ศูนย์ปรึกษา ดูแลกระดูก ข้อ และดวงตา แบบธรรมชาติ BY K.Yok

ศูนย์ปรึกษา ดูแลกระดูก ข้อ และดวงตา แบบธรรมชาติ BY K.Yok ให้ความรู้และปรึกษาดูแลกระดูกและข้อ และด้านสุขภาพ

ด้วยนวัตกรรมใหม่ วิธีการดูแลฟื้นฟูรักษาด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ 100% ไม่มีเคมี ไม่มีสเตียรอย ไม่ใช้ยาแก้ปวดรุนแรง ปลอดภัย มี อย.
ดีขึ้นแน่นอน ถ้าคุณใส่ใจและดูแล.....อย่าใช้เพียงอย่างเดียวอะไหล่ไม่มีให้เปลี่ยน

****   เตือนภัย!!.....การใช้งานนิ้วมือมาก ***** โรคนิ้วล็อก เป็นโรคที่พบบ่อยในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายและพบมากในช่วงอายุ 40-...
17/06/2017

**** เตือนภัย!!.....การใช้งานนิ้วมือมาก *****

โรคนิ้วล็อก เป็นโรคที่พบบ่อยในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายและพบมากในช่วงอายุ 40-50 ปี

กลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเป็นโรคนี้มากกว่าคนอื่นๆ คือ
ผู้ที่ใช้มือในลักษณะเกร็งนิ้วบ่อยๆ เช่นแม่บ้านที่หิ้วถุงพลาสติกหนักๆ หิ้วถังน้ำซักบิดผ้า กำมือสับหมูหรือไก่ รวมทั้งผู้ที่มีอาชีพในลักษณะที่ใช้งานนิ้วมือมากๆ เช่น คนทำสวนที่ใช้กรรไกร มีด ตัดหรือฟันกิ่งไม้ ใช้จอบ เสียม ขุดดิน คนขายของหิ้วสินค้าเดินเร่ขาย ช่างไฟฟ้า ช่างโทรศัพท์ ช่างก่อสร้าง ช่างไม้ ช่างปูน ช่างตัดเสื้อผ้า ช่างทำผม ช่างเจียระไนพลอย คนส่งน้ำขวด คนส่งแก๊ส คนทำขนม นวดแป้งและซาลาเปา พนักงานธนาคาร ที่หิ้วถุงเหรียญหนักๆ เป็นประจำ นักกอล์ฟ นักแบดมินตัน หมอฟัน นักเขียน ครู นักบัญชีอาชีพเหล่านี้ต้องระวังเป็นพิเศษ รวมถึงผู้ที่ใช้มือจับเมาส์คอมพิวเตอร์เป็นประจำนานๆ ซึ่งอาการมักเริ่มต้นด้วยอาการเจ็บบริเวณฐานนิ้ว เจ็บเมื่อขยับนิ้วมือ การงอและการเหยียดนิ้วฝืด สะดุด เหยียดนิ้วไม่ออกหรืองอนิ้วไม่เข้า นิ้วแข็งบวมชา นิ้วเกยกัน กำมือไม่ลง นิ้วโก่งงอ หากไม่ได้รับการรักษา นิ้วข้างเคียงก็จะยึดติดแข็งจนใช้งานไม่ได้

สาเหตุเกิดจากการใช้งานของมืออย่างรุนแรง เช่น การบีบกำ หิ้วของหนักซ้ำๆ จนปลอกหุ้มเอ็นบวมหดรัด ขาดความยืดหยุ่น เป็นผลให้เส้นเอ็นเคลื่อนตัวผ่านปลอกเอ็นไม่สะดวก

การรักษาโรคนิ้วล็อกในระยะแรกหากผู้ป่วยมีอาการเพียงเจ็บฐานนิ้ว ควรพักการใช้งานมือที่รุนแรง แช่น้ำอุ่นรับประทานยา เพื่อลดการอักเสบ ลดบวม ลดปวด ทำกายภาพบำบัด ด้วยการใช้เครื่องดามนิ้วมือ นวดเบาๆ ใช้ความร้อนประคบ ออกกำลังกายเหยียดนิ้ว ฉีดยาสเตียรอยด์เฉพาะที่เป็นการรักษาแบบชั่วคราวแต่มีข้อจำกัดคือไม่ควรฉีดยาเกิน 2-3 ครั้ง ต่อ 1 นิ้วที่เป็นโรคสำหรับผู้ป่วยที่เป็นในระยะรุนแรงมีอาการยึดติดที่รุนแรงหรือนิ้วติดล็อกจำเป็นต้องผ่าตัด

หากคุณ! กำลังมีปัญหาเรื่องข้อ กระดูก ปวดเรื้อรัง อย่ารอช้า !

**ปรึกษาสุขภาพ / สอบถามเพิ่มเติม ฟรี ด่วน !!!!!
คลิกที่ลิงท์ด้านล่าง เลย ค่ะ

>>>> https://goo.gl/59oVtB

# คุณภรปภัช
Tel : 065-0964546

🍀โรคไต โรคที่เข้าใจผิดมาโดยตลอด ไม่ใช่แค่กินเค็มอย่างเดียวนะคะ !!หากเราไม่ดูแล จนกรวยไตอักเสบ อาจถึงขั้นโรคไตวายเรื้อรัง...
17/06/2017

🍀โรคไต โรคที่เข้าใจผิดมาโดยตลอด ไม่ใช่แค่กินเค็มอย่างเดียวนะคะ !!

หากเราไม่ดูแล จนกรวยไตอักเสบ อาจถึงขั้นโรคไตวายเรื้อรัง !!

** ช่วยแชร์หน่อยนะคะ จะได้เป็นประโยชน์อีกหลายๆคน **

รู้ว่าเป็นโรคไตได้อย่างไร?

โดยทั่วไปจะไม่มีอาการบอกให้รู้ล่วงหน้า จึงเป็นโรคที่น่ากลัว เป็นเพชฌฆาตมืดที่คุกคามชีวิตผู้คนอย่างเลือดเย็น
สังเกตว่าเป็นโรคไตหรือไม่ จาก

1. จากปัสสาวะ
- กลิ่น มีกลิ่นฉุนมากหรือไม่
- จำนวนครั้งมากหรือน้อย คนปกติกลางวัน 4-8 ครั้ง กลางคืน 1-2 ครั้งถือว่าปกติ ถ้า 10-15 ครั้งขึ้นไป กลางคืนถ้า 3 ครั้งขึ้นไป ต้องหาหมอ เพราะถ้าปัสสาวะบ่อยครั้ง สะท้อนถึงว่าหน่วยกรองไตได้รับความเสียหาย

2.ปวดเอว
- เอวที่ว่านี้อยู่ที่ 'เขตไต' เขตไตอยู่ที่ไหนให้คุณเอามือทั้งสองข้างเท้าสีข้าง ให้นิ้วโป้งอยู่ด้านหน้า 4 นิ้วอยู่ด้านหลัง ยกแขนขึ้นให้สูงที่สุดเท่าที่จะยกได้ ตรงนั้นแหละคือเขตไต ผู้ป่วยโรคไตจะปวดเมื่อยที่นั่น เวลาให้กำปั้นหลวมๆ ทุบเบาๆ จะรู้สึกเจ็บ

3.บวม
- เริ่มแรกจะชอบบวมที่เปลือกตาบนจากน้อยๆ จนค่อยๆ มากขึ้นตามความหนักหน่วงของหน่วยไตที่ถูกทำลาย มักจะบวมตอนตื่นนอนเช้า จากนั้นค่อยบวมไปที่ข้อเท้า มาที่ขาท่อนล่าง แล้วค่อยลามไปทั่วตัว

4. .โลหิตจาง
- ผู้ที่โลหิตจาง ซีดเซียว ควรต้องตรวจการทำงานของไตอยู่เป็นประจำ

5.ปัสสาวะมีโปรตีนรั่ว
- โดยทั่วไปหากมีโปรตีนในปัสสาวะมักจะเป็นข้อบ่งชี้ว่าเกิด 'โรคไต' ขึ้นแล้ว ต้องตรวจเพิ่มให้ละเอียด และทำการรักษาแต่เนิ่นๆ

÷÷÷÷÷÷÷÷÷÷÷÷÷÷÷÷÷÷÷÷÷÷÷÷÷÷÷÷÷
**ปรึกษาสุขภาพ / สอบถามเพิ่มเติม ฟรี ด่วน !!!!!
คลิกที่ลิงท์ด้านล่าง เลย ค่ะ

>>>> https://goo.gl/59oVtB

# คุณภรปภัช
Tel : 065-0964546

🍀ทำไมเมื่อเรารับประทานอาหารเสริมเข้าไปแล้ว เหมือนจะมีอาการหนักขึ้น?? อาการที่หนักขึ้นนี้ เราเรียกว่า ภาวะกระทุ้งพิษ ภาวะ...
17/06/2017

🍀ทำไมเมื่อเรารับประทานอาหารเสริมเข้าไปแล้ว เหมือนจะมีอาการหนักขึ้น??

อาการที่หนักขึ้นนี้ เราเรียกว่า ภาวะกระทุ้งพิษ ภาวะ "กระทุ้งพิษ" เป็นภาวะที่ร่างกายพยายามขับสารพิษออกจากร่างกาย เพื่อให้ร่างกายกลับเข้าสู่ภาวะปกติและมีสุขภาพแข็งแรงขึ้น

ภาวะกระทุ้งพิษ เป็นช่วงที่ร่างกายพยายามกำจัดสารพิษที่ตกค้างอยู่ตามเนื้อเยื่อต่างๆ ให้ออกมาอยู่ในกระแสเลือด และหลังจากนั้นอาการจะค่อยๆ ดีขึ้น เมื่อพิษถูกขับออกไปจากร่างกาย หรือในบางครั้งที่ผู้ป่วยจะรู้สึกดีขึ้นมาก่อนที่จะเข้าสู่ภาวะกระทุ้งพิษ เป็นช่วงที่ร่างกายเตรียมพร้อมก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงขับพิษคือ ระยะแรก จะรู้สึกแข็งแรงขึ้นมีอาการดีขึ้น

จนกระทั่งสารพิษถูกปลดปล่อยเข้าสู่กระแสเลือด จึงทำให้อาการแย่ลง แล้วค่อยๆ ดีขึ้นและรู้สึกสบาย ภาวะกระทุ้งพิษ มักจะเกิดขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์แรกของการใช้ผลิตภัณฑ์ ภาวะกระทุ้งพิษ ในช่วงแรกจะเป็นอยู่ประมาณ 2-3 วัน แต่ถ้าร่างกายของผู้ป่วยไม่แข็งแรงอาจจะเป็นอยู่เป็นสัปดาห์หรือมากกว่า ภาวะกระทุ้งพิษ อาจจะไม่เกิดครั้งเดียว อาจเกิดซ้ำได้หลายครั้ง เพราะการขจัดสารพิษที่สะสมอยู่ตามเนื้อเยื่อเปรียบเสมือนการลอกหัวหอมออกไปทีละชั้นๆ จนกว่าหมด

อาการของภาวะกระทุ้งพิษ เป็นการปรับตัวของร่างกาย เพื่อขจัดสารพิษออกจากร่างกาย การขับพิษจะขับออกทุกช่องทางของร่างกาย จึงทำให้เกิดปฏิกิริยาได้ทั่วร่างกาย อาการที่พบบ่อย ได้แก่ ปวดข้อ, ปวดกล้ามเนื้อ, ปวดเมื่อย, ข้อบวม, ท้องเสีย, ท้องผูก, ปวดท้อง, อ่อนเพลีย, กระวนกระวาย, นอนไม่หลับ, คลื่นไส้อาเจียน, คัดจมูก, น้ำมูกไหล, มีไข้, หนาวสั่น, อาการเหมือนไข้หวัด, ปัสสาวะบ่อย, ความดันโลหิตต่ำ, ผิวหนังอักเสบ เป็นผื่นคัน, อารมณ์แปรปรวน เช่น อารมณ์เสีย เกรี้ยวกราด ซึมเศร้า หวาดกลัว

อาการของภาวะกระทุ้งพิษ

> ชาแขนซ้าย แสดงว่า หัวใจไม่แข็งแรง
> ปวดเมื่อตามร่างกาย แสดงว่า เลือดไหลเวียนไม่ดี
> ปวดท้ายทอยและต้นคอ มึนงง มีปัญหาความดันโลหิตสูง หรือ ต่ำ
> ไอ แสดงว่า มีการขับพิษออกทางปอด
> ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น แสดงว่า กระเพาะอาหารกำลังมีการปรับตัว
> มีไข้ แสดงว่า หลอดเลือดในร่างกายมีความเป็นกรดมาก ต้องการน้ำในการล้างพิษ
> ปัสสาวะบ่อย มีกลิ่นแรง และสีเข้ม แสดงว่า มีสารพิษสะสมที่ไตมาก และร่างกายมีการขับออกทางไต
> ตาแดง แสดงว่า มีสารพิษสะสมที่ตับมาก และร่างกายมีการขับพิษ
> ตามัว, ง่วงนอน แสดงว่า ตับกำลังมีการปรับตัวร่างกายมีความเป็นกรดมาก
> น้ำตาไหล มีขี้ตามาก แสดงว่า อารมณ์ เครียด ทำงานหนักเกิน
> น้ำมูกไหล แสดงว่า ร่างกายมีความเป็นกรดมาก และร่างกายมีการขับพิษออกทางปอด คัดจมูก จาม แสดงว่าร่างกายกำลังปรับอาการภูมิแพ้ทางจมูก
> ผื่น คัน ผิวหนังอักเสบ แสดงว่า ร่างกายมีกำลังขับไขมันพิษและ สารพิษที่ไม่ละลายออกจากร่างกาย
วิธีแก้ไขภาวะ "กระทุ้งพิษ" ช่วงภาวะกระทุ้งพิษ ร่างกายต้องการของเหลวโดยเฉพาะน้ำช่วยชะล้างและนำพาสารพิษออกจากร่างกาย

ดังนั้นช่วงนี้จึงต้องดื่มน้ำมากๆ และควรพักผ่อนให้มากๆ ทำจิตใจให้สบาย ดูแลเอาใจใส่ร่างกาย จิตใจ และทำอารมณ์ให้แจ่มใส
----------------------------------------------------------------

**ปรึกษาสุขภาพ / สอบถามเพิ่มเติม ฟรี ด่วน !!!!!
คลิกที่ลิงท์ด้านล่าง เลย ค่ะ

>>>> https://goo.gl/59oVtB

# คุณภรปภัช
Tel : 065-0964546

🌿ช่วยแชร์ เป็นวิทยาทาน ให้กับเพื่อนๆด้วยนะคะ☘🍀 14..ลักษณะของเล็บบอกโรค...ตรวจเช็กตัวเองโดยด่วน!!1 เล็บมีลักษณะงุ้มหรืองอ...
17/06/2017

🌿ช่วยแชร์ เป็นวิทยาทาน ให้กับเพื่อนๆด้วยนะคะ☘

🍀 14..ลักษณะของเล็บบอกโรค...ตรวจเช็กตัวเองโดยด่วน!!

1 เล็บมีลักษณะงุ้มหรืองอน อาจเกี่ยวข้องกับกระดูกสันหลัง ความผิดปกติของปอด และอาการของโรคหัวใจหรือตับ

2 เล็บมีลักษณะเป็นร่อง มักเป็นโรคขาดสารอาหารหรือระบบหายใจไม่แข็งแรง หากเป็นแนวตั้งอาจเพราะว่ามีเชื้อรา แต่ถ้าเป็นแนวยาวอาจบอกได้ถึงความผิดปกติของไตหรือลำไส้ไม่ดี

3 เล็บมีความหนามาก เล็บที่หนามากเป็นเล็บบ่งบอกโรคเกี่ยวกับระบบการไหลเวียนของเลือดทำงานไม่เป็นปกติ

4 เล็บมีความบางกว่าปกติ มักพบในผู้มีอาการของโรคโลหิตจางเพราะขาดธาตุเหล็ก รวมทั้งในผู้สูงอายุที่มีร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง

5 เล็บสีดำ เล็บสีดำเป็นเล็บบ่งบอกโรคเกี่ยวกับลำไส้อาจจะมีความผิดปกติอันเนื่องมาจากการขาดวิตามินบี 12

6 เล็บสีเหลือง เล็บสีเหลืองเป็นเล็บบ่งบอกโรคเกี่ยวกับมีความสัมพันธ์กับโรคปอด โรคตับ โรคไต โรคเบาหวาน หรือมีภาวะไทรอยด์ผิดปกติ

7 เล็บสีขาว อาจบอกได้ว่าการทำงานของตับ ไต เริ่มจะมีปัญหา และถ้ามีสีขาวซีดก็อาจเกี่ยวกับโรคโลหิตจาง หรือป่วยเป็นโรคตับเรื้อรัง

8 เล็บเป็นดอก และอาจมีจุดขาวด้วย เล็บลักษณะแบบนี้อาจเกิดได้จากกรรมพันธุ์ แต่ถ้ามีลักษณะเป็นรูปคล้ายพระจันทร์เสี้ยว ต้องระวังปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับเนื้องอก หรืออาจเป็นเพราะขาดสารอาหารบางอย่างก็ได้

9 เล็บเป็นจุดหรือเส้นสีม่วง ส่วนใหญ่มักเกิดกับโรคลิ้นหัวใจอักเสบ โรคหลอดเลือดอักเสบ โรคตับ และโรคลักปิดลักเปิดหรือผู้ที่ขาดวิตามินซี

10 เล็บมีสีขาวครึ่งสีชมพูครึ่ง เล็บสีขาวครึ่งสีชมพูครึ่งเป็นเล็บบ่งบอกโรคเกี่ยวกับอาจบ่งบอกได้ว่ามีอาการของไตบางชนิด

11 เล็บเป็นเหลี่ยม แสดงว่าอาจเป็นโรคหัวใจที่มีสาเหตุเพราะอารมณ์โกรธ โมโห หรือฉุนเฉียวง่าย รวมทั้งยังอาจเกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมนได้ด้วย

12 เล็บล่อนหรือเล็บแตก และบางส่วนเปลี่ยนสี บ่งบอกถึงอาการของโรคไทรอยด์ โรคสะเก็ดเงิน หรือเล็บมีอาการอักเสบจากเชื้อรา โรคผื่นผิวหนังอักเสบ

13 โคนเล็บเปลี่ยนเป็นสีแดง โดยปกติบริเวณนี้จะมีสีขาว แต่ถ้าสีเปลี่ยนไปเป็นสีแดงก็อาจมีปัญหาของโรคหัวใจหรือโรคปอด

14 ปลายเล็บมีขอบคล้ำ อาจเป็นเพราะร่างกายขาดสารอาหาร ตับทำงานผิดปกติ ระบบไหลเวียนของเลือดไม่ดี โรคเบาหวาน เป็นต้น นอกจากนี้ยังอาจมีสาเหตุมาจากการเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ

แม้ว่าเล็บจะเป็นส่วนเล็กๆ ของร่างกาย แต่ถ้ามันมีความผิดปกติเกิดขึ้น ก็อาจส่งผลต่อสุขภาพที่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่ได้นะ...เล็บบอกโรค บอกสุขภาพภายในได้...เพราะฉะนั้นหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของเล็บอย่างสม่ำเสมอ เพื่อใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการช่วยดูแลสุขภาพภายในซึ่งเรามองเห็นได้ยาก ให้สามารถดูแลรักษาอาการจากโรคต่างๆ ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

**ปรึกษาสุขภาพ / สอบถามเพิ่มเติม ฟรี ด่วน !!!!!
คลิกที่ลิงท์ด้านล่าง เลย ค่ะ

>>>> https://goo.gl/59oVtB

# คุณภรปภัช
Tel : 065-0964546

🍀โ ร ค  เ สื่ อ ม ส ม ร ร ถ ภ า พ ท า ง เ พ ศ  อั น เ นื่ อง ม า จ า ก ห ม อ น ร อ ง ก ระ ดู กก ด ทั บ เ ส้ น ป ร ะส า ท...
16/06/2017

🍀โ ร ค เ สื่ อ ม ส ม ร ร ถ ภ า พ ท า ง เ พ ศ อั น เ นื่ อง ม า จ า ก
ห ม อ น ร อ ง ก ระ ดู ก

ก ด ทั บ เ ส้ น ป ร ะส า ท ส า เ ห ตุ

กระดูกสันหลังบริเวณเอวข้อที่ 3 (L3) เป็นศูนย์รวมเส้นประสาทที่ไปหล่อเลี้ยงบริเวณอวัยวะเพศ และกระเพาะปัสสาวะ
เมื่อหมอนรองกระดูกเสื่อม อันเนื่องมาจากการทำงานหนัก การออกกำลังกาย หรืออุบัติเหตุอื่นๆ ทำให้มีการกดทับเส้นประสาทบริเวณดังกล่าว
ทำให้เกิดปัญหาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญสำหรับหลายๆ คน

อ า ก า ร

ส่วนมากพบในผู้ชาย อาการที่เด่นชัดคือ อวัยวะเพศไม่แข็งตัว หรือแข็งตัวไม่นานพอ เกิดปัญหาล่มปากอ่าว
บางคนมีอาการปวดบริเวณอวัยวะเพศ หรือถุงอัณฑะ และปัสสาวะลำบาก บางคนไม่มีอารมณ์ทางเพศ หรือมีน้อยกว่าปกติ
อาการอาจหนักถึงขั้นเกิดอาการกามตายด้าน

การรักษา

โดยทั่วไปจะรักษาโดยการปรึกษาแพทย์ แพทย์ก็จะแนะนำให้ปรับสภาพจิตใจ พักผ่อนให้เพียงพอ
บางรายที่อาการหนักก็จะแนะนำให้ใช้ยา หรือเครื่องมือสูญญากาศ ซึ่งเป็นการรักษาที่ปลายเหตุ ทำให้อาการไม่หายขาด หรือเป็นๆหายๆ

แต่การรักษาโดยใช้เตียงยืดหลัง จะรักษาที่ต้นเหตุ
การกดทับเส้นประสาทลดน้อยลง เส้นประสาทสามารถไปควบคุมอวัยวะเพศ และกระเพาะปัสสาวะได้ตามปกติ
ทำให้ปัสสาวะได้สะดวก ไม่มีอาการปวดบริเวณอวัยวะเพศและถุงอันฑะ
อวัยวะเพศสามารถทำงานได้ตามปกติ สรรถภาพทางเพศกลับมาใช้งานได้ดีดังเดิม

**ปรึกษาสุขภาพ / สอบถามเพิ่มเติม ฟรี ด่วน !!!!!
คลิกที่ลิงท์ด้านล่าง เลย ค่ะ

>>>> https://goo.gl/59oVtB

# คุณภรปภัช
Tel : 065-0964546

โรคนิ้วล๊อค คืออะไร มาดูอาการ สาเหตุ กลุ่มเสี่ยง  อาจมีผังผืดเกาะได้ค่ะ อ่านได้เลยค่ะ.... กดแชร์ได้นะค่ะ  ต้องฟื้นฟูป้อง...
16/06/2017

โรคนิ้วล๊อค คืออะไร มาดูอาการ สาเหตุ กลุ่มเสี่ยง อาจมีผังผืดเกาะได้ค่ะ อ่านได้เลยค่ะ.... กดแชร์ได้นะค่ะ

ต้องฟื้นฟูป้องกันก่อนนะค่ะ ...ไม่งั้นจะเป็นเหมือนในภาพค่ะ

มือ” ถือได้ว่าเป็นอวัยวะสำคัญที่ต้องมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะหยิบจับสิ่งของ หรือใช้งานในกิจกรรมอื่นๆ ทั้งเด็กที่จะต้องใช้มือในการเขียนหนังสือ ผู้ใหญ่คนทำงานที่ต้องใช้มือกับแป้นพิมพ์ เขียนงานเอกสาร หรือใช้ในงานด้านต่างๆ ตลอดจนแม่บ้านที่ทำงานบ้าน ซักผ้าบิดผ้า หิ้วถุงจ่ายตลาด

ภาวะนิ้วล็อค เป็นกลุ่มอาการหนึ่งที่เกิดกลุ่มคนที่ใช้มือในการทำงานอย่างหนัก ก็จะพบว่ามีอาการเจ็บและมีเสียงดังกึก ทำให้เส้นเอ็นไม่โก่งตัวออกเมื่องอนิ้ว แต่เมื่อมีการอักเสบเส้นเอ็นจะบวมและหนาตัว ทำให้ลอดผ่านห่วงลำบาก จึงรู้สึกเจ็บและเกิดอาการนิ้วล็อคตามมา ส่วนใหญ่จะพบในผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะแม่บ้าน ส่วนในผู้ชายมักจะพบในผู้ที่มีอาชีพที่ต้องใช้มือหนักๆ เช่น พนักงานพิมพ์ดีด นักกอล์ฟ

โดยส่วนใหญ่เกิดในผู้หญิงอายุ 45 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะแม่บ้านที่ใช้มือทำงานอย่างหนัก เช่น หิ้วตะกร้าจ่ายกับข้าว ชอปปิ้ง บิดผ้า ส่วนในผู้ชายมักพบในอาชีพที่ใช้มือทำงานหนักๆ มีการจับ ออกแรงบีบอุปกรณ์ซ้ำๆ เช่น คนทำสวนใช้กรรไกรตัดกิ่งไม้ ช่างที่ใช้ไขควงหรือเลื่อย พนักงานพิมพ์ดีด นักกอล์ฟ ช่างงานฝีมือ นักยูโด และหมอนวดแผนโบราณเป็นต้น

ในแต่ละกิจกรรมจะใช้งานแต่ละนิ้วไม่เหมือนกัน จึงทำให้เกิดนิ้วล็อคที่ตำแหน่งนิ้วต่างกันด้วย เช่น อาชีพครู หรือนักบริหาร มักเป็นนิ้วล็อคที่นิ้วโป้งขวา เพราะใช้เขียนหนังสือมาก และใช้นิ้วโป้งกดปากกานานๆ ส่วนแม่บ้านซักบิดผ้า มักเป็นที่นิ้วชี้ซ้ายและขวา แต่ทั้งนี้ภาวะดังกล่าวไม่มีอันตรายใดๆ เพียงแต่ให้ความรู้สึกเจ็บปวด และใช้มือได้ไม่ถนัด เป็นโรคที่สามารถป้องกัน และรักษาให้หายได้ ถ้ารู้จักวิธีดูแลตนเองอย่างถูกต้อง

ในระยะแรกจะมีอาการปวดบริเวณโคนนิ้วมือ กำมือไม่ถนัด หรือกำได้ไม่เต็มที่โดยเฉพาะตอนเช้าหลังตื่นนอน พอใช้มือไปสักพักก็จะกำมือได้ดีขึ้น เวลางอที่จะเหยียดนิ้วมือมักจะได้ยินเสียงดังกึก ต่อมาจะมีอาการนิ้วล็อค คือ เวลางอนิ้วจะเหยียดขึ้นเองไม่ได้ มักเกิดกับมือข้างถนัดที่ใช้งาน ซึ่งอาจเป็นเพียงนิ้วเดียว หรือเป็นพร้อมกันหลายนิ้วก็ได้ บางรายอาจรุนแรงถึงนิ้วบวมชา ติดแข็งจนใช้งานไม่ได้

โรคนิ้วล็อค

เป็นโรคที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อและกระดูก ซึ่งเป็นโรคที่พบได้บ่อยกับทุกเพศทุกวัย แต่จะส่วนใหญ่จะพบได้มากในกลุ่มคนวัยทำงาน โรคนี้ไม่ได้เกิดอันตรายถึงชีวิต แต่หากใครก็ตามที่เป็นโรคนี้แล้ว มือของคุณจะไม่สามารถกลับมาใช้งานได้เต็ม 100 % เพราะจะทั้งเจ็บปวด ทั้งน่ารำคาญ ไม่สามารถหยิบจับอะไรได้สะดวก แถมต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อจะได้ไม่เกิดการผิดพลาดในการหยิบจับ ส่วนสาเหตุของการเกิดนิ้วล็อคนั้นก็จะมาจากการทำงานที่ต้องใช้นิ้วซ้ำๆ กันบ่อยๆ ทำให้นิ้วเกิดการเกร็ง ซึ่งจะทำให้ ปลอกหุ้มเอ็นอักเสบ จนสุดท้ายก็นำไปสู่การเป็นภาวะนิ้วล็อคได้

อาชีพอะไรบ้างที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคนิ้วล็อค

1. นักกอล์ฟ (Golfer)

นักกอล์ฟส่วนใหญ่จะพบว่าตัวเองมีอาการเป็นนิ้วล็อค สาเหตุก็เพราะนักกอล์ฟที่ตีกอล์ฟ และ ทำการฝึกซ้อมมากๆ เป็นเวลานานๆ การเกร็งมือจับไม้กอล์ฟไว้แน่นๆ การออกแรงสวิงมากเกินไป และการหวดวงสวิงซ้อมติดต่อกันทุกๆ วัน ปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลทำให้เกิดการอักเสบของปลอกหุ้มเอ็นที่ข้อนิ้วมือ ส่วนอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดนิ้วล็อคก็คือ การเลือกไม้กอล์ฟที่หนักเกินกำลังของวงแขนและมือ

โดยส่วนใหญ่ท่านนักกอล์ฟจะเลือกไม้ที่มีความหนัก เช่น ไม้กอล์ฟก้านเหล็กที่ความแข็งของก้านตั้งแต่ 5.5 – 6.5 ขึ้นไป เพื่อหวังระยะในการตีแต่ละครั้ง ทุกครั้งที่หวดซ้อมลูกและโดนลูกไม่เต็มใบ แรงสั่นหรือแรงช็อคของไม้จะส่งถึงมือและข้อนิ้วโดยตรงเป็นเหตุให้เกิดโรคนิ้วล็อคในระยะยาว

2. หมอนวดแผนโบราณ (Massager)

นวดแผนโบราณเป็นอาชีพที่ต้องใช้กำลังจากนิ้วมืออย่างมากที่สุด คนที่จะทำการนวดได้จะต้องเป็นคนที่มีพลังจากแรงกดของมือค่อนข้างหนักมาก โดยเฉพาะนิ้วหัวแม่โป้ง ข้อนิ้วมือแรกและหลังข้อนิ้วที่สอง เพราะต้องใช้นิ้วเหล่านี้ทำการกดบีบ ตัดเส้นให้กับลูกค้าที่มีอาการเส้นตึงทั้งหลาย

โดยเฉพาะการนวดเท้าซึ่งผู้ที่มีเท้าแข็งและหนา คนที่นวดจึงต้องออกแรงใช้นิ้วมือนวดอย่างมาก แม้ว่าจะมีไม้นวดเท้าออกมาช่วย แต่อาชีพนวดแผนโบราณนั้น ก็ยังคงเสี่ยงต่อการเกิดนิ้วล็อคอยู่ดี เพราะไม่ใช่แค่ส่วนเท้าอย่างเดียวที่ต้องนวด แต่หมายถึงทั้งร่างกายตั้งแต่หัวจรดเท้าที่มือต้องทำหน้าที่บีบนวดคลายเส้น

3. ช่าง (Craftsman, Mechanic)

อาชีพช่างนั้นมีความจำเป็นที่จะต้องใช้มืออย่างหนัก เพราะต้องอยู่กับเครื่องมือที่ต้องใช้แรง โดยเฉพาะงานอย่างช่างฝีมือหรือช่างเครื่อง ที่วัน ๆ ต้องอยู่กับไขควง ประแจ สิ่ว กบไสไม้ ขวาน หรือค้อนต่าง ๆ ยิ่งงานใดที่ต้องการความประณีต ละเอียดอ่อน ยิ่งทำให้มือต้องใช้งานหนักมากยิ่งชึ้น ซึ่งนั่นก็หมายถึงความเสียหายที่มือจะต้องได้รับนั่นเอง ยิ่งใช้งานอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ โดยไม่มีการพัก ก็จะทำให้เกิดอาการนิ้วล็อคขึ้นได้

4. นักยูโด (Judo, Jujitsu)

นักยูโดก็เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ต้องฝึกฝนกำลังข้อมือกำลังแขน และกำลังนิ้วเป็นอย่างมาก เพื่อที่จะได้มีความแข็งแรงมากพอที่จะจับคู่ต่อสู้ทุ่มลงไปนอนกับพื้นได้ ซึ่งนักยูโคต้องใช้มือกำตรงชายเสื้อชุดยูโด (กิ) แล้วฉุดกระชากดึงในท่วงท่าที่หลากหลายรูปแบบเพื่อให้คู่ต่อสู้เสียหลัก ซึ่งบางครั้งคู่ต่อสู้บิดตัวทำให้ชายเสื้อม้วนรัดที่กำปั้นและข้อมือ

ซึ่งทำให้เกิดอาการบาดเจ็บได้ กีฬายูโดเป็นกีฬาที่ต้องใช้กำลังนิ้วติดต่อกับเป็นเวลานานไม่ว่าจะเป็นในเวลาแข่งหรือในเวลาซ้อม อีกทั้งนักยูโดจะฝึกกำลังนิ้ว ด้วยการนำเอายางในจักรยานมาผูกเข้ากับเสา แล้วดึงขึ้นลงอยู่ตลอดทำให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคนิ้วล็อคได้มากกว่าอาชีพอื่น ๆ

5. แม่บ้าน (Housewife)

อาชีพแม่บ้านเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นนิ้วล็อค ซึ่งหากเราดูกันอย่างผิวเผินแล้วจะคิดว่าอาชีพนี้ไม่น่าจะเกิดอันตรายกับนิ้วมือได้ แต่คุณอย่าลืมว่าอาชีพแม่บ้านนั้น งานหลักที่ต้องทำคือทำงานในบ้าน ไม่ว่าจะทำกับข้าว จ่ายตลาด ทำความสะอาดบ้าน แต่ในทุกรายละเอียดของการทำงานนั้นเต็มไปด้วยสภาวะที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคนิ้วล็อคไดเทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นตอนที่หิ้วตะกร้าหรือหิ้วถุงเดินตลาด

การทำกับข้าวที่ต้องใช้แรงผัด แรงกวน หรือการซักผ้า บิดผ้า ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่จะเกิดนิ้วล็อคได้ทั้งสิ้นตลอดเวลาในการทำงาน ที่สำคัญอาชีพแม่บ้านนั้นไม่เคยมีวันหยุด จะต้องทำซ้ำๆ แบบนั้นอยู่ทุกๆ วันปัจจุบันนี้จึงจะพบว่าแม่บ้านเป็นจำนวนมาก ที่จะป่วยเป็นโรคนิ้วล็อคอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก

**ปรึกษาสุขภาพ / สอบถามเพิ่มเติม ฟรี ด่วน !!!!!
คลิกที่ลิงท์ด้านล่าง เลย ค่ะ

>>>> https://goo.gl/59oVtB

# คุณภรปภัช
Tel : 065-0964546

🍀ปลายประสาทเริ่มอักเสบ มีอาการชา อยู่คู่กับกล้ามเนื้อเส้นเอ็น กระดูก อยู่ห่างไกลโรคข้อ - ปวดคอ ปวดหลัง และการปวดกล้ามเนื...
16/06/2017

🍀ปลายประสาทเริ่มอักเสบ

มีอาการชา อยู่คู่กับกล้ามเนื้อเส้นเอ็น กระดูก
อยู่ห่างไกลโรคข้อ - ปวดคอ ปวดหลัง และการปวดกล้ามเนื้อจากการทำงาน"

ข้อมูลนี้มีสาระ อ่านนะค่ะ เพื่อตัวเราเองค่ะ แชร์ได้ค่ะ

ขอให้ทุกคนอ่านให้เข้าใจและจำวิธีปฏิบัติให้ถูกต้อง เพราะมีความสำคัญกับการใช้ชีวิตเพื่อให้ร่างกายไม่ผิดปกติและแข็งแรง

ในสภาวะปกติ กระดูกคนเราจะมีทั้งการสร้างและการทำลายเนื้อกระดูกพร้อม ๆ กันไปตลอดเวลา โดยที่อัตราการสร้างและการทำลายนี้จะมีพอ ๆ กัน จึงอยู่ในสมดุล และในสภาวะบางอย่างจะมีการกระตุ้นให้มีการทำลายเนื้อกระดูกมากขึ้นโดยที่การสร้างจะน้อยลง ซึ่งเป็นปัจจัยให้กระดูกบางโดยเฉพาะในคนสูงอายุ จนท้ายสุดกระดูกนั้นจะหักและทรุดง่าย จุดที่พบได้บ่อยคือ ที่ข้อมือ สะโพก และกระดูกสันหลัง

กระดูกสันหลัง ประกอบด้วย กระดูกคอ ทรวงอก เอว และ ก้นกบ เรียงต่อกันจากคอลงมาถึงก้นมีลักษณะแอ่น(คอ) โค้ง(ทรวงอก) แอ่น(เอว) โค้ง(ก้นกบ) ตามลำดับ หักลบกันแล้วจะเป็นเส้นตรง
1. กระดูกคอ เคลื่อนไหวได้ทุกทิศ คือ ก้ม เงย ตะแคงซ้าย ขวา หมุนซ้าย ขวา จึงทำให้สึกหรอและปวดได้ง่ายกว่าที่อื่น สาเหตุที่ทำให้คอสึก คือ การนั่ง นอน ทำงาน ในท่าที่ไม่ถูกต้อง
2. กระดูกทรวงอก เคลื่อนไหวก้มไม่ได้ ได้แต่เอนกับหมุนบิดซ้ายขวา จึงไม่ค่อยเสื่อม
3. กระดูกเอว เคลื่อนไหวได้มาก คือ ก้ม และ เงย

หมอนรองกระดูก

มีลักษณะประกบกันเฉย ๆ โดยมีตัวยึด 4 จุด ตัวที่ยึดนี้เรียกว่า ข้อ ตรงกลางหมอนรองกระดูกเป็นศูนย์รวมประสาท เส้นประสาทจะโผล่ออก มาตามข้อเพื่อเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย หมอนรองกระดูกจะสึกไปเรื่อย ๆ ตามอายุ ตลอดชีวิตจะสึก 4 ซม. ถือว่าปกติ เช่นสูง 170 พอแก่อายุ 70-80 ปี ความสูงลดลงเหลือ 166 ถือว่าเป็นไปตามธรรมชาติ แต่ถ้าเตี้ยลงปีละ 1 ซม. ถือว่าเป็นโรคกระดูกผุ หญิงวัย 55 ปีขึ้นไป กระดูกจะทรุดลงตามธรรมชาติ ตัวก็จะเตี้ยลง และมีพุงยื่น

เส้นประสาทคอ
มี 8 คู่ ถ้าเกิดกระดูกคอเสื่อมจะเป็นต้นเหตุของอาการปวดตามที่ต่าง ๆ โดยคู่ที่ 1 จะไปที่หัว คู่ที่ 2 หลังหู กระบอกตา ขมับ คู่ที่ 3 ต้นคอ คู่ที่ 4 สะบัก คู่ที่ 5 บ่าและไหล่ คู่ที่6 ต้นแขน คู่ที่ 7 ปลายแขน และคู่ที่ 8 มือ

เส้นประสาทเอว
มี 5 คู่ คือ คู่ที่ 1 เอว คู่ที่ 2 โคนขา คู่ที่ 3 หัวเข่า คู่ที่ 4 น่อง และคู่ที่ 5 เท้า

การปรับปรุงท่าทางในกิจวัตรประจำวัน
ท่านอน
ต้องเหมือนกับคนยืนตรง เวลานอนให้ใช้หมอนหนุนคอ จงจำไว้หมอนมีไว้หนุนคอ ไม่ใช่หนุนหัว หมอนที่ดีมีลักษณะตรงกลางบางกว่าซ้ายและขวา หากไม่มีหมอนจะใช้ผ้าขนหนูม้วนเป็นแท่ง แล้วรองหนุนคอให้พอดีก็ได้

นอนหงาย การนอนหงายจะทำให้หลังแอ่น วิธีแก้ต้องงอสะโพกและเข่า โดยมีหมอนรองใต้โคนขา หลังจะแบบเรียบติดที่นอน

นอนตะแคง เป็นท่านอนที่ดีที่สุด หลังจะตรง นอนตะแคงข้างใด ก็ได้โดยกอดหมอนข้างใบใหญ่ ขาล่างเหยียดตรง ขาบนงอก่ายบนหมอนข้าง

นอนคว่ำ เป็นท่านอนที่ไม่ดี ห้ามนอนท่านี้เด็ดขาด เพราะจะทำให้กระดูกสันหลังแอ่น ทำให้ปวดหลังระดับเอวมากขึ้น

กระดูกเอวและคอเสื่อม
# การลุกจากที่นอนและการลงนอน ห้ามสปริงตัวลุกขึ้นมาตรง ๆ เพราะหลังจะสึกมาก ควรปฏิบัติดังนี้

ถ้านอนหงายอยู่ให้งอเข่าขึ้นมาก่อน ตะแคงตัวในขณะเข่ายังงออยู่ ใช้ข้อศอกและมือยันตัวขึ้นในขณะที่ ห้อยเท้าทั้ง 2 ข้าง ลงจากเตียง ดันตัวขึ้นมาในท่านั่งตรงได้ โดยให้เท้าวางราบบนพื้น ในท่าลงนอนให้ทำสวนกับข้างบนนี้

การดูโทรทัศน์ หรืออ่านหนังสือ
ห้ามนอนดู TV หรือนอนอ่านหนังสือ เพราะจะทำให้หมอนรองกระดูกคอสึก ควรนั่งจะดีกว่า

การนั่ง

ควรนั่งเข้าให้สุดทีรองก้น หลังพิงสนิทกับพนักพิง หลังจะตรง เท้าวางบนพื้นเต็มเท้า
ส่วนสำคัญของเก้าอี้
- สูงพอดีเท้าวางราบบนพื้นได้
- ที่นั่ง รองรับจากก้นถึงใต้เข่า
- พนักพิง เริ่มจากที่นั่งสูงถึงระดับสะบัก โดยทำมุม 110 องศากับที่นั่งรองก้น

**ปรึกษาสุขภาพ / สอบถามเพิ่มเติม ฟรี ด่วน !!!!!
คลิกที่ลิงท์ด้านล่าง เลย ค่ะ

>>>> https://goo.gl/59oVtB

# คุณภรปภัช
Tel : 065-0964546

😍สมองก็เช่นเดี่ยวกันกับอวัยวะอื่นๆ ที่ต้องการสารอาหารให้เพียงพอต่อการทำงานปกติ มีการประเมินเด็กสมาธิสั้นพบว่า ส่วนใหญ่จะ...
15/06/2017

😍สมองก็เช่นเดี่ยวกันกับอวัยวะอื่นๆ ที่ต้องการสารอาหารให้เพียงพอต่อการทำงานปกติ มีการประเมินเด็กสมาธิสั้นพบว่า ส่วนใหญ่จะขาดสารอาหารที่จำเป็นและมีความไม่สมดุลเกิดขึ้น ถ้าหากได้รับการแก้ไขแล้วจะทำให้เด็กมีอาการดีขึ้นชัดเจนทั้งด้านพฤติกรรมและการเรียน

**ปรึกษาสุขภาพ / สอบถามเพิ่มเติม ฟรี ด่วน !!!!!
คลิกที่ลิงท์ด้านล่าง เลย ค่ะ

>>>> https://goo.gl/59oVtB

# คุณภรปภัช
Tel : 065-0964546

🍔สารอาหารที่จำเป็นและมีประโยชน์ต่อเด็กสมาธิสั้น ได้แก่

1.ไทโรซีน (Tyrosine) น้ำมันเชื้อเพลิงของเด็กสมาธิสั้น
ไทโรซีน เป็นกรดอะมิโมจำเป็น (Essential Amino Acid) ปกติแล้วจะใช้ในการสร้างโปรตีน เมื่อเข้าสู่สมองจะถูกนำไปสร้างเป็นสารสื่อนำประสาท ไทโรซีน เป็นจุดเริ่มต้นของการสังเคราะห์โดปามีนและนอร์เอพิเนฟฟริน ในสภาวะที่ต้องเผชิญหน้ากับความเครียดร่างกายมีความจำเป็นต้องการใช้ไทโรซีนมากขึ้น

ไทโรซีน และ โรคสมาธิสั้น
จากที่เราทราบกันว่าโรคสมาธิสั้นนั้นมีความไม่สมดุลของสารสื่อนำประสาทโดปามีนที่ไม่เพียงพอต่อการใช้งานของสมองส่วนหน้า ไทโรซีนถือเป็นอาหารเสริมหลักที่นิยมใช้เป็นส่วนใหญ่เพื่อนำไปสร้างโดปามีนมากขึ้นต่อการต้องการ ในช่วงหลังจึงมีการนำไทโรซีนมาสกัด และ ใช้แทนยามากขึ้น เพราะ ไทโรซีนเป็นสารอาหารจากธรรมชาติจึงไม่เกิดผลข้างเคียง

🐷ไทโรซีนนั้นสามารถพบได้ในโปรตีนของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด เช่น เนื้อสัตว์ และ ผัก
ขนาดที่เหมาะสมควรอยู่ที่ 100-500 มิลลิกรัมต่อวัน

2.วิตามินบี 6 หรือ รู้จักกันในชื่อ ไพริด๊อกซีน (Pyridoxine)
เป็นตัวร่วมสำคัญในการสร้างและเผาผลาญกรดอะมิโนต่างๆ ซึ่งเกี่ยวกับการสร้างสารสื่อนำประสาท เช่น โดปามีนและซีโรโตนิน โรคสมาธิสั้นมีความไม่สมดุลของสารสื่อนำประสาทโดปามันมีน้อยกว่าปกติ ดังนั้นการให้วิตามินบี 6 ในขนาดที่สูงสามารถช่วยให้อาการของเด็กดีขึ้นได้ จากประสบการณ์ของแพทย์ทั่วไปพบว่า วิตามินบี 6 อาจจะช่วยลดอาการของเด็กสมาธิสั้นลงได้บ้าง

🐷วิตามินบี 6 สมารถพบได้ใน ปลา, ไข่, ตับ, ข้าวไม่ขัดสี, จมูกข้าวสาลี, รำข้าว, ข้าวโอ๊ต, วอลนัท, ถั่วเหลือง, ถั่วลิสง, บริวเวอร์ยีสต์, กากน้ำตาล, กะหล่ำปลี, แคนตาลูป
ขนาดที่เหมาะสมควรอยู่ที่ 25-100 มิลลิกรัมต่อวัน (สำหรับการแก้ไขปัญหาสมาธิสั้น โรคลมชัก และโรคซึมเศร้า)

3.น้ำมันปลา-กรดไขมันจำเป็น (Essential Fatty Acids)
สกัดมาจากปลาสดในทะเลเขตหนาว ซึ่งเป็นแหล่งของกรดไขมันจำเป็นในกลุ่มโอเมก้า 3 (Omega 3) ที่เรียกว่า อีพีเอ และดีเอสเอ ดังนั้นน้ำมันปลาจึงมีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเยื่อหุ้มของเซลล์สมองได้
ในปี ค.ศ. 1987 Michell EA. และคณะ ได้ตรวจวัดระดับของกรดไขมันในน้ำเลือด (Plasma Fatty Acid) ของเด็กสมาธิสั้นเปรียบเทียบกับเด็กปกติ พบว่าเด็กสมาธิสั้นมีระดับของดีเอชเอและกรดอะราชิโดนิก (Arachidonic Acid-AA) ต่ำกว่าเด็กปกติอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น การเพิ่มน้ำปลาจึงน่าจะช่วยแก้ไขความบกพร่องอันนี้

🐷น้ำมันปลาสามารถพบได้ในปลาเขตหนาว เช่น ปลาแซลม่อน ปลาทูน่า ปลาซาดีน

4.แร่ธาตุแมกนีเซียม (Magnesium)
ธาตุแมกนีเซี่ยมเป็นแร่ธาตุที่สำคัญตัวหนึ่งในร่างกาย เพราะเป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์ต่างๆ กล้ามเนื้อ สมองและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันต่างๆ มีส่วนเกี่ยวข้องในปฎิกิริยาเอนไซม์มากกว่า 300 ชนิด แมกนีเซียมเป็นสิ่งจำเป็นในการรักษาระดับศักย์ไฟฟ้าของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ และ ยังทำหน้าที่ในการส่งต่อสัญญาณประสาท จึงช่วยบรรเทาอาการที่เกี่ยวกับสมองได้

ในปี ค.ศ. 1997 T.Kozielec และคณะได้ตรวจสอบระดับของแมกนีเซียมในเด็กสมาธิสั้น พบว่า ร้อยละ 95 ของเด็กสมาธิสั้นมีการขาดแมกนีเซียมและพบได้บ่อยกว่าในเด็กปกติ คณะผู้ศึกษาได้ทดลองให้อาหารเสริมแมกนีเซียมรักษาเด็กสมาธิสั้นเป็นระยะเวลา 6 เดือน พบว่าอาการอยู่ไม่นิ่ง ซนผิดปกติลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดเจนเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้แมกนีเซียม

🐷แมกนีเซียมสามารถพบได้ใน ผักสีเขียวเข้ม, กล้วย, ข้าวกล้อง, มะเดื่อ,ฝรั่ง, อัลมอนต์, ข้าวสาลี, ข้าวบาร์เล่ย์, ข้าวโพด, จมูกข้าวสาลี, เมล็ดธัญพืช เช่น ถั่วลิสง, งา และในเมล็ดมะม่วงหิมพานต์

5.สารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Grape Seed Extract)
ประกอบด้วยสารโปรแอนโทไซยาดิน (Proanthocyadin) ซึ่งพบว่าช่วยเพิ่มเลือดไปเลี้ยงสมองและเป็นสารช่วยยับยั้งอนุมูลอิสระอย่างแรง มากกว่าวิตามินอี 20-50 เท่า

6.แอลคาร์โนซีน (L-Carmosine) – ความหวังของเด็กออทิสติก
เป็นกรดอะมิโน 2 ชนิดเชื่อมกัน (Amino Acid Dipeptide) ที่ประกอบด้วยฮีสทีดีน (Histidine) และอลานีน (Alanine) สามารถช่วยเพิ่มการทำงานของสมองส่วนหน้าให้ดีขึ้น

🍉สรุปสารอาหารต่างๆ กับ โรคสมาธิสั้น
เนื่องจากโรคสมาธิสั้นมีความผิดปกติที่สมองส่วนหน้าทำงานได้อย่างไม่เต็มที่และมีเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ ดังนั้น อะไรที่ไปช่วยเพิ่มการทำงานของสมองส่วนหน้าและเพิ่มเลือดไปเลี้ยงสมองในส่วนนี้ ก็น่าจะทำให้เด็กอาการดีขึ้นได้

👍ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก หนังสือ โรคสมาธิสั้น หลากหลายวิธีบำบัดเพื่อลูกรัก และ เว็บไซต์ th.wikipedia.org
โดย นพ. มาโนช อาภรณ์สุวรรณ

🤣สนใจปรึกษาสมาธิสั้น หรือ

😍สมองก็เช่นเดี่ยวกันกับอวัยวะอื่นๆ ที่ต้องการสารอาหารให้เพียงพอต่อการทำงานปกติ มีการประเมินเด็กสมาธิสั้นพบว่า ส่วนใหญ่จะขาดสารอาหารที่จำเป็นและมีความไม่สมดุลเกิดขึ้น ถ้าหากได้รับการแก้ไขแล้วจะทำให้เด็กมีอาการดีขึ้นชัดเจนทั้งด้านพฤติกรรมและการเรียน

🍔สารอาหารที่จำเป็นและมีประโยชน์ต่อเด็กสมาธิสั้น ได้แก่

1.ไทโรซีน (Tyrosine) น้ำมันเชื้อเพลิงของเด็กสมาธิสั้น
ไทโรซีน เป็นกรดอะมิโมจำเป็น (Essential Amino Acid) ปกติแล้วจะใช้ในการสร้างโปรตีน เมื่อเข้าสู่สมองจะถูกนำไปสร้างเป็นสารสื่อนำประสาท ไทโรซีน เป็นจุดเริ่มต้นของการสังเคราะห์โดปามีนและนอร์เอพิเนฟฟริน ในสภาวะที่ต้องเผชิญหน้ากับความเครียดร่างกายมีความจำเป็นต้องการใช้ไทโรซีนมากขึ้น

ไทโรซีน และ โรคสมาธิสั้น
จากที่เราทราบกันว่าโรคสมาธิสั้นนั้นมีความไม่สมดุลของสารสื่อนำประสาทโดปามีนที่ไม่เพียงพอต่อการใช้งานของสมองส่วนหน้า ไทโรซีนถือเป็นอาหารเสริมหลักที่นิยมใช้เป็นส่วนใหญ่เพื่อนำไปสร้างโดปามีนมากขึ้นต่อการต้องการ ในช่วงหลังจึงมีการนำไทโรซีนมาสกัด และ ใช้แทนยามากขึ้น เพราะ ไทโรซีนเป็นสารอาหารจากธรรมชาติจึงไม่เกิดผลข้างเคียง

🐷ไทโรซีนนั้นสามารถพบได้ในโปรตีนของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด เช่น เนื้อสัตว์ และ ผัก
ขนาดที่เหมาะสมควรอยู่ที่ 100-500 มิลลิกรัมต่อวัน

2.วิตามินบี 6 หรือ รู้จักกันในชื่อ ไพริด๊อกซีน (Pyridoxine)
เป็นตัวร่วมสำคัญในการสร้างและเผาผลาญกรดอะมิโนต่างๆ ซึ่งเกี่ยวกับการสร้างสารสื่อนำประสาท เช่น โดปามีนและซีโรโตนิน โรคสมาธิสั้นมีความไม่สมดุลของสารสื่อนำประสาทโดปามันมีน้อยกว่าปกติ ดังนั้นการให้วิตามินบี 6 ในขนาดที่สูงสามารถช่วยให้อาการของเด็กดีขึ้นได้ จากประสบการณ์ของแพทย์ทั่วไปพบว่า วิตามินบี 6 อาจจะช่วยลดอาการของเด็กสมาธิสั้นลงได้บ้าง

🐷วิตามินบี 6 สมารถพบได้ใน ปลา, ไข่, ตับ, ข้าวไม่ขัดสี, จมูกข้าวสาลี, รำข้าว, ข้าวโอ๊ต, วอลนัท, ถั่วเหลือง, ถั่วลิสง, บริวเวอร์ยีสต์, กากน้ำตาล, กะหล่ำปลี, แคนตาลูป
ขนาดที่เหมาะสมควรอยู่ที่ 25-100 มิลลิกรัมต่อวัน (สำหรับการแก้ไขปัญหาสมาธิสั้น โรคลมชัก และโรคซึมเศร้า)

3.น้ำมันปลา-กรดไขมันจำเป็น (Essential Fatty Acids)
สกัดมาจากปลาสดในทะเลเขตหนาว ซึ่งเป็นแหล่งของกรดไขมันจำเป็นในกลุ่มโอเมก้า 3 (Omega 3) ที่เรียกว่า อีพีเอ และดีเอสเอ ดังนั้นน้ำมันปลาจึงมีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเยื่อหุ้มของเซลล์สมองได้
ในปี ค.ศ. 1987 Michell EA. และคณะ ได้ตรวจวัดระดับของกรดไขมันในน้ำเลือด (Plasma Fatty Acid) ของเด็กสมาธิสั้นเปรียบเทียบกับเด็กปกติ พบว่าเด็กสมาธิสั้นมีระดับของดีเอชเอและกรดอะราชิโดนิก (Arachidonic Acid-AA) ต่ำกว่าเด็กปกติอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น การเพิ่มน้ำปลาจึงน่าจะช่วยแก้ไขความบกพร่องอันนี้

🐷น้ำมันปลาสามารถพบได้ในปลาเขตหนาว เช่น ปลาแซลม่อน ปลาทูน่า ปลาซาดีน

4.แร่ธาตุแมกนีเซียม (Magnesium)
ธาตุแมกนีเซี่ยมเป็นแร่ธาตุที่สำคัญตัวหนึ่งในร่างกาย เพราะเป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์ต่างๆ กล้ามเนื้อ สมองและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันต่างๆ มีส่วนเกี่ยวข้องในปฎิกิริยาเอนไซม์มากกว่า 300 ชนิด แมกนีเซียมเป็นสิ่งจำเป็นในการรักษาระดับศักย์ไฟฟ้าของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ และ ยังทำหน้าที่ในการส่งต่อสัญญาณประสาท จึงช่วยบรรเทาอาการที่เกี่ยวกับสมองได้

ในปี ค.ศ. 1997 T.Kozielec และคณะได้ตรวจสอบระดับของแมกนีเซียมในเด็กสมาธิสั้น พบว่า ร้อยละ 95 ของเด็กสมาธิสั้นมีการขาดแมกนีเซียมและพบได้บ่อยกว่าในเด็กปกติ คณะผู้ศึกษาได้ทดลองให้อาหารเสริมแมกนีเซียมรักษาเด็กสมาธิสั้นเป็นระยะเวลา 6 เดือน พบว่าอาการอยู่ไม่นิ่ง ซนผิดปกติลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดเจนเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้แมกนีเซียม

🐷แมกนีเซียมสามารถพบได้ใน ผักสีเขียวเข้ม, กล้วย, ข้าวกล้อง, มะเดื่อ,ฝรั่ง, อัลมอนต์, ข้าวสาลี, ข้าวบาร์เล่ย์, ข้าวโพด, จมูกข้าวสาลี, เมล็ดธัญพืช เช่น ถั่วลิสง, งา และในเมล็ดมะม่วงหิมพานต์

5.สารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Grape Seed Extract)
ประกอบด้วยสารโปรแอนโทไซยาดิน (Proanthocyadin) ซึ่งพบว่าช่วยเพิ่มเลือดไปเลี้ยงสมองและเป็นสารช่วยยับยั้งอนุมูลอิสระอย่างแรง มากกว่าวิตามินอี 20-50 เท่า

6.แอลคาร์โนซีน (L-Carmosine) – ความหวังของเด็กออทิสติก
เป็นกรดอะมิโน 2 ชนิดเชื่อมกัน (Amino Acid Dipeptide) ที่ประกอบด้วยฮีสทีดีน (Histidine) และอลานีน (Alanine) สามารถช่วยเพิ่มการทำงานของสมองส่วนหน้าให้ดีขึ้น

🍉สรุปสารอาหารต่างๆ กับ โรคสมาธิสั้น
เนื่องจากโรคสมาธิสั้นมีความผิดปกติที่สมองส่วนหน้าทำงานได้อย่างไม่เต็มที่และมีเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ ดังนั้น อะไรที่ไปช่วยเพิ่มการทำงานของสมองส่วนหน้าและเพิ่มเลือดไปเลี้ยงสมองในส่วนนี้ ก็น่าจะทำให้เด็กอาการดีขึ้นได้

👍ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก หนังสือ โรคสมาธิสั้น หลากหลายวิธีบำบัดเพื่อลูกรัก และ เว็บไซต์ th.wikipedia.org
โดย นพ. มาโนช อาภรณ์สุวรรณ

🤣สนใจปรึกษาสมาธิสั้น หรือ

😍สมองก็เช่นเดี่ยวกันกับอวัยวะอื่นๆ ที่ต้องการสารอาหารให้เพียงพอต่อการทำงานปกติ มีการประเมินเด็กสมาธิสั้นพบว่า ส่วนใหญ่จะขาดสารอาหารที่จำเป็นและมีความไม่สมดุลเกิดขึ้น ถ้าหากได้รับการแก้ไขแล้วจะทำให้เด็กมีอาการดีขึ้นชัดเจนทั้งด้านพฤติกรรมและการเรียน

🍔สารอาหารที่จำเป็นและมีประโยชน์ต่อเด็กสมาธิสั้น ได้แก่

1.ไทโรซีน (Tyrosine) น้ำมันเชื้อเพลิงของเด็กสมาธิสั้น
ไทโรซีน เป็นกรดอะมิโมจำเป็น (Essential Amino Acid) ปกติแล้วจะใช้ในการสร้างโปรตีน เมื่อเข้าสู่สมองจะถูกนำไปสร้างเป็นสารสื่อนำประสาท ไทโรซีน เป็นจุดเริ่มต้นของการสังเคราะห์โดปามีนและนอร์เอพิเนฟฟริน ในสภาวะที่ต้องเผชิญหน้ากับความเครียดร่างกายมีความจำเป็นต้องการใช้ไทโรซีนมากขึ้น

ไทโรซีน และ โรคสมาธิสั้น
จากที่เราทราบกันว่าโรคสมาธิสั้นนั้นมีความไม่สมดุลของสารสื่อนำประสาทโดปามีนที่ไม่เพียงพอต่อการใช้งานของสมองส่วนหน้า ไทโรซีนถือเป็นอาหารเสริมหลักที่นิยมใช้เป็นส่วนใหญ่เพื่อนำไปสร้างโดปามีนมากขึ้นต่อการต้องการ ในช่วงหลังจึงมีการนำไทโรซีนมาสกัด และ ใช้แทนยามากขึ้น เพราะ ไทโรซีนเป็นสารอาหารจากธรรมชาติจึงไม่เกิดผลข้างเคียง

🐷ไทโรซีนนั้นสามารถพบได้ในโปรตีนของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด เช่น เนื้อสัตว์ และ ผัก
ขนาดที่เหมาะสมควรอยู่ที่ 100-500 มิลลิกรัมต่อวัน

2.วิตามินบี 6 หรือ รู้จักกันในชื่อ ไพริด๊อกซีน (Pyridoxine)
เป็นตัวร่วมสำคัญในการสร้างและเผาผลาญกรดอะมิโนต่างๆ ซึ่งเกี่ยวกับการสร้างสารสื่อนำประสาท เช่น โดปามีนและซีโรโตนิน โรคสมาธิสั้นมีความไม่สมดุลของสารสื่อนำประสาทโดปามันมีน้อยกว่าปกติ ดังนั้นการให้วิตามินบี 6 ในขนาดที่สูงสามารถช่วยให้อาการของเด็กดีขึ้นได้ จากประสบการณ์ของแพทย์ทั่วไปพบว่า วิตามินบี 6 อาจจะช่วยลดอาการของเด็กสมาธิสั้นลงได้บ้าง

🐷วิตามินบี 6 สมารถพบได้ใน ปลา, ไข่, ตับ, ข้าวไม่ขัดสี, จมูกข้าวสาลี, รำข้าว, ข้าวโอ๊ต, วอลนัท, ถั่วเหลือง, ถั่วลิสง, บริวเวอร์ยีสต์, กากน้ำตาล, กะหล่ำปลี, แคนตาลูป
ขนาดที่เหมาะสมควรอยู่ที่ 25-100 มิลลิกรัมต่อวัน (สำหรับการแก้ไขปัญหาสมาธิสั้น โรคลมชัก และโรคซึมเศร้า)

3.น้ำมันปลา-กรดไขมันจำเป็น (Essential Fatty Acids)
สกัดมาจากปลาสดในทะเลเขตหนาว ซึ่งเป็นแหล่งของกรดไขมันจำเป็นในกลุ่มโอเมก้า 3 (Omega 3) ที่เรียกว่า อีพีเอ และดีเอสเอ ดังนั้นน้ำมันปลาจึงมีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเยื่อหุ้มของเซลล์สมองได้
ในปี ค.ศ. 1987 Michell EA. และคณะ ได้ตรวจวัดระดับของกรดไขมันในน้ำเลือด (Plasma Fatty Acid) ของเด็กสมาธิสั้นเปรียบเทียบกับเด็กปกติ พบว่าเด็กสมาธิสั้นมีระดับของดีเอชเอและกรดอะราชิโดนิก (Arachidonic Acid-AA) ต่ำกว่าเด็กปกติอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น การเพิ่มน้ำปลาจึงน่าจะช่วยแก้ไขความบกพร่องอันนี้

🐷น้ำมันปลาสามารถพบได้ในปลาเขตหนาว เช่น ปลาแซลม่อน ปลาทูน่า ปลาซาดีน

4.แร่ธาตุแมกนีเซียม (Magnesium)
ธาตุแมกนีเซี่ยมเป็นแร่ธาตุที่สำคัญตัวหนึ่งในร่างกาย เพราะเป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์ต่างๆ กล้ามเนื้อ สมองและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันต่างๆ มีส่วนเกี่ยวข้องในปฎิกิริยาเอนไซม์มากกว่า 300 ชนิด แมกนีเซียมเป็นสิ่งจำเป็นในการรักษาระดับศักย์ไฟฟ้าของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ และ ยังทำหน้าที่ในการส่งต่อสัญญาณประสาท จึงช่วยบรรเทาอาการที่เกี่ยวกับสมองได้

ในปี ค.ศ. 1997 T.Kozielec และคณะได้ตรวจสอบระดับของแมกนีเซียมในเด็กสมาธิสั้น พบว่า ร้อยละ 95 ของเด็กสมาธิสั้นมีการขาดแมกนีเซียมและพบได้บ่อยกว่าในเด็กปกติ คณะผู้ศึกษาได้ทดลองให้อาหารเสริมแมกนีเซียมรักษาเด็กสมาธิสั้นเป็นระยะเวลา 6 เดือน พบว่าอาการอยู่ไม่นิ่ง ซนผิดปกติลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดเจนเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้แมกนีเซียม

🐷แมกนีเซียมสามารถพบได้ใน ผักสีเขียวเข้ม, กล้วย, ข้าวกล้อง, มะเดื่อ,ฝรั่ง, อัลมอนต์, ข้าวสาลี, ข้าวบาร์เล่ย์, ข้าวโพด, จมูกข้าวสาลี, เมล็ดธัญพืช เช่น ถั่วลิสง, งา และในเมล็ดมะม่วงหิมพานต์

5.สารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Grape Seed Extract)
ประกอบด้วยสารโปรแอนโทไซยาดิน (Proanthocyadin) ซึ่งพบว่าช่วยเพิ่มเลือดไปเลี้ยงสมองและเป็นสารช่วยยับยั้งอนุมูลอิสระอย่างแรง มากกว่าวิตามินอี 20-50 เท่า

6.แอลคาร์โนซีน (L-Carmosine) – ความหวังของเด็กออทิสติก
เป็นกรดอะมิโน 2 ชนิดเชื่อมกัน (Amino Acid Dipeptide) ที่ประกอบด้วยฮีสทีดีน (Histidine) และอลานีน (Alanine) สามารถช่วยเพิ่มการทำงานของสมองส่วนหน้าให้ดีขึ้น

🍉สรุปสารอาหารต่างๆ กับ โรคสมาธิสั้น
เนื่องจากโรคสมาธิสั้นมีความผิดปกติที่สมองส่วนหน้าทำงานได้อย่างไม่เต็มที่และมีเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ ดังนั้น อะไรที่ไปช่วยเพิ่มการทำงานของสมองส่วนหน้าและเพิ่มเลือดไปเลี้ยงสมองในส่วนนี้ ก็น่าจะทำให้เด็กอาการดีขึ้นได้

👍ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก หนังสือ โรคสมาธิสั้น หลากหลายวิธีบำบัดเพือลูกรัก
โดย นพ. มาโนช อาภรณ์สุวรรณ

🤣สนใจปรึกษาสมาธิสั้น

**ปรึกษาสุขภาพ / สอบถามเพิ่มเติม ฟรี ด่วน !!!!!
คลิกที่ลิงท์ด้านล่าง เลย ค่ะ

>>>> https://goo.gl/59oVtB

# คุณภรปภัช
Tel : 065-0964546

ที่อยู่

Min Buri
10510

เบอร์โทรศัพท์

0650964546

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ศูนย์ปรึกษา ดูแลกระดูก ข้อ และดวงตา แบบธรรมชาติ BY K.Yokผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ศูนย์ปรึกษา ดูแลกระดูก ข้อ และดวงตา แบบธรรมชาติ BY K.Yok:

แชร์