พรนัชชา ฟาร์มาซี

พรนัชชา ฟาร์มาซี ยา อาหารเสริม เวชสำอางค์ เครื่องมือ? มีที่จอดรถ (จอดรถได้สะดวก)

04/03/2026

วันนี้ร้านหยุด 1 วัน
เปิด พฤหัสที่ 4 นะคะ
ขออภัยลูกค้าทุกๆท่านมา ณ ที่นี้ค่ะ 🙏🏻

20/02/2026

อุทาหรณ์จากโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาในวันนี้ เป็นเรื่องที่ผมอยากให้ทุกคนอ่านให้จบครับ เพราะโรคพิษสุนัขบ้า (Rabies) ไม่ใช่แค่เรื่องของ "หมาบ้า" แต่เป็นภัยเงียบที่ทำลายชีวิตได้
เพียงเพราะความชะล่าใจ

1️⃣ เบื้องหลังเคสคนไข่ที่โดนหมากัดเกือบสามเดือนที่แล้ว:
เมื่ออาการคล้ายเยื่อหุ้มสมองอักเสบ บดบังความจริง
ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เราเพิ่งรับเคสคนไข้ที่มีอาการเริ่มต้นดูเหมือนโรคทางเดินหายใจทั่วไป คือมีไข้และอาการคล้ายๆคนกลัวน้ำ กลัวแสงคนไข้มีลักษณะการตรวจคล้ายกับภาวะ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis) ซึ่งคือการอักเสบของเนื้อเยื่อที่หุ้มสมองและไขสันหลัง มักทำให้ปวดหัวรุนแรง ไข้สูง และคอแข็ง
แต่เมื่อซักประวัติลึกไปถึงญาติและสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด พบว่าคนไข้เริ่มมีอาการ "กลัวน้ำ" (Hydrophobia) ซึ่งเป็นสัญญาณจำเพาะของโรคพิษสุนัขบ้า เมื่อเรากลืนน้ำ กล้ามเนื้อที่ใช้ในการกลืนจะเกิดการเกร็งตัวอย่างรุนแรงจนเจ็บปวด ทำให้คนไข้แสดงอาการตื่นตระหนกและปฏิเสธการดื่มน้ำ
เคสนี้สุดท้ายได้รับการยืนยันจากการชันสูตร
(การตรวจศพเพื่อหาสาเหตุการตาย) พบเชื้อพิษสุนัขบ้าในสมองอย่างชัดเจน โดยพบว่าสัตว์ต้นเรื่องอยู่แถวบริเวณค่ายสุรนารี ซึ่งเมื่อนำซากสัตว์ในบริเวณนั้นไปตรวจก็พบเชื้อพิษสุนัขบ้าเช่นเดียวกันครับ

2️⃣ เมื่อไวรัสทำลายเส้นประสาทจนระบบร่างกายล้มเหลว
ความน่ากลัวของโรคพิษสุนัขบ้าคือการที่ไวรัสพุ่งเป้าไปที่ ระบบประสาท (Nervous System) โดยเฉพาะ เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกาย มันจะเดินทางไปตามเส้นประสาทเพื่อเข้าสู่สมอง อาการของโรคจะดำเนินไปอย่างรวดเร็วมาก ภายในเวลาไม่กี่วันหลังจากเริ่มแสดงอาการ ระบบประสาทที่ควบคุมการทำงานอัตโนมัติจะถูกทำลายไปทีละส่วน
ในเคสที่พบอาการปัสสาวะไม่ออก เป็นเพราะไวรัสเข้าไปทำลายเส้นประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ร่างกายไม่สามารถขับของเสียออกได้ จนนำไปสู่ภาวะ ไตวาย (Kidney Failure) ตามมา นอกจากนี้ เมื่อเชื้อขึ้นสู่สมองจะเกิดภาวะสมองอักเสบอย่างรุนแรง ทำให้สูญเสียการควบคุมการหายใจและการเต้นของหัวใจ นี่คือสาเหตุว่าทำไมโรคนี้หากแสดงอาการแล้ว อัตราการเสียชีวิตจึงสูงเกือบ 100% เพราะทางการแพทย์ยังไม่มีวิธีรักษาที่สามารถดึงไวรัสออกจากเซลล์ประสาทได้ทันเวลาครับ

3️⃣ ความต่างของ "ระยะฟักตัว":
คน 3 เดือน vs สัตว์ 14 วัน

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้คนไข้เสียชีวิตบ่อยที่สุดคือ "การลืมความเสี่ยง" ครับ เพราะ ระยะฟักตัว (Incubation Period) ของมนุษย์อาจยาวนานได้ถึง 3 เดือน หรือมากกว่านั้น หมายความว่าคุณอาจจะโดนกัดวันนี้ แต่ไปป่วยเอาเดือนหน้าจนจำไม่ได้แล้วว่าเคยโดนกัดที่ไหน แต่ในทางกลับกัน สัตว์ ที่ติดเชื้อจะมีระยะเวลาแสดงอาการและแพร่เชื้อได้สั้นกว่ามาก

หากคุณโดนกัดหรือข่วน เราแนะนำให้สังเกตอาการสัตว์อย่างน้อย 7–14 วัน หากสัตว์เสียชีวิตภายในช่วงนี้ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าติดเชื้อ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ "ห้ามรอให้สัตว์ตายก่อนแล้วค่อยมาหาหมอ" เพราะไวรัสในตัวคนเดินทางตลอดเวลาครับ นอกจากนี้ ไม่ใช่แค่การโดนกัดจมเขี้ยวที่อันตราย แต่การ โดนเลีย บริเวณที่มีแผลเปิด หรือการ โดนข่วน จนเป็นรอยถลอกเพียงเล็กน้อย ก็เพียงพอที่จะทำให้เชื้อไวรัสในน้ำลายซึมเข้าสู่เส้นประสาทได้แล้วครับ

4️⃣ คาถาป้องกันตัว "5 ย."
และหลักการปฐมพยาบาล 15 นาทีทอง

สำหรับคนที่ต้องใช้ชีวิตใกล้ชิดสัตว์ หรือทำงานในพื้นที่เสี่ยง ผมขอฝากสูตร 5 ย. เพื่อลดโอกาสการถูกกัดไว้ดังนี้ครับ:

1. อย่าแหย่: ให้สัตว์โมโห
2. อย่าเหยียบ: หาง ตัว ขา หรือทำให้สัตว์ตกใจ
3. อย่าแยก: สัตว์ที่กำลังกัดกันด้วยมือเปล่า
4. อย่าหยิบ: จานอาหารหรือยกตัวลูกสัตว์ขณะแม่สัตว์อยู่ใกล้
5. อย่ายุ่ง: กับสัตว์ที่ไม่มีเจ้าของหรือไม่ทราบประวัติ

หากพลาดพลั้งโดนกัดขึ้นมา การปฐมพยาบาล คือสิ่งที่กำหนดเป็นตายได้เลยครับ ให้รีบล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่เบาๆ นานอย่างน้อย 15 นาที เพื่อชะล้างไวรัสออกจากแผลให้ได้มากที่สุด จากนั้นใส่ยาฆ่าเชื้อ (เช่น โพวิโดนไอโอดีน) และรีบไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันทีเพื่อรับการประเมินการฉีดวัคซีนครับ

5️⃣ วัคซีน: เกราะป้องกันที่ต้องทำตั้งแต่วันนี้

สุดท้ายนี้ หัวใจสำคัญของการตัดวงจรโรคพิษสุนัขบ้าคือ "ความรับผิดชอบ" ครับ หากคุณเป็นคนเลี้ยงสัตว์ การนำสัตว์เลี้ยงไปรับ วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ตามกำหนดในทุกๆ ปี คือหน้าที่พื้นฐานที่ต้องทำเพื่อปกป้องทั้งสัตว์และคนในบ้าน รวมถึงการดูแลเรื่อง วัคซีนบาดทะยัก (Tetanus) ซึ่งมักจะมาคู่กับแผลสัตว์กัดเสมอ
สำหรับคนที่ทำงานใกล้ชิดสัตว์ หรืออยู่ในพื้นที่ระบาด การทำวัคซีนป้องกันล่วงหน้า (Pre-exposure Prophylaxis) เป็นทางเลือกที่คุ้มค่ามากครับ เพราะจะช่วยให้ร่างกายมีระดับภูมิคุ้มกันรอไว้ก่อน เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นจริงจะช่วยลดจำนวนเข็มที่ต้องฉีดกระตุ้นและเพิ่มความปลอดภัยได้มหาศาล

13/09/2025

✨ ป้องกันไม่ให้ RSV ลงปอดได้ไหม? ✨

ช่วงนี้คำถามยอดฮิตที่คุณพ่อคุณแม่มักถามบ่อยๆ คือ
“ถ้าลูกติดเชื้อ RSV แล้ว ทำยังไงไม่ให้เชื้อลงปอด?”

คำตอบสั้นๆเลยครับ 👉 ไม่มีวิธีป้องกัน 100%

เชื้อจะลงปอดหรือไม่ มันขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น
1️⃣ ปริมาณเชื้อที่ลูกได้รับเข้าไป
2️⃣ ความแข็งแรงของภูมิคุ้มกันเด็กแต่ละคน
3️⃣ โรคประจำตัวที่ลูกมี เช่น คลอดก่อนกำหนด โรคปอด โรคหัวใจ หรือโรคทางระบบประสาท

ดังนั้น มันมีสิ่งที่"เราควบคุมได้" และ สิ่งที่ "เราควบคุมไม่ได้"



✅ สิ่งที่เราควบคุมได้
คือช่วยให้ภูมิคุ้มกันของลูกแข็งแรงที่สุดเท่าที่ทำได้
• 🛌 นอนพักผ่อนเพียงพอ งดนอนดึก ลดกิจกรรมไม่จำเป็น
• 🍲 กินอาหารครบถ้วนและมีคุณภาพ
👉 ไม่จำเป็นต้องหาซื้ออาหารเสริมแพงๆ แค่กินอาหารหลัก 5 หมู่ครบก็พอครับ
• กินนมแม่ ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันป้องกันโรคได้
• 💧 ดื่มน้ำ/นมให้เพียงพอ ตามปริมาณที่ลูกควรได้รับต่อวัน
• 🚫 หลีกเลี่ยงการไปในที่แออัด หรือโรงเรียนช่วงป่วย เพื่อไม่ให้ติดเชื้ออื่นซ้ำเติม
เพราะเด็กที่ติด RSV แล้ว ร่างกายต้องใช้ภูมิคุ้มกันต่อสู้เต็มที่อยู่แล้ว ช่วงนี้จะติดเชื้ออื่นเพิ่มได้ง่าย และถ้าไปรับเชื้อใหม่เพิ่ม เช่น ไข้หวัดใหญ่, อะดีโนไวรัส ฯลฯ อาการอาจจะหนักขึ้นได้

❌ สิ่งที่เรา “ควบคุมไม่ได้”
• ปริมาณเชื้อที่ลูกได้รับเข้าไป
จะมากหรือน้อย ขึ้นกับสิ่งแวดล้อมและจังหวะที่สัมผัสเชื้อ เราไม่สามารถกำหนดได้
• ปัจจัยเฉพาะตัวของลูก
เช่น คลอดก่อนกำหนด มีโรคปอด โรคหัวใจ โรคประสาทและกล้ามเนื้อ หรือภูมิคุ้มกันอ่อนแอจากโรคประจำตัว
• ธรรมชาติของเชื้อ RSV เอง
RSV เป็นไวรัสที่ทำให้เด็กบางคนแค่เหมือนเป็นหวัด แต่บางคนอาจลงหลอดลมหรือปอดได้ แม้ไม่มีปัจจัยเสี่ยงชัดเจน



🧘‍♀️ สิ่งที่พ่อแม่ควรทำ
• ไม่ตื่นตระหนกเกินไป
➡️ เด็กส่วนใหญ่ติด RSV จะเหมือนเป็นหวัดธรรมดา มีเพียงประมาณ 1 ใน 3 เท่านั้นที่ลงหลอดลมหรือปอด
• ถ้ารู้สึกเครียด จิตตกมากจากการอ่านเคสในโซเชียล
➡️ แนะนำ social detox ปิดโซเชียล พักหน้าจอบ้าง แล้วโฟกัสที่อาการลูกของเราก็พอ
• เฝ้าสังเกตอาการลูก โดยเฉพาะช่วงวันที่ 3–5 ของโรค และรู้จักสัญญาณเตือนที่อาจบอกว่าเชื้อเริ่มลงปอด
(ลองดูคลิปเรื่องนี้ได้ในคอมเมนต์ครับ)
• ดูแลตามอาการ เช่น กินยาลดไข้เมื่อมีไข้สูงและไม่สบายตัว ดูแลการกินน้ำกินนมให้เพียงพอ เป็นต้น



❗สิ่งที่มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับเชื้อ RSV ลงปอด

1) “พาลูกไปนอนโรงพยาบาลตั้งแต่วันแรก จะกันไม่ให้ลงปอดได้”

➡️ ไม่จริงครับ

ความจริงคือ
• การที่เชื้อ RSV จะลงปอดหรือไม่ ขึ้นกับตัวโรคและร่างกายของเด็กคนนั้น ไม่ได้ขึ้นกับว่าไปนอนโรงพยาบาลเร็วแค่ไหนครับ
• RSV มักมีอาการหนักที่สุดในวันที่ 3–5 ของโรค ต่อให้เข้ารพ.ตั้งแต่วันแรก ถ้าเชื้อมีโอกาสลงปอด มันก็ยังสามารถลงได้

แล้วทำไมหมอถึงไม่รีบให้นอนรพ. ตั้งแต่วันแรก?
• เพราะโรงพยาบาลคือที่ที่มีเด็กป่วยจำนวนมาก แม้จะมีมาตรการป้องกันแต่ก็มีความเสี่ยงที่เด็กอาจไปรับเชื้อไวรัสอื่นเพิ่มได้
• วันแรกๆเด็กมักมีอาการไม่มาก การดูแลที่บ้านอย่างใกล้ชิด มักจะปลอดภัยกว่าครับ



2) "ไปพ่นยา ดูดเสมหะแล้วเชื้อจะไม่ลงปอด"

➡️ ไม่จริงครับ

ความจริงคือ
• การพ่นยาและการดูดเสมหะไม่ได้ป้องกัน ไม่ให้ RSV ลงปอด
• หมอมักใช้การพ่นยา ในบางกรณีเท่านั้น 👉 เช่น เด็กที่เริ่มมีอาการเชื้อลงปอดแล้ว เริ่มหอบ หรือเสมหะเหนียวข้นมาก
• จุดประสงค์คือเพื่อให้ เสมหะไม่เหนียวเกินไป และเด็กไอออกง่ายขึ้น → ช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น
• ส่วนการดูดเสมหะ มันเจ็บนะครับ ดังนั้นเราจะทำเฉพาะบางรายเท่านั้น เช่น เด็กที่เสมหะเยอะมาก จนหอบเหนื่อย จนหายใจลำบาก กินนมไม่ได้ นอนไม่ได้
ถ้าเด็กไม่มีอาการเหล่านี้ ก็ไม่จำเป็นต้องดูดเสมหะเขานะครับ

ทั้งการพ่นยาและดูดเสมหะ ไม่สามารถหยุดไม่ให้เชื้อลงปอดได้นะครับ!

สรุปสั้นๆ: การพ่นยา = ช่วย “บรรเทาอาการ” ไม่ใช่การ “ป้องกันลงปอด”



3) ล้างจมูกช่วยกันไม่ให้เชื้อลงปอด

➡️ ไม่จริงครับ

ความจริงคือ
• การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ ไม่ได้ทำให้เชื้อ RSV หยุดอยู่แค่จมูก หรือป้องกันไม่ให้ลงปอด
• จุดประสงค์จริงๆ คือ ➡️ ช่วยให้จมูกโล่ง หายใจสะดวกขึ้น กินนม/อาหารได้ดีขึ้น และนอนหลับสบายขึ้น
• ไม่มีความจำเป็นต้องโหมล้างมากเกินไป เพียงเพื่อจะป้องกันการลงปอดนะครับ

สรุปสั้นๆ: ล้างจมูก = “ช่วยให้ลูกสบายขึ้น” แต่ ❌ ไม่ใช่ “การป้องกันเชื้อลงปอด”



4. กินยาปฏิชีวนะ(antibiotic) ตั้งแต่แรก จะไม่เป็นปอดอักเสบ

➡️ ไม่จริงครับ

ความจริงคือ
• เด็กที่ปอดอักเสบ ส่วนใหญ่เกิดจากตัวเชื้อไวรัส RSV เอง >> ❌ ไม่ใช่เพราะเชื้อแบคทีเรีย
• ยาปฏิชีวนะ คือยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ➡️ ไม่สามารถฆ่าไวรัส RSV ได้เลย
• หมอจะให้ยาปฏิชีวนะเฉพาะเมื่อมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบจากแบคทีเรียจริงๆ เท่านั้น

❌ ถ้าให้ยาปฏิชีวนะตั้งแต่ยังไม่จำเป็น จะเกิดผลเสียมากกว่าได้ประโยชน์

1️⃣ ฆ่าเชื้อแบคทีเรียดีๆในลำไส้
ในลำไส้ลูกมี “แบคทีเรียดีๆเต็มไปหมด” ที่ช่วยย่อยอาหาร ดูดซึมสารอาหาร และสร้างภูมิคุ้มกัน
การกินยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็นจะฆ่าเชื้อเหล่านี้ไปด้วย

2️⃣ เสี่ยงสร้างเชื้อดื้อยาในตัวลูกเอง
ทุกครั้งที่กินยาปฏิชีวนะเกินจำเป็น จะเหมือน “ฝึกเชื้อให้แข็งแรงขึ้น” จนกลายเป็นเชื้อดื้อยา
ถ้าวันหน้าลูกป่วยจากเชื้อจริงๆ ➡️ ยาเดิมอาจเอาไม่อยู่ ทำให้รักษายากขึ้น

3️⃣ ถ้าเจอแบคทีเรียดื้อยาจริงๆ การรักษาจะยากกว่าเดิม
สมมติวันแรก ให้ยาดักไว้ตั้งแต่ยังไม่มีแบคทีเรียเลย ➡️ วันที่ 4–5 ลูกปอดอักเสบจริงและซ้ำด้วยแบคทีเรีย
ถ้าแบคทีเรียตัวนั้น “ดื้อยา” ➡️ ยากินธรรมดาเอาไม่อยู่ อาจจะต้องนอนรพ.เพื่อใช้ยาฉีดแทน

4️⃣ เสี่ยงผลข้างเคียงไม่จำเป็น
ผื่นแพ้ยา คลื่นไส้อาเจียน เบื่ออาหาร ➡️ ทำให้ร่างกายลูกยิ่งอ่อนเพลียทั้งที่ไม่ได้จำเป็นต้องใช้ยา



💡 ฝากถึงคุณพ่อคุณแม่

ในโซเชียลตอนนี้ มักเห็นแต่เคสที่อาการหนักถูกแชร์ออกมา
แต่จริงๆ แล้ว เด็กส่วนใหญ่ที่ติด RSV อาการไม่รุนแรง และหายได้เอง

ดังนั้น อย่าเสพโซเชียลจนทำให้จิตตกเกินไป
โฟกัสที่อาการของลูกเราเป็นหลัก เพราะเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน
ถ้าไม่แน่ใจ ให้พาลูกไปพบแพทย์ดีกว่าครับ

28/08/2025

✨ กินยาคุมฉุกเฉินแล้ว...ทำไมยังท้องได้?
📌ยาคุมฉุกเฉินที่มีในประเทศไทย คือ Levonorgestrel (LNG)
- เป็นฮอร์โมนโปรเจสตินที่มีขนาดสูงกว่ายาคุมรายเดือน
- ออกฤทธิ์ยับยั้งหรือชะลอการตกไข่ (ovulation)
- ไม่มีผลต่อการยุติการตั้งครรภ์ หรือไม่สามารถทำแท้งได้
📉ประสิทธิภาพ ลดลงตามเวลา ⏰
- ภายใน 24 ชม. → ลดความเสี่ยงท้องได้ ~95%
- 48–72 ชม. → ลดเหลือ ~50–60%
- หลัง 72 ชม. → ประสิทธิภาพลดลงอย่างมาก
ยากระตุ้นเอนไซม์ตับ (เช่น rifampicin, phenytoin, carbamazepine, topiramate, St. John’s wort) อาจลดประสิทธิภาพ
ถ้าใช้ ก่อนตกไข่ → ยาจะชะลอการตกไข่ ทำให้รอบเดือนอาจเลื่อนช้าออกไป เล็กน้อย/มีเลือดกะปริดกะปรอยได้
ถ้าใช้ หลังตกไข่แล้ว → ยาแทบไม่ส่งผลต่อรอบเดือนมากนัก และ เสี่ยงล้มเหลวมากกว่า เพราะกลไกหลักคือกันไม่ให้ไข่ตก
📊 งานวิจัยสนับสนุน
Croxatto et al., 2004 (Human Reproduction)
→ ศึกษาพบว่า LNG สามารถยับยั้ง/เลื่อนการตกไข่ได้ถ้าให้ก่อน LH surge แต่ ไม่มีผลถ้าให้หลัง LH surge เริ่มขึ้น
von Hertzen et al., 2002 (Lancet)
→ การศึกษาแบบ multicenter พบว่า LNG มีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อกินภายใน 72 ชม. และลดลงชัดเจนเมื่อช้าเกินกว่านั้น
Gemzell-Danielsson et al., 2010
→ ยืนยันว่า LNG ไม่ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกเปลี่ยนจนฝังตัวไม่ได้ ดังนั้นถ้าปฏิสนธิแล้ว → ยาไม่มีผล
Glasier et al., 2011 (Contraception)
→ ประสิทธิภาพของ LNG ลดลงในผู้หญิงที่มี BMI ≥30 หรือ น้ำหนัก >75 kg
☢️ความปลอดภัย (Safety)
- ปลอดภัยสูง ใช้ได้ในเกือบทุกคน ไม่เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ/หลอดเลือดหรือมะเร็ง
- ผลข้างเคียงที่อาจพบ: คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ เวียนหัว เลือดออกกะปริดกะปรอย
- ถ้าอาเจียนภายใน 3 ชั่วโมงหลังรับประทาน → ต้องกินซ้ำ
- ไม่ควรใช้บ่อย → เพราะฮอร์โมนสูงกว่ายาคุมรายเดือน อาจทำให้รอบเดือนแปรปรวน แต่ไม่อันตรายถ้าจำเป็นต้องใช้
🩸ประจำเดือนมาเมื่อไรหลังทานยา
ประจำเดือนอาจมา +/- 1 สัปดาห์ จากรอบเดิม แต่ถ้าเกิน 1 สัปดาห์ แนะนำตรวจครรภ์
หรือ ประจำเดือนไม่มาเกิน 3 สัปดาห์ หลังมีเพศสัมพันธ์ แนะนำตรวจครรภ์
#หมอยาเพ้อเจ้อ 👨‍⚕️
#ยาคุมฉุกเฉิน #ตั้งครรภ์ #ประจำเดือน

วันที่ 3 สิงหาคม 2568  ร้านยาพรนัชชา ฟาร์มาซี ร่วมส่งกำลังใจให้ทหารชายแดน ด้วยการส่ง “หน้ากากคาร์บอนกรองกลิ่น จำนวน 600 ...
04/08/2025

วันที่ 3 สิงหาคม 2568 ร้านยาพรนัชชา ฟาร์มาซี ร่วมส่งกำลังใจให้ทหารชายแดน

ด้วยการส่ง “หน้ากากคาร์บอนกรองกลิ่น จำนวน 600 ชิ้น”เพื่อลดความรุนแรงของกลิ่น 😷

ขอบคุณทุกความเสียสละของทหารไทย ขอบคุณแนวหน้าทุกท่านจากหัวใจค่ะ ❤️🇹🇭🪖

26/07/2025

ความน่าสนใจของเคสนี้ คือ….
ในภาพจะเห็นมีพยาธิต้นเรื่อง…คือ แส้ม้า
…..ที่จำนวนเยอะมาก คล้ายๆเส้นมาม่านั่นละ ….
และทีมคุณหมอเจ้าของเคส ก็เขียนถึงแต่แส้ม้า
ด้วยตัวเองเป็นนักปรสิต 🤭 ก็เลยสงสัยว่า กลมๆใหญ่ๆนั่น มันพยาธิไส้เดือนนี่ มีหลายตัวด้วยนะ
🗣️ เลยส่งไปถามอาจารย์หมอศัลย์ผู้ชำนาญการด้าน ERCP ก็ตอบกลับมาว่า บ่แม่นสายสเต๊นท์ (stent) สำหรับการตรวจและรักษาด้วย ERCP (Endoscopic Retrograde Cholangiopancreatography)

🤫 อืมนะ เคสนี้มีมากกว่าแส้ม้าละ พยาธิไส้เดือนก็มีติดเชื้อร่วมด้วย ซึ่งเป็นปกติที่พวกนี้มักพบติดเชื้อร่วมกัน (co-infection)

เคสล่าสุด
พยาธิแส้ม้าจำนวนมากในลำไส้ของเด็กหญิงวัย 12 ปี
เด็กหญิงวัย 12 ปีเข้ารับการรักษาด้วยอาการท้องเสียปนมูกและเลือด ร่วมกับอ่อนเพลียรุนแรง ภาวะทุพโภชนาการ และโลหิตจางขั้นรุนแรง (Hb 1.3 g/dL)

ผลตรวจอุจจาระพบไข่พยาธิแส้ม้า (Trichuris trichiura) จึงได้รับการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย พบพยาธิฝังตัวจำนวนมากในเยื่อบุลำไส้ตรงและลำไส้ใหญ่ พร้อมเยื่อเมือกแดงอักเสบแบบ “coconut cake rectum”

ตรวจชิ้นเนื้อยืนยันการติดเชื้อพยาธิแส้ม้า จึงวินิจฉัยเป็น Trichuris dysentery syndrome

ได้รับการรักษาด้วย albendazole และโภชนบำบัด หลังติดตามอาการ 6 เดือน อาการทุเลา โลหิตจางหาย ไม่มีอาการกลับเป็นซ้ำ

Case report
Shetty, S., Musunuri, B., Meda, S. et al. Sigmoidoscopic Findings in Trichuris Dysentery Syndrome. Indian J Pediatr (2025). https://doi.org/10.1007/s12098-025-05662-z

09/07/2025
30/06/2025
24/06/2025

เด็ก ❝ฉลาด❞ ด้วย ❝ธาตุเหล็ก❞‼️

เพราะ ธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบสำคัญของเม็ดเลือด 🩸 ทำหน้าในการนำออกซิเจนและสารอาหารไปสู่เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย 🧬 มีความสำคัญมากต่อการเจริญเติบโต พัฒนาการทางสมองและสติปัญญาของเด็ก

กรมอนามัย จึงเห็นถึงความสำคัญของ ❝ธาตุเหล็ก❞ และจะพาชาวเพจไปรู้ดูกันว่า ธาตุเหล็ก ทำอะไรได้บ้าง และ หากขาดธาตุเหล็กจะมีอาการอย่างไร (รายละเอียดในอินโฟกราฟิก)

📍 ด้วยรักและห่วงใย อยากให้คนไทยรอบรู้เรื่องสุขภาพ และมีสุขภาพที่ดีได้ทุกวัยในทุกวัน จาก กรมอนามัย 💝

📌 อย่าลืมกดติดตาม Facebook กรมอนามัย เพื่อติดตามข่าวสาร สาระสุขภาพ และกิจกรรมดี ๆ จากเรานะคะ

👉 ท่านสามารถ ติดตามสาระความรู้สุขภาพ เพิ่มเติมได้ที่
https://multimedia.anamai.moph.go.th/
👉 และอีกหนึ่งช่องทาง เพื่อ ติดตามสาระความรู้สุขภาพควบคู่ไปกับความบันเทิง เพิ่มเติมได้ที่
https://www.tiktok.com/.anamai.thailand
tiktok.com/.thailand

#กรมอนามัย #ธาตุเหล็ก #วัยเรียนวัยรุ่น #วัยทำงาน #สูงวัย
#กรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุข
#กรมอนามัยส่งเสริมให้คนไทยสุขภาพดี

12/06/2025

ที่อยู่

412 ม.2 ต.พระธาตุผาแดง อ.แม่สอด จ.ตาก
Mae Sot
63110

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 21:00
อังคาร 09:00 - 21:00
พุธ 09:00 - 21:00
พฤหัสบดี 09:00 - 21:00
ศุกร์ 09:00 - 21:00
เสาร์ 09:00 - 21:00
อาทิตย์ 09:00 - 21:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ พรนัชชา ฟาร์มาซีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์