอรอบที่แล้วกินยาตัวนั้นหาย
#ไอรอบนี้กินยาตัวเดิมอาจจะไม่หาย
เพราะอาการไอมาจากหลายสาเหตุค่ะ ยาแก้ไอก็มีหลายกลุ่ม ไม่ต้องยึดติดกับตัวยาก็ได้
ด้วยรัก
#เพจเภสัชแม่ลูกอ่อน