ร้านยานครเภสัช อำเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี

ร้านยานครเภสัช อำเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี ร้านขายยา

28/01/2026

💊 Hydralazine ในคนไข้โรคไต ที่มี GFR < 10 : ทำไมหมอสั่ง 2x4 ทั้งที่ตำราบอกให้ลด?

เคยไหมครับ? เวลาขึ้นเวรแล้วเจอ Order ยา Hydralazine 25 mg 2 เม็ด วันละ 4 ครั้ง (200 mg/day) ในคนไข้ไตวายระยะสุดท้าย (ESRD) หรือคนไข้ฟอกเลือด...

เภสัชกรอย่างเราเห็นแล้วมือสั่น อยากจะรีบโทร Consult แพทย์ทันที เพราะตำรา (Guideline) ท่องกันมาแม่นว่า "คนไข้โรคไต ต้องปรับ Interval เป็นทุก 8-12 ชม. นะ เดี๋ยวเกิด Toxicity!"

แต่เดี๋ยวก่อนครับ! ก่อนจะกดโทรศัพท์ ลองมาดู "เหตุผลเบื้องหลัง" ที่ Nephrologist (แพทย์โรคไต) หลายท่านเลือกสั่งแบบนี้ ซึ่งอาจไม่มีบอกใน Drug Monograph ทั่วไปครับ

🧠 1. เมื่อ "ความดัน" น่ากลัวกว่า "ยา" (Risk vs. Benefit) คนไข้ ESRD มักมาพร้อมกับภาวะ "Resistant Hypertension" หรือความดันโลหิตสูงที่ดื้อยาแบบสุดๆ สาเหตุจากน้ำเกินบ้าง เส้นเลือดแข็งบ้าง หากมัวแต่จ่ายยาตามตำรา (เช่น ให้แค่วันละ 2 ครั้ง) แล้วคุมความดันไม่อยู่ คนไข้เสี่ยง เส้นเลือดในสมองแตก (Stroke) หรือหัวใจวาย ได้เดี๋ยวนั้นเลย! แพทย์จึงจำเป็นต้องใช้ยา Dose สูงเพื่อ "ยัน" ความดันไว้ก่อนครับ

🧬 2. ความลับใน DNA: คนไทยไม่เหมือนฝรั่ง! เรื่องนี้สำคัญมาก! ตำรายาส่วนใหญ่อิงข้อมูลฝรั่ง (Caucasians) ซึ่งพันธุกรรมของเขาเป็นกลุ่ม "Slow Acetylators" (กำจัดยาช้า) ทำให้เสี่ยงเกิด Drug-induced Lupus สูงมากถ้าใช้ยาเยอะ 📌 แต่คนไทยและเอเชีย... ส่วนใหญ่เป็น "Rapid Acetylators" ครับ! งานวิจัยพบว่าตับคนไทยกำจัดยา Hydralazine ได้เร็วกว่าฝรั่งมาก ทำให้โอกาสเกิดพิษหรือการสะสมยา "น้อยกว่า" ที่ตำราฝรั่งเขียนไว้ เราเลยเห็นการใช้ Dose สูงในบ้านเราได้บ่อยกว่าครับ

⏱️ 3. ระดับยา "ค้าง" แต่ฤทธิ์ "หมด" (PK vs PD Mismatch) จริงอยู่ที่ในคนไข้โรคไต ยาอาจค้างในเลือดนานขึ้น (Half-life ยาว) แต่ "ฤทธิ์ขยายหลอดเลือด" ของ Hydralazine มักจะหมดลงเร็วกว่านั้น! ถ้าเราสั่งยาห่างๆ (เช่น วันละ 2 ครั้ง) ช่วงรอยต่อระหว่างมื้อยา ความดันคนไข้จะดีดตัวสูงขึ้น (Breakthrough HTN) การซอยมื้อยาเป็น 4 ครั้ง (qid) จึงช่วยให้กราฟความดันราบเรียบ (Smooth Control) ได้ดีกว่าครับ

🛡️ บทสรุป: เราควรทำอย่างไร? การสั่ง Hydralazine 2x4 ในคนไข้ ESRD ไม่ใช่เรื่องผิดเสมอไป แต่เป็นการตัดสินใจหน้างานเพื่อ Save ชีวิตคนไข้จาก Stroke โดยอาศัยความได้เปรียบทางพันธุกรรมของคนไทย

หน้าที่ของเราคือ "ยอมรับแต่ไม่ละเลย" ✅ จ่ายยาตามแผนการรักษา ✅ แต่ช่วย Monitor อาการข้างเคียงระยะยาว เช่น ปวดข้อ ผื่นแพ้แสง หรือไข้ต่ำๆ (Signs of Lupus) หากมีอาการเหล่านี้ ค่อยสะกิดคุณหมอให้ปรับยาครับ

#เภสัชกร #โรคไต #ความรู้ยา

💊⚠️ เตือนภัยคู่ยา "เบาหวาน + ไขมัน" ที่ต้องระวัง! ใครที่ทานยาเบาหวานร่วมกับยาลดไขมันไตรกลีเซอไรด์อยู่ ต้องอ่านโพสต์นี้คร...
25/01/2026

💊⚠️ เตือนภัยคู่ยา "เบาหวาน + ไขมัน" ที่ต้องระวัง!

ใครที่ทานยาเบาหวานร่วมกับยาลดไขมันไตรกลีเซอไรด์อยู่ ต้องอ่านโพสต์นี้ครับ! วันนี้ขอมาเล่าเรื่อง Drug Interaction (ยาตีกัน) ของคู่ยาที่เจอบ่อยมาก แต่มีความเสี่ยงสูงครับ

🔴 คู่กรณีของเราคือ:

Gemfibrozil (เจมไฟโบรซิล): ยาลดไขมันไตรกลีเซอไรด์ (แคปซูลขาว-แดง ที่กินก่อนอาหาร)

Pioglitazone (ไพโอกลิทาโซน): ยาเบาหวาน (เม็ดกลมเล็ก ที่กินหลังอาหาร)

💡 ทำไมคู่นี้ถึงอันตราย? ตามปกติร่างกายเราจะมีเอนไซม์ชื่อ CYP2C8 คอยกำจัดยาเบาหวานตัวนี้ออกจากร่างกายครับ แต่เจ้า Gemfibrozil มีฤทธิ์ไป "ยับยั้ง" เอนไซม์ตัวนี้อย่างรุนแรง (Strong Inhibitor)

ผลก็คือ... ร่างกายกำจัดยาเบาหวานไม่ได้ ทำให้ระดับยา Pioglitazone ในเลือดพุ่งสูงขึ้น 3-4 เท่า! (เหมือนเรากินยาเบิ้ลไป 3-4 เม็ดโดยไม่รู้ตัว) 😱

🏥 ความเสี่ยงที่ตามมา: เมื่อระดับยาสูงเกินพิกัด จะเพิ่มความเสี่ยง:

ภาวะบวมน้ำ (Edema): ขาบวม ตัวบวม

น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นผิดปกติ

หัวใจล้มเหลว (Heart Failure): หรือน้ำท่วมปอด ซึ่งอันตรายมากโดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือคนที่มีโรคหัวใจอยู่เดิม

✅ ทางออกและการแก้ไข (Pharmacist Recommendation): หากคุณหรือคนใกล้ตัวทานยานี้คู่กันอยู่ อย่าเพิ่งหยุดยาเองนะครับ แต่แนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อปรับยา ดังนี้:

ทางเลือกที่ดีที่สุด (Best Option): เปลี่ยนยาไขมันจาก Gemfibrozil เป็น "Fenofibrate" แทน ยาตัวนี้เก่งพอๆ กันแต่ไม่ตีกับยาเบาหวาน ปลอดภัยกว่ามากครับ

ทางเลือกรอง (ถ้าเปลี่ยนไม่ได้): ต้องลดขนาดยา Pioglitazone ลง ห้ามเกิน 15 mg ต่อวัน เพื่อความปลอดภัย

👨‍⚕️ สรุป : การรักษาโรคเรื้อรัง ยาต้องดีและต้อง "ปลอดภัย" ด้วยครับ ใครถือยา 2 ตัวนี้อยู่ ลองหยิบมาเช็กชื่อยาดูนะครับ หรือถ้าไม่แน่ใจ ถือถุงยามาปรึกษาเภสัชกรที่โรงพยาบาลหรือร้านยาใกล้บ้านได้เลยครับ

ด้วยความปรารถนาดี [ ร้านยานครเภสัช ]

📚 Reference:

Lexicomp® Drug Interactions: Category D (Consider therapy modification)

US FDA Safety Announcement

#เภสัชกรเล่าเรื่องยา #เบาหวาน #ไขมันในเลือด #สาระสุขภาพ #เภสัชกรชุมชน

24/01/2026
🔴 รู้ทัน "ไวรัสนิปาห์" (Nipah Virus) โรคร้ายที่ยังไม่มียารักษา 🦇ช่วงนี้หลายท่านอาจได้ยินข่าวการระบาดของ ไวรัสนิปาห์ (Nip...
23/01/2026

🔴 รู้ทัน "ไวรัสนิปาห์" (Nipah Virus) โรคร้ายที่ยังไม่มียารักษา 🦇

ช่วงนี้หลายท่านอาจได้ยินข่าวการระบาดของ ไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus - NiV) ในต่างประเทศ และกรมควบคุมโรคของไทยเราก็ได้มีการประกาศเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ในฐานะเภสัชกร ผมจึงขอสรุปข้อมูลสำคัญของไวรัสชนิดนี้ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องและการป้องกันตัวครับ

🦠 ไวรัสนิปาห์คืออะไร? เป็นเชื้อไวรัสในตระกูล Paramyxoviridae รังโรคตามธรรมชาติคือ "ค้างคาวแม่ไก่" (Pteropus species) หรือ Fruit bats ซึ่งเชื้อนี้มีความรุนแรงสูงและมีอัตราการเสียชีวิต (Case Fatality Rate) สูงถึง 40-75% ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และการระบาดในแต่ละครั้ง

👥 การแพร่เชื้อ (Transmission) เชื้อสามารถติดต่อมาสู่คนได้ 3 ช่องทางหลัก:

Zoonotic transmission: ติดจากการสัมผัสโดยตรงกับสัตว์ที่ติดเชื้อ เช่น หมู หรือ ค้างคาว

Foodborne transmission: การรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนน้ำลายหรือปัสสาวะของค้างคาว โดยเฉพาะน้ำตาลสดดิบ (Raw date palm sap) หรือผลไม้ที่มีรอยค้างคาวกัด

Human-to-Human transmission: การติดจากคนสู่คน ผ่านสารคัดหลั่ง (Respiratory droplets) มักพบในผู้ดูแลผู้ป่วยใกล้ชิด หรือบุคลากรทางการแพทย์ที่ขาดการป้องกัน

sc อาการทางคลินิก (Clinical Manifestation) ระยะฟักตัว (Incubation period) ปกติอยู่ที่ 4-14 วัน แต่อาจยาวนานได้ถึง 45 วัน อาการแบ่งเป็น:

อาการนำ: ไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เจ็บคอ และอาจมีอาการทางระบบทางเดินหายใจ (Respiratory distress)

อาการรุนแรง: เชื้อจะเข้าทำลายระบบประสาท ทำให้เกิดภาวะสมองอักเสบเฉียบพลัน (Acute Encephalitis) ผู้ป่วยจะมีอาการซึม สับสน ชัก และอาจเข้าสู่ภาวะโคม่า (Coma) ภายใน 24-48 ชั่วโมง

💊 มียารักษาหรือไม่? ปัจจุบัน ยังไม่มียาต้านไวรัสจำเพาะ (No specific antiviral treatment) และยังไม่มีวัคซีนป้องกัน การรักษาในปัจจุบันเป็นแบบประคับประคองตามอาการ (Supportive Care) เท่านั้น ดังนั้น การป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

🛡️ วิธีป้องกัน

หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่วย หรือสัตว์ที่เป็นพาหะ

ล้างผลไม้ให้สะอาด และปอกเปลือกก่อนรับประทาน ไม่ทานผลไม้ที่มีรอยกัดแทะ

หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำตาลสดดิบที่ไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อ

บุคลากรด่านหน้าต้องใช้มาตรฐาน Infection Control อย่างเคร่งครัด

ด้วยความห่วงใยครับ [ ร้านยานครเภสัช ]

📚 References:

World Health Organization (WHO). Nipah virus. [Internet]. 2024. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/nipah-virus

Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Nipah Virus (NiV). [Internet]. 2024.

UpToDate. Nipah virus infection. [Topic last updated: Dec 2025].

☢ ไขข้อข้องใจเรื่อง "การแพ้ยา": รู้ทัน ป้องกันได้ ปลอดภัยกว่าหนึ่งในคำถามที่ผมมักจะได้รับอยู่เสมอคือเรื่อง "การแพ้ยา" หล...
11/05/2025

☢ ไขข้อข้องใจเรื่อง "การแพ้ยา": รู้ทัน ป้องกันได้ ปลอดภัยกว่า

หนึ่งในคำถามที่ผมมักจะได้รับอยู่เสมอคือเรื่อง "การแพ้ยา" หลายท่านอาจจะยังมีความสับสน กังวล หรือไม่แน่ใจว่าแท้จริงแล้วการแพ้ยาคืออะไรกันแน่ วันนี้ผมจะมาไขข้อข้องใจในเรื่องนี้ เพื่อให้ทุกท่านมีความเข้าใจที่ถูกต้อง สามารถสังเกตอาการเบื้องต้น และรู้วิธีป้องกันการเกิดซ้ำได้อย่างเหมาะสมครับ

Ⓐ "การแพ้ยา" คืออะไร? ใช่ "ผลข้างเคียงจากยา" หรือไม่?

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจว่า การแพ้ยา (Drug Allergy) ไม่ใช่สิ่งเดียวกับ ผลข้างเคียงจากยา (Drug Side Effects) ครับ

✡ การแพ้ยา คือปฏิกิริยาของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายที่ตอบสนองต่อยาตัวใดตัวหนึ่งหรือส่วนประกอบในตำรับยาอย่างผิดปกติ โดยมองว่ายานั้นเป็น "สิ่งแปลกปลอม" ที่ต้องกำจัดออกไป ทำให้เกิดอาการแสดงต่างๆ ซึ่งความรุนแรงมีได้ตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงรุนแรงมากจนอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ปฏิกิริยานี้มักไม่ได้เกิดขึ้นในการใช้ยาครั้งแรก แต่อาจเกิดขึ้นเมื่อได้รับยาซ้ำในครั้งต่อไป

✡ ผลข้างเคียงจากยา คืออาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นจากการออกฤทธิ์ของยาโดยตรง และมักจะสามารถคาดการณ์ได้ เช่น ยาแก้แพ้บางชนิดทำให้ง่วงนอน ยาแก้ปวดบางชนิดทำให้ระคายเคืองกระเพาะอาหาร ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะระบุอยู่ในเอกสารกำกับยา และความรุนแรงมักไม่มากเท่าการแพ้ยา

Ⓐ อาการแสดงของการแพ้ยาเป็นอย่างไร?

อาการแพ้ยาสามารถเกิดขึ้นได้กับหลายระบบในร่างกาย และมีความหลากหลายมากครับ ที่พบบ่อย ได้แก่

✪ อาการทางผิวหนัง: เป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุด เช่น ผื่นคัน ลมพิษ ผิวหนังบวมแดง มีตุ่มน้ำพอง ผิวลอก ซึ่งอาจเกิดขึ้นเฉพาะที่หรือกระจายทั่วตัว
✪ อาการทางระบบทางเดินหายใจ: เช่น คัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ หายใจลำบาก หายใจมีเสียงหวีด หรือหลอดลมตีบ ทำให้หายใจไม่ออก
✪ อาการทางระบบทางเดินอาหาร: เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย
✪ อาการทางระบบหัวใจและหลอดเลือด: เช่น ใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ ความดันโลหิตต่ำ วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด หรืออาจรุนแรงถึงขั้นช็อกหมดสติ
✪ อาการบวม: เช่น หนังตาบวม ริมฝีปากบวม หน้าบวม ลิ้นบวม ซึ่งหากเกิดบริเวณทางเดินหายใจอาจทำให้อุดกั้นและเป็นอันตรายได้
✪ อาการแพ้รุนแรงเฉียบพลัน (Anaphylaxis): เป็นภาวะแพ้ที่รุนแรงที่สุดและเป็นอันตรายถึงชีวิต อาการมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วหลังได้รับยา เช่น มีผื่นขึ้นทั่วตัวร่วมกับหายใจลำบาก ความดันโลหิตตก ช็อก ซึ่งต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

Ⓐ เราสามารถคาดเดาการเกิดและความรุนแรงของการแพ้ยาได้ไหม?

เป็นคำถามที่สำคัญมากครับ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การคาดการณ์ว่าจะเกิดการแพ้ยากับใครนั้นทำได้ยากมาก ไม่สามารถบอกล่วงหน้าได้ว่าใครจะแพ้ยาตัวไหน หรือเมื่อแพ้แล้วอาการจะรุนแรงเพียงใด เพราะการแพ้ยาขึ้นอยู่กับปัจจัยเฉพาะของแต่ละบุคคล เช่น พันธุกรรม และการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน

อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยบางอย่างที่อาจเพิ่มความเสี่ยงได้บ้าง เช่น

☣ ผู้ที่มีประวัติเคยแพ้ยาชนิดใดชนิดหนึ่งมาก่อน
☣ ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น โรคภูมิแพ้ หอบหืด
☣ การได้รับยาในขนาดสูง หรือได้รับยาเป็นเวลานาน (สำหรับยาบางชนิด)
☣ วิธีการบริหารยา เช่น ยาฉีด อาจมีโอกาสเกิดปฏิกิริยาที่รุนแรงและรวดเร็วกว่ายารับประทาน

ส่วนความรุนแรงของการแพ้ยาก็แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลและชนิดของยา บางคนอาจมีเพียงผื่นคันเล็กน้อย ในขณะที่บางคนอาจมีอาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ แม้ว่าจะได้รับยาตัวเดียวกันก็ตาม ดังนั้น จึงไม่ควรประมาทหากสงสัยว่ามีอาการแพ้ยาครับ

Ⓐ เมื่อสงสัยว่าแพ้ยา ควรทำอย่างไร?

✔ หยุดยาที่สงสัยทันที: นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุดครับ
✔ สังเกตอาการ: จดจำอาการที่เกิดขึ้น ลักษณะของผื่น ระยะเวลาที่เริ่มมีอาการหลังจากได้รับยา
✔ ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรโดยเร็วที่สุด: หากมีอาการไม่รุนแรง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อประเมินอาการและรับคำแนะนำ แต่ถ้ามีอาการรุนแรง เช่น หายใจลำบาก แน่นหน้าอก หน้ามืด หรือมีผื่นขึ้นมาก ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที โดยนำยาทั้งหมดที่ใช้อยู่ไปด้วย (รวมทั้งยาที่เพิ่งหยุด)
✔ ถ่ายรูปผื่น (ถ้ามี): การถ่ายรูปผื่นที่เกิดขึ้นไว้ จะเป็นประโยชน์ในการวินิจฉัยของแพทย์อย่างมาก

Ⓐ ป้องกันการเกิดซ้ำต้องทำอย่างไร?

เมื่อทราบแน่ชัดว่าแพ้ยาตัวใด การป้องกันการเกิดซ้ำเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง โดยมีแนวทางปฏิบัติดังนี้:

✔ จดจำชื่อยาที่แพ้ให้แม่นยำ: ทั้งชื่อสามัญทางยา (Generic Name) และชื่อการค้า (Trade Name) หากไม่แน่ใจ ควรสอบถามจากแพทย์หรือเภสัชกร
✔ แจ้งประวัติการแพ้ยาทุกครั้ง: ก่อนรับการรักษาหรือรับยาจากแพทย์ ทันตแพทย์ หรือเภสัชกรทุกครั้ง ต้องแจ้งชื่อยาที่ท่านแพ้และลักษณะอาการที่เกิดขึ้นให้พวกเขาทราบเสมอ
✔ พกบัตรแพ้ยาติดตัวเสมอ: โรงพยาบาลหรือคลินิกมักจะออกบัตรแพ้ยาให้ ควรพกบัตรนี้ติดตัวไว้ตลอดเวลา เพื่อเป็นข้อมูลสำคัญในกรณีฉุกเฉิน หรือเมื่อต้องรับบริการจากสถานพยาบาลแห่งใหม่
✔ หลีกเลี่ยงยาในกลุ่มเดียวกัน (ถ้าแพทย์แนะนำ): ยาบางชนิดมีโครงสร้างทางเคมีคล้ายคลึงกัน ซึ่งอาจทำให้เกิดการแพ้ข้ามกลุ่มได้ แพทย์หรือเภสัชกรจะให้คำแนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงยาตัวใดบ้าง
✔ ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาใหม่เสมอ: ไม่ว่าจะเป็นยาที่แพทย์สั่งจ่าย ยาที่ซื้อใช้เอง สมุนไพร หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่ได้รับยาที่ท่านแพ้หรือยาที่อาจมีปฏิกิริยาต่อกัน
✔ อย่าใช้ยาของผู้อื่น: แม้ว่าจะมีอาการป่วยคล้ายกัน ก็ไม่ควรนำยาของผู้อื่นมาใช้เอง เพราะอาจเป็นยาที่ท่านแพ้ได้
✔ สังเกตอาการผิดปกติหลังได้รับยาใหม่เสมอ: หากได้รับยาที่ไม่เคยใช้มาก่อน ให้สังเกตอาการของตนเอง หากมีอาการที่สงสัยว่าอาจเป็นการแพ้ยา ควรรีบปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

การแพ้ยาเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่หากเรามีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง รู้จักสังเกตอาการ รู้วิธีปฏิบัติตัวเมื่อสงสัยว่าแพ้ยา และที่สำคัญคือรู้จักวิธีป้องกันการเกิดซ้ำ ก็จะช่วยให้เราใช้ยาได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุดครับ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ยาหรือการแพ้ยา สามารถปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรใกล้บ้านท่านได้เสมอ ด้วยความห่วงใยครับ

ภก. นคร ใบศรี
ร้านยานครเภสัช

ที่อยู่

Nakham
34250

เวลาทำการ

จันทร์ 07:00 - 21:00
อังคาร 07:00 - 21:00
พุธ 07:00 - 21:00
พฤหัสบดี 07:00 - 21:00
ศุกร์ 07:00 - 21:00
เสาร์ 07:00 - 21:00
อาทิตย์ 07:00 - 21:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ร้านยานครเภสัช อำเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์