ฝังเข็มยาจีน หลังกระทรวงสาธารณสุข นนทบุรี คลินิกSerket TCM

ฝังเข็มยาจีน หลังกระทรวงสาธารณสุข นนทบุรี คลินิกSerket TCM คลินิกการแพทย์แผนจีน ฝังเข็ม ครอบแก้ว กัวซา รมยา สมุนไพรจีน นนทบุรี โดยแพทย์จีนมีใบประกอบฯ โทร: 062-5931588, 081-9436824

18/08/2026

🩺 คอคาร์บอน มีชื่อเป็นทางการว่า ผิวหนังช้าง (Acanthosis nigricans) ขัดยังไงก็ไม่ออกนะคะ เพราะมันเกิดจากดื้ออินซูลินค่ะ


เมื่อไม่ดูแลสุขภาพมานาน กินจนรับพลังงานเกินตลอด + ไม่ออกกำลังกาย แถมบางคนมีกรรมพันธุ์ชงมาอีก

สุดท้ายเนื้อเยื่อไขมันจะขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่ผิวหนัง (SAT) และในร่างกาย (VAT) เซลล์จะเบียดกันเองจน stress แล้วหลั่งสารก่ออักเสบออกมาเรื้อรัง


สารก่ออักเสบที่ออกมามากมาย จะสุมไฟให้ตับ - กล้ามเนื้อ - และตัวเซลล์ไขมันเอง อยู่ในสภาวะพร้อมรบตลอดเวลา ซึ่งสภาวะเหล่านี้ มันจะ ‘ไม่ฟังคำสั่งอินซูลิน’ ผลคือ

✔️ ตับสร้างน้ำตาลมากขึ้น
✔️ กล้ามเนื้อและเซลล์ไขมัน ไม่ยอมนำน้ำตาลเข้า

📈 ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงลอย
เรียกภาวะนี้ว่า ‘ดื้ออินซูลิน’


แต่ตับอ่อนผู้สร้างอินซูลินไม่ยอมแพ้
หลั่งอินซูลินออกมามากขึ้น ผลคือ

▪️เซลล์ผิวหนังที่ยังฟังอินซูลินอยู่ โดนกระตุ้นแรงเลย
▪️สารชื่อ IGF-I ที่เกาะกับโปรตีนในเลือด สลัดออกมาใช้งานมากขึ้น

ทำให้ผิวหนังบริเวณคอพับ โดยเฉพาะต้นคอ

☑️ แบ่งตัวมากขึ้นจนหนาเป็นตะปุ่มตะป่ำ
☑️ สร้างเมลานินมาขึ้นจนคล้ำมาก

📍 กลายเป็นผื่นดำดังภาพ


❓ ถ้าขัดไม่ออก แล้วจะแก้ยังไง?
📣 ตอบ: ลดความอ้วนค่ะ ส่วนใหญ่จะหายเลย

✅ ปรับลดการกินลง มียุทธวิธีมากมาย เริ่มศึกษากันได้เลย
✅ เพิ่มการออกกำลังกายมากขึ้น ในช่วงแรกถ้าไม่ใช่สายออกอยู่แล้ว เดือนแรกขอให้ทำแบบง่ายให้ติดกันให้แล้วเพิ่มความหนักขึ้นเรื่อยๆ
✅ จนออกได้ 150 นาที/สัปดาห์ ในระดับที่ทำให้เหนื่อยพอ, และออกเสริมกล้ามเนื้อ 2-3 ครั้ง/สัปดาห์
✅ ให้ความสำคัญกับการนอนให้มาก นอนพอ (6-9 ชม) และคุณภาพดี
✅ งดบุหรี่ งดสุรา เลี่ยง PM2.5 ดูแลสุขภาพจิต ใช่ค่ะคือเรื่องพื้นฐานที่ทำกันยากนั่นแหละค่ะ ทำให้ครบแบบเป็นองค์รวมนะคะ


ทุกอย่างแก้ได้ แบบค่อยเป็นค่อยไป
แต่ถ้าไม่เริ่มซักที มันก็จะอยู่แบบนั้นค่ะ
เป็นกำลังใจให้ทุกท่าน

17/08/2026

ไขมันพอกตับ ไม่ใช่แค่กินอัดเข้ามาเยอะ แต่มันเป็นผลรวมของการพังหลายระบบ ตั้งแต่ตัวตับเอง ไขมันช่องท้อง จนถึงลำไส้

และคนที่เป็นส่วนใหญ่
ก็มักจะพังแทบทุกจุดที่ว่ามาเลยค่ะ


1️⃣ ระบบเมตาบอลิซึมพัง

✨ เป็นผลรวมระหว่างพฤติกรรมการกินที่อัดพลังงานเข้ามาเยอะ กินถี่จนไม่มีช่วงเว้นเลย ทำให้ตับต้องแปลงเป็นไขมันไตรกลีเซอไรด์แล้วส่งไปเก็บที่เนื้อเยื่อไขมันไม่หยุดหย่อน แถมไม่มีการงัดออกมาใช้ผ่านการออกกำลังกาย

แถมถ้ามีภาวะอ้วน โกดังเก็บไขมันในช่องท้อง (VAT) ก็สลายกรดไขมันมาให้ตับเยอะมาก เหมือนโยนภาระให้ตับบริหารจัดการ

สุดท้ายตับรับมือไม่ไหว ส่งออกไม่ทัน
ก็ต้องเก็บไว้ในตัวเอง พอกตับไปเรื่อย ๆ

ยิ่งไปกว่านั้น ผลลัพธ์ทั้งหมดนี้ยังทำให้เกิดภาวะดื้ออินซูลิน
การสร้างไขมันที่ตับก็ยิ่งเร็วขึ้นไปอีก


2️⃣ ระบบนิเวศในตับเสีย

✨ ปกติในตับจะมีเม็ดเลือดขาวอย่าง Kupffer cell และ macrophage อาศัยอยู่ คอยเป็นเหมือนพนักงานเก็บกวาด จัดการสิ่งแปลกปลอมจากลำไส้ แล้วก็นั่งรอทำงานเงียบ ๆ

แต่พฤติกรรมจากข้อ 1 จะทำให้เม็ดเลือดขาวเหล่านี้ได้รับสัญญาณอักเสบจำนวนมาก โดยเฉพาะ “ระบบสัญญาณผ่านตัวรับ” ที่ชื่อ S1P1

ตัวนี้จะเปลี่ยนจาก “พนักงานเก็บกวาด” เป็น “คนถืออาวุธ”
ปลุกโหมดภูมิคุ้มกันเต็มที่ เพราะมันรับรู้ว่ามีอันตราย

แต่ผลคือ ตับยิ่งเสียหาย
เพราะการโจมตีเกิดจากเม็ดเลือดขาวของเราเอง

เซลล์ตับบางตัวที่ทนไม่ไหว
ก็กดสวิตซ์ให้ตัวเองตๅยแบบกระตุ้นการอักเสบ (pyroptosis)

เพื่อเรียกความช่วยเหลือ
แต่กลับยิ่งเรียกเม็ดเลือดขาวเข้ามาเพิ่ม
กลายเป็นวงจรที่ทำให้ความเสียหายมากขึ้น


3️⃣ เมืองข้าง ๆ ที่ชื่อลำไส้ ก็ส่งปัญหามาซ้ำ

✨ เรื่องไม่ได้จบแค่ในตับ เพราะลำไส้คือเมืองเพื่อนบ้านที่ส่งสัญญาณมาควบคุมตลอด

ในลำไส้มีทั้งจุลินทรีย์ และระบบประสาทที่คอยปล่อยสัญญาณ เช่น VIP (ชื่อสารนะคะ ไม่ใช่ บุคคลสำคัญ)

สัญญาณเหล่านี้ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของจุลินทรีย์
มีผลทำให้เม็ดเลือดขาวที่คุมผนังลำไส้ (ILC3) ทำงานลดลง

ส่งผลให้สารสำคัญอย่าง IL-22 ลดลง

กำแพงลำไส้จึงอ่อนแอลง

สารจากจุลินทรีย์ที่ไม่ดีจึงรั่วเข้าสู่กระแสเลือดได้ง่าย
และอวัยวะแรกที่ต้องรับคือ “ตับ”


✨ ตับที่โดนรุมจากหลายทาง
จะพอกไขมัน สลับกับการทยอยตๅยของเซลล์ตับ

ก่อนตๅย เซลล์จะเสียระดับไมโตคอนเดรีย (mitochondria)
ซึ่งเป็นแหล่งสร้างพลังงานของเซลล์

มีตัวควบคุมหนึ่งชื่อ (mitochondrial amidoxime reducing component 1: MTARC1)
ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการทำงานของไมโตคอนเดรียและการจัดการไขมันในตับ

จึงเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญที่นักวิจัยกำลังศึกษา


✨ เมื่อเวลาผ่านไป
ถ้ายังมีการทำลายซ้ำ ๆ

จะเริ่มเกิด “แผลเป็น” ในตับ
และเข้าสู่ระยะที่รุนแรงขึ้นที่เรียกว่า
(metabolic dysfunction–associated steatohepatitis: MASH)

ซึ่งตอนนี้ไม่ใช่แค่ไขมันสะสม
แต่เป็นตับที่กำลังถูกทำลายจริง ๆ


✨ การรักษาในปัจจุบันจึงไม่ใช่แค่ “ขนไขมันออก”

แต่ต้องซ่อมทั้งระบบ

เริ่มจากการคุมอาหาร
และเพิ่มช่วงเวลาที่ไม่กินอาหาร เช่น intermittent fasting
ซึ่งอาจช่วยให้ร่างกายดึงไขมันออกมาใช้ได้ดีขึ้นในบางคน

ควบคู่กับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
ให้อยู่ในระดับที่รู้สึกเหนื่อย และทำต่อเนื่อง

ปัจจุบันยังไม่มียาที่รักษาโดยตรง แต่มียาบางตัวอาจช่วยได้ เช่น (GLP-1 receptor agonist) หรือยาที่ออกฤทธิ์หลายระบบ เช่น (pan-PPAR agonist) และตัวอื่นๆ นักวิจัยกำลังหาอยู่


โดยสรุปก็คือ
ไขมันพอกตับไม่ใช่แค่ “ไขมันเยอะ”

แต่คือเมืองทั้งเมืองที่
ยามสับสน โรงงานเสีย กำแพงพัง และระบบสื่อสารไม่สมดุล

การดูแลจึงไม่ใช่แค่ลดไขมัน
แต่คือการทำให้ “ทั้งเมืองกลับมาทำงานประสานกันอีกครั้ง” ค่ะ

06/08/2026

ทำไมภูมิแพ้ ถึงทำให้มีเสียงวี้ๆ ในหัว


ใครมีเสียง ‘วี๊ๆ’ ดังในหูบ้างคะ
สิ่งนี้เรียกว่า tinnitus
ซึ่งเจอได้บ่อย และมักจะสัมพันธ์กับฟังเสียงดังๆ

และที่สำคัญ คนเป็นภูมิแพ้บ้าง
เป็นหนักขึ้นด้วย ซึ่งเป็นอาการที่ถ้าไปสนใจมัน
จะรำคาญมากกกกก จนกว่าสมองจะปรับหายไปเอง


👃 อย่างที่รู้กันว่าภูมิแพ้จมูก มันก็เริ่มที่จมูก

เมื่อสารที่เราแพ้มัน มันมาเหยียบบนพื้นจมูกของเรา
ที่เต็มไปด้วยเม็ดเลือดขาวที่้จ้องจะเล่นไว้อยู่แล้ว

เหล่าเม็ดเลือดขาว mast cell ที่ถือเซนเซอร์ IgE
ตรวจจับได้ปุ๊บ ก็เทมหกรรมแห่งสารพัดเลย

ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ histamine ที่เรามาใช้
ยาแก้แพ้บล็อกมันกันนี่แหละ

ผลคือ
เยื่อบุจมูกบวม น้ำมูกเยอะ
โพรงจมูกแคบลง


ปัญหาคือ มันไม่ได้อยู่แค่ในจมูกไง
เพราะจมูกเชื่อมต่อกับอวัยวะอื่นหลายจุดมาก

และบางคน ทำให้อาการหูวี๊ๆ ขึ้นมาได้
ใครเป็นอยู่แล้ว ก็ดังรำคาญมากขึ้น
เพราะอะไร?


👂 1. ท่อระบายแรงดันหูตัน

หลังจมูกมีท่อเล็กๆ เชื่อมหูชั้นกลางอยู่
เรียกว่า Eustachian tube

พอเยื่อบุหลังจมูกบวม
ท่อนี้ก็ทำงานแย่ลง
เปิดปิดได้ยากขึ้นมาก

ดังนั้นพอมีการความดันเกิดขึ้นในหูชั้นกลาง
แล้วท่อมันไม่ยอมระบายความดันออก
ความดันมันจะดันให้เยื่อแก้วหูขยับลำบาก

บางคนจึงเริ่มรู้สึก
▪️หูอื้อ
▪️แน่นหู

เพราะเยื่อแก้วหูนำเสียงจากภายนอกเข้ามาลดลง
ทำให้เสียงที่เกิดขึ้นเองอยู่แล้ว (Noise) จะได้ยินชัดขึ้น
เหมือนอยู่ในห้องเงียบๆ ไง


😴 2. ภูมิแพ้ทำให้นอนพัง

จมูกตัน → หลับไม่สนิท
ต้องอ้าปากหายใจพะงาบๆ

บางคนกรน
บางคนมีภาวะหยุดหายใจ
ขณะหลับร่วมด้วย

ออกซิเจนแกว่ง + นอนหลับไม่มีคุณภาพ

ส่งผลให้หูชั้นในและระบบการได้ยิน
แม้มันไม่รุนแรงถึงขั้นเสียการได้ยิน

แต่มันมากพอทำให้ประสาทไวต่อ
การรับเสียงมากขึ้น

🔥 3. ภูมิแพ้ทำให้เกิดการอักเสบ

ภูมิแพ้ไม่ได้มีแค่เรื่องน้ำมูก

แต่มีสารอักเสบหมุนเวียนอยู่ตลอด

สารเหล่านี้สามารถเพิ่มความไวของ
ระบบประสาทและวงจรการได้ยิน

เสียงรบกวนเล็กๆ
จึงถูกสมองรับรู้ชัดขึ้น


🦷 4. ภูมิแพ้ทำให้หายใจทางปาก

จมูกตันเรื้อรัง
ทำให้หลายคนหายใจทางปากโดยไม่รู้ตัว

กล้ามเนื้อใบหน้า คอ และขากรรไกร
จึงตึงมากขึ้น

ซึ่งสามารถรบกวนเส้นประสาท
ที่เชื่อมโยงกับระบบการได้ยินได้


🧠 5. ระบบประสาทในสมองขยายเสียง

พอจมูกตัน นอนไม่ดี อักเสบเรื้อรัง
สมองจะอยู่ในภาวะตื่นตัวมากขึ้น

เสียงเล็กๆ ที่ควรถูกกรองทิ้ง
จึงถูกขยายจนรู้สึกเป็นเสียงวี้ๆ ได้


🔬 สรุปคือ

ภูมิแพ้อาจทำให้เกิดเสียงวี้ๆ ได้จาก
▪️ท่อปรับแรงดันหูทำงานผิดปกติ
▪️นอนหลับแย่ลง
▪️สารอักเสบกระตุ้นระบบประสาท
▪️หายใจทางปากจนกรามและกล้ามเนื้อตึง
▪️สมองไวต่อเสียงรบกวนมากขึ้น


📝 ดังนั้นเสียงวี้ๆ ในช่วงภูมิแพ้

ไม่ได้เกิดจากหูอย่างเดียว
แต่มักเป็นผลจาก
“จมูกที่อักเสบ + หูที่ระบายแรงดันไม่ดี + สมองที่ไวขึ้น”

จนเสียงเล็กๆ ที่ปกติไม่รู้สึก
กลายเป็นเสียงวี้ๆ ที่ได้ยินอยู่ในหัวนั่นเองฮะ

ดังนั้นถ้าออกคือ รักษาภูมิแพ้ให้ดีค่ะ
อาการจะเบาลง แต่ถ้ายังไงก็ไม่หาย
ตรวจเพิ่มเติมที่หูคอจมูกเลยค่ะ

06/08/2026

ขาบวมกดบุ๋มคาไว้ เป็น 2 ข้างแบบนี้ เป็นได้หลายอย่าง ไม่ใช่แค่ไตนะคะ อาจจะหัวใจ หรือ ตับ ยังได้เลย


การบวมเกิดจากน้ำในหลอดเลือดมันรั่วออกมาสะสมข้างนอกค่ะ ดังนั้นอาจจะเกิดจาก

1. ความดันหลอดเลือดฝอยสูงขึ้น เช่น โรคหัวใจล้มเหลว ที่หัวใจบีบไม่ไหว เลือดดำก็ไหลกลับหัวใจได้ยาก สะสมตามขา, โรคไตเสื่อมเรื้อรังที่ระบายน้ำไม่ออก น้ำคั่งในร่าง

2. ความดันอุ้มน้ำ (osmotic pressure) ต่ำไป จนอุ้มน้ำไม่อยู่ เจอในภาวะโปรตีนไข่ขาวในเลือดต่ำ เช่น ตับแข็ง ที่ตับสร้างได้น้อย

และโรคอื่นๆ อีก


ซึ่งโรคที่เล่ามาส่วนใหญ่ มาจากการไม่ดูแลสุขภาพแบบเรื้อรังนั่นแหละค่ะ


โรคหัวใจล้มเหลว ส่วนใหญ่มาจากหัวใจขาดเลือด ซึ่งก็เกิดมาจากคราบไขมันที่สะสมที่หลอดเลือดหัวใจทุกวัน จนวันหนึ่งมันฉีกเป็นแผล แล้วเกิดลิ่มเลือดอุดมิด โดยคราบไขมันพวกนี้ ก็เกิดจากการกินไม่คุม ไม่ออกกำลังกาย บุหรี่ สุรา

โรคตับแข็ง มาจาก 3 สาเหตุหลัก ✔️สุราเรื้อรัง ✔️ไวรัสตับอักเสบ B/C ✔️ไขมันพอกตับจากเมตาบอลิซึมผิดปกติ ซึ่งก็เป็นมาจากกินไม่คุมไม่มีช่วง fasting เลย, ไม่ออกกำลังกาย

โรคไตเสื่อมเรื้อรัง เกิดมาจากสองกลไกหลักๆ คือ น้ำตาลสูงลอยจากดื้ออินซูลิน/เบาหวาน, ความดันเลือดสูง โดยทั้งสองภาวะก็เกิดมาจากกินไม่คุม ไม่ออกกำลังกาย เช่นกัน


แม้ว่าขาบวม มันเป็นแค่อาการที่ไม่ได้รุนแรงอะไร
แต่อาการอื่นๆ ของโรคที่เล่าไปรุนแรงมากนัก เช่น หัวใจล้มเหลว/ไตเสื่อมเรื้อรัง พวกนี้น้ำท่วมปอด ทรมานได้

ตับแข็งก็สามารถทำให้เส้นเลือดดำในหลอดอาหารโป่งพอง (เลือดพยายามหาทางอ้อมตับ) สุดท้ายฉีกขาด เลือดออกในหลอดอาหารเสียชีวิตได้


ดูแลสุขภาพตั้งแต่วันนี้เถอะค่ะ
แล้วตัวเราในอนาคตจะขอบคุณตัวเราในวันนี้

05/08/2026

☯️การรักษาโรคด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีนสามารถรักษาหรือสามารถบำบัดฟื้นฟูได้ในหลายกลุ่มอาการ
เช่น☯️
✅อาการปวด คอบ่าไหล่ โรคออฟฟิตซินโดรม ปวดเข่า ปวดเอว ปวดศีรษะเป็นต้น
✅โรคสตรี ปรับประจำเดือน ปวดท้องประจำเดือน ภาวะมีบุตรยาก
✅ปรับสมดุลและภูมิต้านทาน ภูมิแพ้อากาศ ภูมิแพ้ผิวหนัง หอบหืด นอนหลับยาก อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร เป็นต้น
✅ปรับสมดุลอารมณ์ อาการซึมเศร้า เครียดง่าย วิตกกังวล เป็นต้น
✅โรคทางอายุรกรรมต่างๆ เช่น ความดัน เบาหวาน ระบบทางเดินอาหาร ภาวะเสื่อมอ่อนแอ เป็นต้น
✅โรคทางระบบประสาท อัมพฤกษ์ อัมพาตใบหน้า พากินสัน ปลอกประสาทเสื่อมแข็ง อัลไซเมอร์ เป็นต้น
✅ปรับสมดุลร่างกาย เพิ่มการเผาผลาญ
สิวขึ้นง่าย น้ำหนักน้อยเบื่ออาหาร เป็นต้น

~~~~~อัตราค่าบริการ~~~~~
1️⃣ฝังเข็ม(กระตุ้น/โคมร้อน)+ครอบแก้ว🔥
✅ราคา 780 บาท
2️⃣ครอบแก้ว🔥 2 ครั้ง หรือ 2 ท่าน
✅ราคา 700 บาท
3️⃣ฝังเข็มความงาม🥰+ครอบแก้ว🔥
✅ราคา 850 บาท
4️⃣ฝังเข็ม + รมยา🎉
✅ราคา 650 บาท
5️⃣ฝังเข็ม + สมุนไพรจีน 1 (สัปดาห์)
✅ราคา 1200 บาท

✅โดยแพทย์แผนจีนมีใบประกอบโรคศิลปะ

#ครอบแก้ว #กัวซา #ออฟฟิศซินโดรม #ฝังเข็มหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท #ปวดเข่า #นอนไม่หลับ #ไมเกรน #กรดไหลย้อน #ปวดคอบ่าไหล่ #ปวดท้องประจำเดือน #ฝังเข็มสิว #หน้าใส #ฝังเข็มลดน้ำหนัก #ชะลอวัน #กระทรวงสาธารณสุข #นนทบุรี

22/07/2026

ภาพที่สวยงามเหมือนต้นไม้เรืองแสงนี้ คือ "เซลล์ประสาท (Neuron)" เพียง 1 เซลล์ที่กำลังแผ่กิ่งก้านสาขาอย่างวิจิตรตระการตา ท่ามกลางเนื้อเยื่อสมองของแมลง (พื้นที่สีน้ำเงิน) สีเขียวสว่างนั้นเกิดจากการใช้เทคนิคย้อมสี Fluorescent staining เพื่อเผยให้เห็นความซับซ้อนระดับไมโครเมตร

ลองจินตนาการดูสิคะ ขนาดสมองแมลงตัวเล็กๆ ยังมีโครงข่ายอลังการขนาดนี้ แล้วสมองของมนุษย์เราที่มีเซลล์ประสาทถึง 8.6 หมื่นล้านเซลล์ จะส่งสัญญาณหากันวุ่นวายและน่าทึ่งขนาดไหน? วันนี้เราจะมาเจาะลึกกลไกการสื่อสารของเซลล์จิ๋วพวกนี้กัน

📕โครงสร้างของเสาเรดาร์รับส่งสัญญาณ

เซลล์ประสาท 1 เซลล์ มีโครงสร้างหลักๆ 3 ส่วน ทำหน้าที่เหมือนสถานีวิทยุรับส่งคลื่น

Dendrite (เดนไดรต์): กิ่งก้านที่แตกแขนงออกไปมากมาย (ส่วนที่ดูเหมือนพุ่มไม้ใบดกในภาพ) ทำหน้าที่เป็น "เสาอากาศรับสัญญาณ" จากเซลล์รอบข้าง

Soma (ตัวเซลล์): ศูนย์บัญชาการที่เป็นจุดสว่างใจกลางภาพ บรรจุสารพันธุกรรม (DNA) และออร์แกเนลลต่างๆ ไว้ประมวลผลข้อมูลเพื่อความอยู่รอดของเซลล์

Axon (แอกซอน): สายเคเบิลเส้นยาวเดี่ยวๆ (เส้นเรืองแสงที่ลากยาวลงมาด้านล่าง) ทำหน้าที่ “ส่งสัญญาณ” กระแสไฟฟ้าออกไปยังเซลล์เป้าหมาย

📕พายุไฟฟ้าเคมีระดับโมเลกุล (The Action Potential)

การส่งกระแสประสาท (Nerve impulse) ไม่ใช่เวทมนตร์ แต่เป็นกลไกฟิสิกส์เคมีที่แม่นยำมากค่ะ เมื่อเดนไดรต์ได้รับสัญญาณกระตุ้นมากพอ บริเวณเยื่อหุ้มเซลล์จะเกิดการเปลี่ยนแปลงความต่างศักย์ไฟฟ้า ที่เรียกว่า Action Potential กลไกนี้เกิดจากการทำงานของประตูไอออนที่เปิดปิดตามความต่างศักย์ (Voltage-gated ion channels) โดยเรียงลำดับดังนี้:

Depolarization (จุดชนวนสัญญาณ): ประตูโซเดียม (Na⁺ channels) เปิดออก โซเดียมไอออนจำนวนมากทะลักเข้าเซลล์ ทำให้ภายในเซลล์เปลี่ยนจากขั้วลบเป็นขั้วบวกอย่างฉับพลัน เกิดเป็นกระแสไฟฟาวิ่งไปตามสายแอกซอนเหมือนโดมิโน่ที่ล้มต่อๆ กัน

Repolarization (การคนสภาพ): เมื่อกระแสไฟฟ้าเคลื่อนที่ผ่านไป ประตูโซเดียมจะปิด และประตูโพแทสเซียม (K⁺ channels) จะเปิดใหโพแทสเซียมไอออนไหลออกจากเซลล์ เพื่อดึงความต่างศักย์กลับมาเป็นลบอีกครั้ง

Resting state (รอรับคำสั่งใหม่): ปั้มโซเดียม-โพแทสเซียม (Na⁺/K⁺ pump) จะทำงานโดยใช้พลังงาน (ATP) เพื่อสูบโซเดียมออกและดึงโพแทสเซียมกลับเข้าเซลล์ เตรียมเยื่อหุ้มเซลล์ใหพร้อมรับสัญญาณรอบใหม่

📕จุดเชื่อมตอเวทมนตร์ (The Synapse)

ความตื่นเต้นยังไม่จบแค่นั้น! เมื่อกระแสไฟฟ้าวิ่งไปสุดปลายทางของสายแอกซอน มันจะพบกับช่องว่างเล็กๆ ทีเรียกว่า ไซแนปส์ (Synapse) ไฟฟ้ากระโดดข้ามช่องว่างนี้ไม่ได้ค่ะ เซลล์จึงต้องใช้ “สารเคมี” เป็นตัวส่งสารแทน

เมื่อประจุไฟฟ้ามาถึงปลายประสาท จะไปกระตุ้นประตูแคลเซียม (Ca²⁺ channels) ให้เปิดออก แคลเซียมที่ไหลเข้ามาจะไปสั่งให้ถุงเล็กๆ (Synaptic vesicles) ที่บรรจุ สารสื่อประสาท (Neurotransmitters) เคลื่อนตัวไปหลอมรวมกับเยื่อหุ้มเซลล์ (Exocytosis) แล้วปลดปล่อยสารเคมีเหล่านันลอยข้ามช่องว่าง ไปจับกับตัวรับ (Receptors) ของเซลล์ถัดไป เพื่อจุดชนวนสัญญาณไฟฟ้าในเซลล์ใหม่ต่อไปอย่างไม่จบสิ้น

แค่การขยับนิวกดไลก์ หรือการที่เราจำชื่อใครสักคนได้ ล้วนเกิดจากกิ่งก้านสาขาเรืองแสงเหล่านี้ที่กำลังยิงสัญญาณไฟฟ้าเคมีหากันนับล้านครั้งในเสี้ยววินาที ร่างกายของเราคือจักรวาลที่ซ่อนความน่าทึ่งไว้ในทุกระดับเซลล์จริงๆ ค่ะ

Credit ภาพประกอบ: N. Gupta, National Institute of Child Health and Human Development, National Institutes of Health

อางอิง:

1. National Institute of Neurological Disorders and Stroke. (2023). Brain Basics: The Life and Death of a Neuron. U.S. Department of Health and Human Services.
2. Grider, M. H., Jessu, R., & Kabir, R. (2023). Physiology, Action Potential. In StatPearls. StatPearls Publishing.
3. Caire, M. J., Reddy, V., & Varacallo, M. A. (2023). Physiology, Synapse. In StatPearls. StatPearls Publishing.

#เซลล์ประสาท #วิทยาศาสตร์การแพทย์ #ความลับของสมอง #ชีววิทยาระดับเซลล์ #ระบบประสาท #วิทยาศาสตร์น่าร #เจาะลึกร่างกาย #เรื่องเล่าวทยาศาสตร์ #พยาธิสรีรวิทยา #กายวิภาคศาสตร์

22/07/2026

การอักเสบ ไม่ใช่สิ่งที่ฝั่งเชื้อโรคสร้างขึ้นป่วนเรา
แต่การอักเสบเป็น ‘มาตรการ’ ที่ฝั่งภูมิคุ้มเราเองสร้าง
เพื่อปรับบริเวณที่เจอเชื้อ กลายเป็นสมรภูมิรบ

✔️ สั่งให้หลอดเลือดขยาย เพื่อให้ทีมเม็ดเลือดขาวในเลือด มาจุดนี้ง่ายขึ้น
🩻 ทำให้บริเวณที่อักเสบมัน ‘แดง’ ‘ร้อน’

✔️ สั่งให้หลอดเลือดขยายรูที่ผนังขึ้น ให้น้ำและอาวุธของภูมิคุ้มกัน ทะลักออกมานอกหลอดเลือดสู่สมรภูมิรบ ให้เม็ดเลือดขาวหยิบใช้สู้เชื้อ
🩻 ทำให้บริเวณที่อักเสบมัน ‘บวม’

✔️ สั่งให้เยื่อบุผนังหลอดเลือดสร้าง ‘กาว’ (Adhesion molecules) เพื่อให้เม็ดเลือดขาวกำลังเสริม เกาะนิ่ง แล้วสอดตัวออกมานอกหลอดเลือดได้

✔️ สั่งให้ปลายประสาทส่งสัญญาณไปบอกสมอง เตือนภัยว่าตรงนี้มีเรื่อง
🩻 ทำให้บริเวณที่อักเสบมัน ‘เจ็บปวด’

✔️ ปล่อยสารดึงดูด (Chemokine) ทำให้เพื่อนกำลังเสริมที่รุดหน้าออกมา ระบุที่เกิดเหตุได้ทันที แล้วเคลื่อนทัพเข้ามา
🩻 ถ้าเชื้อโรคดึงดูดเม็ดเลือดขาวสายนิวโตรฟิลเข้ามาเยอะเกิน จะสู้กันรุนแรงจนซากเชื้อซากเม็ดเลือดขาวซากชาวบ้านกองจำนวนมาก กองนี้เรียก ‘หนอง’

✔️ สั่งให้สมองส่วน Hypothalamus ปรับค่าอุณหภูมิให้สูงขึ้น เชื่อว่าพยายามเพิ่มพลังภูมิคุ้มกัน และชะลอการแบ่งตัวของเชื้อ (แต่ปัจจุบันยังไม่พบในนัยสำคัญ)
🩻 เราจึงเกิดไข้ตัวร้อน

✔️ หากเชื้อโรคมีปริมาณมากเกินไป และสมรภูมิรบคือในเลือด เม็ดเลือดขาวจะสั่งกันรุนแรงมากๆ
🩻 ร่างกายจะเกิดภาวะ ‘Cytokine storm’ คือคำสั่งต่างๆ ที่เม็ดเลือดขาวปล่อยออกมา ทำร้ายร่างกายเราเอง หลอดเลือดขยาย น้ำรั่ว จนความดันตก เสียชีวิตได้

เรียกภาวะนี้ว่าติดเชื้อในกระแสเลือดค่ะ

14/07/2026

ชาย 32 ปี เห็นผี ได้ยินเสียงคนคุย ทั้งที่ไม่มีใคร รู้สึกเหมือนมีคนกำลังจ้องทำร้าย หมอรักษาแบบจิตเวช แต่สุดท้ายต้นเหตุเป็น “เนื้องอกในสมอง”

ถ้าอ่านแค่อาการ ใครๆ ก็คิดว่า “จิตเวช” หรือไม่ก็เขาได้สัมผัสสิ่งที่มนุษย์ทั่วไปไม่มีโอกาสสัมผัส แต่ที่ไหนได้ ต้นเหตุ น่ากลัวกว่านั้น


ชายอายุ 32 ปี ถูกส่งตัวจากคลินิกแพทย์ทั่วไป
มาที่แผนกจิตเวช ด้วยอาการที่เป็นมา ประมาณ 3 เดือน
▪️ ได้ยินเสียง ทั้งๆ ที่ไม่มีใคร เหมือนคนคุยกัน
▪️ เห็นภาพที่คนอื่นไม่เห็น เหมือนผี
▪️ เชื่อว่ามีคนจะทำร้าย ไล่ล่า
▪️ ความจำหายทั้งเรื่องใหม่ และเรื่องเก่า
▪️ หงุดหงิดง่าย ฉุนเฉียว

แต่ที่สำคัญคือ

➡️ ก่อนหน้านี้ปกติดี ไม่มีอาการแบบนี้เลย
ไม่มีประสบการณ์เห็นผี ได้ยินอะไรแบบนี้ด้วย
คือครั้งแรกเลยค่ะ


แพทย์จึงเริ่มรักษาด้วย ยาต้านโรคจิตเภท
แต่อาการไม่ดีขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว

แถมอาการเซๆ
ดูจะยังมีเหมือนเดิม

แต่ไม่น่าใช่ผลข้างเคียงจากยาด้วย เพราะถามไปมา แกก็มีอาการประมาณนี้อยู่แล้ว

แถมเริ่มสับสนมากขึ้น
ทั้งสถานที่ ทั้งการตอบคำถาม


หลายครั้ง อาการที่ดูเหมือนจะอธิบายได้ด้วยโรคหนึ่ง อาจมีสาเหตุซ่อนอยู่ลึกกว่านั้น จึงต้องอาศัยทั้งการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และการติดตามอาการอย่างละเอียดก่อนสรุปการวินิจฉัย


แพทย์จึงตัดสินใจส่งตรวจ MRI สมอง

ผล MRI

➡️ พบก้อนเนื้องอกอยู่กลางสมองอันเบอเริ่มเลย ก้อนเกาะที่แผงกั้นสมอง (septum pellucidum) เริ่มที่โพรงสมองด้านขวาลามข้ามเส้นกลางไปยังโพรงสมองซ้าย และมีส่วนยื่นไปทาง temporal lobe

▪️ มีน้ำคั่งในโพรงสมอง (hydrocephalus) เพราะรูที่เชื่อมระหว่างโพรงสมองใหญ่กับโพรงสมองกลาง (foramen of Monro) โดนก้อนกดมิดเลย


ซึ่งตำแหน่งนั้นอยู่ใจกลางสมองที่เป็นที่อยู่ของสมองส่วนพฤติกรรมมากมาย รวมทั้งมีการยื่นไปทางกลีบขมับ (Temporal lobe) ที่เป็นที่อยู่ของ hippocampus สมองสร้างความจำระยะยาว/การนึกความจำ, สมองส่วนอารมณ์อย่าง amygdala, วิถีสร้างแรงจูงใจ ฯลฯ

ทำให้อาการออกมาคล้ายกับโรคจิตเภท


สุดท้าย ผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดเปิดกะโหลก
และตัดก้อนออกได้ทั้งหมด

ผลชิ้นเนื้อยืนยันว่าเป็น
➡️ เนื้องอกในสมองชนิด Astrocytoma grade III


และอย่างกับหนังเลยค่ะ คือหลังผ่าตัด
อาการหลอน ผีเอย เสียงเอย ความจำเสียเอย
ดีขึ้นทันที และหายเกือบหมดภายใน 1 สัปดาห์


🩺 บทเรียนจากเคสนี้

อาการทางจิตเวช อาจไม่ได้เกิดทางโรคจิตเวชเสมอไป นี่คือเหตุผลที่ไม่ควรวินิจฉัยตัวเอง ควรพบจิตแพทย์ก่อนเสมอง เพราะจิตแพทย์จะมีการซักประวัติและดูว่า ใช่โรคอื่นที่ไม่ใช่จิตเวชหรือไม่ (Rule out organic cause) ซึ่งอาจจะเห็นตั้งแต่แรก หรือระหว่างรักษาดูอาการต่างๆ แล้วพิจารณาว่าไม่เหมือนแล้วค่อยส่งตรวจเพิ่มเติม

แต่อย่างไรก็ดี เคสส่วนใหญ่มักจะเป็นจิตเภทค่ะ เพราะเนื้องอกในสมองหลายครั้งมีอาการที่ชัดเจนกว่านี้ เช่น ปวดหัวเด่น อาการทางประสาทสั่งการ/รับความรู้สึกที่เป็นแบบครึ่งซีก ฯลฯ ซึ่งเคสนี้ถือว่าหายาก (เลยลง case report เลย) ที่ไม่มีอาการอื่นๆ เลยนอกจากเรื่องจิตเวช

10/07/2026

ภูมิแพ้ ควบคุมไม่ดี ทำให้รู้สึกเพลียๆ ทั้งวันได้นะคะ
แม้ไม่ได้รุนแรงมาก แต่ลดประสิทธิภาพการใช้ชีวิตเยอะ


ภูมิแพ้โพรงจมูก สุดยอดโรคที่คนชอบมองว่า
มันพื้นฐาน ใครก็เป็น แถมคิดว่ามันก็น้ำมูกไหล หายใจไม่ออก
แล้วก็จบไป ผ่านไปวันต่อวัน กินยาแก้แพ้ไปเรื่อยๆ ก็พอ

อันที่จริงภาวะแทรกซ้อนส่งต่อจากโรคนี้เยอะค่ะ
1 ในนั้นคือภาวะอ่อนเพลียเรื้อรัง

คือมันไม่ได้อ่อนเพลียหนักเหมือนตอนติดเชื้อมีไข้
หรือรุนแรงในระดับโรคก่ออักเสบอื่นๆ

แต่มันจะมาในรูปอาการไม่จำเพาะค่ะ
▪️ตื่นมาไม่สดชื่น
▪️ง่วงทั้งวัน
▪️สมองตื้อๆ คิดอะไรไม่ค่อยออก
▪️เหนื่อยง่ายกว่าปกติ แต่พอไปออกแรง เอ๊ะ ก็แรงปกติ

เหตุที่เป็นแบบนี้เพราะ
ภูมิแพ้มันรังควานได้หลายระบบเลย


1️⃣ เมื่อชาวภูมิแพ้ รับเสารก่อภูมิแพ้เข้าจมูก

เหล่าเม็ดเลือดขาวโดยเฉพาะ
mast cell จะปล่อยสารอักเสบจำนวนมาก เช่น
▪️histamine
▪️leukotrienes
▪️prostaglandins

รวมถึง cytokines จากเม็ดเลือดขาวสายนายพล
อย่าง Th2 ด้วย เช่น
▪️IL-4
▪️IL-5
▪️IL-13

ผลคือเยื่อบุจมูกบวม คัดจมูก น้ำมูกไหล
และการอักเสบจะดำเนินต่อเนื่องเป็นชั่วโมงหรือเป็นวัน

ซึ่งจุดนี้แหละค่ะ ถ้ามันเป็นมากพอ
มันจะนำไปสู่ข้อถัดๆ ไป


2️⃣ ปัญหาสำคัญคือ ถ้าเหตุการณ์ข้างบนเกิดช่วงเวลานอน
จมูกที่ตัน มันทำให้ระบบการหายใจมันต้องเลือกค่ะ

ว่าจะให้หายใจผ่านจมูกหรือปาก ซึ่งมันเลือกโดย
สมบูรณ์ไม่ได้ มันมักจะหายใจทั้งสองทางนั่นแหละ

แต่การไหลของอากาศที่ผ่านฝั่งจมูกนี่แหละ มันผิดธรรมชาติ มักทำให้ร่างกายต้องใช้แรงหายใจมากขึ้น ผลที่สำคัญคือ

😴 หลับไม่ลึก เกิดการตื่นสั้น ๆ (micro-arousal) ซ้ำแล้วซ้ำอีกตลอดคืน ดังนั้นแม้นอนครบ 7–8 ชั่วโมง แต่คุณภาพการนอนกลับลดลงมาก

การนอนที่แย่ลง การฟื้นฟูก็แย่ลงด้วย
หากเป็นเรื้อรัง กลไกตอบสนองต่อ stress ก็เปิดยาว
ส่งเสริมให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง
ทำให้จึงรู้สึกเพลียๆ ได้ แม้ไม่รุนแรงมากนัก


3️⃣ ในขณะเดียวกัน สารอักเสบที่หลั่งออกมาจำนวนมาก ไม่ได้ออกฤทธิ์เฉพาะในจมูก
ร่างกายสามารถส่งสัญญาณการอักเสบไปยังสมอง ผ่านทั้ง
▪️เส้นประสาทสมอง vagus
▪️เซลล์บุหลอดเลือดที่สมอง

สมองหลายบริเวณ เช่น
▪️hypothalamus
▪️insula
▪️anterior cingulate cortex

ชื่ออาจจะเฉพาะทางไปนิด (เพจ Eva - อิศวาพร พูดบ่อยลองไปอ่านดู55) จ

แต่ประเด็นคือ บริเวณเหล่านี้เป็นจุดที่รับรู้
การทำงานของอวัยวะภายใน ซึ่งบางครั้งจะส่งผลต่อ
สมองส่วนที่ควบคุมการเคลื่อนที่หลายจุด

ทำให้ผลออกมาแนวๆ อ่อนเพลีย
สั่งกล้ามเนื้อได้ยากขึ้น

แต่ถ้าไปลองเดิน ไปวิ่งดู
ปรากฎว่ากล้ามเนื้อก็ออกได้แรงเต็มกำลัง


📌 ดังนั้นจะเห็นว่า ภูมิแพ้ที่คุมไม่ได้
มันสร้างภาวะแทรกซ้อนเยอะค่ะ
▪️นอนกรน
▪️คุณภาพการนอนลดลง
▪️บางคนรุนแรงถึงขั้นเป็นภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โดยเฉพาะในคนที่มีปัจจัยเสี่ยงอื่นอยู่แล้ว เช่น มีภาวะอ้วน มีลักษณะโครงหน้าที่เสี่ยง
▪️ความจำและประสิทธิภาพการทำงานลดลง

ดังนั้น ความอ่อนเพลียของผู้ป่วยภูมิแพ้
จึงไม่ได้เกิดจากความขี้เกียจ (มักจะตีความกันแบบนี้)

แต่เป็นผลรวมของ
การอักเสบ + การนอนที่แย่ + การตอบสนองของสมอง


คุมภูมิแพ้ให้ดี อย่าทำครึ่งๆ กลางๆ
เป็นหนักแล้ว ต้องปรับพฤติกรรมทั้งหมดค่ะ
(ทำยังไงใส่ไว้ใน comment นะคะ)

ที่อยู่

หลังกระทรวงสาธารษสุข 1/17 ซอยงามวงศ์วาน6 ต. บางเขน
Nonthaburi
11000

เวลาทำการ

จันทร์ 17:00 - 20:00
อังคาร 17:00 - 20:00
พุธ 17:00 - 20:00
พฤหัสบดี 17:00 - 20:00
ศุกร์ 15:00 - 20:00
เสาร์ 09:00 - 17:00
อาทิตย์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66625931588

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ฝังเข็มยาจีน หลังกระทรวงสาธารณสุข นนทบุรี คลินิกSerket TCMผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์