คลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

คลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ให้บริการด้านสุขภาพด้านการแพทย์แผนไทยประยุกต์

☀️ รับมือหน้าร้อนอย่างมั่นใจ ปลอดภัยด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย ✨        ตอนนี้ประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการแล้...
02/06/2026

☀️ รับมือหน้าร้อนอย่างมั่นใจ ปลอดภัยด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย ✨
ตอนนี้ประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการแล้ว 🌤️ สภาพอากาศที่ร้อนจัดแบบนี้ อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมาโดยที่เราไม่รู้ตัว
คลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีเคล็ดลับดี ๆ ในการดูแลสุขภาพด้วยยาสมุนไพรไทย เพื่อให้ทุกคนห่างไกลจาก 3 กลุ่มโรคยอดฮิตในหน้าร้อนนี้มาฝาก

🚨 3 โรคยอดฮิตในฤดูร้อน และสมุนไพรที่ควรมีพกไว้!
☀️กลุ่มอาการหน้ามืดเป็นลม / โรคลมแดด (Heatstroke)
สำหรับผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้งหรือมีปัญหาสุขภาพ แนะนำให้พก "ตำรับยาหอม" และ "ยาดมสมุนไพร" ติดตัวไว้เสมอ
ตัวอย่างยาหอม : ยาหอมเทพจิตร, ยาหอมทิพโอสถ, ยาหอมนวโกฐ สรรพคุณ : บรรเทาอาการหน้ามืด เป็นลม วิงเวียนศีรษะ คลื่นเหียนอาเจียน และช่วยบำรุงหัวใจ

🤢โรคอุจจาระร่วงแบบเฉียบพลัน
หากมีอาการท้องเสียชนิดที่ไม่ติดเชื้อ (ไม่มีไข้, อุจจาระไม่มีมูกหรือเลือดปน) สามารถดูแลตัวเองได้ด้วย :
💊ยาเหลืองปิดสมุทร / ยาธาตุบรรจบ / ฟ้าทะลายโจร : ช่วยบรรเทาอาการท้องเสียแบบไม่ติดเชื้อ
🍌กล้วยน้ำว้าดิบหรือห่าม : รับประทานครึ่ง - 1 ผล หรือนำมาหั่นแว่นตากแห้ง บดเป็นผงชงดื่มวันละ 4 ครั้ง ก่อนอาหารและก่อนนอน

🏖️โรคผิวหนัง (ผดผื่น/ผิวไหม้แดด)
🧴ยาโลชั่น/คาลาไมน์พญายอ : รักษาอาการผด ผื่น คัน ผิวหนังอักเสบ และผิวไหม้จากแดด
🌵ว่านหางจระเข้: ปอกเปลือกสีเขียว ล้างยางสีเหลืองออกให้สะอาด นำวุ้นข้างในมาฝานบาง ๆ ทาหรือแปะผิวหนัง เช้า-เย็น ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและรักษาอาการแพ้แดด
🥒แตงกวา: ฝานบาง ๆ แปะทิ้งไว้ ช่วยให้ผิวพรรณดีขึ้นและชุ่มชื้น
☘️บัวบก: ใช้ผงใบบัวบกละลายน้ำพอก หรือใช้ใบบัวบกสดตำคั้นน้ำมาทา ช่วยให้ผิวหนังอักเสบจากแสงแดดหรืออากาศร้อนหายเร็วขึ้น

🥤 เครื่องดื่มสมุนไพรคลายความร้อนที่แนะนำ : น้ำตรีผลา, น้ำดอกมะลิ, น้ำใบเตย, น้ำใบย่านาง และน้ำใบบัวบก

หากมีข้อสงสัยหรือต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่
🏥 คลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์ โรงพยาบาลสุทราเวช คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
📞 โทร: 043-722-144 ภายใน 7766
📱 page : คลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
📅 วันและเวลาทำการ:วันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.00 - 19.00 น. วันเสาร์ เวลา 08.00 - 16.00 น. (หยุดทุกวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

#แพทย์แผนไทย #รับมือหน้าร้อน #สมุนไพรไทย #ดูแลสุขภาพ #โรงพยาบาลสุทราเวช #คณะแพทยศาสตร์ #มหาวิทยาลัยมหาสารคาม #สุนทราเวช #คลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์โรงพยาบาลสุทธาเวช

📌 รับมือกับ "ข้อไหล่ติด" อุปสรรคกวนใจที่รักษาหายได้! 💪        เคยไหม? จะหยิบของก็เจ็บ จะใส่เสื้อผ้าก็ลำบาก อาบน้ำหรือกิน...
29/05/2026

📌 รับมือกับ "ข้อไหล่ติด" อุปสรรคกวนใจที่รักษาหายได้! 💪
เคยไหม? จะหยิบของก็เจ็บ จะใส่เสื้อผ้าก็ลำบาก อาบน้ำหรือกินข้าวก็ติดขัดไปหมด อาการ "ข้อไหล่ติด" แม้ไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตประจำวันของเราอย่างมาก คลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์ โรงพยาบาลสุทธาเวช คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ชวนทุกท่านมาทำความเข้าใจกับอาการนี้ พร้อมแชร์ท่าบริหารยืดเหยียดง่าย ๆ ที่ทำตามได้เองที่บ้าน

🔍 เช็กอาการ! คุณกำลังเสี่ยง "ข้อไหล่ติด" หรือไม่?
- ยกแขนได้ไม่สุด
- พอยกแขนใกล้ถึงระดับเต็มที่แล้ว จะรู้สึกปวดบริเวณข้อไหล่
- มีอาการตึงหรือเจ็บในทุกทิศทางการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะยกแขนไปด้านหน้า ด้านข้าง หรือด้านหลัง

⏳ 3 ระยะของโรคข้อไหล่ติด
🔸ระยะปวด: เจ็บมากแม้ยกไหล่เพียงนิดเดียว (เป็นนานประมาณ 2-9 เดือน)
🔸ระยะข้อไหล่ติด: ขยับไหล่ได้น้อยลง ปวดตึงเมื่อเคลื่อนไหวจนสุด ทำให้ใช้ชีวิตประจำวันลำบาก (เป็นนานตั้งแต่ 2 เดือน ถึง 1 ปีครึ่ง)
🔸ระยะฟื้นคืนตัว: ร่างกายจะค่อย ๆ ฟื้นฟูและรักษาตัวเองตามธรรมชาติ (ใช้เวลาประมาณ 1-3 ปี)

🧘‍♂ รวม 7 ท่าบริหารยืดหัวไหล่และคอบ่าไหล่ แก้อาการไหล่ติด
1️⃣ ท่าบีบสะบัก (Shoulder Squeeze) :
ยืนหลังตรง ประสานมือที่ท้ายทอย บีบศอกไปด้านหลังให้สะบักเข้าหากัน ค้างไว้ 5-10 วินาที
2️⃣ ท่าหมุนไหล่ (Shoulder Rolls) :
หมุนไหล่ไปด้านหลังช้า ๆ 10 รอบ และสลับหมุนมาด้านหน้า 10 รอบ
3️⃣ ท่ายืดกล้ามเนื้อต้นแขน (Tricep Stretch) :
ยกแขนให้ศอกอยู่หลังศีรษะ ใช้มืออีกข้างช่วยดึงข้อศอก ค้างไว้ 15 วินาที
4️⃣ ท่ายืดหัวไหล่ด้านหลัง (Back Shoulder Stretch) :
ยกแขนข้างหนึ่งมาด้านหน้า ใช้มืออีกข้างดึงศอกไปทางตรงข้ามจนตึง ค้างไว้ 15 วินาที (ทำสลับข้าง)
5️⃣ ท่ายืดหัวไหล่ด้านหน้า (Front Shoulder Stretch) :
ประสานมือสองข้างไว้ด้านหลัง เหยียดแขนตรง ค่อย ๆ ยกแขนขึ้นให้รู้สึกตึง ค้างไว้ 10-15 วินาที
6️⃣ ท่าไต่กำแพง (Wall Crawl) :
หันข้างเข้าหากำแพง ใช้มือไต่กำแพงขึ้นให้สูงที่สุดจนตึง ค้างไว้ 10-15 วินาที (ทำซ้ำ 5-10 ครั้ง)
7️⃣ ท่ายืดบ่า (Cross-Body Stretch) :
ยกมือขวาวางบนศีรษะฝั่งซ้าย ค่อย ๆ ดึงศีรษะลงไปทางขวา ค้างไว้ 10-15 วินาที (ทำสลับข้าง)

⚠️ ข้อแนะนำสำคัญ ⚠️
ยืดให้รู้สึก "แค่ตึง" เท่านั้น ไม่ควรฝืนยืดจนเจ็บมากเกินไป การยืดนี้ทำเพื่อเพิ่มพิสัยการเคลื่อนไหวและลดความตึงของกล้ามเนื้อ (ไม่สามารถลดอาการปวดทั้งหมดได้ทันที)

ข้อมูล พท.ป.อนุชิต ธนะสิงห์
แหล่งที่มา :
ㆍ อ. นพ.กุลพัร จุลสำลี. (2018). ข้อไหล่ติด รักษาหายได้ ต้องปฏิบัติอย่างถูกวิธี. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/article/
ㆍ โรงพยาบาลรามคำแหง. (2026). 6 ท่าบริหารหัวไหล่ สลายอาการปวดและไหล่ติด. https://www.ram-hosp.co.th/th/news_detail/2045
ㆍ ศูนย์การแพทย์ภาญจนาภิเสก. (2020). Exercises for Frozen Shoulder. ux1วิnยาลัยมหิดล คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล. https://www.gj.mahidol.ac.th/main/frozenshoulder

📞 ติดต่อสอบถาม / นัดหมายรับบริการ หากมีอาการปวดเรื้อรังหรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ :
คลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์ โรงพยาบาลสุทธาเวช คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
☎️ โทร: 043-722-144 ภายใน 7766
🕒 วันและเวลาทำการ:
วันจันทร์ - ศุกร์ : 08.00 - 19.00 น.
วันเสาร์ : 08.00 - 16.00 น. (หยุดทุกวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

#ข้อไหล่ติด #บริหารหัวไหล่ #ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ #แพทย์แผนไทยประยุกต์ #โรงพยาบาลสุทธาเวช #มหาวิทยาลัยมหาสารคาม #ดูแลสุขภาพ
#คลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์โรงพยาบาลสุทธาเวช #คลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์ #โรงพยาบาลสุทธาเวช

🍽️❌ จับคู่ผิด...ชีวิตเปลี่ยน! ชวนรู้ทัน "อาหารที่ไม่ควรกินคู่กัน"        การเลือกรับประทานอาหารในแต่ละมื้อ นอกจากจะต้องค...
27/05/2026

🍽️❌ จับคู่ผิด...ชีวิตเปลี่ยน! ชวนรู้ทัน "อาหารที่ไม่ควรกินคู่กัน"
การเลือกรับประทานอาหารในแต่ละมื้อ นอกจากจะต้องคำนึงถึงสารอาหารที่มีประโยชน์แล้ว "การจับคู่อาหาร" ก็เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะอาหารบางชนิดเมื่อรับประทานพร้อมกัน อาจเข้าไปขัดขวางการดูดซึมสารอาหาร ทำให้ระบบย่อยอาหารต้องทำงานหนักขึ้น หรือส่งผลกระทบอันตรายต่อร่างกายได้โดยที่เราไม่รู้ตัว
วันนี้คลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์ โรงพยาบาลสุทธาเวช คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีเกร็ดความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับ 5 คู่ อาหารที่ไม่ควรรับประทานร่วมกันมาฝาก 👇

📌 เช็กด่วน! 5 คู่ อาหารที่ไม่ควรรับประทานคู่กัน 🚫

🍯 น้ำผึ้ง + น้ำร้อน
❌ ทำไมไม่ควรคู่กัน : ไม่ควรนำน้ำผึ้งมาชงพร้อมกับน้ำร้อนจัด เพราะความร้อนจะเข้าไปทำลายเอนไซม์และวิตามินที่มีประโยชน์ในน้ำผึ้งไปจนหมด

🍺 ทุเรียน + แอลกอฮอล์
❌ ทำไมไม่ควรคู่กัน : เนื่องจากทุเรียนมีสารกำมะถันสูง ซึ่งแอลกอฮอล์จะทำให้สารนี้เข้าสู่กระแสเลือดได้เร็วขึ้น จนอาจได้รับพิษจากสารแอลดีไฮด์เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดอาการหน้าแดง ชา วิงเวียนศีรษะ อาเจียน หรือรุนแรงจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

🍇 ทุเรียน + ลำไย
❌ ทำไมไม่ควรคู่กัน : ผลไม้ทั้งสองชนิดนี้มีน้ำตาลและให้พลังงานที่สูงมาก หากรับประทานคู่กันจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่ดีต่อร่างกายอย่างยิ่ง

💊 น้ำชา + ยา
❌ ทำไมไม่ควรคู่กัน : สารในน้ำชาหรือน้ำชนิดอื่น ๆ อาจเข้าไปลดประสิทธิภาพการดูดซึมของยาลงได้ ดังนั้น "ยาทุกชนิดควรรับประทานคู่กับน้ำเปล่าดีที่สุด

🥛 ผักหรืออาหารที่มีเส้นใย (ไฟเบอร์) สูง + นม
❌ ทำไมไม่ควรคู่กัน : เพราะใยอาหารปริมาณมากจะเข้าไปขัดขวางการดูดซึมแร่ธาตุต่าง ๆ ในน้ำนม จึงแนะนำว่าควรดื่มนมให้ห่างจากมื้ออาหารหลักจะดีที่สุด

💡 รับประทานอาหารให้ถูกหลัก ดีต่อร่างกายอย่างไร?
การใส่ใจและเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์อย่างถูกวิธี จะช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง ช่วยในการเจริญเติบโต ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง (เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง) บำรุงสมอง และส่งผลดีต่อสุขภาพจิตใจรวมถึงผิวพรรณของเราอีกด้วย

ข้อมูล : นิสิตสาขาแพทย์แผนไทยประยุกต์ ชั้นปีที่ 4
แหล่งข้อมูล :
กรมอนามัย. (2566, 5 กันยายน). อาหารที่ไม่ควรกินคู่กัน. Multimedia กรมอนามัย. https://multimedia.anamai.moph.go.th/infographics/info565_food_12/
สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล. (ม.ป.ป.). คุณค่าทางโภชนาการในอาหารไทย.
https://inmu.mahidol.ac.th/

🏥 ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
คลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์ โรงพยาบาลสุทธาเวช คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
📞 โทร. 043-722144 ภายใน 7766
🕒 วันและเวลาทำการ:
วันจันทร์ - ศุกร์ : เวลา 08.00 น. - 19.00 น.
วันเสาร์: เวลา 08.00 น. - 16.00 น. (หยุดทุกวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

#โรงพยาบาลสุทธาเวช #มหาวิทยาลัยมหาสารคาม #คลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์ #จับคู่อาหาร #อาหารที่ไม่ควรกินคู่กัน #สาระสุขภาพ #สุขศึกษา

ท้องเสียในหน้าร้อน... อันตรายกว่าที่คุณคิด! ☀️⚠️        หน้าร้อนแบบนี้ อากาศที่ร้อนชื้นทำให้เชื้อโรคเติบโตได้ดีเป็นพิเศษ...
26/05/2026

ท้องเสียในหน้าร้อน... อันตรายกว่าที่คุณคิด! ☀️⚠️
หน้าร้อนแบบนี้ อากาศที่ร้อนชื้นทำให้เชื้อโรคเติบโตได้ดีเป็นพิเศษ ส่งผลให้เสี่ยงต่ออาการ "ท้องเสีย" หรืออาหารเป็นพิษได้ง่ายและรุนแรงกว่าปกติ มาเช็กวิธีรับมือและดูแลตัวเองกัน

ทำไมท้องเสียหน้าร้อนถึง ”อันตรายกว่า“❓
1️⃣เชื้อโรคโตไวคูณสอง : อากาศร้อนๆ ชื้นๆ ทำให้เชื้อแบคทีเรียอย่าง Vibrio หรือ Salmonella ในอาหารบูดเสียประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว วางอาหารทิ้งไว้แปบเดียวก็เสี่ยงแล้ว
2️⃣ ภาวะขาดน้ำเฉียบพลัน (Dehydration) : ปกติหน้าร้อนเราก็เสียเหงื่อมากอยู่แล้ว พอเจอท้องเสียซ้ำเข้าไป ร่างกายจะสูญเสียน้ำและแร่ธาตุอย่างรวดเร็ว ทำให้อ่อนเพลีย ช็อก หรือไตวายเฉียบพลันได้ง่ายกว่าหน้าหนาว
3️⃣ อาหารหน้าร้อนมีความเสี่ยงสูง : เมนูยอดฮิตคลายร้อน เช่น น้ำแข็งใส น้ำปั่น ส้มตำปูปลาร้า หรืออาหารทะเล หากกรรมวิธีการผลิตและการเก็บรักษาไม่สะอาดพอ ก็กลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อชั้นดี

🩺 การปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างถูกวิธี
1️⃣ จิบผงเกลือแร่ ORS: (ไม่ใช่เกลือแร่สำหรับออกกำลังกายนะ) โดยผสมน้ำต้มสุกตามสัดส่วนข้างซอง แล้วค่อยๆ จิบทีละน้อยตลอดทั้งวันเพื่อทดแทนน้ำที่เสียไป
2️⃣ รับประทานอาหารอ่อนๆ ที่ย่อยง่าย: เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม หรือซุปใส งดอาหารรสจัด ของมัน และนมทุกชนิดไปก่อนจนกว่าจะหายดี
3️⃣ รักษาความสะอาด: ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังเข้าห้องน้ำและก่อนทานอาหาร

⚠️ ข้อห้ามสำคัญ : ห้ามรับประทาน "ยาหยุดถ่าย" ทันที เพราะร่างกายกำลังพยายามขับเชื้อโรคและสารพิษออก การไปหยุดมันไว้จะทำให้เชื้อโรคฝังตัวอยู่ในลำไส้นานขึ้นและอาจทำให้อาการแย่ลงได้

🚨สัญญาณเตือนภัย : แบบไหนต้องไปพบแพทย์ด่วน‼️
ถ้ามีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย อย่าฝืนรับประทานยาหยุดถ่ายเองเด็ดขาด ให้รีบไปโรงพยาบาลทันที
1️⃣ไข้สูง ร่วมกับอาการปวดท้องรุนแรง
2️⃣ ถ่ายเป็นมูกเลือด หรือมีกลิ่นเหม็นคาวผิดปกติ
3️⃣ มีภาวะขาดน้ำรุนแรง: ปากแห้ง คอแห้งมาก ปัสสาวะสีเข้มและออกน้อย (หรือไม่ยอมปัสสาวะเลยเกิน 6 ชั่วโมง) หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ หรือชีพจรเต้นเร็ว
4️⃣ อาเจียนรุนแรง จนไม่สามารถดื่มน้ำหรือทานผงเกลือแร่ (ORS) ได้เลย
5️⃣ อาการไม่ดีขึ้น ภายใน 48 ชั่วโมง (โดยเฉพาะในเด็กเล็กและผู้สูงอายุ)

แหล่งอ้างอิง :
1. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขไทย: รายงานสถานการณ์โรคทางเดินอาหารและน้ำในช่วงฤดูร้อน
2. World Health Organization (WHO): The Treatment of Diarrhea: A manual for physicians and other senior health workers.
3. งานวิจัยเชิงสถิติ: Relationship between Temperature and Diarrheal Diseases (ตีพิมพ์ในระบบฐานข้อมูล PubMed / สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐอเมริกา - NIH)

#ท้องเสียหน้าร้อน #อาหารเป็นพิษ #ดูแลสุขภาพ #สาระสุขภาพ #คลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์ #โรงพยาบาลสุทธาเวช #คลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์โรงพยาบาลสุทธาเวช

📢 ประกาศวันหยุดทำการ ประจำเดือนมิถุนายน 2569คลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์ โรงพยาบาลสุทธาเวช คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาส...
25/05/2026

📢 ประกาศวันหยุดทำการ ประจำเดือนมิถุนายน 2569
คลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์ โรงพยาบาลสุทธาเวช คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ขอแจ้งวันหยุดทำการ ดังนี้

📅 วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2569
หยุดเนื่องในวันชดเชยวันวิสาขบูชา

📅 วันพุธที่ 3 มิถุนายน 2569
หยุดเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

✅ เปิดทำการตามปกติ ตั้งแต่วันอังคารที่ 2 มิถุนายน 2569 และวันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป
🙏🏻ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้🙏🏻

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 043-722144
(วันจันทร์ - วันเสาร์ เวลาทำการ 08.00 - 16.00 น.)

#คลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์ #โรงพยาบาลสุทธาเวช #คณะแพทยศาสตร์ #มหาวิทยาลัยมหาสารคาม #ประกาศวันหยุด

ผักสมุนไพรลดธาตุไฟในฤดูร้อน        ธาตุไฟในร่างกาย ตามศาสตร์การแพทย์แผนไทย ธาตุไฟมีหน้าที่ให้ความอบอุ่นร่างกาย ช่วยในการ...
25/05/2026

ผักสมุนไพรลดธาตุไฟในฤดูร้อน
ธาตุไฟในร่างกาย ตามศาสตร์การแพทย์แผนไทย ธาตุไฟมีหน้าที่ให้ความอบอุ่นร่างกาย ช่วยในการย่อยอาหาร แต่ในช่วงฤดูร้อน ธาตุไฟสามารถกำเริบได้ง่าย ซึ่งจะทำให้มีอาการ เช่น ร้อนใน ปากแห้ง กระหายน้ำ
นอนไม่หลับ หรือมีผื่นคันขึ้นตามผิวหนัง
วิธีง่ายๆ ในการปรับสมดุลธาตุไฟ คือการรับประทานผักสมุนไพรที่มี ฤทธิ์เย็น เช่น
1. แตงกวา มีรสเย็น
ช่วยลดความร้อนในร่างกาย แก้กระหายน้ำ ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น เหมาะกับการรับประทานสด
2. ใบบัวบก มีฤทธิ์เย็น
ช่วยแก้ร้อนใน ลดการอักเสบ แก้ช้ำใน และช่วยบำรุงผิวพรรณ นิยมทำน้ำใบบัวบก
3. ตำลึง มีฤทธิ์เย็น
ช่วยลดไข้ ถอนพิษร้อน บำรุงสายตา นิยมใส่แกงจืดหรือผัด
4. ผักบุ้ง มีฤทธิ์เย็น
ช่วยบำรุงสายตา ลดความร้อนในร่างกาย และช่วยระบายอ่อนๆ
5. ฟักเขียว มีฤทธิ์เย็นมาก
ช่วยลดไข้ แก้ร้อนใน ขับปัสสาวะ และช่วยให้ร่างกายสดชื่น
6. บวบ มีฤทธิ์เย็น
ช่วยดับร้อน แก้กระหายน้ำ และช่วยให้ขับถ่ายดีขึ้น

เราสามารถนำผักเหล่านี้ไปทำอาหารได้ง่ายๆ เช่น แกงเลียง ต้มจืดฟัก หรือผัดผักบุ้ง เป็นต้น และสามารถทำน้ำสมุนไพร เช่น น้ำใบบัวบก เพื่อช่วยลดความร้อนในร่างกาย

ข้อควรระวัง
ไม่ควรรับประทานของเย็นจัดเกินไป โดยเฉพาะคนที่ธาตุอ่อนหรือมีอาการท้องเสียง่าย ควรรับประทานในปริมาณพอดี

สรุปในช่วงหน้าร้อนเราควรเลือกกินอาหารฤทธิ์เย็น ดื่มน้ำให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงอาหารเผ็ดร้อน และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อช่วยปรับสมดุลธาตุไฟในร่างกาย

เอกสารอ้างอิง
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2560). ตำราการแพทย์แผนไทยพื้นฐาน. กระทรวงสาธารณสุข.
มูลนิธิฟื้นฟูส่งเสริมการแพทย์ไทยเดิมฯ. (2555). ตำราทฤษฎีการแพทย์แผนไทย.
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2562). การดูแลสุขภาพตามฤดูกาลตามหลักการแพทย์แผนไทย. กระทรวงสาธารณสุข.
วุฒิ วุฒิธรรมเวช. (2540). สารานุกรมสมุนไพรไทย. โอเดียนสโตร์.
กรมอนามัย. (2561). คุณค่าทางโภชนาการของผักพื้นบ้านไทย. กระทรวงสาธารณสุข.
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2556). บัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร. กระทรวงสาธารณสุข.
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. (ม.ป.ป.). ฐานข้อมูลสมุนไพร. สืบค้นจาก https://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge
ข้อมูล นิสิตแพทย์แผนไทยประยุกต์ ชั้นปีที่ 4 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

#คลินิกการแพทย์แผนไทยปนะยุกต์โรงพยาบาลสุทธาเวช #คลินิกการแพทย์แผนไทยปนะยุกต์ #โรงพยาบาลสุทธาเวช #สุขศึกษา #ผักสมุนไพรลดธาตุไฟในฤดูร้อน

นาฬิกาชีวิต วิถีธรรม วิถีไทย        ปัจจุบัน โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(Non-communicable diseases) หรือโรค NCDs เป็นกลุ่มโรคที...
22/05/2026

นาฬิกาชีวิต วิถีธรรม วิถีไทย
ปัจจุบัน โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(Non-communicable diseases) หรือโรค NCDs เป็นกลุ่มโรคที่ท าให้เกิดการสูญเสียปีสุขภาวะที่ส าคัญที่สุดอันดับหนึ่งของโลก เพราะกลุ่มโรคดังกล่าวได้ส่งผลกระทบ ต่อสุขภาพคุณภาพชีวิตและศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์รวมทั้งเศรษฐกิจและสังคมอย่างต่อเนื่องและรุนแรง
นาฬิกาชีวิต วิถีพุทธ เป็นเครื่องมือ ปฏิบัติในการสร้างสุขภาพป้องกันและควบคุมโรคเรื้อรัง ด้วยการบูรณาการหลักการแพทย์การสาธารณสุข และ
วิถีพุทธธรรมที่ใช้ชั่วโมงเวลา ของนาฬิกาชี้นำการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันประกอบด้วยการ สวดมนต์ เจริญสมาธิ สนทนาธรรม (3ส.) รับประทานอาหารพอเพียง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ปรับอารมณ์แจ่มใส (3อ.) และการทำภารกิจหน้าที่ประจำวัน ของแต่ละคน เช่น การเรียน การประกอบอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง รับราชการ ทำงานเอกชน เป็นต้น ด้วยการใช้สติสัมปชัญญะสมาธิอย่างต่อเนื่อง ให้สอดคล้องสัมพันธ์กับการทำงานของอวัยวะสำคัญของร่างกาย จนเกิดมีวินัยและสุขนิสัยประจำตนส่งผลให้มีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี
เครื่องมือ 3ส. 3อ. 1น. เป็นนวัตกรรมหนึ่งในการสร้างสุขภาพ ป้องกันควบคุมและรักษาโรคเรื้อรัง

♻️กระบวนการดำเนินงานด้วยเครื่องมือ 3ส♻️
1️⃣ สวดมนต์
เสียงสวดมนต์ด้วยสมาธิบำบัดโรคได้คลื่นเสียงสวดมนต์กระตุ้นสมองสม่ำเสมอก้านสมองจะหลั่งสารสื่อประสาทช่วยลดความเครียดลดอาการซึมเศร้า ลดระดับน้ำตาลในเลือดการไหลเวียนของเลือดคล่องตัวขึ้น ช่วยให้การเรียนรู้ดีขึ้นการทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น
2️⃣ สมาธิ
การเจริญสมาธิมีผลต่อการสร้างสุขภาพและบำบัดโรคทำให้คลายเครียด ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง ภูมิต้านทานร่างกายเพิ่มขึ้น
3️⃣ สนทนาธรรม
วิธีถ่ายทอดความรู้ประสบการณ์เกี่ยวกับพุทธธรรมธรรมชาติการเป็นอยู่การดำรงชีวิตของมนุษย์ทำให้ผู้ร่วมสนทนาที่มีความรู้อยู่แล้วได้ทบทวนให้แม่นยำแตกฉานมากขึ้น ผู้ไม่รู้ก็ได้ความรู้ใหม่ ทำให้เกิดปัญญาความเฉลียวฉลาด สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของตนเองให้ดีขึ้น

♻️กระบวนการดำเนินงานด้วยเครื่องมือ 3อ♻️
1️⃣ อาหาร
ควรยึดหลักโภชนาการของ กรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุข โดยเน้นการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ แนะนำสัดส่วนการรับประทานอาหารในแต่ละมื้อ คือ ข้าว 1 ส่วน : โปรตีน 1 ส่วน : ผัก 2 ส่วนลดอาหาร หวาน มัน
เค็ม และเผ็ด และรับประทานในปริมาณที่พอดีกินอย่างมีสติรู้จักพอ ใช้หลักธรรมควบคุมจิตใจในการบริโภค
2️⃣ ออกกำลังกาย
การออกกำลังกายวิถีพุทธเป็นการออกกำลังกายที่เน้นการใช้ สติสัมปชัญญะและสมาธิควบคู่ไปกับการเคลื่อนไหวของร่างกายตลอดเวลาอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที ประยุกต์การออกกำลังกายตามหลักของ พระพุทธศาสนา ได้โดยตรง เช่น
- การเดินจงกรม (เดินอย่างมีสติ)
- การทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันอย่างมีสติ เช่น กวาดลานวัดหรือ ประยุกต์เป็นกวาดบ้าน
- การกราบเบญจางคประดิษฐ์ซ้ำ ๆ เพื่อบริหารร่างกาย
3️⃣ อารมณ์
ลดละ อกุศลมูล 3 ประการ ได้แก่ โลภ (ความอยากได้) โกรธ (ความคิดประทุษร้าย) หลง(ความไม่รู้ตามความเป็นจริง) โดยใช้หลักการ ปล่อยวาง วางเฉย (อุเบกขา) และพัฒนาจิตด้วย สติ คือ ความระลึกได้ สัมปชัญญะ คือ ความรู้ตัว สมาธิ คือ ความตั้งมั่นของจิต ตามหลักของ พระพุทธศาสนา
หลักธรรมที่ช่วยปรับอารมณ์ เช่น พรหมวิหาร 4 เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เป็นต้น)

♻️กระบวนการดำเนินงานด้วยเครื่องมือ 1น♻️
นาฬิกาชีวิต ช่วงเวลา-กิจวัตรประจำวัน-อวัยวะที่สัมพันธ์
05.00 น.-ตื่นนอน-ปอด
05.00 – 07.00 น.-สูดหายใจลึก 3 ครั้ง ล้างหน้า แปรงฟัน ดื่มน้ำ 2–3 แก้ว ขับถ่าย สวดมนต์ สมาธิ แผ่เมตตา-ปอด,ลำไส้ใหญ่
07.00 – 08.00 น.- ออกกำลังกาย อาบน้ำรับประทานอาหารเช้า (มื้อหนัก)- กระเพาะอาหาร, ม้าม
08.00 – 12.00 น.-ปฏิบัติภารกิจ/ทำงาน- หัวใจ
12.00 – 13.00 น.-รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อรอง)-ลำไส้เล็ก
13.00 – 16.00 น.-ปฏิบัติภารกิจ/ทำงาน, กระเพาะปัสสาวะ
16.00 – 17.00 น.-ออกกำลังกายเบา ๆ- ไต
17.00 – 18.00 น.-พักผ่อน อาบน้ำ ใช้เวลากับครอบครัว-เยื่อหุ้มหัวใจ
18.00 – 19.00 น.-รับประทานอาหารเย็น (เบา)-ถุงน้ำดี
19.00 – 22.00 น.-ผ่อนคลายอารมณ์ สวดมนต์ ทำสมาธิ-ตับ
22.00 น.-แปรงฟัน ดื่มน้ำ ปัสสาวะ เข้านอน -
01.00 – 03.00 น.-นอนหลับสนิท-ตับ
03.00 – 05.00 น.-นอนหลับสนิท- ปอด

เอกสารอ้างอิง
การพัฒนารูปแบบการสร้างสุขภาพดี วิถีใหม่ วิถีธรรม วิถีไทย วิถีเศรษฐกิจพอเพียง. (2566). วารสารวิชาการสาธารณสุข, 32(ฉบับเพิ่มเติม 1).
สำนักหอสมุดและสารสนเทศ สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน. (2565). นาฬิกาชีวิต. https://elib.life.ac.th/wp-content/uploads/2022/08/9-นาฬิกาชีวิต1.
ข้อมูล นิสิตการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ชั้นปีที่ 4 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

#คลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์โรงพยาบาลสุทธาเวช #คลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์ #โรงพยาบาลสุทธาเวช #สุขศึกษา #สุขภาพดีวิถีใหม่วิถีธรรมวิถีไทย #นาฬิกาชีวิต

การยืดเหยียดกล้ามเนื้อเพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อยแขนและข้อมือ ด้วยท่าฤาษีดัดตน ท่าเทพพนม และ ท่าดึงศอกไล้คาง         ท่าบร...
20/05/2026

การยืดเหยียดกล้ามเนื้อเพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อยแขนและข้อมือ ด้วยท่าฤาษีดัดตน ท่าเทพพนม และ ท่าดึงศอกไล้คาง
ท่าบริหารร่างกายฤๅษีดัดตนนั้น เป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทย ซึ่งมีมาช้านาน นอกจากท่าฤๅษีดัดตนจะช่วยบำบัดตน รวมทั้งส่งเสริมสุขภาพแล้ว ยังช่วยป้องกันโรคเบื้องต้นได้อีกด้วย ซึ่งท่าส่วนใหญ่ของฤๅษีดัดตนนั้น เป็นการเลียนแบบท่าทางหรืออิริยาบถของไทย ขณะเดียวกันก็ใช้หลักการเคลื่อนไหวร่างกาย ให้สอดคล้องกับลมหายใจเข้าออก ผลลัพธ์ที่ได้คือสุขภาพแข็งแรงกระปรี้กระเปร่า และช่วยให้ผู้ฝึกมีสมาธิมากยิ่งขึ้น

♻️หลักของการฝึกท่าฤๅษีดัดตนที่ถูกต้อง♻️
1. ทำแค่พอตึง หากเกิดอาการเจ็บก็ควรเลิกทำ
2. ทำแบบค่อยเป็นค่อยไปจึงจะเห็นผล และไม่จำเป็นต้องทำให้ครบทั้ง 15 ท่า แต่ควรเลือกท่าใดท่าหนึ่งที่เหมาะสำหรับตนเอง
3. ผู้ที่มีอาการปวด บวม กระดูกหัก หรือกระดูกเสื่อม ควรหลีกเหลี่ยงการบริหารร่างกายด้วยวิธีฤๅษีดัดตน

สำหรับท่าฤาษีดัดตนที่ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยแขนและข้อมือ มีดังนี้
1️⃣ ท่าเทพพนม
เป็นท่าเริ่มต้น เตรียมความพร้อมของร่างกายและฝึกลมหายใจ ได้ผลทั้ง 2 ทาง คือ เป็นการบริหารข้อมือและเมื่อเพิ่มการขมิบก้น เป็นการบริหารบริเวณฝีเย็บ ท่านี้จะช่วยแก้ลมข้อมือ ช่วยในการส่งเลือด และลมไปตามแขน เพื่อแก้โรคลมในข้อแขน

ท่าเตรียม
ให้นั่งขัดสมาธิพนมมือในท่าเทพพนม โดยให้มือที่พนมตั้งอยู่ห่างจากหน้าอก แขนตั้ง ฉากกับลำตัว
ท่าบริหาร
1. ใช้มือด้านซ้ายดันมือขวา มือขวาต้านแรงมือซ้าย พร้อมกับดัดปลายนิ้วให้โน้มไป ด้านตรงข้าม ในขณะดันมือค่อยๆ สูดลม หายใจเข้าให้ลึกที่สุด กลั้นลมหายใจ แขม่วท้อง ขมิบก้นไว้สักครู่ ผ่อนลมหายใจออก พร้อมกับค่อยๆ คลายมือ จากนั้นกลับมาอยู่ในท่าเตรียม
2. ทำสลับกัน ใช้มือด้านขวาดันมือซ้าย มือซ้ายต้านแรงมือขวา พร้อมกับดัดปลายนิ้วให้โน้มไป ด้านตรงข้าม ในขณะดันมือค่อยๆ สูดลมหายใจเข้า ให้ลึกที่สุด กลั้นลมหายใจ แขม่วท้อง ขมิบก้น ไว้สักครู่ ผ่อนลมหายใจออก พร้อมกับค่อยๆ คลายมือกลับมาอยู่ในท่าเตรียม ทำข้างละ 5 – 10 ครั้ง

2️⃣ ท่าดึงศอกไล้คาง
ท่านี้เป็นการบริหารบริเวณหัวไหล่ ช่วยลดอาการแขนขัด กล้ามเนื้อบริเวณหัวไหล่ สะบัก แขน และต้นแขนด้านหลัง

ท่าเตรียม
ให้นั่งขัดสมาธิ ลำตัวตรง ยกศอกข้างซ้าย ให้ตั้งฉากกับลำตัว โดยให้ฝ่ามือวางไว้แนบแก้มซ้าย มือ ข้างขวากุมใต้ศอกซ้ายที่ตั้งขึ้น
ท่าบริหาร
1. สูดลมหายใจให้ลึกที่สุด พร้อมกับใช้มือขวาที่กุมศอกดึงข้อศอกซ้ายมาทางแขนข้างขวาให้มาก ที่สุด พร้อมกับเกร็งข้อศอกซ้ายด้าน มือขวาไว้
2. ขณะดึงข้อศอก ฝ่ามือข้างที่จะตั้งศอกจะถูกดึงให้ไล้ไปตามแนวคาง กลั้นลมหายใจไว้สักครู่ผ่อน ลมหายใจออกพร้อมกับปล่อยมือ
3. กลับมาอยู่ในท่าเตรียม
4. เริ่มต้นทำซ้ำใหม่ แต่เปลี่ยนเป็นยกศอกข้างขวาให้ตั้งฉากกับลำตัว โดยให้ฝ่ามือวางไว้แนบแก้ม ขวา มือข้างซ้าย กุมใต้ศอกขวาที่ตั้งขึ้น ทำซ้ำเช่นเดิม เริ่มต้นทำซ้ำใหม่ สลับซ้ายและขวานับเป็น 1 ครั้ง ทำซ้ำ 5 – 10 ครั้ง

เอกสารอ้างอิง
กรมอนามัย. (ม.ป.ป.). 15 ท่าฤาษีดัดตนภูมิปัญญาไทยเพื่อสุขภาพ. สืบค้นเมื่อ 18 เมษายน 2569, จากhttps://health.spr.go.th/images/MIS/MIS%2041.pdf
ข้อมูล นิสิตการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ชั้นปีที่ 4 คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

#คลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์โรงพยาบาลสุทธาเวช #คลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์ #โรงพยาบาลสุทธาเวช #สุขศึกษา #ท่าฤาษีดัดตน

วันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569  ทีมแพทย์แผนไทยประยุกต์ ร่วมกับทีมสหวิชาชีพ โรงพยาบาลสุทธาเวช คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสา...
19/05/2026

วันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ทีมแพทย์แผนไทยประยุกต์ ร่วมกับทีมสหวิชาชีพ โรงพยาบาลสุทธาเวช คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ร่วมกันลงพื้นที่ออกเยี่ยมบ้านเพื่อให้บริการและติดตามอาการผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด
ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง และโรคหลอดเลือดสมองระยะเรื้อรัง (ประเภทดูแลระยะยาว) ซึ่งมีอาการอ่อนแรงซีกซ้าย และมีภาวะติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะบ่อยครั้ง ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง และโรคหลอดเลือดสมองระยะเรื้อรัง ประเภทดูแลระยะยาว ซึ่งอ่อนแรงซีกซ้าย ติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะบ่อย โดยมีเป้าหมายประเมินสภาพทั่วไปของผู้ป่วย ฟื้นฟูกล้ามเนื้อแขนขา ติดตามการรับประทานยา และติดตามการไปปรับยาต่อเนื่อง
✨ การดูแลรักษาทางแพทย์แผนไทยประยุกต์
คุณหมอได้ทำการตรวจประเมินอาการอย่างละเอียด พร้อมทั้งทำหัตถการบำบัดด้วย "การประคบร้อน และการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ" เพื่อช่วยฟื้นฟูกำลังแขนขาให้ผู้ป่วย พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวตามหลักการแพทย์แผนไทย เพื่อการฟื้นฟูร่างกายที่ยั่งยืนและปลอดภัย

เพราะความสุขและความแข็งแรงของคนไข้ คือรอยยิ้มของพวกเรา ทีมโรงพยาบาลสุทราเวชพร้อมเดินหน้าดูแลสุขภาพของชุมชนต่อไป 🍃

#โรงพยาบาลสุทราเวช #คณะแพทยศาสตร์ #มหาวิทยาลัยมหาสารคาม #แพทย์แผนไทยประยุกต์ #เยี่ยมบ้านเชิงรุก #ดูแลผู้ป่วยระยะยาว #แพทย์แผนไทยสุทราเวช

📣 เปิดรับสมัครงาน! คลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์ โรงพยาบาลสุทธาเวช คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม💼 ตำแหน่งที่เปิดรับส...
19/05/2026

📣 เปิดรับสมัครงาน! คลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์ โรงพยาบาลสุทธาเวช คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

💼 ตำแหน่งที่เปิดรับสมัคร
• แพทย์แผนไทยประยุกต์ (แบบแบ่งรายเคส)
• จำนวน 2 อัตรา

📋 คุณสมบัติการสมัคร
1. จบการศึกษาสาขาวิชาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ และมีใบประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทยประยุกต์ หรือ เป็นแพทย์แผนไทยประยุกต์ที่ผ่านการอบรมและมีใบอบรม 372
2. สามารถตรวจ วินิจฉัย รักษา จ่ายยาสมุนไพร และทำหัตถการได้
3. สามารถปฏิบัติงานได้ทั้งในเวลาราชการและนอกเวลาราชการ

📅 ระยะเวลาในการรับสมัคร
• ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ถึง 19 มิถุนายน 2569
• (วัน และเวลาในการสอบ จะแจ้งให้ทราบภายนหลัง)

📲 รายละเอียดและแบบฟอร์มการสมัคร
• สามารถสแกน QR Code ที่ปรากฏในรูปภาพประกาศเพื่อดูรายละเอียดทั้งหมดและเข้าถึงแบบฟอร์มการสมัครได้โดยตรง

☎️ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
• งานแพทย์แผนไทยประยุกต์ โรงพยาบาลสุทธาเวช คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
• โทร. 043-722144 (ติดต่อได้ในเวลา 08.00 น. - 16.00 น.)

#รับสมัครงาน #แพทย์แผนไทยประยุกต์ #โรงพยาบาลสุทธาเวช #คณะแพทยศาสตร์ #มหาวิทยาลัยมหาสารคาม #สมัครงาน2569

ที่อยู่

79/99 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ต. ตลาด
Maha Sarakham
44000

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
18:00 - 19:00
อังคาร 09:00 - 17:00
18:00 - 19:00
พุธ 09:00 - 17:00
18:00 - 19:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
18:00 - 19:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00
18:00 - 19:00
เสาร์ 09:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคามผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์