02/06/2026
เด็กอายุ 11 ก็เป็นตับแข็งระยะสุดท้ายแล้ว เกิดจากพฤติกรรมการกินเป็นหลักเลยค่ะ
แม้แต่เด็กที่มีร่างกายที่แข็งแรงกว่าเราคนอายุเลข 4,5,6 น้ำหน้า
ดังนั้นในวัยอย่างเราๆ ก็ยิ่งต้องระวังเรื่องอาหารการกินกันนะคะ
สุขภาพดีเริ่มจากอาหารเลยค่ะ ออกกำลังกาย พักผ่อนเพียงพอ ดื่มน้ำให้พอ อารมณ์ดี ขับถ่ายดี ยิ่งยอดเยี่ยมค่า
เด็กชาย 11 ปี อ้วนมาก เหนื่อย O2 เหลือ 85% สรุปเป็นไขมันพอกตับมานาน จนเป็นตับแข็งระยะท้ายแล้วจนลามไปปอด
(Cirrhosis with hepatopulmonary syndrome)
เพจให้ความสำคัญกับ ‘เด็กอ้วน’ เสมอ เพราะปัจจุบันโลกเข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น จึงรู้มากขึ้นว่า เด็กที่อ้วน แฝงไปด้วยโรคหลายอย่าง
เพจเคยลงเด็ก 9 ขวบ ตรวจไขมันพอกตับแล้วเริ่มมีตับแข็งแล้ว
แต่ในความจริง มีอีกหลายเคสที่หนักกว่านั้น
อ่านแล้วอยากให้ตระหนักจริงๆ ว่า สุขภาพคือเรื่องของคนทุกวัย
เด็กชาย 11 ปี อ้วนมานานแล้ว (>P99) มีนิสัยกินอาหาร กินของหวาน น้ำหวานมาโดยตลอด
อยู่มาวันหนึ่ง น้องเริ่มปวดสะโพกขวา เริ่มมีการเดินผิดปกติ และเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ พ่อแม่จึงพามา รพ.
ที่ รพ.
คือเรื่องปวดสะโพกน่ะ น้องไม่ได้ปวดเยอะ แต่ที่ทำให้ตะลึงกันทั้งผู้ปกครองและหน่วย screenning คือ
วัด O2 ปลายนิ้ว (Pulse oximetry) = 85%
ซึ่งโคตรต่ำเลยค่ะ ต่ำมากๆ คนปกติคือ 95% ขึ้นไป
เคสที่ 91% นี่ก็หอบไม่ไหวแล้ว
วัดกี่ทีก็ 85% โดยที่น้องไม่ได้หอบอะไรมาก
นั่นแสดงว่าน้องอาจจะมีออกซิเจนต่ำโดยไม่รู้ตัวมานานแล้ว
(Chronic hypoxemia)
แพทย์จึงซักประวัติทางการหายใจก่อนเลย
ปรากฎว่าจริงๆ น้องมีปัญหาหอบเหนื่อยมานานแล้ว
แต่คิดว่าคงเพราะอ้วน เลยหายใจไม่สะดวก
นอนราบไปเลยจะดีขึ้น (Platypnea)
แพทย์เลยให้ลองวัดออกซิเจนเทียบท่านอนกับนั่ง
ปรากฎว่าท่านอน ออกซิเจนดีขึ้นอย่างชัดเจน
(Orthodeoxia)
แพทย์ตรวจร่างกายอย่างละเอียด พบหลายอย่างเลย
▪️ BMI 32.6 อยู่ในระดับอ้วนมาก
▪️ ตับโต
▪️ ม้ามก็โต
มาแบบนี้ แพทย์รีบมุ่งไปทางตับก่อนเลย
จึงส่งตรวจเลือดยกชุดเลยค่ะ
🔸ค่าเอนไซม์ AST, ALT ตับสูง แต่ไม่มากนัก
🔸ค่าสารบิลิรูบิน สูงเล็กน้อย
🔸แต่เกล็ดเลือดตกไปเหลือ 73,000 แล้ว (จากค่าปกติ 140,000 ขึ้นไป)
🔸ค่าการแข็งตัวของเลือดก็แย่ (INR สูง)
ตอนนี้แพทย์เริ่มคิดถึงแล้วว่า
น้องคนนี้เริ่มมีปัญหาตับเริ่มพังจากอะไรไม่รู้
แล้วเลือดเริ่มเข้าตับลำบากละ (Portal hypertension)
จนเลือดไปกองที่ม้าม ม้ามจึงโต แล้วล็อกเกล็ดเลือดไว้จนต่ำ
แต่น้องดูยังเหนื่อยอยู่
แพทย์เลยตัดสินใจตัดโรคแรงๆ ออกไปก่อน
อย่างภาวะลิ่มเลือดอุดตันปอด (Pulmonary embolism)
จึงส่งตรวจ CT แบบฉีดสีดูหลอดเลือด (CTA)
▪️ ปรากฎว่าหลอดเลือดปอด ไม่น่ามีลิ่มเลือด
▪️ แต่ตับและม้ามโตจริง
▪️ ที่สำคัญมีลักษณะมวลกระดูกบางลงมาก และมีรอยหักนิดๆ ที่กระดูกสันหลัง T6-7
ซึ่งอาจจะอธิบายเรื่องปวดสะโพกและการเดินผิดปกติได้
ว่าตอนนี้ตับมีอะไรบางอย่าง จนกระดูกเริ่มแย่แล้ว
แพทย์จึงลงมือหาต่อว่า
ทำไมเด็กอายุแค่ 11 ถึงตับพังไวขนาดนี้
เพราะที่ตรวจเจอทั้งหมด มันเข้าระยะตับแข็งแล้วนะ
ซึ่งส่งตรวจสารพัดเลย ตั้งแต่โรคพร่องเอนไซม์หายาก (a1-trypsin), โรคแพ้ภูมิที่ตับ (AIH), โรคสะสมทองแดง (Wilson disease), ไวรัสตับอักเสบ
ผลออกมาเป็น ลบ หมดเลย
แพทย์จึงมาตรวจทางปอดต่อ เจาะเลือดแดงปรากฎว่า ออกซิเจนในเลือดโคตรต่ำ เหลือแค่ 46 mmHg (ปกติ 80 ขึ้น)
และใช้การตรวจพิเศษที่เรียกว่า bubble echo คือฉีดฟองอากาศไปใน ‘ขาเข้า’ ของเลือดปอด แล้วอัลตราซาวด์ตามดู คนปกติฟองอากาศจะเสร็จหลอดเลือดฝอยที่ปอดค่ะ เคลียร์ไปหมด
แต่เด็กน้อยคนนี้ ฟองทะลุไปอีกฝั่งของปอดได้
แพทย์จึงสรุปทันทีว่า ตอนนี้เส้นเลือดปอดขยายตัวรุนแรงมาก
จนดักฟองอากาศไม่อยู่เลย
และนี่เป็นเหตุให้น้องขาดออกซิเจนมาก
เพราะเลือดไหลผ่านปอดไวจนแลกเปลี่ยนแก๊สไม่ทัน
เรียกภาวะนี้ว่า Hepatopulmonary syndrome (HPS)
คราวนี้แพทย์หัวหมุนเลย
เด็กคนนี้เป็นตับแข็งระยะท้ายๆ แล้วแน่นอน
จนกระทั่งตับไม่สามารถ ‘กำจัด’ สารขยายหลอดเลือด
(Vasodilators) ได้หมด จนมันไหลไปถึงปอด
แล้วไปขยายเส้นเลือดปอดรุนแรงมาก จนขาดออกซิเจน
คำถามคือ ตับแข็งจากอะไร ตรวจหมดแล้ว
ในที่สุดแพทย์จึงส่งตรวจชิ้นเนื้อตับไปเลย
ผลออกมาจบเลยค่ะ
🔹 ตับแข็งระยะสุดท้าย
🔹 พังผืดระดับ 3-4
🔹 ไขมันสะสมในตับรุนแรง
🔹 บางจุดมีอักเสบจากไขมัน (MASH)
และนี่คือสิ่งที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่า
เอ้ย ไขมันพอกตับในเด็กเนี่ยนะ มันเอาถึงตับแข็งเลย
ใช่ค่ะ น้องคนนี้ตับแข็งระยะสุดท้าย ลามไประบบเลือด
ลามไปปอด จนหายใจไม่ออกแล้ว มาช้ากว่านี้ขาดออกซิเจนแน่
สรุป: แพทย์วินิจฉัย
น้องมีภาวะไขมันพอกตับรุนแรงมากจากเมตาบอลิซึม-การกิน (MASLD) จนลุกลามไปเป็นตับแข็ง ระยะท้ายแล้ว ที่ลามไปปอด จนปอดแลกเปลี่ยนแก๊สไม่ไหวแล้ว (HPS)
หลังจากแพทย์แจ้งกับผู้ปกครองว่าจะรักษานั่นนี่
พ่อแม่ขอปรับอาหารให้น้องก่อน ให้น้องลองออกกำลังกายก่อน
ผลลัพธ์คือ ครอบครัวพยายามกันมากค่ะ
น้องลดน้ำหนักได้ 20 ปอนด์ ราวๆ 12% เลย
แต่ลดไปขนาดนี้ ไขมันพอกตับก็น่าจะดีขึ้นแล้ว?
ใช่ค่ะน่าจะดีขึ้น แต่ตับแข็งมันไประยะท้าย
อาการทางปอด HPS ยังไม่ดีขึ้นเลย
ออกซิเจนยังตกฮวบๆๆๆ อยู่เลย
ต้องให้ออกซิเจนเสริมตลอด
ในที่สุด ต้องตัดสินใจเข้าคิวรอปลูกถ่ายตับ
ซึ่งก็โชคดีค่ะ ได้ตับใหม่
แล้วทุกอย่างก็ดีขึ้น
2 เดือนผ่านไป น้องไม่ต้องรับออกซิเจนอีกแล้ว
เพราะได้ตับใหม่ที่ดี ที่คอยกำจัดตัวขยายหลอดเลือดแล้ว
แต่ยุค COVID-19 ก็มาถึง lock down จ้า
หมกแต่ในห้อง เครียด ซึมเศร้า โรคก็รุมเร้า
หาทางออกโดยการกิน ไม่ออกกำลังกาย
ไขมันกลับมาพอกตับอีกแล้วจ้า
ดังนั้นแม้จะได้ตับใหม่มา
แต่พฤติกรรมกลับมาเหมือนเดิม
และยังมีพันธุกรรมที่อยู่นอกตับเหมือนเดิม
ก็ทำให้เกิดไขมันพอกตับกลับมาได้อีกค่ะ
ซึ่งเคสนี้ก็ยังตรวจติดตามอยู่ถึงทุกวันนี้
ข้อคิดที่ทิ้งไว้คงมีอยู่อย่างเดียว
เด็กอ้วน ต้องรีบแก้ เราไม่รู้เลยว่ามันไปถึงไหนแล้ว
บางคนพันธุกรรมเรื่องตับดี อาจจะแค่อ้วน ดื้ออินซูลิน คอคาร์บอน
แต่บางคนพันธุกรรมตับไม่ดี ไขมันพอกตับ ตับแข็งไวมาก
ซึ่งเคสนี้ไม่ได้ตรวจพวกยีน
แต่ก็แอบเดาว่ามีแน่นอนยีนที่เร่งให้ตับแข็งไวขึ้น
ดังนั้นเรื่องสุขภาพเป็นเรื่องของทุกวัยค่ะ